ไฟป่าไหม้สวนทุเรียนกว่า500ไร่ จนท.สนธิกำลังคุมเพลิงไม่ให้ลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202453

วันจันทร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 16.14 น.
15 ก.พ. 59 ชาวสวนทุเรียนตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยกำลังทหารจาก ป.พัน20 ค่ายพระศรีพนมมาศ และ อส.จังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยป้องกันไฟป่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.) กว่า 300 คน นำโดยนายธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล นายจรูญ ปัญญายงค์ นายก อบต.แม่พูล ร่วมวางแผนเพื่อต้องการเข้าไปดับไฟป่าที่กำลังโหมไหม้สวนทุเรียนทั้งหลง-หลินลับแล และพันธุ์หมอนทอง ที่อยู่ในช่วงติดผลอ่อน รวมไปถึงสวนลางสาด ลองกอง บนภูเขาสูงดอยห้วยใต้ ท่ามกลางความกังวลใจของชาวสวนลับแล

ทั้งนี้ ไฟป่าอยู่บริเวณสวนทุเรียนบ้านห้วยใต้ และ ม.8  ต.แม่พูล และลุกลามขยายวงกว้าง เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง การเข้าควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากช่วงกลางคืน และรถยนต์ รถบรรทุกน้ำไม่สามารถเข้าไปยังจุดเกิดไฟป่าได้ เพราะเป็นภูเขาสูงชัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นชาวสวนจึงเลือกที่จะใช้รถจักรยานยนต์ ที่ด้านหลังมีตะกร้าเหล็กใช้สำหรับบรรทุกทุเรียน เปลี่ยนมาเป็นบรรทุกถังใส่น้ำพร้อมเครื่องเครื่องพ่นขนาด 20 ลิตร กระสอบใส่ทราย พร้อมอุปกรณ์ทำแนวกันไฟ ขี่ขึ้นไปยังจุดเกิดไฟป่า เพื่อทำแนวกันไฟไม่ให้ลุกลามไปยังสวนอื่นๆ และลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนชาวบ้าน ทั้งนี้จุดที่เกิดเพลิงไหม้ต้องเดินเท้าเข้าไปถึง 5 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางที่เข้าได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น เพราะเป็นทางแคบและสูงชัน

ต่อมานายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ประสานไปยังผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 หรือ ค่ายพระศรีพนมมาศ อ.ลับแล เพื่อใช้เฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ บรรทุกน้ำนำไปดับไฟที่ไหม้ดังกล่าว พร้อมสั่งกำชับให้ทุกฝ่ายระดมกำลังลงพื้นที่ ช่วยราษฎรดับไฟป่า  โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 จุด  ได้แก่จุดที่ 1 ที่บริเวณหมู่ 6 นำโดยนายธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล และที่หมู่ 8  นำโดยนายธีระ เงินวิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยกำลังจากทุกฝ่าย ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สถานีควบคุมไฟป่าสักใหญ่ ทหาร และราษฎรช่วยกันดับไฟ

สำหรับความเสียหาย ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องรอให้ไฟสงบลงก่อน ที่น่าเป็นห่วงคือสวนทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ของเกษตรกร ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะต้องใช้เวลาเพียงใดในการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าครั้งนี้

นายธาตรี กล่าวว่า  ไฟป่าที่โหมไหม้สวนทุเรียนชาวลับแล ล่าสุดเริ่มที่จะควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว หลังระดมกำลังเข้าทำแนวกันไฟ และใช้น้ำฉีดพ่น แม้จะเข้าถึงที่เกิดเหตุด้วยความลำบาก แต่ชาวสวนต่างสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟขยายวงกว้างเบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว ประมาณ 500 ไร่

 

ระดับแม่น้ำมูลบุรีรัมย์ลดต่อเนื่อง กระทบชาวบ้านหาปลาเลี้ยงชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202399

วันจันทร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 13.49 น.

15 ก.พ. 59 สถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก ล่าสุดมีปริมาณลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จนมองเห็นตอม่อสะพาน และบางช่วงแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ โดยล่าสุดที่บริเวณจุดวัดระดับน้ำบริเวณศาลเจ้าพ่อวังกรูด มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 53 เซนติเมตร จากระดับความสูงริมฝั่ง 9 เมตร ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำทรงตัว เพราะน้ำเป็นแอ่งไม่มีการไหลเวียน ซึ่งน้ำรอการระเหยแห้งอย่างเดียว โดยระดับน้ำ 2-3 วัน จะลดลง 1-2 เซนติเมตร สาเหตุที่ปีนี้ปริมาณน้ำมูลลดต่ำเนื่องจากมีฝนตกน้อยและฝนทิ้งช่วง ประกอบกับไม่มีน้ำเหนือไหลมาสมทบ
จากปริมาณน้ำมูลที่ลดต่ำในช่วงนี้ ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ชาวประมงที่มีอาชีพหาปลาเลี้ยงชีพ และเลี้ยงปลาในกระชัง อีกทั้งกระทบกับเกษตรกรที่มีอาชีพทำนาริมฝั่งลำน้ำมูล ไม่สามารถสูบขึ้นไปทำนาได้ ทั้งนี้คาดว่าหากภายใน 1 – 2 เดือน ปริมาณน้ำมูลจะลดต่ำลงจนถึงขั้นวิกฤตแห้งขอด
จากที่ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมูลมีระดับอยู่ที่ 2.10 เมตร แต่มาถึงขณะนี้น้ำมูลได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมองเห็นตอม่อสะพานและสันดอนทรายโผล่ บางช่วงแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ ทำให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่มีอาชีพหาปลา และเลี้ยงปลากระชังต้องเดือดร้อนขาดรายได้
นายบอย จรรยารัมย์ อายุ 30 ปี ชาวบ้านสนวน ต.สตก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ อาชีพหาปลาในน้ำมูล บอกว่า ปีนี้น้ำมูลแห้งเร็วกว่าทุกปี ส่งผลกระทบกับอาชีพหาปลาของชาวบ้านอย่างมาก เพราะน้ำน้อยหาปลาไม่ได้ บางวันไม่เลยก็มี วันไหนได้ปลาก็มีแต่ตัวเล็กๆ เป็น ปลาขาว ปลาสร้อย พอแค่หากินประทังชีวิตไปวันๆ ไม่พอขายเลี้ยงชีพได้ เหมือนช่วงน้ำหลาก วันหนึ่งจะหาปลาได้หลายกิโลกรัม
ด้านนายโอภาส ชนะดี อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ชลประทานที่ดูแลประจำริมลำน้ำมูล ระบุว่า ปีนี้น้ำในลำน้ำมูลมีปริมาณลดต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยจุดที่ลึกที่สุดบริเวณศาลเจ้าพ่อวังกรูด มีปริมาณเหลือประมาณ 53 เซนติเมตรเท่านั้น จากระดับความสูงริมฝั่งสูงกว่า 9 เมตร ขณะที่บางช่วงน้ำมูลมีสภาพแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปมาได้ โดยสาเหตุที่น้ำลดต่ำลงเนื่องจากฝนตกน้อย และคาดว่าภายใน1-2 เดือน ระดับน้ำจะถึงขั้นวิกฤต และส่งผลกระทบต่อชาวประมงและเกษตรกรที่อาศัยน้ำจากลำน้ำมูลในการประกอบอาชีพเลี้ยงในกระชังหรือชาวบ้านที่หาปลาธรรมชาติไปบริโภคและขายอีกด้วย

 

‘อีสาน’เตรียมรับหนาวระลอกใหม่ ‘กทม.-ปริมณฑล’อุณหภูมิลดลง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202359

วันจันทร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.05 น.
15 ก.พ.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ในวันคืนนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิจะลดลงในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นซัดฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ในช่วงวันที่ 15 – 18 กุมภาพันธ์ 2559 ไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาคอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีหมอกบางในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

พรุ่งนี้อีสานอุณหภูมิลด2-4องศา ส่วนภาคใต้จะมีคลื่นสูง2-3เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/202219

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.12 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(14 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ตอนบนอากาศหนาวเย็นช่วงเช้า ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201958

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.03 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(12 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-9 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

เจ้าท่าพังงาเข้มเรือนำเที่ยวทุกลำ ต้องมีเสื้อชูชีพเพียงพอกับนทท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201802

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 11.15 น.
11 ก.พ.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรือทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาลงเรือทัวร์ของบริษัทต่างๆกันเป็นจำนวนมากขณะที่ทางนางวิมลมาน สุวรรณรัตน์ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดพังงา ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว การเดินทาง ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายจากการท่องเที่ยวในกรณีเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และภัยพิบัติตามธรรมชาติ กำชับมิให้เรือบริการนำนักท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ เรือทุกลำต้องมีเสื้อชูชีพประจำเรือ และต้องเพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวด้วย พร้อมนายท้ายเรือต้องมีใบอนุญาตเดินเรือ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติต่างนิยมท่องเที่ยวทางทะเลไปตามหมู่เกาะต่างๆจึงขอให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ซึ่งทางจังหวัดพังงามีมาตรการคุมเข้ม มุ่งเน้นต่อความปลอดภัย และห่วงใยนักท่องเที่ยว

ทางนางวิมลมาน สุวรรณรัตน์ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดพังงา กล่าวว่า เนื่องจากข้อมูลที่บริษัท รักษ์ทะเลให้กับเจ้าท่าพังงาไม่ตรงกับข้อมูลที่นายท้ายเรือที่ช่วยเหลือเมื่อวานนี้ ดังนั้นในวันนี้ เจ้าท่าพังงาได้เรียกตัวแทนบริษัทฯ มาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพร้อมกับให้นำเอกสารและหลักฐานมาแสดงด้วย ส่วนตัวเรือนั้น เมื่อบริษัทลากเข้ามาฝั่งแล้วเจ้าท่าจะส่งเจ้าพนักงานตรวจเรือลงไปตรวจสอบตัวเรือ

 

น้ำโขงมีระดับต่ำเพียง1.32เมตร เผยแนวโน้มลดลงจนน่าเป็นห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201796

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 09.59 น.
11 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำโขงที่จังหวัดหนองคายมีระดับลดลงอย่างต่อเนื่องอีกครั้งจนมีระดับต่ำที่สุดในรอบปี ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 1เมตร 32 เซนติเมตร ลดลงจากเมื่อวานนี้ถึง 32 ซม. เป็นระดับที่ต่ำที่สุดในปีนี้ และยังมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามีระดับต่ำกว่าถึง 38 เซนติเมตร และมีเทียบกับระดับน้ำโขงเฉลี่ยในรอบ 50 ปี ระดับน้ำโขงขณะนี้มีระดับต่ำกว่าถึง 31 เซนติเมตร

ระดับน้ำโขงในปีนี้ น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีระดับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากการที่จีนปล่อยน้ำเขื่อน เพื่อให้เรือสินค้าสัญจรไป-มาได้ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันถือว่าต่ำกว่ามาก อาจจะเกิดจากปริมาณในเขื่อนของจีนมีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยจึงไม่สามารถปล่อยมาในปริมาณมากได้

ในขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ได้มีหมอกบาง ๆ ปกคลุมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองหนองคาย แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการสัญจรทางเรือในแม่น้ำโขงแต่อย่างใด ส่วนอุณหภูมิในช่วงเช้าอยู่ที่  16 – 18 องศา เรือต้องใช้ความระมัดระวังในการสัญจร.

ไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงเพิ่มขึ้น ส่วนทะเลอ่าวไทยคลื่นสูง2เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201787

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 08.06 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(11 ก.พ.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-9 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ปภ.ประกาศ13จว. ภัยแล้งลุกลามหนัก ราชบุรีเร่งดับไฟป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201769

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ปภ.ประกาศ13จว.

ภัยแล้งลุกลามหนัก

ราชบุรีเร่งดับไฟป่า

เหนืออีสานยังเย็น

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่าขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง16จังหวัด 78อำเภอ 389 ตำบล3,462 หมู่บ้าน มีจังหวัดประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั้งจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร สุรินทร์ และพิษณุโลกและมีจังหวัดประกาศยุติการให้ความช่วยเหลือบางพื้นที่แล้ว3จังหวัดได้แก่ร้อยเอ็ด กาญจนบุรีและขอนแก่น

“ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง 13จังหวัด50 อำเภอ257 ตำบล 2,407 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 3.21 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ แยกเป็นภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ และพะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครพนม มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และบุรีรัมย์ ภาคกลาง 2จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และเพชรบุรี ภาคตะวันออก 1จังหวัดได้แก่ สระแก้ว”

ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งโดยสูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบส่งเข้าพื้นที่การเกษตรรวม 1,602,572 ลูกบาศก์เมตร สูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อส่งน้ำเข้าแหล่งน้ำดิบ สนับสนุนการผลิตน้ำประปา 4,920,365,000 ลิตร แจกจ่ายน้ำในการอุปโภคบริโภค 107,860,000 ลิตรและผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายแก่ประชาชน 1,104,000ลิตร

ในส่วนของ จ.นครราชสีมา ภัยแล้งยังทวีขยายวงกว้างโดยที่มีปัญหาภัยแล้งหนักสุดคือ อ.โนนไทย อ.พระทองคำ อ.ด่านขุนทด และ อ.คง มีชาวบ้านกว่า 270 หมู่บ้าน ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทางจังหวัดและหน่วยงานราชการ ต้องเร่งระดมนำรถบรรทุกน้ำกว่า 130 คันไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่ปริมาณน้ำ เขื่อนลำตะคอง เหลือน้ำใช้ได้เพียง 90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ30 ของความจุ คาดว่าจะมีน้ำใช้ได้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น

จ.ชัยภูมิ ประสบปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำตามชุมชนมีาสภาพแห้งขอด โค-กระบือ หลายพันตัวเริ่มขาดแคลนแหล่งน้ำกิน ชาวบ้านต้องพาฝูงโคกระบือ ออกหาแหล่งน้ำตามคูคลองในตำบลใกล้เคียงแต่บางรายทนแล้งไม่ไหวขนไปขายหารายได้

ส่วน จ.พิจิตร ภัยแล้ง ทวีความรุนแรง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ส้มโอ พันธุ์ท่าข่อย บนเนื้อที่กว่า 7,000 ไร่ พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ ต้องเหี่ยวเฉาแห้งตาย หลังขาดแคลนน้ำ ขณะที่ เกษตรกรบางราย ยังมีความหวังยื้อต้นพันธุ์ส้มโอไม่ให้ล้มตาย ไปหาซื้อฟางข้าวจากชาวนานำมาคลุมโคนของลำต้น ลดความร้อนและป้องกันไม่ให้ความชื้นระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว

ที่ จ.ราชบุรี อ่างเก็บน้ำไทยประจัน ในพื้นที่ ต.ยากหัก อ.ปากท่อ และ อ.บ้านคา ประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก มีสภาพตื้นเขิน แห้งขอด ทำให้ชาวบ้านรวม 8 หมู่บ้าน ต้องขาดน้ำใช้อุปโภค บริโภค พืชผลทางการเกษตร เนื่องจากน้ำในเขื่อนลดน้อยลงแทบจะติดก้นอ่าง ไม่สามารถปล่อยสู่ลำห้วยให้ประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่ ที่อยู่ใต้อ่างเก็บน้ำใช้ได้ จะต้องเก็บไว้เลี้ยงก้นอ่างเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอ่างร้าวหรืออ่างชำรุดได้

ในวันเดียวกัน ได้เกิดไฟป่าที่ลุกไหม้รอบ อ่างเก็บน้ำไทยประจันซึ่งเป็นพื้นที่ป่าร้อนชื้น ประกอบกับภายในอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำน้อยแทบจะติดก้นอ่าง ทางหน่วยปฏิบัติการพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้นำกำลังออกดับไฟป่า และมีรายงานเกิดไฟลุกไหม้ในหลายจุดในบริเวณป่าลึก และ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอปากท่อ พร้อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางหัก และหน่วยทหารจากกองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเขตพื้นที่ต่างๆในเขตต.ยางหัก อ.ปากท่อและแนวเทือกเขาตะนาวศรีเขต อ.บ้านคา จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย จากการเข้าไปสำรวจของชุดดับไฟป่า พบบางจุดเกิดจากการลักลอบเผาป่าเพื่อเป็นการล่าสัตว์ และยังพบการเกิดไฟลุกไหม้เอง บางส่วน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันออกทำแนวกันไฟ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการลุกลามของไฟป่า

ดังนั้น จึงได้ให้ทุกหน่วยในพื้นที่ทั้งอำเภอ โดยการทำบูรณาการร่วมกันในการที่จะป้องกันปัญหาและเร่งดับไฟป่า โดยให้เจ้าหน้าที่ประเมินและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รีบแจ้งโดยทันที เพื่อขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อนำเครื่องยุทโธปกรณ์ เข้าควบคุมสถานการณ์การดับไฟป่า อีกทั้งจะเร่งประสานไปยังหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วฝนหลวง เพื่อสมทบการนำน้ำเข้าดับทางอากาศ หากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรง

จากสภาพอากาศบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมบริเวณประเทศไทย มีกำลังอ่อนลงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอีก 2-4 องศาเซลเซียส ส่งผลตอนบนของภาคเหนือและอีสานยังมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป มีหมอกตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยภาคเหนือที่ จ.พะเยา เช้าวัดได้อยู่ที่ 10 องศา ท้องฟ้าปิด มีหมอกบางปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ผู้คนออกมานั่งตากแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ภาคอีสาน ที่ จ.ขอนแก่น ช่วงเช้าวัดได้ 14องศาเซลเซียสและเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจกันมากขึ้น ทั้งมีหมอกในช่วงเช้า ทัศนวิสัยการมองเห็นเหลือเพียง 50 เมตร ผู้ที่ใช้ถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่นต้องเพิ่มความระมัดระวัง

ภาคกลาง จ.ราชบุรี หมอกหนาในหลายพื้นที่ อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด15-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด30-31 องศาเซลเซียส สลับกับมีลมแรงและมีเมฆบางส่วน ส่วนยอดเขา และที่บริเวณแนวเทือกเขา ที่อุทยานหินเขางู ต.เกาะพลับพา อ.เมือง มีหมอกปกคลุมไปทั่วทำให้เทือกเขามีความสวยงามจนมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปบันทึกภาพจำนวนมาก

จ.กาญจนบุรี หลายพื้นที่อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงเหลือ11องศาเซลเซียลโดยเฉพาะ 4 อำเภอ ที่อากาศเย็นจัดคือ อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี อุณหภูมิลดลงเหลือ 4 องศา เซลเซียส ประชาชนต้องก่อกองไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

สถานการณ์ในภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย ยังคงมีคลื่นลมแรงต่อเนื่อง เป็นวันที่ 4 มีคลื่นสูงกว่า2เมตร เรือประมงขนาดกลาง และเล็ก งดออกทะเล หลายรายเก็บอวนทำความสะอาดและตรวจความพร้อมเรือเพื่อให้ออกทำประมงได้ทันทีเมื่อคลื่นลมสงบเพราะขาดรายได้มาหลายวัน เดือดร้อนหนักโดยชาวประมงยังไม่มั่นใจว่าจะออกเรือได้อีกครั้งเมื่อไร

ขณะที่ ชาวบ้าน ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ยังให้บริการรับส่งผู้โดยสารนั่งเรือข้ามฟากจากบ้านตำมะลังเหนือ มายังพื้นที่ตำมะลังใต้ กันตามปกติด้วยความระมัดระวัง แม้จะมีลมแรงแต่คลื่นลมไม่เป็นอุปสรรค สภาพอากาศยังคงปกติ ขณะที่นอกฝั่งยังคงมีประกาศเตือนเรือเล็กให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ยังมีคลื่นสูง 2-3เมตร

ตชด.ลุยตัดต้นยางรุกป่าวังทอง หลังยึดดำเนินคดี114ไร่เมื่อปี57

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/201691

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 16.12 น.
10 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก เป็นประธานปล่อยแถวกำลังพล ยุทธการทวงคืนผืนป่า(ตัดยางพาราและต้นปาล์ม)แทน จำนวน 12 แปลงรวมเนื้อที่ 306 ไร่ โดยมีนายวิชาญ ขันแก้ว หน.หน่วยฯ พล.8 น้ำยาง ร.ต.ท.ธนัยนันท์ เกตุแก้ว ผบ.มว.(สบ.1) กก.ตชด.31 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าในพื้นที่ จำนวน 12 หน่วย  , อุทยานฯแก่งเจ็ดแคว , ทสจ.พล. , ตำรวจ ตชด.31,ตำรวจ สภ.วังทอง , บก.ปทส., ฝ่ายปกครองอำเภอวังทอง ตลอดจนผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ชัยเจริญ และ ประชาชนในพื้นที่ จำนวนกว่า 200 นาย ร่วมกันตัดโค่นต้นยางพาราอายุประมาณ 4-5 ปี  บริเวณท้ายหมู่ 6 บ้านใหม่ชัยเจริญ ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่ตรวจยึดดำเนินคดีเมื่อ 27 ม.ค.57 จำนวน 114 ไร่เศษ (เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวาและในเขตอุทยานเตรียมการแก่งเจ็ดแคว) ซึ่งสวนยางพาราแปลงนี้ อยู่ติดกับสวนยางพาราของเอกชนรายหนึ่ง ที่อยู่ในเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีหลักเขต ส.ป.ก.4-01 ปรากฏอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องคอยเช็คพิกัดแนวเขต ระวังไม่ให้ตัดต้นยางผิดแปลง

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการได้เดินทางเข้าตัดโค่นต้นยางพาราเขตป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา และ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง และพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว รวม 12 แปลง โดยจะทำการตัดโค่นต้นยางพาราที่รุกพื้นที่ป่า ทั้งหมดภายใน 10-13 ก.พ.59 ลักษณะตัด 3 แถว เว้น 1 แถว ก่อนจะดำเนินการปลูกป่าทดแทน

ด้านนายมานพ สายอุ่นใจ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก กล่าวว่า  ยุทธการทวงคืนผืนป่า (ตัดยางพาราและต้นปาล์ม) ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในปีงบประมาณ 2559  พร้อมทำการสำรวจพื้นที่ลำห้วยที่อยู่ติดกับพื้นที่ทวงคืนผืนป่า เพื่อจะทำการสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 20 ฝาย โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ และ ธนาคาร ธกส. วังทอง ดำเนินการต่อไป