เสริมแกร่งเครือข่ายเยาวชนใต้ สร้างแกนหลักฟื้นฟูทรัพยากร3จังหวัดชายแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266927

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560, 16.44 น.

            จากนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนให้มีการเรียนรู้สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตมีทักษะในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ โดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตนำไปสู่การพัฒนาตนเองเกิดการยกระดับคุณภาพชีวิต สังคมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบหมายให้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมใจคืนความสุขสู่ชายแดนใต้” เพื่อส่งเสริมบทบาทเยาวชนในสถานศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตัวเอง โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งนำองค์ความรู้มาดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ชุมชน

นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ มองว่าปัจจัยที่ช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ “การพัฒนาคน” ให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดวิธีการหนึ่ง คือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งภายในและนอกห้องเรียน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และเป็นกำลังสำคัญในปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน

ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมใจคืนความสุขสู่ชายแดนใต้” เพื่อส่งเสริมบทบาทเยาวชนในสถานศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตัวเอง โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งนำองค์ความรู้มาดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ชุมชน

“โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมฯ เป็นโครงการที่ส่งให้กลุ่มเยาวชนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ เพื่อพัฒนายกระดับให้มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์ (Synthesis Thinking, Logical Thinking) เพื่อเปิดโลกทัศน์ บทเรียน และกระบวนการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมทั้งเชิงองค์ความรู้และการบริหารจัดการอย่างเท่าทันสถานการณ์ ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2558 ก็สามารถทำให้เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนจำนวนมาก เกิดความคิดริเริ่มและมีการดำเนินมาตรการเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาและชุมชนของตัวเอง โดยเฉพาะการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง เช่น โครงการกล่องข้าวและแก้วน้ำคู่กายแทนภาชนะประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง โครงการประกาศโรงเรียนเป็นเขตปลอดโฟมและถุงพลาสติกการจัดตั้งธนาคารขยะ ซึ่งสามารถลดปริมาณขยะในสถานศึกษาได้มากกว่าร้อยละ 70 และที่สำคัญยังมีการขยายผลไปสู่ท้องถิ่นและสถานศึกษาอื่นๆอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน”

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมกล่าวต่ออีกว่า เพื่อเป็นการขยายผลความสำเร็จและขยายแนวคิดการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางขึ้น รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถเป็นแกนนำในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง  กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมใจคืนความสุขสู่ชายแดนใต้” ประจำปี 2560 โดยนำครูและเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 120 คน เดินทางมาเข้ารับการอบรมและศึกษาดูงานที่ จ.เชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2560

 

โดยรูปแบบการอบรม จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1.การศึกษาดูงานนอกสถานที่ อาทิ สวนสัตว์เชียงใหม่, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ,การศึกษาเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์, ศึกษาการจัดการขยะอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านป่าบุก 2.การจัดเวทีบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งระหว่างกลุ่มเยาวชนและในพื้นที่สูง เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต และ 3.กิจกรรมฐานความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ ฐานศึกษาเรียนรู้การฟื้นฟูดินด้วยปุ๋ยหมักใบไม้และน้ำหมักชีวภาพ ฐานศึกษาเรียรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ ฐานศึกษาเรียนรู้การเพาะเห็ดฟางในตระกร้า ฐานศึกษาเรียนรู้พันธุ์พืช และการจัดการขยะ เป็นต้น

“ตลอดระยะเวลา 5 วันของการศึกษาอบรม เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนจะได้เรียนรู้ถึงบทเรียน ประสบการณ์และแนวคิดที่ดีๆ ใหม่ๆ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สามารถนำไปเติมเต็มเพื่อนำประสบการณ์ไปใช้ปรับปรุงในพื้นที่ตัวเอง โรงเรียนและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว

          ที่สำคัญ จะนำไปสู่การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อเป็น “แกนหลัก” ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

พายุฝนถล่มอ.หล่มสักหนักสุดรอบ10ปี พัดหลังคาปลิวเสาไฟฟ้า-ต้นไม้โค่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266894

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560, 15.08 น.

24 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงในพื้นที่อำเภอหล่มสัก มีลมพายุพัดกระหน่ำและฝนตกและมีลูกเห็บตกลงมาอย่างรุนแรง ทำให้บ้านเรือนของราษฎร์ในหลายตำบล รวมทั้งสถานที่ราชการได้รับความเสียหาย เช่น ต้นไม้ และเสาไฟฟ้าหักโค่น ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างรุนแรงภายในบริเวณศาลจังหวัดหล่มสัก  โรงเรียนอาชีวะ  โรงเรียนบ้านหยกฟ้า ถูกลมพักหักโค่นลงมาทับรั้วและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้บ้านพักนายอำเภอ ถูกกระแสลมพัดหอบหลังคาปลิวกระเจิง ส่วนที่โรงพยาบาลหล่มสักต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกแรงลม พายุพัดจนหักโค่นลงมาทับอาคารที่จอดรถ และอาคารให้บริการด้านทันตกรรมเสียหายและทับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่เสียหาย 2 คัน

ในขณะที่บริเวณโรงน้ำแข็งเของเอกชนรายหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ได้มีหลังคาบ้านขนาดใหญ่ปลิวมาทับรถกระบะอีซูซุที่ใช้ขนส่งน้ำแข็ง ได้รับเสียหายจำนวน 1 คัน และที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างน้ำมันลม ได้พัดกระหน่ำทำให้หลังคาที่จอดรถพังลงมาทับรถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน อีกทั้งบ้านทรงไทยหลังหนึ่งมูลค่าหลายล้านบาท ได้ถูกลมพายุพัดล้มพังลงมากองอยู่กับพื้นทั้งหลัง และที่บริเวณถนนวิจียังมีต้นไม้ถูกลมพายุพัดหักโค่นทับสายไฟฟ้า และทับรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีอาร์วี 1 คัน และ ต้นไม้ที่หักโค่นยังปิดขวางถนนอีกทำให้รถที่สัญจรผ่านไปมาด้วยความลำบาก ขณะเดียวกันยังมีเสาไฟฟ้าหักโค่นอีก 2 ต้น ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับไปทั่วเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก

ด้านนายชนก มากพันธุ์ นายอำเภอหล่มสัก ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเร่งสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนซึ่งในเบื้องต้นพบว่ามีพื้นที่ประสบภัยได้แก่ ต.ตาลเดี่ยว จำนวน  73 หลังคาเรือน ต.หนองไขว่ จำนวน 60 หลังคาเรือน ต.สักหลง จำนวน 20 หลังคาเรือน ต.บ้านหวาย จำนวน 62 หลังคาเรือน ต.ฝายนาแซง จำนวน 78 หลังคาเรือน ต.บ้านติ้ว จำนวน 160 หลังคาเรือน ต.น้ำก้อ จำนวน 70 หลังคาเรือน ต.ปากช่อง จำนวน 8 หลังคาเรือน รวมทั้งสิ้น 531 หลัง ส่วน ต.วัดป่า และตำบลหล่มสัก ซึ่งได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากอยู่ระหว่างการสำรวจ และในขณะนี้ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอหล่มสักเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ

 

‘เขื่อนแควน้อย’เหลือปริมาณน้ำ35% ชลประทานวอนงดทำนาปรังรอบ2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266889

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560, 14.44 น.

24 เม.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ว่าขณะนี้มีปริมาณกักเก็บน้ำอยู่ที่ 330 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35 % ของความจุ แต่ยังคงระบายน้ำ 3.02 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน

นายเฉลิมศักดิ์ ทักษาดิพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน กล่าวว่าน้ำในเขื่อนแควน้อยยังเป็นไปตามแผนการจัดการน้ำของกรมชลประทาน ที่ส่งน้ำช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อยกว่า 150,000 ไร่ ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ จากนั้นแผนการส่งน้ำ ก็จะจัดส่งน้ำทางด้านอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน พร้อมผลักดันน้ำทะเลในที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งคาดว่าในปีนี้น้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จะเพียงต่อความต้องการใช้น้ำปีนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกร งดการทำนาปรังงวดที่ 2 เพื่อกักเก็บน้ำไว้อุปโภคบริโภคให้มาที่สุด

ส่วนการปล่อยน้ำของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน นับว่าสร้างผลดีต่อการท่องเที่ยว เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน  ร่วมกับอบต.คันโช้งและประชาชนในพื้นที่ทำซุ้มไม้ไผ่  มาตั้งริมน้ำหลังเขื่อนเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้มาเล่นน้ำคลายร้อน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนเล่นน้ำกันวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าหมื่นคน  ถึงแม้ว่าช่วงเทศกาลผ่านไปแล้ว ประชาชนก็ยังไปเที่ยวเล่นน้ำที่จุดเล่นน้ำกันอย่างคึกคักต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันหยุดทุกเสาร์และอาทิตย์

 

ตอนบนอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266822

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.13 น.

22 เม.ย. 60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนในช่วง 1-2 วันนี้ ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในระยะนี้
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้
ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม

ตอนบนอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ส่วนทางตอนล่างมีฝนฟ้าคะนอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266583

วันเสาร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.17 น.

22 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อนึ่ง ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ปกคลุมด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (22 เม.ย.60) ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนทำให้ในช่วงวันที่ 22-24 เม.ย. 60 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(22 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์
อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สส.เปิดรับสมัครหลักสูตร“ปธส.5” พัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266379

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 21.04 น.

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดรับสมัครผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ตุลาการ ท้องถิ่น และภาคประชาชน ศึกษาอบรมหลักสูตร “ประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง” รุ่นที่ 5 (ปธส.5) มุ่งพัฒนานักบริหารยุคใหม่หัวใจสีเขียว สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมบนหลักการเหตุและผล คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ สร้างสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเผยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแพร่กระจายของมลพิษในเขตเมืองและชุมชน ปัญหาขยะและของเสียอันตราย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการบุกรุกผืนป่า ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงลำพัง แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันดำเนินการ บนหลักการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม คือ มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความรับผิดชอบ โปร่งใส ยุติธรรม ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การกำหนดเครื่องมือและกลไกการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เป็นองค์รวม และเกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย

จากแนวคิดดังกล่าว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้นำมาเป็นฐานดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพนักบริหารระดับสูงด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสาหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) ที่มุ่งสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ การจัดการสิ่งแวดล้อมขั้นสูง และการเป็นนักบริหารสิ่งแวดล้อมมืออาชีพ ภายใต้ปรัชญาว่า ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมจะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีธรรมาภิบาล สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของจริยธรรมสิ่งแวดล้อม

“หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสาหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นผู้บริหารยุคใหม่หัวใจสีเขียว เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและต้นแบบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม มีการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้บนหลักเหตุและผล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า จนถึงปัจจุบันมีการจัดการศึกษาอบรมมาแล้ว 4 รุ่น มีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ตุลาการ อัยการ ตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น เอกชน และภาคประชาชน สำเร็จตามหลักสูตรไปแล้วกว่า 200 คน ดังนั้นเพื่อขยายผลความสำเร็จในปี 2560 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดการจัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธส.5) ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 16 กันยายน 2560 โดยเปิดรับสมัครบุคคลที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังนี้ 1.เป็นข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการอื่น ซึ่งดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่าสายงานบริหารระดับต้น หรืออำนวยการระดับสูง หรือสายงานวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป 2. เป็นข้าราชการตุลาการ ข้าราชการอัยการ 3.เป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน สายงานบริหารระดับต้น หรืออำนวยการระดับสูง หรือสายงานวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 5.ข้าราชการทหารและตำรวจ ชั้นยศพันเอกพิเศษ นาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอกพิเศษ และพันตำรวจเอกพิเศษ ขึ้นไป 6.ผู้บริหารภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อสารมวลชน ผู้นำท้องถิ่น หรือผู้นำชุมชน และ 7.บุคคลอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า รวมทั้งหมด 60 คน เข้ารับการอบรม

โดยเนื้อหาของหลักสูตร ประกอบด้วยการศึกษาใน 5 กลุ่มวิชา คือ 1.หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการองค์การ 2.การจัดการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.นวัตกรรมเพื่อการจัดการทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านทรพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.การเสริมสร้างประสบการณ์เชิงประจักษ์ โดยรูปแบบการศึกษา มีทั้งการบรรยาแบบมีส่วนร่วม การอภิปราย การระดมความคิดเห็น การวิเคราะห์ศึกษา การฝึกปฏิบัติ การศึกษาดูงาน และรวมทั้งการจัดทำสารพิพนธ์ ใช้ระยะเวลาการศึกษารวม 231 ชั่วโมง ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูงจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ เข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธส.5) โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะเปิดดำเนินการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2560 และประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซด์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.en.mahidol.ac.th หรือ เว็บไซต์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อม http://www.deqp.go.th ก่อนส่งเอกสารประกอบการสมัครฉบับจริงมายังคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 พร้อมวงเล็บกำกับที่มุมซองว่า “เอกสารการสมัครหลักสูตร ปธส.5” ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ งานวิจัยและบริการวิชาการ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โทร.0-2441-5000 ต่อ 2114, 2116 อีเมล en.engeo@gmail.com และสถาบันพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โทร.0-2577-7084-5 อีเมล training2@deqp.mail.go.th

“บิ๊กเต่า”สั่งกำราบนักท่องเที่ยวมือบอน เจอขูดขีด”หินงอก-หินย้อย”ฟันทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266377

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 21.00 น.

            นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพและคลิปวีดีโอนักท่องเที่ยวชายหญิงกลุ่มหนึ่ง ขณะกำลังขูดและขีดเขียนสลักชื่อลงบนหินงอกหินย้อยภายในถ้ำแม่อุสุ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งนอกจากจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเกรงว่าสภาพหินงอกหินย้อยภายในถ้ำซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินจะถูกทำลาย หรือสูญเสียความสวยงามจากรอยขูดขีดที่เกิดจากความคึกคะนองของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม จึงได้สั่งการให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

 

โดยเบื้องต้น กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังนี้ 1.การประกาศห้ามนักท่องเที่ยวมิให้กระทำการขูด ขีด สลักชื่อ หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้หินงอกหินย้อยเสียหาย 2.ให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ เดินลาดตระเวนตรวจตราบริเวณดังกล่าว และให้มีจุดตรวจนักท่องเที่ยวห้ามนำอุปกรณ์ที่จะทำลายหินงอกหินย้อยเข้าไปในถ้ำ เช่น มีด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก 3.ติดตั้งป้ายเตือนและคำแนะนำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบริเวณทางเข้าถ้ำแม่อุสุเพิ่มขึ้น และ 4.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบโดยทั่วกัน และหากมีการกระทำอีกจะต้องมีการดำเนินการเพื่อลงโทษตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ต่อไป

“การดำเนินการดังกล่าว จะไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะพื้นที่ถ้ำอุสุเท่านั้น แต่ยังจะมีดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันดูแลรักษาและไม่กระทำการขูด ขีด สลักชื่อ หรือกระทำการใดๆ ที่จะส่งผลให้หินงอก หินย้อย ผนังถ้ำ หรือธรรมชาติอื่นใดจนเกิดความเสียหาย เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานเราได้ชื่นชม และหากพบเห็นใครที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเพื่อเข้าดำเนินการได้ทันที” โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว

‘คลองข้าวตอก’แห้งขอด ชาวบ้านจ้างรถเร่งขุดหาน้ำใช้ทำการเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266325

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 16.21 น.

20 เม.ย.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ‘คลองข้าวตอก’ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านดงป่าคำใต้  ต.ดงป่าคำ อ.เมือง จ.พิจิตร ประสบปัญหาน้ำในคลองแห้งขอดจนน้ำขาดเป็นช่วงๆ สภาพภายในคลองน้ำแห้งจนเห็นผืนดินกลางลำคลอง เหลือเพียงแอ่งน้ำขนาดเล็กบริเวณที่เป็นจุดที่เป็นบ่อลึก เกษตรกรและชาวบ้าน ต้องต่อท่อสูบน้ำ ที่เหลืออยู่ในบ่อน้ำ เพื่อนำน้ำขึ้นไปใช้ในการทำการเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้น้ำในลำคลอง เพื่อยึดอาชีพ การปลูกพืช ผัก สวนครัว ตลอดทั้งสองฝั่งลำคลองที่มีการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก

ชาวบ้าน ต้องว่าจ้างรถแบคโฮลงไปบนพื้นคลอง เพื่อทำการขุดบ่อน้ำกลางคลองน้ำเพื่อใช้เป็นจุดรวมน้ำที่ยังพอตกค้าง และ สูบน้ำใต้ดิน เก็บไว้ ในบ่อภายใน’คลองข้าวตอก’  เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งโดยการสูบนำน้ำไปใช้ในการเลี้ยงพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชผักสวนครัว ที่ปลูกไว้สร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดน้ำ ที่มีปริมาณไม่เพียงพอ

สำหรับพื้นที่ต.ดงป่าคำ อ.เมืองพิจิตร ตลอดทั้งสองฝั่งคลองข้าวตอกเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรของจ.พิจิตร ทั้งพืชผักสวนครัว และผักชนิดต่างๆในแต่ละปีจะสร้างรายได้จำนวนมากหลายล้านบาทให้กับเกษตรกรผู้เพาะปลูก แต่หลังจากคลองข้าวตอกซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบกับการประกอบอาชีพของเกษตรกรเนื่องจากขาดน้ำซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพาะปลูกส่งผลกระทบเกษตรกรต้องขาดรายได้ในช่วงหน้าแล้งเป็นอย่างมาก

 

ภัยแล้ง!ชัยนาท’ถั่วเขียว-อ้อย’เริ่มยืนต้นตาย ชาวบ้านถอดใจไม่เก็บเกี่ยวขาดทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266229

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 10.03 น.

20 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ชัยนาท หลายพื้นที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ ต.วังหมัน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท แหล่งน้ำสำรองต่างๆเริ่มแห้งขอด จนเห็นดินก้นบ่อแห้งแตกระแหง เหลือเพียงน้ำที่ขุ่นดำติดก้นบ่ออยู่น้อยนิด

ส่วนพืชผลการเกษตรที่ชาวบ้านปลูกเป็นพืชทดแทนในหน้าแล้ง อย่างถั่วเขียว ซึ่งปกติเป็นพืชที่ทนแล้ง ก็เริ่มได้รับความเสียหาย เพราะถั่วเขียวหลายแปลงยืนต้นแห้งเหี่ยวตาย ผลผลิตถั่วก็ติดฝักน้อยไม่คุ้มค่าการลงทุน เกษตรกรหลายรายต่างถอดใจที่จะไม่เก็บเกี่ยว เพราะหักค่าจ้างแรงงานแล้วก็ขาดทุน เช่นเดียวกับไร่อ้อยของชาวบ้านที่ปลูกไว้ ก็เริ่มแห้งเหี่ยวแคระแกร็นไม่งอกงาม จากสภาพดินที่แหงแล้งมากเกินไป เช่นเดียวกับมันสำปะหลัง และแปลงงาดำ ที่เริ่มแห้งเฉาไม่เติบโตตามที่ควรจะเป็น

ซึ่งชาวบ้านบอกว่า พื้นที่แถบนี้ไม่มีฝนตกลงมากว่า 4 เดือนแล้ว เมื่อความชื้นในดินมีไม่เหมาะสม พืชทดแทนที่ปลูกไว้ก็ไม่สามรถเติบโตได้และเริ่มได้รับความเสียหาย

 

ไทยตอนบนกลางวันอากาศร้อน ส่วนทางตอนล่างมีฝนฟ้าคะนอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/266212

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560, 08.01 น.

20 เม.ย.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(20 เม.ย.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.