เตรียมร่ม!เย็นนี้“ฝนถล่มกรุง”60% อุตุฯเตือน ฉ.19อากาศแปรปรวนทุกภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262387

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.37 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (27 มี.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2560)” ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2560 ระบุว่า ประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวน ดังต่อไปนี้

1)ประเทศไทยตอนบน วันที่ 27 มีนาคม 2560 มีฝนฟ้าคะนองบริเวณ

# ภาคเหนือ : บริเวณจังหวัด พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร

# ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

# ภาคกลาง : บริเวณจังหวัด สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

# ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มฝนลดลง : บริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และ สุรินทร์

จากนั้นวันที่ 28-29 มีนาคม 2560 ฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นบริเวณประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลง

2)ภาคใต้ วันที่ 27-29 มีนาคม 2560 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต และพังงา

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

ขณะที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตั้งแต่ 12.00 น.วันนี้-12.00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา จะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.00 น.

ปภ.รายงานคุณภาพอากาศภาคเหนือ คุมเข้มห้ามมีการเผาในที่โล่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262357

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.44 น.

27 มี.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ณ วันที่ 27 มี.ค.60 เวลา 05.00 น. ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าระหว่าง 44-131 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 60 -105 ในภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 9 จังหวัดภาคเหนือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ริมทางหลวงอย่างเคร่งครัด เพื่อลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควันมิให้วิกฤตมากขึ้น

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.60 เวลา 05.00 น. พบว่า พื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัดมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 44 -131 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 60-105 ในภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมี 8 จังหวัดที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ได้แก่ น่าน พะเยา แพร่ ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และตาก ขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน
10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 131 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่า 105

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์หมอกควันในหลายจังหวัดของภาคเหนือปริมาณฝุ่นละอองไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้น โดยใช้กลไก “ประชารัฐ” ขับเคลื่อนการทำงานในมิติเชิงพื้นที่ พร้อมจัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและอำเภอเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการ สั่งการ ควบคุมปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จัดกำลังอาสาสมัครเฝ้าระวังไฟป่าและเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผา พื้นที่เกษตรกรรม ให้กำหนดช่วงเวลาและจัดระเบียบการเผา ประกาศเขตห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา ส่วนพื้นที่ริมทางหลวง ให้เฝ้าระวัง การเผาในเขตริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า ระดมรถบรรทุกน้ำและเครื่องมือฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ พร้อมประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อ สุขภาพอนามัย และข้อมูลคุณภาพอากาศ รวมถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชน งดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควันมิให้วิกฤตมากขึ้น

สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากเจ็บป่วยจะมีอาการรุนแรงกว่าปกติ รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ส่วนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอยู่ในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควัน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ปภ.รายงานจังหวัดได้รับผลกระทบวาตภัย26จว. สั่งรับมือพายุฤดูร้อนช่วง27-29มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262354

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560, 10.25 น.

27 มี.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 14-27 มี.ค. 60 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 26 จังหวัด 99 อำเภอ 179 ตำบล 554 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,644 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้บาดเจ็บ 5 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

โดยด่วนแล้ว อย่างไรก็ตามจากการติดตามสภาพอากาศ พบว่า ในช่วงวันที่ 27-29 มี.ค.60 จะมีพายุฤดูร้อนเพิ่มมากขึ้นครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่ภาคใต้ จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ปภ.จึงได้ประสานให้จังหวัดดังกล่าวจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย รวมถึงเตรียมเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 14-27 มี.ค.60 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 26 จังหวัด 99 อำเภอ 179 ตำบล 554 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,644 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้บาดเจ็บ 5 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ บึงกาฬ อำนาจเจริญ อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ พะเยา เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี นครสวรรค์ สุโขทัย และชัยนาท และภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว และตราด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมินและจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือน เป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม  อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 27-29 มี.ค.60 จะเกิดพายุฤดูร้อนเพิ่มมากขึ้นครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ แยกเป็น ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์  ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคกลาง บริเวณจังหวัด นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลาภูเก็ต และพังงา ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดดังกล่าวเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย

ท้ายนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯออกประกาศเตือน!!! เตรียมรับมือลมแรง-ฟ้าผ่า-ลูกเห็บตก

พายุฤดูร้อนกระหน่ำเมืองช้างนานกว่า2ชม. ปชช.พื้นที่ชายแดนบ้านพังยับ-ฟุตบอลไทยลีกยุติการแข่งขัน

กรมอุตุฯออกประกาศเตือน!!! เตรียมรับมือลมแรง-ฟ้าผ่า-ลูกเห็บตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262347

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.50 น.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

“อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย “

ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2560

ประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งสภาวะอากาศดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามภาคต่างๆ ดังนี้

วันที่ 27-29 มีนาคม 2560 บริเวณที่จะเกิดพายุฤดูร้อนเพิ่มมากขึ้น

ภาคเหนือ : บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และ สุรินทร์

ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคกลาง : บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคใต้: จะมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ภูเก็ต และพังงา

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พายุฤดูร้อนกระหน่ำเมืองช้างนานกว่า2ชม. ปชช.พื้นที่ชายแดนบ้านพังยับ-ฟุตบอลไทยลีกยุติการแข่งขัน

ปภ.รายงานจังหวัดได้รับผลกระทบวาตภัย26จว. สั่งรับมือพายุฤดูร้อนช่วง27-29 มี.ค.60

หลายพื้นที่อากาศร้อน-ร้อนจัด กทม.-ปริมณฑลมีพายุฝน60%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262332

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

27 มี.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย

ส่วนภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 27-29 มี.ค.60นี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ได้ในช่วงวันที่ 27-29 มี.ค.60

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(27 มี.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน
อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร
อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่
บริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และ สุรินทร์
อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน
โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง
บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่
บริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

กดสวิทช์เดินเครื่องสูบน้ำโขงแก้แล้ง จ่อติดตั้งถาวร-รองบ-คาด2ปีเสร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262281

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 18.27 น.

26 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ที่บริเวณประตูเปิด-ปิดน้ำโครงการห้วยหลวง บ้านดอนคง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จังหวัดหนองคาย นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน และนายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ร่วมกันกดปุ่มเริ่มเดินเครื่องสูบน้ำโขง ที่ไหลเข้ามาในลำห้วยหลวง เข้าสู่ลำห้วยหลวงที่อยู่เหนือประตูเปิด-ปิดน้ำ เพื่อผลักดันไปยังลำห้วยหลวงตอนบน ตามโครงการบรรเทาภัยแล้งปี 2560 ให้กับราษฎรตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำชั่วคราว พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาดใหญ่จำนวน 4 เครื่องไว้

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การสูบน้ำครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการดำเนินโครงการนี้ สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดน้ำกว่า 13,000 ไร่ ปีนี้ก็เช่นกันจะสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรทั้งในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ได้ถึง 13 ตำบล 1,600 กว่าครัวเรือน เกษตรกรกว่า 7 พันราย เป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ 18,000 ไร่  รวมไปถึงจะเป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตประปา และเป็นน้ำในการอุปโภค-บริโภค โดยจะเริ่มสูบน้ำตั้งแต่วันนี้ (26 มี.ค. 60) จนถึงวันที่  30 เม.ย.60 ปริมาณน้ำที่สูบประมาณ 15 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำถาวร ที่ประตูเปิด-ปิดน้ำโครงการห้วยหลวงนั้น อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าขณะนี้ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับสถานีสูบน้ำถาวร ที่บ้านแดนเมือง ต.วัดหลวง ที่อยู่ใกล้กัน ขั้นตอนอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในเรื่องของงบประมาณ

เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ และต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูง ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จ ก็จะแก้ปัญหาในเรื่องน้ำให้เกษตรกรทั้งในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ส่วนโครงการก่อสร้างประตูเปิด-ปิดน้ำที่ลำห้วยสวย ที่เป็นลำน้ำสาขาสำคัญที่ไหลลงแม่น้ำโขงนั้น คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปี ขณะนี้ไม่ได้ติดขัดปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเทคนิค หรือพื้นที่ เหลือแต่ระยะเวลาการก่อสร้างเท่านั้น หากแล้วเสร็จปัญหาเรื่องน้ำในลำห้วยสวย ก็จะถูกแก้ไขทั้งหมด

 

คืบหน้าไฟไหม้!เขาช้างพังงาลุกลาม ประสานเครื่องบินฝนหลวงระงับเพลิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262258

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 16.37 น.

26 มี.ค.60  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีไฟป่าลุกไหม้บนเขาช้าง สัญลักษณ์ของจังหวัด ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ยังพบว่าบริเวณเขายังมีเปลวไฟและกลุ่มควันไฟ โพยพุ่งอยู่บนเขาช้าง ซึ่งบริเวณที่ไฟไหม้ลุกลามเป็นวงกว้างนั้น เป็นเขาหินสูงชัน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟในเหตุดังกล่าวได้ แต่ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ของเทศบาลเมืองพังงา ได้จัดชุดเฝ้าระวังสถานการณ์ ปัญหาไฟป่าที่ลุกไหม้บนเขาช้าง

เนื่องจากในช่วงกลางวันยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าว จึงอาจจะทำให้ไฟลุกลามไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง และช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผวจ.พังงา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา และเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองพังงา หน่วยกู้ภัยโพธิธรรมประภาสพังงา ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย จากเหตุฟ้าผ่าจนเกิดไฟไหม้บริเวณเขาช้าง ช่วงท้ายช้าง เขตเทศบาลเมืองพังงาและ ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมืองพังงา พบว่าไฟไหม้ขยายวงกว้างบนยอดเขาเพิ่มขึ้น จนลุกลามเข้าเขตพื้นที่ ต.ป่ากอ อ.เมือง จ.พังงา

ซึ่งทางจังหวัดได้เตรียมแผนป้องกัน โดยให้ทางเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน พร้อมประสานศูนย์บินฝนหลวง (สุราษฎร์ธานี) และหน่วยป้องกันไฟป่าภูเก็ตเพื่อรองรับสถานการณ์ ถ้าหากไม่มีฝนตกก็นำเครื่องบินและเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ดับไฟให้มอดลง

นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผวจ.พังงา กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากฟ้าผ่าลงบนเขาช้างและลุกลาม ขณะนี้พบว่ามีควันพวยพุ่งออกมาบนยอดเขาช้าง เบื้องต้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ประสานเครื่องบินจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำน้ำมาดับไฟหากเพลิงยังคงลุกลาม และไม่มีฝนตกในช่วงนี้ อีกทั้งประสานหน่วยป้องกันไฟป่าภูเก็ต ขอกำลังมาสนับสนุนเพื่อป้องกันเหตุไม่ให้ลุกลาม เข้าพื้นที่ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน แจ้งว่าเหตุที่เกิดเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ และคาดว่าไฟจะดับโดยเร็ว


 

‘เชียงราย-แม่ฮ่องสอน’ยังมีควันพิษ ชี้9จ.เหนือพื้นที่เสี่ยงไฟป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262221

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.46 น.

26 มี.ค.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวสรุปสถานการณ์วาตภัยว่า ในช่วงวันที่ 14 – 26 มี.ค. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 26 จังหวัด 98 อำเภอ 177 ตำบล 546 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5,550 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้บาดเจ็บ 2 ราย แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ บึงกาฬ อำนาจเจริญ อุดรธานี บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ชัยนาท และกำแพงเพชร  และภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว และตราด โดยเมื่อวันที่ 25 มี.ค. มีจังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ และอุบลราชธานี  รวม 2 อำเภอ 5 ตำบล 50 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 74 หลัง

โดยจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าในช่วงวันที่ 26 – 29 มี.ค. พบว่าประเทศไทย มีสภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ มีลักษณะอากาศของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ส่วนช่วงวันที่ 26 มี.ค.จะเกิดพายุฤดูร้อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ส่วนช่วงวันที่ 27 – 29 มี.ค.จะเกิดพายุฤดูร้อนครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งปภ.ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยเร็ว

นายฉัตรชัย ยังกล่าวถึงสถานการณ์หมอกควัน และไฟป่าว่า ยังมี 7 จังหวัดที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางได้แก่ ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน เชียงใหม่ ตาก และลำปาง ขณะที่ 2 จังหวัด มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เกินค่ามาตรฐานตามลำดับ คือจ.เชียงราย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย และจ. แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ปภ.ได้ประสาน 9 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าและหมอกควันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเข้มข้น

‘กรมอุตุนิยมวิทยา’เตือนปปช. ระวังฟ้าผ่า!-ลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262219

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.38 น.

26 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งสภาวะอากาศดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามภาคต่างๆ ดังนี้

วันที่ 26 มีนาคม 2560 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุดรธานี หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และมหาสารคาม

ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคกลาง : บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคใต้: บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 27-29 มีนาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น

ภาคเหนือ : บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์

ภาคตะวันออก : บริเวณชลบุรีรวมทั้งพัทยา และระยอง

ภาคกลาง : บริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และพังงา

อย่างไรก็ตามทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก จากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 มีนาคม 2560 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

กรมชลฯยัน’สงกรานต์’ไม่ปล่อยน้ำเพิ่ม 4เขื่อนใหญ่เจ้าพระยาส่อวิกฤต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/262216

วันอาทิตย์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560, 14.30 น.

อธิบดีกรมชลฯ ยันไม่ปล่อยน้ำเพิ่มช่วงสงกรานต์ วอนเล่นน้ำอย่างประหยัด จ่อลดระบายน้ำ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา  จาก 40 กว่าล้านลบ.ม.เหลือ 30กว่าล้านลบ.ม. เตรียมสำรองน้ำไว้ในเขื่อนกรณีฝนทิ้งช่วง น่ากังวลแนวฝนเลื่อนตกท้ายเขื่อนอีก ชี้ปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพล เหลือน้อยร้อยละ 24

26 มี.ค.60 นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าช่วงสงการนต์นี้ พี่น้องประชาชนสามารถใช้น้ำในแหล่งน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องปล่อยเพิ่มจากเขื่อน โดยกรมชลประทาน จะปล่อยน้ำตามระบบปกติในทุกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่มีนักท่องเที่ยวชอบไปเล่นสงการนต์ โดยเฉพาะตัวเมืองเชียงใหม่ มีน้ำเพียงพอ ขอให้เล่นน้ำสงการนต์อย่างประหยัด สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำ 4.4 หมื่นล้านลบ.ม.หรือ 60% มีน้ำใช้การ 2.6 หมื่นล้านลบ.ม. คิดเป็น 40% ซึ่งมีมากกว่าปี 59 ประมาณ 7.6 พันล้านลบ.ม. ในส่วนพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้น้ำจาก 4 เขื่อนใหญ่ มีปริมาณน้ำ 1.2 หมื่นล้านลบ.ม.คิดเป็น 50% มีน้ำใช้การ 5.6 พันล้านลบ.ม. 31% มากกว่าปีที่แล้ว 3.1 พันล้านลบ.ม. ทำให้สถานการณ์แล้งปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว ไม่รุนแรง จะเห็นว่า ขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ไม่ประกาศพื้นที่ภัยแล้งเพิ่ม เพราะฉะนั้นสถานการณ์น้ำในเขตชลประทาน ไม่มีภัยแล้ง ส่วนนอกเขตชลประทาน 105 อำเภอ 34 จังหวัด เฝ้าระวังในเรื่องขาดน้ำอุปโภค บริโภค ซี่งเกษตรกร รู้แล้วถ้าจะทำเกษตร ต้องอาศัยแหล่งน้ำตนเอง ขณะนี้ ทุกหน่วยงานร่วมกันช่วยเหลือประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลัก ในส่วนกรมชลฯ เตรียมรถขนน้ำทุกจังหวัด ไว้บริการประชาชน ขอมาสามารถติดต่อสำนักชลประทานจังหวัด ได้ทุกแห่ง ในเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค จะขนจากบ่อน้ำใกล้เคียงไปช่วย

“ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาล ตั้งแต่ปี57 ไปทำแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน 2 ,168 แห่งมีน้ำเพิ่มขึ้นมา 1 พันล้านลบ.ม. มีโครงการต่างๆ อ่างเก็บน้ำ ฝาย แก้มลิง จึงบรรเทาความรุนแรงภัยแล้งได้ลดน้อยลงในปีนี้ ในส่วนพื้นที่เพาะปลูกข้าวรอบสอง ลุ่มเจ้าพระ ปลูกข้าวเกินแผน 2.8 ล้านไร่ ปัจจุบันนี้ กำลังทยอยเก็บเกี่ยวหมดภายในเดือนนี้ ขอร้องไม่ให้ปลูกข้าวรอบสาม และขอให้ชาวนาร่วมมือรอปลูกข้าวนาปี วันที่ 1 พ.ค. นี้” นายสัญชัย กล่าว

อธิบดีกรมชลฯกล่าวว่าขณะนี้เตรียมลดการปล่อยน้ำ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา จากเดิมที่ปล่อย 40 กว่าล้านลบ.ม.ต่อวัน โดยต้นเดือนเม.ย.นี้จะลดลงเหลือ 30 กว่าล้าน ลบ.ม.เพื่อสำรองไว้ในเขื่อนสำหรับฤดูหน้า เนื่องจากเขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การไม่มากเหลือ 24 % เขื่อนสิริกิติ์ 38% ต้องประหยัดน้ำไว้ ในกรณีฝนทิ้งช่วง เดือน มิ.ย. ก.ค. และหากปีนี้ฝนปกติจะตกเดือนพ.ค.นี้ ก็จะเข้าฤดูฝน แต่จะตกเข้าเขื่อนหรือไม่ น่ากังวล เพราะระยะหลังแนวฝนเลื่อนมาตกท้ายเขื่อน รวมถึงปริมาณน้ำต้องใช้ผลักดันน้ำเค็ม แม้ช่วงนี้ ยังไม่มีปัญหา ยังคุมได้ แต่เฝ้าระวังติดตาม อาจเกิดกรณีลมพัดปากอ่าว เหมือนช่วงต้นเดือนมี.ค. ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนสูงถึงปากน้ำสำแล จ.ปทุมธานี แหล่งผลิตน้ำประปา จึงเตรียมน้ำไว้ด้วย

อธิบดีกรมชลฯ กล่าวอีกว่าทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวนา ให้ปรับเปลี่ยนปลูกพืชอื่นใช้น้ำน้อย ซึ่งยอมรับว่า ยาก จากสองปีที่ผ่านมาทางรัฐบาลขอความร่วมมือมาตลอด โดยหลักควรทำนาปี 1 รอบ นาปรัง 1 รอบ แต่ยังปลูกนาปรังเกินแผนเพราะเห็นว่ามีน้ำผ่านหน้าบ้าน จะต้องทำความเข้าใจกันต่อไปให้รับรู้ถึงสภาพอากาศแปรปรวน ถ้าชาวนาปรับไม่ตัวการปลูกข้าวต่อเนื่องจะเสี่ยงเสียหายมากขึ้น โดยปลูกข้าวนาปี ทั่วประเทศ 58 ล้านไร่ เริ่มปลูกช่วงฤดูฝน จะใช้น้ำฝนเป็นหลัก น้ำจากชลประทาน เป็นตัวเสริม ส่งน้ำให้ในช่วงฝนทิ้งช่วง และเตรียมแปลง