ชาวบ้านจ.ตราดขาดแคลนน้ำ! เร่งนำรถน้ำแจกจ่ายบรรเทาแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261463

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.55 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 พ.อ.กฤษฎิ์ชัย จำนงเนียร ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย มอบนโยบายการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมรถยนต์บรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร ออกแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภค ให้กับบ้านเรือนประชาชน และวัดมะม่วง หมู่ที่ 3 ตำบลนนทรีย์ อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด และในถังเก็บน้ำของวัดที่ได้รับความเดือดร้อน หลังจากเริ่มประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภค

ด้านผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 กล่าวว่า หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 เป็นหน่วยทหารพัฒนา รับผิดชอบพื้นที่อำเภอบ่อไร่ ได้จัดรถบรรทุกน้ำและกำลังพลออกแจกจ่ายน้ำในระยะเริ่มแรกแล้ว พร้อมทั้งมีการประสานไปยังผู้นำหมู่บ้านทุกพื้นที่

 

‘ชัยภูมิ’อ่วมรับวาตภัยอีก1จว. ปภ.ชี้ยังมีลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261452

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.21 น.

(แฟ้มภาพ)

21 มี.ค.60 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ช่วงวันที่ 14 – 21 มี.ค. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 19 จังหวัด 55 อำเภอ 90 ตำบล 331 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และชัยภูมิ ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ขัยนาท และกำแพงเพชร และภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง

นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ระยะนี้ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ปภ. จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

ส.ป.ก.-สพภ.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการวนเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261451

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.18 น.

x

ส.ป.ก. ร่วมกับ สพภ.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การดำเนินโครงการวนเกษตรกิจกรรมป่าครอบครัวในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อการพึ่งพาตนเองและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

21 มี.ค.60 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนิน โครงการวนเกษตรกิจกรรมป่าครอบครัวในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการพึ่งพาตนเองและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

โดยมีนางจุฬารัตน์ นิรัตศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.และนายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการ ส.ป.ก. เป็นตัวแทนร่วมลงนามทั้งสองฝ่าย

การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีความประสงค์จะยกระดับ ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง ส.ป.ก.และ สพภ.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวนเกษตรกิจกรรม ป่าครอบครัว ภายใต้การดำเนินงานของหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นให้เกิดความตระหนักและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดิน การอนุรักษ์และการใช้ ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาวนเกษตรกิจกรรมป่าครอบครัวเพื่อการพึ่งพาตนเอง ด้านความมั่นคงทางชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นในเขตปฏิรูปที่ดิน และเพื่อกระตุ้นทุกภาคส่วนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

ทั้งนี้นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้อย่างชัดเจน โดยจะขยายแนวคิดนี้จัดทำเป็นโครงการนำร่องป่าครอบครัวในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจัดที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งมีบริเวณพื้นที่แนวเขตกันชนติดกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ของ ส.ป.ก. และอยู่ติดกับเขตพื้นที่แนวกันชนป่าอนุรักษ์ร่วมกันดำเนินการป่าครอบครัว เพื่อเป็นแหล่งอาหาร สมุนไพร ไม้ใช้สอย เป็นการลดการพึ่งพาธรรมชาติ ป้องกัน การบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้แต่ละครอบครัว ทำให้มีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้นในบริเวณพื้นที่จัดสรรของ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดสรรพื้นที่ ส.ป.ก. ให้แก่เกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ในปี 2560 จำนวน 3 พื้นที่ ในเขตแนวกันชนป่าอนุรักษ์จังหวัดอุทัยธานี ประกอบด้วย อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก และอำเภอห้วยคต พื้นที่ละ 15 ครัวเรือน รวมเป็น 45 ครอบครัว และจะขยายโครงการฯ ออกไปในพื้นที่จัดสรรของ ส.ป.ก.ที่มีแนวเขตกันชนติดกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่นๆ ต่อไป

อย่างในก็ตามในส่วน ส.ป.ก. มีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินโครงการดังกล่าว คือเสนอชุมชนเป้าหมาย และคัดเลือกสมาชิกป่าครอบครัวเพื่อเข้าร่วมโครงการ ส่งเสริมสนับสนุนให้เครือข่ายป่าครอบครัวจัดทำข้อมูลป่าครอบครัวในแต่ละครัวเรือนรวมทั้งสนับสนุนให้มีการเพาะกล้าไม้ในระดับครัวเรือนและระดับเครือข่าย ประสานงานและสนับสนุนกล้าไม้ที่ไม่สามารถขอรับสนับสนุนจากเครือข่ายอื่นได้และส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งการดำเนินงานของสมาชิกและกลุ่มเครือข่ายพร้อมทั้งให้คำปรึกษา ติดตาม และประเมินผลด้วย

เติมสระน้ำดิบผลิตประปาช่วย7ม. ชาวบ้านวอน!รัฐขุดสระกักเก็บน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261449

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.12 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ได้ปล่อยน้ำ จากอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากผ่านคลองส่งน้ำ คลองซอย ให้ไหลเข้าสระน้ำกลางหมู่บ้าน 7 หมู่บ้าน มีหมู่ 1 ,  2 , 3 , 7 , 11 , 12  และหมู่ 14 ใน ต.กระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ ตามมติของกลุ่มผู้ใช้น้ำ หลังจากผู้นำชุมชน และชาวบ้านได้ร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากสระกลางหมู่บ้าน ที่ใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปา  มีสภาพตื้นเขิน ไม่เพียงพอผลิตประปาจ่ายน้ำให้ราษฎรในหมู่บ้านในช่วงหน้าแล้ง

โดยการปล่อยน้ำเติมสระน้ำดิบกลางหมู่บ้านในครั้งนี้ เป็นมติของกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรทั้ง 7 หมู่บ้าน กว่า 900 ครัวเรือน ได้มีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งนี้ ทั้งยังส่งผลดีให้ชาวบ้านบางส่วนได้มีน้ำปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภค และขายเป็นรายได้เสริมแทนการทำนาปรังอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็ได้เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ ได้เข้ามาสำรวจเพื่อจัดสรรงบประมาณ มาดำเนินการขุดลอกสระกลางหมู่บ้านที่ตื้นเขิน ให้ลึกลงกว่าเดิมเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค และทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

นายประชิด  สาโรจน์   ผู้ใหญ่บ้านบ้านม่วงพัฒนา ม.16  กล่าวว่า ในช่วงหน้าแล้งของทุกปีผู้นำชุมชนต้องทำเรื่องร้องขอน้ำผ่านกลุ่มผู้นำใช้น้ำ เพื่อเสนอให้ทางโครงการชลประทานปล่อยน้ำมาเติมในสระน้ำดิบกลางหมู่บ้าน ที่ใช้ผลิตประปาถึง 2 หมู่บ้าน เพราะน้ำในสระไม่เพียงพอผลิตประปาเนื่องจากสระมีขนาดเล็กและตื้นเขิน บางปีหากฝนมาช้าก็จะขอให้ชลประทานปล่อยน้ำมาเติมถึง 2 ครั้ง จึงจะเพียงพอผลิตประปาจ่ายให้ราษฎรในหมู่บ้านได้ตลอดหน้าแล้ง

จึงอยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาสำรวจและจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการขุดลอกสระกลางหมู่บ้าน ให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้นและเพียงพอผลิตประปาได้ตลอดทั้งปีด้วย

 

สรุปผลกระทบพายุฤดูร้อนถล่ม มหาสารคามเสียหาย5อ.พัง200หลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261431

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 11.01 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสน่ห์ นนทะโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม ได้รายงานสรุปความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดกระหน่ำ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีบ้านเรือนราษฏรได้รับความเสียหายใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอโกสุมพิสัย , กันทรวิชัย , บรบือ , แกดำ และอำเภอเมืองมหาสารคาม มีบ้านเรือนราษฏรได้รับความเสียหาย 277 หลังคาเรือน

โดยเฉพาะที่บ้านของนายวีระศักดิ์ สวัสดิผล อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 3 บ้านเสือกินวัว ต.มิตรภาพ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม แรงลมได้พัดหลังคาโรงเรือนที่ใช้เก็บฟางข้าว ปลิวไปไกลกว่า 50 เมตร ฟางข้าวที่เก็บไว้ใช้เลี้ยงวัวโดยฝนเปียกน้ำทั้งหมด ซึ่งหลังคาบางส่วนได้พัดไปถูกหลังคาที่ต่อเติมยื่นออกมาจากตัวบ้าน ทำให้โครงหลังคาพังลงมาได้รับความเสียหายตามไปด้วย

ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอต่างๆ เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนตามหลักเกณฑ์ ซึ่งหากเกินกำลังความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ให้แจ้งมายังอำเภอเพื่อแจ้งยังจังหวัด ในการดำเนินการช่วยเหลือราษฏรที่ประสบภัยต่อไป

ปภ.เผยผลกระทบวาตภัย19จังหวัด เสียชีวิต3ราย-เร่งเยียวยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261420

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.36 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2560  ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 19 จังหวัด 55 อำเภอ 90 ตำบล 331 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย

โดยทาง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯโดยด่วนแล้ว พร้อมประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เตรียมพร้อมรับมือพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2560 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 19 จังหวัด 55 อำเภอ 90 ตำบล 331 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และชัยภูมิ ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ขัยนาท และกำแพงเพชร และภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลังและมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น

โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือน เป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าระยะนี้ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย

อย่างไรก็ตามประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ชัยนาทแล้งหนักกระทบราคาพืชผัก แตงกวาราคาพุ่งปี้ด!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261416

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.27 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยนาท ที่ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพืชผักในพื้นที่ซึ่งมีป้อนตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาผักสดเริ่มขยับตัวขึ้น

โดยเฉพาะแตงกวาที่ประตัวขึ้นสัปดาห์เดียวถึง 7 บาท ต่อกิโลกรัม จากที่สัปดาห์ก่อนขายราคากิโลกรัมละ18 บาท ปัจจุบันราคาปรับขึ้นไปที่ 25 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งแม่ค้าผักบอกว่าสาเหตุที่แตงกวาขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น มาจากสภาพความแห้งแล้งที่ทำให้แตงกวาติดผลน้อยลง บางส่วนก็เสียหายจากโรคระบาด ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ราคาหน้าสวนปรับขึ้น ราคาขายหน้าแผงจึงขยับตามเช่นกัน

ส่วนผักสดรายการอื่นๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 บาท เช่นกัน โดยกะหล่ำปลีล่าสุดกิโลกรัมละ 20 บาท ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 25 บาท ผักคะน้ากิโลกรัมละ 20 บาท ถัวฝักยาวกิโลกรัมละ 35 บาท และต้นหอมผักชีราคาเท่ากันที่กิโลกรัมละ 60 บาท

อย่างไรก็ตามก็ยังมีแนวโน้มที่ผักสดจะมีการปรับราคาขึ้นได้อีกจากผลกระทบภัยแล้ง

ฟ้าหลังฝน!ชาวนาศรีสะเกษยิ้ม ข้าวนาปรังเขียวขจีหลังพายุถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261415

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.17 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ รายงานอากาศว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกยังคงปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรงได้หลายพื้นที่ ซึ่งคาดว่าสภาพอากาศบริเวณจังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงวันที่ 20 – 21 มีนาคม จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกในระดับบนจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณจังหวัดศรีสะเกษยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

จากที่มีพายุฤดูร้อนพัดถล่มและมีฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินสิ่งของพังเสียหายแล้ว แต่ฝนก็ส่งผลดีต่อพืชผลทางการเกษตรหลายพื้นที่ ทั้งใน อำเภอเมือง พยุห์, ไพรบึง, ขุขันธ์ และอำเภอวังหิน ข้าวนาปรังกลับมาเขียวชอุ่มสดชื่น หลังจากที่เคยขาดน้ำแห้งเหี่ยวเฉา เกือบจะถึงกับยืนต้นตาย ทำเกษตรกรชาวนาชาวสวนดีใจกลับมายิ้มได้อีกครั้ง

ศรีสะเกษ ฝนตกส่งผลดีต่อพืชสวนไร่นา ข้าวนาปรังเขียวขจี หลังจากที่แห้งเหี่ยวมาก่อนหน้านี้

จับตา!สถานการณ์หมอกควัน-ไฟป่า เชียงใหม่ประชุมนายอำเภอ25เขต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261357

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

วันที่ 20 มีนาคม  2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์วอร์รูมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า ของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นท์ กับนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เนื่องจากในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาพบการเผาไหม้เพิ่มขึ้นหลายพื้นที่

ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือเชียงใหม่ แจ้งว่า ทิศทางลมฝ่ายตะวันตกพัดมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประเทศพม่า ซึ่งดาวเทียมตรวจพบจุดเผาไหม้มาก ได้พัดพาหมอกควันสะสมเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 เริ่มเพิ่มสูงขึ้น 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเชียงใหม่ ถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ประกาศช่วง 60 วันห้ามเผา ผ่านมาแล้ว 29 วัน และคาดว่าในช่วงนับจากนี้ไป อุณหภูมิจะเพิ่งสูงขึ้นถึง 40 – 42 องศาเซลเซียส อากาศที่ร้อนอบอ้าว โอกาสเกิดฝนน้อยมาก หากเกิดการเผาไหม้ในพื้นที่ป่าจะรุนแรงมาก จึงจำเป็นต้องทบทวนแนวทางปฏิบัติ  เฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงที่ไม่เกิดการเผาไหม้ช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาให้เข้มงวดเป็นพิเศษ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ทุกหน่วย จัดชุดประชารัฐอำเภอ ตำบล ออกลาดตระเวน สำรวจจุดเสี่ยง ร่วมกับประชาชนในพื้นที่และเข้าดับ โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและเข้มข้น จากนี้ไป จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2560 วันสุดท้ายช่วง 60 วันห้ามเผาของเชียงใหม่ กำลังชุดปฏิบัติการทุกอำเภอทุกหน่วยให้ประจำในพื้นที่ตลอดโดยไม่มีวันหยุด หากมีเหตุจำเป็นจริงๆขอให้มีตัวแทนรับผิดชอบ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าไม่ปกติ จึงพยายามควบคุมสถานการณ์ภายในให้ได้ เพื่อผ่อนเบาหมอกควันจากภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

 

พายุพัดฤดูร้อนถล่ม!ศรีสะเกษ บ้านพังเสียหาย-เสาไฟโค่นล้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261352

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560, 17.40 น.

20 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มจนทำให้บ้านเรือน ยุ้งข้าว คอกสัตว์ เสาไฟฟ้าหักโค่น ได้รับความเสียหาย

ทั้งในพื้นที่บริเวณภายในบริเวณที่ว่าการอำเภอ มีหอประชุมของอำเภอ สถานที่สำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาราศีไศล โรงจอดรถได้รับความเสียหาย และมีต้นไม้โดยรอบหักโคล่น อีกทั้งยังมีอาคาร บ้านเรือน วัด โรงเรียน ในตำบลเมืองคง ตำบลดู่ และตำบลหนองแค ได้รับความเสียหาย และชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 169 ครัวเรือน

ล่าสุดเจ้าหน้าที่อำเภอราษีไศล  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมแล้ว พร้อมกับรีบซ่อมแซมบ้านเรือน  ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป