กำนัน-ผญบ.ไม่สนถูกป้ายสี!หลังค้านบึ้มเขา ลุยร้องจังหวัด-ดันจว.สตูลเป็นอุทยานธรณีโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258447

วันพุธ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.32 น.

1 มี.ค. 60 นางเรียม  พลับใหญ่  ผู้ใหญ่บ้านเขาแดง หมู่ที่ 7 ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า พร้อมสารวัตรกำนัน ตัวแทนลูกบ้านร่วม 10 คน เดินทางขึ้น  สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องเพิ่มเติม ผ่านนางมาลี  ทองเกลี้ยง หน.อุตสาหกรรมจังหวัด  หลังก่อนหน้านี้ได้ยื่นคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองหิน  “เขาลูกเล็ก เขาลูกใหญ่”  ซึ่งเป็นเขตประกาศแหล่งหิน 1- 8 ลูก ของพื้นที่จังหวัดสตูล  โดยทางกลุ่มผู้นำท้องที่  ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และชาวบ้านได้เดินหน้าคัดค้านการเข้ามาขอประทานบัตรเหมืองหินอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการคุกคาม ใส่ร้ายป้ายสี  จนผู้นำท้องที่ต้องถูกออกจากตำแหน่ง
โดยการเดินทางมาในครั้งนี้หลังรับหนังสือ จากบริษัท ที่เข้าทำเหมืองหินว่า ได้นำส่งบทสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ตำบลป่าแก่บ่อหิน อำเภอทุ่งหว้าเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา ทั้งที่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 7 ยังไม่ทราบเรื่องการลงมาสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว และเชื่อว่าเป็นการสำรวจที่มีการหมกเม็ดไม่โปร่งใส  ของนายทุนจึงอยากให้มีการตรวจสอบและยกเลิกการกระทำของบริษัทดังกล่าว
นายสุนทร  เส้นอิ้น  สารวัตรกำนัน ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า บอกว่า หลังการเข้ามาเดินเรื่องของเหมืองหิน มีผลกระทบถึงตนและผู้นำท้องที่ด้วยกัน    มีการว่าร้ายป้ายสีว่ามีการซุกอาวุธสงคราม  มีประวัติค้ายาเสพติด  ถูกค้นบ้านหลายต่อหลายครั้ง เชื่อว่าเป็นผลมาจากการออกมาคัดค้านการทำเหมืองหินนี้อย่างแน่นอน และวันนี้ที่เดินทางมายื่นหนังสือ ต้องการให้มีการยกเลิก และมีการทำประชาพิจารณ์ใหม่ ของบริษัท ทอพ – คลานซันแทนท์ จำกัด ที่ถูกว่าจ้างจาก บริษัทแห่งหนึ่ง  เพราะเชื่อว่าไม่มีความโปร่งใส และไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าไปตั้งเหมืองหิน  และพวกตนก็พร้อมจะต่อสู้เพื่อหมู่บ้าน ที่ไม่ต้องการให้มีการระเบิดเขาลูกเล็ก เขาลูกใหญ่จากหมู่บ้าน
ด้านนางมาลี  ทองเกลี้ยง หน.อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล  หลังรับหนังสือจะรีบดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมกล่าวว่า  เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 การขอทำ EIA หลังการสำรวจแล้ว ซึ่งหากมีการคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งทราบว่าจะมีการเข้ามาสำรวจแหล่งหินของ นักโบราณคดี ในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า ด้วยว่ามีแหล่งหินโบราณ หรือสิ่งล้ำค่าหรือไม่ ส่วนเรื่อง  จ.สตูล เตรียมพร้อมรับ ยูเนสโกในการประกาศให้ จ.สตูล เป็นแหล่งทรัพยากรธรณีโลก กลางปีนี้คงต้องมีการทบทวนอีกครั้ง หลังการประกาศแหล่งเหมืองหินของจังหวัดสตูล
การรุกหนักของนายทุนในการเดินหน้าขอสัมปทานเหมืองหิน ในพื้นที่ จ.สตูลกับภูเขา 8 ลูกที่ถูกประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรม  ทำให้ชาวบ้านที่อยู่รอบภูเขา  3 กลุ่ม ออกมาค้านการระเบิดเขาโต๊ะกรัง  รอยต่อ อ.ควนโดน-อ.ควนกาหลง   คัดค้านระเบิดเขาบังใบ อ.เมือง และ เขาลูกเล็ก เขาลูกใหญ่ อ.ทุ่งหว้า  ได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการอย่างต่อเนื่อง   อีกทั้งเกิดความขัดแย้งกันเองภายในชุมชนถึงบางกลุ่มคน อยากให้เกิดอุตสาหกรรมเหมืองหินในพื้นที่
ในขณะที่นโยบายจังหวัดที่จะผลักดันให้สตูล เป็นอุทยานธรณีโลก หลังพบแหล่งหินโบราณที่ล้ำค่าอยากจะประเมินหลายจุดในพื้นที่ โดยกลางปีนี้ องค์กรยูเนสโก้จะลงพื้นที่ประเมินว่า ควรค่าจะให้เป็นแหล่งอุทยานธรณีโลกหรือไม่  ซึ่งในเรื่องนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน หากภาครัฐ และรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการในการยกเลิกประกาศแหล่งหินทั้ง 8 ลูกให้เป็นพื้นที่ทางทรัพยากรธรณีที่ทรงคุณค่า ก็คงเป็นปัญหาในพื้นที่ที่อยากจะแก้ไขทั้งชาวบ้านและนายทุน
การประกาศเมื่อปี พ.ศ.2539  ต่อเนื่อง 2540 ตามประกาศอุตสาหกรรม  ได้ประกาศให้พื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมสตูลมีด้วยกัน 8 ลูก คือ  1. ภูเขาพลู ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง   2. ภูเขาจำปา  ภูเขาโต๊ะช่าง และภูเขาเณร หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง  3.ภูเขาลูกเล็กลูกใหญ่ ต.ป่าแก่บ่อหิน  อ.ทุ่งหว้า 4.เขาลูกช้าง  โดยเขาโต๊ะกรังเป็นลูกเขาในกลุ่มนี้   ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง   5.เขาวังบุมาก ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง 6.เขาละใบดำ ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง และ7 เขาจุหนุงนุ้ย ต.กำแพง อ.ละงู  และ 8.เขาละมุ ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง

เหนือ-อีสานยังคงอากาศเย็น ส่วนทางภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258435

วันพุธ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

1 มี.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นโดยอุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นปานกลางถึงจัด ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งไปจนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2560

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (1 มี.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ตอนบนอุณหภูมิลดอีก1-3 องศา ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น-คลื่นสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258270

วันอังคาร ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.00 น.

28 ก.พ.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นโดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส และมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณทางตะวันตกของภาคกลาง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ด้านตะวันตกของภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้น หลังจากนั้นอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลงได้อีก สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นปานกลางถึงจัด ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไปจนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2560

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (28 ก.พ.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศา
อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘ซูโม่กิ๊ก’ซัดพวกลอบจับลูกปลาทู ทำแบบนี้ทะเลไทยไม่วอดวายหมดหรือ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258176

วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 14.07 น.

27 ก.พ. 60 จากกรณีที่ “บรรจง นะแส” นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์รูปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว บรรจง นะแส ซึ่งเป็นภาพลูกปลาทูที่ถูกวางจำหน่าย โดยระบุข้อความว่า ดูสิครับท่านอธิบดีกรมประมง ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ นี่คือลูกปลาทูตัวเล็กๆที่ถูกจับขึ้นมาด้วยเรือปั่นไฟ(ที่อ้างว่าจับปลากะตัก) นำมาต้มตากขายกันเกลื่อนที่หัวหิน ถ้าปล่อยให้โตเต็มที่จะมีคุณค่า/มูลค่ามากแค่ไหนครับท่าน พรก.ประมง2559 ม.57ให้อำนาจรมต.เกษตรฯประกาศไม่ให้การจับปลาเศรษฐกิจวัยอ่อน ปลาทูไม่ใช่ปลาเศรษฐกิจเหรอท่าน….ได้แต่บ่นๆว่าปลาทูลดลง ปลาทูหายไป แต่ท่านทำเป็นหูทวนลม/ปิดหูปิดตา ไม่ทำตามอำนาจหน้าที่ หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง???#กรมประมง

ล่าสุด เกียรติ กิจเจริญ หรือ “ซูโม่กิ๊ก” ดารา พิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kiat Kitcharoen ถึงกรณีนี่ว่า  ทุกท่านครับเรื่องนี้ต้องช่วยกันจัดการนะ ต้องรู้เรื่องนะ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย อร่อยดี ไม่ได้นะครับท่าน ทำแบบนี้ทะเลไทยไม่ชิบหายหมดหรือครับ เค้าให้ออกไปจับปลากะตัก ก็จับแต่ปลากะตักสิครับ อย่ามาบอกว่าจน ไม่พอกิน ไม่เอานะครับ… เหลือทรัพยากรไว้ให้ลูกหลานบ้างครับ

ขอบคุณภาพ บรรจง นะแส

ขอบคุณข้อมูลบรรจง นะแส , Kiat Kitcharoen

กรมอุตุฯประกาศ’อากาศแปรปรวน’ฉบับที่22

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258141

วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.10 น.

27 ก.พ.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 22 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่งในระยะแรกบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 27 ก.พ. – 2 มี.ค.60

‘เหนือตอนล่าง-ตอ.-กลาง’มีฝน จากนั้นอุณหภูมิลดลง1-3องศา!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258140

วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.03 น.

27 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 27 ก.พ. – 2 มี.ค.60

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 14-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิลดลง 1-3 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

จนท.ชุดพญาเสือ ตรวจอ่าวต้นไทร เจอรุกป่านับร้อยไร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258130

วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จนท.ชุดพญาเสือตรวจอ่าวต้นไทรเจอรุกป่านับร้อยไร่เอกชนอ้างเช่าต่อ

เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือสนธิกำลังทหาร-ตำรวจ ลุยตรวจ’อ่าวต้นไทร’เมืองกระบี่วันที่2 พบรุกที่ป่าสงวนสร้างรีสอร์ทกว่าร้อยไร่ ผู้ประกอบการไร้เอกสารสิทธิ์ ยังอ้างเช่าต่อมาอีกทอดหนึ่ง

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยาน ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่อ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาอ่าวน้ำเมาและป่าเขาอ่าวนาง เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

ทั้งนี้ จากการตรวจค้น พบมีการบุกรุกปลูกสร้างที่พัก โรงแรมรีสอร์ท สถานประกอบการ นำเที่ยวจำนวนหลายสิบหลัง ในเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีหลักฐานการครอบครอง ขณะที่ผู้ประกอบการอ้างว่าได้เช่าพื้นที่ต่อมาจากผู้ครอบครองอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดพื้นที่ เพื่อให้เจ้าของที่ดินนำหลักฐานมาแสดงและชี้แจงต่อไป

ด้านนายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร  หัวหน้าชุดพญาเสือเปิดเผยว่า  ในการตรวจสอบพื้นที่วันนี้ พบมีพื้นที่บางแปลงได้มีการจับกุมไว้แล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และได้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม บางแปลงเป็นการบุกรุกพื้นที่ใหม่ จากนั้นจะแบ่งเป็นล็อกๆ เพื่อเปิดให้เอกชนผู้ประกอบการเข้ามาเช่าพื้นที่เปิดกิจการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่น้อยกว่า 2 วัน

สำหรับพื้นที่อ่าวต้นไทรนั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม มีโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแง ส่งผลให้ราคาที่ดินสูงถึงไร่ละ 10 ล้านบาท จึงเป็นที่ต้องการของนายทุน ส่วนกรณีการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของผู้นำตำบล ที่ได้มีการจับกุมดำเนินคดีไว้แล้วก่อนหน้านี้ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งที่เป็นตัวแทนเรือโดยสารที่ชุมนุมปิดอ่าวเรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียม เนื่องจากได้มีการ ร้องเรียนจากในพื้นที่

กรมอุตุฯประกาศ’อากาศแปรปรวน’ฉบับที่18

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258020

วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.05 น.

26 ก.พ.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 18 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้ยังคงแผ่ลงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

วันที่ 26 ก.พ.60 ภาคเหนือตอนล่างบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตรและกำแพงเพชร ภาคกลางบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป มีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 26 ก.พ. – 2 มี.ค.60

 

‘เหนือ-อีสาน-ตอ.-กลาง’มีฝน!! จากนั้นอากาศเย็นลง2-4องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/258019

วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 07.59 น.

26 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้ยังคงแผ่ลงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 26 ก.พ. – 2 มี.ค.60

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ร้อย 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 14-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิลดลง 2-4 องศา โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณเลย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เตือน33จว.รับมืออากาศแปรปรวน เจอแน่ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/257915

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.39 น.

ปภ.เตือน 33 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน ช่วงวันที่ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2560

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 33 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2560 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที รวมถึงตรวจสอบสิ่งก่อสร้างและป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมถนนและในพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันอันตรายจากการล้มทับในช่วงที่มีลมกระโชกแรง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศ กับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส ซึ่งมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ภาคกลาง บริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 ภาคเหนือตอนล่างบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และพิจิตร ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสาน 33 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ชัยภูมิ และศรีสะเกษ ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร กาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม นครนายก และกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน

โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการระงับเหตุทันทีที่เกิดภัย รวมถึงตรวจสอบสิ่งก่อสร้างในพื้นที่สาธารณะและป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่ง กิ่งไม้บริเวณริมถนนและในพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันอันตรายจากการล้มทับ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยดำเนินการผ่านวิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวี และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์

ด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ส่วนเกษตรกรควรจัดทำ ที่กำบังปกคลุมพืชผลการเกษตร เพื่อป้องกันผลผลิตได้รับความเสียหายจากลมพัดแรง ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสภาพอากาศแปรปรวนและลมพัดแรง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป