‘เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก’ อากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256398

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.11 น.

14 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกและคลื่นลมมีกำลังแรง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 14 – 16 ก.พ.60

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 19-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ จ.ชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ไทยถกนานาชาติพัฒนาเมืองยั่งยืน ชูโมเดล”เทศบาลสิ่งแวดล้อม”สู่ระดับอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256322

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 12.36 น.

ทส.จัดเวทีสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออก เรื่องเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ครั้งที่ 8 ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญอาเซียน+8 ดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่การปฏิบัติจริง พร้อมนำเสนอ “โมเดลเทศบาลสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” โชว์ความสำเร็จสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงท้องถิ่น เพื่อผลักดันสู่ระดับอาเซียน 
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในนามรัฐบาลไทย ร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออก เรื่องเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ครั้งที่ 8 (The 8th East Asia Summit High-Level Seminar on Environment Sustainable Cities) ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน รีสอร์ท จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และอาเซียน +8 (ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา) รวมทั้งเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2030 ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่วต่อว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ด้านงานพัฒนาเมืองจากหน่วยงานภาครัฐด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศในภูมิภาคอาเซียน+8 ผู้แทนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมกว่า 200 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในประเด็นต่างๆ อาทิ การบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง, การจัดการสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษเมือง, การจัดการข้อมูลเพื่อประเมินการพัฒนาเมืองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีในอนาคต
“ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นวาระสำคัญที่สหประชาชาติต้องการให้ทั่วโลกร่วมกันผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่รัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด โดยมีการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอย่างชัดเจน รวมทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ก็ได้กำหนดเป้าหมายให้มีเมืองศูนย์กลางของจังหวัด 1 จังหวัด 1 เมืองน่าอยู่ นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ผลักดันการขับเคลื่อนโครงการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน (Green City) ในระดับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำบทเรียนของชาติต่างๆ มาปรับใช้ในการพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนของเราต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การแปลงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal; SDGs) ไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับประเทศและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยตลอด 3 วันของการประชุมจะมีการอภิปราย เสวนา และนำเสนอกรณีศึกษาของประเทศต่างๆ ก่อนมาร่วมสรุปในวันสุดท้ายว่าในปีนี้มีโมเดลอะไรที่สำคัญเพื่อร่วมขับเคลื่อนในอนาคต ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีย่อยของอาเซียน ซึ่งผลที่ออกมาจะถูกนำไปผลักดันเข้าหารือในที่ประชุมใหญ่ของกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป
โดยในส่วนของประเทศไทย ได้นำเสนอบทเรียนการทำงานเรื่องเทศบาลสิ่งแวดล้อมยั่งยืนเพื่อนำเสนอภาพรวมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายประเทศยังไม่สามารถทำได้ หรือมองไม่เห็นเรื่องนี้แต่เราได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จ โดยจะให้เทศบาลที่ได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ มานำเสนอภาพการทำงานตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับท้องถิ่น ชุมชน และประชาชน ว่ามีกระบวนการทำงานที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกันอย่างไร ซึ่งนี่ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ในเรื่องเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การผลักดันในระดับอาเซียนต่อไป
พื้นที่เทศบาลนครเชียงรายซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ มีองค์ความรู้และบทเรียนในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนตามกระบวนการดังกล่าวได้อย่างประสบความสำเร็จ กระทั่งปีที่ผ่านมาได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนต้นแบบอันดับที่ 1 ของประเทศและในระดับอาเซียน ดังนั้นนอกจากการประชุมบนเวทีใหญ่แล้ว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังได้จัดให้มีการศึกษาดูงานนอกสถานที่ อาทิ การศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศพื้นที่ชุมน้ำ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และแหล่งเรียนรู้ความมั่นคงทางอาหาร รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ (รูปแบบชุมชนจำลอง) และการศึกษาดูงานชุมชนปลอดขยะ หมู่ 11 บ้านศรีนคร เทศบาลตำบลโรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไปเป็นกรณีศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลการส่งเสริมเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและอาเซียนได้ต่อไป

ไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็น ทะเลอ่าวไทยคลื่นสูง2-3เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256312

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.24 น.

13 ก.พ.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกและคลื่นลมมีกำลังแรง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวในช่วงวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2560 มีอากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิจะลดลงได้อีกเล็กน้อย กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์ 2560

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (13 ก.พ.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-13 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 18-19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่ จ.ชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

อุตุฯเตือนอากาศแปรปรวนฉบับ17 ส่งผลไทยตอนบนเย็นลง2-4องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256223

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.20 น.

12 ก.พ.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 17 แจ้งว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงระหว่างวันที่ 12 – 14 ก.พ.60 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิลดลงได้อีก 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 12 – 16 ก.พ.60

 

‘เหนือ-อีสาน-กลาง-ตอ.’อากาศเย็น! ‘กทม.-ปริมณฑล’อุณหภูมิลด1-3องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256222

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.13 น.

12 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวในช่วงวันที่ 12 – 14 ก.พ.60 มีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2 – 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 12 – 16 ก.พ.60

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ จ.ชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

หนาวจัด-ลมพัดแรง อุตุเตือนเหนือ-อีสาน บุรีรัมย์ลดฮวบ3องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256213

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 14 โดยระบุว่า บริเวณ

ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ และได้แผ่เข้าปกคลุมภาคเหนือแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ระหว่างวันที่ 11-14 ก.พ. 2560 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิลดลงได้อีก 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังเผยแพร่รายงานพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่าง 11-17 ก.พ. 2560 โดยวันที่ 11-15 ก.พ. 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และลมแรง ส่วนในวันที่ 16-17 ก.พ. 2560 บริเวณความกดอากาศสูงจะมีกำลังอ่อนลงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า

เช้าตรู่วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดสภาพอากาศแปรปรวนอุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 16 องศาเซลเซียส จากวันก่อนหน้าอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส หรือลดลงวันเดียวถึง 3 องศาเซลเซียส ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านตราดตรวน หมู่ 4 ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ต้องออกมานั่งก่อไฟผิงหน้าบ้าน หรือต้มน้ำอุ่นๆดื่ม เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ขณะที่ผู้สูงอายุบางคนก็นั่งผิงแดด และเดินออกกำลังกายในหมู่บ้านเพื่อคลายความหนาวเย็นเช่นกัน

นางอัญชลี ศรีสุวรรณ อายุ 55 ปี และ นางสิงห์มุเนียงรัมย์ อายุ 80 ปี ชาวบ้านตาดตรวน ม.4 ต.ชุมเห็ด อ.เมือง บอกตรงกันว่า หลังจากสภาพอากาศได้หนาวเย็นลงฉับพลัน จึงต้องพากันออกมานั่งก่อไฟผิงในตอนเช้าเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่ช่วงเย็นหรือค่ำไม่สามารถก่อไฟผิงได้เพราะเกรงจะเสี่ยงเกิดไฟไหม้ จึงใช้วิธีต้มน้ำอุ่นอาบ เพื่อคลายความหนาวเย็น แต่สภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงนี้ก็มีเด็ก คนชรา และผู้พิการในหมู่บ้าน เริ่มเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดหลายรายแล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางดึก พ.ต.ท.ถนอม ศิริโรจน์ธนสาร รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมพระวีรยุทธ ชานนท์ อายุ 53 ปี พระลูกวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขต อ.ตระการพืชผล หลังมีชาวบ้านแจ้งว่าพบพระดื่มเหล้าเมาโวยวายเสียงดัง ภายในบริเวณงานบุญนมัสการพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดบ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล

ตรวจค้นภายในย่ามพบเหล้าขาวบรรจุขวดพลาสติก สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรโรงพยาบาล ซึ่ง พระวีรยุทธ ยอมรับว่าดื่มเหล้าจริงเพราะทนอากาศหนาวไม่ไหว อีกทั้งยังเกิดความเครียดเพราะคิดถึงครอบครัว เนื่องจากมาบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อกับแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว เดิมตั้งใจว่าจะบวชให้ครบ 15 วัน โดยหลังวันมาฆบูชาจะลาสิกขากลับไปอยู่บ้าน แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ตำรวจจึงพา พระวีรยุทธ ไปให้พระผู้ใหญ่ทำการสึก

อีสาน-กลาง-ตอ.อุณหภูมิลดลง ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น-คลื่นลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256129

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.24 น.

11 ก.พ.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว และจะแผ่เข้าปกคลุมภาคเหนือ ในวันนี้ (11 ก.พ.60) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2560 จะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11-16 กุมภาพันธ์ 2560

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (11 ก.พ.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว และมีลมแรง
อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-13 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น และมีลมแรง
อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น และมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็นกับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่ จ.ชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ปภ.แนะประชาชนรู้จักป้องกัน พร้อมรับมือภัยพิบัติริมชายทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256085

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 17.44 น.

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ผู้ประกอบการเรือโดยสาร และผู้ประกอบการทางน้ำ เตรียมรับมือคลื่นลมแรงซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงวันที่ 10 – 16 ก.พ.60 โดยติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ภัยอยู่เสมอ พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด จัดเตรียมสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็น ในช่วงที่เกิดคลื่นลมแรง ควรออกให้ห่างจากพื้นที่ชายฝั่งทะเล หลีกเลี่ยงประกอบกิจกรรมทางทะเล เพิ่มความระมัดระวัง ในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายจากคลื่นลมแรงได้

10 ก.พ.60 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการติดตามลักษณะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 10 – 16 ก.พ.60 คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2–3 เมตร อาจทำให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือได้ เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  ขอแนะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แนวชายฝั่งทะเล ผู้ประกอบการเรือโดยสาร และผู้ประกอบการทางน้ำเตรียมพร้อมรับมือคลื่นลมแรง โดยปฏิบัติ ดังนี้

ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ภัยอยู่เสมอ โดยรับฟังพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด จัดเตรียมสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็นไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น อาหารแห้ง น้ำสะอาด ยารักษาโรค ไฟฉาย วิทยุ นกหวีด เชือก เอกสารสำคัญต่างๆ เป็นต้น เมื่อเกิดคลื่นลมแรงควรออกให้ห่างจากชายฝั่งทะเล โดยอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยหรือหลบพายุลมแรงในอาคารที่มั่นคงแข็งแรง ห้ามกลับเข้ามาบริเวณชายฝั่งทะเลจนกว่า จะมีการยกเลิกประกาศเตือนภัย หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมทางทะเล เช่น เล่นน้ำ ดำน้ำ เจ็ตสกี เป็นต้น เพราะในช่วง ที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูง ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยเฉพาะเรือขนาดเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ เนื่องจากทะเลมีคลื่นสูงและลมแรง อาจทำให้เรือล่มได้ นำเรือหลบคลื่นในบริเวณที่อับลมหรือที่ปลอดภัย จากนั้นให้ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดหรือจุดที่เรือลอย ลักษณะเรือ จำนวนผู้โดยสาร เพื่อประโยชน์ต่อการให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้ การติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ และการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายจากคลื่นลมแรง

ไทยถกนานาชาติพัฒนาเมืองยั่งยืน ชูโมเดล”เทศบาลสิ่งแวดล้อม”สู่ระดับอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/256076

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 17.34 น.

ทส.เปิดสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออก เรื่องเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ครั้งที่ 8 ระดมผู้เชี่ยวชาญทั่วเอเซียตะวันออกและกลุ่มอาเซียน+8 ดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมนำเสนอ “โมเดลเทศบาลสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” โชว์ความสำเร็จสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงท้องถิ่น ชุมชน และประชาชน เพื่อผลักดันสู่ระดับอาเซียน ย้ำเป็น “จิ๊กซอว์” สำคัญที่ช่วยตอบโจทย์การพัฒนายั่งยืน
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในนามรัฐบาลไทย ร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออก เรื่องเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ครั้งที่ 8 (The 8th East Asia Summit High-Level Seminar on Environment Sustainable Cities) ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน รีสอร์ท จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และอาเซียน +8 (ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา) รวมทั้งเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2030 ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่วต่อว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ด้านงานพัฒนาเมืองจากหน่วยงานภาครัฐด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศในภูมิภาคอาเซียน+8 ผู้แทนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมกว่า 200 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในประเด็นต่างๆ อาทิ การบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง, การจัดการสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษเมือง, การจัดการข้อมูลเพื่อประเมินการพัฒนาเมืองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนของประเทศไทยได้เป็นอย่างดีในอนาคต
“ประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นวาระสำคัญที่สหประชาชาติต้องการให้ทั่วโลกร่วมกันผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่รัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด โดยมีการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอย่างชัดเจน รวมทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ก็ได้กำหนดเป้าหมายให้มีเมืองศูนย์กลางของจังหวัด 1 จังหวัด 1 เมืองน่าอยู่ นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ผลักดันการขับเคลื่อนโครงการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน (Green City) ในระดับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำบทเรียนของชาติต่างๆ มาปรับใช้ในการพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนของเราต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การแปลงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal; SDGs) ไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับประเทศและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยตลอด 3 วันของการประชุมจะมีการอภิปราย เสวนา และนำเสนอกรณีศึกษาของประเทศต่างๆ ก่อนมาร่วมสรุปในวันสุดท้ายว่าในปีนี้มีโมเดลอะไรที่สำคัญเพื่อร่วมขับเคลื่อนในอนาคต ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเวทีย่อยของอาเซียน ซึ่งผลที่ออกมาจะถูกนำไปผลักดันเข้าหารือในที่ประชุมใหญ่ของกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป
โดยในส่วนของประเทศไทย ได้นำเสนอบทเรียนการทำงานเรื่องเทศบาลสิ่งแวดล้อมยั่งยืนเพื่อนำเสนอภาพรวมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายประเทศยังไม่สามารถทำได้ หรือมองไม่เห็นเรื่องนี้แต่เราได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จ โดยจะให้เทศบาลที่ได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ มานำเสนอภาพการทำงานตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับท้องถิ่น ชุมชน และประชาชน ว่ามีกระบวนการทำงานที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกันอย่างไร ซึ่งนี่ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ในเรื่องเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่การผลักดันในระดับอาเซียนต่อไป
พื้นที่เทศบาลนครเชียงรายซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ มีองค์ความรู้และบทเรียนในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนตามกระบวนการดังกล่าวได้อย่างประสบความสำเร็จ กระทั่งปีที่ผ่านมาได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนต้นแบบอันดับที่ 1 ของประเทศและในระดับอาเซียน ดังนั้นนอกจากการประชุมบนเวทีใหญ่แล้ว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังได้จัดให้มีการศึกษาดูงานนอกสถานที่ อาทิ การศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศพื้นที่ชุมน้ำ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และแหล่งเรียนรู้ความมั่นคงทางอาหาร รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ (รูปแบบชุมชนจำลอง) และการศึกษาดูงานชุมชนปลอดขยะ หมู่ 11 บ้านศรีนคร เทศบาลตำบลโรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไปเป็นกรณีศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลการส่งเสริมเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและอาเซียนได้ต่อไป

อุตุฯเตือนอากาศแปรปรวนฉบับ9 ‘อีสาน’ฝนฟ้าคะนอง-อุณหภูมิลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255995

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.17 น.

10 ก.พ.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 9 แจ้งว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้แล้ว ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับผลกระทบก่อนภาคอื่นๆ โดยในช่วงวันที่ 10 – 11 ก.พ.60 จะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4 – 8 องศาเซลเซียส

ส่วนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.พ.60 โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในระยะแรก จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพ เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 10 – 12 ก.พ.60 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 10 – 16 ก.พ.60