อีสาน-กลาง-ตอ.ฟ้าคะนองบางแห่ง จากนั้นอุณหภูมิลด4-8องศา!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255994

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.04 น.

10 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 4 – 8 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10 – 15 ก.พ.60 ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและอุณหภูมิจะลดลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็นกับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘ประมง’ดีเดย์14กพ.ปิดอ่าวไทย สั่งเข้มเรือทำผิดกฎหมาย-อนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255949

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงเตรียมจัดพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ในฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อนฝั่งทะเลอ่าวไทย (ปิดอ่าว) ประจำปี 2560 (วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2560 รวม 3 เดือน) พื้นที่ประมาณ 26,400 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิด ที่อาจส่งผลต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์และสัตว์น้ำวัยอ่อนในท้องทะเลอ่าวไทย โดยเฉพาะ“ปลาทู” ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าและความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศที่จำเป็นจะต้องดูแลรักษาทรัพยากรเหล่านี้ให้มีอยู่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในการตรวจตราและเฝ้าระวังการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) อย่างเข้มข้นขณะนี้มีการทำแผนลาดตระเวนอย่างละเอียดในทุกพื้นที่ปิดอ่าวฯ และจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยทะเล เขต 1 (ระยอง) เขต 2 (สงขลา) พร้อมบูรณาการร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) ซึ่งประกอบด้วย 6 หน่วยงาน คือ กรมประมง กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมศุลกากร ในการตรวจตราเฝ้าระวังอย่างเต็มกำลังและเพิ่มความถี่ในการตรวจ พร้อมใช้ระบบเทคโนโลยี VMS ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์แจ้งเข้า-ออกเรือประมง( PIPO) ในการเฝ้าระวัง ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะเข้าจับกุมทันที นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายต่างๆ อาทิ ประมงอาสา ฅนเฝ้าทะเล ยุวประมง ฯลฯ ในการช่วยเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นผลพวงของความสำเร็จจากการปลูกจิตสำนึกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความตระหนัก รักและหวงแหนในทรัพยากรพื้นถิ่นของตน

สำหรับมาตรการปิดอ่าวไทย เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ถือเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน ที่กรมประมงได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2496 ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานถึง 64 ปี และได้มีการปรับปรุงแก้ไขประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หลายฉบับเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาวะทรัพยากรที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ จากข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่า ในท้องทะเลบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรและสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงเวลาที่พ่อ-แม่พันธุ์สัตว์น้ำมีความสมบูรณ์เพศสูงและพร้อมที่จะวางไข่ ดังเห็นได้จากการเก็บข้อมูลจำนวนประชากรสัตว์น้ำเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปลาทูพบว่าหลังเปิดอ่าวไทย มีปริมาณการจับจำนวน 38,695.84 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนมาตรการปิดอ่าวถึง 29,765 ตัน หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ 3.3 เท่า จึงแสดงให้เห็นว่ามาตรการปิดอ่าวฯ สามารถสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องทะเลให้คืนกลับมาได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้ชาวประมงมีรายได้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดี อีกทั้งประชาชนคนไทยได้มีสัตว์น้ำบริโภคตลอดไป

สำหรับปี 2560 กรมประมงได้กำหนดจัดพิธีประกาศปิดอ่าวฝั่งทะเลอ่าวไทย ในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ทุกท่านไปร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว สุดท้ายนี้ ฝากถึงพี่น้องชาวประมงขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง ส่วนทางภาคใต้ยังคงมีฝนน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255850

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.00 น.

9 ก.พ.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนบางแห่งกับมีลมแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงและระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนน้อยอีก 1 วัน

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงได้แผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (9 ก.พ. 60) ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(9 ก.พ.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส
ลมเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย กับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็น
อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน
อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น!! ภาคใต้มีฝนเล็กน้อยในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255706

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.05 น.

8 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่งในระยะนี้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 9 – 15 ก.พ.60 จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกเพิ่มมากขึ้น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้

ในช่วงวันที่ 9 – 15 ก.พ.60 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็น โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สส.เปิดเวทีขับเคลื่อนกลไกประชารัฐ พัฒนาเมืองน่าอยู่ สู่เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255698

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 20.46 น.

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนายั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ดำเนินโครงการเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับASEAN Secretariat, IGES และ JAIF พร้อมกับเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาระดับสูงเอเซียตะวันออก เรื่อง เมืองที่ยั่งยืน ครั้งที่ 8(The 8thEast Asia Summit High Level Seminar on Sustainable Cities) ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองและผู้แทนหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมทั่วภูมิภาคอาเซียน +8 ร่วมแลกเปลี่ยนระสบการณ์ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนายั่งยืน ตอบสนองวิสัยทัศน์ “อาเซียน 2030” อย่างเป็นรูปธรรมระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย
นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญการพัฒนาเมืองที่มุ่งสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในระดับสากล โดยบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ได้กำหนดเป้าหมายให้มีเมืองศูนย์กลางของจังหวัด (1 จังหวัด 1 เมืองหน้าอยู่) ให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน (Green City) สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่
“ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ดำเนินงานโครงการเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ร่วมกับ ASEAN Secretariat, Institute Global Environmental Strategies (IGES) และ Japan –ASEAN Integrated Fund (JAIF)และได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักในนามรัฐบาลไทยดำเนินการจัดการสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออก เรื่อง เมืองยั่งยืน ครั้งที่ 8 (The 8th East Asia Summit High-Level Seminar on Sustainable Cities) ในระหว่างวันที่ 8- 10 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรม เลอเมอริเดียนเชียงรายรีสอร์ท จังหวัดเชียงรายโดยการประชุมดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ในปี 2551 เห็นชอบร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนภายใต้ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การสร้างเสริมศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืน และการจัดรางวัลสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างยั่งยืน”
“ปีนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 8 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพร่วมจัด “การสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออกเรื่องเมืองยั่งยืน” ครั้งที่ 8 (The 8th East Asia Summit High-Level Seminar on  Sustainable Cities) และขยายขอบเขตประเด็นการขับเคลื่อนไปสู่ภาคีในกลุ่มอาเซียน +8 (ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ รัสเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา) โดยการประชุมครั้งมีสาระสำคัญ คือ การแปลงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SustainableDevelopment Goal; SDGs) ไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับประเทศและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่างๆ เช่นการบูรณาการ SDGs กับนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง, การจัดการสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษเมือง, การจัดการข้อมูลเพื่อการประเมินการพัฒนาเมืองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, การรองรับและปรับตัวต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น“
นายสากล กล่าวอีกว่า การสัมมนาระดับสูงเอเชียตะวันออกเรื่องเมืองยั่งยืนครั้งที่ 8 จะเป็นเวทีที่ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียน ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน+8 ผู้แทนจากชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเอกชน และสถาบันการศึกษากว่า 200 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จริงในการดำเนินงานด้านการพัฒนาเมือง มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และบทเรียนผ่านกระบวนการอภิปราย เสวานา และนำเสนอกรณีศึกษา ตลอด 3 วันของการประชุม
นอกจากนี้ยังมีการจัดการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ประกอบด้วย ทัศนศึกษาพื้นที่เทศบาลนครเชียงราย,การศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม อาคารเทิดพระเกียรติเทศบาลนครเชียงราย-วัดร่องขุน, การศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศพื้นที่ชุมน้ำ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และแหล่งเรียนรู้ความมั่นคงทางอาหาร รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ (รูปแบบชุมชนจำลอง) และการศึกษาดูงานชุมชนปลอดขยะ หมู่ 11 บ้านศรีนคร เทศบาลตำบลโรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย
“การจัดประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญ คือ การมุ่งสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงานจริงในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเมืองในทิศทางที่สอดคล้องกันภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการเผยแพร่แบบอย่างการดำเนินงานสร้างแรงจูงใจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ พร้อมกับสร้างเครือข่ายความร่วมระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีร่วมมือต่างๆ รวมทั้งเพื่อนำเสนอประเด็นและข้อเสนอด้านความร่วมมือสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2030 และพัฒนาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป ซึ่งทั้งหมดได้อยู่ทิศทางและแผนการดำเนินงานของรัฐบาล” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว

แชร์ว่อน!กองขยะลอยเกลื่อนอ่าวไทย ด้วยฝีมือมนุษย์มักง่ายไร้จิตสำนึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255583

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 13.49 น.


7 ก.พ. 60 บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ส่งต่อภาพขยะกองโตลอยอยู่บนทะเลอ่ายไทย จนทำให้มีเสียงพิพากษ์วิจารณ์ตามมากมาย หลังจากมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ป๊ะป๋า วงเวียน ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความที่มีขยะกองโตลอยเกลื่อนอยู่กลางทะเลอ่าวไทยที่ปากน้ำชุมพร จ.ชุมพร โดยระบุข้อความว่า  ขยะจากไอพวกมักง่ายเต็มกลางทะเลอ่าวไทยเลย

ทั้งนี้หลังจากที่ภาพำได้ถูกเผยแพร่ไปนั้น ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างให้ความเห็นตรงกัน คือตำหนิถึงการกระทำไร้จิตสำนึกส่งผลให้เกิดภาพไม่ชวนมอง พร้อมทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามต้องมาเสียหายถูกทำลาย

ขอบคุณข้อมูล ภาพ :  ป๊ะป๋า วงเวียน

 

ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น!! ใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่งระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255554

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.13 น.

7 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น และระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่งในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 12-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็น โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เดินเครื่องสางน้ำท่วม‘สุโขทัย’ กรมชลขยายความจุคลองชักน้ำ-เพิ่มอัตราการระบาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255491

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายอาจิตร์ สุวานิชวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน เตรียมศึกษา สำรวจ และออกแบบ โครงการปรับปรุงคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวาตลอดความยาวประมาณ 44 กิโลเมตร ตั้งแต่สนามบินสุโขทัย ถึงประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ให้สามารถระบายน้ำได้ 100 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที จากปัจจุบันที่สามารถรับและระบายน้ำได้เพียง 20 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากในเขตเศรษฐกิจเมืองสุโขทัย

สำหรับสาเหตุการเกิดอุทกภัย มาจากน้ำในแม่น้ำยมไหลเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลำน้ำแคบ โดยเฉพาะบริเวณเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย สามารถรองรับน้ำได้เพียง 550 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Y.14 อ.ศรีสัชนาลัย ก่อนไหลเข้าสู่เขตเทศบาลมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 1,100 ลบ.ม.ต่อวินาที และจากสถิติในรอบ 50 ปี พบว่าปริมาณน้ำที่วัดได้เกิน 1,250 ลบ.ม.ต่อวินาที ถึง 35 ครั้ง โดยปี 2559 มีปริมาณน้ำสูงสุด 1,048 ลบ.ม.ต่อวินาที

สำหรับการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา จะทำการตัดยอดน้ำจากลุ่มน้ำยมตอนบน ด้วยการระบายน้ำเข้าพื้นที่ฝั่งซ้ายผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาทในอัตรา 250 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อมาลงที่คลองยม–น่าน 100 ลบ.ม.ต่อวินาที และลงแม่น้ำยมสายเก่าในอัตรา 150 ลบ.ม.ต่อวินาที และก่อนน้ำเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัย มีการผันน้ำสู่คลองธรรมชาติฝั่งซ้ายและขวาเพื่อเก็บกักในแก้มลิงและทุ่งรับน้ำ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที

นอกจากนี้ ยังได้ทำการระบายน้ำเข้าพื้นที่ฝั่งขวาโดยใช้ประตูระบายน้ำคลองน้ำโจนที่บริเวณปากคลองชักน้ำ แม่น้ำยมฝั่งขวา แต่สามารถรับน้ำได้เพียง 20 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่านั้น จึงจำเป็นจะต้องดำเนินการปรับปรุงคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวาให้สามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 100 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้ง ปรับปรุงคลองธรรมชาติให้สามารถตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่เทศบาลเมืองได้ 250 ลบ.ม.ต่อวินาที

สำหรับในระยะยาว กรมชลประทานมีแผนงานที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำฝั่งซ้าย โดยปรับปรุงคลองหกบาทให้สามารถรับน้ำได้ 350 ลบ.ม.ต่อวินาที ปรับปรุงคลองยม-น่านให้สามารถรับน้ำได้ 150 ลบ.ม.ต่อวินาทีและปรับปรุงแม่น้ำยมสายเก่าให้สามารถรับน้ำได้ 200 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งหากโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จ จะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ถึง 1,150 ลบ.ม.ต่อวินาที บรรเทาปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย และยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อช่วยพื้นที่การเกษตรฝั่งขวาแม่น้ำยมอีกประมาณ 35,000 ไร่” นายอาจิตร์ กล่าวในที่สุด

ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น!! ภาคใต้มีฝนบางพื้นที่ในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255396

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 08.05 น.

6 ก.พ.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีหมอกในตอนเช้า ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างต่อเนื่องไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนบางพื้นที่ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีกระแสลมตะวันตกในระดับสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 11-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากจังหวัดกระบี่ ตรังและสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

บ่มเพาะเยาวชน‘โคนม’ยุคใหม่ อสค.ต่อยอดลุยสถานศึกษาสานอาชีพพระราชทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/255350

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ปี 2560 อ.ส.ค. มีแผนดำเนินโครงการสืบสานอาชีพพระราชทานการเลี้ยงโคนม เพื่อต่อยอดโครงการบ่มเพาะเยาวชนโคนมยุคใหม่ โดยคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจาก 6 โรงเรียนในทุกภูมิภาค มาเรียนรู้การเลี้ยงโคนมที่ถูกต้องกับ อ.ส.ค. ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การเลี้ยงโคนมทุกระยะ การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงกระบวนการแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม เพื่อปลูกฝังและกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ขณะเดียวกัน ยังได้ขยายผลโครงการส่งเสริมความรู้ด้านการเลี้ยงโคนมในสถานศึกษา โดยเฉพาะ โรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคม จ.สระบุรี ซึ่งอยู่ในแหล่งที่มีการเลี้ยงโคนมมากที่สุดของประเทศ โดยอ.ส.ค.ได้นำความรู้การเลี้ยงโคนมไปจัดเป็นการเรียนการสอนในวิชาเลือกของนักเรียนระดับ ม.5 ปีละ 1 รุ่น รุ่นละ 30-40 คน รองรับการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนมและสถานประกอบการโคนมในพื้นที่

นอกจากนั้น อ.ส.ค. ยังเร่งสานต่อโครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ในสถานศึกษา โดยดำเนินการในโรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคม ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านการตรวจคุณภาพนมเข้าไปจัดการเรียนการสอนนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เป้าหมายปีละ 1 รุ่น รุ่นละ 40-50 คน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบ และมีทักษะการตรวจคุณภาพน้ำนมดิบที่ถูกต้อง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเอง ให้ได้ผลผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพดีและเป็นไปตามมาตรฐาน

“อ.ส.ค.ได้ดำเนินโครงการบ่มเพาะเยาวชนโคนมยุคใหม่ โครงการส่งเสริมความรู้ด้านการเลี้ยงโคนมและโครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ในสถานศึกษา อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 7-8 ปีแล้ว โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกว่า 41 โรงเรียน นักเรียนประมาณ 1,600-2,000 คน ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้คงอยู่ และเป็นพลังขับเคลื่อนพัฒนาอุตสาหกรรมนมไทยในอนาคตต่อไป” ผอ.อ.ส.ค.กล่าว