ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/252258
วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

น้ำท่วมใต้เริ่มคลี่คลาย “ร.10” รับสั่งดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด ขณะที่ “บิ๊กป๊อก” ไม่วางใจ สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 15-16 ม.ค.นี้ ด้านรัฐบาลเตรียมเปิด“สายตรง” รับบริจาคช่วยผู้ปสบภัยวันอาทิตย์นี้
วันที่ 12 มกราคา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ กปช. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า หลายจังหวัดดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ยังคงต้องเฝ้าระมัดระวังต่อไป
เตือนตาฝนรอบใหม่15-16มค.
ทั้งนี้ได้สั่งการ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเตือนทุกจังหวัดให้เตรียมการรับมือกับฝนรอบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม ตามที่กรมอุตินิยมวิทยาได้แจ้งเตือน โดยเฉพาะการย้ำให้ประชาชนเก็บข้าวของไว้ที่สูง และประสานกับ กทม. ให้เตรียมรับปริมาณน้ำระลอกใหม่อาจจะเกิดขึ้นเอาไว้เช่นกันด้วย เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้แจ้งเตือนว่าอาจเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลด้วยเช่นกัน
ชี้มี3จังหวัดยังอ่วมหนัก
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่ แต่ยังมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง อาทิ จ.นครศรีธรรมราช 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปากพนัง และอ.หัวไทร จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี โดยน้ำจะไหลจาก อ.พระแสง มารวมกันที่ อ.เคียนซา คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงสุดในบ่าย จากนั้นน้ำจะไหลมาที่ อ.พุนพิน อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนไหลออกสู่ทะเล คาดจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน จ.พัทลุง บริเวณริมทะเลสาบสงขลา ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง อ.เขาชัยสน อ.ควนขนุน และอ.ปากพยูน

เตือนฝนใหม่-เร่งดันพร่องน้ำ
อีกทั้งจากการติดตามสภาพอากาศ ระยะนี้พื้นที่ภาคใต้เริ่มมีฝนลดลง โดยหลังจากวันที่ 15 มกราคม ภาคใต้จะกลับมามีฝนตกอีกครั้งในลักษณะของฝนตกตามฤดูกาล จะไม่ตกหนักเหมือนช่วงที่ผ่านมา ช่วง 2-3 วันนี้ จึงเป็นช่วงที่ต้องเร่งผลักดันน้ำและพร่องน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำ ที่คาดว่าจะมีน้ำไหลเข้ามาสมทบ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว
ร.10รับสั่งดูแลให้ดีที่สุด
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ รองผบ.บกปภ.ช. กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนอย่างดีที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและมิให้ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
อีกทั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีฝากขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่และกำชับให้ทุกจังหวัดตรวจสอบพื้นที่ในความรับผิดชอบ อีกครั้งโดยเฉพาะจุดวิกฤต ที่อาจมีประชาชนตกค้างและรอการช่วยเหลือจากภาครัฐและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลวางแผนแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ในเบื้องต้น
ปภ.เผยยอดเสียชีวิตพุ่ง36ศพ
ด้าน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยทางภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัดประชาชนได้รับผลกระทบ 403,478 ครัวเรือน 1,206,939 คน ผู้เสียชีวิต 36 ราย สูญหาย 1 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 17 แห่ง ถนน 592 จุด คอสะพาน 106 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัดคือยะลา ระนอง ปัตตานีและนราธิวาส ยังคงท่วม 8 จังหวัดได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชชุมพร กระบี่ และ ประจวบคีรีขันธ์ รวม 74 อำเภอ431 ตำบล 3,343 หมู่บ้าน
บางสะพานน้ำลด-รถติดยาว
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระดับน้ำเริ่มลดลง ยังมีฝนตกลงมาเป็นระยะ น้ำเริ่มไหลลงทะเลได้ ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมในหลายตำบล ตามคลองต่างๆ และระดับน้ำที่ท่วมถนนเพชรเกษมลดลงแล้วแต่เนื่องจากคอสะพานวังยาวขาดทำให้รถติดยาวนับา 10กิโลเมตร ทั้งขาขึ้น ขาล่อง โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงระดมสร้างสะพานแบริ่งเพิ่มบริเวณสะพานหนองหญ้าปล้อง ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน และ สะพานบ้านวังยาว อ.บางสะพาน จากที่สร้างไว้ 2 ช่องจราจร เพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร

เพิ่ม4ช่องจราจรขึ้น-ล่องใต้
นายพิษณุ แพ่งดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ซ่อมสร้างและบูรณะสะพานกรมทางหลวง ปทุมธานี กล่าวว่าได้เร่งทำสะพานแบริ่งเพิ่มอีกด้านละ1ช่องทาง เพื่อให้มีช่องจราจรเพิ่มขึ้นจาก2 ช่องเป็น4 ช่องจราจร จะได้ใช้รถได้ตามปกติ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งขาขึ้นกรุงเทพและขาล่องภาคใต้ และแก้ปัญหารถติดสะสมจำนวนมาก ได้ก่อสร้างเป็นจุดแรกที่หนองหญ้าปล้องและจะดำเนินการสร้างในจุดอื่นๆ ที่ถนนและสะพานทรุดตัวทุกพื้นที่โดยมีการขนอุปกรณ์สะพานแบริ่งจากจังหวัดปทุมธานีมาเพิ่มเติม
รถไฟสายใต้เปิดเดินรถถึงทุ่งสง
ส่วนการเดินรถไฟนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ซ่อมรางรถไฟจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้แล้ว จากเดิมมีแผนการเปิดให้บริการถึงสถานีทุ่งสงในวันเดียวกันนี้ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่บำรุงทางได้ทำการซ่อมทางสายกันตังเสร็จเรียบร้อย จึงได้เปิดการเดินรถได้ถึงสถานีกันตัง ทำให้มีการจัดขบวนรถขยายปลายทางสายกันตัง ดังนี้ 1.ขบวนรถเร็ว ที่ 167 กรุงเทพ – กันตัง ให้เดินถึงปลายทางสถานีกันตัง ตามกำหนดเวลาเดิม 2.ขบวนรถด่วน ที่ 83 กรุงเทพ-ตรัง ให้เดินถึงปลายทางสถานีตรัง ตามกำหนดเวลาเดิม 3.ขบวนรถด่วน ที่ 84 ตรัง – กรุงเทพ ให้เดินออกจากต้นทางสถานีตรัง ตามปกติ และ 4.ขบวนรถเร็ว ที่ 168 กันตัง – กรุงเทพ (ออกต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง)
บขส.วิ่งปกติ/บางสะพานติดหนึบ
สำหรับรถ บขส. นั้น ยังคงสามารถเดินรถโดยสารได้ตามปกติ แต่มีการจราจรหนาแน่น ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 386 ตำบลร่อนทอง และหลักกิโลเมตรที่ 365 บ้านหนองหญ้าปล้อง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะช่วงที่คอสะพานขาด ต้องใช้สะพานชั่วคราวที่เปิดให้รถข้ามผ่านไปทีละ1 คัน ทำให้การจราจรติดขัดยาว ทั้งขาขึ้นและขาล่องเป็นระยะทางยาว
รพ.บางสะพาน เปิดผู้ป่วนนอก
ด้านสถานการณ์โรงพยาบาลบางสะพานา น.พ.เชิดชาย ชยวัฒโฑ ผู้อำนวยการ รพ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยว่าหลังระดมเจ้าหน้าที่ร่วมฟื้นฟู รพ.ด้วยการสูบน้ำที่ท่วมขังออกทำให้บริเวณด้านหน้ารพ.ระดับน้ำแห้งลง ในอาคารผู้ป่วยนอก สามารถใช้การได้แล้ว แต่ระบบประปา ยังไม่ใช้การได้เพราะมีท่อประปาแตกชำรุด โดยวันที่ 13 มกราคม จะสามารถเปิดให้บริการได้ในส่วนของผู้ป่วยนอกบางส่วน และผู้ป่วยฉุกเฉิน เลื่อนจากเดิมที่คาดว่าจะให้บริการได้ในวันที่ 12 มกราคมนี้ส่วนอาคารผู้ป่วยใน คาดว่าต้องใช้เวลาในการกู้ระบบ ประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะกลับมาให้บริการได้ ระหว่างนี้ขอให้ประชาชนที่ต้องการรับการรักษาไปใช้บริการที่โรงพยาบาลสนาม ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบางสะพานวิทยา โดยรองรับได้ทั้งผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยฉุกเฉิน มีทีมแพทย์ จากกระทรวงสาธารณสุขให้บริการ