ตอนบนอุณหภูมิลดลง1-2องศา ส่วนภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252603

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.00 น.

16 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลงกับมีหมอกเพิ่มขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และในช่วงวันที่ 19-20 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ปลัดมท.ร่อนหนังสือลงใต้ แจงยิบ10ข้อรับมือมวลน้ำระลอกใหม่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252505

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 11.47 น.

15 ม.ค.60 นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายความมั่นคง หัวหน้าฝ่ายติดตาม ฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายสนับสนุน เลขาธิการ บก.ปภ.ช. อธิบดีทุกกรมในสังกัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในภาคใต้ทุกจังหวัด เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยระลอกใหม่ ที่อาจเกิดในวันที่ 16 ม.ค.นี้ เป็นต้นไป

โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตั้งแต่วันดังกล่าว อาจเกิดภาวะฝนตกหนักพื้นที่ภาคใต้ระลอกใหม่ และได้มีการประชุมร่วมทางไกล ระหว่าง บก.ปภ.ช.ไปยังพื้นที่ด้วยแล้ว เพื่อซักซ้อมเตรียมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม จึงขอย้ำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้ผู้รับผิดชอบและหน่วยงานตามโครงสร้าง กอ.ปภ.ช และ กอ.ปภ.ช.(สน.) และ กอ.ปภ.จ. อำเภอ รวมทั้ง อปท.ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

1.ขณะนี้มีการประกาศยกระดับภัยจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว ให้จังหวัดแต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดจาก ปภ.จังหวัดเป็นระดับ รองผู้ว่าฯ หรือปลัดจังหวัด ในระดับอำเภอให้มอบหมายปลัดอำเภออาวุโส รับผิดชอบแทนปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง หรือปลัดป้องกันส่วนพื้นที่ อปท.ให้มอบหมายปลัด อปท.แทน ผอ.กองป้องกันบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น ทั้งนี้ ขอให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานได้ประชุมเน้นย้ำและกำกับติดตามงานโดยใกล้ชิดรวม ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกหน่วยมาร่วมงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยให้พร้อมเพรียงกัน และเจ้าหน้าที่ไม่ควรอ้างคำสั่งแบ่งงานตามภาวะปกติ เพื่อปฏิเสธงาน หรือความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด

2.พื้นที่ที่คาดว่าอาจเกิดเหตุน้ำท่วมสูงในรอบนี้คือ บริเวณที่ลุ่มต่ำ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และอำเภอรอบทะเลน้อย จ.พัทลุง ต่อเนื่องทะเลสาบสงขลา บริเวณ อ.ระโนด นั้น ขอให้ ผู้ว่าฯ ในพื้นที่ได้ประสานงานกับหน่วยทหารเรือ หรือหน่วยชลประทาน และหน่วยต่างๆ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ไว้ก่อน โดยมอบหมายให้รองอธิบดี ปภ.ตรวจสอบ (check list) กับหัวหน้าส่วนสนับสนุนการปฏิบัติงานในสภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ที่ประจำ บก.ปภ.ช.ส่วนกลาง ว่าได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดได้สนับสนุน บก.ปภ.ช.(สน.) และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่แล้วหรือไม่

3.เมื่อเกิดน้ำท่วมจนเกิดพื้นที่วิกฤต ขอให้แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นการเฉพาะ เพื่อเข้าไปรับผิดชอบพื้นที่โดยตรง ประสานงานกับหน่วยต่างๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ตาม 5 ขั้นตอนบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต เหมือนการดำเนินการที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

4.ขณะนี้มีการอนุมัติให้ขยายวงเงินงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ เป็นจังหวัดละ 50 ล้านบาท พร้อมยกเว้นระเบียบให้จังหวัดสามารถใช้งบฯ ดังกล่าวแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในเรื่องต่างๆ ได้แล้ว เช่น การซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนหน่วยงานทหาร หรืออื่นๆ ที่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ มาแก้ไขปัญหาให้พื้นที่ จึงขอให้จังหวัดศึกษาระเบียบแนวทางใหม่ดังกล่าวให้เข้าใจ โดยอาจมอบคลังจังหวัด หรือ บก.ปภ.ช.(สน.) หรืออาจขอให้สำนักงานคลังเขตเข้ามาดูแลเรื่องระเบียบดังกล่าวให้ผู้ปฏิบัติด้วยก็ได้

5.ขอให้วางแผนการบริหารการแจกจ่ายถุงยังชีพต่างๆ ให้เป็นระบบ ทั่วถึง ครอบคลุมผู้ประสบภัยทุกครัวเรือน ซึ่งในที่ประชุม ขณะเดียวกันในจุดวิกฤตหรือที่พักพิงผู้ประสบภัยให้พิจารณาจัดตั้งครัวเคลื่อนที่หรือแจกจ่ายอาหารปรุงเสร็จซึ่งต้องดูแลเรื่องอนามัยความปลอดภัยจากสิ่งสกปรกด้วย

6.ในพื้นที่ที่ภัยยุติหรือน้ำลดแล้วให้มอบหมาย อปท.และหน่วยงานสาธารณสุข หรือหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปดำเนินการเร่งทำความสะอาด (big cleaning) พ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด (เป่าล้าง) บ่อบาดาล ท่อน้ำประปาหมู่บ้าน ชุมชนรวมทั้งจัดทีมแพทย์ไปแนะนำการป้องกันโรคหลังน้ำท่วมเช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง ท้องร่วง และไข้หวัดไว้ด้วย

7.ขณะนี้มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างน้ำท่วมมากขึ้น โดยไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมโดยตรง ให้จังหวัด และหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำ บก.ปภ.ช.(สน.) เร่งชี้แจงทำความเข้าใจ หรือแนะนำเกี่ยวกับการใช้ความระมัดระวังการใช้ชีวิตระหว่างน้ำท่วมให้กว้างขวางด้วย

8.ขอให้จังหวัดเร่งรัดส่งรายงานสถานภาพครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยที่เสียชีวิตแล้วมายัง บก.ปภ.ช.ภายในเวลา 16.00 น.ด้วย

9.ขอให้จัดทำระบบการรับเงินบริจาค หรือการใช้เงินบริจาคให้ถูกต้องตามระเบียบ มีความรัดกุม โปร่งใสโดยอาจมอบหมายให้คลังจังหวัดหรือเสมียนตรา หรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเข้ามารับผิดชอบดำเนินการประจำ กอ.ปภ.จ.อำเภอ และ อปท.ด้วยก็ได้

10.ในพื้นที่ จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และ จ.ระนอง หรือพื้นที่อื่นๆ ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขอให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านต่างๆ รวมทั้งการเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามระเบียบต่างๆ ให้เรียบร้อย รวดเร็ว รวมทั้งให้ศึกษาทบทวนแผนปฏิบัติงานเดิมที่ไม่ประสบผลสำเร็จ (lesson learned) และพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงวางแนวทางและโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว เช่น การแก้ไขสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ การสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ(แก้มลิง) ประการสำคัญให้นำแนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ได้พระราชทานแนวทางไว้ให้แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ด้วย

12จว.ใต้รับมือฝนถล่ม16-20ม.ค. ยังจมบาดาล6จว.-เร่งช่วยเหลือ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252502

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 10.28 น.

15 ม.ค.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานปัจจุบันระดับน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ลดลงทุกจังหวัดแล้ว ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 6 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม 34 อำเภอ 194 ตำบล 1,398 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 16 – 20 ม.ค.60 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะ 12 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต พัทลุง กระบี่ ตรัง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัดเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจากฝนตกหนัก พร้อมจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัย เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ.เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 119 อำเภอ 722 ตำบล 5,613 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 531,911 ครัวเรือน 1,621,414 คน ผู้เสียชีวิต 41 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 20 แห่ง ถนน 1,172 จุด คอสะพาน 191 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 6 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง นราธิวาส ปัตตานี กระบี่ และชุมพร ยังคงมีสถานการณ์ใน 6 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม 34 อำเภอ 194 ตำบล 1,398 หมู่บ้าน

พัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอเขาชัยสน และอำเภอบางแก้ว รวม 12 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,274 ครัวเรือน 64,018 คน อพยพ 233 ครัวเรือน 663 คน ผู้เสียชีวิต 5 ราย

สงขลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนเนียง อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ และอำเภอระโนด รวม 17 ตำบล 86 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,880 ครัวเรือน 26,715 คน อพยพ 19 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย

ตรัง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง รวม 19 ตำบล 119 หมู่บ้าน 3 เทศบาล 18 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,242 ครัวเรือน 18,369 คน อพยพ 776 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย

สุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระแสง อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอพุนพิน รวม 37 ตำบล 202 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,645 ครัวเรือน 24,905 คน ประชาชนอพยพ 190 ครัวเรือน 614 คน ผู้เสียชีวิต 7 ราย

นครศรีธรรมราช มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร อำเภอปากพนัง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอพระพรหม อำเภอถ้ำพรรณรา และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวม 72 ตำบล 629 หมู่บ้าน  84 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 145,294 ครัวเรือน 460,270 คน ผู้เสียชีวิต 11 ราย

ประจวบคีรีขันธ์ มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี รวม 37 ตำบล 325 หมู่บ้าน 2 เทศบาล 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,810 ครัวเรือน 66,486 คน อพยพ 105 ครัวเรือน 320 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย

โดยภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันระดับน้ำลดลงทุกจังหวัดแล้ว

ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบนอำนวยความสะดวกในการสัญจรแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ รวมถึงดำเนินการซ่อมแซมถนนและสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 16 – 18 ม.ค.60 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และในช่วงวันที่ 19 – 20 ม.ค.60 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พักปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง พังงา ภูเก็ต สงขลา กระบี่ ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัย เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิดพร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ไทยตอนบนอุณหภูมิลด1-3องศา ภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252492

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.05 น.

15 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นและอุณหภูมิจะลดลงอีก 1 – 3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลง

ส่วนในช่วงวันที่ 16 – 18 ม.ค.60 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และในช่วงวันที่ 19 – 20 ม.ค.60

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง3-5องศา ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนักบางแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252400

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.19 น.

14 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นและอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนลดลงในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในวันนี้ (14 ม.ค. 60) ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลง ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 มกราคม 2560 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(14 ม.ค.60) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-8 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือนภาคใต้ฝนตกซ้ำอีก แนะติดตามข่าวพยากรณ์ฯใกล้ชิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252291

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 13.16 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเมื่อเวลา 11.00 น. ว่า จะมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 16-18 ม.ค. นี้ พร้อมเตือนประชาชนระวังอันตรายและติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

“ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ”
ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 13 มกราคม 2560

ในวันที่ 15 มกราคม 2560 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และในช่วงวันที่ 16-18 มกราคม 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.

 

‘เหนือตอนล่าง-อีสาน’มีฝนระยะนี้ ภาคใต้ตกน้อยลง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252264

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.01 น.

13 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนตกน้อย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนตกน้อย อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14 – 19 ม.ค.60 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 3 – 6 องศาเซลเซียส และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศา โดยมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

คพ.สางปัญหา‘ขยะ-น้ำเสีย’ นำร่อง4เมืองหลักท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252197

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสุวรรณ นันทศรุต รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากการที่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก จนเกินขีดความสามารถในการรองรับของสถานที่ ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมด้านทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ ปัญหาด้านการจัดการขยะและน้ำเสีย คพ. จึงได้เข้าร่วมจัดทำแผนการดำเนินงานแบบบูรณาการการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยว นำร่อง 4 พื้นที่ ได้แก่ เกาะเสม็ด จ.ระยอง, เกาะพีพี จ.กระบี่, จ.เพชรบูรณ์ และเมืองพัทยา พร้อมกับจัดการฝึกอบรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมทั้งระดมข้อคิดเห็นภาคส่วนต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบพื้นที่อื่นต่อไป

สำหรับการดำเนินการต่อไป คพ. จะปรับปรุงแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยวตามข้อคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และส่งมอบแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยวให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป รวมทั้งร่วมดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการขยะและน้ำเสียกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวนำร่อง เช่น การอบรมให้ความรู้ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวคงสภาพแวดล้อมที่ดี ตลอดจนติดตามประเมินผลความก้าวหน้าในการดำเนินงานเพื่อจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวนำร่องอย่างต่อเนื่อง

ทส.เนรมิตทำเนียบฯจัดงาน‘วันเด็ก’ ดินแดนแห่งสุขตามศาสตร์พระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252199

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม รัฐบาลจึงได้เปิดทำเนียบรัฐบาล ให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานมาร่วมกิจกรรมที่จัดเตรียมเอาไว้อย่างมากมาย ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยนอกจากจะมีการเปิดอาคารอนุรักษ์ที่สำคัญ อาทิ ตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี ห้องประชุมรัฐมนตรี และห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ให้เด็กเยี่ยมชมแล้ว รัฐบาลได้มอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมบริเวณสนามหน้าตึกสันติไมตรี ภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามศาสตร์พระราชา” โดยสอดแทรกเนื้อหาความรู้แนวทางตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปลูกจิตสำนึกและเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนนำไปปฏิบัติและเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทต่อไป

โดยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการ “ศาสตร์แห่งพระราชา” โดยหน่วยงานต่างๆ เช่น นิทรรศการต้นไม้ทรงปลูก, นิทรรศการน้ำคือชีวิต, แบบจำลองภูมิปัญญาป่าชายเลน และการเปิดลาน “Dino Park” ซึ่งเด็กๆจะได้พบกับการจัดแสดง “ไดโนเสาร์คืนชีพ” หุ่นไดโนเสาร์เคลื่อนไหวได้ และหุ่นจำลองไดโนเสาร์ที่ค้นพบในประเทศไทย ไดโนเสาร์เดินได้ หลุมขุดค้นไดโนเสาร์, การแจกจ่ายกล้าไม้ตาม “พันธุ์ไม้ทรงปลูก” จำนวน 2,000 กล้า, จุดถ่ายภาพจำลองระบบสูบน้ำบาดาลพลังแสงอาทิตย์, กิจกรรมให้ความรู้เรื่องช้างและ “ช้างเผือก” เป็นต้น

ด้าน นายสากล ฐินะกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นอกจากนี้ภายในบูธกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ ยังได้จัดเตรียมเกมชิงของรางวัล ของขวัญของแจก อาหาร ขนมและน้ำดื่มเอาไว้ให้กับเด็กๆ อย่างมากมาย ทั้งจักรยานจำนวน 110 คัน ซึ่งจะแจกทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ 12 คัน ชุดของเล่นเด็ก ตุ๊กตา อุปกรณ์กีฬา ชุดเครื่องเขียน กระบอกน้ำ และหุ่นไดโนเสาร์ อาทิ เกม Super basketball เกมคัดแยกขยะ เกมวงล้อรักษ์โลก จำนวนกว่า 10,000 ชิ้น ขณะที่บนเวทีกลาง ก็มีการจัดเตรียมกิจกรรมบันเทิงให้เด็กๆ เข้าร่วม เช่น การร้องเพลงคาราโอเกะเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงตามรอยพ่อ และเพลงต้นไม้ของพ่อ เป็นต้น

ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนพ่อ แม่ และผู้ปกครองพาบุตรหลาน เข้ามาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ “ดินแดนแห่งความสุข ตามศาสตร์แห่งพระราชา”14 มกราคมนี้ ที่บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

เตือนใต้ระวัง15-16มค. ฝนรอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252258

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

น้ำท่วมใต้เริ่มคลี่คลาย “ร.10” รับสั่งดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด ขณะที่ “บิ๊กป๊อก” ไม่วางใจ สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 15-16 ม.ค.นี้ ด้านรัฐบาลเตรียมเปิด“สายตรง” รับบริจาคช่วยผู้ปสบภัยวันอาทิตย์นี้

วันที่ 12 มกราคา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ กปช. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า หลายจังหวัดดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ยังคงต้องเฝ้าระมัดระวังต่อไป

เตือนตาฝนรอบใหม่15-16มค.

ทั้งนี้ได้สั่งการ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งเตือนทุกจังหวัดให้เตรียมการรับมือกับฝนรอบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 มกราคม ตามที่กรมอุตินิยมวิทยาได้แจ้งเตือน โดยเฉพาะการย้ำให้ประชาชนเก็บข้าวของไว้ที่สูง และประสานกับ กทม. ให้เตรียมรับปริมาณน้ำระลอกใหม่อาจจะเกิดขึ้นเอาไว้เช่นกันด้วย เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้แจ้งเตือนว่าอาจเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลด้วยเช่นกัน

ชี้มี3จังหวัดยังอ่วมหนัก

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่ แต่ยังมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง อาทิ จ.นครศรีธรรมราช 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ปากพนัง และอ.หัวไทร จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี โดยน้ำจะไหลจาก อ.พระแสง มารวมกันที่ อ.เคียนซา คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงสุดในบ่าย จากนั้นน้ำจะไหลมาที่ อ.พุนพิน อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนไหลออกสู่ทะเล คาดจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน จ.พัทลุง บริเวณริมทะเลสาบสงขลา ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง อ.เขาชัยสน อ.ควนขนุน และอ.ปากพยูน

เตือนฝนใหม่-เร่งดันพร่องน้ำ

อีกทั้งจากการติดตามสภาพอากาศ ระยะนี้พื้นที่ภาคใต้เริ่มมีฝนลดลง โดยหลังจากวันที่ 15 มกราคม ภาคใต้จะกลับมามีฝนตกอีกครั้งในลักษณะของฝนตกตามฤดูกาล จะไม่ตกหนักเหมือนช่วงที่ผ่านมา ช่วง 2-3 วันนี้ จึงเป็นช่วงที่ต้องเร่งผลักดันน้ำและพร่องน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำ ที่คาดว่าจะมีน้ำไหลเข้ามาสมทบ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว

ร.10รับสั่งดูแลให้ดีที่สุด

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ รองผบ.บกปภ.ช. กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนอย่างดีที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและมิให้ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

อีกทั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีฝากขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่และกำชับให้ทุกจังหวัดตรวจสอบพื้นที่ในความรับผิดชอบ อีกครั้งโดยเฉพาะจุดวิกฤต ที่อาจมีประชาชนตกค้างและรอการช่วยเหลือจากภาครัฐและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลวางแผนแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ในเบื้องต้น

ปภ.เผยยอดเสียชีวิตพุ่ง36ศพ

ด้าน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยทางภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัดประชาชนได้รับผลกระทบ 403,478 ครัวเรือน 1,206,939 คน ผู้เสียชีวิต 36 ราย สูญหาย 1 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 17 แห่ง ถนน 592 จุด คอสะพาน 106 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัดคือยะลา ระนอง ปัตตานีและนราธิวาส ยังคงท่วม 8 จังหวัดได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชชุมพร กระบี่ และ ประจวบคีรีขันธ์ รวม 74 อำเภอ431 ตำบล 3,343 หมู่บ้าน

บางสะพานน้ำลด-รถติดยาว

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระดับน้ำเริ่มลดลง ยังมีฝนตกลงมาเป็นระยะ น้ำเริ่มไหลลงทะเลได้ ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมในหลายตำบล ตามคลองต่างๆ และระดับน้ำที่ท่วมถนนเพชรเกษมลดลงแล้วแต่เนื่องจากคอสะพานวังยาวขาดทำให้รถติดยาวนับา 10กิโลเมตร ทั้งขาขึ้น ขาล่อง โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงระดมสร้างสะพานแบริ่งเพิ่มบริเวณสะพานหนองหญ้าปล้อง ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน และ สะพานบ้านวังยาว อ.บางสะพาน จากที่สร้างไว้ 2 ช่องจราจร เพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร

เพิ่ม4ช่องจราจรขึ้น-ล่องใต้

นายพิษณุ แพ่งดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ซ่อมสร้างและบูรณะสะพานกรมทางหลวง ปทุมธานี กล่าวว่าได้เร่งทำสะพานแบริ่งเพิ่มอีกด้านละ1ช่องทาง เพื่อให้มีช่องจราจรเพิ่มขึ้นจาก2 ช่องเป็น4 ช่องจราจร จะได้ใช้รถได้ตามปกติ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งขาขึ้นกรุงเทพและขาล่องภาคใต้ และแก้ปัญหารถติดสะสมจำนวนมาก ได้ก่อสร้างเป็นจุดแรกที่หนองหญ้าปล้องและจะดำเนินการสร้างในจุดอื่นๆ ที่ถนนและสะพานทรุดตัวทุกพื้นที่โดยมีการขนอุปกรณ์สะพานแบริ่งจากจังหวัดปทุมธานีมาเพิ่มเติม

รถไฟสายใต้เปิดเดินรถถึงทุ่งสง

ส่วนการเดินรถไฟนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ซ่อมรางรถไฟจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้แล้ว จากเดิมมีแผนการเปิดให้บริการถึงสถานีทุ่งสงในวันเดียวกันนี้ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่บำรุงทางได้ทำการซ่อมทางสายกันตังเสร็จเรียบร้อย จึงได้เปิดการเดินรถได้ถึงสถานีกันตัง ทำให้มีการจัดขบวนรถขยายปลายทางสายกันตัง ดังนี้ 1.ขบวนรถเร็ว ที่ 167 กรุงเทพ – กันตัง ให้เดินถึงปลายทางสถานีกันตัง ตามกำหนดเวลาเดิม 2.ขบวนรถด่วน ที่ 83 กรุงเทพ-ตรัง ให้เดินถึงปลายทางสถานีตรัง ตามกำหนดเวลาเดิม 3.ขบวนรถด่วน ที่ 84 ตรัง – กรุงเทพ ให้เดินออกจากต้นทางสถานีตรัง ตามปกติ และ 4.ขบวนรถเร็ว ที่ 168 กันตัง – กรุงเทพ (ออกต้นทางสถานีชุมทางทุ่งสง)

บขส.วิ่งปกติ/บางสะพานติดหนึบ

สำหรับรถ บขส. นั้น ยังคงสามารถเดินรถโดยสารได้ตามปกติ แต่มีการจราจรหนาแน่น ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 386 ตำบลร่อนทอง และหลักกิโลเมตรที่ 365 บ้านหนองหญ้าปล้อง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะช่วงที่คอสะพานขาด ต้องใช้สะพานชั่วคราวที่เปิดให้รถข้ามผ่านไปทีละ1 คัน ทำให้การจราจรติดขัดยาว ทั้งขาขึ้นและขาล่องเป็นระยะทางยาว

รพ.บางสะพาน เปิดผู้ป่วนนอก

ด้านสถานการณ์โรงพยาบาลบางสะพานา น.พ.เชิดชาย ชยวัฒโฑ ผู้อำนวยการ รพ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยว่าหลังระดมเจ้าหน้าที่ร่วมฟื้นฟู รพ.ด้วยการสูบน้ำที่ท่วมขังออกทำให้บริเวณด้านหน้ารพ.ระดับน้ำแห้งลง ในอาคารผู้ป่วยนอก สามารถใช้การได้แล้ว แต่ระบบประปา ยังไม่ใช้การได้เพราะมีท่อประปาแตกชำรุด โดยวันที่ 13 มกราคม จะสามารถเปิดให้บริการได้ในส่วนของผู้ป่วยนอกบางส่วน และผู้ป่วยฉุกเฉิน เลื่อนจากเดิมที่คาดว่าจะให้บริการได้ในวันที่ 12 มกราคมนี้ส่วนอาคารผู้ป่วยใน คาดว่าต้องใช้เวลาในการกู้ระบบ ประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะกลับมาให้บริการได้ ระหว่างนี้ขอให้ประชาชนที่ต้องการรับการรักษาไปใช้บริการที่โรงพยาบาลสนาม ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบางสะพานวิทยา โดยรองรับได้ทั้งผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยฉุกเฉิน มีทีมแพทย์ จากกระทรวงสาธารณสุขให้บริการ