ใต้’ฝน’คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ ‘กทม.-ปริมณฑล’ตกร้อยละ40

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252130

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.05 น.

12 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สถานการณ์ฝนในภาคใต้ได้คลี่คลายแล้ว และเข้าสู่สภาวะปกติตามฤดูกาล สำหรับภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกได้ในระยะนี้

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไปมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบัน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศเมียนมา โดยจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนตกได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีฝน ร้อยละ 80 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดชลบุรี และระยอง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไป ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ปลูกต้นไม้ในใจคน อุทยานฯ150แห่งปูพรมจัดวันอนุรักษ์ป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252065

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายธัญญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14มกราคม และเป็นวันเด็กแห่งชาติ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะได้ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กและเยาวชน เพื่อหวังให้รักทรัพยากรป่าไม้หวงแหนและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นการปลูกต้นไม้ในใจของเด็กๆและเยาวชน เป็นการดำเนินการตามปรัชญาด้านป่าไม้ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า “เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”

ดังนั้นในปีนี้จึงได้ให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทั้ง 150 แห่งทั่วประเทศ ร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษา ภายใต้โครงการ Plants For Life โดยให้เด็กๆและเยาวชนได้ร่วมกิจกรรม ได้แก่ การปลูกต้นไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การฝึกคัดเลือกแม่ไม้ที่เหมาะสม การเตรียมดินและเมล็ดพืชหรือกล้าไม้การดูแลรักษาต้นไม้ การให้ความรู้เรื่องการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกตามหลักการฟื้นฟูสภาพป่าด้วยวัฏจักรธรรมชาติตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับวิธีการเข้าร่วมโครงการ Plants for Life คือ เมื่อเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติแล้ว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะขอเข้าร่วมโครงการดังกล่าว แล้วกรอกแบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการส่งให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งเด็กๆสามารถเลือกกิจกรรมว่า จะเข้ามาเรียนรู้ในเรื่องการเพาะชำกล้าไม้ หรือจะเข้ามาร่วมกิจกรรมปลูกป่าโดยใช้กล้าไม้ที่อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมไว้ หรือจะเข้ามาเรียนรู้ครบทั้งกระบวนการปลูกป่าก็ได้ ซึ่งสามารถจะมาร่วมโครงการเดี่ยวๆ หรือมาเป็นหมู่คณะจัดเป็นค่ายเยาวชนก็สามารถทำได้ ซึ่งกิจกรรมนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

อนึ่งวันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เนื่องด้วยมีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2532 ที่ให้อำนาจรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการให้สัมปทานป่าไม้สิ้นสุดลงอันเนื่องมาจากอุทกภัยภาคใต้ที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จำเป็นต้องร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และไม่ตัดไม้ทำลายป่า

‘รอยล’ชี้ภาคใต้เจอพายุฝนรอบ3 ตั้งแต่ประจวบฯ-นครศรีฯ15-16ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252069

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560, 16.44 น.

11 ม.ค.60 นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า พายุฝนกำลังเข้ามาอีกรอบเป็นรอบที่ 3 ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึง จ.นครศรีธรรมราช ช่วงวันที่ 15 – 16 ม.ค.แต่ปริมาณฝนไม่มากเท่ากับที่ผ่านมา มีฝนตกต่อเนื่องแต่ไม่หนักมาก จะมีฝนเข้าภาคใต้อีกระลอก เกิดจากมีความกดอากาศต่ำในอ่าวไทย มีหย่อมความกดอากาศกำลังแรงในทะเลฟิลิปปินส์ รวมทั้งมีหย่อมความกดอากาศต่ำในอันดามัน ได้ก่อตัวมาแล้วได้ 2 วัน เป็นหย่อมประกบภาคใต้อยู่เหมือนแซนวิช กำลังทำแบบจำลองติดตามหย่อมความกดอกาศทั้ง 3 จุด ว่าจะพัฒนาไประดับใด

ทั้งนี้ ทำให้ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากความกดอาศต่ำอ่าวไทยอีกรอบ ทุกหน่วยงานกำลังเร่งระบายน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี ระบายผ่านลุ่มน้ำตาปี เร่งผลักดันน้ำออกทะเล เพราะต้นน้ำลุ่มน้ำตาปีมีระยะทางยาวมาก ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักจากด้านบน กำลังไหลหลากมาผ่านตัวเมือง จึงเตรียมการเร่งระบายน้ำด้านล่าง โดยกองทัพเรือ จังหวัด ปภ. กทม.ได้ส่งเรือลงผลักดันน้ำลงไปช่วย 30 ลำ รวมทั้งเขื่อนรัชชประภา ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 700 ล้าน ลบ.ม.มีระดับน้ำ 88% ที่ผ่านได้ช่วยเก็บกักน้ำฝนไว้มาก ไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม พายุฝนเที่ยวนี้ไม่ถึง กทม.จะอยู่แค่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น เพราะความกดอากาศจากอันดามันไม่ได้แรงเหมือนช่วงต้นเดือน ม.ค.รวมถึงไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปี 54 เพราะจะเกิดได้ต้องมีปัจจัยใหญ่ๆ เกิดขึ้นในทะเล เช่น ภาวะลานินญ่า และในปี 54 มีพายุทั้งในอ่าวไทย อันดามัน ทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีน้ำท่วมตั้งแต่เดือน ก.ค.ซึ่งในปีนี้ยังไม่มีปัจจัย

ภาคใต้ยังคงมีฝนหนักบางแห่ง กรุงเทพ-ปริมณฑลตกร้อยละ60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251966

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.25 น.

11 ม.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มได้ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด สำหรับภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (11 ม.ค.60) เป็นดังนี้ 

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์
อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชลบุรี และระยอง
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 25-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กยท.ระดมความช่วยเหลือ เยียวยาสวนยางใต้น้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251886

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากเหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้มีสวนยางได้รับความเสียหายและถูกน้ำท่วมขังประมาณ 531,876 ไร่ จากพื้นที่ปลูกยางทั้งหมด 11,385,910 ไร่ ซึ่ง กยท. ได้ลงไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการแจกถุงยังชีพ การมอบเงิน และสิ่งของจำเป็นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้เปิดโครงการ “กยท. รวมน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วมภาคใต้” เป็นการเปิดศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ได้ ณ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ หรือการยางแห่งประเทศไทย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์ร่วมบริจาคเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ สามารถโอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนนนท์ ชื่อบัญชี นายพูลสุข อุเทนพันธ์ และ น.ส.สิตานัน เครือประดิษฐ์ เลขที่บัญชี 058-0-36479-8 ซึ่ง กยท.จะนำไปซื้อสิ่งของที่จำเป็นทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงมากที่สุด

“หลังจากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว กยท.จะดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่ของ กยท. เข้าไปประเมินความเสียหายของพื้นที่สวนยางที่ถูกน้ำท่วมเพื่อเตรียมการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง ตามมาตรา 49 (5) ของ พ.ร.บ. กยท. ต่อไป” นายธีธัช กล่าว

อุตุฯประกาศใต้ฝนตกหนักฉบับ49 ‘เพชรบุรี-ประจวบฯ’รับมืออีก1วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251807

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.21 น.

10 ม.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 49 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าอ่าวมะตะบันและประเทศเมียนมาในวันนี้ (10 ม.ค.60) และจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อไปอีก 1 วัน และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

0

 

‘เพชรบุรี-ประจวบฯ’ฝนตกหนัก!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง60%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251806

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.15 น.

10 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสม ที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าอ่าวมะตะบัน และประเทศเมียนมาในวันนี้ (10 ม.ค.60) และจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนบนยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11 – 13 ม.ค.60 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศเย็นและอุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยมีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 15-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อย ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-28 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประกาศ’ใต้’ฝนตกหนักฉบับที่45 อุตุฯเตือนปชช.9จว.พร้อมรับมือ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251653

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.08 น.

9 ม.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 45 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวเมาะตะมะ ประเทศเมียนมา ในวันที่ 9 – 10 ม.ค.60

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง และยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 ม.ค.60 และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 – 2 วัน

ภาคใต้ยังคงตกหนักถึงหนักมาก ‘กทม.-ปริมณฑล’มีฝนร้อยละ60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251652

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.03 น.

9 ม.ค.60 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งมีปริมาณฝนที่ตกสะสม และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 ม.ค.60 และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 – 2 วัน

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมจังหวัดสุราษฏร์ธานี กระบี่ และพังงา คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวเมาะตะมะ ประเทศเมียนมา ในวันที่ 9 – 10 ม.ค.60 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-27 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝน ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

13จว.ใต้ฝนถล่ม เตือน!น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251567

วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 11.21 น.

8 ม.ค.60 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ฉบับที่ 41 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เคลื่อนตัวทางทิศเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าอ่าวมะตะบันและประเทศเมียนมา ในวันที่ 10 ม.ค.60 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ที่จะเกิดขึ้น และขอให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 ม.ค.60

ส่วนภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มมีปริมาณฝนลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนในบริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 9 ม.ค.60

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปภ.ประสานจังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนักถึงหนักมากถึง9ม.ค.