ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248614
นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 จังหวัดสงขลา (สศท.9) ได้ดำเนินการวิจัยแนวทางพัฒนาการเกษตรจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรณีศึกษาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา โดยศึกษาสถานการณ์การค้ายางพารา ผ่านด่านการค้าชายแดนด่านพิธีการศุลกากรสะเดาและด่านพิธีการศุลกากรปาดังเบซาร์ และศึกษาการบริหารจัดการด้านการส่งออกสินค้ายางพาราในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา เพื่อเสนอแนะแนวทางพัฒนาการเกษตรจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา
สำหรับปี 2558 มูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ผ่านด่านพิธีการศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา มีมูลค่า 36,235 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 18 โดยยางพารามีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดถึงร้อยละ 65 ปริมาณการส่งออกรวม 1,007,126 ตัน มีการส่งออกไปยังประเทศจีนจำนวน 503,035 ตัน (ร้อยละ 50) รองลงมาส่งออกประเทศมาเลเซียจำนวน 239,365 ตัน (ร้อยละ 24) ญี่ปุ่น ส่งออกจำนวน 62,644 ตัน (ร้อยละ 6) สหรัฐอเมริกา จำนวน 19,503 ตัน (ร้อยละ 1.94) และส่งไปประเทศอื่นๆ รวม 53 ประเทศ จำนวน 182,579 ตัน (ร้อยละ 18) โดยชนิดของน้ำยางที่ส่งออกแบ่งเป็น น้ำยาง ร้อยละ 41 ยางแท่งร้อยละ 34 ยางแผ่น ร้อยละ 10 ยางผสม ร้อยละ 13 และยางอื่นๆ ร้อยละ 1
ด้านการพัฒนาปรับปรุงในเรื่องพิธีการส่งออก กรมศุลกากรได้พัฒนาจากระบบ Manual มาใช้ระบบ Electronic Data Interchange (EDI) และพัฒนามาใช้ระบบNational single windows (NSW) โดยการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ (Paperless) มีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้เอกสารผ่านระบบ NSW แล้ว 36 หน่วยงาน สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี 4 หน่วยงาน คือ การยางแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์
สำหรับยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการ ประกอบด้วยกลยุทธ์ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา ครบวงจร กลยุทธ์พัฒนาศักยภาพด้านภาษาการบริการให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง และกลยุทธ์เร่งปรับปรุงระบบ One Stop Service และ National Single Windows ทั้งนี้ จากการศึกษา พบว่า ควรมีการพัฒนาพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์อย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและพื้นที่การค้าภายใต้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดจนการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัยให้มีการพัฒนา เกิดการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)






