‘บิ๊กป๊อก’จ่อจัดการน้ำหลักแก้มลิง ชดเชยเกษตรกรที่รับผลกระทบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238404

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.16 น.

4 ต.ค. 59 เวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า การวางแผนบริหารจัดการน้ำภาพรวมเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีปัญหาเรื่องน้ำหลากต้องมีแนวทางในการระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กำชับให้ทำงานร่วมกัน โดยกระทรวงมหาดไทยดูเรื่องผลกระทบเป็นหลักว่าจะดำเนินการอย่างไร ขณะที่กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำโดยใช้หลักแก้มลิงคือนำน้ำไปพักไว้ในทุ่งต่างๆ แต่การนำน้ำเข้าไปจะต้องไม่กระทบต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร อย่างการทำนาอาจจะให้เกี่ยวข้าวก่อน แต่ถ้ามีผลเสียหายเกิดขึ้นทางกระทรวงมหาดไทยกำลังดูว่าจะหาทางบรรเทาได้อย่างไร จะเลื่อนวันปล่อยน้ำได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะนำเสนอนายกฯ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป
“การชดเชยตามปกติถ้าเป็นพื้นที่ประกาศ มีหลักการบรรเทาอยู่แล้ว การจะนำน้ำเข้าไปจะมีผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน ในขณะที่ข้าวออกรวงแล้ว ฉะนั้นจึงเตรียมเสนอนายกฯ จะมีทางใดช่วยเหลือเกษตรกรได้ ถ้าเลื่อนวันได้ก็จะเลื่อนการนำน้ำเข้าไปในทุ่ง จนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้เป็นที่สุด แต่อาจจะมีบางแปลงที่เก็บเกี่ยวไม่ได้ จึงต้องนำน้ำเข้าไป เพราะเป็นส่วนน้อย ก็น่าจะมีแนวทางช่วยเหลือเหมือนที่สื่อถาม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นไว้บ้างแล้ว คาดว่ารายละเอียดคงจะออกมาในวันนี้ เพราะขณะนี้ได้สั่งเจ้าหน้าที่สำรวจในพื้นที่แล้ว”พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ประเทศไทยตอนบนยัง’มีฝน’ กทม.-ปริมณฑลตกร้อยละ80

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238392

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

4 ต.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องเว้นแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(4 ต.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก
กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี และนครปฐม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาน้ำลด30ซ.ม. ขณะร่องฝนเตรียมถล่มอีกระรอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238261

วันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.56 น.

3 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทเช้าวันนี้ ปรับลดการระบายน้ำลง เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนอีกครั้ง ส่งผลให้น้ำลดลง30ซ.ม. แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป้นต้นไปจะมีร่องมรสุมกำลังแรง พาดผ่านจะทำให้เกิดฝนตกชุก ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งควรติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการต่อไป
ล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลดอัตราการระบายน้ำลงต่อเนื่องจากเมื่อวาน โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาล่าสุดวัดได้ 15.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนวัดได้14.07 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลง30ซ.ม. ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนจากเดิม 1,761ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปอยู่ที่ อัตรา1,644ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำลง จะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อ.ป่าโมกข์ จ.อ่างทอง อ.บางบาล และ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย จะมีระดับน้ำที่ลดลง25-30ซ.ม. และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องใน1-2วันนี้
ด้านนายปราโมทย์ อ่อนน้อม ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาชัยนาท เปิดเผยว่าในพรุ่งนี้(4ต.ค.) จะมีร่องมรสุมเคลื่อนตัวลงมากพาดผ่านภาคกลาง ซึ่งจะทำให้ฝนตกชุกระหว่างวันที่ 4-8ต.ค. และจะมีผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับที่สูงขึ้นได้อีก ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเหนือเขื่อนเและท้ายเขื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และติดตามประกาศจากทางราชการต่อไป

ประเทศไทยตอนบนฝนตกหนัก เตือน!!หลายจังหวัดเตรียมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238225

วันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

3 ต.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(3 ต.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์สุโขทัย พิษณุโลก
กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี และนครปฐม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือนเกือบทุกภาคฝนตกหนัก ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง70%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238092

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

2 ต.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัด ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เร่งผันน้ำจุดวิกฤติ นายกฯสั่งผู้ว่าฯช่วยชาวบ้านด่วน เกษตรลดระบายเขื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238071

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เร่งผันน้ำจุดวิกฤติ

นายกฯสั่งผู้ว่าฯช่วยชาวบ้านด่วน

เกษตรลดระบายเขื่อนเจ้าพระยา

หลายจังหวัดยังอ่วม-ท่วมสูง1ม.

วันที่ 1 ตุลาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่่ โดยเฉพาะจังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่ารัฐบาลต้องการให้การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในที่ยังคงเกิดน้ำท่วมขังในย่านชุมชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักแก้ไขปัญหา และให้ท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล

สั่งเร่งผันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม

“รัฐบาลจำเป็นต้องผันน้ำหรือระบายน้ำเข้าไปในบางพื้นที่ โดยสร้างคันกั้นน้ำบังคับไม่ให้น้ำไหลอย่างสะเปะสะปะ ซึ่งหน่วยงานชลประทานและหน่วยงานอื่นๆ ของกระทรวงเกษตรฯในแต่ละจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาว่า จะผันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างไร และจะผันน้ำไปไว้ที่ใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของประชาชนหรือมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเป็นผู้สำรวจและให้ข้อมูลแก่กระทรวงเกษตรฯเพื่อประกอบการตัดสินใจ”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคม หลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะผันน้ำเข้าไปเก็บไว้ใช้ในฤดูกาลหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ดำเนินการทันที ซึ่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเฉพาะภัยธรรมชาติ จะต้องวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบ ต้องกำหนดให้มีหน่วยงานหลัก และบูรณาการส่วนที่เกี่ยวข้องลงไปจัดการกับปัญหาในพื้นที่ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนที่ผ่านมา

จี้ผู้ว่าตั้งทีมชี้แจงเกษตรกรรับน้ำ

“เมื่อมีการตกลงกันแล้วว่า จะผันน้ำเข้าพื้นที่ใด ขอให้จังหวัดจัดตั้งทีมออกไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องเสียสละที่ดินให้เป็นพื้นที่รับน้ำ จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการอย่างไร เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการแก้ไขปัญหาหากจังหวัดติดขัดในเรื่องการประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่ ให้รีบแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหา” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณหน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสรรค์ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1,784 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที จึงได้สั่งการให้เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำลงมาอยู่ที่ระดับ 1,877 ลบ.ม.ต่อวินาที จากที่ระบาย 1,988 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อให้ประชาชนลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

“บิ๊กตู่”เตรียมตรวจสอบพื้นที่5ตค.

“นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ําหลากจากแม่น้ําเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาล ได้ทําอย่างบูรณาการ โดยยึดประชาชนเป็นสําคัญ และท่านมีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ํา อยากสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ใดที่เสียหายต้องรีบ ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งดําเนินการช่วยเหลือพร้อมจ่ายค่าชดเชย ตามระเบียบฯ นาข้าว 1,113 บาทต่อไร่ พืชไร่ 1,148 บาทต่อไร่ และพืชสวน 1,690 บาทต่อไร่” รมว.เกษตรฯ กล่าว

เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำ

ด้าน นายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับลดอัตราการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนไว้ที่ 1,926ลูกบาศก์เมตร/วินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาวัดได้ 15.52 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลง71เซนติเมตร ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนวัดได้14.80 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทรงตัวต่อเนื่อง

ยังกระทบหลายจังหวัดภาคกลาง

อย่างไรก็ตามแม้ว่า เขื่อนเจ้าพระยาลดการการระบายน้ำลง แต่จะยังไม่มีผลกับระดับน้ำท้ายเขื่อน เพราะยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น 5-10 ซ.ม. ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อ.ป่าโมกข์ จ.อ่างทอง อ.บางบาล และ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย จึงต้องเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป

“อย่างไรก็ตาม แม้การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จะทำให้พื้นที่ริมตลิ่งเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนใน จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา แต่สำหรับพื้นที่ กทม. จะยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะนี้เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนที่ปล่อยลงไปยังไม่เต็มความจุของลำน้ำเจ้าพระยา” นายเอกศิษฐ์ กล่าว

“สรรพยา”บางจุดน้ำสูง1เมตร

สำหรับสถานการณ์น้ำที่ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท นั้น นายนพดล พรหมแก้ว กำนันตำบลโพนางดำออก เปิดเผยว่า มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมแล้ว 35 หลังคาเรือน ความสูงของน้ำตั้งแต่ 30 ซ.ม. ถึง 1 เมตร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อ.ป.พ.ร. 2 ชุด ทำหน้าที่ออกตรวจตามแนวตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการป้องกันแนวกันน้ำที่ชาวบ้านช่วยกันก่อกระสอบทรายและทำคันดินไว้

อยุธยาน้ำเอ่อท้วมบ้านเรือนต่อเนื่อง

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อลำน้ำสาขา โดยในแม่น้ำน้อย พื้นที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา มีระดับน้ำสูงขึ้นจนล้นตลิ่งขยายวงเข้าท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชน วัด และโรงเรียนหลายแห่ง

น้ำทะลักถึงอุโบสถวัดบางบาล

ส่วนที่วัดอัมพวา หมู่ 1 ต.บางหัก อ.บางบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ไหลทะลักเข้ามาท่วมถึงในพระอุโบสถชั้นใน มานานนับสัปดาห์แล้วโดยความสูงของน้ำอยู่ที่ 70-80 ซ.ม. ใกล้ฐานปูนสําหรับประดิษฐานพระประธานของพระหลวงพ่อโต อายุกว่า 100 ปี ในพระอุโบสถ ซึ่งเหลืออีกประมาณ 50 ซ.ม.เท่านั้น น้ำก็จะท่วมถึงองค์พระ โดย พระอธิการภิรมย์ ธมฺมธีโร เจ้าอาวาสวัดอัมพวา เปิดเผยว่า หากเขื่อนเจ้าพระยาเร่งปล่อยน้ำในปีใด วัดจะได้รับผลกระทบทุกครั้ง ถือว่าเดือดร้อนซ้ำซาก

“โคราช”เดือดร้อน500ครัว

สำหรับ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมในหมู่บ้านลำเชิงไกร หมู่ที่ 9 ต.โคกสูง ยังคงที่ไม่ลดระดับแต่อย่างใด โดยน้ำจากลำน้ำเชียงไกรได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านความสูงตั้งแต่ 30 ซ.ม. ถึง 1 เมตร ส่งผลให้ราษฎรกว่า 500 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนพื้นที่นาและพื้นที่การเกษตรอื่นๆกว่า 5 พันไร่ได้รับความเสียหาย ขณะที่ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

หอบสารพิษถล่มกระชังบุรีรัมย์

ด้าน จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ อ.สตึก เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร นอกจากนี้ปริมาณน้ำที่หนุนสูงขึ้นและไหลเชี่ยวยังได้ส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก ได้รับความเดือดร้อนจำนวมาก เนื่องจากปลาที่เลี้ยงไว้ เกิดจุดสีแดงและบาดแผลตามตัวคล้ายโรคระบาด ทยอยตายวันละกว่า 30 กิโลกรัม โดยเกษตรกรต่างเชื่อว่า สาเหตุอาจเนื่องมาจากน้ำที่ไหลมารวมในลำน้ำมูลได้ชะล้างเอาน้ำเสีย สิ่งปฎิกูล และสารเคมีจากไร่นาของเกษตรกรจากพื้นที่ต่างๆ ไหลมารวมกัน ทำให้ปลาตาย

ขยายแผนทำฝนหลวงถึงสิ้นต.ค. เติมน้ำเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238029

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.01 น.

1 ต.ค. 59 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นโยบายมุ่งเน้นเติมน้ำต้นทุนเขื่อนให้มากที่สุด จึงได้ขยายแผนปฎิบัติการฝนหลวงออกไปถึงสิ้นเดือนต.ค. ก่อนที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงภาคใต้ โดยให้ทุกหน่วยฝนหลวง เร่งระดมปฎิบัติการเติมน้ำเขื่อนเพียงพอใช้ฤดูแล้งหน้า ซึ่งระดมทำทุกหน่วยฝนหลวงทั่วประเทศ เช่นที่จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ตาก กาญจนบุรี อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ขอนแก่น โคราช ระยอง หัวหิน และสงขลา ได้ขึ้นบินทำฝนหลวงต่อเนื่องให้มีน้ำใช้การทุกเขื่อนมากกว่าร้อยละ30-50% โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การ 2,149 ล้านลบ.ม.หรือคิดเป็น 16%
“ทำฝนหลวงได้ตามเป้าหมายขณะนี้เพิ่มน้ำเขื่อนภูมิพลได้ 400 ล้านลบ.ม. แล้ว ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบพื้นที่เกษตร จ.ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ และภายในเดือนนี้เติมน้ำอีก 100 กว่าล้านลบ.ม.จากที่กรมชลประทาน ตั้งเป้าให้ปีหน้ามีน้ำทำนารอบแรกได้เต็มพื้นที่  พร้อมกับเติมน้ำ  4 เขื่อนหลัก ขณะนี้มีน้ำใช้การ 7,800 ล้านลบ.ม. คาดว่าได้ถึง 8 พันล้านลบ.ม. เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน  โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์  จะวางนโยบายกำหนดพื้นที่เพาะปลูก อีกครั้ง ในช่วงเดือน ต.ค.เพื่อวางแผนเพาะปลูกล่วงหน้า “นายสุรสีห์ กล่าว
นายสุรสีห์ฯ กล่าวว่า การขยายแผนฝนหลวง ถึงสิ้นเดือนต.ค. ซึ่งยังมีร่องฝนอยู่ส่งผลทำฝนหลวงมีประสิทธิภาพเพิ่มปริมาณน้ำต้นฤดูแล้งเริ่มวันที่  1 พ.ย. 59 โดยขณะนี้แม้ช่วงฤดูก็ยังน่าห่วงปริมาณน้ำใช้การเขื่อนภาคอีสาน เช่นเขื่อนลำตะคอง ได้ฝนมาบ้าง แต่มีน้ำใช้การเพียง 16% ถือว่ายังน้อย รวมทั้งเขื่อนอุบลรัตน์ ลำแซะ จุฬาภรณ์ มูลบน ได้ย้ายหน่วยฝนหลวง จากลพบุรี ไปช่วย หน่วยฝนหลวงที่ จ.บุรีรัมย์ และมีหน่วยฝนหลวงที่ โคราช ขอนแก่น ทำฝนหลวงเพิ่มน้ำเขื่อนภาคอีสานตอนล่าง
ในส่วนภาคตะวันตก เขื่อนวชิราลงกรณ์ ถือว่าดีขึ้น มีน้ำใช้การ 36% แต่เขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำใช้การ 28% โดยใช้หน่วยฝนหลวงจ.กาญจนบรี เติมน้ำ รวมถึงภาคใต้มีเขื่อนบางลาง  จ.นราธิวาส มีน้ำใช้การ แค่ 11% ใช้หน่วยฝนหลวง หาดใหญ่ ไปเติมน้ำ  เขื่อนแก่งกระจาน  มีน้ำใช้การ 22%  ปราณบุรี 11%ใช้หน่วยฝนหลวง หัวหิน เติมน้ำ

 

‘บิ๊กฉัตร’เผยปริมาณน้ำเหนือลดลง สั่งลดระบายลงท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238026

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.51 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดที่ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ มีระดับน้ำ 1,784 ลบ.ม./วินาที ซึ่งมีปริมาณน้ำเหนือน้ำลดลง โดยให้เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดการลงระบายแล้ววันนี้ ในระดับ 1,877 ลบ.ม.ต่อวินาที จากที่ระบาย 1,988 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งกรมชลประทาน เริ่มลดระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลงตามที่ตนได้สั่งการ เพื่อให้ประชาชนลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
ทั้งนี้ยังมีปริมาณน้ำ จากอ.บางพุดทรา จ.สิงห์บุรีมาสมทบ ทำให้ปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับ 2,011 ลบ.ม./วินาที ซี่ง ต.บ้านบางหลวงโดด มีน้ำล้นตลิ่ง 1.36 ม. และต.บ้านบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำล้นตลิ่งเพิ่มขึ้น 62 ซม.
รวมทั้งการพร่องน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไว้รองรับปริมาณฝนรอบใหม่โดยขณะนี้ปริมาณน้ำใกล้ระดับเก็บกักสูงสุด 957 ล้าน ลบ.ม. ยังเหลืออีก 140 ล้าน ลบ.ม. จะเต็มเขื่อน ซึ่งมีน้ำไหลเข้า 47.27 ล้าน ลบ.ม. จีงระบายออก 39.77 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ผ่านเขื่อนพระรามหก บางส่วนไปลงคลองระพีพัฒน์ ออกฝั่งตะวันออก อีกส่วนมาลงน้ําในแม่น้ําเจ้าพระยา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีประมาณ 1,600 ลบ.ม.ต่อวินาทียังไม่ส่งผลกระทบ กทม.
“นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการป้องกัน และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ําหลากจากแม่น้ําเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ ซี่งนายกฯขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาล ได้ทําอย่างบูรณาการ โดยยึดประชาชนเป็นสําคัญ และท่านมีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ํา อยากสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ใดที่เสียหายต้องรีบ ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งดําเนินการช่วยเหลือพร้อมจ่ายค่าชดเชย ตามระเบียบฯ นาข้าว 1,113 บาทต่อไร่  พืชไร่ 1,148 บาทต่อไร่ และพืชสวน 1,690 บาทต่อไร่ “รมว.เกษตรฯ กล่าว
รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ลักษณะเฉพาะของปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งปี 2558-59 เกษตรกรเริ่มการเพาะปลูกช้ากว่าปีปกติ คือ เริ่มประมาณ มิ.ย. – ก.ค. ทําให้ขณะนี้ ยังมีข้าวที่ยังไม่เก็บ เกี่ยวอีกจํานวนหนึ่ง  ซี่งสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและสารสนเทศ(จิสด้า) ได้ใช้ดาวเทียมถ่ายภาพสํารวจ พบว่ามีปริมาณน้ําอยู่ในลําน้ํามาก แต่ไม่มากเท่ากับปี 2554 ยังมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งสองฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ในอีก 1 เดือน ซี่งรัฐบาลมีความห่วงใยเกษตรกร จึงไม่ปล่อย น้ําเข้าพื้นที่เกษตร ในส่วนที่ชาวนามีความกังวล
“หลังจากหารือกับทุกหน่วยงาน และ ตัดสินใจ ดําเนินการโดยยึดประชาชนเป็นหลัก การผันน้ําเข้าทุ่งนาพื้นที่การเกษตรทั้งสองฝั่งของแม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งยังมีนาข้าวอยู่จะทําให้พื้นที่เกษตรเสียหายมากขึ้น  รวมถึงยังมีโอกาสเกิดฝนตกใต้เขื่อน ทําให้มีน้ําหลากเกิดขึ้นอีก ต้องเร่งระบายน้ํา ทางที่ระบายเร็ว ที่สุด คือ การระบายทางตรงผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ลงสู่ทะเล  ซึ่งเวลานี้น้ําท่วมขังยังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเท่านั้น หากจะปล่อยน้ําเหนือเข้าพื้นที่เกษตรที่เก็บเกี่ยวแล้ว เห็นว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะน้ํายังไม่มากศักยภาพแม่น้ําเจ้าพระยายังรับได้อยู่ หากปล่อยเร็วไป และต่อไปหากมีน้ําฝนมากขึ้น จะไม่มีที่ระบายน้ําในอนาคต เพิ่มเติมอีก “รมว.เกษตรฯกล่าว

ไทยตอนบนยังคงมีฝนต่อเนื่อง กรุงเทพ-ปริมณฑลตกร้อยละ80

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237992

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.26 น.

1 ต.ค.59บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(1 ต.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สระบุรี ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘รถเล็ก’อย่าเพิ่งออกจากฝั่ง!‘ฝนตก-น้ำท่วม-รถติดหนัก’วันศุกร์แห่งชาติ(ภาพ-คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237958

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559, 18.42 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันศุกร์ ประกอบกับได้มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ของ กทม. ส่งผลให้เกิดปัญหา ‘น้ำขังรอระบาย’ และเกิดการจราจรติดขัดหลายจุด โดยสมาชิก สวพ.FM91 ‏@fm91trafficpro ได้มีการโพสต์ และแชร์ภาพสภาพน้ำท่วมในจุดต่างๆผ่านโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่พบว่าพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง และสภาพการจราจรติดขัดจะอยู่ในย่านรามอินทรา ย่านอนุสรณ์สถาน ถ.วิภาวดี และย่านรังสิต เป็นต้น

 

ขอบคุณภาพและคลิปจาก ทวิตเตอร์ สวพ.FM91 ‏@fm91trafficpro