อุตุฯเตือนเกือบทุกภาคฝนตกหนัก ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237816

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.04 น.

30 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงเย็นถึงค่ำ

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กระสอบ6แสนใบกั้นตลิ่ง กทม.ผวาฝนถล่มล้นคลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237807

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กรมชลประทานยังคงเร่งระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกประกาศเตือนจังหวัดภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดท้ายเขื่อนเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 29 กันยายนว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงและน.น่านมารวมที่ จ.นครสวรรค์ยังอยู่คงที่ระดับ 1,790 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เมื่อรวมน้ำจ.อุทัยธานีมีน้ำไหลด้านข้างลุ่มน้ำสะแกกรังทำให้น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีระดับสูง 2,342 ลบ.ม.ต่อวินาทีหรือเท่ากับ 202 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ดังนั้น กรมจึงบริหารจัดการระบายออกสองฝั่งเจ้าพระยาเข้าคลองชัยนาท-อยุธยา 127 ลบ.ม.ต่อวินาที เข้าคลองชัยนาท -ป่าสัก 217 ลบ.ม. และระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ 7 จังหวัดท้ายเขื่อนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร (ซม.)

ที่ลุ่มเจ้าพระยาหนักถึงต.ค.

นายสุเทพกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องเร่งพร่องน้ำลงทะเลโดยเร็วช่วงนี้ เพื่อให้น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดระดับลงเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 ซม. มีพื้นที่ว่างรับน้ำเหนือและปริมาณฝนตกชุกช่วงปลายสัปดาห์นี้ต่อเนื่องถึงกลางเดือนตุลาคม เพราะตั้งแต่วันที่ 18-19 ตุลาคมเป็นต้นไปจะมีน้ำทะเลหนุนสูงกว่า 1.30 เมตร การระบายน้ำทำได้ช้าลง ฉะนั้น ทุกจังหวัดลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำต่อไปตลอดเดือนตุลาคม รวมทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์รับน้ำได้อีกเพียง 150 ล้านก็จะเต็มแล้ววันนี้ปล่อยเต็มที่ 40 ล้านลบ.ม./วัน

เตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยาน้ำล้น

ขณะที่กรมชลประทานออกหนังสือแจ้งเตือน 7 จังหวัดภาคกลาง คือ ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และลพบุรี เตรียมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง จากที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มอัตราการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเป็น 1,998 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่ จ.สิงห์บุรี ริมคลองบางโผงเผง จ.อ่างทอง อ.บางบาล อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงท้ายแม่น้ำน้อยมีระดับน้ำสูงขึ้นอีก 50-70 ซม. ทำให้พื้นที่น้ำท่วมขยายวงเพิ่ม 2 ฝั่ง

“ป่าสัก”น้ำเพียบต้องเร่งพร่อง

ด้านนายเลิศชัย ศรีอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เปิดเผยสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาว่า ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่น้ำจะเต็มเขื่อนวันที่ 8 ตุลาคม หากไม่เร่งพร่องน้ำออก ขณะนี้มีพื้นที่รับน้ำได้เพียง 180 ล้านลบ.ม.เท่านั้น วันเดียวกันนี้ กรมชลฯปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 20 ล้านลบ.ม.ขึ้นเป็น 31 ล้านลบ.ม.และจะทยอยปล่อยน้ำเต็มที่ โดยจะควบคุมให้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหกลงทะเลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามและแจ้งปัญหาสถานการณ์น้ำได้ที่สายด่วน 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนอีก 3 เขื่อนได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน กรมชลประทานลดปริมาณระบายน้ำออกจากเขื่อน เพื่อเก็บไว้ใช้ให้ได้มากที่สุดก่อนหมดฤดูฝน

ปภ.เฝ้าระวัง3จว.อาการหนัก

ส่วนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งสถานการณ์น้ำจากกรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จาก 20.75 ล้านลบ.ม./วันเป็น 40 ล้านลบ.ม./วัน หรือประมาณ 460 ลบ.ม./วินาที โดยมวลน้ำดังกล่าวจะไหลไปรวมกับน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกในอัตราไม่เกิน 600 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้แม่น้ำป่าสักตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จนถึงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยามีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 1.00-1.50 เมตร

ดังนั้นจึงประสาน 3 จังหวัดภาคกลางคือ ลพบุรี สระบุรีและพระนครศรีอยุธยา รวมถึงศูนย์ ปภ.ในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงหน่วยชลประทานในพื้นที่ให้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับอัตราความเร็วของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก และปริมาณฝนที่ตกหนักไหลมาสมทบ พร้อมแจ้งเตือนประชาชน นอกจากนี้ยังประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ถ.เลียบคลอง13ปทุมจมแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ที่ถ.เลียบคลอง13 หนองเสือ-ธัญบุรี ต.ศาราครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีฝั่งตะวันออกและตะวันตกขณะนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำไหลท่วมผิวทาง 10 จุด ระดับน้ำสูง 70 ซม. ส่งผลให้ประชาชนสัญจรไปมายากลำบาก ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ เจ้าหน้าที่เร่งนำรถแบคโฮออกตั้งคันดิน พร้อมเร่งนำกระสอบมากั้นน้ำไหลเข้าท่วมและตั้งเครื่องสูบน้ำออก ให้ประชาชนสัญจรไปมาสะดวก

ระดับน้ำที่อ่างทองเพิ่ม70ซม.

สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระไหลผ่านจ.อ่างทองเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน วันเดียวกันนี้ จังหวัดประกาศเตือนว่าจะมีน้ำเพิ่มปริมาณขึ้นอีก 50-70 ซม. โดยที่หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองน้ำไหลผ่าน 1,947 ลบ.เมตร/วินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 7.40 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.44 เมตร จ.อ่างทองมีผู้ประสบภัยน้ำท่วม 3 อำเภอได้แก่ วิเศษชัยชาญ ป่าโมกและเมือง 10 ตำบล 30 หมู่บ้าน 583 ครัวเรือน ส่วนพื้นที่เกษตรที่นาล่มจมน้ำที่อ.สามโก้ อ.แสวงหาและอ.เมือง

โผงเผงเร่งกรอกกระสอบทรายกั้น

ด้านนายไพบูลย์ ศุภบุญ นายอำเภอป่าโมก พร้อมทหารกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี ชาวบ้านในต.โผงเผงเร่งกรอกกระสอบทราบเพื่อวางเสริมคันดินในหมู่บ้านรับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนที่น้ำท่วมขังในบ้านได้อพยพมาอาศัยอยู่ในเต้นท์ริมถนน

ย้ายไก่ชนหนีน้ำเลี้ยงบนบ้าน

ขณะที่นายเชาว์ อิ่มประยูร อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 4 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงไก่ชน นำไก่ชนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และลูกไก่ตัวเล็กๆรวม 50 ตัว ขึ้นไปเลี้ยงบนบ้านและหลังคาบ้าน เพราะถ้านำไปเลี้ยงริมถนนเกรงจะถูกขโมย เพราะไก่ชนแต่ละตัวมีราคาแพง

ชาวมโนรมย์เร่งขนของหนี

ส่วนที่อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท น้ำเอ่อล้นตลิ่งทำให้ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งขนสิ่งของขึ้นที่สูง หลังช่วงกลางดึกที่ผ่านมาระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 20 เซนติเมตร โดยนางตะล่อม โพธิ์มูล เปิดเผยว่า น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงต.วัดโคกซึ่งอยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตลอดสัปดาห์ ใต้ถุนบ้านตนมีน้ำท่วมสูง 1.20 เมตร ตนจึงขนของใส่เรือนำไปฝากไว้บ้านญาติก่อน แต่ถ้าน้ำสูงกว่านี้ก็คงต้องตัดสินใจทิ้งบ้านไปอยู่กับญาติชั่วคราว เพราะบริเวณนี้เคยถูกน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 น้ำสูงจนมิดหลังคา

พิจิตรน้ำป่าหลากท่วม3อ.รร.จม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.พิจิตรว่า น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ที่ไหลมาจากอ.ชนแดนยังไหลเข้าท่วม3 ตำบลในอ.ดงเจริญคือ ต.ห้วยพุก ต.วังงิ้วใต้ และต.วังงิ้วชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 700 หลังคาเรือน โดยเฉพาะโรงเรียนห้วยพุกวิทยา ต.ห้วยพุก น้ำไหลเข้าท่วมห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล ที่อยู่ด้านล่างของตัวอาคาร รวมถึงบริเวณโรงเรียนถูกน้ำท่วมขังนักเรียนต้องลุยน้ำไปเรียนหนังสือ โดยย้ายขึ้นไปเรียนชั้นสองแทน แต่โรงเรียนยังไม่ปิด เพราะใกล้สอบกลางภาค นอกจากนั้น น้ำยังท่วมบ้านเรือนในต.ห้วยพุกประมาณ 30 หลังระดับน้ำสูง 80 ซม.-1 เมตรรวมถึงนาข้าวซึ่งกำลังตั้งท้อง

อุดรฯพายุงวงช้างถล่ม2อ.อ่วม

ที่จ.อุดรธานี ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดพายุงวงช้างพัดถล่มหนัก 2 อำเภอคือ อ.หนองหาน อ.กู่แก้ว ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายหลายพื้นที่ เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นประมาณ 20 ต้น ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งซ่อมไฟให้ใช้ได้เป็นการด่วน ขณะที่นายเฉลิมศักดิ์ อินทร์หา ปลัดอาวุโสอ.กู่แก้ว ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจและให้การช่วยเหลือพบมีครอบครัวผู้ประสบภัยประมาณ 50 หลังคาเรือน เช่นเดียวกับ อ.หนองหานเสียหายหนักหลายจุด เช่น สภ.หนองหาน ต้นไม้ใหญ่รอบตัวอาคารถูกพายุงวงช้างพัดหักโค่นมาทับรถที่จอดอยู่หน้าสภ.เสียหายหลายคัน รวมถึงบ้านของผกก.สภ.หนองหานก็ถูกพายุงวงช้างถล่มจนหลังคาเปิดเสียหายหนักเช่นกัน

กทม.เฝ้าระวังฝนหนักถึง4ตค.

วันเดียวกัน นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.)ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าฯกทม. ประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมในพื้นที่กทม.ก่อนเปิดเผยว่า

ได้กำชับผอ.เขตและผอ.สำนักที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมป้องกันแก้ปัญหาโดยเฉพาะในจุดอ่อน 300 จุด ทั้ง อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ถุงยังชีพและเจ้าหน้าที่ ซึ่งกทม.ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำถึงวันที่ 4 ตุลาคม

เตรียมกระสอบทราย6แสนใบ

ด้านนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า กทม.ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ขีดความสามารถที่แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงผ่านกรุงเทพฯจะรับได้สูงสุดมากถึงระดับ 2,400- 2,500 ลบ.ม./วินาที โดยสำนักการระบายน้ำได้นำกระสอบทรายไปเสริมในจุดที่เขื่อนชำรุดในพื้นที่เอกชน เช่น ย่านสัมพันธวงศ์ นอกจากนี้ยังกำชับเขตในฝั่งตะวันออกที่มีคลองจำนวนมากซึ่งขณะนี้น้ำในคลองเต็ม ได้เร่งนำกระสอบทรายไปป้องกันจุดเสี่ยง แต่ละเขตเตรียมไว้ 2 แสนใบ และสำนักการระบายน้ำสำรองไว้ในส่วนกลางอีก 4 แสนใบ นอกจากนี้ เตรียมพร่องน้ำในคลองต่างๆให้อยู่ต่ำกว่าปกติ เพื่อรองรับนที่จะตกลงมา

เตือนคนกรุงรับมือฝนหนัก30กย.

นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผอ.สำนักการระบายน้ำเปิดเผยว่า ปริมาณฝนสะสมในกทม. ตั้งแต่วันที่ 1-29 กันยายน โดยเฉพาะเขตหลักสี่ สายไหม ดอนเมือง อยู่ที่ 490 มิลลิเมตร(มม.) ส่วนเขตกทม.ตะวันออก อยู่ที่ 460 มม. ทำให้ปริมาณน้ำในพื้นที่มีจำนวนมาก อีกทั้ง ยังพบร่องมรสุมพาดผ่านกทม.ทำให้วันที่ 30 กันยายนมีฝนตกหนัก ขอให้ทุกเขตช่วยเฝ้าระวัง นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุชบาอย่างใกล้ชิด และขอแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่คลองเปรมประชากร ช่วงเขตหลักสี่ ดอนเมือง คลองแสนแสบช่วงเขตหนองจอก คลองสามวา มีนบุรี คลองประเวศบุรีรมย์ ช่วงขตลาดกระบัง คลองบางนา ช่วงเขตบางนา ประเวศ และ คลองลาดพร้าว ช่วงเขตสายไหม บางเขนและลาดพร้าว เตรียมความพร้อมไว้ด้วย

พิษณุโลกเร่งดึงน้ำยมเข้า3แก้มลิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.พิษณุโลกยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในอ.บางระกำ ขณะที่แม่น้ำยมที่ไหลผ่านอ.บางระกำอยู่ที่ระดับ 8.14 เมตรเป็นระดับขึ้นสูงสุด โดยชลประทานจังหวัดเร่งขุดลอกคูคลองท่อรอด  เพื่อดึงน้ำจากแม่น้ำยมมาเก็บไว้ในแก้มลิง 3 แห่งของอ.บางระกำคือ บึงระมาณ  บึงตะเคร็ง  บึงขี้แร้ง ที่ขุดลอกแล้วเสร็จมา 2 ปีแล้ว แต่ยังกักเก็บน้ำไม่เต็มที่ โดยนายบรรดิษฐ์  อินต๊ะ ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลกเผยว่า บึงทั้งสามแห่งเก็บน้ำได้ตั้งแต่ 1.8-16 ล้านลบ.ม.แต่ปัจจุบันมีน้ำอยู่เพียง 1 แสนลบ.ม.-5 ลบ.ม.เท่านั้น เพราะติดปัญหาทำนบกั้นน้ำและท่อลอดข้ามถนน ซึ่งแก้ปัญหาแล้ว และจะดึงน้ำที่ท่วมขังอ.บางระกำมาเก็บยังแก้มลิงดังกล่าวให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้ในฤดูแล้ง

ปักธงแดงหาดเขาหลักเตือนคลื่นแรง

ส่วนสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามัน เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ทที่อยู่ติดกับชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ให้ติดตั้งแผ่นป้ายที่มีข้อความประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ และปักธงแดงเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด เพราะบริเวณตลอดแนวชายหาดเขาหลักมีคลื่นสูง รวมทั้งยังเตรียมอุปกรณ์การช่วยชีวิตไว้ป้องกันเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.ระนอง พังงาและภูเก็ต ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ฝนตกหนักมาก!หลายพื้นที่‘น้ำขังรอระบาย’ (ประมวลภาพ-คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237755

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.22 น.

29 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.-17.00 น.วันนี้ ได้มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ของ กทม. ส่งผลให้เกิดปัญหา ‘น้ำขังรอระบาย’ หลายจุด โดยได้มีการโพสต์ และแชร์ภาพสภาพน้ำท่วมในจุดต่างๆผ่านโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบริเวณหน้ากรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ และภายในเมืองทองธานี , ถ.สามัคคี , ถ.สนามบินน้ำ และ ถ.งามวงศ์วาน เป็นต้น

 

 

 

 ขอบคุณภาพจาก JS100 , @js100radio

‘ทีพีไอ’แจงคุมเข้มทำเหมือง ยันไม่กระทบ‘ถ้ำโพธิสัตว์-ภาพสลักพันปีสระบุรี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237722

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559, 16.12 น.

“ทีพีไอ”แจงคุมเข้มทำเหมืองทุกขั้นตอน ยันไม่กระทบ “ถ้ำโพธิสัตว์-ภาพสลักพันปี” ที่สระบุรี เผยอุตสาหกรรมจังหวัดส่ง จนท.ตรวจสอบแล้วไม่พบความเสียหาย

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวว่ามีบริษัทเอกชน 2 ราย ขอทำการระเบิดหินภูเขาใกล้กับถ้ำพระโพธิสัตว์ หรือถ้ำเขาน้ำพุ หมู่ 10 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยรายหนึ่งเป็นบริษัทปูนชื่อดัง จะขอระเบิดหินห่างจากถ้ำพระโพธิสัตว์ประมาณ 2 กิโลเมตร และอีกบริษัทหนึ่งจะขอระเบิดหินห่างจากถ้ำพระโพธิสัตว์ประมาณ 280 เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อความเสียหายกับภาพสลักนูนต่ำในถ้ำพระโพธิสัตว์จากการสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก โดยเจ้าของพื้นที่ที่ดูแลโบราณสถานคือสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างการพิจารณาจะให้ระเบิดหินหรือไม่อย่างไร

ล่าสุด บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า จากที่มีสำนักข่าวหนึ่งได้นำเสนอประเด็นข่าวเรื่องดังกล่าวนั้น ในส่วนของบริษัท ทีพีไอฯ ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีการทำประชามติร่วมกับตัวแทนจากวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ซึ่งเกิดความวิตกกังวลในเรื่องของการระเบิดหินจะเกิดผลกระทบกับถ้ำและภาพสลักพันปี ซึ่งทางบริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งในเรื่องแนวทางการป้องกันและการประกอบการของโรงปูน จะเห็นว่าประทานบัตรที่ทำเหมืองอยู่ปัจจุบันของบริษัท ห่างจากวัด ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งทางบริษัทได้รับอนุญาตมาเมื่อปี 2536  และเมื่อได้รับอนุญาตประทานบัตรแล้ว ก็มีการทำเหมืองเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในการทำเหมืองนั้น บริษัทมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ กังวล เนื่องจากในการทำเหมืองของบริษัทถูกควบคุมและกำกับการดูแล ตลอดจนมีมาตรการการป้องกันของส่วนราชการ เช่น สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม , กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้กำกับและควบคุมดูแลการทำเหมืองของบริษัทภายใต้วิธีการทำเหมืองที่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไข และระเบียบของส่วนราชการ เช่น มาตรการเรื่องการควบคุมเรื่องการระเบิด และมาตรการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การวัดแรงสั่นสะเทือน การวัดปริมาณฝุ่นและเสียง ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพป่า

“สิ่งเหล่านี้บริษัทได้ดำเนินการตามาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านผลกระทบในเรื่องของฝุ่นและเสียงนั้น สั่นสะเทือน ได้มีการตรวจวัดในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับเหมืองของบริษัท และบริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ เป็นประจำทุกเดือน ซึ่งตลอดเวลาที่ทำเหมืองมาเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ประกอบกับบริษัทได้นำเทคโนโลยีด้านการทำเหมืองที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ทำให้ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และเกิดความปลอดภัยในการทำเหมืองมากยิ่งขึ้น” บริษัท ทีพีไอฯ ระบุ

บริษัท ทีพีไอฯ ระบุอีกว่า การดำเนินงานของบริษัทมีการดำเนินการตามมาตรการต่างๆภายใต้การควบคุมดูแลจากหน่วยงาน และทางบริษัทมีหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบควบคุมมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานกลางที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และจากประเด็นข่าวดังกล่าว สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 6 นครราชสีมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่จากอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ในกรณีการระเบิดหินใกล้ถ้ำโพธิสัตว์แล้ว

“บริษัทขอยืนยันว่ายังไม่พบความเสียหายต่อวัดถ้ำพระโพธิสัตว์และภาพสลักพันปี ล้ำค่า ทวารวดี แต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้มีการสอบถามเจ้าอาวาสวัด ได้รับคำยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากการทำเหมือง ของบริษัทฯ และทางเจ้าอาวาสไม่ได้ให้ข่าวแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าการที่มีการกล่าวหาว่าการทำเหมืองของบริษัทฯจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อวัดถ้ำพระโพธิสัตว์จึงไม่เป็นความจริง บริษัทยืนยันว่าได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอากาศ , เสียงและความสั่นสะเทือน รวมถึงมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆเสมอมา” บริษัท ทีพีไอฯ ระบุ

เตือนทุกภาคฝนตกชุกหนาแน่น!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237637

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.04 น.

29 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร อุดรธานีนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ผันน้ำเข้า‘ทุ่งรังสิต’! รอยลแนะใช้รับน้ำท่วมจากลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237492

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.29 น.

28 ก.ย.59 ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างที่ทำให้จังหวัดท้ายน้ำ เช่น พิจิตร ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ต้องประสบภาวะน้ำหลากตั้งแต่ปลายสัปดาห์นี้นั้น ทาง สสนก.ได้รับมอบหมายจากที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้ออกบินสำรวจสภาพน้ำเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และลดผลกระทบของชาวบ้านริมน้ำจากน้ำท่วม โดยการบินสำรวจได้ผ่านจุดที่น้ำท่วมล้นตลิ่ง คลองบางบาล คลองโผงเผง ไปจนถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นจึงย้อนกลับเพื่อดูปริมาณน้ำในพื้นที่ท่วมทุ่ง หรือแก้มลิงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อประเมินพื้นที่รองรับน้ำโดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ทุ่งรังสิต

‘การระบายน้ำพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาออกสู่อ่าวไทย ไม่ได้ผ่านเพียงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเดียว แต่จะดูว่ามีเส้นทางไหนบ้างเพื่อปรับระบบการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมมากที่สุด เพราะปริมาณฝนปีนี้ตกในพื้นที่ท้ายเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และกระจายตามพื้นที่ภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เครื่องมือที่มีอยู่ ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีเท่าที่ควร’ ดร.รอยล กล่าว

มวลน้ำจ่อ‘ปทุมธานี’! ปภ.อยุธยาสรุปท่วม6อำเภอ ‘บางบาล-เสนา’หนักสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237486

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559, 12.15 น.

28 ก.ย.59 นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงการเตรียมรับมือการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในระยะนี้ว่า เช้าวันนี้ (28 ก.ย.) เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ระบายน้ำเพิ่มที่ 1,901 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม)/วินาที และกรมชลประทานแจ้งเตือนอาจมีการปล่อยน้ำถึง 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจังหวัดได้ออกประกาศเตือนพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยให้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 50-70 เซนติเมตร ซึ่งขณะนี้ยังมีอยู่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร รวม 73 ตำบล 425 หมู่บ้าน 18,472 หลังคาเรือน ระดับน้ำเฉลี่ย 50-100 เซนติเมตร หนักที่สุด คือ ที่ อ.บางบาล และ อ.เสนา ประมาณ 1 เมตร จุดลุ่มต่ำประมาณ 1.50 เซนติเมตร

‘ในส่วนของมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ไหลมารวมกับแม่น้ำป่าสักอีก 401 ลบ.ม./วินาที บริเวณเกาะเมืองกรุงเก่า และมวลน้ำทั้งหมดไหลท่วมพื้นที่ริมฝั่ง 10 ตำบล อ.บางปะอิน ส่วน อ.บางไทร ริมแม่น้ำน้อยท่วมแล้ว 21 ตำบล โดยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยไหลมารวมกันที่ ต.ช้างใหญ่ ต.สนามไชย และ ต.โพแตง อ.บางไทร ซึ่งถูกน้ำท่วมตามชุมชนริมน้ำแล้วเช่นกัน จากนั้นปริมาณน้ำทั้งหมดนี้จะไหลต่อไปยัง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี’ นายอุดมศักดิ์ กล่าว

อุตุฯเตือน6จว.รับมือฝนตกหนัก!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237465

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.05 น.

28 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนลดลง ส่วนภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกใกล้เคียงกับเมื่อวาน

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “เมกี” (MEGI) บริเวณไต้หวันได้เคลื่อนลงสู่ช่องแคบไต้หวันแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนผ่านไปยังมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในวันนี้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฏร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เมืองเอก-ไวท์เฮ้าส์ จุดเสี่ยง”จมบาดาล” กรุงเก่าเตรียมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237449

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมืองเอก-ไวท์เฮ้าส์

จุดเสี่ยง”จมบาดาล”

กรุงเก่าเตรียมรับมือ

มวลน้ำเหนือทะลัก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาริมสองฝั่ง น้ำยังทะลักล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมในหลายจังหวัด หลังทางเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มปริมาณการระบายลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน

สถานการณ์น้ำน้ำตลิ่ง ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำไหลท่วม 6 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.บางปะอิน  ประชาชนเดือดร้อน 70 หมู่บ้าน 34,646 ครัวเรือน ท่วมหนักสุด คือ ต.หัวเวียง ต.บ้านกระทุ่ม        อ. เสนา ระดับน้ำใต้ถุนสูง2 เมตร แม้น้ำเจ้าพระยายังทรงตัว ส่วน แม่น้ำน้อย เพิ่มขึ้น30เซนติเมตรไหลผ่าน คลองบางหลวง เข้าท่วมถนนเข้า วัดอัมพวัน หมู่ 6 ต.บางหัก อ.บางบาล ไหลท่วมพระอุโบสถ จนพระต้องเก็บสิ่งของโต๊ะหมู่บูชาและของใช้กิจของสงฆ์หนีน้ำกันอย่างทุลักทุเล

น้ำมวลใหญ่จ่อท่วมสูง1.5เมตร

นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าได้ประชุมร่วมกับอธิบดีกรมชลประทานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบคอนเฟอร์เรนท์มีข้อสรุปคือ1.กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าช่วงวันที่ 30 กันายน-2 ตุลาคม ฝนจะตกหนักในภาคเหนือและภาคกลาง2.กรมชลประทานจะเร่งระบายน้ำลงทะเล เพื่อรองรับน้ำใหม่ที่เกิดจากฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคกลาง 3.เขื่อนเจ้าพระยา มีแนวโน้มระบายน้ำในอัตรา2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนพระราม 6 จะปล่อยในอัตรา 600 ลบ.ม.ต่อวินาที ในประมาณกลางสัปดาห์นี้ จะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองบางหลวง คลองบางบาล น้ำจะสูงขึ้น50-75เซนติเมตรและน้ำในแม่น้ำป่าสักฯ อ.ท่าเรืออ.นครหลวง น้ำจะสูงขึ้น1-1.50 เมตร เขต อ.พระนครศรีอยุธยา จะสูงขึ้น50-75เซนติเมตร 4.หลังเร่งระบายน้ำลงทะเลเพื่อรับมวลน้ำชุดใหม่กระทรวงเกษตรฯจะหารือกับกระทรวงมหาดไทยในการผันน้ำเข้าทุ่งในวันที่1ตุลาคมนี้เพื่อตัดยอดน้ำและเก็บน้ำไว้ใช้ต่อไป

แนวกันน้ำทรุดนิคมฯไฮเทคเสียว

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนแนวคันป้องกันน้ำท่วม เลียบทางรถไฟในพื้นที่ อ.พระนครศรีอยุธยาจนถึงอ.บางปะอินยาวกว่า 10 กิโลเมตร พบถนนชำรุดพังเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะช่วงต.บ้านกรด อ.บางปะอิน เกิดถนนทรุดตัวยาวกว่า10 เมตร ปัจจุบันพังหลายจุด ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ถือเป็นจุดเสี่ยงที่สุด จะต้องเร่งซ่อม หากน้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่ง อาจเหมือนปี2554 ไหลท่วมถึงศูนย์ราชการ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคและถนนสายเอเชีย

เตือนเมืองเอก-ไวท์เฮ้าส์จ่อจม

ในวันเดียวกัน นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายชูชาติ ศุภวรรธนางกูร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีเพื่อรับมือน้ำเหนือที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาเข้ามาสู่เขตปริมณฑลโดยจะระบายน้ำผ่านระบบ“ซูเปอร์ไฮเวย์” ผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีเครื่องสูบน้ำพลังสูง 24 ตัว ซึ่งมั่นใจว่าสามารถช่วยระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯปทุมธานี กล่าวว่าในจ.ปทุมธานี มีน้ำท่วมขั งคือบ้านเรือนที่อยู่นอกแนวกั้นน้ำ และมักเกิดน้ำท่วมประจำทุกปี ช่วงฤดูน้ำหลาก ที่น่าเป็นห่วงคือหมู่บ้านเมืองเอก หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ ที่เป็นหมู่บ้านที่ก่อสร้างช่วงแรกๆสภาพคล้ายท้องกระทะ จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

อ่างทอง3อ.อ่วม/สวนกล้วยไข่จม

สถานการณ์น้ำท่วม จ.อ่างทอง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว3 อำเภอ 10 ตำบล 30 หมู่บ้าน 583 ครัวเรือนโดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไข่บริเวณริมคลองโผงเผง หมู่ 5ต.โผงเผง อ.ป่าโมก น้ำได้ไหลซึมเข้าท่วมสวนกล้วย เป็นจำนวนหลายไร่ ชาวบ้านช่วยกันตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกเพื่อป้องกันสวนกล้วยเน่าเสียและยืนต้นตาย และมีเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังบริเวณคลองโผงเผงได้รับผลกระทบน้ำขึ้นอย่างรวดเร็วลูกปลาทับทิมที่เลี้ยงในกระชังน็อกน้ำตายจำนวนมาก

สุพรรณบุรีน้ำทะลักท่วม3อำเภอ

ว่าที่ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่าหลังเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ จ.ชัยนาท ปากแม่น้ำสุพรรณ ลงสู่ แม่น้ำท่าจีน เข้าประตูน้ำโพธิ์พระยา ทำให้สุพรรณบุรี มีน้ำสูงขึ้น และน้ำได้ไหลเข้าท่วม 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.บางปลาม้าและอ.สองพี่น้อง บางจุดสูงกว่า1 เมตรท่วมหนักสุดที่อ.สองพี่น้อง เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 26 กันยายน พื้นที่จ.ปราจีนบุรี มีฝนลงมาอย่างหนักนานกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังจำนวนหลายแห่ง มีปริมาณน้ำสูง30-60เซนติเมตร ทั้งฝั่งเข้า-ขาออกตัว อ.กบินทร์บุรี ส่งผลให้รถยนต์ที่วิ่งผ่านด้วยความลำบาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี ต้องอำนวยความสะดวกผู้ใช้รถใช้ถนน

พิจิตรน้ำป่าไหลท่วมแทบทุกอ.

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.พิจิตร หลังน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลท่วมขยายพื้นที่  แทบทุกอำเภอ ไหลท่วม ต.วังหลุม อ.ตะพานหิน น้ำท่วมสูง50-80 เซนติเมตร ประชาชนต้องเร่งเก็บของขึ้นที่สูง อีกทั้ง มวลน้ำได้ไหลท่วมโรงเรียนวัดท่าบัวทอง ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง ได้ประกาศหยุดโรงเรียนชั่วคราวขณะที่ทางราชการได้เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบน้ำป่าท่วม 5 หมู่บ้าน ใน ต.เขาทราย ต้องลุยน้ำส่งอาหารปรุงสำเร็จ น้ำสะอาด

รัฐบาลมั่นใจสามารถรับมือน้ำได้

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงการบริหารจัดการน้ำว่าต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีแผนใหญ่อยู่แล้วซึ่งต้องทำทั้ง 3 อย่างคือการแก้ภัยแล้ง แก้น้ำท่วมและกักเก็บน้ำในฤดูแล้งจึงต้องกำกับดูแล น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยากับใต้เขื่อนเจ้าพระยา ปีนี้ มีน้ำทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งระบายน้ำเหนือเขื่อนอยู่ในการเกณฑ์ที่พอรับได้ น้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ยังมีระดับน้ำที่ไม่น่าเป็นห่วง ถ้าเกิน2,500ลูกบาศ์กเมตรก็จะมีปัญหา ขณะนี้ยังไม่เกินกำหนด

‘บิ๊กตู่’ยันน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่วิกฤต สั่งมท.-กรมชลเยียวยา14จว.น้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237437

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559, 19.28 น.

27 ก.ย. 59 เวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการบริหารจัดการน้ำว่า วันนี้อยากให้มองว่าไม่ใช่แค่พูดกันเป็นระยะๆ ว่าอันนี้น้ำท่วม อันนั้นน้ำแล้ง เราต้องมีการบริการจัดการอย่างเป็นระบบ เรามีแผนใหญ่อยู่แล้วซึ่งต้องทำทั้งสามอย่าง คือการแก้ภัยแล้ง แก้น้ำท่วมอุทกภัย และการกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง ที่ผ่านมาเรามีปัญหาคือประเทศไทยต้องกำกับดูแลน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยากับใต้เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปีนี้มีน้ำทั่วทุกพื้นที่ แต่ก่อนเรามีปัญหาแค่น้ำหลากทางเหนือ ซึ่งเขามีการบรรเทาและระบายน้ำเหนือเขื่อนในการเกณฑ์ที่พอรับได้อยู่
“ในพื้นที่ที่ท่วมไปแล้วและการเกษตรเสียหายก็ต้องมีการเยียวยา ขณะนี้เหลือ 14 จังหวัดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ดูว่าตรงไหนเสียหายมากน้อยตามกติกา ทางกระทรวงมหาดไทยและกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็ดูแลอยู่แล้ว ผมได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปดูแลในพื้นที่และส่วนกลางจะลงไปช่วยด้วย ขณะนี้ที่ผ่านทางเขื่อนเจ้าพระยายังมีระดับน้ำที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากเกิน2,500 ลูกบาศ์กเมตร (ลบ.ม.) ขึ้นไปจะมีปัญหา น้ำข้างบนก็ยังไม่เกินกำหนดไว้” นายกฯกล่าว