ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237321
วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.08 น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237321
วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.08 น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237262
วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.02 น.
27 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกโดยทั่วไป ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในระยะนี้
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “เมกี” (MEGI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านไต้หวัน ในช่วงวันที่ 27 – 28 ก.ย.59 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกได้ในระยะนี้
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครราชสีมา สุรินทร์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237198
วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายสุจินต์ หลิ่มโตประเสริฐ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน (ผส.สช.) เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้กำหนดวิสัยทัศน์และประเด็นยุทธศาสตร์ระหว่างปี 2560-2564 ไว้ โดยหนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์ คือ การเสริมพลังอำนาจให้ประชาชน การสร้างความมีส่วนร่วมกับประชาชน และการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เนื่องจากในอนาคตจะมีการลดอัตรากำลังภาครัฐลง ภายใน 10 ปีข้างหน้า กรมชลประทานจะไม่มีลูกจ้างประจำ ผู้ที่ทำงานลงพื้นที่ติดต่อโดยตรงกับผู้ใช้น้ำ ประกอบกับเป้าประสงค์ใหญ่ที่กรมชลประทานตั้งไว้ ครอบคลุม ตั้งแต่ปี 2560-2580 คือ การเป็นองค์กรอัจฉริยะที่มุ่งเน้นให้เกิดความมั่นคงเรื่องน้ำ ซึ่งมีคนเป็นกุญแจสำคัญ
“กรมชลประทาน ได้จัดกิจกรรมหลากหลายและเข้มข้นเพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคประชาชน เช่น จัดอบรมยุวชลกร ฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำให้รู้จักคิดและตั้งคำถาม ไม่เป็นแต่ฝ่ายรับคำสั่ง ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้สมาชิกในชุมชนมีเป้าหมายของตัวเองชัดเจนและเกิดการลงมือปฏิบัติอย่างได้ผลจริง เพราะการที่เขาคิดอะไรออกมาเอง เวลาลงมือทำจะมีประสิทธิภาพกว่าการรับคำสั่งจากนอกชุมชนที่มักจะไม่ค่อยได้ผล นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลให้กับสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่น การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน การเลื่อนขั้นให้กับข้าราชการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาผู้มีผลงานโดดเด่นที่สามารถบริหารจัดการน้ำร่วมกับภาคประชาชนได้เป็นอย่างดี เป็นต้น” นายสุจินต์ กล่าว
นายสุจินต์กล่าวต่อไปว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในอนาคตความต้องการใช้น้ำต้องมากขึ้นในขณะที่การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อกักน้ำในปริมาณมากให้พอกับความต้องการทำได้ยากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมด้วยการหันมาปรับที่ผู้ใช้น้ำ ซึ่งเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนทางหนึ่ง
“จากผลการดำเนินงานและลงพื้นที่ที่ผ่านมาพบว่าภาคประชาชน/เกษตรกร มีความตื่นตัวและมีศักยภาพในการทำงานสูงมาก เมื่อทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ใช้น้ำทำงานอย่างหนักร่วมกันในการแก้ไขปัญหาจึงทำให้เกษตรกรเข้าใจและวางใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น ซึ่งก็นับเป็นสัญญาณที่ดี โดยรวมแล้วเมื่อเกิดการประสานกันระหว่างปราชญ์ชาวบ้านร่วมกับเทคโนโลยีวิศวกรรมชลประทานสมัยใหม่ ก็จะนำไปสู่ความมั่นคงด้านน้ำได้ในที่สุด” นายสุจินต์ กล่าวสรุป
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237100
วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.02 น.
26 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกยังคงมีฝนตก สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกในช่วงบ่ายและค่ำ
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “เมกี” (MEGI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ในช่วงวันที่ 26 – 28 ก.ย.59 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ในช่วงบ่ายและค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237043
วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ต่อยอดพัฒนาเครื่องมือสำรวจชลประทาน
เพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำ-ต้นทุนถูกกว่าต่างชาติถึง70%
กรมชลประทาน เดินหน้าต่อยอดพัฒนาเครื่องมือสำรวจชลประทาน เรือสำรวจหยั่งลึกพร้อมอุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์วัดความลึกของน้ำด้วยคลื่นเสียงความถี่เดียว ซึ่งได้รับรางวัล “The Best of Special Prize” และ “Special Prize” ในการประกวดวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2559 จาก วช. ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพความถูกต้อง แม่นยำ ชัดเจน พร้อมสามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ แถมต้นทุนถูกกว่าของต่างชาติถึง 70% เล็งผลิตอีก 25 ชุดในปีหน้า
นายประทีป ภักดีรอด ผู้อำนวยการสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องมือสำรวจชลประทาน ซึ่งเป็นเรือสำรวจหยั่งลึกพร้อมอุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์วัดความลึกของน้ำด้วยคลื่นเสียงความถี่เดียว ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น หลังเครื่องมือดังกล่าวได้รับรางวัล “The Best of Special Prize และ Special Prize” ในการประกวด “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2559” จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้รับความสนใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเยี่ยมชมงานนิทรรศการที่กรมบัญชีกลางได้จัดขึ้น และได้มีข้อแนะนำให้ผลิตเครื่องมือชนิดนี้ให้เพียงพอต่อการใช้งาน
นายประทีปกล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติมดังกล่าว เริ่มจากตัวเรือเดิมที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์หยั่งความลึกน้ำด้วยคลื่นเสียงแบบความถี่เดียว หรือ Single beam echo-sounder โดยจะพัฒนาเป็นแบบหลายความถี่ หรือ Multi beam echo-sounder ซึ่งจะทำให้สามารถประมวลผลภูมิประเทศใต้น้ำเห็นเป็นภาพสมจริงแบบ 3 มิติ จากนั้นก็จะพัฒนาต่อยอดการสำรวจค่าพิกัดบนผิวโลกด้วยระบบ RTK-GNSS ซึ่งเดิมใช้ระบบดาวเทียมบอกพิกัด GPS ของสหรัฐอเมริกา และระบบดาวเทียมบอกพิกัด GLONASS ของรัสเซีย โดยจะพัฒนาเพิ่มเติมให้รับสัญญาณดาวเทียมบอกพิกัด BEIDU จากประเทศจีน ซึ่งจะส่งผลทำให้การคำนวณค่าพิกัดมีความเสถียรและแม่นยำมากขึ้น
ขณะที่ในส่วนสุดท้าย คือ การต่อยอดพัฒนาระบบการทำแผนที่ภูมิประเทศรายละเอียดสูงจากการถ่ายภาพทางอากาศระยะใกล้ ที่ถ่ายโดยอากาศยานไร้คนขับแบบปีกหมุน (ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) พร้อมศึกษาพัฒนาโปรแกรมการตัดสิ่งปกคลุมบนผิวดินให้เหลือเป็นสภาพภูมิประเทศที่แท้จริง เมื่อรวมเทคโนโลยีทั้ง 3 เข้าด้วยกัน จะทำให้ได้แผนที่ภูมิประเทศทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง แม่นยำ มีระยะทาง ทิศทาง และระดับความลาดชันของภูมิประเทศที่ถูกต้อง โดยมีเป้าหมายให้มีความคลาดเคลื่อนจากภูมิประเทศจริงเพียง 1 มิลลิเมตร
“การพัฒนาเครื่องมือสำรวจชลประทานในครั้งนี้ จะทำให้งานสำรวจชลประทานมีระดับความแม่นยำสูงสุดในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากใช้เวลาเพียง 1 วัน เทียบกับการใช้กำลังคนที่กินเวลาถึง 7 วันหรือมากกว่า นอกจากนี้ การที่เรามีแผนที่ที่ดียังจะส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามไปอีกด้วย ทั้งนี้ในปี 2560 จะทำการผลิตเครื่องมือสำรวจชลประทานดังกล่าวจำนวน 25 ชุด ให้กับหน่วยงานของกรมชลประทานทั่วประเทศ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตถูกกว่าการสั่งซื้อจากต่างประเทศร้อยละ 70 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน” นายประทีปกล่าว
ส่วนเครื่องมือสำรวจชลประทานตัวแรก ที่นำไปทดลองนำร่องใช้งานที่บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ นั้น กรมชลประทานได้มอบแผนที่ทางวิศวกรรมให้กับกรมการทหารช่างเพื่อขุดลอกตะกอนดินต่อไปแล้ว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237042
วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เร็วๆ นี้ จะมีงานแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจร หรือ “งานอะกริเทคนิก้า เอเชีย 2017” (AGRITECHNICA ASIA 2017) ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของโลก พร้อมเปิดตลาดเอเชียเป็นครั้งแรก โดยเลือกจัดงานที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการค้าของทวีปเอเชีย กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ พิเศษยิ่งกว่าสำหรับปีแรกของการจัดงาน อะกริเทคนิก้า เอเชีย 2017 จะจัดคู่ขนานกับงานวิฟ เอเชีย 2017 (VIV ASIA 2017) ซึ่งเป็นงานนิทรรศการสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และงาน ฮอร์ติ เอเชีย 2017 (Horti ASIA 2017) งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้ ระดับนานาชาติ เรียกได้ว่าเป็นสัปดาห์ธุรกิจของคนในวงการเกษตรและปศุสัตว์อย่างแท้จริง ภายในงานนิทรรศการจะมีการจัดแสดงเครื่องจักรกลการเกษตร ครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมดิน เพาะปลูก ระบบน้ำ เก็บเกี่ยวผลผลิต ตลอดจนการเก็บรักษา ขนส่ง และการผลิตพลังงานทดแทน นอกจากนั้นยังมีพาวิลเลี่ยนจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมนำเทคโนโลยีการเกษตรชั้นนำมารวมจัดแสดงงาน อาทิ ประเทศจีน ประเทศเดนมาร์ก และพาวิลเลี่ยนที่จัดแสดงชิ้นส่วนและอะไหล่เครื่องจักรกลการเกษตร พาวิลเลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นการนำชีวมวลมาเปลี่ยนให้เป็นให้เป็นแก๊สเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตร
นอกจากการแสดงเทคโนโลยีการเกษตรจากบริษัทชั้นนำแล้ว ผู้จัดยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเชิญผู้ซื้อรายใหญ่ทั่วภูมิภาคเอเชียมาร่วมงาน ภายใต้แคมเปญ Hosted Buyer Program เตรียมการรองรับผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติจากบริษัท
ชั้นนำมากกว่า 150 คนทั่วเอเชีย โดยมอบอภินันทนาการห้องพักรับรองตลอดระยะเวลาการเข้าชมงานที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อยกระดับธุรกิจการเกษตรแห่งเอเชียให้เป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายธุรกิจระดับโลก นอกจากนั้น ในงานแสดงครั้งนี้เกษตรกรจะได้พูดคุย แบ่งปันองค์ความรู้มากมายจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเกษตรจากนานาประเทศอีกด้วย ท่านที่สนใจสามารถส่งใบสมัครเพื่อร่วมโครงการได้ที่ buyer@agritechnica-asia.com หรือติดต่อทีมจัดงานได้ที่ http://www.agritechnica-asia.com/visiting เปิดรับสมัครตั้งตั้งวันนี้ ถึง 15 ธันวาคม 2559 เท่านั้น
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/237093
วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายกฯสั่ง3หน่วยงาน
เร่งระบายน้ำ
หลังฝน‘ถล่ม’หลายวัน
มท.บี้ผู้ว่าฯตั้งวอร์รูมรับมือ
แจ้งวัฒนะสาหัสท่วมข้ามคืน
‘กรุงเก่า’วัดจม-พระพายเรือ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ระดมกำลังอย่างเต็มที่ ไม่ได้ปล่อยปะละเลย เบื้องต้นตนสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคสช. เร่งระบายน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างอดหลับอดนอนและเสี่ยงอันตราย ซึ่งคนในพื้นที่ให้กำลังใจและช่วยเหลือรัฐบาล แต่คนนอกพื้นที่กลับติติง ทั้งนี้ จากการบริหารจัดการน้ำที่ไม่เป็นระเบียบแบบแผนมากนัก กระทั่ง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้บริหารจัดการน้ำได้ดีพอสมควร และไม่มีใครทำได้ จึงให้เปรียบเทียบกับก่อนหน้าที่ตนเข้ามาได้ทำเช่นนี้หรือไม่
มท.สั่งตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม
ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ส่งการด่วนที่สุดผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ถึงผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ทุกจังหวัด เร่งแก้ปัญหาอุทกภัย รวมทั้งกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง
โดยเนื้อหาคำสั่งดังกล่าวระบุว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำปิงในภาคเหนือไหลเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จ.นครสวรรค์ ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ประกอบกับบางพื้นที่มีปริมาณฝนตกมาก เช่น ชัยนาท ลพบุรี อ่างทอง ทำให้เกิดน้ำท่วมจากน้ำฝนท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ที่ราบต่ำ และปริมาณน้ำสูงล้นฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ จึงขอให้แต่ละจังหวัดดำเนินการดังนี้ ให้จัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยจังหวัดขึ้น ใช้เป็นศูนย์บัญชาการและบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและเอกชนแก้ปัญหาอุทกภัย ให้ผู้ว่าฯและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นลงพื้นที่ดูแลประชาชนและตรวจสภาพน้ำท่วมใกล้ชิด ติดตามสภาพน้ำโดยประสานกับกรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเปิดปิดประตูเขื่อนชัยนาทหรือเขื่อนเจ้าพระยา ดูปริมาณน้ำ ปริมาณฝน กับการไหลของน้ำให้เหมาะสม ไม่ให้เกิดน้ำท่วม คำนึงถึงการเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ที่ยังไม่ท่วม เตรียมอุปกรณ์ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยผู้ประสบภัย อาจมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด (พชจ.) เป็นหน่วยบรรเทาทุกข์หรือเยียวยาผู้ประสบภัย อย่าให้ซ้ำซ้อนหรือเกิดความขัดแย้งกัน
ชี้กทม.จมเพราะระบายน้ำไม่ทัน
นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกว่า ยังมีต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 กันยายน จากนั้นฝนจะเริ่มน้อยลงและมากขึ้นอีกช่วงต้นเดือนตุลาคม ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าแนวโน้มฝนจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูสถานการณ์ปลายเดือนกันยายนต่อต้นเดือนตุลาคมจะมีแนวร่องฝนขยับลงมาจากจีนเข้าไทย รวมทั้งมีสถานการณ์ของพายุตัวใหม่ เข้าไต้หวัน และเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้
ส่วนปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯนั้น นายรอยลเผยว่า เพราะกทม.แก้ปัญหาการระบายน้ำจากฝนที่ตกลงมาไม่ได้ จึงเกิดน้ำท่วมทุกจุดเวลาฝนตก อย่างที่เห็นท่วมย่านแจ้งวัฒนะ ไม่มาจากน้ำเหนือ
“ผมขอให้ลองแก้ไขเป็นพื้นที่ๆไป ดูตัวอย่างจ.ปทุมธานี ฟื้นฟุระบบเก่าขึ้นมาใช้ได้ผลลดปัญหาน้ำท่วมไปได้มาก ลงไปแก้ท่อน้ำที่สกปรก ลำรางหายไปก็ทำขุดลอกรื้อฟื้นลำรางมาใช้ใหม่ แทนที่สร้างของใหม่เรื่อยๆ ไปดูของเก่าใช้งานก่อน แต่กทม. แก้แบบเศรษฐี อะไรก็จะสร้างใหม่ตลอด เน้นสร้างอุโมงค์ซึ่งก็ยังไม่เสร็จ”นายรอยลกล่าว
ลุ่มเจ้าพระยาระวังถึงต้นตค.
และว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดพื้นที่ท้ายเขื่อนลุ่มเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังถึงช่วงต้นเดือนตุลาคมที่มีฝนจากอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้และอันดามัน ซึ่งปัญหาท่วมขณะนี้ในพื้นที่ลุ่มนอกคันกั้นน้ำจ.พระนครศรีอยุธยา บางแห่งสูงเกือบ 2 เมตร เพราะตอนนี้กรมชลประทานยังตัดยอดน้ำระบายออกยังไม่เหมาะสม ควรแบ่งน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาออกฝั่งซ้าย -ขวา ผ่านประตูน้ำมโนรมย์ ไปจ.สุพรรณบุรี ลงแม่ท่าจีนจะช่วยพื้นที่ท้ายเขื่อนลดผลกระทบได้
“จ.พระนครศรีอยุธยาบางตำบลน้ำท่วมเกือบ 2 เมตร เพราะกรมชลฯแบ่งน้ำยังไม่เหมาะสม ต้องจัดการใหม่ โดยตัดน้ำเข้าด้านซ้าย ขวา คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ประตูมโนรมย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งครบให้เร่งระบายน้ำและเก็บน้ำไว้ด้วย ต้องเพิ่มการผันน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า -อู่ทอง มโนรมย์ได้ระบายไปเก็บไว้ด้วย อย่าใช้ทางตรงอย่างเดียว ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ลงทะเล ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังไม่ล้น ขณะนี้มีปริมาณน้ำกว่า 70% ของความจุเขื่อน “นายรอยล กล่าว
เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำ1.8พันลบ.ม.
ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท คงการระบายน้ำไว้ที่อัตรา 1,800 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งทำให้ระดับน้ำเหนือเพิ่มขึ้น15 เซนติเมตร โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาวัดได้ 16.13 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนวัดได้ 14.37 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางทรงตัวต่อเนื่อง นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12 ชัยนาทเปิดเผยว่า จากการคงอัตราระบายน้ำดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในพื้นที่ริมคลองบางโผงเผง อ.ป่าโมกข์ จ.อ่างทอง ต.บางหลวงโดด ต.บางบาล อ.บางบาล และต.บางกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงท้ายแม่น้ำน้อย มีระดับน้ำล้นตลิ่งสูงขึ้นอีก 20-30 เซนติเมตร และมีแนวโน้มขยายพื้นที่น้ำล้นตลิ่งออกไปทั้งสองฝั่ง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงควรเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ป่าสัก-น.น้อยล้นตลิ่งท่วมอ.เสนา
นายโบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มระดับขึ้นไปอยู่ที่ 2.70 เมตร เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร ระดับคันกั้นน้ำชลประทานสายผักไห่-เสนาสูงเฉลี่ย 6.20 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) ระดับดินเดิมตลิ่งเฉลี่ย 2.20 ม.(รทก.) น้ำท่วมตลิ่งประมาณ 2.00 ม. รวมประมาณ 4.20 ม. สรุปน้ำยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำเฉลี่ยประมาณ 2 เมตร ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1, 790 ลบ. ม./วินาที ระดับน้ำ C.36 5.03 ม.(รทก.) ปริมาณน้ำระบาย 540 ลบ.ม./วินาที C.37 ระดับน้ำ 4.12 ม. (รทก. ) ปริมาณน้ำระบาย 153 ลบ.ม./วินาที ทำให้น้ำในแม่น้ำน้อยเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านที่มีพื้นที่ต่ำเหมือนทุกๆปี ระดับน้ำสูงเฉลี่ย1.50-2.20 เมตร อ.เสนารวม 4 ตำบล 37 หมู่บ้าน 1,335 หลังคาเรือน 1.ต.บ้านกระทุ่ม หมู่ 1-10 รวม 10 หมู่ จำนวน 317 หลังคาเรือน 2.ต.หัวเวียง หมู่ 1-13 รวม 13 หมู่ จำนวน 578 หลังคาเรือน 3.ต.รางจระเข้ หมู 3,5-7 รวม 4 หมู่ 226 หลังคาเรือน 4.ต.บ้านโพธิ์ หมู่ 1,3-9,11-12 รวม 10 หมู่ 214 หลังคาเรือน น้ำล้นตลิ่งวันที่19– 25ก. ย. 59 รวม 6 ตำบล 46 หมู่บ้าน 1,572 หลังคาเรือน ต.บ้านกระทุ่มน้ำสูงเฉลี่ย 1.80 -2.20 ซม. อำเภอผักไห่ รวม 1 ตำบล 8 หมู่บ้าน 180 หลังคาเรือน 5.ต.ท่าดินแดง หมู่ 1-8 รวม 8 หมู่ 180 หลังคาเรือน 6.ต.บ้านใหญ่ หมู่ 3 รวม 1 หมู่ 57 หลังคาเรือน
นายโบว์แดงกล่าวอีกว่า กลุ่มเมฆฝนที่ปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางเบาบางลง ปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน รวมทั้งสะแกกรัง เริ่มลดลง การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะทรงไว้และคงจะลดระดับลงเรื่อยๆ หากไม่มีฝนตกมาเติมช่วง 2-3 วันนี้ แต่ลุ่มน้ำป่าสักมีฝนตกแถบเพชรบูรณ์ช่วง 1-2 วันที่แล้ว อาจมีน้ำลงมาเติมบ้าง โดยกรมชลประทานจะผันออกไปทางคลองระพีพัฒน์จะได้ไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน
บางบาล-ผักไห่วัดจม-พระพายเรือ
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในจ.พระนครศรีอยุธยายังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะที่วัดบุญกันนาวาส ต.ไทรน้อย อ.บางบาลถูกน้ำจากเจ้าพระยาท่วมสูงเกือบ 1 เมตร พระพุทธรูปและเจดีย์ประจำวัดที่ลานปูนหน้าวัดจมน้ำ ขณะที่วัดตะกู ตั้งติดคลองบางหลวง ต.วัดตะกู อ.บางบาลรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา พบน้ำท่วมพื้นที่วัดและชุมชนโดยรอบทั้งหมด ถนนเข้าออกวัดถูกตัดขาด พระสงฆ์และชาวบ้านต้องพายเรือแทน ขณะที่พื้นที่ทุ่งนาหลังถนนคันคลองชลประทาน ทุ่งนาของอ.บางบาลและอ.เสนานับแสนไร่ ซึ่งเก็บเกี่ยวข้านาปรังไปหมดแล้ว ไม่มีน้ำใช้ทำนา โดยชาวบ้านร้องขอให้เปิดประตูน้ำ ดึงน้ำท่วมเข้าทุ่งนาเพื่อเป็นแก้มลิง และจะลดระดับน้ำท่วมในชุมชนริมแม่น้ำให้ลดต่ำลงกว่านี้
เมืองลพบุรีสูง1ม.ชาวบ้านอพยพ
เช่นเดียวกับ สถานการณ์น้ำท่วมใน 2 ตำบลคือ ต.ท่าศาลา และต.เขาสามยอด ของอ.เมืองลพบุรีที่ยังน่าเป็นห่วง หลังฝนถล่มลงมาซ้ำช่วงคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในหลายชุมชนของเทศบาลเมืองเขาสามยอดถูกน้ำท่วมขัง เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ ขณะที่ถนนสายลพบุรี-สระบุรีถูกน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตร เป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลเมืองเขาสามยอด 10 ชุมชนระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร- 1 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนหลายร้อยครัวเรือนและน้ำที่ท่วมมาหลายวันทำให้น้ำเริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก โดยนายรังสรรค์ ตันเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีนำเครื่องสูบน้ำจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยมาติดตั้งเพิ่ม เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ เกรงถ้าฝนตกเพิ่มจะทำให้ระดับน้ำสูงไปกว่านี้
ปทุมธานีผวา’ปลิง’อาละวาด
ขณะที่ฝนซึ่งตกหนักช่วงค่ำวันเสาร์ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบายไม่ทัน ทั้งในกทม.และปริมณฑล การจราจรติดขัดอย่างหนัก เพราะมีปัญหาน้ำท่วมพื้นถนน อย่างที่ชุมชนบางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยเฉพาะที่หมู่บ้านรังสิตซิตี้ มีน้ำท่วมขังสูง 30 เซนติเมตร ส่วนที่ ชุมชนศาลาแดง บางกระดี ต.บางกระดี อ.เมืองปทุมธานี น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหลังทำให้สิ่งของเสียหาย เพราะขนย้ายไม่ทัน อีกทั้ง มีปลิงควายที่มาพร้อมกับน้ำจำนวนมาก สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง วันเดียวกัน นายธวัชชัย อึ้งอำพรวิไล นายกเทศบาลบางกระดีเข้าตรวจสอบสภาพน้ำท่วมภายในชุมชนศาลาแดง บางกระดี ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นพื้นที่ต่ำสุดในพื้นที่ ที่เกิดปัญหาน้ำเข้าท่วมก่อนชุมชนอื่นๆ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ
แจ้งวัฒนะสาหัสรอระบายอื้อ
ส่วนกทม.หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วม รอการระบายตั้งแต่ช่วงค่ำวันเสาร์แต่ยังไม่หมด ส่งผลกระทบต่อเนื่องตลอดวันนี้ (25 กย.) โดยเฉพาะภายในซอยเมืองทองธานี จ.นนทบุรี เกิดน้ำท่วมสูง ทำให้บัณฑิตมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ที่มีกำหนดซ้อมใหญ่ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรและประชาชนทั่วไปที่พักอาศัยอยู่ภายในซอย ต้องใช้บริการรถบรรทุกจากทหารหน่วย ปตอ.พัน3 ลพบุรี เดินทางเข้า-อกภายในซอยดังกล่าว รวมถึงบริเวณชุมชนประชานิเวศน์ที่มีน้ำท่วมขัง สร้างปัญหาในการสัญจร
ย่านรามอินทราจมประจำทุกปี
ด้าน นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผอ.สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจภายในหมู่บ้านสวัสดิการนายทหาร ย่านรามอินทรา61 เขตบางเขน ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยย้ำว่า วันนี้(25 ก.ย.)ได้ระดมเจ้าหน้าที่ พร้อมนำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่จำนวน 2เครื่องมาช่วยเร่งสูบน้ำทำให้พื้นที่ภายในหมู่บ้านเริ่มแห้งแล้ว เหลือเพียงซอย14กับ16 ที่ยังมีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร เพราะเป็นพื้นที่ต่ำ ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีก
นางชวนชม มานิตยกุล เล่าว่า อยู่ที่นี่มานานเกือบ 30ปี ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมขังช่วงฤดูฝนมาโดยตลอด แต่ปีนี้ถือว่าหนักกว่าที่ผ่านมา เพราะระดับน้ำสูงเกือบฟุต ยอมรับผวาทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนัก ทำได้เพียงก่ออิฐบล็อกกั้นน้ำเข้าบ้าน
นครสวรรค์พืชเกษตรสูญแสนไร่
ที่จ.นครสวรรค์ มวลน้ำจำนวนมากที่ไหลบ่ามาจากจ.พิจิตรและกำแพงเพชร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำปิงและแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมทุ่งนาข้าวใน ต.ท่าไม้ ต.พิกุล ต.บางเคียน ต.ทับกฤช อ.ชุมแสง และต.บางพระหลวง ต.เกรียงไกร อ.เมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นข้าวที่กำลังออกรวง พร้อมเก็บเกี่ยวได้ในอีก 1 สัปดาห์เสียหายหลายหมื่นไร่ และมวลน้ำจากเพชรบูรณ์ยังไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวบ้านเรือนประชาชนใน 6 ตำบลของอ.ท่าตะโก นาข้าวเสียหายอีกกว่า 2 หมื่นไร่ ส่วนมวลน้ำป่าจากแม่วงก์ ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก และเขตเศรษฐกิจของอ.ลาดยาวเสียหาย นาข้าว ไร่มัน ไร่อ้อยจมน้ำอีกว่า 3 หมื่นไร่ ชาวไร่ต้องพายเรือไปเก็บฝักข้าวโพดที่จมน้ำอย่างทุลักทุเล
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจ.นครสวรรค์เปิดเผยว่า พื้นที่ทั่วไปของจ.นครสวรรค์มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ พอมีฝนตกติดต่อนานหลายวันทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนที่กักเก็บในพื้นที่มีปริมาณมาก ประกอบกับช่วงสัปดาห์ที่แล้วเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และในพื้นที่ทุกอำเภอ ทำให้เกิดน้ำป่าทะลักท่วมพืชผลทางการเกษตรของ อ.แม่วงก์ อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย และ อ.โกรกพระประกอบกับเกิดน้ำป่าไหลทะลักมาจาก จ.เพชรบูรณ์ และ จ.ลพบุรี มาสมทบกับน้ำในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วม อ.หนองบัว อ.ไพศาลี อ.ตากฟ้า อ.ตาคลี อ.ท่าตะโก พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมประมาณ 154,220 ไร่
ชาละวันเจอน้ำป่าระลอก2
ขณะที่จ.พิจิตร น้ำป่าทะลักรอบ 2 บ้าน 70 หลังถูกตัดขาดโลกภายนอก น้ำท่วมในพื้นที่หมู่ 3 บ้านสถานีดงตะขบ ต.บางไผ่ อ.บางมูลนากเพิ่มระดับรุนแรง หลังมวลน้ำป่าก้อนใหม่จากเทือกเขาเพชรบูรณ์ หลากมาตามลำคลองสาขา และระบายออกแม่น้ำน่านที่มีปริมาณน้ำสูงกว่าไม่ได้ ทำให้ทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 70 หลังเป็นรอบที่ 2 รวมถึงหลากท่วมผิวจราจร บนถนนสายบางไผ่ – ดงตะขบ เป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตรและมีสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านต้องใช้บริการรถไฟสัญจรแทนรถยนต์ส่วนตัว
ฝนถล่มแม่จัน500หลังคาเรือน
หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายพื้นที่ในเชียงราย โดยเฉพาะอ.แม่สาย ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 12 (เชียงแสน) ส่วนอุทกวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 กรมทรัพยากรน้ำรายงานว่า ที่บ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม อ.แม่สายมีปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมง กว่า 101มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำจากเทือกเขาดอยนางนอน ดอยตุง ไหลบ่าล้นลำห้วยแม่ไร่ ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน ท่วมชุมชนบ้านเรือนที่ติดถนนพหลโยธิน สายแม่จัน-แม่สาย โดยเฉพาะบ้านป่ากว๋าว ม.1 ดง ม.5 บ้านสันกอง ม.7 และบ้านดอนชัย ม.8 ถูกน้ำท่วมแล้วประมาณ 500 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่ขนข้าวของหนีน้ำไม่ทัน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ถนนบางจุดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หลังเกิดเหตุ นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสั่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ขณะที่บรรยากาศทั่วไปยังครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทั้งวัน สลับกับมีฝนโปรยปรายเป็นระยะ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/236995
วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.52 น.
รอยล เตือนฝนมามาก ช่วงต้นเดือนต.ค. สภาพฝนเหมือนปี41 อาจมีพายุเข้าภาคใต้ จี้กรมชลฯ แบ่งระบายให้เหมาะสม ผันออก คลองมะขามเฒ่า – อู่ทอง ปตร.มโนรมย์ อย่าใช้ทางตรงอย่าเดียว ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ลงทะเล ทำพื้นที่ท้ายเขื่อน ท่วมเกือบ2 เมตร จวกแรง กทม. ไม่ท่วมจากน้ำเหนือ แต่ท่วมเองเพราะแก้แบบเศรษฐี เน้นสร้างไปเรื่อยๆโดยเฉพาะอุโมงค์ แถมยังสร้างไม่เสร็จ บอกแค่ฝนตก 60 มม.เกินศักยภาพต้องรอระบาย
25 ก.ย.59 นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่าสถานการณ์ฝนตกหนักยังมีวันนี้ และต่อเนื่องถึงวันพรุ่งนี้(25-26 ก.ย.59) ต่อจากนั้นเริ่มฝนน้อยลง และจะมีมากอีกช่วงต้นเดือนต.ค. ขณะนี้ ยังสรุปไม่ได้ว่า แนวโน้มฝนจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูสถานการณ์ปลายเดือนนี้ จะมีแนวร่องฝนขยับลงมาจากประเทศจีนเข้าไทย รวมทั้งมีสถานการณ์ของพายุตัวใหม่ เข้าไต้หวัน และเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ ต้องทำแบบจำลองประเมินอิทธิพลของสภาพอากาศดูอีกช่วงต้นเดือน ต.ค. จากปัจจัยอันแรกที่มากระทบประเทศไทย มีหย่อมความกดอากาศต่ำที่อันดามัน และทะเลจีนใต้ ต้องดูว่า มีผลกระทบประเทศไทยอย่างไรในสัปดาห์แรก สองดูแนวฝนกำลังเลื่อนมาจากจีน และสุดท้ายสภาพฝนตก ปีนี้ยังคล้ายกับปี2541 เป็นลานินญ่าแบบอ่อนๆ โดยปลายปี2541 เคยมีพายุเข้าภาคใต้ ซึ่งปีนี้ดูว่าตอนช่วงปลายปีเฝ้าระวังภาคใต้
นายรอยล กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพ ยืนยันว่า ไม่มาจากน้ำเหนือหลากมาท่วม แต่ท่วมเพราะกทม.แก้ปัญหาการระบายน้ำฝนที่ตกในกรุงเทพเองไม่ได้ จึงเกิดน้ำท่วมทุกจุดเวลาฝนตก อย่างที่เห็นท่วมย่านแจ้งวัฒนะ มาจากน้ำเหนือที่ไหน แค่ฝนตก กทม.ก็ท่วมทุกวัน ซึ่งต้องแก้ไขกันโดยเร็ว หรือจะไม่แก้แล้วมาบอกประชาชน ว่าฝนตกเกิน 60 มม.ก็ท่วมแล้วไว้รอระบาย
“ผมขอให้ลองแก้ไขเป็นพื้นที่ๆไป ดูตัวอย่างจ.ปทุมธานี ฟื้นฟูระบบเก่าขึ้นมาใช้ได้ผล ลดปัญหาน้ำท่วมไปได้มาก ลงไปแก้ท่อน้ำที่สกปรก ลำรางหายไปก็ทำขุดลอกรื้อฟื้นลำรางมาใช้ใหม่ แทนที่สร้างของใหม่เรื่อยๆ ไปดูของเก่าใช้งานก่อน แต่ กทม. แก้แบบเศรษฐี อะไรก็จะสร้างใหม่ตลอด เน้นสร้างอุโมงค์ ซึ่งก็ยังไม่เสร็จ” นายรอยล กล่าว
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดพื้นที่ท้ายเขื่อนลุ่มเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังถึงช่วงต้นเดือนต.ค.ที่มีฝนจากอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้และอันดามัน ซึ่งปัญหาท่วมขณะนี้ ในพื้นที่ลุ่มนอกคันกั้นน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา บางแห่งสูงเกือบ 2 เมตร เพราะตอนนี้ กรมชลประทาน ยังตัดยอดน้ำระบายออกยังไม่เหมาะสม ควรแบ่งน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ออกฝั่ง ซ้าย -ขวา ผ่านประตูน้ำมโนรมย์ ไปจ.สุพรรณบุรี ลงแม่ท่าจีน จะช่วยพื้นที่ท้ายเขื่อนลดผลกระทบได้
“จ.พระนครศรีอยุธยา บางตำบลน้ำท่วมเกือบสองเมตร เพราะกรมชลฯแบ่งน้ำยังไม่เหมาะสม ต้องแบ่งให้เหมาะสมอีกรอบ โดยตัดน้ำเข้าด้านซ้าย ขวา คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ประตูมโรมย์ แบ่งหรือยัง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ท่านสั่งครบให้เร่งระบายน้ำและเก็บน้ำไว้ด้วย ต้องเพิ่มการผันน้ำเข้าคลองมะขามเฒ่า -อู่ทอง มโนรมย์ ได้ระบายไปเก็บไว้ด้วย อย่าใช้ทางตรงอย่างเดียว ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ลงทะเล ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังไม่ล้น ขณะนี้มีปริมาณน้ำกว่า 70% ของความจุเขื่อน ” นายรอยล กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักฯล่าสุดมีระดับน้ำ 706.34 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 73.58% โดยความจุระดับเก็บกักปกติ 785 ล้านลบ.ม. และมีความจุระดับเก็บกักสูงสุด 960 ล้านลบ.ม. ซี่งในปี2554 มีระดับเก็บกัก 650 ล้านลบ.ม.เท่านั้น ปี2557-58 มีระดับ750 ล้านลบ.ม. และวันนี้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 456.07 ลบ.ม./วินาที ระบายน้ำออก 180.01 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน +20.70 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/236967
วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.17 น.
25 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกยังคงมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “เมกี”(MEGI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ในช่วงวันที่ 26-28 กันยายน 2559 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(25 ก.ย.59) เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/236862
วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.09 น.
24 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างยังคงมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง พายุโซนร้อน “เมกี” (MEGI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มแรงขึ้นและเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนใกล้บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ในช่วงวันที่ 26-28 กันยายน 2559 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่ง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (24 ก.ย.59) เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.