พายุโซนร้อนถล่ม’ไต้หวัน-ปินส์’ ผู้เดินทาง!!!เช็คสภาพอากาศด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236732

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.39 น.

23 ก.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า(12.00 น. วันนี้ – 12.00 น. พรุ่งนี้)  บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างยังคงมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย อนึ่ง พายุโซนร้อน “เมกี”(MEGI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มแรงขึ้นและเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่า จะเคลื่อนใกล้บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ในช่วงวันที่ 26-28 กันยายน 2559 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

เตือนหลายจว.รับมือฝนตกหนัก กรุงเทพ-ปริมณฑลตกร้อยละ80

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236687

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

23 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(23 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

สั่งศึกษาท่อน้ำลอดทะเลเกาะสมุย หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236368

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.25 น.

21 ก.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการทำท่อน้ำประปาลอดทะเลจาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปยังเกาะสมุย แต่ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการไม่เห็นด้วย เพราะต้องพิจารณาเกี่ยวกับระบบนิเวศด้วย จึงมอบหมายให้การประปาส่วนภูมิภาคไปศึกษาผลกระทบทางระบบนิเวศเพิ่มเติม โดยให้ศึกษาวิธีการที่ดีที่สุด และใช้งบประมาณให้น้อยที่สุด

 

เกษตรฯยันสถานการณ์น้ำเอาอยู่ สั่งท้ายเขื่อนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236366

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.16 น.

21 ก.ย. 59 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า สถานการณ์น้ำหลังมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ในช่วงวันที่ 23-24 กันยายนนี้ มวลน้ำจากจังหวัดนครสวรรค์และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จะมาถึงหน้าเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิม 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขอให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนที่มีการกังวลว่า น้ำจะท่วม กรุงเทพฯ นั้น ยืนยันว่า น้ำที่ระบายมา ยังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งน้ำที่ระบายมา ยังไม่กระทบทำให้เกิดน้ำท่วม ในพื้นที่ กรุงเทพฯอย่างแน่นอนซึ่งประชาชน ยังไม่ควรกังวล ว่าจะท่วมกรุงเทพฯ เพราะ น้ำที่จะต้องท่วมกรุงเทพฯได้  ต้อง3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไป

ส่วน สถานการณ์น้ำในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในลุ่มน้ำยม จากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วม มีหลายจุด เช่น เขตเทศบาลสุโขทัย โดยเฉพาะพื้นที่ ใกล้ กับโรงพยาบาลสุโขทัย  และพื้นที่ทางการเกษตร 50,000 ไร่ ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอกวไกรลาศ โดยเบื้องต้น ทางกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมเพื่อรองรับกับสภถารการณ์ ที่เกิดภาวะน้ำท่วมขึ้น โดยเร่งให้มีการขุดคันดินป้องกันน้ำ ขุดคลองเชื่อมอ่าวเก็บน้ำในพื้นที่ ให้สามารถรับน้ำได้มากขึ้น ไปจนถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ ไว้ด้วย
ทั้งนี้ ในอานาคต เพื่อไม่ให้เกิดปัยหาในพื้นที่ทางการเกษตรฯ  โดยเฉพาะ พื้นที่ อ. บางระกำ ที่เป็นพื้นที่รับน้ำ รองอธิบดีกรมชลประทาน แนะนำว่า ชาวนาในพื้นที่อ.บางระกำ และอ. พรมพิราม จ. พิษณุโลก ครอบคลุมพื้นที่   245,000 ไร่ ควรปรับเปลี่ยนปฏิทินการปลูกข้าวใหม่ โดยให้เพาะปลูกเดือนเมษายน เก็บเกี่ยวภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในพื้นที่ และลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้
“ท่าน รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ขอให้ ทางเกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว จากเดิมที่เคยปลูก แบบเดิมๆ มาปลูก ช่วงเดือนเมษายน เก็บเกี่ยวภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในพื้นที่ และลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ เพื่อปล่อนให้พื้นที่ เป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งจะเข้า ไปสู่ ระบบเดิมแบบโบราณ ที่ทำกันมา ก็จะลดความเสี่งมากขึ้น “ นายทองเปลวกล่าว
สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมทั่วประเทศ เทียบกับปีที่แล้วมีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ขณะที่ ปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยา จาก 4 เขื่อนหลัก ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อสิริกิติ์ เขื่อป่าวัก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำใช้การได้ 6,781 ล้านลูกบาศก์เมตร. โดยเฉพาะในเขื่อนภูมิพล ช่วงที่มีพายุโซนร้อนราอี ทำให้มีน้ำเข้าเขื่อนมากถึง 300 ล้านลูกบาศก์เมตร

เตือนปชช.ระวังอันตรายฝนสะสม ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236340

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.23 น.

21 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนตกมากขึ้น กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ราชบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลิ่มลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ร่องมรสุมมีกำลังแรงขึ้นและได้เคลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้
ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาค: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ตอนล่างของภาค: ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘อุเทน’หวั่นน้ำท่วมซ้ำรอยปี54 เตือน3หน่วยงานรับมือพายุเรียงคิวถล่มไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236329

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559, 20.22 น.

20 ก.ย.59 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลทางฝั่งตะวันออก ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Utain Shartpinyo ถึงสถานการณ์พายุในช่วงนี้ ว่า ได้ติดตามสภาพดินฟ้าอากาศในช่วง 2 – 3 วันนี้ ทำให้นึกถึงสถานการณ์ปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกันที่มีมรสุมเข้ามาถึง 5 – 6 ลูกต่อเนื่อง จนเกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ และสร้างความเสียหายอย่างมาก

จึงขออนุญาตเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เตรียมให้พร้อมระวังผลกระทบจากฝน ระวังเรื่องน้ำท่วมและน้ำขังด้วย ทั้ง 3 หน่วยงาน ควรเตรียมตัวเพื่อรับมือกับพายุที่กำลังจะเข้ามา ต้องดูว่าพายุฝนที่เข้ามานั้น มาในจุดไหน เหนือเขื่อนหรือว่าท้ายเขื่อน จุดไหนต้องระบายน้ำเพื่อรอรับน้ำฝน หรือจุดไหนที่สามารถกักเก็บน้ำไว้โดยไม่ปล่อยทิ้งให้เสียเปล่าเหมือนที่ผ่านมาอีก

ตอนกลางของประเทศมีฝนมาก เตือน!!!21จังหวัดเตรียมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236149

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

20 ก.ย.59 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนลดลง ส่วนบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งและมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ราชบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลิ่มลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ร่องมรสุมมีกำลังแรงขึ้นและได้เคลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(20 ก.ย.59)

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ตอนบนของภาค: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ตอนล่างของภาค: ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี
พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เตือน7จว.ภาคกลาง แนว2ฝั่ง‘เจ้าพระยา’ ระวัง‘มวลน้ำเหนือ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236140

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เตือน7จว.ภาคกลาง

แนว2ฝั่ง‘เจ้าพระยา’

ระวัง‘มวลน้ำเหนือ’

จ่อทะลักเอ่อล้นตลิ่ง

วันที่ 19 กันยายน นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการ (ผอ.) สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท ออกประกาศฉบับที่ 2 แจ้งเตือนไปถึง 7 ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เฝ้าระวังและเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมีปริมาณสูง อาจเอ่อล้นตลิ่งในบางพื้นที่

โดยจากการวัดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในวันเดียวกันนี้ วัดได้ 15.67 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และเขื่อนได้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนด้วยอัตรา 850 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที อาจจะมีแนวโน้มปรับการระบายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึงบริเวณ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และต.บางกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณท้ายแม่น้ำน้อยซึ่งจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้อีกกว่า 1 เมตร และในพื้นที่ลุ่มต่ำอาจจะมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้

ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าหลังจากสำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท แจ้งเตือน คาดว่าสถานการณ์น้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ปภ.จึงประสาน7จังหวัดภาคกลางได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี พร้อมทั้งกำชับศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่เสี่ยงภัย แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปภ.จังหวัดในพื้นที่ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ และ เตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ สถานการณ์ในภาพรวม 5 จังหวัด คือ สุโขทัย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน และแพร่ รวม 15 อำเภอ 34 ตำบล ระดับน้ำลดลงแล้ว ต่ยังคงมีมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา ทั้งนี้ ปภ.จังหวัดที่ประสบภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหารและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว

ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าหลังจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ จากอิทธิพลของพายุราอีช่วงสองสัปดาห์ ส่งผลให้แม่น้ำสายหลักโดยเฉพาะแม่น้ำยมมีปริมาณน้ำจำนวนมาก และได้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์แล้ว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น แนวโน้มระดับน้ำ ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยกรมชลฯเตรียมบริหารจัดการน้ำหลากไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจำนวนมากขึ้นโดยใช้พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท รับน้ำส่วนหนึ่งเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ตามศักยภาพที่สามารถรับน้ำได้ จะไม่กระทบพื้นที่การเกษตรกำลังเก็บเกี่ยว โดยควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

โดย ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 850 (ลบ.ม.) ต่อวินาที ได้ส่งผลน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาคือในพื้นที่ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล และ พื้นที่ ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และบริเวณด้านท้ายแม่น้ำน้อยด้วย รวมทั้งปริมาณน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจึงขอเตือนประชาชนที่อยู่อาศัยริมน้ำนอกคันกั้นน้ำเก็บของขึ้นที่สูงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำป่าจากลำน้ำร่องช้าง ในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น ไหลเข้าท่วมสถานที่ราชการทั้งที่ว่าการอำเภอ ไปรษณีย์ และมีโรงเรียนอย่างน้อย 7 แห่ง ต้องประกาศหยุดเรียนทันที ขณะที่ ถนนสายพะเยา-เชียงคำ ฝั่งขาเข้าเมืองพะเยา น้ำท่วมพื้นผิวจราจร ซึ่งมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า2,000 ครัวเรือน ถูกน้ำท่วมหนัก เป็นระลอกที่ 2

ส่วนจากปริมาณฝนที่ตกหนักสะสม บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ตลอดทั้งสัปดาห์ได้ทำให้น้ำป่าจำนวนมากไหลลงสู่ ลุ่มน้ำชมพู แต่ไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำน่านได้ เพราะระดับน้ำสูงกว่า น้ำป่ายังกัดเซาะพื้นคอนกรีตของประตูระบายน้ำและถนนริมตลิ่งลุ่มน้ำชมพู ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ป่ามะคาบ อ.เมืองพิจิตร ขาดออกจากกัน ส่งผลให้ชาวบ้าน 2 ตำบลของ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลกไม่สามารถสัญจรได้ และน้ำป่า ยังท่วมนาข้าว ที่กำลังตั้งท้องออกรวง กว่า5,000 ไร่ และปลากว่า100บ่อ ที่เลี้ยงไว้หลุดหายไปกับกระแสน้ำ

ขณะที่ มวลน้ำจาก จ.พิจิตร และ จ.กำแพงเพชร ไหลบ่ามาถึง จ.นครสวรรค์แล้วทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และ แม่น้ำเจ้าพระยา ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 1 เมตร ไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวได้ในสัปดาห์หน้าอย่างรวดเร็ว เสียหายนับพันไร่ใน ต.ท่าไม้ ต.พิกุล ต.บางเคียน และ ต.บางพระหลวง

‘เหี้ย’…ผิดตรงไหน!?!? ติง กทม.ห้ามจับโดยพลการ ทส.ยันไม่ใช่สัตว์อันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236068

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.25 น.

19 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีประชาชนที่เข้าไปออกกำลังกายภายในสวนลุมพินีร้องเรียนว่าเกิดความหวาดกลัวตัวเงินตัวทอง หรือเหี้ย ที่มักวิ่งตัดหน้าขณะกำลังวิ่งออกกำลังกาย หรือปั่นจักรยาน ทำให้สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสวนลุมพินี เตรียมเข้าจับตัวเหี้ย ที่เบื้องต้นมีอยู่ในสวนลุมพินีมากกว่า 400 ตัว ไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ในเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ก.ย.59 นั้น

ล่าสุด นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หลังจากทราบเรื่องนี้ได้สั่งการให้นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักสัตว์ป่า ประสานไปยังสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เพื่อร่วมกันดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะตัวเหี้ยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

‘กทม. จะเข้าไปจับตัวเหี้ยโดยพลการไม่ได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จะต้องแจ้งให้กรมอุทยานฯรับทราบและร่วมดำเนินการด้วย’ นายธัญญา กล่าว

ด้านนางเตือนใจ กล่าวว่า ได้ประสานทำความเข้าใจไปทาง กทม.แล้วว่าความจริงตัวเหี้ยนั้นไม่ใช่สัตว์อันตรายที่จะไปจู่โจมทำร้ายใครก่อน ยกเว้นทำให้มันตกใจ โดยมีรายงานว่าที่สวนลุมพินี พบตัวเหี้ยประมาณ 400 ตัว เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วเพราะมีอาหารที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ไม่มีใครทำร้าย พวกมันก็อยู่กันอย่างมีความสุข แต่การที่มีคนร้องเรียนว่าสัตว์พวกนี้ทำให้เขาหวาดกลัว ทำให้ กทม.ต้องเข้าไปจัดการนั้น ในส่วนของกรมอุทยานฯ เห็นว่าหากจะจับออกไปทั้งหมดคงทำไม่ได้ อาจต้องจับออกไปแค่ส่วนหนึ่ง โดยตัวเหี้ยที่จะจับไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน คงต้องไปอยู่กับตัวเหี้ยที่เคยจับจากที่ต่างๆมาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีอยู่แล้วประมาณ 100 ตัว สถานที่ที่อยู่เป็นบ่อคอนกรีต เชื่อว่าพวกมันคงมีความสุขไม่เท่ากับอยู่ในสวนลุมพินีอย่างแน่นอน

‘วันที่ 20 ก.ย.59 ที่จะเข้าไปจัดการนั้นอาจจะจับแค่ 40 ตัวเท่านั้น และใช้วิธีตามหาไข่ที่ฝังอยู่ตามที่ต่างๆ แล้วเอาไปทำลาย เป็นการควบคุมประชากรอย่างหนึ่ง เพราะจะให้จับมาทำหมันคงไม่คุ้ม เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายตัวละเกือบ 1 พันบาท พื้นที่ เช่น สวนลุมพินี เป็นพื้นที่เดิมที่มีตัวเหี้ยอาศัยมาก่อน แต่เวลาต่อมาคนไปรุกรานสร้างสิ่งก่อสร้างในที่อยู่ของมัน แต่สัตว์พวกนี้ปรับตัวได้ดี จึงอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ เบื้องต้น ทาง กทม.เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่เมื่อได้รับการร้องเรียนจากประชาชนก็ต้องหาวิธีจัดการ เพื่อไม่ให้เพิ่มประชากรตัวเหี้ยให้มากไปกว่านี้’ นางเตือนใจ กล่าว

นางเตือนใจ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กรมอุทยานฯเคยเสนอให้นำตัวเหี้ยออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อให้สามารถเพาะพันธุ์ เอาหนังไปขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ข้อเสนอดังกล่าวมีผู้ไม่เห็นด้วยหลายฝ่าย ปัจจุบันปริมาณตัวเหี้ยในธรรมชาติจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิดกับที่ประเทศอินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย ที่สามารถเพาะเลี้ยงและส่งออกได้ ปัจจุบันทั้ง 2 ประเทศ ส่งออกปีละ 1 แสนตัว ทำให้ปัจจุบันนี้มีปริมาณตัวเหี้ยในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณภาพประกอบจาก slotto.exteen.com

กรมชลฯเผยน้ำเหนือเริ่มไหลหลาก เตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235996

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.01 น.

19 ก.ย. 59 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ จากอิทธิพลของพายุ “ราอี”ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้แม่น้ำสายหลักโดยเฉพาะแม่น้ำยมมีปริมาณน้ำจำนวนมากและได้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์แล้ว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นล่าสุดเช้าวันนี้(19 ก.ย. 59)วัดระดับน้ำที่สถานีC.2 อ.เมืองนครสวรรค์ได้ 21.86 เมตร(รทก.)ต่ำกว่าตลิ่ง 4.34เมตร(ตลิ่งสูง 26.20เมตร(รทก.)) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,155ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(รับได้สูงสุด 3,590ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)แนวโน้มระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้กรมชลฯเตรียมบริหารจัดการน้ำหลากไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจำนวนมากขึ้นโดยใช้พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท รับน้ำส่วนหนึ่งเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ตามศักยภาพที่สามารถรับน้ำได้ จะไม่กระทบพื้นที่การเกษตรกำลังเก็บเกี่ยวโดยควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซี่งส่งผลน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาคือ พื้นที่ต.บางหลวงโดดอ.บางบาล และพื้นที่ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียงอ.เสนาจ.พระนครศรีอยุธยา และบริเวณด้านท้ายของแม่น้ำน้อยด้วย รวมทั้งปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตือนประชาชนที่อยู่อาศัยริมน้ำนอกคันกั้นน้ำเก็บของขึ้นที่สูงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย