เตือนหลายจว.ระวังฝนตกหนัก เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235965

วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.17 น.

19 ก.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร หนองคาย ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุทัยธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(19 ก.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก และกำแพงเพชร
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด
มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา
ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือน8จังหวัดฝนตกหนัก!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง70%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235840

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.02 น.

18 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ตาก จันทบุรี และตราด ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลางและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัด พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เขื่อนลำตะคองส่อวิกฤต น้ำเหลือใช้แค่5ด.-เร่งทำฝนหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235773

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.21 น.

17 ก.ย. 59 นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่ยังคงมีปริมาณน้ำลดต่ำลง ล่าสุดมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 61.509 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปริมาณน้ำที่เหลือภายในเขื่อนนั้นถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่น้อยกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากพายุฝน ที่จะทำให้ในพื้นที่อีสานตอนล่างนั้นมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกันในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ดังนั้นจึงทำให้ช่วงที่ผ่านมานั้นมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามในสถิติปริมาณฝนหรือล่องพายุที่จะพาดผ่านในพื้นที่อีสานตอนล่าง ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ถึงช่วงสิ้นเดือนตุลาคม ของทุกปีก็จะยังพบว่ายังคงมีอยู่ดังนั้นก็จะทำให้ในช่วงนั้นเขื่อนจะได้รับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติมความจุกักเก็บ

อย่างไรก็ตามมาตรการหลังจากนี้ไป ทางเขื่อนลำตะคอง ก็จะต้องดำเนินการตามแผนที่4 คือการจัดส่งน้ำออกจากเขื่อนไม่เกินวันละ 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร ในแผนบริหารจัดการน้ำระยะที่ 14 ของเดือน กันยายน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธาน ซึ่งตนเองยืนยันว่าปริมาณน้ำที่มีเหลืออยู่กว่า 61 ล้านลูกบาศก์เมตร จะสามารถยืดระยะการใช้น้ำออไปได้อีกประมาณ 4-5 เดือน หากในพื้นที่ยังไม่มีปริมาณฝนตกลงมา ทั้งนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาและทางชลประทาน ได้มีการประสานให้ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเร่งดำเนินการขึ้นบินทำฝนหลวงในพื้นที่เหนือเขื่อน ประมาณวันละ 6 เที่ยว จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ดังนั้นตนเองจึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนนั้นช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อช่วยกันรักษาปริมาณน้ำกักเก็บที่เหลืออยู่เขื่อน นายสุทธิโรจน์ฯกล่าว

 

ประเทศไทยยังมีฝนตกในระยะนี้ อุตุฯเตือน5จังหวัดรับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235735

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.23 น.

17 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมลฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(17 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง ‘ทับคล้อ’จม1เมตร ‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235724

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง

‘ทับคล้อ’จม1เมตร

‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

น้ำทะลัก4พันคนอ่วม

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.สุโขทัย ว่า อิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น “ราอี” ส่งผลให้คืนวันที่ 15 กันยายน มีฝนตกหนักติดต่อกันราว 1 ช.ม. ในพื้นที่ อ.เมืองสุโขทัย ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทะลักออกมาจากด้านหลังของบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ติดกับแม่น้ำ บริเวณ ถ.นิกรเกษม ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ไหลเข้าท่วมสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง อาทิ ศาลากลางจังหวัด สำนักงานที่ดินสุโขทัย ศาลเยาวชนและครอบครัวสุโขทัย และกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุโขทัย ก่อนที่จะไหลเข้าท่วมที่ ถ.ศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเรือนจำจังหวัดสุโขทัย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.

น้ำทะลักสุโขทัย-ระดมป้องเขตศก.

มีรายงานว่า น้ำยมได้เอ่อล้นแนวพนังกั้นน้ำบริเวณหลังวัดไทยชุมพล ถ.ราชธานี ต.ธานี จนมีลักษณะคล้ายม่านน้ำตก ชาวบ้านตลอดจนพระเณรของวัดต้องออกมาสังเกตการณ์กลางดึก เนื่องจากเกรงว่า น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมในตลาดสดเทศบาล ซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้ระดมกระสอบทรายมาวางเสริมเพิ่มอีก 2 ชั้น

นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย ได้นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขในจุดที่มีน้ำทะลัก นอกจากนี้ยังได้ตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และศูนย์รับบริจาคสิ่งของ ทั้งนี้ พบว่ามีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเขต ต.วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง และในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี รวมประมาณ 4,200 คน

พิษณุโลกห่วงนาข้าว3อำเภอ

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมว่า ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.บางระกำ เป็นอย่างมาก มีความจำเป็นต้องผันน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ มาลงแม่น้ำยมสายเก่าให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ที่ชลประทานเป็นห่วงและเฝ้าระวัง คือ พื้นที่นาข้าว อายุ 2-3 เดือน ที่รอการเก็บเกี่ยวใน 3 อำเภอข้างต้น พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ โดยขณะนี้ได้ระดมเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำของชลประทานไปช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่

“ทับคล้อ”ท่วมหนักสูง1เมตร

ที่ จ.พิจิตร น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขต ชุมชนในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ โดยเฉพาะชุมชนตลาดใต้ ในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ ทำให้มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนสูงระดับ 1 เมตร จนต้องเก็บข้าวของ และ สัตว์เลี้ยงไว้บนที่สูง และต้องใช้เรือเข้าออกภายในชุมชน ทางเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.ทับคล้อ เร่งสำรวจความเสียหาย พบมีน้ำท่วม 5 ชุมชน คือ ชุมชนตลาดใต้ ชุมชนสวนโพธิ์ ชุมชนอารมณ์ดี ชุมชนตลาดศรีสวัสดิ์ และ ชุมชนมงคลทับคล้อ มีประชาชนเดือดร้อน 509 คน จาก 205 ครอบครัว

“หล่มสัก”เริ่มคลี่คลายแล้ว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เริ่มคลี่คลายแล้ว ระดับน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนท่ากกแก ชุมชนน้ำพุง ชุมชนสักงอย ชุมชนศรีสะอาด ย่านชุมชนเศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก รวมไปถึงพื้นที่ ต.ตาลเดี่ยว ระดับน้ำลดลงเกือบทุกจุดแล้ว โดยเฉพาะที่ รพ.หล่มสัก ระดับน้ำก็ลดระดับลงแล้วเหลือเพียงบางส่วนที่มีน้ำขังเป็นแอ่ง ระดับน้ำมีความสูงราว 5-10 ซม. ส่วน รพ.นครอินทร์ ระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 20-30 ซม. ขณะที่น้ำในแม่น้ำป่าสัก ระดับน้ำได้ลดระดับต่ำกว่าพนังกั้นน้ำราว 30 ซม.แล้ว ส่งผลให้การระบายน้ำในย่านชุมชนเศรษฐกิจคล่องตัว รถทุกชนิดสามารถสัญจรไป-มา ได้สะดวก

รบ.สั่งเฝ้าระวังระดับน้ำ24 ชม.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง คสช ได้ร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอด 24 ชม. ส่วนจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และรวดเร็ว ทั้งการระบายน้ำ มอบสิ่งของและฟื้นฟูความเสียหาย

ภาคเหนือและภาคใต้ยังมีฝนตก เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235566

วันศุกร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

16 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคใต้ยังคงมีฝนตก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2559 นี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคใต้ยังคงมีฝน

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และพิษณุโลก
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในตอนบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ระดมผลผลิตคุณภาพ เปิดตลาดเกษตรดิจิทัล ริมคลองผดุงกรุงเกษม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235500

วันศุกร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ร่วมกันจัดตลาดเกษตรดิจิทัล ระหว่างวันที่ 5-25 กันยายน ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าเกษตรรายใหม่ ให้สามารถพัฒนาศักยภาพเพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ เตรียมความพร้อมทางธุรกิจผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) สู่สังคมดิจิทัลได้ในอนาคต

ทั้งนี้ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมจัดงานในโซนสินค้าเกษตรอินทรีย์ (ORGANIC) พืชและการแปรรูปพืช รวมถึงโซนสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ตามภูมิศาสตร์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนำมาจำหน่ายมากมาย อาทิ ข้าวกล้องอินทรีย์ นม Morganic ไข่ไก่อารมณ์ดี ผัก-ผลไม้อินทรีย์ ชาสมุนไพร น้ำมัลเบอร์รี่ น้ำเห็ดนารา น้ำมันมะพร้าว ตะลิงปลิงอบแห้ง และสินค้าเกษตรอีกกว่า 220 ร้านค้า ที่หมุนเวียนจำหน่ายตลอด 3 สัปดาห์ จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้ในงาน ระหว่างวันที่ 5-25 กันยายนนี้ ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล

พิษ‘ราอี’!8จว.ประสบภัยน้ำหลาก-ดินสไลด์ ปภ.เตือน6จว.รับมือฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235420

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.03 น.

15 ก.ย.59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลจากพายุราอีที่อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านบริเวณแประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ใน 8 จังหวัด รวม 19 อำเภอ 49 ตำบล แยกเป็น 1.บุรีรัมย์ เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอปะคำ ระดับน้ำสูงประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 40 หลังคาเรือน และน้ำไหลกัดเซาะถนนสายบ้านประชาสามัคคี – หนองต้อ กม. 2 บ้านกองพระทราย ตำบลหูทำนบ ซึ่งเป็นถนนช่วงสร้างผ่านท่อระบายน้ำเป็นหลุมกว้าง 3 เมตร ยาว 2 เมตร และลึก 1 เมตร

2.เพชรบูรณ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 400 หลังคาเรือน และตำบลท่าพล ตำบลน้ำร้อน และตำบลตะเบาะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ 3.เลย เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 153 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 1,500 ไร่ บ่อปลา จำนวน 40 บ่อ สถานที่ราชการ จำนวน 3 แห่ง ถนน 9 สาย อำเภอภูกระดึง น้ำเอ่อล้นสะพานในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลศรีฐาน ไม่สามารถสัญจรได้ ตำบลภูกระดึง บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 44 หลังคาเรือน

4.ตาก เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามเงา อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ประชาชนได้รับผลกระทบ 112 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 850 ไร่ 5.เชียงใหม่ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอจอมทอง และอำเภอเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง 6.ลำพูน น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอแม่ทา อำเภอป่าซาง สะพานได้รับความเสียหาย 1 แห่ง ถนน 3 แห่ง ฝาย 1 แห่ง อำเภอบ้านโฮ่ง ประชาชนได้รับผลกระทบ 105 หลังคาเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง

7.ลำปาง เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร และอำเภอเมืองลำปาง และ 8.พิษณุโลก น้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอเนินมะปราง ประชาชนได้รับผลกระทบ 300 หลังคาเรือน โรงเรียนเสียหาย 1 แห่ง วัด 1 แห่ง อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอนครไทย และเกิดดินสไลด์ถนนนครไทย – นครชุม บริเวณ กม.26 จำนวน 3 จุด ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,151 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 6,122 ไร่ บ่อปลา จำนวน 50 บ่อ

ปัจจุบันสถานการณ์ในภาพรวมทั้ง 8 จังหวัด ระดับน้ำลดลงแล้ว มีเพียงจังหวัดตากที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตร ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหารและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุดีเปรสชั่นราอี (Rai) ได้เคลื่อนตัวจากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง เข้าปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนออกไปปกคลุมประเทศเมียนมา และจะอ่อนกำลังลงก่อนสลายตัวไป แต่ยังคงทำให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก และสุโขทัย รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมสรรพกำลัง เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง อาทิ คอสะพาน เส้นทางน้ำไหลผ่าน ที่ลาดเชิงเขา เพื่อให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ตลอดจนบูรณาการแผนการระบายน้ำในเชิงลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ไทยยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เตือนหลายจังหวัดรับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235394

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

15 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และ ตาก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 นี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น“ราอี” (RAI) ได้เคลื่อนจากบริเวณภาคเหนือตอนล่าง เข้าไปปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือแล้ว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (15 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์
ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในตอนบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พายุ‘ราอี’พัดถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม! ปภ.สั่ง32จว.รับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235385

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พายุ‘ราอี’พัดถล่ม

เหนือ-อีสานอ่วม!

ปภ.สั่ง32จว.รับมือ

น้ำป่าหลากดินสไลด์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุดีเปรสชั่นราอี(Rai)ที่เคลื่อนตัวผ่าน จ.อุบลราชธานีและอำนาจเจริญ อ่อนกำลังลง เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้วคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ จะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

โดยทาง ปภ.ได้ประสาน32จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ14จังหวัดได้แก่เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่าภาวะฝนตกหนักระยะนี้ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ใน5จังหวัดรวม5 อำเภอ 9 ตำบล แยกเป็นจ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ อ.ขุญหาญ จ.ตราด เกิดดินสไลด์ใน อ.เกาะช้าง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และอ.ขุนยวม จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอกคำใต้ อ.แม่ใจและอ.เมืองพะเยา ได้รับผลกระทบ 500 หลังคาเรือน ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรของ อ.ดอกคำใต้

สถานการณ์ผลจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น“ราอี”ทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเคลื่อนตัวเข้ามายังเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 14กันยายนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสํานักงาน ปภ.เชียงใหม่ เผยว่า จากการตรวจสอบเรดาร์ฝนหลวงอมก๋อย พบมี 9 อำเภอ มีฝนตกหนัก ได้แก่ อ.อมก๋อย อ.ดอยเต่า อ.ฮอด อ.แม่แจ่ม อ.แม่วาง อ.สะเมิง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และอ.เมืองเชียงใหม่และมี 6 อำเภอ มีฝนตกปกติ ได้แก่อ.ดอยหล่อ อ.หางดง อ.สันป่าตอง อ.สันทราย อ.ดอยสะเก็ด และอ.พร้าว

และในช่วงเช้า เกิดฝนตกหนัก ทำให้ต้นสนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารล้มทับบริเวณทางขึ้นบันไดนาค ด้านซ้ายเสียหายค่อนข้างมาก ค้านขวาเสียหายเล็กน้อย ทางวัดและเจ้าหน้าที่ได้ยกต้นไม้ออกจนสามารถเปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุฯได้แล้ว

หลังมีฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลากแรงจนน้ำตกเป็นสีโคลนขุ่นเกรง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ได้ติดป้าย ปิดน้ำตกแม่กลาง และน้ำตกแม่ยะ ชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุอันตรายแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยได้สั่งปิด น้ำตก 2 แห่ง คือ น้ำตกแม่สา และน้ำตกตาดหมอก ต.แม่แรม อ.แม่ริม

จ.พิษณุโลก หลังฝนตกหนักน้ำป่าจากเทือกเขาสูงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ทางหมู่บ้านได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ศาลาวัด

ด้าน นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งนายอำเภอใน 4 พื้นที่คือ อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ และ อ.ดงเจริญ พื้นที่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ให้เฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตก จากอิทธิพลของพายุราอี อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากฉับพลันและดินสไลด์

ที่ จ.ลำปาง เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร น้ำในลำห้วยสาขาไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50-100ซ.ม. แรงน้ำทำให้สะพาน ที่ใช้ข้ามในระหว่างบ้านแม่ตาลน้อย จำนวน 2 แห่ง เกิดทรุดตัว ตรงคอสะพาน จนใช้สัญจรผ่านไปมาไม่ได้

และในช่วงเช้า จ.แพร่ เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ หลังมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำจากอ่างห้วยผาคำ เอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนที่ใช้สัญจรไปมาไม่ได้ กระแสน้ำแรง และน้ำขึ้นสูง 1-2 เมตร จนมองไม่เห็นทาง ขณะที่ชาวบ้านต้องขนของขึ้นที่สูง บางแห่งขนของไม่ทัน

ในส่วนผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ จ.เลย หลังเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำป่าไหลหลากตามลำน้ำหมัน และห้วยศอกเอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่ง น้ำท่วม 5 หมู่บ้าน คือ บ้านด่านซ้าย บ้านเหนือ บ้านนาเวียง บ้านนาเวียงใหญ่ และบ้านหัวนายูง โดยเบื้องต้น นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ประสานเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมีทั้งทหารกรมทหารพรานที่ 21 เจ้าหน้าที่ ปภ.ด่านซ้าย และเทศบาลเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านประสบปัญหา

จ.ศรีสะเกษ เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ป่าเขา ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา มีน้ำฝนไหลลงในลำห้วยจันทร์ปริมาณมาก มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่บ้านกระเบา หมู่ 4 และบ้านค้อตานี หมู่ 8 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ถนนสายขุนหาญ-ห้วยจันทร์ มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40เซ็นติเมตรซึ่งทั้ง2หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 350 ครอบครัว

ที่จ.กาฬสินธุ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่าเพียง 3วัน เป็นผลดี มีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากกว่า30ล้านลูกบาศ์กเมตร( ลบ.ม.)มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 924 ล้าน ลบ.ม.จึงระบายน้ำเพียงวันละ3 ล้าน ลบ.ม.เพื่อเตรียมการรับมือปัญหาฝนแล้งในอนาคต

ขณะที่ นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศเตือนภัยประชาชนที่อยู่ริม ตลิ่งโดยเฉพาะในเขตลำน้ำปาว และ ลำน้ำชี 5 อำเภอ คืออ.ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากมี3 เภอ คือ อ.ยางตลาด อ.สหัสขันธ์ อ.นาคู อ.กุฉินารายณ์

เย็นวันเดียวกัน เวลา17.00น.กรมอุตุนิยมวิทย ออกประกาศพายุ“ราอี”ฉบับที่19ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่นราอีเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนล่างลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และจ.ลพบุรี ขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้