ฉบับ19!‘ราอี’ปกคลุมภาคเหนือ อุตุฯเตือน20จว.ฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235329

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.35 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 14 ก.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ‘พายุราอี (Rai)’ ฉบับที่ 19 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น ‘ราอี’ (RAI) ได้เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

พายุ’ราอี’ทำฝนถล่มชายแดนไทย-กัมพูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235234

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.41 น.

ฤทธิ์พายุ “ราอี” ทำฝนถล่มพื้นที่ภูเขาชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากลงลำห้วยจันทร์ ทำให้น้ำท่วมพื้นที่อำเภอขุนหาญ 2 หมู่บ้าน เดือดร้อนกว่า 350 ครัวเรือน

14 ก.ย.59 จากที่มีพายุ ราอี เข้าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกหนักในหลายจังหวัด อย่างที่จังหวัดศรีสะเกษ ก็มีฝนตกหนักติดต่อกันมาตั้งแต่คืน วันที่ 12 ต่อเนื่องถึงคืนวันที่ 13 กันยายน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขา ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา มีน้ำลงในลำห้วยจันทร์ ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่บ้านกระเบา หมู่ 4 และบ้านค้อตานี หมู่ 8 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ถนนสายขุนหาญ-ห้วยจันทร์ ช่วงบ้านกระเบามีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 – 40 เซนติเมตร รถเก๋งและจักรยานยนต์ต้องวิ่งอย่างช้าๆ จึงสามารถผ่านไปได้

ชาวบ้านเล่าว่า มีฝนตกหนักต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่เมื่อคืนวาน มาหยุดเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนวานี้ พอถึงเวลา 01.00 น. ของคืนวันที่ 14 กันยายนก็มีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากลำห้วยจันทร์ จนล้นเข้าท่วมนาข้าวของทั้งสองหมู่บ้าน และน้ำได้ไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 350 ครัวเรือน

 

อุตุฯระบุฝนถล่มเหนือ-กลางตอนบน เตือน 19 จังหวัดระวังอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235233

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.27 น.

14 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 18 (195/2559) เรื่องพายุ “ราอี (Rai) โดยระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “ราอี” ได้เคลื่อนตัวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ทำให้ภาคเหนือและภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และหลายพื้นที่จะมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

นอกจากนี้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 ก.ย.59 และติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

‘นายกฯ’สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมเหนือ-อีสาน ให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อม24ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235217

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 10.11 น.

“นายกฯ” ห่วงน้ำท่วมเหนือ-อีสาน กำชับทุกหน่วยเฝ้าระวัง พร้อมปฏิบัติการ 24 ชม. ย้ำมองปัญหาให้ครบวงจร แก้น้ำมากเผื่อน้ำน้อยด้วย

14 ก.ย. 59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนว่า พายุโซนร้อนราอีจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงนี้ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ไม่ควรออกนอกบ้านในช่วงที่ฝนตกหนักหรือมีพายุ รวมทั้งเก็บข้าวของทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง

“นายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวัง และเตรียมออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนตลอด 24 ชม. และได้ขอให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจังหวัดที่พายุจะพัดผ่าน ต้องเร่งปรับแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวม และพื้นที่รับผิดชอบให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยนอกจากจะต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องน้ำท่วมแล้ว จะต้องวางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้าอย่างครบวงจรด้วย” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทุกกระทรวงและคสช. ได้วางแผนและเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมแล้ว โดยเบื้องต้นได้คาดการณ์สภาพฝนและส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนกัน รวมทั้งประเมินสถานการณ์น้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน และยังได้จัดเตรียมรถแจกน้ำกว่า 1,900 คัน ในการดูแลประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และเตรียมเครื่องสูบน้ำ 1,500 เครื่องในพื้นที่น้ำท่วมขังเพื่อเร่งระบาย ตลอดจนเตรียมกำลังพลและเครื่องมือที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนครอบคลุม 30 จังหวัด ที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุแล้ว

ทั้งนี้ มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือบริเวณลุ่มน้ำยม จะมีการลดระดับน้ำเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย ให้มีพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มเมื่อมีฝนตกหนัก และผันน้ำเข้าคลองฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำยม ส่วนในภาคกลางได้เตรียมพร่องน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก และเขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรองรับการระบายน้ำจากภาคเหนือ และเตรียมสถานีสูบน้ำให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำไว้แล้ว

ประเทศไทยฝนตกหนัก-หนักมาก เตือนประชาชนให้รับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235208

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

14 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า พายุดีเปรสชั่น “ราอี” (Rai) ที่เคลื่อนผ่านจังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้ว และคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร ตาก และ เพชรบูรณ์ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จะมีฝนลดลง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2559 นี้ไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มีหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อน “ราอี” (Rai) บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (14 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-29 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

34จังหวัดระวัง ‘ราอี’ขึ้นฝั่งเข้าถล่มไทย เตือนทั้งฝนหนัก-ดินถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235199

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

34จังหวัดระวัง

‘ราอี’ขึ้นฝั่งเข้าถล่มไทย

เตือนทั้งฝนหนัก-ดินถล่ม

‘รอยล’ย้ำมีจ่อคิวอีก5ลูก

จับตาสิ้นก.ย.อาจน้ำท่วม

กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานต่างๆประกาศเตือนหลายพื้นที่ในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ให้เตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝน หลังจากพายุ “ราอี” (Rai) ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว

โดยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศคำเตือนฉบับที่ 14 ระบุว่า พายุโซนร้อนราอีได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้วบริเวณประเทศลาวตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางตะวันออกของ จ.อุบลราชธานี ประมาณ 50 ก.ม. มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. และเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยที่ จ.มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันเดียวกันนี้ ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ และเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนตามลำดับต่อไป

โดยลักษณะเช่นนี้ จะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงใน 34 จังหวัด ประกอบด้วย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ด้าน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้ประสาน28 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ นายรอยล จิตรดอน ผ.อ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) ได้ออกมาเตือนว่า นอกจากพายุราอีที่จะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่วทุกภาคของประเทศไทยแล้ว ประเทศไทยยังจะได้รับอิทธิพลจากพายุอีก 2 ลูก และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอีก 4-5 ลูก วิ่งมาสมทบ จึงขอให้เตรียมรับมือเฝ้าระวังน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนต่อต้นเดือนตุลาคม โดยสถานการณ์ฝนจะคล้ายกับปี 2541 ที่มีฤดูฝนยาวไปถึงเดือนพฤศจิกายนเข้าสู่ภาวะลานีญา แต่ส่งผลดีต่อการเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากอิทธิพลของลมพายุราอีที่เกิดข้น ได้ส่งผลให้ จ.บุรีรัมย์ เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าที่สะสมอยู่บนเขาได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ อ.ปะคำ อย่างฉับพลัน โดยเฉพาะบ้านกองพระทราย หมู่4 ต.ปะคำและหมู่16 ต.หูทำนบ ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนสูง 50-60 ซ.ม.กว่า 40 หลังคาเรือน รวมทั้งนาข้าวที่กำลังออกรวงอีกกว่าร้อยไร่

เช่นเดียวกับในพื้นที่ อ.เขมราฐ อ.นาตาล และ อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี มีฝนตกลงหนัก ลมกระโชกแรง ทางราชการได้ประกาศเตือนชาวประมง ห้ามออกเรือหาปลา เรือโดยสาร เรือขนส่งสินค้า ห้ามออกจากฝั่งและให้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสภาพอากาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างไกล้ชิด อีกทั้ง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ จ.อำนาจเจริญ ก็เกิดฝนตกหนัก ลมแรงต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดินทางด้วยความลำบาก เด็กนักเรียนต้องฝ่าสายฝนไปโรงเรียน พระสงฆ์ต้องงดบิณฑบาตร ด้าน นายยิ่งยศ ธระจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ มีหนังสือด่วนถึงนายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ สั่งให้เตรียมรับมือช่วยเหลือราษฎรที่ถูกน้ำท่วมอย่างเต็มที่

นายปิยปัญญา ภู่ขวัญเมือง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า เพื่อรับมือและลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากพายุราอี จึงลดการปล่อยน้ำจากวันละ 4.70 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ3.90 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อห้คลองธรรมชาติ แม่น้ำชี และคลองชลประทานมีพื้นที่รองรับน้ำฝน และน้ำป่า ที่เกิดจากพายุเพิ่มขึ้นและยังป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่งและท่วมฉับพลันได้

นายฏรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการ(ผอ.)สำนักงานชลประทานที่12จ.ชัยนาท เผยว่าขณะนี้ได้เพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมในอัตรา567ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น630ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมวลน้ำ ผลกระทบพายุดีเปรสชั่นที่พัดเข้าช่วงวันที่13-15 กันยายนเพื่อไม่ให้พื้นที่เหนือเขื่อนเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้น ขอให้ประชาชนอาศัยอยู่ริมพื้นที่ท้ายเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปจนถึงกรุงเทพฯจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น คาดระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย1 เมตร

โต้’ไทย’ทิ้งขยะลงทะเลที่6ของโลก ชี้มีปัญหาจริง-รอแม่งานดูแลจริงจัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235184

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 18.52 น.

วันที่ 13 ก.ย. 2559 เวลา 10.00 น. มีการจัดเสวนาเรื่อง “ขยะในทะเล : ..ขยะบกตกทะเล..จะแก้อย่างไร” โดยคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ณ รร.ดิเอมเมอรัลด์ ห้วยขวาง กทม. ซึ่งสืบเนื่องจากงานวิจัยของ Jenna R. Jambeck เรื่อง “Plastic waste inputs from land into the ocean” ที่ตีพิมพ์ในมหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา (University of Georgia,USA) โดยระบุว่า ประเทศไทยนั้นทิ้งขยะลงทะเลเป็นอันดับ 6 ของโลก

ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า งานวิจัยดังกล่าวคำนวณจากตัวแปร 1.จำนวนประชากรที่อยู่อาศัยระยะ 50 กม. จากชายฝั่ง 2.อัตราการเกิดขยะต่อคน 3.ปริมาณพลาสติกในขยะ 4.ประสิทธิภาพการจัดการขยะ โดย 10 อันดับแรกของชาติที่ทิ้งขยะลงทะเลคือ 1.จีน 2.อินโดนีเซีย 3.ฟิลิปปินส์ 4.เวียดนาม 5.ศรีลังกา 6.ไทย 7.อียิปต์ 8.มาเลเซีย 9.ไนจีเรีย และ 10.บังคลาเทศ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ก็มีข้อน่าสังเกต อาทิ 1.การระบุว่า ประชากรของประเทศไทยในระยะ 50 กม. จากชายฝั่ง มีถึง 26 ล้านคน อาจจะมากกว่าความเป็นจริง 2.งานวิจัยดังกล่าวอ้างว่าในปี 2553 ประชากรไทยผลิตขยะ 1.20 กก./คน/วัน แต่ในความเป็นจริง ปีดังกล่าวประชากรไทยผลิตขยะอยู่ที่ 1.04 กก./คน/วัน และปี 2557 อยู่ที่ 1.11 กก./คน/วัน 3.งานวิจัยดังกล่าวเน้นไปที่ปริมาณขยะพลาสติก แต่กลับไม่นำจำนวนการรีไซเคิลขยะพลาสติกไปคำนวณด้วย ซึ่งไทยรีไซเคิลได้ถึงร้อยละ 22 และนับวันจะมีปริมาณการส่งออกเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากไทยไปตลาดโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ และ 4.ขยะในไทยส่วนใหญ่ฝังกลบบนบกห่างไกลทะเลและขยะที่พบในแหล่งน้ำมักเป็นขยะในคลองที่มีประตูเปิดปิด มีการตักขึ้นมาเก็บเป็นระยะๆ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาที่มีอยู่จริงในประเทศไทยซึ่งต้องได้รับการแก้ไข

ขณะที่ นายอนุพันธ์ อิฐรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีหน่วยงานกลางที่ดูแลปัญหาขยะเป็นการเฉพาะ โดยเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นที่มีหน่วยงานทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากทุกภาคส่วนก่อนประมวลผลเป็นองค์ความรู้ ทำให้ข้อมูลเป็นเอกภาพชัดเจน ขณะที่ไทยนั้นแต่ละหน่วยงานใช้วิธีคำนวณหาค่าเฉลี่ยกับพื้นที่และประชากรแล้วประมาณการ ทำให้ข้อมูลแต่ละหน่วยงานไม่ตรงกัน เมื่อเผยแพร่ต่อประชาชน

ระวัง‘ราอี’! เข้าไทยเย็นนี้ อุตุฯเตือน34จว. เสี่ยงพายุฝนถล่มหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235130

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 16.54 น.

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 13 ก.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ‘พายุโซนร้อน ‘ราอี’(Rai) บริเวณประเทศลาวตอนล่าง’ ฉบับที่ 14 ระบุว่า พายุโซนร้อน “ราอี” (Rai) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้วบริเวณประเทศลาวตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุบลราชธานี หรือที่ ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 105.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. คาดว่าประมาณ 17.00 น.ของวันนี้ (13 ก.ย. 59) พายุนี้จะเคลื่อนเข้าประเทศไทยบริเวณจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำต่อไป หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนตามลำดับต่อไป

ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-19 กันยายน 2559 นี้ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 23.00 น.

‘รอยล’เตือนรับมือน้ำท่วมปลายกันยา ชี้สถานการณ์ฝนคล้ายปี’41

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235074

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.34 น.

‘รอยล’เผยพายุ’ไรอิ’สลายตัวที่อีสาน กลายเป็นหย่อยความกดอากาศต่ำ ส่งผลฝนตกเกือบทั่วทุกภาคโดยเฉพาะกทม. ขอให้ปชช.เตรียมรับมือน้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. ชี้สถานการณ์ฝนคล้ายปี 2541

13 ก.ย. 59 เมื่อเวลา 11.01 น. นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยถึงสถานการณ์พายุดีเปรสชั่น “ไรอิ” ว่า พายุลูกดังกล่าวได้ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามในวันนี้ (13 ก.ย.) และเข้าประเทศไทยเป็นลูกแรก โดยสลายตัวที่ภาคอีสานกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเข้าภาคเหนือ ทำให้วันนี้ฝนตกเกือบทั่วทุกภาค โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่จะมีฝนตกชุ่มฉ่ำตลอดทั้งวัน เนื่องจากได้รับแรงอิทธิพลจากพายุอีก 2 ลูก และหย่อนความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่วิ่งมาสมทบเรียงกันเป็นแนวขนาบ 4-5 ลูก ตั้งแต่ประเทศเมียนมาจนถึงไต้หวั่น และเริ่มเข้าใกล้ประเทศไทย

“ขอให้เตรียมรับมือเฝ้าระวังน้ำท่วม ช่วงปลายเดือน ก.ย. ต่อต้นเดือน ต.ค. ประกอบกับแนวฝนขณะนี้ยังอยู่ประเทศจีนตอนใต้ จะเลื่อนลงมาไทยปลายเดือน พร้อมกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ และพายุทางด้านฝั่งตะวันตก ประมาณ 5 ลูก ส่วนจะแรงแค่ไหน กำลังทำแบบจำลอง ติดตามแนวเคลื่อนจากเมียนมาจนถึงไต้หวัน มีหย่อม 3 ลูก มีพายุ 2 ลูก มาช่วงใกล้ๆ กัน ช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งสถานการณ์ฝนจะคล้ายกับปี 2541 ที่มีฤดูฝนยาวไปถึงเดือน พ.ย. เข้าสู่ภาวะลานีญา” นายรอยล กล่าว

นายรอยล กล่าวต่อว่า นอกจากอิทธิพลจากพายุไรอิแล้ว ยังมีอิทธิพลจากหางพายุจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มาสมทบ ส่งผลให้กรุงเทพฯ ฝนตกต่อเนื่อง รวมถึงภาคใต้ตอนบน ภาคใต้ตอนกลาง แถบฝั่งตะวันตก ก็จะมีฝนมากขึ้น ขณะที่ภาคอีสานใต้มีฝนตกหนัก ทำให้นาข้าวหลายจังหวัดเสียหายต้องหว่านซ้ำ

 

พายุโซนร้อน’ราอี’เข้าไทยคืนนี้ เตือนทุกภาครับมือฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235034

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

13 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ (13 ก.ย. 59 ) พายุดีเปรสชั่นบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ราอี” (Rai) แล้ว มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามใกล้เมืองดานังในวันนี้ (13 ก.ย. 59) และจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทยในคืนนี้ (13 ก.ย. 59) โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับหลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในระยะต่อไป

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2559 นี้ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (13 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ขอนแก่น และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี และลพบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.