ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/235022
วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ดีเปรสชันถล่ม
44จังหวัดระวังอ่วม
เตือนรับมือตลอด24ชม.
ย้ำ4ภาคฝนหนัก-ลมแรง
เหนือเตรียมพร้อมอพยพ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 กันยายน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “เตือนภัยลักษณะอากาศ พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้” ฉบับที่ 8 ระบุว่าพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด111.0องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดีเปรสชั่นจ่อถล่มไทย13-18กย.
คาดว่าพายุจะเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามใกล้เมืองดานัง ในคืนวันที่ 12 กันยายนและจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทยในวันที่ 13 กันยายน จากนั้นจะเคลื่อนเข้าภาคกลางและภาคเหนือในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบริเวณสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก กับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2559และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ปภ.เตือน44จังหวัดรับมือ24ชม.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)กล่าวว่าปภ.ได้ตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่น คาดพายุนี้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ช่วงวันที่13-15 กันยายนนี้ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทย มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก
โดย ปภ. ได้ประสาน 44 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ17 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี และนครนายก ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
ภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี และบึงกาฬ รวมถึง ศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด24 ชั่วโมง
แม่ฮ่องสอนเตือนที่ลุ่ม
จ.แม่ฮ่องสอน หลังเกิดฝนตกหนัก ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ขุนยวม มีปริมาณน้ำสูงขึ้นต่อเนื่องโดยศูนย์อุทกวิทยากรมน้ำ (Early Warning) แจ้งเตือนภัยสีเหลืองให้ราษฎรเตรียมพร้อมอพยพจากที่ลุ่มแต่ช่วงเช้า นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศเตือนภัยสัญญาณไฟสีแดงอีกรอบ ให้ทุกหมู่บ้านที่อยู่โซนล่างมีบ้านป่าลาน, บ้านทุ่งมะกอก, บ้านไม้ฮุงและบ้านผาบ่องให้เฝ้าระวังเป็นอย่างมาก และประชาสัมพันธ์เตือนลูกบ้านอยู่ที่ลุ่มต่ำให้ย้ายไปอยู่ที่สูงด่วน
นายเพิ่มวิทยา กันทะทรง ปภ.จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่าหลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เมือง อ.ปางมะผ้า อ.ขุนยวม น้ำป่าไหนหลากเข้าหลายพื้นที่ ปภ.จว.ประสานอำเภอให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพราะยังมีฝนตก เบื้องต้นน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและนาข้าว รวมไปถึงบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็ก ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำปายยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะมีฝนตกในพื้นที่ตอนเหนือ อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า และอ.เมือง
เชียงใหม่สั่งพร้อมอพยพ
วันเดียวกัน นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า ช่วงเช้ามีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม วัดปริมาณนํ้าฝน ที่ว่าการอำเภอ ได้ 91.6มิลลิเมตร เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ลุ่มต่ำของ 3 ตำบลได้แก่ ต.ช่างเคิ่ง ต.แม่ศึกและต.ท่าผา หลายพื้นที่ต้องนำเรือท้องแบนออกมาใช้สัญจรซึ่งที่อ.แม่แจ่ม ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ที่อ.จอมทอง ที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ วัดปริมาณน้ำฝนได้ 95.5 มิลลิเมตร และที่อ.แม่ออน เกิดน้ำป่าหลากเข้าท่วม บ้านแม่ลาย บ้านห้วยแก้ว บ้านปางก๋อง ต.ห้วยแก้ว เกิดดินสไลด์ ต้นไม้ล้มทับเส้นทางสายบ้านแม่กำปองนอก-น้ำตกแจ้ซ้อน ส่วน ที่บริเวณ หน่วยจัดการต้น น้ำแม่อวม ปริมานน้ำฝนสะสม 24ชั่วโมง วัดปริมานน้ำฝนได้150 มิลลิเมตร แจ้งราษฎรที่อยู่ใกล้เคียง ให้เตรียมการอพยพ หากเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม
อุทยานฯสั่งปิดน้ำตกแม่สา
ขณะเดียวกัน นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุยเผยว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่สา หมู่ที่ 1 ต.แม่แรม อ.แม่ริมและน้ำตกหมอกฟ้า ต.สบเปิง ซึ่งอช.ดอยสุเทพ-ปุย พิจารณาแล้วเห็นว่า อาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวจึงขอปิดการบริการการท่องเที่ยวในพื้นที่น้ำตกแม่สา จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสภาวะปกติและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนภัยแก่ราษฎร ตลอดจนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 13-15 กันยายนและขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
ดอกคำใต้อ่วมท่วม5ต.500หลัง
ที่ จ.พะเยา สถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าไหลหลาก ลำน้ำร่องช้าง เข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ ได้รับความเสียหาย 5 ตำบล16 หมู่บ้านรวมกว่า500 หลังคาเรือน ทั้งนี้ พื้นที่การเกษตรยังเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อม นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าฯพะเยา พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สั่งการให้ทุกหน่วย เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่ง ในพื้นที่ จ.พะเยายังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดยังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในระยะนี้ด้วย
น้ำป่าท่วมบึงสามพัน600หลัง
ส่วนที่ จ.เพชรบูรณ์ สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนในพื้นที่ ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน มีน้ำป่าจากเทือกเขาซับสมอทอดและเขาซับไม้แดง ไหลหลากมาสมทบ ส่งผลให้ โรงเรียนอนุบาลบึงสามพัน อาคาร ร้านค้าและบ้านเรือนใน4 ชุมชน ย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลตำบลซับสมอทอดและชุมชนต่างๆ ถูกน้ำท่วมขังกว่า600 หลังคาเรือน ถนนสายซับสมอทอด-วังพิกุล ตั้งแต่แยกไฟจราจร ถูกน้ำท่วมสูง ราว 30 เซนติเมตร ยาวกว่า 500 เมตร หลายหมู่บ้านที่อยู่รอบนอก น้ำท่วมสูงถึง 50-60 เชนติเมตร บางจุดสุดอ่วมยาว 1 กิโลเมตร ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบากซึ่งชาวบ้านบอกว่าหนักสุดในรอบ20ปี
กาฬสินธุ์ผวาพายุน้ำป่าท่วมซ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากพายุดีเปรสชั่นที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 13 -15 กันยายน ซึ่งส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและชาวนาในพื้นที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หวาดผวา จะเกิดน้ำป่าไหลหลากจากดงระแนงไหลเข้าท่วมพื้นที่ได้รับความเสียหายซ้ำอีก ในรอบ 3 สัปดาห์
นายโกวิทย์ ภูวิลัย อายุ 50 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด กล่าวว่าปัญหาน้ำป่าจากดงระแนง เกิดจากผืนป่าถูกบุกรุกทำลายกว่า15,000ไร่ เมื่อฝนตกหนักจึงได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงมาท่วมพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ประมงเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา นาข้าว ถนน คอสะพาน เสียหาย เป็นบริเวณกว้าง ก่อนจะใช้แผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ชาวบ้านยังอยู่กันอย่างหวาดผวา จึงฝากวิงวอนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรการเด็ดขาด และเร่งด่วนในการแก้ปํญหาน้ำป่าไหลหลากให้ชัดเจน และเกิดผลในระยะยาวด้วย









