ดีเปรสชันถล่ม 44จังหวัดระวังอ่วม เตือนรับมือตลอด24ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235022

วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดีเปรสชันถล่ม

44จังหวัดระวังอ่วม

เตือนรับมือตลอด24ชม.

ย้ำ4ภาคฝนหนัก-ลมแรง

เหนือเตรียมพร้อมอพยพ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 กันยายน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “เตือนภัยลักษณะอากาศ พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้” ฉบับที่ 8 ระบุว่าพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด111.0องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดีเปรสชั่นจ่อถล่มไทย13-18กย.

คาดว่าพายุจะเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามใกล้เมืองดานัง ในคืนวันที่ 12 กันยายนและจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทยในวันที่ 13 กันยายน จากนั้นจะเคลื่อนเข้าภาคกลางและภาคเหนือในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบริเวณสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก กับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2559และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ปภ.เตือน44จังหวัดรับมือ24ชม.

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)กล่าวว่าปภ.ได้ตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่น คาดพายุนี้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ช่วงวันที่13-15 กันยายนนี้ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทย มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก

โดย ปภ. ได้ประสาน 44 จังหวัด แยกเป็นภาคเหนือ17 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี และนครนายก ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ภาคอีสาน 20 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี และบึงกาฬ รวมถึง ศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด24 ชั่วโมง

แม่ฮ่องสอนเตือนที่ลุ่ม

จ.แม่ฮ่องสอน หลังเกิดฝนตกหนัก ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ขุนยวม มีปริมาณน้ำสูงขึ้นต่อเนื่องโดยศูนย์อุทกวิทยากรมน้ำ (Early Warning) แจ้งเตือนภัยสีเหลืองให้ราษฎรเตรียมพร้อมอพยพจากที่ลุ่มแต่ช่วงเช้า นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศเตือนภัยสัญญาณไฟสีแดงอีกรอบ ให้ทุกหมู่บ้านที่อยู่โซนล่างมีบ้านป่าลาน, บ้านทุ่งมะกอก, บ้านไม้ฮุงและบ้านผาบ่องให้เฝ้าระวังเป็นอย่างมาก และประชาสัมพันธ์เตือนลูกบ้านอยู่ที่ลุ่มต่ำให้ย้ายไปอยู่ที่สูงด่วน

นายเพิ่มวิทยา กันทะทรง ปภ.จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่าหลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เมือง อ.ปางมะผ้า อ.ขุนยวม น้ำป่าไหนหลากเข้าหลายพื้นที่ ปภ.จว.ประสานอำเภอให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพราะยังมีฝนตก เบื้องต้นน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและนาข้าว รวมไปถึงบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็ก ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำปายยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะมีฝนตกในพื้นที่ตอนเหนือ อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า และอ.เมือง

เชียงใหม่สั่งพร้อมอพยพ

วันเดียวกัน นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า ช่วงเช้ามีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม วัดปริมาณนํ้าฝน ที่ว่าการอำเภอ ได้ 91.6มิลลิเมตร เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ลุ่มต่ำของ 3 ตำบลได้แก่ ต.ช่างเคิ่ง ต.แม่ศึกและต.ท่าผา หลายพื้นที่ต้องนำเรือท้องแบนออกมาใช้สัญจรซึ่งที่อ.แม่แจ่ม ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ที่อ.จอมทอง ที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ วัดปริมาณน้ำฝนได้ 95.5 มิลลิเมตร และที่อ.แม่ออน เกิดน้ำป่าหลากเข้าท่วม บ้านแม่ลาย บ้านห้วยแก้ว บ้านปางก๋อง ต.ห้วยแก้ว เกิดดินสไลด์ ต้นไม้ล้มทับเส้นทางสายบ้านแม่กำปองนอก-น้ำตกแจ้ซ้อน ส่วน ที่บริเวณ หน่วยจัดการต้น น้ำแม่อวม ปริมานน้ำฝนสะสม 24ชั่วโมง วัดปริมานน้ำฝนได้150 มิลลิเมตร แจ้งราษฎรที่อยู่ใกล้เคียง ให้เตรียมการอพยพ หากเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม

อุทยานฯสั่งปิดน้ำตกแม่สา

ขณะเดียวกัน นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุยเผยว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่สา หมู่ที่ 1 ต.แม่แรม อ.แม่ริมและน้ำตกหมอกฟ้า ต.สบเปิง ซึ่งอช.ดอยสุเทพ-ปุย พิจารณาแล้วเห็นว่า อาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวจึงขอปิดการบริการการท่องเที่ยวในพื้นที่น้ำตกแม่สา จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสภาวะปกติและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนภัยแก่ราษฎร ตลอดจนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 13-15 กันยายนและขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ดอกคำใต้อ่วมท่วม5ต.500หลัง

ที่ จ.พะเยา สถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าไหลหลาก ลำน้ำร่องช้าง เข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ ได้รับความเสียหาย 5 ตำบล16 หมู่บ้านรวมกว่า500 หลังคาเรือน ทั้งนี้ พื้นที่การเกษตรยังเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อม นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าฯพะเยา พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สั่งการให้ทุกหน่วย เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่ง ในพื้นที่ จ.พะเยายังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดยังแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในระยะนี้ด้วย

น้ำป่าท่วมบึงสามพัน600หลัง

ส่วนที่ จ.เพชรบูรณ์ สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนในพื้นที่ ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน มีน้ำป่าจากเทือกเขาซับสมอทอดและเขาซับไม้แดง ไหลหลากมาสมทบ ส่งผลให้ โรงเรียนอนุบาลบึงสามพัน อาคาร ร้านค้าและบ้านเรือนใน4 ชุมชน ย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลตำบลซับสมอทอดและชุมชนต่างๆ ถูกน้ำท่วมขังกว่า600 หลังคาเรือน ถนนสายซับสมอทอด-วังพิกุล ตั้งแต่แยกไฟจราจร ถูกน้ำท่วมสูง ราว 30 เซนติเมตร ยาวกว่า 500 เมตร หลายหมู่บ้านที่อยู่รอบนอก น้ำท่วมสูงถึง 50-60 เชนติเมตร บางจุดสุดอ่วมยาว 1 กิโลเมตร ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบากซึ่งชาวบ้านบอกว่าหนักสุดในรอบ20ปี

กาฬสินธุ์ผวาพายุน้ำป่าท่วมซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากพายุดีเปรสชั่นที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 13 -15 กันยายน ซึ่งส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและชาวนาในพื้นที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หวาดผวา จะเกิดน้ำป่าไหลหลากจากดงระแนงไหลเข้าท่วมพื้นที่ได้รับความเสียหายซ้ำอีก ในรอบ 3 สัปดาห์

นายโกวิทย์ ภูวิลัย อายุ 50 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด กล่าวว่าปัญหาน้ำป่าจากดงระแนง เกิดจากผืนป่าถูกบุกรุกทำลายกว่า15,000ไร่ เมื่อฝนตกหนักจึงได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงมาท่วมพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ประมงเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา นาข้าว ถนน คอสะพาน เสียหาย เป็นบริเวณกว้าง ก่อนจะใช้แผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ชาวบ้านยังอยู่กันอย่างหวาดผวา จึงฝากวิงวอนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรการเด็ดขาด และเร่งด่วนในการแก้ปํญหาน้ำป่าไหลหลากให้ชัดเจน และเกิดผลในระยะยาวด้วย

สตง.อึ้งงบกำจัดผักตบชวาพุ่ง เตรียมเรียกกรมชลฯเข้ามาชี้แจง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234973

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 18.51 น.

12 ก.ย. 59 นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าตรวจสอบหน่วยงานที่ใช้งบประมาณจัดเก็บ กำจัดผักตบชวา ว่าได้เห็นตัวเลขใช้งบของกรมชลประทาน ที่ใช้จัดเก็บผักตบชวา ในแต่ละปีใช้งบเยอะมาก  ซึ่งไม่ได้ใช้ชื่อเป็นงบเก็บผักตบชวาโดยตรงไปแฝงกันอยู่กับงบระบายน้ำ พัฒนาระบบชลประทาน พัฒนาเส้นทางน้ำ ซึ่งต้องเรียกกรมชลฯมาชี้แจงว่าเมื่อมีงบเยอะพอสมควร มีเรือจัดเก็บ มีเรือผลักดันน้ำทำไมไม่เก็บผักตบไปด้วย  และเป็นตัวเลขใช้งบประมาณที่น่าสนใจ ทำไมถึงได้งบเพิ่มทุกปี ซึ่งตามความเข้าใจถ้าได้งบประมาณมากขนาดนี้นี้ไม่น่ามีผักตบมาระบาดจำนวนมากกีดขวางเป็นอุปสรรคการระบายน้ำในลำน้ำ หรือเต็มหน้าเขื่อน และไม่ควรล่องมาถึงปากแม่น้ำลงอ่าวไทย มาชุมนุมถึงกรุงเทพ ตอนนี้ได้กำลังรวบรวมตัวเลขจากทุกหน่วยงาน แต่กรมชลฯใช้งบมากกว่าที่อื่น ซึ่งวันที่ 13 ก.ย. จะสรุปตัวเลขงบทั้งหมด

“ภาระกิจหน้าที่กรมชลฯจัดเก็บหน้าเขื่อน ใต้เขื่อน เขตชลประทาน ทำไมจึงมาตกค้างเต็มไปหมด จนเป็นประเด็นปัญหา หลักการที่ตั้งงบ เพื่อใช้บริหารจัดการป้องกัน แก้ไขปัญหา  ไม่ใช่ไปเพาะพันธุ์ผักตบ เรื่องวงเงินไม่ว่าเท่าไหร่ในทางตรวจสอบงบประมาณแล้วต้องแก้ปัญหาได้หมด  จะเร่งขอคำอธิบายจากรมชลฯว่างบเพิ่มทุกปีและปีต่อไปก็ขอเพิ่มเงินอีก ทำอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ สิ่งที่นายกรัฐมนตรี พูดมาชี้ให้เห็นปัญหาทุกหน่วยงานปล่อยค้างคาให้งบเพิ่มปีต่อไปซี่งไม่ถูกต้อง และที่มีคนมาบอกว่าทำไมระดับนายกรัฐมนตรี ต้องมาพูดเรื่องผักตบ ถ้าท่านไม่พูดก็เป็นปัญหารุกลาม กรณีผักตบบ่งชี้เป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองทุกหน่วยงานปล่อยปะ มีแต่ใช้เงินแต่งานไม่ได้ทำ เรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ควรเปลี่ยนผู้บริหาร เพราะใช้งบไปมากแล้วต้องผักตบต้องน้อยลง ไม่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งงบเพื่อกำจัดผักตบไม่ใช่เพาะพันธุ์ผักตบ”นายพิศิษฐ์ กล่าว

ผู้ว่าการสตง.กล่าวว่า กำลังสอบเรื่องการใช้จ่ายงบของกทม.มีเรื่องให้ตรวจสอบจำนวนมากเข้าไปตรวจให้กระจ่าง เช่นเรือตรวจการณ์ ของกทม.ลำละ 26 ล้านบาท จัดซื้อเปียโน เครื่องดนตรีไทย รถดูดไขมัน ห้องทำงานผู้ว่ากทม.เรือหาะดับเพลิง ไบค์เลน  ซึ่งผู้บริหารกทม.เน้นใช้เงินสร้างปริมาณงานแต่ แก้ไขจริงจังหรือไม่ ผลได้จากการแก้ไขอะไรได้บ้าง มีการทุ่มงบลงไปทุกปี ทุกเขตมีงบป้องกันน้ำท่วม ฝนตกก็ท่วมรอการระบาย

“ท่านนายกฯจึงมารณรงค์ ต่อต้านการทุจริต ซึ่งท่านให้นโยบายว่า การตรวจสอบทุจริตไม่ได้หมายถึงการใช้เงินเพียงอย่างเดียวแต่ หมายถึงการกระทำทุกอย่างในทางลบสร้างความเสียหายแก่ประชาชน บ้านเมือง เป็นเรื่องระบบฝั่งตัวมานาน ค่านิยมคนรับราชการกับความสำนึกไม่คิดทำหน้าที่แทนประชาชน ถ้าเป็นพนักงานบริษัทใช้งบขนาดนี้ก็ไล่ออกไปแล้ว ต้องมาถามหาความรับผิดชอบอยู่ตรงไหน ที่ประเทศไทยวนเวียนในการหาเสียงถอนทุน ระบบประชาธิปไตยน้ำเน่า เป็นวงจรอุบาวศ์เข้่าสู่ตำแหน่ง และถูกชุมนุมขับไล่ออกจากตำแหน่ง ซึ่งหน่วยงานตรวจสอบรู้เท่าทัน และตรวจทุกเรื่อง”นายพิศิษฐ์ กล่าว

อุตุฯฉบับ8เตือนพายุ’ดีเปรสชั่น’ 28จว.เจอฝนตกหนัก-ลมกระโชก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234948

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.17 น.

12 ก.ย. 59 เมื่อเวลา 10.00 น. กรมอุตินิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 7 ระบุว่า พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กม./ชม.

คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามใกล้เมืองดานังในคืนนี้ (12 ก.ย. 59) และจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย. 59) ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2559 นี้ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 17.00 น.

ทั่วประเทศมีฝนหนักเพิ่มมากขึ้น กรุงเทพฯ-ปริมณฑลตกร้อยละ80

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234849

วันจันทร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

12 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ

อนึ่ง พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 670 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนืออย่างช้าๆ คาดว่ามีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ในช่วงวันที่ 13-15 กันยายน 2559 นี้ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(12 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

‘เหนือ-อีสาน’ฝนตกหนักบางแห่ง ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง70%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234730

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.06 น.

11 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ได้เคลื่อนตัวทางตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันในระยะต่อไป และมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงวันที่ 13 –  15 ก.ย.59 ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนาม ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทั่วทุกภาคของประเทศยังคงมีฝน กรุงเทพฯ-ปริมณฑลตกบ่ายถึงค่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234631

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.09 น.

10 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ (10 ก.ย. 59) คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันในระยะต่อไป และมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงวันที่ 13-15 กันยายน 2559 ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และตอนบนของภาคเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (10 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือน9จว.รับมือฝนตกหนัก!! ‘กทม.-ปริมณฑล’ฟ้าคะนอง70%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234451

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559, 07.57 น.

9 ก.ย.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว มีแนวโน้มแรงขึ้นอีกและเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักลดลงแต่จะมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย และบึงกาฬ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยฝนชุกเกือบทุกภาค เตือน!!!หลายจังหวัดเตรียมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234271

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

8 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นเกือบทุกภาค โดยจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน กำแพงเพชร ตาก หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุทัยธานี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำกับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(8 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยฝนเพิ่มเกือบทุกภาค กรุงเทพฯ-ปริมณฑลตกร้อยละ70

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234107

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.

7 ก.ย.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออกโดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม อุทัยธานี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วยจนถึงวันนี้ ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำกับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(7 ก.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม อำนาจเจริญ ยโสธร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ชี้มท.กำจัดผักชวาแล้ว3ล้านตัน ชะลอ’ปรับปรุงแหล่งน้ำ’พบพิรุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/233957

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.41 น.

6 ก.ย. 59 เวลา 13.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวในที่ประชุมถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาผักตบชวา ในแม่น้ำลำคลองต่างๆ ว่าได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการ จนถึงปัจจุบัน สามารถทำลายผักตบชวาได้แล้ว 3.6 ล้านตัน จากที่มีทั้งหมด 6 ล้านตัน ทั้งนี้ ผักตบชวาเป็นผักที่แพร่พันธุ์เร็ว การดำเนินการกำจัดจึงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังกล่าวถึงโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำ ประจำปี2559 ของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค9 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า จากกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และภาคประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบโครงการดังกล่าว จนนำไปสู่การชะลอโครงการที่มีทั้งหมด 395 โครงการ เป็นวงเงินจำนวน 182,000,000 ล้านบาทไว้ก่อน

อย่างไรก็ตามโครงการนี้ถือเป็นโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  ก็ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานช่วยกันกำกับดูแล ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ปราศจากการทุจริต และปราศจากการเอื้อประโยชน์จากการเข้าร่วมประมูลของภาคเอกชน รวมถึงการก่อสร้างที่ผิดแบบ หรือไม่ตรงตามสัญญาต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อภาคราชการ และประชาชน รวมทั้งโครงการอื่นๆที่อาจมีความผิดปกติก็ขอให้ชะลอโครงการไว้ก่อน