จว.ริมโขงผวา ระดับนําสูงต่อเนื่อง เตือนพร้อมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231538

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จว.ริมโขงผวา

ระดับนําสูงต่อเนื่อง

เตือนพร้อมรับมือ

‘เลย’ร้านค้าจมแล้ว

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดภาคเหนือ อีสาน ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุเตี้ยนหมู่ ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลกระทบพื้นที่ที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน

น้ำโขงเพิ่มระดับสูงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์แม่น้ำโขง ซึ่งไหลผ่านอ.เชียงแสน อ.เชียงของ และอ.เวียงแก่น จ.เชียงรายว่า ระดับน้ำสูงขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด โดยแม่น้ำโขงบริเวณสถานีวัดน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน เวลา 12.00 น.วัดได้ 5.16 เมตร จากจุดวิกฤติอยู่ที่ 8.50 เมตร และพื้นที่ต้องเฝ้าระวังคือ บ้านสบกก ต.บ้านแซง อ.เชียงแสน เนื่องจากแม่น้ำโขงอยู่ที่ 7 เมตร ขณะที่ระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากมีปริมาณน้ำจากหลายสาขาไหลมาสมทบ ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 12 (เชียงแสน) แจ้งเตือนประชาชนเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าและติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

เลยหลายอำเภอน้ำโขงเอ่อท่วม

ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 8 เชียงคาน จ.เลย รายงานสถานการณ์แม่น้ำโขงในอ.เชียงคาน วัดได้ 14.49เมตร สูงจากเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมซึ่งอยู่ที่ 2.19 เมตร เหลืออีกเพียง 1.51 เมตรจะเท่าระดับตลิ่ง ซึ่งน้ำที่สูงขึ้นเป็นน้ำที่ไหลลงมาจากแขวงหลวงพระบาง และแขวงไชยะบุรี สปป.ลาวที่มีฝนหนักต่อเนื่อง 1-2 วันแล้ว โดยระดับน้ำที่วัดได้วันเดียวกันนี้ ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจ.เลยเมื่อปี2545และบางพื้นที่ริมฝั่งเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อท่วมแล้วในอ.ปากชม โดยเฉพาะร้านอาหารกว่า 20ร้าน บริเวณท่าเรือคกไผ่ ระดับน้ำกว่า 2 เมตร หรือสูงถึงหลังคา กระชังปลาส่วนหนึ่งถูกน้ำพัดหายไป ขณะเดียวกันลำห้วยสาขาอีกหลายแห่งยังมีปริมาณน้ำสูงขึ้นตามแม่น้ำโขงเช่นกันและเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร

นายประมวล ลาภจิตต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมจัดชุดเฝ้าระวังประจำหมู่บ้าน/ชุมชน ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าระดับน้ำจะเป็นปกติ

หนองคายปิดประตูระบายน้ำ

เช่นเดียวกับ ที่จ.หนองคาย ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว จากมวลน้ำทางตอนเหนือที่ไหลมาถึง มีระดับสูงขึ้นถึงชั่วโมงละ 7 เซนติเมตร โดยส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้เมื่อช่วง 12.00 น.สูงถึง 11.05 เมตร ต่ำกว่าตลิ่งที่ถือเป็นระดับวิกฤติเพียง 1.15 เมตรเท่านั้น และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจมีระดับสูงสุดถึง 12 เมตร น้ำโขงเพิ่มสูงต่อเนื่องได้เอ่อท่วมลานเอนกประสงค์ ของเทศบาลเมืองหนองคาย ในเขตชุมชนหายโศก

นายกำพล เมืองโคตร นายกเทศมนตรีเมืองหนองคายสั่งเจ้าหน้าที่ปิดประตูระบายน้ำและท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง ป้องกันน้ำจากแม่น้ำโขงสูงกว่าปากท่อระบายน้ำเข้าท่วมเมืองหนองคาย พร้อมเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำไว้ที่ประตูระบายทั้ง 5 จุดสามารถใช้งานได้ทันที รวมถึงกระสอบทราย 2,000 กระสอบแจกจ่ายให้ประชาชนรับมือน้ำโขงที่จะเอ่อท่วม

มุกดาหารเฝ้าระวังระดับน้ำโขง

ด้านสถานการณ์ระดับน้ำโขงที่จ.มุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเฝ้าดูระดับน้ำในแม่น้ำโขงตลอดเวลา โดยระดับน้ำโขงปัจจุบันอยู่ที่ 9.47 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 3.03 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 0.17 เมตร จุดวิกฤติอยู่ที่ 12.50 เมตร หากถึงระดับวิกฤติจะแจ้งเตือนประชานให้ทราบโดยเร็ว เพื่อจะแก้ปัญหาได้ทันที ขณะเดียวกันหน่วยปฎิบัติการตามลำแม่น้ำโขง (นรข ) ไซเตส และหน่วยงานข้างเคียงออกตรวจตามลำแม่น้ำโขง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่มีบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำโขง

น่านน้ำเริ่มลด-เวียงสายังท่วมขัง

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจ.น่าน เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ระดับน้ำในแม่น้ำน่านลดลงอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และไม่มีฝนตกลงมา อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าที่ผ่านมามีหมอกหนากระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะบริเวณป่าทึบ หุบเขา ทัศนวิสัยในขับขี่ลดลงเหลือ 50-100 เมตรเท่านั้น ผู้ใช้รถต้องเปิดไฟหน้ารถขับช่วยในการมองเห็น และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ

นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอ.เวียงสาจำนวน 1,000 หลังคาเรือนที่ประสบภาวะน้ำท่วมมานาน 1 สัปดาห์ ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขัง 30-50 เซนติเมตร ในต.ขึ่งและต.ไหล่น่าน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและติดแม่น้ำน่าน

ขณะที่นายประสพชัย ปรางค์ทอง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงน่านที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรกลเร่งสร้างสะพานเหล็กชั่วคราว ให้ชาวบ้านต.น้ำพางกับตำรวจหนองแดง อ.แม่จริม สามารถสัญจรเข้าออกพื้นที่ได้สะดวก หลังถูกกระแสน้ำหลากซัดสะพานเสียหาย

ร้านเฟอร์นิเจอร์เสียหาย2-3ล้านบ.

อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำจะลดลง แต่ยังมีผลกระทบต่อเนื่อง โดยที่ร้านลุงสังข์เฟอร์นิเจอร์ ชุมชนบ้านท่าลี่ ที่อยู่ริมน้ำน้ำน่านและถูกน้ำท่วมขังระดับสูงกว่า 2 เมตร หลังน้ำลด ต้องนำสินค้าทั้งโต๊ะ ตู้ ตั่ง เตียง ฯลฯที่ถูกน้ำท่วมมาขายต่ำกว่าต้นทุน เพื่อลดการขาดทุนให้น้อยที่สุด โดยมีประชาชนได้แห่กันไปจับจองเลือกซื้ออย่างคึกคัก เนื่องจากบ้านก็ถูกน้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ในบ้านเสียหายเช่นกัน

นางเมตร จินณสิทธิ์ เจ้าของร้านลุงสังข์เฟอร์นิเจอร์เผยว่า เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่วัสดุทำด้วยไม้อัด และไม้เทียม ถูกน้ำท่วมเสียหายประมาณ 2-3 ล้านบาท

สุโขทัย-พิษณุโลกพ้นวิกฤติแล้ว

อีกด้านหนึ่งสถานการณ์มวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลจากจ.สุโขทัย เข้าจ.พิษณุโลก ตามแม่น้ำยมสายเก่าและสายใหม่ หลังวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมามวลน้ำกว่า 130 ลบ.ม.ต่อวินาที ไหลเข้า 3 ตำบลในอ.พรหมพิราม โดยเฉพาะต.ท่าช้าง ทำให้ระดับน้ำสูงเอ่อล้นริมตลิ่งแม่น้ำยม เข้าท่วมบ้านประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งกว่าสิบหลัง ขณะนี้ปริมาณน้ำลดลงแล้วกว่า 70 เซนติเมตร มวลน้ำที่เหลือไหลเข้าอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แล้ว โดยเฉพาะที่ประตูระบายน้ำบางแก้ว หมู่ 15 ต.บางระกำ อ.บางระกำจ.พิษณุโลก จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำยมสายเก่า และสายใหม่ ก่อนไหลเข้าจ.พิจิตร ซึ่งบริเวณฝายประตูระบายน้ำบางแก้วน้ำเพิ่มระดับกว่า 1 เมตร แต่ก็ยังรองรับน้ำได้อีกว่า 3 เมตร

นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานยม-น่าน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำหลากที่จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ถือว่าพ้นจุดเสี่ยงวิกฤตแล้ว มวลน้ำที่เข้ามาในจ.พิษณุโลกประมาณ 150-180 ลบ.ม.ต่อวินาทีนั้น ได้ลดระดับลง ทำให้น้ำในแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลผ่าน อ.พรหมพิราม ไม่น่าจะเป็นห่วง ไม่มีรายงานความเสียหายน้ำเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรแต่อย่างใดโดยมวลน้ำไหลเข้าอ.บางระกำ จ.พิษณุโลกแล้ว และส่วนหนึ่งเข้าสู่คูคลองธรรมชาติกว่า 60 ลบ.ม.ถือว่าเป็นน้ำที่ไหลผ่านไม่น่าทำให้เกิดน้ำท่วมได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังพร่องน้ำช่วยเหลือไปจนกว่าสถานการณ์น้ำเข้าสู่ภาวะปกติ โดยทางชลประทานยังไม่กักเก็บน้ำก้อนนี้แต่อย่างใด เนื่องจากว่าในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้จะมีน้ำอีกระลอกเข้ามายังพื้นที่ทั้ง จ.สุโขทัย และจ.พิษณุโลกอีก อาจทำให้มีปริมาณน้ำที่มากขึ้นได้ โดยมวลน้ำก้อนนี้ คาดว่าจะไหลผ่านอ.บางระกำ เข้าสู่จ.พิจิตรต่อไป

คร.แนะป้องกันโรคอุจจาระร่วงช่วงน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231449

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้หลายจังหวัดของประเทศไทยได้ประสบกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งภาวะเช่นนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง โรคตาแดง และโรคฉี่หนู ที่มักพบบ่อยในช่วงน้ำท่วม โรคอุจจาระร่วง สาเหตุเกิดจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีไข้สูง ส่วนการป้องกันโรคอุจจาระร่วง สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยของตนเอง โดยขอให้ยึดหลัก “กินร้อนช้อนกลาง ล้างมือ” ดังนี้ 1.กินสุกร้อน โดยกินอาหารที่ปรุงสุกและปรุงเสร็จใหม่ๆ หากเป็นอาหารค้างมื้อให้อุ่นให้ร้อนหรือเดือดก่อน 2.ใช้ช้อนกลาง ตักอาหารขณะกินอาหารร่วมกับผู้อื่น และ 3.ล้างมือด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งก่อนกินอาหารและภายหลังจากการเข้าห้องน้ำ รวมถึงก่อนเตรียมนมให้เด็กทุกครั้งที่สำคัญประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการกินอาหารและดื่มน้ำให้มากขึ้น รวมถึงการถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค

‘กทม.-ปริมณฑล’มีฝนบ่ายถึงค่ำ ‘อันดามัน-อ่าวไทย’คลื่นสูง2-3ม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231408

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.06 น.

21 ส.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือมีฝนตกลดลง ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนออกห่างออกไปปกคลุมประเทศบังคลาเทศ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือมีฝนลดลง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนเช้ามีเมฆบางส่วน และในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ มีโอกาสร้อยละ 40 ที่จะเกิดฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กรมอุตุฯเตือนภาคเหนือจับตาเข้ม ระวังอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่พัดถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231315

วันเสาร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 10.50 น.

20 ส.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม จ.สุโขทัย เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา ว่า ที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก ได้มีการระบายน้ำลงสู่ด้านท้าย 409 ลบ.ม./วินาที ส่วนที่ประตูระบายน้ำคลองหกบาทระบายน้ำเข้า 98 ลบ.ม./วินาที โดยแบ่งเป็นคลองยม-น่าน 33 ลบ.ม./วินาที คลองยมเก่า 65 ลบ.ม./วินาที

ขณะที่จุด  Y.4 ในเขตตัวเมืองสุโขทัยมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 360 ลบ.ม./วินาที ความลึกน้ำ 6.34 เมตร (จากค่าควบคุม 550 ลบ.ม./วินาที ความลึกน้ำ 7.30 เมตร) ส่วนที่แก้มลิงทุ่งทะเลหลวงมีปริมาณน้ำ 13.19 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรองรับได้อีก 18.81 ล้าน ลบ.ม. และที่ประตูระบายน้ำบ้านยางซ้าย ระบายน้ำ 314 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากที่ระบายสูงสุด 339 ลบ.ม./วินาที

สรุปสถานการณ์ต่างๆ อยู่ในความควบคุมและบริหารจัดการได้ โดยไม่ได้รับรายงานผลความเสียหายแต่อย่างใด และปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงทุกจุดอย่างต่อเนื่อง คาดว่า จะเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด รวมทั้งติดตามอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่กันใหม่ ซึ่งขณะนี้ฝนกำลังตกที่ จ.พะเยา และ จ.แพร่

ภาคเหนืออาจมีน้ำท่วมฉับพลัน อันดามัน-อ่าวไทยคลื่นสูง2-4ม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231307

20 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ และตาก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุดีเปรสชั่น “เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (20 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และ สุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนเช้ามีเมฆเป็นส่วนมาก และมีโอกาสร้อยละ 60 ที่จะเกิดฝนฟ้าคะนอง ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เหนือ-อีสานมีฝนตกหนักระยะนี้ เตือนหลายจังหวัดรับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231135

วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

19 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดังนี้ ในช่วงวันที่ 19-20 ส.ค.59 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม และอุบลราชธานี ส่วนภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วยส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน คาดว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (19 ส.ค.59) และเข้าสู่ประเทศลาวตอนบนต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (19 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 25-45 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนเช้ามีเมฆเป็นส่วนมาก และมีโอกาสร้อยละ 60 ที่จะเกิดฝนฟ้าคะนอง ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อุตุฯเตือน20จังหวัด’อีสาน-เหนือ’ รับมือ’น้ำท่วมฉับพลัน’18-20ส.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231017

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 15.12 น.

18 ส.ค.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคลื่นลมแรง ฉบับที่ 5 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” แล้ว มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของเกาะไหหลำ หรือที่ ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย ในบ่ายวันนี้ หลังจากนั้นจะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามตอนบน ในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.) และประเทศลาวตอนบนต่อไป

ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนี้

1.ในช่วงวันที่ 18 – 19 ส.ค.59 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม และอุบลราชธานี

2.ในช่วงวันที่ 19 – 20 ส.ค.59 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย

 

เตือนอิสาน6เหนือ11จว.ฝนหนัก ระวังท่วมฉับพลันน้ำป่าหลาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230969

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

18 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง คาดว่า จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และปกคลุมอ่าวตังเกี๋ยในวันนี้ (18 ส.ค.59) หลังจากนั้นจะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวตอนบนต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งดังนี้ ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม ส่วนในช่วงวันที่ 19-20 ส.ค. ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(18 ส.ค.59)

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 25-45 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนเช้ามีเมฆเป็นส่วนมาก และมีโอกาสที่จะเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กรมชลฯยันเจ้าพระยาพร้อมรับน้ำมูล คาด7วันระดับน้ำยกตัว-ชี้บริหารได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230836

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 15.10 น.

17 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12 เขื่อนเจ้าพระยา ยืนยันว่า เขื่อนเจ้าพระยามีความพร้อมที่จะรับมวลน้ำเหนือ โดยคาดว่าอีก 7 วัน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะยกตัวขึ้น แต่ยังให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ภาคกลางยังไม่ต้องกังวล เพราะกรมชลประทานสามารถบริหารจัดการได้ โดยจะไม่มีปัญหาน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ตรวจสอบระดับน้ำพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำยังคงอยู่ในระดับปกติ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนวัดได้ 15.22 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนท้ายเขื่อนวัดได้ 5.66 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 70ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ด้านนายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12 ชัยนาท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่ จ.พะเยา จ.น่าน และ จ.แพร่ กรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยคาดการณ์ว่าอีกประมาณ 6-7วัน มวลน้ำดังกล่าวจะมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา แต่จะมีปริมาณเพียงไม่เกินร้อย30 เพราะน้ำส่วนใหญ่จะถูกผันเข้าทุ่งแก้มลิง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง จ.นครสวรรค์ ลงมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่ปกติของระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาในฤดูฝน

ตรวจสอบปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 446ลบ.ม./วิ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับต่อ แต่หากได้รับมวลน้ำเหนือมาสมทบ จะมีปริมารน้ำเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,000ลบ.ม./วิ ซึ่งกรมชลประทานมีแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยจะผันเข้าพื้นที่เกษตรทั้ง2ฝั่งเป็นปริมาณ 500ลบ.ม./วิ ส่วนที่เหลืออีก 500ลบ.ม./วิ ก็จะพิจารณาเพิ่มการระบายลงท้ายเขื่อนในอัตรา 200-300ลบ.ม./วิ เพื่อสร้างสมดุลระบบ และจากการคาดการณ์พื้นที่ท้ายเขื่อนในลุ่มน้ำภาคกลางเองก็จะมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ25-40เซนติเมตร ซึ่งจะยังไม่สงผลกระทบพื้นที่ริมตลิ่ง ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ลุ่มภาคกลางจึงไม่ควรตื่นตระหนก เพราะกรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตร2ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาโดยจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม

อุตุฯประกาศพายุดีเปรสชันฉบับ1 เตือน!ไทยตอนบนรับมือ’ฝน’หนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230819

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 14.09 น.

17 ส.ค.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคลื่นลมแรง” ฉบับที่ 1 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง หรือที่ ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย ในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) หลังจากนั้นจะเคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวตอนบนต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนี้

1.ในช่วงวันที่ 18 – 19 ส.ค.59 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม

2.ในช่วงวันที่ 19 – 20 ส.ค.59 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย