ทั่วประเทศยังคงมีฝนตกหนัก เตือนหลายพื้นที่ระวังอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230783

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

17 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตาก ส่วนภาคอื่นๆมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางโดยทั่วไป สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค. 2559 คาดว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณใกล้ชายฝั่งฮ่องกง ประเทศจีน จะเคลื่อนผ่านบริเวณอ่าวตังเกี๋ย เข้าปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นอีกระลอกหนึ่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกต่อเนื่องรวมทั้งฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศพม่า ลาว และเวียดนามตอนบน ได้อ่อนกำลังลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณใกล้ชายฝั่งฮ่องกง ประเทศจีน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(17 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 25-45 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนเช้ามีเมฆเป็นส่วนมาก และตอนบ่ายถึงค่ำ มีโอกาสที่จะเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทั่วประเทศฝนตกชุกในระยะนี้ เตือนหลายจังหวัดเตรียมรับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230621

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 07.00 น.

16 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกในระยะนี้ กับมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักบางแห่งในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

อนึ่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะฮ่องกงและมาเก๊า ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางเนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังมีฝนตกในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู และอุดรธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 25-45 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก และมีโอกาสที่จะเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือนพื้นที่เสี่ยงให้ระวังอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230447

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

15 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 ส.ค. 59 นี้ไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังมีฝนตกในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(15 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

เดินหน้าสกัดผลกระทบ‘ห้วยโสมง’ กรมชลย้ำงัด47แผนคุมเข้ม-ไม่กระทบมรดกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230385

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อว่า “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” โดยจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจสอบ 47 แผน มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2555-2569 ใช้งบประมาณกว่า 516 ล้านบาท มีหน่วยงานที่รับผิดชอบถึง 15 หน่วยงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานตามแผนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับมรดกโลก เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากลของมรดกโลก

สำหรับแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีทั้งสิ้น 27 แผน อาทิ แผนการป้องกันและลดผลกระทบด้านนิเวศวิทยาทางน้ำและการประมง แผนการป้องกันและปลูกป่าเสริมในพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำ 11,000 ไร่ แผนอพยพและอนุรักษ์สัตว์ป่า แผนการป้องกันการบุกรุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำและฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่มรดกโลก โดยตั้งที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ 3 แห่งพร้อมตั้งด่านจุดสกัดป่าไม้ แผนการประกาศเขตพื้นที่อนุรักษ์ เป็นต้น

ส่วนแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม มี 20 แผน อาทิ แผนติดตามตรวจสอบสภาพธรณีวิทยาและความมั่นคงปลอดภัยของตัวเขื่อน แผนติดตามตรวจสอบการป้องกันการบุกรุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำ การบุกรุกป่าและการปลูกป่าเสริม แผนติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสัตว์ป่า แผนการติดตามและประเมินผลกระทบที่มีต่อพื้นที่มรดกโลก แผนติดตามการปฏิบัติตามการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

“ที่ผ่านมา กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการมรดกโลกมาโดยตลอด ซึ่งการประชุมเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ คณะกรรมการมรดกโลกชื่นชมการดำเนินการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และล่าสุดประชุมเมื่อเดือนมิถุนายน ณ กรุงอิสตันบลู ประเทศตุรกี ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการห้วยโสมงเลย”

ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างนั้นในส่วนของอ่างเก็บน้ำแล้วเสร็จไปมากกว่าร้อยละ 90 คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ช่วงปลายปี 2559 ส่วนระบบส่งน้ำทั้ง
ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาจะแล้วเสร็จในปี 2562

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผักตบชวาอยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่รัฐบาลได้สั่งกำจัดอย่างเร่งด่วนจนลุล่วงไปแล้ว แต่เนื่องจากปริมาณที่มีมากถึง 55,000 ตัน กรมพัฒนาที่ดินจึงได้เข้าแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่นำขึ้นมาว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดได้บ้างโดยได้จัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเร่งให้สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท ลงพื้นที่เร่งดำเนินการ นำผักตบชวาทั้งหมดมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ซึ่งเป็นนวัตกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน มาใช้ผสมน้ำตามอัตราส่วน เพื่อย่อยสลายผักตบชวาทั้งหมด ให้กลายเป็นปุ๋ยหมักได้ในระยะเวลาประมาณ 60 วัน ปุ๋ยหมักที่ได้สามารถนำไปปรับปรุงบำรุงดินในภาคการเกษตรได้และปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ที่มีดินที่ไม่เหมาะสม ให้สามารถเป็นดินที่ปลูกพืชได้ เพราะผักตบชวาถือเป็นพืชที่มีธาตุอาหารพื้นฐานที่พืชต้องการ

นายวิชิต ขันธ์แก้ว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนนี้เครื่องจักรได้นำผักตบชวาขึ้นมาแล้วกว่า 40,000 ตัน ระหว่างรอการทำปุ๋ยหมักทางสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาทจึงใช้น้ำหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 ซึ่งสามารถลดปัญหาของน้ำเน่าเสียของกองผักตบชวาได้เบื้องต้น

ตั้งฉก.จัดการผักตบ ใช้‘พด.1’ย่อยสลาย ทำปุ๋ยหมักบำรุงดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230384

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผักตบชวาอยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่รัฐบาลได้สั่งกำจัดอย่างเร่งด่วนจนลุล่วงไปแล้ว แต่เนื่องจากปริมาณที่มีมากถึง 55,000 ตัน กรมพัฒนาที่ดินจึงได้เข้าแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่นำขึ้นมาว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดได้บ้างโดยได้จัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเร่งแก้ปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเร่งให้สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท ลงพื้นที่เร่งดำเนินการ นำผักตบชวาทั้งหมดมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ซึ่งเป็นนวัตกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน มาใช้ผสมน้ำตามอัตราส่วน เพื่อย่อยสลายผักตบชวาทั้งหมด ให้กลายเป็นปุ๋ยหมักได้ในระยะเวลาประมาณ 60 วัน ปุ๋ยหมักที่ได้สามารถนำไปปรับปรุงบำรุงดินในภาคการเกษตรได้และปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ที่มีดินที่ไม่เหมาะสม ให้สามารถเป็นดินที่ปลูกพืชได้ เพราะผักตบชวาถือเป็นพืชที่มีธาตุอาหารพื้นฐานที่พืชต้องการ

นายวิชิต ขันธ์แก้ว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนนี้เครื่องจักรได้นำผักตบชวาขึ้นมาแล้วกว่า 40,000 ตัน ระหว่างรอการทำปุ๋ยหมักทางสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาทจึงใช้น้ำหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 ซึ่งสามารถลดปัญหาของน้ำเน่าเสียของกองผักตบชวาได้เบื้องต้น

 

ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนัก อันดามันอ่าวไทยคลื่นสูง2-4ม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230315

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

14 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 14-18 ส.ค.ไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(14 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ประเทศไทยฝนหนักบางแห่ง เตือนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230228

วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.09 น.

13 ส.ค.59 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-16 ส.ค.ไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(13 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัด เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

หลายพื้นที่ของไทยฝนเพิ่มมากขึ้น อันดามัน-อ่าวไทยคลื่นสูง2-4เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230065

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 12-16 ส.ค.ไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(12 ส.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ลุยศึกษาEIAลุ่มน้ำปราจีน-บางปะกง กรมชลดันแก้ภัยแล้ง-ท่วม-น้ำเค็มรุกถาวร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230018

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ดำเนินศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำสาขา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งบริเวณตอนกลางและตอนล่างของลุ่มน้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำบางปะกง เนื่องจากตอนบนของลุ่มน้ำมีความลาดชันมาก แต่มีอ่างเก็บน้ำน้อย ทำให้เมื่อถึงฤดูฝนเกิดน้ำท่วมพื้นที่ด้านล่าง ตั้งแต่ อ.กบินทร์บุรี ผ่าน อ.ศรีมหาโพธิ อ.เมือง ไปจนถึง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และเมื่อถึงฤดูแล้งก็จะขาดแคลนน้ำซ้ำซาก เพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ นอกจากนี้ยังประสบปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม เนื่องจากตอนท้ายของแม่น้ำบางปะกงและปราจีนบุรีมีความลาดชันน้อย ซึ่งจากศึกษาเบื้องต้นของ กรมชลประทาน พบว่า สามารถบรรเทาปัญหาทั้งหมดได้โดยการปรับปรุงเครื่องมือชลประทานที่มีอยู่เดิม ดังนี้

1.ขุดลอกแม่น้ำปราจีนบุรีลึก1 เมตร ตั้งแต่ อ.เมืองกบินทร์บุรี-จุดบรรจบแม่น้ำบางปะกง ระยะทาง 50 กม. เพิ่มความจุน้ำในลำน้ำได้อีก 6.24 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยลดระดับน้ำท่วมได้ 2.ขุดลอกคลองระบายน้ำในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติในเขตชลประทานจำนวน 7 สาย ระยะทางรวม 81 กม. ควบคู่กับการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังชัน เพื่อควบคุมอัตราการไหลของน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและเหมาะสม 3.ปรับปรุงประตูระบายน้ำ (ปตร.) ในพื้นที่เขตบางพลวง 23 แห่ง ให้เป็นตัวบังคับควบคุมอัตราการไหลอย่างเหมาะสม ไม่เกินความจุของลำน้ำ พร้อมกับเป็นตัวกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากที่บางพลวง 3 แสนไร่ สามารถกักน้ำไว้ได้ 274 ล้านลูกบาศก์เมตร ไว้เป็นน้ำต้นทุนช่วงฤดูแล้ง และสามารถนำไปผลักดันน้ำเค็มที่รุกเข้ามาทางแม่น้ำบางปะกงได้ 4.ติดตั้งสถานีสูบน้ำถาวรริมแม่น้ำปราจีนบุรี 5 แห่ง เพื่อสูบน้ำบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝนและสูบน้ำจัดสรรให้กับพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า หากสามารถดำเนินโครงการได้ จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม ตั้งแต่กลางแม่น้ำปราจีนบุรี ไปจนถึงท้ายน้ำบางปะกง ได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน ซึ่งคาดว่า จะใช้วงเงินก่อสร้างทั้งสิ้น 8,100 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี

กพร.มอบ4รางวัล บริหารงานภาครัฐ ‘กรมพัฒนาที่ดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230015

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ปี พ.ศ. 2559 กรมพัฒนาที่ดินได้รับรางวัลจากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. จำนวน 4 รางวัล คือ 1.รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 2.รางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ ซึ่งในส่วนนี้ได้รับจำนวน 2 รางวัล คือ รางวัลนวัตกรรมการบริการที่เป็นเลิศ ระดับดีเด่น ชื่อผลงาน “จุลินทรีย์เพื่อควบคุมโรครากเน่าและแมลงศัตรูพืช” และรางวัลการพัฒนาการบริการที่เป็นเลิศ ระดับดี ชื่อผลงาน “ชุดตรวจสอบดินภาคสนามสู่การปรับปรุงคุณภาพดินอย่างรวดเร็วและลดต้นทุน” 3.รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดีชื่อผลงาน “โครงการบริหารจัดการเครือข่ายหมอดินอาสาแบบมีส่วนร่วมเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก” ในพื้นที่ต้นแบบ คือหมอดินอาสา นายสังคม น้อยสงวน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ