ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น ‘กทม.-ปริมณฑล’ตกร้อยละ60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216777

วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.08 น.
21 พ.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุไซโคลน “โรอานู” (ROANU) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างมีศูนย์กลางทางด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย หรือ ที่ละติจูด 19.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 87.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังคลาเทศ และเมียนมา ในช่วงวันที่ 21 – 22 พ.ค.59 นี้ ส่งผลให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21 – 25 พ.ค.59 นี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ขุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

รับมือ‘โรอานู’ 21-25พค.กระทบไทย เตือนทุกภาคเฝ้าระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216754

วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รับมือ‘โรอานู’

21-25พค.กระทบไทย

เตือนทุกภาคเฝ้าระวัง

ฝนถล่มอุบลฯน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นแ ละมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและ ภาคตะวันออก ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย

อิทธิพลพายุ’โรอานู’ขึ้นฝั่งพม่า

ทั้งนี้ อุตุนิยมวิทยา ยังรายงานว่ามีพายุไซโคลน“โรอานู”(ROANU)บริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีศูนย์กลางทางด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย หรือ ที่ละติจูด16.5องศาเหนือ ลองจิจูด 83.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20กิโลเมตรต่อชั่วโมงและคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังคลาเทศและเมียนมาร์ในช่วงวันที่ 21-22 พฤษภาคม2559นี้ ส่งผลให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย

ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามัน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-25พฤษภาคมนี้

เตือนประเทศได้รับผลกระทบ

นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการ(ผอ.)สถานีอุตุนิยมวิทยาระนอง เผยว่า ในส่วนของประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุไซโคลน’โรอานู’ทางอ้อมทำให้กระแสลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้นจะทำให้ทะเลแปรปรวน มีคลื่นสูง ส่งผลกระทบและอันตรายต่อการเดินเรือ ชาวเรือ ควรตรวจสอบสภาวะอากาศอย่างใกล้ชิดและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วง2-3วันนี้ เช่นเดียวกับชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากลมกระโชกแรงที่อาจส่งผลเสียหายต่อทรัพย์สินและอาคารบ้านเรือนได้

อุบลฯฝนถล่มท่วมจราจรติดขัด

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ได้เกิดฝนตกลงมาใน จ.อุบลราชธานี นานติดต่อกันหลายชั่วโมง มี ปริมาณน้ำฝนที่มากไหลท่วม ถนนบริเวณสี่แยกถนนบายพาส อำนาจเจริญ-ตระการพืชผล และยังไหลท่วมขังตามถนนชยางกรู บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง มีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย20-30 เซ็นติเมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัด ยานพาหนะที่ผ่านบริเวณนั้นทั้ง ขาเข้าและขาออกเคลื่อนตัวอย่างช้าๆเพราะเหลือผิวการจราจรฝั่งละ1 เลนจากฝั่งละ 3 เลน เพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่น้ำขัง ยังมีน้ำบางส่วนไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดถนนในระดับต่ำเนื่องจากท่อระบายน้ำมีขนาดเล็ก ทำให้ระบายน้ำไม่ทันคาดระดับน้ำท่วมจะลดลงสู่ภาวะปกติในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

เตือนอีสานฝนหนักถึง25พค.

ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จ.อุบลราชธานี รายงานสภาพอากาศว่า มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานีและยังมีฝนตกต่อเนื่องไป ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม แต่มีปริมาณฝนลดลงเหลือเพียงร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ จึงขอให้พื้นที่เสี่ยงระมัดระวังเกิดน้ำท่วมขังในระยะนี้ไว้ด้วย

พายุถล่มสุโขทัยบ้านพัง20หลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุโขทัยว่าได้เกิดพายุฝนพัดถล่มจนบ้านพังเสียหายอย่างหนักเมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคม ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี และเขต ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัยนั้น

พล.ต.ทรงวุฒิ จิตตานนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 สั่งการให้ร.ต.สมศักดิ์ ทองเสงี่ยม หัวหน้าชุดมวลชนอำเภอเมืองสุโขทัย ร่วมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบถูกพายุฝนพัดถล่มจนบ้านพังเสียหาย จากการสำรวจในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี และเขต ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย พบมีบ้านเรือนพังเสียหายกว่า 20 หลัง

หนุ่มซิ่งจยย.ชนต้นไม้ขวางหัวแตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 19 พฤษภาคม มีพายุฝนกระหน่ำในหลายพื้นที่ของ จ.สุโขทัยทำให้มีป้ายโฆษณาพังเสียหายและมีต้นไม้หักโค่นลงมาจำนวนมาก ขณะที่บริเวณถนนด้านหน้าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หมู่ที่ 7 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ เกิดอุบัติเหตุชายหนุ่มขับรถจักรยานยนต์กำลังจะไปหาจับกบแต่มองไม่เห็นต้นไม้ที่ล้มขวางถนนอยู่พุ่งชนต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางกลางถนนอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก หน้าอกถูกกระแทกและมีอาการอยากอาเจียน เบื้องต้นถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกงไกรลาศ

รองปลัดมหาดไทยนำทีมปลูกป่า ในวันวิสาขบูชา-วันต้นไม้แห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216721

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 17.53 น.
20 พ.ค.59 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการปลูกป่าตามโครงการ “พลิกฟื้นเขาขยายจากเขาทะเลทรายเป็นเขาสวรรค์” ที่บริเวณเขาขยาย ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท ในโอกาสวันวิสาขบูชา และวันต้นไม้แห่งชาติประจำปี 2559 โดยมีประชาชน นักเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนหน่วยงานราชการเข้าร่วมจำนวนกว่า 1,000 คน โดยมีกิจกรรมปลูกต้นไม้บนพื้นที่เขาขยาย ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่แห้งแล้ง สภาพป่าเสื่อมโทรมอย่างหนัก จนได้ฉายาว่าทะเลทรายชัยนาท

นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูเขาขยายเริ่มขึ้นเมื่อครั้งดำรงค์ตำแหน่งเป็น ผู้ว่าขังหวัดชัยนาทเมื่อปี 2557 โดยมีจุดประสงค์เพื่อพลิกฟื้นให้เขาขยายกลับคืนสภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ พืชพันธุ์ไม้ทั้งประจำถิ่นและพันธุ์ไม้นานาชาติ ที่ระดมกำลังทั้งงบประมาณภาครัฐและเอกชนมาปลูกไว้ที่เขาขยาย และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในอนาคตที่จะใช้เป็นสถานพักผ่อนและออกกำลังกายของชาวชัยนาท แต่ช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องประสบภาวะภัยแล้งอย่างหนัก เขาขยายก็ได้รับผลกระทบรุนแรงไปด้วย ทำให้ต้นไม้ส่วนหนึ่งแห้งตายจากภาวะภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องมีการปลูกต้นไม้ซ่อมแซมในส่วนที่เสียหาย รวมทั้งปลูกใหม่ในพื้นที่ที่ยังว่างเปล่าขาดไม้ยืนต้นคลุมดิน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ได้รับความร่วมมือจากชาวชัยนาทอย่างล้นหลามในการร่วมกันแสดงความรักต่อเขาขยายในวันนี้

“นอกจากกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องแล้ว คณะทำงานทั้งตัวแทนภาครัฐและเอกชนได้มีความเห็นตรงกันว่า การจะดำเนินการฟื้นฟูและรักษาเขาขยายให้เป็นป่าที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้และคงอยู่ได้อย่างถาวร จำเป็นต้องมีเงินงบประมาณสนับสนุนคนทำงาน จึงได้ร่วมกันจัดตั้ง “มูลนิธิเขาขยาย” ขึ้น เพื่อระดมทรัพยากรในทุกด้านทั้งกำลังทรัพย์ กำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร เข้ามาช่วยกันทำให้เขาขยายทะเลทรายชัยนาท กลับฟื้นเป็นเขาสวรรค์ที่มีป่าสมบูรณ์อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากส่วนราชการเพียงอย่างเดียว ซึ่งการฟื้นเขาขยายนี้ประโยชน์จะได้กับชาวชัยนาททุกคน เพราะสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่าได้ เช่น การพักผ่อน เรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ และชาวบ้านก็สามารถเข้ามาหาของป่าเพื่อใช้เลี้ยงชีพได้ ตามกฎและกติกาของเขาขยาย คือการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากป่า จะต้องควบคู่กับการปลูกป่าเพิ่มเติมเพื่อสร้างระบบนิเวศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  เพื่อให้ผลผลิตจากป่ามีเพียงพอกับการเก็บเกี่ยวและเหลือพอสำหรับการขยายพัฒนาของป่าต่อไปด้วย อีกทั้งป่าที่อุดมสมบูรณ์ก็จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ช่วยให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์กล่าว

 

ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น เตือนหลายจังหวัดรับมืออันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216649

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
20 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุไซโคลน “โรอานู” (ROANU) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างมีศูนย์กลางทางด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย หรือ ที่ละติจูด 16.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 83.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังคลาเทศและเมียนมาร์ในช่วงวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2559 นี้ ส่งผลให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2559 นี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(20 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ขุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ลุยจัดการน้ำระดับชุมชน หนุนท้องถิ่นรวบรวมข้อมูลน้ำตำบล-ร่วมบริหารจัดการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216555

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. เปิดเผยว่า จากการลงนามบันทึกข้อตกลงทำงานร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน สสนก. ได้ลงพื้นที่จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การใช้ระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ขั้นพื้นฐานเพื่อการบริหารจัดการน้ำระดับท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม ที่โรงแรมเวียงทอง จ.ลำปาง ซึ่งมีช่างจาก อบต.และผู้แทนเกษตรกรจาก จ.ลำปาง น่าน เชียงใหม่ แพร่ เข้าร่วมสัมมนารวม 140 คน ได้เรียนรู้ตัวอย่างความสำเร็จจากชุมชนที่บริหารจัดการน้ำได้ มีการติดตั้งโปรแกรมจัดทำแผนที่น้ำในเครื่องคอมพิวเตอร์ของทุกคน จากนั้นลงมือทดลองปฏิบัติจริง และได้เรียนรู้การติดตามสถานการณ์น้ำ จบการสัมมนาครั้งนี้ทุกคนจะกลับไปจัดเก็บข้อมูลแล้วกลับมาพบกันใหม่อีก 2 ครั้ง จึงจะได้ระบบภูมิสารสนเทศเพื่อนำไปการบริหารจัดการน้ำของแต่ละชุมชน

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ระบุว่า การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนโดยชุมชน ตามแนวทางนี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรรอคอย คาดหวัง หวังผล ดังนั้นเมื่อมีการประสานงานจากสสนก. เกษตรกรจะสามารถให้ข้อมูลในส่วนที่ขาดเช่น คลอง ฝาย หนอง บึง ในชุมชน ทำให้ผังน้ำชุมชนจะสมบูรณ์ สามารถให้ข้อมูลปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ในการผลิตพืช สัตว์ เกษตรกรจะควบคุมจัดการกันเองให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด คุ้มค่า ตามบัญชีน้ำ

สำหรับชุมชนที่ประสบความสำเร็จจากการจัดการน้ำ ต้องมีผู้นำ มีความร่วมมือ มีความต่อเนื่อง ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ชุมชนบ้านลิ่มทองจ.บุรีรัมย์ ชุมชนบ้านหนองปิ้งไก่ จ.กำแพงเพชร ชุมชนป่าภูถ้ำ ภูกระแต จ.ขอนแก่น ชุมชนศาลาดิน จ.นครปฐม สามารถมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในสถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมา ดังนั้นขณะนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน คนไทยต้องไม่ลืมภัยแล้งที่มีผลให้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่ได้ ขาดรายได้ มีภาระหนี้สิน สสนก. มีตัวอย่างความสำเร็จที่ให้ทุกชุมชนได้เรียนรู้ว่าจะจัดการน้ำอย่างไรให้ไม่ได้รับผลกระทบ โดยร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในการจัดการน้ำระดับชุมชน จึงเชิญชวนคนไทยใช้ประสบการณ์ภัยแล้งมาร่วมมือกัน โดยรวบรวมข้อมูลน้ำในตำบลแล้วประสานไปที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สสนก. เพื่อเข้าสู่กระบวนการใช้ภูมิสารสนเทศจัดการน้ำในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

ปภ.ประสาน10จว.’ใต้-ตอ.’รับมือ ฝนตกหนักคลื่นลมแรง20-25พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216505

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 15.06 น.
19 พ.ค.59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 20 – 25 พ.ค.59 ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรง ทำให้พื้นที่รับลมบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

ทั้งนี้ ปภ.จึงได้ประสาน 10 จังหวัด แยกเป็น ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมถึงศูนย์ ปภ.เขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือป้องกันและแก้ไขปัญหาจากฝนตกหนัก และวาตภัยจากคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 20 – 25 พ.ค.59

โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

กรณีสถานการณ์รุนแรงได้เน้นย้ำให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แผนปฏิบัติการ และแผนเผชิญเหตุของอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก โดยการติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ชาวประมงและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลบริเวณฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและประกอบกิจกรรมทางทะเล เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ท้ายนี้ ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

จ่องัดม.17ประเดิมจัดการ’เกาะไข่’ ชี้ทำผิดเจอคุกสูงสุด1ปีปรับ1แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216459

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 09.29 น.
19 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุด ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเกาะไข่ ที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในวันนี้ พบว่า ในที่ประชุมซึ่งประกอบด้วย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.), กรมการท่องเที่ยว, จังหวัดพังงา, กองทัพเรือ, ตำรวจ, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมอุทยานฯ, กรมเจ้าท่า, อัยการ, NGO ฯลฯ รวมแล้วมากกว่า 20 ท่าน ได้มีมติให้ยก มาตรา 17 อยู่ใน พ.ร.บ.ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฯ มีไว้เพื่อให้อำนาจกรมทะเล ในการจัดการ “พื้นที่วิกฤต” ขึ้นมาใช้ เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มี พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา ‪

ซึ่งกรมทะเล รายงานว่า ตั้งแต่ พ.ศ.2550 – 2557 มีปะการังตาย 80-90 เปอร์เซ็นต์ ทั้งผลจากปะการังฟอกขาวในปี 53 ประกอบกับมีการท่องเที่ยวหนาแน่นทำให้ปะการังไม่อาจฟื้นตัวได้ ทั้งที่ปกติแล้ว ปะการังควรฟื้นตัวหรือเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวใน 5-10 ปี อีกทั้งยังพบว่า เมื่อเจ้าหน้าที่จากกรมทะเล ลงตรวจสอบในพื้นที่ จะพบเห็นการกระทำผิดด้านทรัพยากรธรรมชาติเป็นประจำ รวมถึงครั้งล่าสุด ในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค.59 ยังมีการพบผู้ทำผิดทั้งทิ้งสมอ ให้อาหารปลา จับปลา เก็บปะการัง แต่ได้แค่ตักเตือน ซึ่งยากต่อการจับกุม เพราะไม่มีกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างชัดเจน เมื่อนำ “ความเสียหายร้ายแรง” ของแนวปะการังที่เกิดขึ้น มาพิจารณาร่วมกับ “การทำงานที่ติดขัดเรื่องกฎหมายของเจ้าหน้าที่” ทำให้ที่ประชุมลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า จำเป็นต้องใช้มาตรา 17 เป็นครั้งแรก เพื่อยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป

โดยที่ประชุมจึงมีความเห็นให้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาศัยอำนาจตามม.17 ออก “ประกาศ มาตรการและเกณฑ์การใช้ประโยชน์ เพื่อระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากร” ในพื้นที่เกาะไข่ทั้งสามแห่งมาตราดังกล่าว ครอบคลุมทั้งการขึ้นทะเบียนเรือที่เข้ามาใช้ประโยชน์ การวางทุ่นจอดเรือ วางทุ่นไข่ปลากำหนดเขต ฯลฯ ที่เป็นส่วนในการบริหารจัดการ และข้อห้ามต่างๆ เช่น ให้อาหารปลาหรือสัตว์น้ำ จับปลาหรือสัตว์น้ำ ทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง ทิ้งของเสีย เล่นเจ็ตสกี ฯลฯ ซึ่งกรมทะเล จะจัดเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าระวังทุกวัน เพื่อควบคุมดูแลไม่ให้มีการกระทำผิดละเมิดกฎหมาย แต่หากมีการละเมิด ต้องถูกจับกุม

ทั้งนี้ ม.17 ของกรมทะเล ผิดจากระเบียบของอุทยาน หากเราทิ้งสมอในเขตอุทยานฯ เจ้าหน้าที่อุทยานฯจะทำการจับและปรับได้เลย เพราะกฎหมายให้อำนาจ แต่ถ้าเราทิ้งสมอที่เกาะไข่ เจ้าหน้าที่จับกุม ไม่สามารถปรับได้ (กฎหมายคนละฉบับ) จึงต้องนำผู้กระทำผิดส่งสถานีตำรวจอำเภอเกาะยาว จากนั้น ก็เข้าสู่การพิจารณาคดี โดยมีโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท เพราะฉะนั้น ในการกระทำความผิดของแต่ละพื้นที่ โทษจะแตกต่างกัน ตามกฎหมายของพื้นที่นั้น ซึ่งวิธีที่ป้องกันปัญหาง่ายที่สุด คือ อย่าทำความผิด

เพราะฉะนั้น เหล่าผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวต้องย้ำเตือนและดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด โดยจะมีประกาศออกมาช้าสุดไม่เกินสัปดาห์หน้า
ขอบคุณภาพจาก เฟสบุ๊ค “Thon Thamrongnawasawat

 

ประเทศไทยอากาศร้อน-ร้อนจัด กับมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216453

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
19 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มีแนวลมพัดสอบของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตก อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2559 พายุดีเปรสชั่นบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีแนวโน้มพัฒนาตัวเป็นพายุไซโคลนในระยะต่อไป คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่งทางด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย โดยพายุนี้ไม่มีกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(19 พ.ค.59 เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ทางตอนบนอาจจะมีพายุลมแรง และฝนฟ้าคะนองหลายจังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216285

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
18 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มีแนวลมพัดสอบของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตก อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2559 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีแนวโน้มพัฒนาตัวเป็นพายุไซโคลน และคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่งทางด้านตะวันออกของคาบสมุทรอินเดียในระยะต่อไป โดยพายุนี้ไม่มีกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(18 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

หลายพื้นที่มีฝนและพายุลมแรง เตือนประชาชนให้เลี่ยงจุดเสี่ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/216107

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
17 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คือบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่เข้ามาปกคลุมด้านตะวันออกของภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ กับมีแนวลมพัดสอบของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้ยังคงมีฝนตกต่อไปอีก 1-2 วัน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2559 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีแนวโน้มพัฒนาตัวเป็นพายุไซโคลน และคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่งทางด้านตะวันออกของคาบสมุทรอินเดียในระยะต่อไป โดยพายุนี้ไม่มีกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(17 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.