เตือน!หลายจังหวัดอากาศร้อนจัด มีพายุฝนลมกระโชกแรงบางพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215921

วันจันทร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
16 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานีปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่เข้ามาปกคลุมด้านตะวันออกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ กับมีแนวลมพัดสอบของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-22 พ.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีแนวโน้มพัฒนาตัวเป็นพายุไซโคลน และคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัว ขึ้นฝั่งทางด้านตะวันออกของคาบสมุทรอินเดียในระยะต่อไป โดยพายุนี้ไม่มีกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(16 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 29-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

กรมอุตุฯเตือนประชาชน18จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215782

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.09 น.
15 พ.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครราชสีมา ชัยภูมิ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน และลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัว โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ นครราชสีมา อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัว โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ประเทศไทยอากาศร้อนจัดทั่วไป และมีฝนฟ้า-ลมแรงในบางพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215658

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.17 น.
14 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงอากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดน่าน แพร่อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และชัยภูมิ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน กับมีแนวลมพัดสอบของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(14 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-31 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 27-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 29-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไฟป่านราฯยังเอาไม่อยู่ อพยพชาวบ้าน50หลัง พายุถล่มอุดรฯยับเยิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215649

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ความคืบหน้าไฟไหม้ป่าในพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมนั้น กินพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ได้ลุกลามเข้าพื้นที่เขตป่าสงวนลุ่มน้ำบางนราแปลงที่ 2 และขยายวงกว้างลุกลามเข้าไปในเขตป่าพรุสิริธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง กินพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.สุไหงปาดี เสียหายกว่า 2,500 ไร่ รวมทั้งกินพื้นที่ในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ เสียหายกว่า 200 ไร่ นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมต้นเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านบาโงซรายอ หมู่ 1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก

สั่งอพยพ50ครัวเรือนหนีไฟป่า

โดยนายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.เอกรัตน์ช้างแก้ว ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ(ผบ.ฉก.)นราธิวาส และ นายปรีชา นวลน้อยนายอำเภอสุไหงโก-ลก ประชุมปรับแผนการทำงานแบบวันต่อวัน โดยจุดไฟไหม้ป่าบ้านบาโงซรายอ มีลักษณะไฟไหม้ป่าแบบตัวแอล และมีต้นเพลิงอยู่ 2 จุดใหญ่ คือ ด้านทิศเหนือของหมู่บ้านและด้านทิศใต้ของมัสยิดบ้านบาโงซรายอ ที่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ประมาณ 50 ครัวเรือน อาศัยอยู่และต้นเพลิง ที่คุกรุ่นชั้นใต้ดินกำลังลุกลามห่างจากบ้านของประชาชนเพียง 50 เมตร เท่านั้น

ระดมรถดับเพลิงคุมวงจำกัด

เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจากพื้นที่ อำเภอใกล้เคียงและถอนรถดับเพลิงจากจุดต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัดเร่งฉีดน้ำดับไฟที่บริเวณด้านหลังมัสยิดบ้านบาโงซรา หมู่ 1 ต.ปาเสมัส เพื่อสกัดกั้นต้นเพลิง ไม่ให้ลุกลามสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในขณะนี้ดังกล่าว ซึ่งสรุปความเสียหายของผืนป่าที่ถูกไฟไหม้บริเวณบ้านบาโงซรายอ เพียงจุดเดียวรวมแล้วประมาณ 1,550 ไร่

ไฟป่ารอยต่อพัทลุง-เมืองคอนปะทุ

นอกจากนี้ สถานการณ์เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่รอยต่อบนหัวป่าเขียว ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ บ้านยวนนก ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ช่วงบ่ายเกิดไฟไหม้ปะทุขึ้นอีก 2 จุด ได้ระดมเจ้าหน้าที่เร่งสกัดไฟเต็มกำลังแต่ภาพรวมการดับไฟป่า ยังคงเป็นไปได้ยากเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีน้อย และทำงานหลายวันติดต่อกันเกิดอาการล้า บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ต้นไม้ต้นหญ้าผิวดินแห้งเกรียมจึงยังเสี่ยงต่อการลุกลามได้ง่ายในณะนี้

ประเมินสถานการณ์ไหม้เขาบรรทัด

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลคลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุงนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใน อ.กงหราทั้งหน่วยอุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่าเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าและแกนนำชาวบ้านในพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์และเร่งแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าบริเวณกลางหุบวังโป๊ะ ในเขตเทือกเขาบรรทัด ที่ชาวบ้านเรียกว่าเขาจีนเป็นเขาหินในพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.คลองทรายขาว และต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง

ผลาญจนหมดสถานการณ์ดีขึ้น

นายเขมชาติ ช่วยเมือง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า จ.พัทลุง สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รายงานว่าไฟได้ลุกไหม้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ในพื้นที่ป่าไผ่ เป็นเชื้อไฟให้ลุกลามเร็ว ล่าสุด แนวโน้มเริ่มคลี่คลายเนื่องจากต้นไผ่ถูกไฟไหม้หมดแล้วประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นหุบเหวและผาหิน แม้เจ้าหน้าที่ จะไม่สามารถเข้าถึงขณะเกิดเหตุ แต่สภาพพื้นที่ ทำให้ระดับความรุนแรงของไฟลดลงเองโดยธรรมชาติ จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และชาวบ้านจะช่วยกันเดินเท้าเข้าจุดเกิดเหตุ เพื่อเข้าดับไฟให้สนิทป้องกันปะทุซ้ำ

ผู้ว่าฯคาดเป็นฝีมือของมนุษย์

ด้านนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าฯพัทลุงกล่าวว่าจากการตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่าไฟที่ไหม้ครั้งนี้จะเกิดจากฝีมือมนุษย์จึงฝากให้ผู้นำท้องถิ่นเร่งประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่า ไม่ให้นำเชื่อเพลิง หรือจุดไฟในบริเวณป่าช่วงหน้าแล้งอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะป่าในเขตอุทยานและเขตอนุรักษ์ ที่ยังคงมีความสมบูรณ์ พร้อมระยะยาวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันการลุกลามขยายวงกว้างหากเกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าขึ้น

พายุฤดูร้อนถล่มอุดรฯพินาศ

สำหรับสถานการณ์พายุฤดร้อนพัดถล่มภาคอีสานต่อเนื่อง เมื่อคืนวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ จ.อุดรธานี ถูกพายุฝนพัดถล่มอย่างหนักซ้ำรอบ 2 ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนกระจายไปในหลายอำเภอไล่ ตั้งแต่ อ.เพ็ญอ.บ้านดุง อ.หนองหาน อ.ไชยวาน อ.ศรีธาตุ อ.ประจักษ์ศิลปาคมอ.กุมภวาปีและตัวอำเภอเมือง ทำให้กระแสไฟฟ้าดับและลัดวงจร รวมทั้งได้เกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนวอดไป 2 หลัง

โดยเฉพาะ อ.หนองหาน ไฟฟ้าดับและมีบ้านเรือนประชาชนถูกพายุพังจำนวนมากล่าสุดเมื่อเช้า เกิดพายุพัดถล่มอีก ทำให้ต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ รวมทั้งจากสภาพพายุฝน ทำให้อากาศเลวร้ายทำให้สายการบินบางเที่ยวต้องไปลงที่ขอนแก่นและบางเที่ยวต้องบินกลับกรุงเทพฯ หรือต้องขอลงจอดที่ จ.ขอนแก่นเป็นการชั่วคราว

หนองคาย-อุบลฯพังหลายสิบหลัง

ขณะที่ จ.หนองคาย พายุพัดถล่ม อ.ท่าบ่อ และ อ.สระใคร มีบ้านเรือนถูกพายุพังเสียหาย 192 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องและทหารได้เร่งสำรวจ และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ส่วน จ.อุบลราชธานี เกิดพายุถล่มที่ อ.สำโรง พังเสียหาย 3 หมู่บ้านกว่า10 หลังคาเรือน โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จ.อุบลราชธานี เกิดพายุฤดูพัดถล่มบ้านเรือนในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.บุณฑริก และนาตาล มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวมกันกว่า 70 หลังคาเรือน และที่ อ.สำโรง เป็นการเกิดพายุถล่มครั้งที่ 3 ในเดือนนี้

รัตนบุรียังเจอแล้งหนัก

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งที่บ้านผือ ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรีจ.สุรินทร์ พบว่าที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งมีความจุน้ำได้ถึงปริมาณ 4,918.720  ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่ให้บริการชลประทานทำการเกษตร ทั้งสิ้นประมาณ 5,000 ไร่ ชาวบ้านได้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ในด้านเกษตรกรรม การทำมาหากิน แห้งลงเร็วกว่าปกติมาก หวั่นเกรงจะไม่มีน้ำไว้ใช้จนถึงสิ้นเดือนนี้

นางอัมพร แก้วเขียว อายุ 67 ปีบ้านเลขที่ 83 ม.5 บ้านผือ ต.รัตนบุรี นั่งรำพึง รำพัน ถึงวิกฤติน้ำห้วยแก้ว ตั้งแต่เกิดมา พึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทุกเย็นตนและเพื่อนบ้าน พร้อมลูกหลานจะมานั่งดูน้ำในอ่างห้วยแก้ว ซึ่งพบว่าน้ำได้ลดระดับลงทุกวัน ทุกคนต่างรู้สึกวิตกกังวลและมีความเป็นห่วงว่า หากน้ำลดลงมาก ๆ แล้ว คนในชุมชนจะอยู่กันได้อย่างไร

โรงเรียนสุพรรณบุรี ขาดน้ำให้นักเรียนใช้

ร.ร.สุพรรณขาดแคลนน้ำใช้

ที่จ.สุพรรณบุรี นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายอนันนต์ นาคนิยม นายอำเภอบางปลาม้า นำรถบรรทุกน้ำไปจำนวน 50,000 ลิตร ไปมอบให้กับโรงเรียนวัดวังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า ตามที่โรงเรียนร้องขอเนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีน้ำในการใช้อุปโภค และบริโภค

ด้านนายวิวัศน์ พรทิพยพา ผอ.โรงเรียนวัดวังน้ำเย็น กล่าวว่าขณะนี้ทางโรงเรียนขาดน้ำในการอุปโภคและบริภาค แม้แต่น้ำที่จะใช้ในห้องน้ำก็ไม่มีให้ครูและนักเรียนใช้ เนื่องจากประปาหมู่ เป็นประปาผิวดิน จากสภาภัยแล้งจึงไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้ ทำให้ทางโรงเรียนรวมทั้งชาวบ้านเดือดร้อนมาก จึงได้ประสาน อบจ.เพื่อขอน้ำมามาใช้ในการอุปโภคและบริโภคดังกล่าว

สวนกล้วยชัยนาทห้งตายหมื่นต้น

ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ชัยนาทยังคง ทวีความรุนแรง และขยายวงกว้าง โดยที่ ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท สวนกล้วยน้ำว้าของชาวบ้าน กำลังแห้งตายจากภาวะขาดน้ำ จำนวนกว่า10,000ต้น โดยที่สวนกล้วยน้ำว้าของชาญ เกร็ดตะเภา ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท และสวนกล้วยใกล้เคียงอีกจำนวนกว่า10แห่งกำลังประสบภัยแล้งอย่างหนักเนื่องจากในพื้นที่ไม่มีฝนตกลงมากมากว่า 6 เดือนแล้วสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของสวนมูลค่าหลายแสนบาท

8-20 พ.ค.ไทยจะเข้าสู่ฤดูฝน

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 18-20 พ.ค. 59 หรือปลายสัปดาห์หน้า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน เนื่องจากจะมีพายุไซโคลนเกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย โดยลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมที่บอกถึงการเข้าสู่ฤดูฝน จะขึ้นฝั่งที่ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้มีฝนตกกระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งเริ่มจากภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งทะเลอันดามัน) มายังภาคกลาง ภาคตะวันออก ถัดมาจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ทั้งนี้บริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบหนัก

กรมอุตุฯเตือนประชาชน15จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215510

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
13 พ.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงอากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และชัยภูมิ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน กับมีแนวลมพัดสอบของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 26-31 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 41-44 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-43 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 27-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 24-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 30-31 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุบร้องอนุญาโตฯระหว่างปท. เหมืองทองกั๊ก โบ้ยยังอีกไกลขอถกทีมกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215497

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อุบร้องอนุญาโตฯระหว่างปท.

เหมืองทองกั๊ก

โบ้ยยังอีกไกลขอถกทีมกม.

จี้เร่งสอบสาเหตุ‘ปนเปื้อน’

ปลัดอุตฯสะอื้นยื่นไขก๊อก

หลังมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 พฤษภาคม ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรด้วย โดยในกรณีบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพนักงาน และเตรียมการเลิกประกอบกิจการ จึงเห็นควรให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมไปจนถึงสิ้นปี 2559 จากเดิมหมดอายุวันที่ 13 พฤษภาคม พร้อมทั้งให้บริษัท อัคราฯ เร่งปิดเหมืองและฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาต

สั่งกพร.ดูข้อกม.ยุติสัมปทานปี71

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสากรรมเปิดเผยว่า ขณะนี้มอบให้ฝ่ายกฎหมาย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)พิจารณา ใบประทานบัตรของเหมืองแร่ทองคำชาตรี ซึ่งมีบริษัทอัคราฯ เป็นผู้รับใบอนุญาต และจะสิ้นสุดในปี 2571ว่า จะดำเนินการต่ออย่างไร เพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามแนวทางมติ ครม.วันที่ 10 พฤษภาคม ที่ต้องยุติการประกอบกิจกรรมเหมืองแร่ ไปพร้อมกับการประกอบโลหะกรรมของบริษัท ซึ่งใบอนุญาตประกอบโลหะกรรม ครม.ให้ระยะเวลาสิ้นสุดสิ้นปีนี้นอกจากนี้ ได้สั่งให้กพร.ดูแลมาตรการแผนงานฟื้นฟูสภาพแวดล้อม หลังเหมืองแร่ยุติประกอบกิจการ โดยให้ยึดตามเงื่อนไขในรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (อีเอชไอเอ) และรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

“ส่วนกรณีที่ยังต้องพิจารณาคือ ใบประทานบัตรของบริษัท อัคราฯที่ทำเหมืองแร่ชาตรี และจะหมดปี 2571 ฝ่ายกฎหมายต้องไปดูให้เป็นไปตามแนวทางของครม. และในทางปฏิบัติเมื่อนโยบายของครม.ต้องการให้ยุตินโยบายเหมืองแร่ ดังนั้น แม้ใบอนุญาตทำเหมืองจะหมดปี 2571 แต่การประกอบโลหะกรรมซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญจะสิ้นสุดสิ้นปีนี้ บริษัทก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ หรือถ้าจะทำกิจการต่อ แต่ถลุงทองคำ หรือ หลอมทองไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

อัครฯแปลกใจ-ผิดหวังมติครม.

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เจ้าของเหมืองแร่ทองคำชาตรีจ.พิจิตร นำโดย นายสิโรจ ประเสริฐผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และ นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก แถลงข่าวเปิดใจเหมืองทองอัครา หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตรทั่วประเทศ โดยให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมไปจนถึงสิ้นปี 2559 จากเดิมที่สิ้นสุดปี 2571 พร้อมให้บริษัทฯปิดเหมือง และฟื้นฟูพื้นที่ตามแผนที่วางไว้ เพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่

จี้เร่งพิสูจน์สาเหตุสารปนเปื้อน

โดย นายเชิดศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทแปลกใจและผิดหวังต่อมติ ครม. แต่ก็เข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าว และขอวิงวอนให้ภาครัฐเห็นใจผู้ประกอบการ ซึ่งบริษัทฯมีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ให้หาข้อเท็จจริงสาเหตุความขัดแย้งด้านผลกระทบสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านที่อยู่รอบเหมืองแร่ทองคำชาตรี ตามหลักของวิทยาศาสตร์และธรณีวิทยา เพื่อความชัดเจน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวบ้านตัวจริงที่อาศัยอยู่รอบเหมืองฯ และ2.บริษัทฯยินดีร่วมมือเพื่อให้ความจริงปรากฎ ทำให้เกิดมาตรฐานและเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยต่อไป

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากทางกระทรวงอุตสาหกรรม จึงยังไม่สามารถทราบได้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง และในส่วนการฟื้นฟูพื้นที่นั้น บริษัทฯดำเนินการควบคู่ไปกับการประกอบกิจการอยู่แล้ว ตามแผนการดำเนินงานภายใต้มาตรการ EHIA

แทงกั๊กฟ้องกลับชี้หนทางสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทฯจะมีการฟ้องร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหรือไม่ นายเชิดศักดิ์กล่าวว่า เรื่องการฟ้องร้องยังอีกไกล บริษัทฯต้องรอรับหนังสือฯที่มีความชัดเจน ถึงจะทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไร และทางบริษัทฯกับกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นทำงานร่วมกันด้วยดีมาตลอด เรื่องการฟ้องตนจึงอยากให้เป็นหนทางสุดท้ายที่จะทำ

เมื่อถามถึงกรณีผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท อัคราฯ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากออสเตรเลียนั้น จะมีการฟ้องไทยด้วยกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนผ่านอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศหรือไม่ นายสิโรจกล่าวว่า ต้องปรึกษากับทีมทนายความก่อนว่ามีช่องทางไหนทำได้บ้าง แต่เราเริ่มจากจุดที่ว่า ทำทุกอย่างถูกต้อง ฉะนั้นคำสั่งที่ออกมาไม่เป็นธรรมและไม่มีเหตุผล เหมือนกับยังไม่ได้ทำอะไรผิด อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีแผนระยะยาว อยู่ดีๆให้หยุดจึงต้องรอศึกษารายละเอียดในหนังสือข้อสั่งการอย่างเป็นทางการก่อน เพื่ออุทธรณ์กับราชการ หรือดำเนินการไปตามกฎหมายทั้งในและต่างประเทศต่อไป

แรงงานสั่งช่วยหางานคนเหมือง

ในส่วนการช่วยเหลือคนงานของเหมืองทองคำชาตรีนั้น พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงานเปิดเผยว่า หน่วยงานของกระทรวงแรงงานคือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.)และกรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้ลงพื้นที่ไปดูแลแรงงานแล้ว ซึ่งจะดำเนินการฝึกอาชีพ อบรม ให้แรงงานที่ต้องการเปลี่ยนงาน รวมถึงหางานรองรับ ทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการ

เหมืองชาตรีเปิดทำงานปกติ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ที่เหมืองแร่ทองคำชาตรีของบริษัท อัคราฯ ในต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ ยังคงเปิดดำเนินการตามปกติ มีการระเบิดหินในเวลา 12.15 น.ของทุกวัน และ รถบรรทุกแร่หินและกากแร่ เข้าโรงประกอบการ ตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยบรรยากาศที่ศูนย์อัคราเพื่อชุมชน บริเวณหมู่ที่ 3 บ้านหนองระมาน ต.เขาเจ็ดลูก พนักงานก็ยังคงทำงานปกติ พร้อมเปิดจุดอำนวยความสะดวกให้ผู้สื่อข่าวที่มาสังเกตการณ์ และอำนวยความสะดวกข้อมูลให้พนักงานที่ต้องถูกเลิกจ้าง

จัดหางานพิจิตรหางานรองรับพนง.

โดย นางเพ็ญจันทร์ บุญฮก จัดหางานจังหวัดพิจิตรเผยว่า ได้เตรียมพร้อมติดต่อประสานผู้ประกอบการ ที่มีตำแหน่งว่างงาน จำนวน 602 อัตรา รวมถึงอาชีพ อิสระสำหรับ ไว้รองรับพนักงาน ที่มี อยู่ 1057 คน ที่มีอัตราเสี่ยงถูกเลิกจ้างหลังมีคำสั่งปิดเหมืองคำ ซึ่งทางสำนักงานจัดหางาน สามารถรองรับงาน หากพนักงานไม่เลือกงาน ได้ครบถ้วน โดยพนักงานสามารถลงทะเบียนการว่างงานกับจัดหางานจังหวัดได้ โดยจะได้เงินชดเชยการว่างงานในอัตรา 50% ในระยะเวลา 6 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงว่างงาน

ปลัดอุตฯปัดถูกกดดันไขก๊อก

ในส่วนนายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้สัมภาษณ์ถึงการลาออกก่อนถึงกำหนดเกษียณอายุราชการ โดยยืนยันว่า สาเหตุที่ลาออก ไม่ได้มาจากโดนกดดันตามที่มีกระแสข่าว แต่ต้องการออกไปทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อแม่ สามีที่ดีของภรรยา และพ่อที่ดีของลูก เพราะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งก็อยากทำงานให้ดี ไม่มีข้อบกพร่อง เมื่ออายุมากขึ้นก็อยากพักผ่อน มีเวลาให้ครอบครัว และต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมเข้ามาบริหารงานแทน

“อยากลาออกช่วงวันเกิดที่จะถึงและเพื่อให้รัฐมนตรีเตรียมหาบุคคลมาแทน เพราะปีนี้จะมีคนเกษียณถึง 7 คน กว่าจะตั้งปลัดกระทรวง ตั้งข้าราชการตำแหน่งอื่นๆก็จะใช้ระยะเวลาถึงสิ้นปี ดังนั้น เพื่อให้มีการสานงานต่อเนื่อง จึงเลือกที่จะลาออกก่อน เป็นสิ่งที่วางแผนไว้นานแล้ว”นายอาทิตย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นายอาทิตย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคลอ เมื่อถามว่าร้องไห้เพราะมีเรื่องอัดอั้นหรือไม่ นายอาทิตย์ ตอบว่า ตื้นตันใจ เหมือนได้ระบายความในใจออกมา เพราะการเปิดเผยกับสื่อมวลชนครั้งนี้เป็นความจริงทุกประการ เมื่อถามต่อว่าลาออกแล้วจะไปทำอะไร นายอาทิตย์กล่าวติดตลกว่า อาจจะไปเป็น NGO แต่จะเป็น NGO ที่มีความรู้ มีความคิด

ไฟป่าพรุลามตากใบ นราฯเร่งทำแนวกั้น ‘ชาวบ้าน’อ่วมหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215496

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ไฟป่าพรุลามตากใบ

นราฯเร่งทำแนวกั้น

‘ชาวบ้าน’อ่วมหนัก

ผจญพิษหมอกควัน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ความคืบหน้าไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่ จ.นราธิวาส นายเรวัตร จันทนะ ผู้อำนวยการ (ผอ.) ส่วนควบคุมไฟป่าพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 จ.สงขลา นั่งเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสำรวจสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ 8 ตำบล 4 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย อ.สุไหงปาดี อ.สุไหงโกลก อ.บาเจาะและอ.ยี่งอ เพื่อปรับแผนการควบคุมไฟไหม้ป่าวันต่อวัน

จากการตรวจสอบพบว่า จุดเพลิงไหม้ที่ค่อนข้างรุนแรงเกิดจากต้นเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินและได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง อันเป็นผลพวงของกระแสลมที่พัดแรงมีด้วยกัน3จุด คือ บ้านตาเซ๊ะใต้ ม.6 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี บ้านบาโงซรายอ ม.1 และบ้านลูโบ๊ะซามา ม.8 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก พบต้นเพลิงของไฟป่า กระจายลุกโชนเป็นหย่อมๆ และมีกลุ่มหมอกควันไฟป่าลอยขึ้นสู่บรรยากาศบนท้องฟ้า อีกทั้ง จากการบินสำรวจยังพบว่า มีไฟไหม้ป่าเพิ่มเติมอีก 1 จุดคือ บ้านโคกชุมบก หมู่.5 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ เบื้องต้น นายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอตากใบได้ระดมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดับไฟไหม้ป่าครั้งนี้แล้ว

ส่วนพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ คือ จุดบ้านบาโงซรายอ ม.1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก ที่เจ้าหน้าที่กำลังใช้รถแบ๊กโฮ 2 คัน เริ่มต้นเบิกทางเป็นแนวกันไฟจากบ้านซรายอ เพื่อให้มาจรด กับบ้านปอเนาะ หมู่.7 ต.ปะลุรู มีทางยาว 3 กิโลเมตรให้มาบรรจบกันเพื่อทำการล้อมกรอบไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อลดความสูญเสียพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง เพิ่มอีก โดยแยกเป็นพื้นที่ป่าพรุชั้นนอก 300 ไร่ พื้นที่ป่าพรุชั้นใน 500 ไร่ ในจำนวนนี้ เป็นป่าพรุที่สมบูรณ์ถึง 200 ไร่

ด้าน นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในภาพรวมสามารถควบคุมไฟไหม้ป่าครั้งนี้ได้แล้ว เหลือเพียงจุด ที่บ้านบาโงซรายอ ม.1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก ที่เจ้าหน้าที่ คาดว่าอีกประมาณ 3 วัน จะสามารถใช้รถแบคโฮ เบิกทางเป็นแนวกันไฟเพื่อล้อมกรอบจุดต้นเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้

ในส่วนที่จะดับไฟให้สนิท คงต้องรอการทำฝนหลวงที่สามารถทำให้ฝนตกลงมาตรงจุดรวมทั้ง ในช่วงสัปดาห์หน้าทางสถานีอุตุนิยมวิทยาจ.นราธิวาสได้รายงานว่าจะมีสภาวะฝนตกลงมาในช่วงนั้น คงจะสามารถดับไฟไหม้ป่าให้มอดสนิทลงได้ แต่ต้องใช้ปริมาณฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องอย่างน้อย 1 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังจากการเดินทางเข้าไปสำรวจไฟไหม้ป่าพรุพื้นที่ 2 ตำบล คือ 1.บ้านตะโละมีญอ ต.ตะปอเยาะและบ้านกาแร หมู่ 2 ต.ลูโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส พบพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุ สวนปาล์ม และสวนยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่ คลี่คลายลง ซึ่งดับลงมากกว่า 70% ได้รับความเสียหายกว่า 500 ไร่ แต่ยังมีกลุ่มควันล่องลอยอยู่ในบางจุด ส่วนใหญ่เป็นควันไฟที่มีไฟไหม้อยู่ใต้ดิน โดยมีชาวบ้านเฝ้าระวังตลอด24 ชั่วโมงและใช้รถจักรยานยนต์เข้าไปเวียนตรวจสอบดูจุดไหนยังมีไฟไหม้ป่าให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที คาดหากเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ได้ น่าจะดับสนิทในเร็วๆนี้

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วน มีอาการหายใจไม่ออก คัดจมูกไปและแสบตา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากควันไฟ ล่าสุดทาง สาธารณสุขของ อ.ยี่งอ เข้าพื้นที่ให้คำปรึกษารวมทั้งให้ยาแก่ผู้ป่วน แจกหน้ากากชาวบ้านให้ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุดรวมทั้งแนะนำให้ปิดประตูหน้าต่างบ้านให้สนิทเพื่อลดควันอันตรายกับเด็กที่อาศัยอยู่ร่วมกัน

ส่วนสถานการณ์ไฟป่าได้ลุกไหม้ภูเขาทะลุในเขตติดต่อ 3 ตำบลของ อ.สวี จ.ชุมพร ไหม้นาน 5 วัน พื้นที่เสียหายหลายร้อยไร่นั้น นายกิตติ ฉายากุล หัวหน้าหน่วยป้องกันไฟป่า ชุมพร ผยว่าสถานการณ์ไฟป่าเขาทะลุ สามารถควบคุมไฟได้แล้ว หลังช่วงบ่ายมีฝนตกลงมาทำให้จุดที่ยังมีไฟป่าลุกไหม้ 3 จุด ดับไป 2 จุด เหลือเพียง 1 จุดอยู่ที่บริเวณหมู่ที่ 9 ตำบลเขาค่าย อ.สวี แต่ก็มีเพียง 10%

โดยเจ้าหน้าที่หน่วยดับไฟป่า ได้เข้าไปสนับสนุนภาคพื้นดินดับไฟป่าที่เปลวไฟร่วงลงมาจากภูเขาลงพื้นที่ใกล้ กับสวนปาล์มของชาวบ้านซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องเฝ้าระวังเพราะอาจมีเชื้อไปปะทุลุกไหม้ขึ้นมาอีก สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหินปูนบนภูเขาที่ถูกความร้อนแล้วเมื่อมาเจอฝน อาจจะพังลงมาได้จึงได้ประสานงานกับผู้นำชุมชน ให้เตือนชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวระมัดระวัง

ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-14 พฤษภาคม บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนวันที่ 15-18 พฤษภาคม บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น ข้อควรระวังในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ส่วนสถานการณ์พายุฤดูร้อนและภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุฝนพัดกระหน่ำและลมหมุนรุนแรงที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ จนส่งผลให้อนุสาวรีย์รูปหล่อพระยาเสนาสงคราม เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองพุทไธสงซึ่งก่อสร้างมาเกือบ 20 ปี แตกหักเสียหายชาวบ้านต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียนกราบไหว้

นอกจากนี้จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบว่า บ้านเรือนราษฎรใน ต.มะเฟือง ถูกพายุพัดพังร่วม 10 หลังคาเรือน ทั้งยังมีต้นไม้ และเสาไฟฟ้าหักโค่นอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องเข้ามาซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน

ขณะที่อีกด้านหนึ่งประชาชนจาก 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านม่วงเหนือ หมู่ 5 บ้านม่วงใต้ หมู่ 8 และบ้านชุมทอง หมู่ 13 ต.พระครู อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้มาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากกำลังประสบปัญหาจากภัยแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะการประสานขอปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อมาเติมน้ำในสระน้ำกลางหมู่บ้านที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนกว่า 300 ครัวเรือน เนื่องจากปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินใกล้แห้งขอด

เช่นเดียวกับที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านผือ หมู่ 5 ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี เพื่อขอให้ประสานงานความช่วยเหลือ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของประชาชนในพื้นที่กำลังลดระดับต่ำลงอย่างหนักจนถึงขั้นวิกฤติ จนเกรงว่าอาจมีน้ำใช้ได้ไม่ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

กรมอุตุฯเตือนประชาชน14จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215347

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.02 น.
12 พ.ค.59 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงอากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และชัยภูมิ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน กับมีลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีอากาศร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 41-44 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ไฟป่าเผาสมุย รอบ50ปี-วอดแล้ว60ไร่ นราธิวาสยังดับไม่หมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215344

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ไฟป่าเผาสมุย

รอบ50ปี-วอดแล้ว60ไร่

นราธิวาสยังดับไม่หมด

ปภ.เผย19ศพสังเวยพายุ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ความคืบหน้าของสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ยังคงวิกฤติต่อเนื่องแม้ว่าจดที่เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่ดอยขุนช่างเคี่ยนจะคลี่คลายลงแล้วและมีการเข้าแจ้งความดำเนินคดี พบว่ายังมีอีกหลายจุดในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยที่ยังเกิดไฟป่า หลังจากการภาระกิจ ร่วมบินสำรวจพื้นที่ไฟป่าและดับไฟป่าของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้พบเกิดไฟป่าบริเวณดอยผาดำ ต.แม่เหียะ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ รวม 4 จุด อยู่ทางด้านทิศใต้ของดอยสุเทพ เริ่มลุกลาม และยังไหม้ต่อเนื่อง

เชียงใหม่เร่งใช้ฮ.ดับจนคุมไฟได้

นายอัมพร ปานมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเผยว่าเมื่อคืนทางเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟในพื้นที่ดอยผาดำได้แล้วแต่ช่วงเช้าที่พบกลุ่มควันอาจเกิดการปะทุขึ้นซ้ำซึ่งได้ประสานชุดเสือไฟเข้าสกัดไฟเป็นการด่วนแล้วทั้งภาคพื้นดินและใช้เฮลิคอปเตอร์ นำกระเช้าบรรทุกน้ำเข้าดับไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างขึ้นอีก

น.ส.หนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงไฟป่าที่ปะทุผาดำว่า ช่วงเช้า นักบินขึ้นบินสำรวจสภาพพื้นที่ ยังพบกลุ่มควันลอยอยู่เหนือผาดำ 1จุดเป็นพื้นที่ลาดชัน จึงได้ประสานหน่วยงานดับไฟป่าในพื้นที่ ให้เร่งสกัดการลุกลามแล้ว ต่อมา เวลา10.00น.นักบินรายงานว่า สถานการณ์ดีขึ้นควันจางลงมาก คาดว่าเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าภาคพื้น น่าจะควบคุมไฟป่าได้แล้วในระดับหนึ่ง จึงบินกลับฐานที่ตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมรับภารกิจช่วงบ่ายต่อไปหากเกิดไฟป่าขึ้นอีก

ไฟป่านราฯ4 อ.ยังปะทุลุกลาม

ส่วนความคืบหน้าไฟไหม้ป่าที่ จ.นราธิวาสในพื้นที่ 8 ตำบล 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สุไหงปาดี อ.สุไหงโกลก อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ ภาพรวมจากการใช้พารามอเตอร์บินสำรวจในช่วงเช้าในพื้นที่ 2 หมู่บ้านใน อ.สุไหงโกลก คือ บ้านบาโงซารายอ ม.1 และบ้านลูโบ๊ะซามา ม.8 ต.ปาเสมัส ถือว่าเป็นจุดที่ยังคงมีไฟไหม้ป่าที่วิกฤติที่สุด พบว่าต้นเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินได้ปะทุขึ้นมาอีกละลอกจากผลพวงของกระแสลมที่พัดแรงในช่วงคืน ทำให้สามารถมองเห็นจุดต้นเพลิงเป็นหย่อมๆและมีไฟกำลังลุกไหม้ป่าเป็นแนวยาวกว่า1 กิโลเมตร พร้อมทั้งมีกลุ่มหมอกควันไฟป่าลอยขึ้นเป็นทางยาว

ระดมดับไฟทั้งพื้นดิน-อากาศ

โดยได้การปรับแผนเร่งทำงานภาคพื้นดิน และการทำงานทางอากาศโดยมุ่งเน้นการดับไฟไหม้ป่า ที่จุดบ้านลูโบ๊ะซามา หมู่8 ต.ปาเสมัส เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟได้ลุกลามเข้าไปยังพื้นที่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ภาคพื้นดินได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องมือกลหนัก ใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล สูบน้ำจากคลองชลประทาน ลงสู่พื้นที่ป่าพรุ เพื่อให้ผืนป่า เกิดความชุ่มชื้นรวมทั้งได้ในการฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้ พร้อม ใช้รถแบ๊กโฮ เบิกทางเพื่อเป็นแนวกันไฟเพื่อที่จะรอบกรอบจุดไฟไหม้ให้อยู่ในวงจำกัด

ส่วนทางอากาศได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ของทหา 2 ลำ และของกระทรวงทรัพยากรฯอีก 1 ลำระดมตักน้ำในคลองชลประทาน บินโปรยน้ำดับไฟจุดไฟไหม้ป่าในพื้นที่บ้านลูโบ๊ะซามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การดับไฟป่าทางอากาศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้ง 8 ตำบล ใน 4 อำเภอ ทุกจุดเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่กันอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัด

ระดมใช้ ฮ.ดับไฟเขาทะลุชุมพร

ส่วนความคืบหน้าไฟไหม้ป่าบนเขาทะลุ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบลใน อ.สวี จ.ชุมพรคือ ต.เขาทะลุ ต.เขาค่าย และต.นาสัก โดยทางสถานีควบคุมไฟป่าชุมพร ร่วมกับ ทหารมณฑลทหารบก (ม.ทบ.)ที่ 44 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อาสาสมัครกู้ภัยองค์กรต่างๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อปพร.และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันทำแนวกันไฟเพื่อป้องกัน มิให้ไฟบนเขาลุกลามลงมาในเขตบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรด้านล่าง แต่ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟบนเขาเพราะเป็นเขาที่สูงชันมากได้ ทางจังหวัดฯจึงประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ช่วยนำเฮลิคอปเตอร์มาโปรยน้ำ และสารเคมีเพื่อช่วยดับไฟบนเขาทะลุ โดยได้เริ่มปฏิบัติการดับไฟป่าบนเขาทะลุบริเวณสันเขาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถดับไฟที่ขยายวงเป็นบริเวณกว้างได้หมด

ไฟป่าสมุยรอบ50ปี-วอด60ไร่

วันเดียวกัน นายไพบูลย์ โอมาก นายอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เผยว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่10 พฤษภาคม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป่าบริเวณภูเขาออก ต.แม่น้ำลุกลามไป ยังภูเขาพระ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จึงรุดลงตรวจสอบ ถึงจุดที่เกิดเหตุที่ไฟไหม้ป่า เป็นไปด้วยความยากลำบาก รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ เส้นทางมีความลาดชัน ทำให้การเดินทางเข้าไปดับไฟ มีอันตรายที่สูง ทั้งนี้ คาดว่าไฟไหม้ป่าบนยอดภูเขาในครั้งนี้กินพื้นที่กว่า 60 ไร่ โดยเหตุไฟไหม้ป่าบนเกาะสมุยสร้างความตกใจให้ชาวเกาะสมุย นักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะมองเห็นแสงไฟแดงฉานจากเกาะพะงัน

ทั้งนี้ ทางนายอำเภอเกาะสมุย สั่งการให้ ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นบนเกาะสมุยครั้งนี้เป็นในรอบ 50 ปี ส่วนสาเหตุ อาจเกิดจากการเผาของชาวบ้านจึงกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนเพื่อหาตัวผู้เผาป่าเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปภ.เร่งดับไฟป่า3จว.-สั่งเฝ้าระวัง

ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)กล่าวว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ห่วงใยสถานการณ์ไฟป่าในหลายพื้นที่ใน3จังหวัดได้แก่จ.นราธิวาส รวม8จุด ในพื้นที่ 4 อำเภอ เสียหายกว่า 2,000ไร่ จ.ชุมพร เกิดไฟป่าบนยอดเขาทะลุ บริเวณรอยต่อ3 ตำบล เสียหายกว่า100 ไร่และจ.เชียงใหม่ เกิดไฟไหม้ป่าบริเวณใกล้วัดพระธาตุดอยคำจึงสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดับไฟป่า แก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมหน่วยทหาร และหน่วยงานสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการดับไฟป่า ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ เพื่อควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ในจุดที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องรวมถึงขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการจุดไฟในพื้นที่ป่าเพื่อป้องกันมิให้ไฟเกิดการปะทุซ้ำ

ปภ.สรุป19ศพสังเวยพายุ56จว.

นายฉัตรชัย ยังกล่าวสรุปสถานการณ์ผลกระทบจากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีจังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน 56 จังหวัด รวม 365 อำเภอ 899 ตำบล 2,264 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 29,354 หลังคาเรือน โรงเรียน 8 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง วัด 8 แห่ง สถานที่ราชการ 4 แห่ง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 27 ราย และผู้เสียชีวิต 19 ราย

เตือนระวังฝน-ลมแรง11-15พ.ค.

ด้าน อุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงในตั้งแต่วันที่11-15 พฤษภาคมนี้จะมีปริมาณฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นประกอบกับจะมีลมกรรโชกแรงในหลายพื้นที่ ฝากเตือนประชาชนอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและเร่งตรวจสอบบ้านเรือนและที่อยู่อาศัยให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันหายเสียหายจากลมกรรโชกแรง ที่อาจจะเกิดขึ้น

กรมประมงประกาศ‘ฤดูน้ำแดง’ ห้ามจับสัตว์น้ำจืดช่วงวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/215302

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมีนโยบายชัดเจนและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์น้ำ รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งมาตรการที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การประกาศและกำหนดช่วงเวลาหรือพื้นที่ ห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงที่มีประสิทธิภาพสูงจับสัตว์น้ำจืดที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ครอบคลุมแหล่งน้ำจืดของประเทศ เพื่อใช้เป็นมาตรการด้านการสงวนคุ้มครอง และอนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืดในฤดูที่กำลังมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ให้มีโอกาสแพร่ขยายพันธุ์ เพื่อเกิดผลผลิตสัตว์น้ำของแหล่งน้ำในปีต่อๆ ไป

กรมประมง จึงขอประกาศปิดฤดูการทำประมงในเขตน้ำจืด ในระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 15 กันยายน พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้น 10 จังหวัด ที่มีประกาศปิดฤดูการทำประมงในเขตน้ำจืดเป็นการเฉพาะ เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1.จังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2.จังหวัดนครนายก ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 3.จังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 4.จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน

5.จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 6.จังหวัดหนองบัวลำภู ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน – 15 ตุลาคม 7.จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน – 15 ตุลาคม 8.จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน-15 ตุลาคม 9.จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม และ 10.จังหวัดพัทลุง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559 – 31 มกราคม 2560

โดยห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงหรือด้วยวิธีใดๆ ในที่จับสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด ยกเว้นเครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมงได้ เป็นเครื่องมือบางชนิดที่ไม่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรงตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ 1.เบ็ดทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว 2.ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และขนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้าง ไม่เกิน 2 เมตร โดยห้ามไม่ให้ทำการประมงด้วยวิธีประดาหน้าตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป 3.ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง 4.การทำประมงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือการทำการประมงเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือรวบรวมลูกสัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยง

ซึ่งต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมประมงให้อนุญาตเท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ ยังมีผลบังคับใช้ในบทเฉพาะกาลมาตรา 171 ประกอบมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง โดยในปีนี้กรมประมงได้กำหนดจัดงานวันคุ้มครองปลาน้ำจืดมีไข่ “ฤดูน้ำแดง” ประจำปี 2559 ในวันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม บริเวณท่าชัยยุทธ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตำบลช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ดังนั้น จึงขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีอาชีพจับสัตว์น้ำ และประชาชนทั่วไป ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ และร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกการทำประมงอย่างถูกวิธี ไม่ทำลายสัตว์น้ำ ด้วยการใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ไม่จับปลาในฤดูที่ปลาน้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน พร้อมกันนี้กรมประมงขอความร่วมมือ ให้ประชาชน ชุมชนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสร้างจิตสำนึกเพื่อหวงแหนทรัพยากรสัตว์น้ำ ในท้องถิ่นตนเอง ผ่านการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมง และกลุ่มอาสาสมัครอนุรักษ์สัตว์น้ำ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่กรมประมง ในการสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เปิดโอกาสให้ฤดูกาลที่สัตว์น้ำจืดกำลังมีไข่ได้วางไข่และแพร่ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำจืด เพื่อใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและยั่งยืนสืบต่อไป