ไฟไหม้ป่าสุไหงปาดีขยายวงกว้าง เร่งสกัดต้นเพลิง-จัดชุดเฝ้าระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214841

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 10.56 น.
8 พ.ค.59 สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับไฟไหม้ป่าใต้สายไฟแรงสูงในพื้นที่ ม.4 บ้านลูโบ๊ะบาตู ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เวลานี้ได้ขยายวงกว้าง ไฟได้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าข้างทาง สวนยางชาวบ้าน และสวนปาล์ม ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอสุไหงปาดี ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารพรานที่ 48 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อ.สุไหงปาดี จำนวนกว่า 20 คน นำรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน ทยอยลำเลียงไปฉีดน้ำสกัดกั้นต้นเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด แต่ก็ทำไปด้วยความยากลำบากเพราะไฟที่คุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดิน เวลามีลมแรงพัดมาก็จะเริ่มลุกไหม้ขึ้นมาได้ทุกเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้ไฟไหม้ป่าและสวนชาวบ้านในครั้งนี้จะยังไม่มอดลงอีก เจ้าหน้าที่ก็ได้วางมาตรการจัดชุดเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ชั้นใต้ดินที่คาดว่าอาจจะยังมีหลงเหลืออยู่จะลุกโชนอีก เพื่อง่ายต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการระดมฉีดน้ำได้ทันท่วงที ก่อนที่ไฟจะลุกลามขึ้นมาเผาผลาญใหม่อีกครั้ง

 

นราฯอ่วมควันพิษ ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่ ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214821

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นราฯอ่วมควันพิษ

ไฟป่า’ลามหนักดับไม่อยู่

ผู้ว่าฯร้องขอเพิ่มฝนหลวง

พายุซัดอุดรฯหนักสุด40ปี

640ครัวกระอักเสียหายยับ

ความคืบหน้ากรณีการเกิดไฟป่าในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปะลูรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก่อนลุกลามเข้าพื้นที่ป่าลุ่มน้ำบางนราและหมู่บ้านอื่นๆ ใน อ.สุไหงโก-ลก ใกล้เขตป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งรวมเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ไฟป่านราฯปะทุไม่หยุด โดยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ บ้านบาโงสรายอ บ้านลูโบ๊ะซามา อ.สุไหงโกลก และ บ้านละหาน อ.สุไหงปาดี ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤติหนัก แม้ในช่วงเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่พอถึงกลางคืน เปลวไฟความร้อนที่ครุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินของป่าพรุก็ได้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำการดับไฟในช่วงกลางคืนได้ เนื่องจากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยรวมทั้งมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเกินไป

ผู้ว่าฯร้องฝนหลวง-ทบ.ช่วย

อย่างไรก็ตาม นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอให้เพิ่มเที่ยวบินทำฝนหลวงในพื้นที่ หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกลงมาตรงจุดเกิดไฟป่า แต่ปริมาณฝนไม่เพียงพอที่จะสร้างความชุ่มชื้นและสลายต้นเพลิงได้ นอกจากนี้ยังเตรียมขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบกอีก 1 ลำ เพื่อสนับสนุนในการตักน้ำดับไฟป่าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว

ชาวบ้านเริ่มอ่วมพิษหมอกควัน

ส่วนบรรยากาศในเวลากลางคืนในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี อ.ตากใบ อ.แว้ง เต็มไปด้วยหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมหนาแน่น โดยชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้ป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว

ในหลวงทรงช่วยเหยื่อพายุ

ส่วนความคืบหน้ากรณีการเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองเลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จำนวน 705 ถุง ไปมอบให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหายใน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

อุดรฯเสียหายหนักสุดรอบ40ปี

ส่วนที่ จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดพายุพัดถล่มหลายพื้นที่ในจังหวัดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 พฤษภาคม ทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หลายจุด เช่น หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี ล้มลงมาทับอาคารพาณิชย์ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประชาชนเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่บริเวณรอบนอกตัวเมืองก็เกิดเหตุต้นไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าล้มอีกหลายแห่ง อาทิ ที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี และบริเวณถนนรอบเมืองทางแยกไป จ.หนองคาย ซึ่งเกิดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มรวมประมาณ 10 ต้น ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และถือว่าหนักหน่วงสุดในรอบ 40 ปี

7อำเภอ640ครัวเรือนอ่วมหนัก

ทั้งนี้ นายชยาวุทธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหาย 7 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 640 ครัวเรือนดังนี้คือ ในเขตเทศบาลนคร 200 ครัวเรือน เขตอำเภอเมือง 219 ครัวเรือน อ.หนองหาน 90 ครัวเรือน อ.ทุ่งฝน 75 ครัวเรือน อ.น้ำโสม 25 ครัวเรือน อ.หนองวัวซอ 23 ครัวเรือน อ.ไชยวาน 5 ครัวเรือน อ.กู่แก้ว 3 ครัวเรือน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

“สตูล”กระอักภัยแล้งขาดน้ำใช้

ที่ จ.สตูล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุบโภคบริโภค โดยเฉพาะ ต.บ้านควน อ.เมือง ชาวบ้านกว่า 15,000 คน 2,600 ครัวเรือน ใน 7 หมู่บ้าน ต้องขาดแคลนน้ำอย่างหนัก หลังน้ำในลำคลองสายสำคัญและน้ำจากประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเบื้องต้น นายกูดานัน หลังจิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านควน ได้นำน้ำไปใส่พาชนะขนาดใหญ่ไปตั้งในจุดต่างๆ 16 จุด เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

ชาวบ้านหวั่นวิกฤติภัยแล้งยาวนาน เกรงปลาที่อนุรักษ์ไว้จะไม่รอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214755

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 13.54 น.
7 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ที่หมู่บ้านทุ่งนาค ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ สำรวจพื้นที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของตำบลเมืองลีง หรือเมืองลีงโมเดล ในส่วนของการท่องเที่ยวทางน้ำ ที่หนองน้ำละลม บ้านทุ่งนาค กลับได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าแหล่งน้ำได้ลงลงจำนวนมาก ถึง 80 เปอร์เซนในรอบ 10 ปี ซึ่งไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้นานแล้ว ทำให้กังวลว่าถ้าปริมาณน้ำยังคงลดลงเรื่อยๆแบบนี้ สัตว์น้ำที่ชาวบ้านอนุรักษ์ไว้กว่า 5 ตัน จะไม่รอด

นายฮั๊วะ สิริสุข สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ต.เมืองลีง มีแผนจะพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางน้ำ โดยทางหมู่บ้านทุ่งนาคซึ่งมีแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงาม มีหนองละลมที่เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ติดกับลำชี กว่า 400 ไร่ และเป็นแหล่งอนุรักษ์ปลาพื้นเมืองจำนวนมาก ปัจจุบันเหลือพื้นที่ให้ปลาอาศัยอยู่เพียง 30 ไร่ทำให้ปลาแออัดอย่างมาก ถ้าไม่ขุดลอกขยายพื้นที่เกรงว่าปลาจะขาดแหล่งอาหารและตายในที่สุด

-นอกจากหนองละลมแล้ว บ้านทุ่งนาคยังมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งที่กำลังแห้งขอดเห็นเพียงดินดอนสีขาวโพลน และตอผุด โดยที่แห่งนี้เป็นแหล่งปศุสัตว์ของชาวบ้าน จากที่เคยมีน้ำและหญ้าที่เขียวขจี ปีนี้กลับแห้งลงมากในรอบ 10 ปี ทำให้วัวควายขาดแหล่งอาหารจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีงได้เสนองบประมาณเพื่อขุดลอกหนองน้ำให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น เพื่อป้องกันการขาดแคลนแล่งน้ำเกิดแล้งหนักเหมือนปีนี้

 

ประเทศไทยอากาศร้อน-ร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนองและลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214737

วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.14 น.
7 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน กับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ในขณะที่มีลมพัดสอบของตะวันตกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(7 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-44 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 จ่อดันเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214674

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 16.45 น.
6 พ.ค.59 เมื่อเวลา 14.30 น.นายธันวา ม่วงทอง หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูฟ้า และ เจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูฟ้า ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านสบมาง ตำบลภูฟ้า  อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน  ว่าได้มีสัตว์ป่าพลัดหลงมา จำนวน 1 ตัว จึงได้เดินทางไปรับ และให้การช่วยเหลือ จากการตรวจสอบปรากฏว่าสัตว์ดังกล่าว เป็น “แมวดาว” อายุประมาณ 1 เดือน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำคับที่ 147  ทางหน่วยฯ จึงได้ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น และ รับอนุบาลไว้ที่หน่วยฯ เมื่อสัตว์ดังกล่าว แข็งแรงและสามารช่วยเหลือตัวเองได้แล้วจะได้นำไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติต่อไป

นายสุรชัย อจลบุญ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ของจังหวัดน่านนั้น สภาพพื้นที่มีสภาพป่าสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนมากเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนหนึ่งที่อยู่ติดอุทยานแห่งชาติและในช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง อีกทั้งมีการจุดไฟเผาป่า เพื่อเตรียมปลูกพืชการเกษตร โดยเฉพาะ ข้าวโพดและเพื่อทำการล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร จนทำให้สัตว์ป่าสงวนบางชนิดที่เกือบจะสูญพันธุ์ สำหรับในพื้นที่มีความหลากหลายของสัตว์ป่า ในจำนวนสัตว์ป่าที่พบทั้งหมด เป็นสัตว์ป่าสงวนตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ได้แก่ แมวดาว เลียงผา สัตว์ป่าที่ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธ์ อีกหลายชนิด จึงมีความเหมาะสมที่จะกำหนดพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเพื่อคุ้มครองสัตว์ป่า จนทำให้สัตว์ป่าสงวนบางชนิดที่เกือบจะสูญพันธุ์ ซึ่งทางกรมอุทยานจึงได้เตรียมพื้นที่เพื่อประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูฟ้า ต่อไป

 

‘คลองสทิงหม้อ’แห้งนาน2เดือน ชาวบ้านช้ำขาดน้ำทำเกษตรกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214612

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 11.29 น.
6 พ.ค. 59 คลองสทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นลำน้ำที่ผ่ากลางตามแนวยาวของคาบสมุทรสทิงพระ ปลายคลองเริ่มจากบ้านป่าขวาง ตำบลรำแดง ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่ปากคลองบ้านสทิงหม้อ ความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร ผ่าน 5 ตำบล คือ ตำบลสทิงหม้อ ทำนบ รำแดง ม่วงงาม และวัดขนุน แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าบรรพบุรุษได้ขุดขึ้นหรือเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ น้ำในคลองสทิงหม้อ เป็นน้ำที่ไหลเข้ามาจากทะเลสาบสงขลาจึงเป็นน้ำเค็มตลอดประมาณ 10 เดือน ส่วนในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นระยะฝนชุกจะเป็นน้ำจืด การผสมผสานจานเจือของน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด ทางราชการแปรประโยชน์จากคลองที่ใช้คมนาคมมาเป็นคลองเพื่อการเกษตรกรรม โดยผันให้เป็นคลองน้ำจืด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำนาและอุปโภค ในช่วงฤดูแล้ง

คลองสทิงหม้อ ในช่วงฝนชุกจะเป็นการผสมผสานของน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด

ในช่วงนี้น้ำในคลองสทิงหม้อแห้งขอด ชาวบ้านสามารถเดินลงไปเดินเล่นในลำคลองได้อย่างสบาย เกษตรกรสองฝั่งคลองที่ใช้น้ำจากคลองสายนี้ทำการเกษตรกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีน้ำทำการเกษตร เนื่องจากในช่วงนี้ทางชลประทานได้ปิดประตูน้ำกั้นน้ำเค็มไม่ให้เข้ามาในลำคลองสทิงหม้อ อีกทั้งไม่มีฝนตกมากว่า 4 เดือน เพื่อเติมน้ำจืดลงในลำคลอง ทำให้น้ำจืดที่เก็บกักไว้ใช้ทำการเกษตรก็ค่อยๆหมดไป จากการดูดน้ำขึ้นไปใช้ทางการเกษตรทุกวัน แต่ไม่มีน้ำเติมเข้ามา เรียกร้องให้ทางชลประทานขุดลอกคลองให้ลึกกว่านี้ เพื่อจะสามารถกักเก็บน้ำจืดได้มากขึ้น

นายวิรัตน์ บัวงาม เกษตรกรทำแปลงปลูกดอกไม้ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นคลองสทิงหม้อ สภาพน้ำมันแห้ง คลองก็ตื้นเขิน อยากให้ทางชลประทานมาทำการขุดลอกคลองให้ลึกกว่านี้ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในด้านการเกษตรได้มากขึ้น เพราะตอนนี้น้ำแห้ง มีผลกระทบกับชาวบ้านมาก โดยเฉพาะบริเวณตรงนี้ที่ใช้น้ำจากลำคลองนี้ 2 ตำบล คือ ตำบลรำแดงและตำบลม่วงงาม อ.สิงหนคร น้ำตรงนี้จะนำมาใช้เพื่อการเกษตรอย่างเดียว ตอนนี้การเกษตรก็หยุดชงัก เพราะไม่มีน้ำ โดยน้ำแห้งมาเดือนกว่าๆแล้ว

 

วิกฤติภัยแล้งกระทบช้าง-สัตว์ป่า จนท.รุดเติมแหล่งน้ำธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214600

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.42 น.
 6 พ.ค. 59 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว นายอำเภอลำสนธิ นายวสันต์ กล่อมจินดา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา พร้อมด้วยกำลังทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ องค์การบริหารส่วนตำบลและชาวบ้านในเขตอำเภอลำสนธิ บูรณาการช่วยกันนำรถน้ำ ขนส่งน้ำเข้าเติมแหล่งน้ำในเขตรักษาพันธุ์ป่าซับลังกาที่แห้งขอด เนื่องจากวิกฤตภัยแล้งอย่างหนักทำให้ช้างและสัตว์ป่าขาดแคลนน้ำในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะช้างที่ต้องการน้ำมากกว่าสัตว์อื่นและป้องกันการออกไปหากินนอกเขต

นายวสันต์ กล่อมจินดา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ป่าซับลังกา มีเนื้อที่ 140,278 ไร่ มีสัตว์ป่า 11 ชนิด รวมถึงช้างด้วย แต่แหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าเหลือน้อยมาก เพราะปัญหาภัยแล้งทำให้ปีนี้น้ำในลำห้วยพื้นที่ป่าซับลังกาแห้งขอดเป็นระยะทางกว่า 24 กิโลเมตร ซึ่งหนักกว่าปีที่แล้วที่ยังมีน้ำขังอยู่เป็นห้วงๆ เนื่องจากปีนี้ฝนตกน้อยส่งผลกระทบให้แหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอกับโขลงช้าง จำนวน 43 ตัว

ทั้งนี้ มีช้างทรงปล่อยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมอยู่ด้วย 6 ตัว และส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าอื่นๆ อีก 461 ตัว โดยเฉพาะช้างจะมีพฤติกรรมที่กินน้ำพิเศษกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ จะกินน้ำค่อนข้างสะอาด และแต่ละตัวต้องใช้น้ำประมาณ 200 ลิตรต่อวัน  สำหรับวันนี้ได้เติมน้ำในแหล่งธรรมชาติและที่สร้างขึ้นมาใหม่ ใช้รถน้ำทั้งหมด 10 คันๆละ 3 เที่ยว เติมได้น้ำถึง 150,000 ลิตร พอประทังชีวิตไปได้ไม่เกิน 30 วัน หลังจากนั้นถ้ายังไม่มีฝนตกก็ต้องเติมอีกเป็นระยะๆ

เพื่อรอบ่อบาดาลทั้ง 2 บ่อที่กำลังจะเจาะน้ำขึ้นมา และในอนาคตจะทำฝายลำสนธิเป็นห้วงๆ เพื่อกักน้ำให้เพียงพอกับช้าง 43 ตัวและสัตว์อื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนด้วย

เตือนไทยตอนบนอากาศร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214598

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ในขณะที่มีลมพัดสอบของตะวันตกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(6 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

รายงานพิเศษ : อ่างฯน้ำปาดถึงเวลา…ปัดฝุ่นให้เป็นจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214561

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ลุ่มน้ำปาด เป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำน่าน มีพื้นที่ครอบคลุมในเขต อ.ฟากท่า และอ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ เป็นอีกลุ่มน้ำที่ประสบทั้งปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลาก และปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในฤดูแล้งปีนี้ราษฎรในพื้นที่พูดเป็นเสียงเดียวกัน “หนักหนาสาหัส” กว่าทุกปี ไม่ใช่แค่ไม่มีน้ำเพื่อการเกษตรเท่านั้น น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคก็ยังวิกฤติ หน่วยงานปกครองในพื้นที่ต้องจัดหารถบรรทุกน้ำออกช่วยเหลือทุกๆวัน จนกว่าฝนจะตก

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้อย่างถาวรนั้น จำเป็นจะต้องดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำให้สมดุลกับศักยภาพของลุ่มน้ำ

การสร้างแหล่งเก็บน้ำบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งน่าจะเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่จะแก้ไขปัญหา
ดังกล่าวได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นในปี 2544 กรมชลประทานจึงได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม “โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปาด” ขึ้นภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาลุ่มน้ำน่านให้เป็น “ลุ่มน้ำน่าอยู่” แต่ด้วยข้อกำจัดด้านขั้นตอนการพิจารณาขออนุญาตใช้พื้นที่อนุรักษ์ จึงทำให้ข้อมูลที่เคยศึกษาไว้ล้าสมัย

ระยะเวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปาดที่กำลังจะสิ้นหวังจากการรอคอยอ่างฯน้ำปาดที่จะมาพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ให้ดำเนินโครงการศึกษาทบทวนความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากรายงานเดิมที่กรมชลประทานได้เคยศึกษาไว้เมื่อปี 2544 ดังกล่าว โดยได้กำหนดระยะเวลาในการศึกษาทบทวนให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2559 นี้

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าโครงการอ่างฯน้ำปาด ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาทบทวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยละเอียด ซึ่งจะครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะมุ่งเน้นการวิเคราะห์สภาพพื้นที่ในปัจจุบัน สภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำ และปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ตลอดจนศึกษาถึงศักยภาพการพัฒนาแหล่งน้ำตามลำน้ำปาด

นอกจากนี้ยังจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่มีส่วนได้เสีย เพื่อให้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำดังกล่าว สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้น ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

เจษฎา ลิ้มศรีตระกูล

นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ชาวบ้านรอคอยอ่างฯน้ำปาดมาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ประชาชนทั้งอำเภอเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการขออนุมัติก่อสร้าง แม้แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็ยินดีที่จะเสียสละ เพียงแค่ขอให้ได้รับค่าชดเชยที่เป็นธรรมเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าอ่างฯน้ำปาดจะสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของราษฎรทั้งในพื้นที่อ.ฟากท่า และอ.น้ำปาด ดีขึ้นอย่างแน่นอน

นายกสิณ พรมพันธ์ กำนันตำบลฟากท่า อ.ฟากท่า กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ให้การสนับสนุนเพราะเห็นว่า หากสามารถก่อสร้างอ่างฯน้ำปาดได้สำเร็จ จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ที่ประสบปัญหาเกือบทุกปีได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน โดยเฉพาะในปีนี้ปัญหาภัยแล้งรุนแรงมาก ฝายต่างๆที่มีอยู่ตลอดลำน้ำประมาณ 5 แห่งแทบไม่มีน้ำเลย เนื่องจากไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนที่จะใช้ในฤดูแล้ง ดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จึงเห็นด้วยที่จะให้มีการสร้างอ่างฯน้ำปาดเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งโดยเร่งด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ส่งตัวแทนถวายฎีกาผ่านทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อขอพระราชทานอ่างฯน้ำปาดไปอีกทางหนึ่งด้วย

นายสมหมาย พุฒลา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากไพร่ หมู่ 3 ต.ฟากท่า กล่าวว่า ได้เคยร่วมสำรวจพื้นที่ก่อสร้างอ่างฯน้ำปาดกับกรมชลประทาน พื้นที่ก่อสร้างนั้นแม้ส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่ป่าประมาณ 2,000 ไร่ แต่ก็เป็นป่าเสื่อมโทรม ที่อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ถึง 1,300 ไร่ และเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ที่อยู่ในการดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งไม่มีต้นไม่ใหญ่เลย อีกเพียงประมาณ 700 ไร่เท่านั้น ดังนั้นผลกระทบสิ่งแวดล้อมจึงมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับจากการสร้างอ่างฯ แล้วถือว่าคุ้มค่ามากๆ

นายส่ง จันทรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ฟากท่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างฯน้ำปาด กล่าวว่า ราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่ 8 ประมาณ 30 ครัวเรือนจะได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างฯแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านการก่อสร้าง เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ราษฎรในหมู่บ้านทุกครัวเรือนยินดีที่จะย้ายออกไปอยู่ในพื้นที่ที่ภาครัฐจัดสรรให้ใหม่ แต่จะต้องได้รับค่ารื้อถอนและค่าชดเชยที่เป็นธรรม แม้บ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะไม่มีเอกสารสิทธิก็ตาม แต่ก็อาศัยอยู่กันมายาวนานมากกว่า 60 ปีแล้ว นอกจากนี้พื้นที่ที่จะจัดสรรให้นั้น จะต้องมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานไม่ว่าจะเป็น ถนน น้ำ ไฟฟ้า รวมทั้งควรจะได้รับการจัดสรรที่ดินอย่างน้อยครัวเรือนละ 10 ไร่ด้วย เนื่องจากเป็นผู้เสียสละควรจะได้รับการดูแลที่ดีจากภาครัฐ

สำหรับอ่างฯน้ำปาด เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จะสร้างขึ้นที่บ้านดงต้นผึ่ง ต.ฟากท่า เป็นเขื่อนดินกว้าง 8 เมตร ยาว 405 เมตร สูง 51.8 เมตร มีความจุในระดับเก็บกัก 85.64 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯเฉลี่ยคือประมาณปีละ 117.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ตาม แต่สามารถบริหารจัดการน้ำให้สมดุลได้ เมื่อแล้วเสร็จนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และปัญหาอุทกภัยแล้วยังจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่จะส่งให้กับพื้นที่ชลประทานเดิมตามลำน้ำปาดจำนวน 21,300 ไร่ พื้นที่ชลประทานสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอีกประมาณ 29,100 ไร่ และพื้นที่ส่งน้ำด้วยท่อส่งน้ำตามแรงโน้มถ่วงอีกประมาณ 23,240 ไร่ รวมพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์จากอ่างฯน้ำปาดทั้งสิ้น 73,640 ไร่ มีราษฎรได้รับประโยชน์ประมาณ 5,580 ครัวเรือน

เมื่อน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตทางการเกษตรก็จะเพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่ก็จะดีขึ้น รายได้ต่อครัวเรือนก็จะเพิ่มขึ้น การย้ายฐานแรงงานกลับบ้านเกิดก็มากขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้สังคมท้องถิ่นมีความสุขอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ด้วยลักษณะภูมิประเทศบริเวณที่จะสร้างอ่างฯน้ำปาด เป็นเทือกเขาสลับทับซ้อน จึงจะทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ราษฏรในพื้นที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย

“โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยเฉพาะการสร้างอ่างเก็บน้ำนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำไม่ได้ทำลายความอุดมบูรณ์ของป่า ในทางตรงข้ามกลับช่วยเสริมความอุดมสมบูรณ์ ชะลอการบุกรุกป่า ตัดเส้นทางการลำเลียงไม้ออกจากป่า และการล่าสัตว์ ขณะเดียวกันยังเพิ่มแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำป้องกันไฟป่า รวมทั้งการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกแห่งของกรมชลประทานยังจะมีการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม จะทำให้บริเวณพื้นที่โครงการมีความเขียวขจี ควบคู่กับส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมที่จะทำให้ประชาชนตระหนักรักและหวงแหนธรรมชาติสร้างความยั่งยืนและสมดุลทางธรรมชาติระหว่างประชาชน ป่าไม้ สัตว์ป่า และน้ำ อีกด้วย” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

 

เตือนหลายจังหวัดมีอากาศร้อน และอาจมีฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214460

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.32 น.
5 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ หนองบัวลำภู ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร นครพนม หนองคาย บึงกาฬ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน โดยมีลมพัดสอบของตะวันตกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(5 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัด เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ หนองบัวลำภู ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร นครพนม หนองคาย บึงกาฬ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว และชลบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.