‘เชียงใหม่’วอนปชช.งดการเผา หลังHOTSPOTมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212431

วันพฤหัสบดี ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559, 16.03 น.
21 เม.ย 59 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมในช่วงฤดูแล้งทำให้หมอกควันแผ่ปกคลุมทั่วเมืองเชียงใหม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนด “60 วันห้ามเผา เราทำได้” เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 15 เมษายน 2559 ซึ่งขณะนี้ได้สิ้นสุดช่วงกำหนดวันห้ามเผาไปแล้ว แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ประกอบกับความกดอากาศสูงจึงทำให้ค่าคุณภาพอากาศ (PM10) เกินค่ามาตรฐานและจำนวนจุด HOTSPOT มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น

ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ราบและพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่จึงขอความร่วมมือจากประชาชนงดเผาในพื้นที่เกษตรทุกชนิด หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรให้เผาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และต้องแจ้งขออนุญาตจากนายอำเภอในพื้นที่เพื่อพิจารณาอนุญาตเป็นรายกรณี โดยให้ทำแนวกันไฟและจัดการเชื้อเพลิงให้เป็นกองขนาดเล็ก ไม่ให้ลุกลามเข้าพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด

หากพบว่ากระทำการจุดไฟเผาป่าหรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตป่าสงวนแห่งชาติ จะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 150,000 บาท และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 220 ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้จะเป็นของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท หากพบเห็นผู้กระทำผิดสามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-112236, 0993751110 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน การเจ็บป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เกิดการระคายเคือง เหนื่อยง่าย ทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่เหมาะสมต่อการจราจรทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและคมนาคม ทั้งยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภัยแล้งตามมาอีกด้วย

กรมอุตุฯเตือนระวัง’พายุฤดูร้อน’ หลายจังหวัดเจอฝน-ลม-ลูกเห็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212361

วันพฤหัสบดี ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.30 น.
21 เม.ย.59 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 12 เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา ระบุเตือนหลายจังกหวัดทางภาคอีสาน ตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
“พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน”
ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 21 เมษายน 2559

บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ทั้งนี้ เนื่องจาก ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีกำลังอ่อนลงทำให้บริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดความแตกต่างของมวลอากาศและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น    

ประกาศ ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559 เวลา 12.00 น. 

(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย
(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 

เตือนทางตอนบนมีพายุฤดูร้อน ระวังพายุลมแรง-ฝนฟ้าคะนอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212359

วันพฤหัสบดี ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.
21 เม.ย.59 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ทั้งนี้เนื่องจาก ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีกำลังอ่อนลงทำให้บริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดความแตกต่างของมวลอากาศและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(21 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 23-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พายุลูกเห็บถล่มทั่วไทย อุตุเตือนอีก27จว.รับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212344

วันพฤหัสบดี ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
สถานการณ์ภัยแล้งทั่วประเทศเพิ่มระดับรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ขณะที่สภาพอากาศร้อนจัดก่อให้เกิดพายุฝนกระหน่ำ และพายุลูกเห็นตกในหลายจังหวัด ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยายังคงออกประกาศเตือนหลายพื้นที่ระวังพายุฤดูร้อนต่อไประยะนี้

เมื่อวันที่ 20 เมษายน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ”พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน”ฉบับที่10 ว่า ช่วงวันที่ 20-21 เมษายน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชน จ.เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สกลนคร นครพนม อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครสวรรค์ ลพบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรีและจ.ตราด ระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ทั้งนี้ เนื่องจากความกดอากาศสูงจากจีนที่ปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง เริ่มมีกำลังอ่อนลงทำให้บริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดความแตกต่างของมวลอากาศและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

พายุฝนถล่ม4อำเภอบึงกาฬ

ส่วนที่อ.เมือง จ.บึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้ามืดวันเดียวกัน เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำรุนแรง ทำให้เต้นท์ที่กางไว้เพื่อจัดงานโอทอปกว่า 30 เต้นท์ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง หน้าเทศบาลตำบลบึงกาฬ ถูกแรงลมพัดล้มระเนระนาด ขวางถนน แรงลมยังพัดเอาผ้าใบลอยขึ้นไปติดอยู่บนต้นคูน อีกทั้ง ยังพัดต้นไม้หักโค่น อย่างไรก็ตาม พายุฤดูร้อนที่ทำให้เกิดฝนตกส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง สวนข้าวโพดและพืชผลการเกษตร และช่วยคลายความร้อนได้ หลังอุณหภูมิช่วงนี้สูงขึ้นกว่า 40 องศา

ทั้งนี้ จ.บึงกาฬ เกิดวาตภัยและลูกเห็บตกจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน ส่งผลให้จ.บึงกาฬได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองบึงกาฬ อ.ศรีวิไล อ.เซกา และอ.โซ่พิสัย มีบ้านเรือนทรัพย์สินราษฎร และสิ่งสาธารณะประโยชน์ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่พังเสียหายหลายสิบหลังคาเรือน

มอบถุงยังชีพพระราชทาน

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมนางศศิธร ปรีชาวิทย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในต.ท่าสะอาด ต.โป่งไฮ ต.น้ำจั้น อ.เซกา โดยมอบถุงยังชีพพระราชทานเพื่อนพึ่งภา ถุงยังชีพกาชาดบึงกาฬ เงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากเหล่ากาชาดบึงกาฬ ปภ.บึงกาฬ และพมจ.บึงกาฬ แก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัย 22 หลังคาเรือน

สกลนครฟ้ามืดฝนหนัก1ชม.

เช่นเดียวกับ จ.สกลนคร เกิดลมกรรโชกแรง พัดเศษไม้ไม้ปลิวว่อน ท้องฟ้ามืดมิดสนิท ก่อนมีฝนตกหนักกระจายไปทุกพื้นที่นานเกือบ 1 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 เมษายน เกิดฝนฟ้าคะนองลมแรงขึ้นในจ.สกลนคร และมีฟ้าผ่าวัว ชาวบ้านหนองไผ่ หมู่ 12 ต.ดงมะ-ไฟ อ.เมืองสกลนครกลางทุ่งนาเสียชีวิต 6 ตัว นอกจากนั้น ที่อ.วานรนิวาส ต.กุดเรือคำ ถูกพายุฤดูร้อนพัดเสียหาย และที่อ.เต่างอย ต.แวง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มีบ้านเรือนเสียหายแต่ไม่รุนแรง ซึ่งกาชาดจังหวัดและปภ.สกลนครออกให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

เร่งซ่อมบ้านหวั่นเจอระลอก2

ที่บ้านตลาด หมู่ 11 ต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนเสียหาย ต่างเร่งซ่อมแซม โดยนำเงินส่วนตัวไปใช้ก่อน เพราะเกรงจะมีพายุฝนกลับมาถล่มซ้ำอีก ส่วนที่มีฐานะยากจนรอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ โดยนางผัน งษ์จร อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 บ้านตลาด หมู่ 11 ต.สำโรง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุแล้ว นายอำเภออุทุมพรพิสัย และ อบต.สำโรงเข้ามามอบถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น ตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินช่วยซ่อมแซมบ้าน ตนต้องใช้เงินตัวเองไปซื้อกระเบื้องและจ้างช่างมาเร่งมุงหลังคาเพราะไม่รู้ว่าลมฝนจะกลับมาพัดอีกหรือไม่

ส่วนนางชม ศรีหวาด อายุ 84 ปีกล่าวว่า ตอนนี้ได้เพียงถุงยังชีพ ตนฐานะยากจนไม่มีเงินจะไปซื้อกระเบื้อง สังกะสีมามุงหลังคา ต้องรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการเท่านั้น

ซับน้ำตาเหยื่อพายุลูกเห็บเชียงราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกและพายุลูกเห็บพัดกระหน่ำจ.เชียงรายหลายอำเภอเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่ พล.ต.พิศาล นาคผจญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงรายนำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหาย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่าส่งผลกระทบใน 4 อำเภอคือ อ.เมือง อ.แม่สรวย อ.เทิง อ.พาน ใน 7 ตำบล 36 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนเสียหาย 553 หลังคาเรือน ซึ่งพล.ต.พิศาลและนายบุญส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือเบื้องต้น ระหว่างรอซ่อมบ้านส่วนใหญ่ถูกพายุพัดฝาบ้าน หลังคาพังเสียหาย ลูกเห็บเจาะเป็นรูพรุน

สตูลน้ำดิบแห้งหยุดจ่ายประปา

ขณะที่จ.สตูล ภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นใน 7 อำเภอ โดยต.บ้านควน อ.เมือง เกิดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดทำให้น้ำคลองสายหลักที่ส่งตรงมาจากฝายดุสน เพื่อทำน้ำประปาหมู่บ้านแห้งส่งผลกระทบกับชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.บ้านควน 371 ครัวเรือน และอีกกว่า 6 หมู่บ้าน รวม 1,600 ครัวเรือน ซึ่งวันเดียวกันนี้ นายกูดานัน หลังจิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)บ้านควน และนายสมพงศ์ โต๊ะเอียด ปลัดอบต.บ้านควน และ นายอุมาด ล่าดี้ ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.บ้านควน สั่งหยุดจ่ายน้ำประปาหมู่บ้านเพื่อป้องกันโรคที่มากับน้ำช่วงภัยแล้ง หลังน้ำในคลองแห้งจนโขดหินโผล่ และมีขยะขังตามโขดหิน

พังงาเร่งแจกน้ำแต่ยังไม่พอ

เช่นเดียวกับ จ.พังงายังประสบภัยแล้งต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ชาวบ้านยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหมู่บ้านในต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง ทางอบต.นาเตย นำรถบรรทุกน้ำเร่งแจกน้ำให้ชาวบ้าน ตั้งแต่ 08.30-20.00 น. ทุกวันมากว่า 1เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ เพราะขณะนี้ในต.นาเตยมี 9 หมู่บ้านกว่า 2,000 ครัวเรือน ประสบปัญหาภัยแล้งทุกพื้นที่ โดยชาวบ้านยอมรับว่า ภัยแล้งปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี ชาวบ้านเริ่มขาดแคลนน้ำมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน แม้อบต.จะเริ่มแจกจ่ายน้ำแต่ไม่เพียงพอ จึงแก้ปัญหาด้วยการตั้งปั๊มน้ำไว้ท้ายบ้าน ให้ชาวบ้านนำภาชนะไปใส่โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตลอด

ลพบุรีแพะนับพันตัวขาดน้ำกิน

ที่ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เข้าภาวะวิกฤติหลังแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอดลงหมดเกือบทุกแหล่ง ทำให้ฝูงแพะ สัตว์เศรษฐกิจที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้บริเวณเทือกเขาสมอคอนกว่า 1000 ตัวขาดแคลนน้ำกิน ทำให้นายเกษม ประภากร นายก อบต.เขาสมอคอนนำรถน้ำไปเติมใส่บ่อไว้ให้แพะได้ดื่มกิน บรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งชาวบ้านที่เลี้ยงแพะบอกว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกในรอบกว่า20ปีที่แล้งหนักจนแหล่งน้ำแห้งขอด จนแพะไม่มีน้ำกิน เพราะปกติทุกปีถึงจะแล้งแต่ก็ไม่ถึงขนาดแหล่งน้ำแห้งหมด ช่วงนี้ก็ทำได้พียงขอให้อบต.ส่งน้ำให้ทุกอาทิตย์ เพื่อให้แพะอยู่รอด

บุรีรัมย์สูบส่งน้ำเติมสระหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 จังหวัดนครราชสีมา เร่งติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล เพื่อสูบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยสวาย ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ไปเติมสระน้ำดิบกลางหมู่บ้านบ้านหนองปุ่น ม.15 ต.สองชั้น ที่แห้งขอดไม่สามารถผลิตประปาได้ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในหมู่บ้านมานานกว่า 3 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ต้องสูบส่งน้ำถึง 3 ช่วง จากอ่างห้วยสวายไปพักไว้ที่สระบ้านหนองรักษ์ ก่อนจะสูบต่อไปยังสระบ้านหนองปุ่น เนื่องจากมีระยะไกลถึง 6 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้เวลาสูบส่งน้ำไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน จึงจะนำน้ำไปผลิตประปาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือนมีน้ำอุปโภคบริโภคช่วงหน้าแล้งนี้ ทั้งช่วยชาวบ้านที่ปลูกฝรั่งกิมจูกว่า 200 ไร่ ที่กำลังแห้งตาย

ด้านนายพรเชษฐ์ แสงทอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้จ.บุรีรัมย์ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 6 อำเภอมีอ.เมือง ห้วยราชกระสัง นางรอง คูเมือง และ อ.พลับพลาชัย แจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปแล้วกว่า 120,000 ลิตร และมอบเงินชดเชยให้กับพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 8,900,000 บาท

ชาวบ้านกาฬสินธุ์โวยประปาเค็ม

ชาวบ้านโนนสูง ม.5 ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์กว่า 20 คน รวมตัวร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเทศบาลตำบลโนนสูง หลังเดือดร้อนจากภัยแล้งทำให้น้ำประปาหมู่บ้านเค็ม โดยนายชัยสิทธิ์ ภูชาดึก อายุ 51 ปี ชาวต.โนนสูงเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก เพราะน้ำประปาบาดาลหมู่บ้านเค็ม ส่งผลให้ชาวบ้านที่ต้องใช้น้ำอุปโภคบริโภคแล้วเกิดอาการคัน เป็นโรคผิวหนัง ถ้านำไปใช้รดพืชผักก็เหี่ยวเฉาตาย ชาวบ้านประสบปัญหาดังกล่าวนี้กว่า 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเคยสอบถามและขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลตำบลโนนสูง แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงขอความเห็นใจจากหน่วยงานมาช่วยเหลือ เพราะตอนนี้หน้าแล้ง น้ำไม่พอใช้แล้วยังเป็นน้ำเค็มอีก บางรายทนไม่ไหวต้องไปซื้อน้ำมาใช้ถังละ 10 บาท

ขณะที่นายคณิต โยมศรีเคน นายกเทศมนตรีตำบลโนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเทศบาลพยายามแก้ปัญหาน้ำเค็มมาตลอด แต่ยังไม่สำเร็จ เพราะปัญหาภัยแล้งและเป็นปัญหาน้ำเค็มที่อยู่ใต้ดินแต่เดิม ล่าสุดเทศบาลขุดลอกหนองน้ำสาธารณะเพื่อกักเก็บน้ำไว้แล้วสูบขึ้นไปผสมน้ำประปาใต้ดิน เพื่อลดความเค็ม แก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี แต่บางวันน้ำยังเค็ม เพราะคนดูแลระบบผสมน้ำไม่ได้สัดส่วน อีกทั้ง ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ต่อไปจะกำชับให้ผู้ดูแลระบบประปาเอาใจใส่ให้มากขึ้น และจะขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มอีก 2-3 จุด

ชาวสวนทุเรียนอุตรดิตถ์น้ำตาคลอ หลังไฟป่าลามเสียหายกว่า100ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212258

วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559, 15.52 น.
20 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดไฟป่าได้ลุกลามมาจากบ้านห้วยโปร่ง หมู่ 10 ต.แม่พูล ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา และได้ลุกลามเข้ามายัง บ้านผามูบ หมู่ 2 หมู่ 7 หมู่ 11 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ป้องกันไฟป่า เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 ค่ายศรีพนมมาศ และ ชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 500 คน ได้ระดมขึ้นไปดับไฟป่า พร้อมทำแนวกันไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามเข้ามายังสวนทุเรียนด้านล่าง จนถึงพลบค่ำไฟป่าก็ยังไม่ดับลงและลามลงมาด้านล่างใกล้บ้านเรือนของประชาชน โดยองค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวง ได้นำรถดับเพลิงมาเตรียมพร้อมไว้

ทั้งนี้ ได้มีการตั้งกองอำนวยการในการดับไฟป่าจากชาวบ้าน เพื่อทำเสบียงอาหาร น้ำดื่ม เตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ขึ้นไปดับไฟป่า นอกจากนี้ ยังได้มีประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ได้รับข่าวสารจาก Facebookว่า ทางศูนย์กองอำนวยการขาดน้ำดื่ม อาหาร และ  ถ่านไฟฉาย ต่างได้ทยอยเข้ามาร่วมบริจาคสิ่งของดังกล่าว

ด้าน นายอัศวชัย สังข์มูล กำนัน ต.แม่พูล ได้เปิดเผยว่า ในขณะนี้ไฟป่าได้ไหม้สวนทุเรียน ลางสาด ลองกอง เสียหายจำนวนมาก ต้องรอให้ไฟดับจึงจะทำการสำรวจว่ามีความเสียหายไปกี่ไร่ เพราะไฟได้ลุกไหม้ลามไปเรื่อยๆ เป็นวงกว้าง ในเขตพื้นที่หมู่ 1, 10, 2, 7, 11 เป็นพื้นที่ ที่ปลูกทุเรียนหลง-หลิน หมอนทอง และเป็นสวนที่กำลังให้ผลผลิตในชุดแรก ทุเรียนบางต้นมีอายุประมาณ 20-30 ปี ซึ่งปีนี้ราคาผลผลิตน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว แต่ก็มาเกิดไฟป่าเสียก่อน ทำให้เกิดความเสียหายจากไฟป่าในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ร้อยล้านบาท

ด้านนายธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล กล่าวว่า นับตั้งแต่เหตุไฟไหม้สวนทุเรียนครั้งแรก บวกกับเจอพิษภัยแล้ง และกลับมาเจอไฟไหม้สวนทุเรียนซ้ำอีกรอบ หนักที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะเมื่อปี 2549 ตำบลแม่พูล ก็ถูกน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มมาแล้ว ครั้งนั้นต้นทุเรียนก็ถูกน้ำป่าพัดเสียหายเป็นจำนวนมากเช่นกัน แต่ทางอำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้รายงานปัญหาดังกล่าวให้ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.อุตรดิตถ์ รับทราบ พร้อมสั่งกำชับให้ทางอำเภอ สำรวจความเสียหายเหตุไฟไหม้สวนทุเรียน อยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหาย เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวสวนทุเรียน ที่ได้รับผลกระทบส่วนไฟไหม้ครั้งนี้ อาจจะทำให้ทุเรียนที่กำลังออกผลผลิตที่กำลังยืนตายคาต้น

 

ตอนบนของประเทศมีพายุฤดูร้อน ให้ระวังฝนฟ้าคะนองและลมแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212202

วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.04 น.
ในช่วงวันที่ 20-21 เมษายน 2559 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครสวรรค์ ลพบุรี กาญจนบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ทั้งนี้เนื่องจาก ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนซึ่งเป็นอากาศเย็นได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ซึ่งในบริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดความแตกต่างของมวลอากาศและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(20 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

พายุลูกเห็บพัดถล่ม หลายจว.บ้านพังยับ ปภ.เตือน35จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212192

วันพุธ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พายุลูกเห็บพัดถล่ม

หลายจว.บ้านพังยับ

ปภ.เตือน35จังหวัด

โดนหนักถึง21เมษา

เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าในช่วงวันที่ 19-21 เมษายน ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอากาศเย็นจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย บริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนโดยมีลักษณะอากาศของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

ทั้งนี้ปภ.จึงได้ประสาน 53 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัดได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย และบึงกาฬ

ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง และตราด ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครนายก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี พิษณุโลก สุโขทัย ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง จึงเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนโดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที

ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้แจ้งเตือนประชาชนไปแล้วในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เชื่อมั่นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยงบประมาณที่มีในมือซึ่งพายุได้สร้างความเสียหาย แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาตามกลไกและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดพายุฤดูร้อนและลูกเห็บพัดถล่มพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อ.ห้วยเม็ก อ.คำ อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย โดยเฉพาะในเขต ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ เสียหายอย่างหนักหลายหมู่บ้านพังทั้งหลัง ขณะนี้นายวีระศักดิ์ วิเชียรแสน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่นและอปพร.เร่งเข้าสำรวจความเสียหาย

ที่จ.สุรินทร์ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นฝนตก และมีลูกเห็บตกลงเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เมษายน ในพื้นที่ อ.จอมพระ อ.ศีขรภูมิ และ อ.สนม โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สนม พายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนัก แรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนที่บ้านหนองเหล็ก, บ้านศรีสำโรง, บ้านนายม ต.แคน อ.สนม บ้านเรือนเสียหายถึง 31 หลัง ต้นไม้ทับรถยนต์ 2 คัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เช่นเดียวกับที่จ.กำแพงเพชร ได้เกิดพายุฝนลูกเห็บตกและลมพายุพัดแรงในพื้นที่เขตหมู่ 13 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร มีบ้านเรือนราษฎรรวม 12 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายเกือบ 200 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่หลังคาบ้านถูกพัดหายไป โดยอีกทั้งพบต้นไม้ล้มระเนระนาดตลอดเส้นทางเป็นระยะทางมากกว่า 5 กิโลเมตร ส่วนที่วัดท่าพุทรา หมู่ 13 ต.โกสัมพี หลังคาอาคารที่พักประชาชนรอเผาศพถูกหอบไปทั้งอาคารไปติดอยู่กับต้นไม้

ด้านสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยนาท ยังทวีความรุนแรง โดยคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง กำลังแห้งขอด หลังจากที่กรมชลประทานงดส่งน้ำเพื่อการเกษตรลงอย่างสิ้นเชิง โดยเมื่อตรวจสอบบริเวณปากคลองมะขามเฒ่า ต.หาดท่าเสา อ.เมือง ชัยนาท จะเห็นว่าคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งเข้าพื้นที่2 จังหวัดคือ จ.ชัยนาท และสุพรรณบุรี กำลังมีสภาพที่แห้งขอดเนื่องจากไม่มีการผันน้ำเข้าลำคลองแห่งนี้แล้ว

ขณะที่นายปรีชา นวลน้อยนายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสนายสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก พ.ท.นพดลภาคาผล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 200 คน ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อทำฝายกักเก็บน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก เพิ่มอีกจุด ห่างจากฝายเดิมประมาณ 100 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก แห้งขอดอย่างต่อเนื่องมา 1 เดือนแล้งสุดในรอบ 20 ปี

นอกจากนี้ยังเตรียมขอฝนหลวงเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำเนื่องจากแม่น้ำสุไหงโก-ลก น้ำไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ผลิตประปา

ไฟป่าดอยสันฟ้ายังประทุต่อเนื่อง สั่งจนท.ดับไฟทางอากาศเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212090

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559, 14.04 น.
19 เม.ย.59 นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า วันนี้ เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ถูกส่งมาช่วยดับไฟป่าทางอากาศที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทำการบินขึ้นดับไฟป่าอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา ( 18 ) ได้ทำการบินดับไฟป่า บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านพะโข่โหล่ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยต้องใช้น้ำในการดับไฟถึง 55 เที่ยวบิน

สำหรับวันนี้ สถานการณ์ไฟป่าที่บริเวณเทือกเขาดอยสันฟ้า ใกล้กับหมู่บ้านห้วยปูลิง ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้ประทุและขยายวงกว้างมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะลุกลามเข้าใกล้กับหมู่บ้านราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน จึงตัดสินใจ ให้นักบินทำการบินนำน้ำไปดับไฟป่าที่กำลังขยายวงกว้างเข้าใกล้หมู่บ้าน

ทั้งนี้ ไฟป่าที่เกิดขึ้น ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม สาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ประกอบมีลมแรง และ เชื้อเพลิงสะสมในป่ามีมาก เนื่องจากปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าดังกล่าว ไม่ได้ถูกไฟป่าเผาไหม้ ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งจุดที่เกิดเหตุไฟป่า เป็นเทือกเขาสูงชัน กำลังพลจากหน่วยดับไฟป่า ของสถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปถึงจุดหมายได้

สถานการณ์ไฟป่าที่กลับมาประทุอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดหมอกควันไฟป่าลอยมาปกคลุมตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลักษณะเหมือนแอ่งกระทะ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นช่วงเช้านี้ ลดต่ำลง และส่งผลให้ค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศมีค่าเกินมาตรฐาน โดยเมื่อเวลา 07.00 น.วัดได้ 123 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน


นอกจากไฟป่าบริเวณพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน แล้ว ในพื้นที่ อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า ก็ยังคงมีเหตุการณ์ลอบเผาป่าในหลายพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นต้องทำงานอย่างหนักทั้งกลางวันและกลางคืนอีกด้วย

 

ชาวบุรีรัมย์กว่า300หลังคาเรือน ลงทุนขุดบ่อบาดาลหลังไม่มีน้ำใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212080

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559, 13.22 น.
19 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน มีบ้านหนองขวาง หมู่ 1และบ้านหนองขวางน้อย หมู่ 17 ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 300 หลังคาเรือน กำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักเนื่องจากสระน้ำกลางหมู่บ้านที่ใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปาแห้งขอดไม่สามารถผลิตประปาบริการชาวบ้านเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านเกือบทุกหลังคาเรือนต้องลงทุนควักเงินจ้างขุดเจาะบ่อบาดาลไว้ใช้ในครัวเรือนของตัวเอง ถึงบ่อละ 12,000-14,000 บาท ขณะที่บางครัวเรือนไม่มีทุนในการเจาะบ่อบาดาลก็ต้องใช้วิธีซื้อน้ำจากพ่อค้ารถเร่ถังละ 200 บาท และจ้างคนในหมู่บ้านนำภาชนะไปขนน้ำจากบ่อบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำที่ขุดเจาะไว้ที่วัดท้ายหมู่บ้านครั้งละ 200-300 บาท ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากจึงอยากร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐได้นำน้ำสะอาดมาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น  และหาแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะยาวด้วย

นางรุ่งไพลิน น้ำใส อายุ 39 ปี ชาวบ้านบ้านหนองขวาง ม.1 ต.พรสำราญบอกว่า ต้องลงทุนเจาะบ่อบาดาลถึงบ่อละ 14,000 บาท เนื่องจากสระน้ำดิบในหมู่บ้านแห้งขอดทำให้ไม่มีน้ำประปาใช้มานานกว่า 3เดือน ซึ่งช่วงแรกทางอบต.ได้นำรถบรรทุกมาเติมใส่ถังที่ตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านนำภาชนะไปใส่มาอุปโภคบริโภคในครัวเรือนแต่ระยะหลังไม่ได้นำน้ำมาแจกจ่ายนานกว่า 1 เดือนแล้วชาวบ้านจึงจำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเองโดยการลงทุนควักเงินจ้างขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อให้มีน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งนี้

ด้านนางขำ ชัยอุบ อายุ 50 ปี ชาวบ้านบ้านหนองขวางอีกราย เล่าว่า ขณะนี้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้อย่างหนักโดยเฉพาะคนชรา หรือผู้ที่มีฐานะยากจนไม่มีเงินทุนในการเจาะบ่อบาดาลต้องจ้างชาวบ้านที่มีรถไถนาเดินตามไปช่วยเข็นน้ำบาดาลที่วัดท้ายหมู่บ้านให้ครั้งละ200-300 บาท แต่ก็ไม่รู้ว่าน้ำบาดาลที่วัดจะใช้ได้อีกนานแค่ไหน

จึงอยากร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาช่วยเหลือทั้งระยะสั้นโดยการนำน้ำมาแจกจ่ายและแก้ปัญหาระยะยาวโดยการขุดลอกและทำทางน้ำไหลเข้าสระเพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ผลิตประปาได้ตลอดทั้งปีด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เผชิญภัยแล้งซ้ำอีก

 

ภาคเหนือ-อีสาน-ตะวันออก-กลาง อาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/212044

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(19 เม.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชdแรงบางแห่ง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-43 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวันและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.