Oil Insurance Limited (OIL) ประกาศจ่ายเงินปันผล 200 ล้านดอลลาร์ พร้อมอนุมัติการเปลี่ยนแปลง Rating & Premium Plan

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แฮมิลตัน, เบอร์มิวดา–5 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          OIL จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม ที่โรงแรมแฟร์มอนท์ เซาแธมป์ตัน ซึ่งบริษัทได้ทำการทบทวนและอนุมัติงบการเงินประจำปี 2558 พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการ

          สำหรับปี 2558 OIL มีรายได้จากการรับประกันภัย 56.7 ล้านดอลลาร์ และหลังรวมรายได้จากการลงทุนสุทธิและค่าใช้จ่ายในการบริหารแล้ว OIL มีรายได้สุทธิประจำปีงบการเงินที่ 30.9 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประกอบการประจำปี 2558 ของ OIL กรุณาดูงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วของเราที่ http://www.oil.bm ทั้งนี้ หลังจากทบทวนข้อมูลการเงิน ณ สิ้นปี ผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติงบการเงิน และแต่งตั้งให้ KPMG เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีสำหรับปีงบการเงิน 2559 อีกวาระหนึ่ง

          นอกจากนี้ บริษัทยังได้รายงานต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการบริหารได้ประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นจำนวนเงินรวม 200 ล้านดอลลาร์ให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 1 มกราคม 2559 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 มิถุนายน 2559 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จทางการเงินอย่างต่อเนื่องและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของ OIL และสุดท้าย ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลง Rating & Premium Plan ซึ่งรวมถึงการยกเลิก Legacy Retrospective Premium Plan และกรมธรรม์กำพร้าสำหรับความคุ้มครองพาหนะทางน้ำที่ไม่ได้ต่อประกัน

          เบอร์ทิล ซี. โอลส์สัน ประธานและซีอีโอ กล่าวว่า “Oil Insurance Limited มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าระยะยาวแก่สมาชิกของบริษัท ด้วยการนำเสนอกรมธรรม์ที่มีจำนวนเงินจำกัดความรับผิดสูง พร้อมด้วยข้อกำหนดและเงื่อนไขแบบกว้างๆ ตลอดจนมอบมูลค่าผลตอบแทนที่สูงกว่า ผ่านทางสินเชื่อเบี้ยประกันและเงินปันผลตามที่เหมาะสม และการพิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติมที่เป็นไปได้ เพื่อยกระดับคุณค่าโดยรวมที่นำเสนอแก่สมาชิก”

          จอร์จ ฮัทชิงส์ รองประธานอาวุโสและซีโอโอ กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เราได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 เพื่อยกเครื่องการทำงานของ OILนั้นได้เสร็จสมบูรณ์ลงในปีนี้ ไล่มาตั้งแต่การปรับโครงสร้างความคุ้มครองจากลมพายุของ OIL จนกระทั่งรวมการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเข้ากับการดำเนินงานของเราอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมถึง Shareholder Agreement, Rating & Premium Plan, OIL’s Capital Management framework, the Policy และวิธีการพื้นฐานที่ OIL ทำตลาดกับกลุ่มนายหน้าและอุตสาหกรรมพลังงาน โดยตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป คณะกรรมการบริหารและฝ่ายบริหารของ OIL จะดำเนินการวางแผนเชิงกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning ให้แล้วเสร็จ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่าโดยรวมที่บริษัทนำเสนอให้แก่สมาชิกในช่วงอีก 5 ปีข้างหน้า”

          ภายหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ทางคณะกรรมการได้ประชุมร่วมกันและแต่งตั้ง โรเบอร์โต เบนซัน เป็นประธานคณะกรรมการ และธีโอ กุยดรี เป็นรองประธานคณะกรรมการ

          โรเบอร์โต เบนซัน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการคนใหม่ กล่าวว่า “การจ่ายเงินปันผล 200 ล้านดอลลาร์เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการในการมอบผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นของ OIL เมื่อมีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว” พร้อมกับเสริมว่า “OIL ให้ความสำคัญกับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ถือหุ้นของเรา ควบคู่ไปกับการดำเนินแนวทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่แข็งแกร่งของบริษัท ดังเช่นที่เป็นมาตลอดระยะเวลา 44 ปี”

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคุ้มครองทรัพย์สินของ OIL และมูลค่าที่เกี่ยวข้องได้ที่ http://www.oil.bm

          Oil Insurance Limited (OIL) รับประกันสินทรัพย์ด้านพลังงานทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ให้กับสมาชิกกว่า 50 ราย ด้วยจำนวนเงินจำกัดความรับผิดในทรัพย์สินสูงสุดถึง 400 ล้านดอลลาร์ รวมเป็นจำนวนกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ของขีดความสามารถในการรับประกันภัยทรัพย์สินที่ระดับ A- สมาชิกประกอบไปด้วยบริษัทพลังงานขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ทั้งในภาครัฐและเอกชนที่มีสินทรัพย์ทางกายภาพอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุนหรือเทียบเท่า ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอประกอบไปด้วย ทรัพย์สิน (ความเสียหายทางกายภาพ) ลมพายุ มลพิษที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การควบคุมหลุมพลังงาน การก่อการร้าย ไซเบอร์ การก่อสร้าง และเรือบรรทุก สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ OILให้ความคุ้มครองได้แก่ การสำรวจและผลิตทั้งบนบกและในทะเล การกลั่นและการตลาด ปิโตรเคมี เหมืองแร่ ท่อส่ง สาธารณูปโภคไฟฟ้า และธุรกิจพลังงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

          แหล่งข่าว: Oil Insurance Limited (OIL)

AACSB ประกาศวิสัยทัศน์ร่วมเพื่อการศึกษาด้านธุรกิจในอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แทมปา,ฟลอริดา–5 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

วิสัยทัศน์นี้ชี้ให้เห็นโอกาสที่สำคัญ 5 โอกาสสำหรับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่างในตลาด และการตอบสนองสังคมทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น

AACSB International (AACSB) เครือข่ายการศึกษาด้านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ประกาศวิสัยทัศน์ระดับวงการที่กว้างขวางเพื่อการศึกษาด้านธุรกิจในอนาคตในวันนี้ โดยวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้ระบุถึง 5 โอกาสที่น่ารอคอยสำหรับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจเพื่อเป็นผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์ดังกล่าวได้มีการเปิดเผยที่งาน ICAM 2016 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสการฉลองครบครอบ 100 ปีของ AACSB โดยวิสัยทัศน์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นกรอบชี้แนะสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่าง ๆ เพื่อที่สถาบันเหล่านี้จะได้นำไปประยุกต์ใช้เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแวดวงการศึกษาระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ และปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเป้าหมายในสังคม

 AACSB 100 Years / AACSB congratulates its accredited business schools on a century of excellence (PRNewsFoto/AACSB International)

AACSB congratulates its accredited business schools on a century of excellence (PRNewsFoto/AACSB International)

ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160331/350107

“การศึกษาด้านธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และสถาบันต่าง ๆ ก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอิทธิพลต่อสังคมให้เป็นไปทางบวก” นายซานติอาโก อินิเกวซ เด ออนโซโน ประธานคณะกรรมการฝ่ายดูแลการศึกษาด้านการบริหารจัดการของ AACSB  ประธานคณะกรรมการบริหาร และคณบดีของ IE Business School กล่าว “ในปัจจุบัน สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจหลายแห่งทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย และเพื่อเป็นการระบุแนวทางให้ชัดเจนยิ่งขึ้น วิสัยทัศน์ชุดนี้จะช่วยเร่งการเปลี่ยนโฉมที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันก็เป็นทรัพยากรที่สำคัญสำหรับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจที่จะสรรสร้างและอุทิศตนเพื่อสังคมด้วยวิธีที่มีความหมายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

เนื้อหาจากรายงานที่มีชื่อว่า “วิสัยทัศน์ร่วมเพื่อการศึกษาด้านธุรกิจ” (A Collective Vision for Business Education) ได้ระบุถึง 5 บทบาทเฉพาะทาง ที่สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต่าง ๆ อยู่ในจุดยืนที่เหมาะสมที่จะดำเนินการให้สำเร็จได้ ซึ่งประกอบด้วย:

–         การเป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรม: นวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการและการบริหารจัดการจะช่วยผลักดันความคิดสร้างสรรค์ด้านธุรกิจและการพัฒนาทางเศรษฐกิจในอนาคต ด้วยแนวทางที่อิงหลักการต่างๆ กระบวนการ เครือข่าย และพลังทั้งหมดที่จะหลอมรวมสู่ภาคส่วนต่างๆ สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจจึงเป็นองค์กรที่สำคัญในการรับบทบาทผู้นำเพื่อการผลักดันนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับสังคม

–         ผู้ร่วมสร้างสรรค์ความรู้: แวดวงธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบันกำลังเผชิญกับคำถามต่างๆนานาที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับหลักการหลายด้าน ความรู้เชิงลึกใหม่ๆจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยสถาบันการศึกษาธุรกิจมีจุดยืนที่มั่นคง ณ สี่แยกแห่งอุตสาหกรรมและการปฏิบัติ ในฐานะที่เป็นผู้รวบรวมและเสมือนพันธมิตรในการสรรสร้างองค์ความรู้

–         ศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต: สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจมีความสามารถในการอุทิศตนเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่บุคคลทั่วไปได้อย่างหลากหลาย ณ ระดับที่แตกต่างกันในวงจรอาชีพการงาน นอกจากนี้สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจยังสามารถช่วยขยายโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการเชื่อมต่อความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

–         ผู้นำในการสร้างความเป็นผู้นำ: ผู้นำที่มีความทะเยอทะยานทุกประเภทจะได้รับประโยชน์จากศาสตร์แห่งการพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ ด้วยประสบการณ์ด้านการศึกษาเกี่ยวกับการบริหาร ความรู้เฉพาะทาง และคอนเนคชั่นในอุตสาหกรรม ทำให้สถาบันศึกษาด้านธุรกิจสามารถเป็นผู้บุกเบิกความรู้ใหม่ ๆ เพื่อการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถสร้างบรรยากาศในการฝึกฝนและดูแลบรรดาผู้นำเหล่านี้

–         ผู้สร้างโอกาสแห่งความมั่งคั่งทั่วโลก: ธุรกิจถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อเป้าหมายทางสังคมและความท้าทายของสังคมในวงกว้างในปัจจุบัน สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจจะยังคงเป็นผู้นำในการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับองค์กรที่มีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม ในขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ในการสนับสนุนให้นักเรียนใช้ทักษะในการบริหารจัดการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า

การประกาศดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่ได้มาจากการดำเนินการที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาหลายปีซึ่งได้รวมความคิดร่วมกันของเครือข่ายชุมชนผู้มีส่วนร่วมในแวดวงการศึกษาด้านธุรกิจและการบริหารจัดการหลายพันราย ซึ่งรวมถึงสมาชิกของ AACSB อันประกอบด้วยสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจกว่า 1,500 แห่งใน 91 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก วิสัยทัศน์ดังกล่าวได้ตระหนักถึงความหลากหลายของสถาบันการศึกษาและสนับสนุนให้สถาบันต่าง ๆ นำวิธีการอันหลากหลายไปใช้ในการสนับสนุนภารกิจพิเศษและข้อเสนออันทรงคุณค่าของแต่ละสถาบัน แทนที่วิธีการอธิบายด้วยมุมมองแค่มุมมองเดียวหรือการนำเสนอโมเดลในอุดมคติแบบตายตัว

“การเปิดตัววิสัยทัศน์ใหม่ที่งาน ICAM 2559 ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงจุดมุ่งหมายใหม่ ๆ ในการยกระดับบทบาทการศึกษาด้านธุรกิจในสังคม และเป็นการสร้างพลังให้แก่สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ เพื่อที่จะเดินหน้าไปอย่างลึกซึ้งตามยุทธศาสตร์ และประสบความสำเร็จในการเดินไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ “ นายโทมัส อาร์. โรบินสัน ประธานและซีอีโอของ AACSB กล่าว “เรารอคอยที่จะได้เห็นสถาบันต่าง ๆ เปิดรับกรอบความคิดใหม่นี้ พร้อมทั้งพัฒนาและเรียนรู้จากกันและกันภายใต้กรอบความคิดดังกล่าว  วิสัยทัศน์ร่วมครั้งนี้ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย แต่เป็นขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ และท้ายที่สุด ธุรกิจก็จะสามารถทำหน้าที่เพื่อเป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดี

AACSB ร่วมมือกับอุตสาหกรรมการศึกษาด้านธุรกิจ ได้หันเหความสนใปที่เรื่องการให้ความช่วยเหลือเพื่อเร่งให้เกิดความก้าวหน้า เมื่อใดก็ตามที่เกิดการตระหนักรู้และเปิดรับวิสัยทัศน์ใหม่แล้ว โอกาสใหม่ๆทั้ง 5 ก็จะสามารถก้าวผ่านบริบททางวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และการเงินได้ตามที่สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจได้นำเสนอ โอกาสใหม่ๆทั้ง 5 โอกาสนี้ จะช่วยปลูกฝังความคิดในการยอมรับความหลากหลายเพื่อขยายขอบเขตคำนิยามของสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจแบบเดิม ๆ  และส่งผลให้เกิดกลยุทธ์พิเศษที่เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการศึกษาด้านธุรกิจ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:  http://www.aacsb.edu/vision

 

เกี่ยวกับ AACSB International

ในฐานะที่เป็นเครือข่ายการศึกษาด้านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อมโยงวิชาการเข้ากับธุรกิจ   AACSB มีพันธกิจในการให้บริการเพื่อสร้างอัจฉริยภาพการศึกษาด้านธุรกิจ การรับรองคุณภาพ การพัฒนาความเป็นมืออาชีพให้แก่สมาชิกองค์กรกว่า 1,500 แห่ง จาก 91 ประเทศและเขตแดน  AACSB Accreditation ก่อตั้งขึ้นในปี 2459 เป็นสถาบันรับรองคุณภาพการศึกษาที่มีมาตรฐานสูงสุด โดยมีสถาบันสอนธุรกิจกว่า 755 แห่งจากทั่วโลกได้รับการรับรอง สำนักงานใหญ่ของ AACSB ตั้งอยู่ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่ในเอเชียแปซิฟิคตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนสำนักงานใหญ่ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตั้งอยู่ที่ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.aacsb.edu/

สายการบินกว่า 50 แห่งตบเท้าเข้าร่วมการประชุม Global Customer Summit ที่ดูไบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          การประชุม Global Customer Summit เปิดฉากขึ้นแล้ววันนี้ที่โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน ณ นครดูไบ โดยมีบริษัท IBS Software เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และมีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 200 คนซึ่งเป็นตัวแทนจากสายการบินต่างๆ มากกว่า 50 สายการบิน การประชุมวันนี้เป็นการประชุมวันแรก และจะใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน โดยการประชุมครั้งนี้มีวิทยากร 60 รายที่จะมาหารือกันเกี่ยวกับประเด็นหลักๆที่ประกอบด้วยการถกปัญหาระบบขนส่งและคมนาคมทางอากาศทั่วโลก แบ่งออกเป็น 25 ช่วง และการแบ่งปันแนวความคิดระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และผู้นำด้านอื่นๆที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความท้าทายและความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบัน และการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มผลประกอบการและทำให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ธีมงานนี้มีชื่อว่า “นวัตกรรมบนโลกแห่งความยุ่งเหยิง” (Innovating in a World of Disruptions) โดยมีผู้บรรยายอย่าง นายซาซี ทารูร์ อดีตรองเลขาธิการสหประชาชาติและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งอินเดีย, นายฮาริช แมนวานิ ที่ปรึกษาผู้บริหารบริษัทระดับโลกแห่ง Blackstone, นายวิลเลียม คาเวนดิช รองประธานฝ่ายกลยุทธ์การจัดจำหน่ายและการขายระดับโลกของ Emirates Airlines, โฟล ลูกลิ ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Navesink Advisory Group LLC, โรฮิท เวอร์มา ผู้อำนวยการบริหารแห่งสถาบัน Cornell Institute for Healthy Futures, โรเจอร์ หลิว อดีตประธานฝ่ายสารสนเทศและรองประธานกรรมการอาวุโสแห่ง Orbitz Worldwide, อาลิ ชรีดาร์ ยาคุต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีและปฏิรูปธุรกิจแห่ง Turkish Airlines และ ปาโบล แคสติลโล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศแห่ง Hoteplan

 Executive Chairman V K Mathews, IBS / Executive Chairman V K Mathews, IBS

Executive Chairman V K Mathews, IBS

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160404/798292 )

 IBS Software / IBS Software

IBS Software

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20121122/577929 )

          สำหรับวิทยากรจาก IBS ได้แก่ วี เค แมทธิว ประธานบริหาร และ ราจิฟ ชาห์ ซีอีโอ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นหนึ่งในการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวแทนสายการบินต่างๆ เพื่อเข้าร่วมงานที่จัดขึ้นโดยบริษัทเทคโนโลยีเอกชน

          “เราอยู่ในยุคดิจิตอลที่ไม่สามารถคาดเดาได้ถึงจังหวะของการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายทางธุรกิจก็อยู่ในระดับสูงได้ด้วยโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น บริษัทที่มีความว่องไวที่จะเติบโตและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างและพลังตลาดเท่านั้นที่จะได้รับโอกาส ในขณะที่ลูกค้ามีความรอบรู้และให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการจัดส่งมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทต่างๆต้องใช้แนวทางที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และตอบสนองความต้องการของผู้ถือหุ้นได้ในเวลาเดียวกัน” วี เค แมทธิวส์ อธิบายถึงแนวคิดของการประชุม

          IBS ได้รับเงินลงทุนในรูปแบบหุ้นนอกตลาด (private equity) จำนวน 170 ล้านดอลลาร์จาก Blackstone เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก โดยมีบุคลากรมืออาชีพเกือบ 3,000 คนประจำสำนักงาน 9 แห่ง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ยุคใหม่มากมายให้กับสายการบินอันดับต้นๆของโลก ตลอดจนสนามบินที่มีผู้โดยสารคับคั่ง เรือสำราญระดับแนวหน้า ตัวแทนจำหน่ายด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ และบริษัทน้ำมันและก๊าซชั้นนำ

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBS สามารถรับชมได้ที่ http://www.ibsplc.com

            สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

            Bratati Ghosh

            ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ IBS

            อีเมล: bratati.ghosh@ibsplc.com

            แหล่งข่าว: IBS Software

hktdc.com และเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เปิดตัวการส่งเสริมการขายร่วมกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมธุรกิจ SMEs

          องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) กับเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ฮ่องกง) จำกัด (เคอรี่ เอ็กซ์เพรส) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เคอรี่ โลจิสติคส์ ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโลจิสติคส์ของเอเชียร่วมกับ hktdc.com เปิดตัวการส่งเสริมการขายร่วมกันสำหรับ hktdc.com Small Ordersแพลตฟอร์มสำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ (http://smallorders.hktdc.com)

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160401/8521602057

บรรยายภาพ – เบนจามิน ชอว์ รองผู้อำนวยการ HKTDC (ขวา) และ แกรี่ โซ รองกรรมการผู้จัดการ Kerry Logistics ในนามของ Kerry Express บริษัทในเครือ Kerry Logistics ผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์ชั้นนำของเอเชีย ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU)

          ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ผู้ขายใน hktdc.com Small Orders ที่จัดส่งจากฮ่องกงและเซินเจิ้นไปยังประเทศภูมิภาคอาเซียนจะได้รับส่วนลดสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์ของค่าจัดส่งเมื่อส่งผ่านเครือข่ายเคอรี่ เอ็กซ์เพรส นอกจากนี้ผู้ขายที่จัดส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็จะได้รับส่วนลดค่าจัดส่งสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เมื่อใช้บริการการจัดส่งจากพันธมิตรจากเครือเคอรี่เอ็กซ์เพรส ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งสินค้าให้กับฮ่องกง จีน และผู้ค้าในประเทศไทย และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจร่วมกัน

          นายเบนจามิน เชา รองผู้อำนวยการบริหารองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงผู้ลงนามใน MOU ครั้งนี้กล่าวว่า “ด้วยอัตราค่าระวางขนส่งที่ลดลง จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และเป็นการกระตุ้นธุรกิจ SMEs ให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะส่งออกสินค้าหรือนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก เคอรี่ เอ็กซ์เพรส พร้อมที่จะช่วยเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการค้าให้กับฮ่องกง จีน ไทย และ ภูมิภาคอาเซียน”

          นายแกรี่ โซ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ กล่าวว่า “ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs เป็นหัวใจสำคัญด้านเศรษฐกิจของฮ่องกง และยังเป็นกลไกในการเติบโตและนวัตกรรมให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงเพื่อสนับสนุนผู้ค้า SME บนเว็บไซต์hktdc.com ทั้งนี้ การมีเครือข่ายที่กว้างขวางในอาเซียนของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ทำให้เราสามารถให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและคุ้มค่าต่อการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งภูมิภาค นอกจากนี้เราจะใช้ E-Commerce ซึ่งจะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของเราในปี 2559 และเรามุ่งหวังว่าการร่วมมือกับองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงในครั้งนี้ จะสร้างโอกาสทางธุรกิจของเราให้มีการเติบโตได้มากยิ่งขึ้น”

          ตัวช่วยสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่

          สำหรับกลุ่มแรกที่จะได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการขายในครั้งนี้คือ กลุ่ม SMEs ของไทย 12 ราย ซึ่งเป็นผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขัน Thai Access to International Markets Competition (Thai AIM) ที่ถูกคัดเลือกจากลูกค้าชาวไทยว่ามีสินค้าที่มีการออกแบบดีที่สุด โดยทางเคอรี่ เอ็กซ์เพรส จะขนส่งสินค้าไปแสดงในงานแสดงสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใดๆซึ่งจะจัดขึ้นที่ฮ่องกงในเดือนเมษายนนี้ คืองาน HKTDC Hong Kong Houseware Fair ซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย และงาน HKTDC Hong Kong’s Gifts & Premium Fair ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

          ด้านนางสาวปณิตา ชินวัตร รองอำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน Thai AIM อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า “สสว. จะมุ่งมั่นส่งเสริมการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในประเทศไทย โดย Thai AIM ได้มีการเสนอช่องทางเพื่อให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ และมีการใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพผ่าน hktdc.com Small Orders ซึ่งบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ได้มีโอกาสขยายตลาดผ่านช่องทางใหม่และประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการครอบคลุมตลาดที่กว้างขวางในภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก”

          จากการสำรวจขององค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงที่จัดทำขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ากว่าร้อยละ 80 ของผู้ซื้อชื่นชอบรูปแบบของธุรกิจที่จัดหาสิ่งของในปริมาณที่ไม่มาก ซึ่งการจัดการแบบ “Small Orders” นี้จะช่วยให้การสรรหามีความยืดหยุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้บริษัทผู้ค้าตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ค้าที่ต้องการทดลองตลาด โดยที่ไม่ต้องเก็บรักษาสินค้าคงคลังเป็นจำนวนมากๆ ทั้งนี้ Small Orders ของ hktdc.com ยินดีต้อนรับผู้ค้าออนไลน์จากภูมิภาคอาเซียนที่ต้องการขายสินค้าไปในต่างประเทศด้วย

          hktdc.com Small Orders และ HKTDC’s four-in-one แพลตฟอร์ม

          มีการเปิดตัวในเดือนธันวาคมปี 2557 hktdc.com Small Orders ได้มีการจัดเตรียมสินค้าที่มีคุณภาพและสามารถสั่งซื้อได้ในปริมาณตั้งแต่ 5 ถึง 1,000 ชิ้น ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทุกรายการจากผู้ค้าในแพลตฟอร์มนี้ ส่วนการชำระเงินและการจัดส่งสินค้าที่สั่งซื้อแล้วก็สามารถทำได้ทันที โดยการชำระเงินออนไลน์ผ่านระบบ PayPal

          แพลตฟอร์มธุรกรรมออนไลน์นี้ ในปัจจุบันได้ให้ข้อมูลของผู้ค้ากว่า 9,000 ราย และมีสินค้ามากกว่า 100,000 ชนิด โดยในปี 2558 hktdc.com Small Orders ได้รับรางวัล WebAwards ในหมวดหมู่ Directory or Search Engine Standard of Excellence รวมถึง International Business Standard of Excellence and Small Business Standard Excellence ส่วน การรองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือของ hktdc.com Small Orders ก็ได้รับรางวัลMobileWebAward ใน Best International Business Mobile Website เมื่อปีที่ผ่านมา

          เพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อหันมาทำธุรกรรมออนไลน์กันมากขึ้น องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงได้มีการออกโปรโมชั่นพิเศษอยู่เป็นประจำ ทั้งในรูปแบบการให้ส่วนลดและการจัดกิจกรรมในงานแสดงสินค้าทั้งในฮ่องกงและทั่วโลก แพลตฟอร์มการทำธุรกรรมออนไลน์นี้ยังถูกนำไปส่งเสริมให้แก่ผู้ซื้อแบบ B2B ในต่างประเทศผ่านเครือข่ายของ HKTDC ที่มีสำนักงาน 46 แห่งทั่วโลกอีกด้วย

          hktdc.com Small Orders เป็นส่วนหนึ่งของตลาดออนไลน์ขององค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (hktdc.com) ซึ่งมีผู้ค้าที่มีคุณภาพมากกว่า 130,000 ราย และมีผู้ซื้อที่ลงทะเบียนแล้ว 1.6 ล้านราย ซึ่งสามารถที่จะสรรหาสินค้าได้ด้วยตนเองผ่าน เว็บไซต์ ซึ่งผู้ค้าจะได้รับการตรวจสอบข้อมูลมาอย่างดี จึงทำให้ผู้ซื้อสามารถเลือกหาซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจจากบริษัทที่เชื่อถือได้

          HKTDC’s เป็นแพลตฟอร์มสี่อย่างในหนึ่งเดียว ทั้งการรวบรวมข้อมูลการซื้อขายสินค้าออนไลน์ งานแสดงสินค้า การประชาสัมพันธ์ทางการค้า และ แอพพลิเคชั่นมือถือ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีโอกาสทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยได้รวมจุดแข็งของงานแสดงสินค้าที่ได้เห็นสินค้าจริง และการตลาดออนไลน์ที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงได้แก้ปัญหาการตลาดโดยรวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อครอบคลุมแบบ O2O (online-to-offline) ซึ่งจะเชื่อมต่อถึงกันในตลาดโลกได้ตลอดทั้งปี

          เว็บไซต์: hktdc.com Small Orders: http://smallorders.hktdc.com

          ข่าวประชาสัมพันธ์ภาษาจีน สามารถเยี่ยมชมได้ที่ http://mediaroom.hktdc.com/tc

          เกี่ยวกับองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง

          ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งขึ้นในปี 2509 องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เป็นจุดเชื่อมทางการตลาดระหว่างประเทศสำหรับผู้ค้าจากฮ่องกง ทั้งผู้ผลิตและผู้ให้บริการ ซึ่งมีสำนักงานมากกว่า 40 สาขาทั่วโลก รวมทั้ง 13 สาขาในประเทศจีน องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกงส่งเสริมให้ฮ่องกงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำธุรกิจกับจีนและทั่วทั้งเอเชีย และยังได้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติ การจัดประชุม และการปฏิบัติภารกิจทางธุรกิจสำหรับบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ SMEs ให้มีโอกาสทางธุรกิจในประเทศจีนและในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งให้ข้อมูลผ่านการประชาสัมพันธ์ทางการค้า รายงานการวิจัย และช่องทางดิจิตอล รวมถึงการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่: www.hktdc.com/aboutus

          ติดตามได้บน Google+ Twitter @hktdc LinkedIn

Debtors Anonymous จุดประกายความหวังแก่ผู้เป็นหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นีดแฮม, แมสซาชูเซตส์–4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -สมาชิกทั่วโลกเตรียมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการก่อตั้งองค์กร

          คนส่วนใหญ่ประสบภาวะหนี้สินในช่วงต่างๆของชีวิต สำหรับหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ เช่น บ้าน หรือ รถ ค้ำประกันนั้น ได้กลายเป็นสิ่งเสพติดและสร้างความยากลำบากให้กับชีวิตของใครหลายคน ด้วยเหตุนี้เอง Debtors Anonymous (D.A.) จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อมอบความหวังให้แก่ผู้ที่ประสบปัญหาจากการก่อหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งสร้างความทุกข์ให้กับตนเองและผู้อื่น

          การเป็นหนี้สามารถทำลายชีวิตของบางคนให้ล่มจมได้ โดยหนี้นั้นเปรียบเสมือนแอลกฮอล์สำหรับคนติดสุรา เปรียบเสมือนอาหารสำหรับคนติดอาหาร และเปรียบเสมือนการพนันสำหรับนักพนัน

          โครงการของ D.A. ได้ช่วยเหลือผู้คนหลายพันคนให้ค้นพบแนวทางใหม่ในการใช้ชีวิต ด้วยการนำเสนอหนทางหลุดพ้นจากการติดหนี้ และมอบความหวังของการมีชีวิตที่มีสุขภาพดี มีความสุข และเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ตามหลักการ 12 ขั้นตอนของกลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม (Alcoholics Anonymous)

          ในเดือนเม.ย. เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ลูกหนี้จำนวนหนึ่งได้รวมตัวกันที่นครนิวยอร์ก เพื่อร่วมกันหาทางออกจากการเสพติดหนี้ที่สร้างแรงกดดันต่างๆให้กับพวกเขา และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สมาชิกของ D.A. ได้เติบโตขึ้นจนมีการจัดประชุมร่วมกันแล้วถึงราว 500 ครั้งทั่วโลก

          โดยในวันที่ 15 เม.ย. 2559 นี้ สมาชิกทั่วโลกจะร่วมเฉลิมฉลองการก่อตั้งและการเติบโตของสมาคม ซึ่งกิจกรรมเฉลิมฉลองจะมีตั้งแต่การประชุมกลุ่มเล็กและการประชุมทางโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ไปจนถึงการประชุมขนาดใหญ่สำหรับลูกหนี้จำนวนหลายร้อยคน

          เกี่ยวกับ Debtors Anonymous

          Debtors Anonymous คือองค์กรไม่แสวงผลกำไร ซึ่งเหล่าสมาชิกได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ เพื่อยุติการเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์กับสมาชิกรายใหม่ และเพื่อยื่นมือช่วยเหลือลูกหนี้คนอื่นๆ การเสพติดหนี้สามารถส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัวหรือเจ้าของธุรกิจได้เช่นกัน ซึ่งสำหรับบุคคลกลุ่มดังกล่าว การประชุม Business Debtors Anonymous จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะของพวกเขาได้

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ D.A. หรือค้นหาการประชุมในพื้นที่ของคุณได้ที่ www.debtorsanonymous.org หรือโทร. 1-781-453-2743

การประกวดออกแบบชุดประจำชาติจีน “Inheritance and Craftsmanship” เปิดฉากแล้ว ณ กรุงปักกิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง, จีน–4 เม.ย.–ซินหัวเอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เกือบทุกประเทศในโลกต่างก็มีเครื่องแต่งกายประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น กิโมโนของญี่ปุ่น ฮันบกของเกาหลีใต้ อ่าวหญ่ายของเวียดนาม และส่าหรีของอินเดีย เช่นเดียวกับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5 พันปี และอยู่ระหว่างการบูรณะอารยธรรม โดยชุดประจำชาติจีนถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของชาติได้เป็นอย่างดี

          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฟ้นหาผู้มีพรสวรรค์ด้านแฟชั่นที่สามารถออกแบบเสื้อผ้าที่ถ่ายทอดคุณลักษณะและจิตวิญญาณของชนชาติจีนในปัจจุบัน การประกวดออกแบบชุดประจำชาติจีน Inheritance and Craftsmanship จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และมีพิธีเปิดงาน ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา

          การประกวดแข่งขันดังกล่าวจะจัดขึ้นจนถึงเดือนตุลาคม และจะมีการเดินสายจัดแสดงผลงานที่โดดเด่นไปทั่วประเทศและต่างประเทศในเดือนพฤศจิกายน ภายใต้การนำของสภาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มแห่งชาติของจีน ร่วมกับสำนักข่าวซินหัว ซินหัวเน็ต และนิตยสารเท็กซ์ไทล์ แอพพาเรล วีคลี โดยการประกวดจะแบ่งออกเป็นประเภทดีไซเนอร์สมัครเล่นและมืออาชีพ เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมประกวดจากต่างประเทศ

          ที่ปรึกษาและอีคอมเมิร์ซ

          ดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงของจีนจะรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับการประกวด และจะร่วมมือกับหลากหลายแบรนด์ดังที่ให้การสนับสนุนผู้เข้าประกวด ผู้เข้ารอบสุดท้าย 24 คนจะนำเสนอผลงานการออกแบบของตนให้ที่ปรึกษาทั้ง 3 คนได้รับชมพร้อมให้คำแนะนำ ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 150,000 หยวน (23,100 ดอลลาร์) นอกจากนี้ ผลงานของผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 24 คนจะถูกนำไปจัดแสดงตามเมืองใหญ่ ได้แก่ ซูโจว เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฮ่องกง และปารีส ขณะเดียวกันผลงานดังกล่าวยังจะปรากฏบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเหล่าดีไซเนอร์ผู้ชนะการประกวดและแบรนด์ผู้สนับสนุนได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็น “แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่งใหม่สุดทันสมัยสำหรับเครื่องแต่งกายจีน” เพื่อผลักดันการผลิตและจำหน่ายในตลาด ตลอดจนเพื่อพัฒนาบทบาทของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าให้ดียิ่งขึ้น

          ส่งเสริมการเห็นคุณค่าด้านวัฒนธรรม

          ผ้าไหมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในการส่งเสริมนโยบาย “One Belt and One Road” การประกวดออกแบบครั้งนี้จะรวบรวมผลงานภายใต้แนวคิด “มรดกและหัตถศิลป์” หรือ “Inheritance and Craftsmanship” จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          “จีนมีบทบาทในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่เราควรผลักดันวัฒนธรรมด้านเสื้อผ้าและแฟชั่นของจีนไปก้าวต่อไป มรดกมีความหมายมากกว่าแค่การลอกเลียนแบบหรือการทำซ้ำ หากแต่เป็นการสร้างสรรค์ ผมเชื่อว่าเวทีประกวดนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจเสื้อผ้าในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับการปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทานของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน” คุณหลี่ ตังฉี ประธานสมาคมนักออกแบบแฟชั่นจีน กล่าว

          ข้อกำหนดและการสมัคร

          ผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้:

          1. แนวคิดการออกแบบ: “มรดกและหัตถศิลป์” (3-4 ชุด)

          2. ภาพร่างสี: กรุณาร่างภาพขนาด 27 ซม. x 40 ซม. ที่เสร็จสมบูรณ์ และใส่ชื่อผลงานไว้มุมบนซ้าย พร้อมแนบตัวอย่างเนื้อผ้าขนาด 4 ซม. x 4 ซม. ที่มุมขวาล่าง นอกจากนี้ ผู้เข้าประกวดจะต้องลงชื่อตนเองและชื่อผลงานบริเวณมุมขวาล่างทางด้านหลังของภาพ

          3. ภาพวาดโครงสร้าง: กรุณาเตรียมภาพวาดโครงสร้างหรือภาพวาดด้วยมือของเสื้อผ้าแต่ละชุด พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับหัวข้อและแนวคิด

          4. ใบสมัคร: กรุณาดาวน์โหลดและพิมพ์ใบสมัครจากเว็บไซต์ทางการของการประกวด (www.zhongguoguofu.com) เพื่อกรอกใบสมัคร พร้อมแนบรูปถ่าย

          5. การนำเสนอผลงาน:

          เหตุผลในการออกแบบ

          คำบรรยายเกี่ยวกับเนื้อผ้า

          คำอธิบายเกี่ยวกับเทคนิคการผลิต

          จุดเด่น (สอดคล้องกับหัวข้อการประกวดอย่างไร)

          6. สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ (หน้า-หลัง)

          โปรดอ่าน:

          ผู้เข้าประกวดจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และกระดาษ

          กรุณาส่งสำเนาอิเล็กทรอนิกส์มาที่ zggf@news.cn โดยระบุ “ชื่อนักออกแบบ + ชื่อผลงาน” ในหัวข้ออีเมล

          กรุณาส่งสำเนากระดาษมาตามที่อยู่ด้านล่าง:

          ที่อยู่: Room 1007, Zhidi Plaza, NO. 55 of Hongwu Road, Xuanwu District, Nanjing, Jiangsu Province, P.R.China

          รหัสไปรษณีย์: 210005

          ติดต่อเจ้าหน้าที่: Mrs. Lv +86 139 1448 8485, Mr. Zhang +86 150 7782 1366

          ติดต่อผ่านทาง QQ: 3109519599

          หมดเขต: วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 นับจากวันที่ประทับตราไปรษณีย์

          กรุณาจ่าหน้าพัสดุว่า “การประกวด” เพื่อที่จะไม่ต้องชำระค่าไปรษณีย์

          หากผู้สมัครมีข้อสอบถาม กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการประกวดผ่านทาง QQ

          แหล่งข่าว: Inheritance and Craftsmanship-TCC Design Award Committee

 

The Opening Ceremony of Inheritance and Craftsmanship – the First Traditional Chinese Clothing Design Award Kicks off in Beijing

          รูปภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์:

          http://asianetnews.net/view-attachment?attach-id=268508

ทุ่งดอกคาโนล่าแบบขั้นบันไดในเจียงหลิง, อู้หยวน “ทะเลดอกไม้” หนึ่งในไม่กี่แห่งของจีนที่รอให้นักท่องเที่ยวมาเยือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อู้หยวน, จีน4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ทุ่งดอกคาโนล่าแบบขั้นบันไดในเจียงหลิง อำเภออู้หยวน ประเทศจีน ได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 4ทะเลดอกไม้ของจีน สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งนี้กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติ ซึ่งเดินทางมาชื่นชมความงามและเก็บภาพทุ่งดอกคาโนล่าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

 

รูปภาพ- http://photos.prnasia.com/prnvar/20160402/0861602906

ทุ่งดอกคาโนล่าแบบขั้นบันไดในเจียงหลิง, อู้หยวน ได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 4ทะเลดอกไม้” ของจีน

“ดอกคาโนล่าคือผู้ส่งสัญญาณแห่งฤดูใบไม้ผลิ” ผิน ซาน ผู้จัดการแบรนด์ของ Jiangxi Wuyuan Tourism Co., Ltd. กล่าว “เจียงหลิงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการผ่อนคลายในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยการชื่นชมทิวทัศน์ของทะเลดอกคาโนล่าสีทองบานสะพรั่งไปทั่วทุ่งนาแบบขั้นบันไดที่ทอดตัวเป็นชั้นๆอย่างงดงามไร้ที่ติ” 

เจียงหลิงอยู่ห่างจากอำเภออู้หยวน มณฑลเจียงซี ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 45 กิโลเมตร สำหรับปีนี้ ทุ่งดอกคาโนล่าที่นี่บานสะพรั่งเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม ทางอู้หยวนมีคู่มือท่องเที่ยวที่แนะนำเส้นทางชมความงามของทุ่งดอกคาโนล่าหลายเส้นทาง รวมถึงข้อมูลอื่นๆ เช่น การเดินทางและที่พักในอู้หยวน เป็นต้น

ในปีนี้ อู้หยวนได้ฟื้นฟูประเพณีการทำนาแบบโบราณ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีของท้องถิ่น โดยมีการตั้งหุ่นไล่กาไว้ในทุ่งดอกคาโนล่าเพื่อสร้างความสนุกสนานและการมีปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว หุ่นไล่กาเหล่านี้บ้างก็ออกแบบตามตัวการ์ตูนยอดนิยม บ้างก็ตามแบบสถาปัตยกรรมฮุยโจว บ้างก็เป็นแบบพื้นเมือง

ทั้งนี้ เดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมความงามของทุ่งดอกคาโนล่าในอู้หยวน

“การชมดอกไม้ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมาเยี่ยมชมทุ่งดอกคาโนล่าในเจียงหลิงจึงมีมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาช่างภาพมืออาชีพที่กลับมาทุกปี” คุณซานกล่าว “ทัศนียภาพอันแสนวิจิตรนี้จะมีให้ชมเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น และเดือนเมษายนก็เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ชมความงามของทุ่งดอกคาโนล่าในปีนี้”

เกี่ยวกับอู้หยวน

อำเภออู้หยวน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเจียงซี มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน และมีสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจวโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อู้หยวนเป็นเขตชนบทที่สวยงามที่สุดของประเทศจีน ในทุกๆปีจึงมีช่างภาพจากทั่วโลกมาบันทึกภาพธรรมชาติอันงดงาม พร้อมทั้งสัมผัสประเพณีการทำนาแบบดั้งเดิมและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย

กรุงเวียนนา มหานครแห่งการประชุมระดับโลกทำสถิติอีกครั้งในปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เวียนนา–4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อุตสาหกรรมการประชุมของกรุงเวียนนา รองรับการจัดงานและการพักค้างคืนได้มากกว่าที่เคยมีมาในปี 2558 เงินสะพัดกว่าพันล้านยูโรเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์

 Vienna Tourist Board 1 / 2015 another record year for Vienna: More meetings, more overnights, more value-added (PRNewsFoto/Vienna Tourist Board)

2015 another record year for Vienna: More meetings, more overnights, more value-added (PRNewsFoto/Vienna Tourist Board)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160331/350052 )

Vienna Tourist Board 2 / 2015 another record year for Vienna: More meetings, more overnights, more value-added (PRNewsFoto/Vienna Tourist Board)

2015 another record year for Vienna: More meetings, more overnights, more value-added (PRNewsFoto/Vienna Tourist Board)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160331/350053 )

ดัชนีชี้วัดหลักๆทุกดัชนีชี้ว่า เมื่อปีที่แล้วกรุงเวียนนาเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมที่ได้รับความนิยมมากกว่าปีไหนๆนายนอร์เบิร์ธ เคทท์เนอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวเวียนนา รายงาน  ทั้งนี้ มีการจัดการประชุมใหญ่, การประชุมระดับองค์กร และกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทในกรุงเวียนนาทั้งสิ้น 3,685 ครั้งในปี 2558 ในขณะที่ปริมาณของผู้ที่พักค้างคืนอยู่ที่ 1.7 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 13% “อุตสาหกรรมการประชุมของกรุงเวียนนาส่งผลให้รายได้ด้านภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศออสเตรียพุ่งขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปี 2557 แตะที่ 1.04 พันล้านยูโร นับเป็นการทำลายสถิติทะลุระดับพันล้านยูโรเป็นครั้งแรกนายเคทท์เนอร์กล่าว ทั้งนี้ 81% ของภาษีมูลค่าเพิ่มได้มาจากการจัดประชุมจากต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ที่เดินทางมาประชุมทั้งหมด และ 76% ของการพักค้างคืนในปี 2558  การประชุมใหญ่, การประชุมระดับองค์กร และกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท ที่จัดขึ้น ณ กรุงเวียนนา การช่วยสร้างงานในประเทศออสเตรียได้กว่า 19,000 ตำแหน่งตลอดทั้งปี โดยในปี 2558 มีผู้พักค้างในกรุงเวียนนาทั้งสิ้น 14.3 ล้านราย ซึ่ง 12% เป็นผู้ที่เดินทางมาเนื่องด้วยการประชุมเป็นหลัก

นับเป็นเวลาหลายปีแล้วที่สมาคมส่งเสริมการประชุมระหว่างประเทศ (International Congress and Convention Association-ICCA) จัดอันดับให้กรุงเวียนนาติด 1 ใน 3 มหานครแห่งการประชุมโลก “กรุงเวียนนามีความได้เปรียบในการเป็นศูนย์กลางของทวีปยุโรปที่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังมีสถาบันทางวิทยาศาสตร์และสาธารณะต่างๆ ไว้ให้บริการมากมาย มีที่พักให้เลือกหลากหลายแบบ รวมถึงสถานที่จัดงานระดับเยี่ยมไว้รองรับ” เคทท์เนอร์ กล่าว “ผู้ที่เดินทางมาประชุมในกรุงเวียนนามีอัตราค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อวันที่ 534 ยูโร และเกือบครึ่งวางแผนที่กลับมาท่องเที่ยวเองด้วย” กรุงเวียนนาสามารถบินตรงจาก180 จุดหมายปลายทางทั่วโลก ปัจจุบันมีโรงแรมไว้รองรับได้ถึง 65,000 เตียง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.vienna.convention.at

อ้างอิง: รับชมภาพจาก AP Images ได้ที่ http://www.apimages.com

ข้อมูลเพิ่มเติม:

สำนักงานการท่องเที่ยวเวียนนา

Isabella Rauter

โทร: +43/1/211 14-301

อีเมล: media.rel@vienna.info

แหล่งข่าว: สำนักงานการท่องเที่ยวเวียนนา

ค้นพบการผจญภัยสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยรถไฟโดยสารผ่านอุโมงค์ยาวที่สุดในโลก ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูริค–4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

อุโมงค์กอตทาร์ด ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่มีความยาวที่สุดในโลก จะเปิดให้สัญจรในวันที่ 11 ธ.ค. 2559 โดยก่อนหน้าที่จะเปิดทำการ อุโมงค์ที่ผ่านการก่อสร้างจนถึงขั้นสามารถทำลายสถิติ จะเปิดให้เข้าถึงพื้นที่ได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทว่าเป็นช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น เพราะนับตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2559 ผู้โดยสารจะสามารถลงไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสร้างครั้งเดียวในรอบศตวรรษด้วยการทัวร์อุโมงค์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งอยู่ลึกลงไปในเทือกเขา โดยที่ก็อตตาร์ดิโนรถไฟสายพิเศษจะให้บริการจนถึงวันที่ 27 พ.ย. 2559 เท่านั้น และตั๋วโดยสารก็มีจำนวนจำกัด

Gotthard Base Tunnel Tracks / The tracks of the Gotthard base tunnel point to the future of the trans-Alpine railway. (PRNewsFoto/Swiss Travel System AG)

The tracks of the Gotthard base tunnel point to the future of the trans-Alpine railway. (PRNewsFoto/Swiss Travel System AG)
(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160323/347230 )

 North Portal Erstfeld / North portal at Erstfeld: Commissioning of the Gotthard Base Tunnel (Credit: Maurus Huwyler) (PRNewsFoto/Swiss Travel System AG)

North portal at Erstfeld: Commissioning of the Gotthard Base Tunnel (Credit: Maurus Huwyler) (PRNewsFoto/Swiss Travel System AG)

(รูปภาพ:  http://photos.prnewswire.com/prnh/20160323/347231 )

ขณะนี้อุโมงค์กอตทาร์ดอยู่ในระหว่างการทดลองใช้งาน โดยการส่งมอบอุโมงค์รถไฟที่มีความยาวที่สุดในโลกซึ่งมีบริษัท Alp Transit Gotthard AG เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss Federal Railways  – SBB) ที่จะเข้ามาดำเนินงานในอนาคตนี้ จะมีขึ้นในอีก2 เดือนข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิ.ย. 2559 หลังจากที่ได้ดำเนินการก่อสร้างมานานถึง 17 ปี

สัมผัสอุโมงค์รถไฟที่อยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งนี้ SBB เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสพื้นที่ภายในของการก่อสร้างชนิดที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษ ก่อนที่อุโมงค์กอตทาร์ดจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ธ.ค. นี้ โดยตั้งแต่วันที่ 2- 27 พ.ย. 2559 “ก็อตตาร์ดิโนรถไฟสายพิเศษจะบรรทุกผู้โดยสารดำดิ่งสู่เส้นทางที่ลึกที่สุดของเทือกเขาแอลป์ในสวิตเวอร์แลนด์ โดยจะหยุดพัก ณ สถานีเซดรุน ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน 800 เมตร โดยผู้โดยสารจะได้ชมระบบอุโมงค์ยักษ์อย่างเต็มตา

อนึ่ง ขณะที่รถไฟกำลังแล่นผ่านอุโมงค์กอตทาร์ดด้วยความเร็วสูงจะไม่สามารถหยุดกลางคันในอุโมงค์ดังกล่าวได้ ทว่าเป็นเพราะเส้นทางเชื่อมต่อภาคเหนือและใต้เส้นทางใหม่นี้เองที่ทำให้ภูมิภาคต่างๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งที่อยู่ทั้ง 2 ฟากฝั่งของอุโมงค์กอตทาร์ดได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งปลายปีนี้ผู้โดยสารจะข้ามเทือกเขาแอลป์ผ่านอุโมงค์ใหม่โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที นับเป็นการเดินทางสู่จุดหมายอย่างรวดเร็วกว่าที่เคย

ข้อมูลเกี่ยวกับการเช่าพื้นที่ร้านค้าของ Swiss Travel System http://www.SwissTravelSystem.com/verkaufsstellen.

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุโมงค์กอตทาร์ด และการก่อสร้างแบบชนิดครั้งเดียวในรอบศตวรรษ http://www.SwissTravelSystem.com/gotthardหรือแจ้งไปยังอีเมล media@swisstravelsystem.com

ข้อมูลอ้างอิง: ภาพจาก AP Images (http://www.apimages.com) –

ติดต่อ: Tabea Mandour, โทร: +41(0)44-225-80-40

แหล่งข่าว: Swiss Travel System AG

ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จับมือสนามบินต่าง ๆ ในมาเลเซีย เสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษแก่นักช็อป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–4 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ยูเนี่ยนเพย์ บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลกเปิดตัวโปรโมชั่นของกำนัลที่มาพร้อมกับการซื้อสินค้าที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และลังกาวี

          ผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์จะมีโอกาสครอบครองของขวัญทำมือสุดประณีตอันเป็นมรดกตกทอดของมาเลเซียเมื่อซื้อสินค้าที่สนามบิน 4 แห่งของมาเลเซียนับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2559 โดยผู้ถือบัตรที่มีหมายเลขบัตรเริ่มต้นด้วยเลข “62” สามารถรอรับผลิตภัณฑ์เครื่องโลหะจากรอยัล เซลังงอร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีการใช้จ่ายมูลค่าสูงกว่า 500 ริงกิตขึ้นไป

 

บรรยายภาพ – นายเอนซิค โมฮัมหมัด นาซลี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสของ MAHB และนายเหวินฮุ่ย หยาง ผู้จัดการทั่วไปของยูเนี่ยนเพย์เอเชียแปซิฟิค ร่วมกันเปิดตัวโปรโมชั่นใหม่ในสนามบินมาเลเซีย

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160331/8521602101

          ในขณะที่ผู้ซื้อสินค้าในสนามบินนานาชาติปีนังและสนามบินนานาชาติลังกาวีที่มีการใช้จ่ายขั้นต่ำเพียง 500 ริงกิตเท่านั้น ก็จะได้ของกำนัลเป็นตะเกียบโลหะจากแบรนด์ดังด้านเครื่องโลหะของมาเลเซียอย่าง รอยัล เซลังงอร์ ส่วนผู้ซื้อสินค้าที่สนามบิน KLIA และ KLIA2 จะได้รับของกำนัลเป็นที่ใส่นามบัตรแบรนด์รอยัล เซลังงอร์ เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่ 1,500 ริงกิตขึ้นไป

          วิธีการรับของกำนัล คือ ลูกค้าสามารถรวบรวมใบเสร็จได้สูงสุด 3 ใบต่อการซื้อสินค้าวันเดียวกันเพื่อนำมาแลกของกำนัลตามสนามบินที่ได้ระบุ ซึ่งโปรโมชั่นของขวัญของกำนัลดังกล่าว จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2559 ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2559

          มร.เหวินฮุ่ย หยาง ผู้จัดการทั่วไปของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนลประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับ MAHBจัดโปรโมชั่นระยะเวลา 3 เดือนที่สนามบิน KLIA2 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมียอดผลประกอบการแบบเทียบรายปีสูงขึ้นถึง 1 เท่า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงมีความยินดีที่จะทำให้โปรโมชั่นครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นและดีขึ้น โดยจะมีการขยายโปรโมชั่นนี้ที่สนามบิน KLIA สนามบินนานาชาติปีนัง และสนามบินนานาชาติลังกาวีอีกด้วย”

          “แคมเปญของปีนี้เปิดตัวขึ้น ในขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนมาเลเซียมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้เดินทางที่สนามบินทั้งสี่แห่งดังกล่าวในปี 2558 อยู่ที่ 57 ล้านราย” มร.หยาง กล่าว

          มร.หยางได้อธิบายถึงสาเหตุที่ยูเนี่ยนเพย์เลือกสินค้าจากรอยัล เซลังงอร์มาเป็นของกำนัลว่า “รอยัล เซลังงอร์เป็นผู้ผลิตเครื่องโลหะที่มีคุณภาพดีเยี่ยมของมาเลเซียและเป็นแบรนด์ชื่อดังระดับโลก แบรนด์ดังกล่าวอยู่ในระดับเดียวกับแบรนด์หรูของต่างประเทศและยังคงเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในด้านฝีมือ ผู้ที่เดินทางมาเยือนและชาวมาเลเซียจะรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้รับของกำนัลดังกล่าว เราชาวยูเนี่ยนเพย์มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ที่เราได้เข้าไปให้บริการ” มร.หยางกล่าว

          นอกจากนี้ มร.หยางมีความเชื่อมั่นว่า ยูเนี่ยนเพย์และการท่องเที่ยวของมาเลเซียยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันด้วย “เอเชียแปซิฟิคเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งมีความสามารถในการพัฒนายิ่งขึ้น สิ่งที่เติบโตควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวของมาเลเซียคือจำนวนนักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์ในการชำระเงิน อัตราการรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ของตู้เอทีเอ็มในประเทศอยู่ที่ 90% และคาดว่า อัตราการรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ของร้านค้าต่าง ๆ จะเพิ่มสูงขึ้นภายในปีนี้ด้วยเช่นกัน”

          อัตราการรองรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ในมาเลเซียที่แข็งแกร่งขึ้นได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการร่วมเป็นพันธมิตรกัน นับเป็นการส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนามบินให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

          เกี่ยวกับยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

          ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล(UPI) มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจของยูเนี่ยนเพย์ทั่วโลก ด้วยการเป็นพันธมิตรร่วมกับสถาบัน 1,000 แห่งทั่วโลก บัตรของยูเนี่ยนเพย์ได้รับการรองรับแล้วในกว่า 157 ประเทศและภูมิภาคนอกประเทศจีนโดยมีการให้บริการเปิดบัตรใน 40 ประเทศและภูมิภาคซึ่งได้ทำการเปิดบัตรไปแล้วกว่า 5 พันล้านใบทั่วโลก ยูเนี่ยนเพย์ได้ให้บริการชำระเงินข้ามเขตแดนที่มีคุณภาพสูง มีราคาย่อมเยา และมีความปลอดภัยสูง ในฐานะที่มีฐานสมาชิกบัตรที่มากที่สุดในโลก ยูเนี่ยนเพย์ได้สร้างความเชื่อมั่นในการมอบความสะดวกในทุกจุดบริการเพื่อตอบสนองตัวเลขของผู้ถือบัตรยูเนี่ยนเพย์และร้านค้าต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

          ในอาเซียน ยูเนี่ยนเพย์ได้ให้บริการตู้เอทีเอ็ม การรองรับ POS และเพิ่มบริการออกบัตรในทุกประเทศทั้ง 10 ประเทศ ยูเนี่ยนเพย์ได้เริ่มทำธุรกิจในมาเลเซียตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งตู้เอทีเอ็มกว่า 90% และร้านค้าในประเทศอีกเกือบ 60% สามารถรองรับบัตรจากยูเนี่ยนเพย์ได้

          เกี่ยวกับ มาเลเซีย แอร์พอร์ตส์

          มาเลเซีย แอร์พอร์ตส์ เป็นผู้จัดการและดูแลสนามบินทั้งหมด 39 แห่งในมาเลเซีย และดูแลสนามบินนานาชาติ 1 แห่งในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสนามบิน 39 แห่งในมาเลเซียประกอบด้วยสนามบินนานาชาติ 5 แห่ง สนามบินในประเทศ 16 แห่ง และสนามบินทางวิ่งสั้น (STOL Ports) อีก 18 แห่ง นอกจากนี้ยังให้บริการการจัดการสนามบินและให้บริการด้านเทคนิคเพื่อการพัฒนา ดำเนินงาน ซ่อมบำรุง และการจัดการสนามบินนานาชาติในต่างประเทศ ในวันที่ 30 พ.ย. 2542 บริษัทมาเลเซีย แอร์พอร์ตส์ ถือเป็นบริษัทสนามบินแห่งแรกในเอเชียที่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น

          สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ซึ่งเป็นสนามบินเรือธงของมาเลเซียได้รับการโหวตให้เป็นสนามบินขนาดใหญ่แห่งปี ณ งานประกาศรางวัลCAPA Awards เพื่อความเป็นเลิศด้านการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคประจำปี 2557 นอกจากนี้ ยังได้รับการโหวตให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดเป็นครั้งที่ 3 ณ งานประกาศรางวัล AETRA ประจำปี 2548  (มีผู้โดยสาร 15-25 ล้านรายต่อปี) และได้รับรางวัล ACI-ASQ ประจำปี 2549 และรางวัล ACI-ASQ ประจำปี 2550 อีกด้วย ในขณะเดียวกันสนามบินสำหรับเที่ยวบินราคาประหยัด (LCCT-KLIA) ก็ได้รับรางวัล CAPA สาขาสนามบินชั้นประหยัดแห่งปี ที่งานประกาศรางวัล CAPAเพื่อความเป็นเลิศด้านการบินประจำปี 2549 บริษัท มาเลเซีย แอร์พอร์ต ได้รับรางวัลมากมายที่สะท้อนถึงการยอมรับในการให้บริการ การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ความรับผิดชอบของบริษัท และความเป็นเลิศขององค์กร

          KLIA ได้พยายามก้าวกระโดดขึ้นเป็นศูนย์กลางระดัยโลกด้วยการเปิดตัวแนวคิด Next Generation Hub ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่มีเป้าหมายในการสร้างจุดยืนให้สนามบิน KLIA เป็นสนามบินศูนย์รวมที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน ส่วนสนามบิน KLIA2 นั้น มีจุดมุ่งหมายในการให้บริการสายการบินชั้นประหยัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเริ่มให้บิรการตั้งแต่เดือนพ.ค. 2557

          MAHB ได้รับการบันทึกชื่อไว้ในกระดานหลักของตลาดหุ้นมาเลเซีย (“Bursa Malaysia”)

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MAHB ได้ที่ http://www.malaysiaairports.com.my/