ร้านดิวตี้ฟรีแบบที่เปิดในสนามบินเปิดให้บริการที่ห้างมิตซูโกชิ กินซ่า แล้วตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–27 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น–เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ในวันนี้ (27 มกราคม 2559) เจแปน ดิวตี้ ฟรี ฟา-โซ-ลา อิเซตัน มิตซูโกชิ (Japan Duty Free Fa-So-La Isetan Mitsukoshi Co., Ltd.) ได้เปิดตัว “ร้านค้าปลอดภาษีญี่ปุ่น ย่านกินซ่า” (Japan Duty Free GINZA) ซึ่งเป็นร้านค้าปลอดภาษีแบบในสนามบินแห่งแรกของญี่ปุ่น (นอกเมืองโอกินาวา) บนพื้นที่ชั้น 8 ของห้างสรรพสินค้า มิตซูโกชิ กินซ่า (Mitsukoshi Ginza Store) ร้านค้าปลอดภาษีแบบในสนามบินใจในเมือง ที่ยกเว้นภาษีศุลกากร รวมถึงภาษีสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ มิได้เปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางขาเข้าประเทศเท่านั้น แต่ยังให้บริการรวมถึงผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินก็สามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการช็อปปิ้งก่อนออกเดินทางได้เช่นกัน

          พื้นที่สินค้าภายในร้าน แบ่งออกเป็น 6 โซน 

          “ร้านสินค้าปลอดภาษีญี่ปุ่น ย่านกินซ่า” แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซน ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ ดังนี้:

          -โซนบูติค (สินค้าหรูหรา)

           ร้านบูติค 9 ร้าน

           *Boucheron: แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติฝรั่งเศสแบรนด์แรกของโลกที่อยู่ในร้านค้าปลอดภาษี

           *Valentino และ Saint Laurent: แบรนด์ห้องเสื้อระดับโลก 2 แบรนด์แรกที่อยู่ในร้านค้าปลอดภาษีในญี่ปุ่น

          -โซนเครื่องสำอางและน้ำหอม

           ร้านเครื่องสำอางและน้ำหอม 18 ร้าน

           *Albion: แบรนด์เครื่องสำอางญี่ปุ่นแบรนด์แรกที่อยู่ในร้านค้าปลอดภาษีญี่ปุ่น

          -โซนนาฬิกา (เปิดวันที่ 9 มี.ค. 2559)

           ร้านนาฬิกา 7 ร้าน

           *Vacheron Constantin และ Roger Dubuis: แบรนด์นาฬิกาข้อมือสุดหรู 2 แบรนด์แรกในร้านค้าปลอดภาษีในญี่ปุ่น

          -โซนเครื่องดื่มแอลกอฮอล

           Scotch, คอนญัก, วิสกี้ผลิตในประเทศ, ไวน์, สาเก และอีกมากมาย

          -โซนบุหรี่

           JT, PM, BAT

          -โซน 800 ความงามแบบญี่ปุ่น

           รวบรวมหลากหลายเทคนิคของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นได้นำมาจัดแสดงในทั้ง 4 โซนดังนี้: โตเกียว เตชิโกโตะ (TOKYO Teshigoto) มีผลงานที่ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม งานฝีมือโบราณ และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

          ภาพรวมร้านค้า

          – ชื่อ: ร้านค้าปลอดภาษีญี่ปุ่น ย่านกินซ่า

          – สถานที่: ห้างสรรพสินค้ามิตซูโกชิ กินซ่า, ชั้น 8 ทั้งชั้น

          พื้นที่ขายทั้งหมด: ประมาณ 3,300 ตารางเมตร

          – ประเภทร้านค้า: ร้านค้าปลอดภาษี (ร้านค้าแบบ bonded shop)

          – เวลาเปิดทำการ: 10.30-20.00 น.

          – เว็บไซต์: http://www.japandutyfree-ginza.jp/?lang=en (เปิดให้ใช้บริการวันที่ 26 ม.ค. 2559)

          แหล่งข่าว: Japan Duty Free Fa-So-La Isetan Mitsukoshi Co., Ltd.

JMA เตรียมจัดงาน “Thailand-Japan Process Engineering Forum & Business-Matching Event” ในวันที่ 24 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว–27 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น/อินโฟเควสท์

          สมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Management Association: JMA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะร่วมกันจัดงาน “Thailand-Japan Process Engineering Forum & Business-Matching Event” ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ

 

          (รูปภาพ: http://prw.kyodonews.jp/opn/release/201601277364/)

          การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเทคโนโลยีวิศวกรรมเคมีและกระบวนการผลิตอื่นๆ ระหว่างสองประเทศ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีเคมีและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

          โดยในการประชุมที่กำลังจะมาถึงนี้ ผู้บรรยายที่มีชื่อเสียงจากภาคธุรกิจและวิชาการของสองประเทศจะร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุด นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่น 10 แห่งซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย จะทำการประกาศทางเทคนิคต่างๆ อีกทั้งจะมีการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและเทคโนโลยีกับบริษัทของไทย การประชุมดังกล่าวจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 150 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมประชุม

          JMA จะเปิดให้สำรองที่นั่งสำหรับเข้าร่วมการประชุมและการจับคู่ธุรกิจ ที่เว็บไซต์ของสมาคมฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมเป็นต้นไป โดยขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมประชุมจากอุตสาหกรรมกระบวนการผลิต เช่น เคมี เภสัชกรรม และอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง

          บริษัทญี่ปุ่นที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมหรือมีแผนที่จะเข้าร่วมประชุม กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ของเรา (http://www.jma.or.jp/asia/process/en/)

          ข้อมูลสังเขปของงาน

          วันที่/เวลา: 9:30-17:00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559

          สถานที่: หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชั้น 2)

          ผู้จัดงาน: สมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น (JMA)

          ผู้ร่วมจัดงาน: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          ผู้อุปถัมภ์: กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย สมาคมวิศวกรเคมีญี่ปุ่น หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

          ผู้สนับสนุน: กลุ่มบริษัท ปตท. บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ กลุ่มบริษัทอูเบะ (ประเทศไทย)

          เกี่ยวกับสมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น (JMA)

          http://www.jma.or.jp.e.is.hp.transer.com/index.php

          JMA เป็นองค์กรสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2485 เพื่อวางแผนการบริหารจัดการองค์กรและอุตสาหกรรมให้แก่บริษัทญี่ปุ่น เพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการผลิตของบริษัท JMA เป็นผู้จัดงาน “Inchem Tokyo” นิทรรศการวิศวกรรมกระบวนการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (http://www.jma.or.jp/inchem/en/) ซึ่งจัดขึ้นในกรุงโตเกียวทุก 2 ปี มาเป็นระยะเวลากว่า 60 ปีแล้ว

          ที่มา: สมาคมการบริการจัดการแห่งประเทศญี่ปุ่น

UL เปิดตัว HazLoc แอปบนอุปกรณ์พกพาที่เชี่ยวชาญด้านเทคนิคพร้อมแจ้งข้อมูลตำแหน่งที่เป็นอันตรายทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์ทบรูค, อิลลินอยส์–29 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– HazLoc แอปพลิเคชั่นใหม่สำหรับอุปกรณ์พกพา ซึ่งบอกข้อมูลตำแหน่งที่เป็นอันตรายทั่วโลก (สภาพบรรยากาศที่สามารถจุดติดระเบิดได้) ที่สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านห่วงโซ่อุปทาน

UL ซึ่งเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ด้านความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก เปิดตัวแอปแจ้งตำแหน่งที่เป็นอันตรายทั่วโลกบนอุปกรณ์พกพา เพื่อมอบความสะดวกในการทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับตำแหน่งที่เป็นอันตราย (สภาพบรรยากาศที่สามารถจุดติดระเบิดได้) สำหรับผู้ถือผลประโยชน์ในอุตสาหกรรม แอปนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อเหล่าดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับกฎระเบียบ (AHJs) และผู้ใช้ทั่วไปในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ เคมี การเกษตร เภสัชภัณฑ์ งานนอกชายฝั่ง และอุตสาหกรรมเหมืองแร่

 UL HazLoc app Logo / UL's new HazLoc app provides technical expertise for hazardous locations (explosive atmospheres) supply chain compliance. Free app is now available for iOS and Android. (PRNewsFoto/UL)

UL’s new HazLoc app provides technical expertise for hazardous locations (explosive atmospheres) supply chain compliance. Free app is now available for iOS and Android. (PRNewsFoto/UL)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326046LOGO

 UL Enterprise Logo / UL Logo (PRNewsFoto/UL)

UL Logo (PRNewsFoto/UL)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140721/129100

การเดินทางผ่านสภาพภูมิศาสตร์ที่ซับซ้อนในจุดที่เป็นอันตรายทั่วโลกถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม” เจฟ สมิดท์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายเทคโนโลยีพลังงานและไฟฟ้าของ UL กล่าว “แอปบนอุปกรณ์พกพาใหม่นี้นำเสนอข้อมูลสำหรับการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การตรวจสอบ และข้อมูลความสอดคล้องกับกฎระเบียบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อเพียงแห่งเดียว ด้วยการมอบความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของ HazLoc ถึงมือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แอป HazLoc ของ UL ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก iTunes และ Google Play ประกอบไปด้วยแอททริบิวดังต่อไปนี้:

ประเภทของสภาพบรรยากาศที่จุดติดระเบิดได้

แนวโน้มที่จะเกิดสภาพบรรยากาศที่จุดติดระเบิดได้

คุณสมบัติด้านการจุดติดระเบิดของสภาพบรรยากาศที่จุดติดระเบิดได้

การแบ่งประเภทอุณหภูมิบนพื้นฐานอุณหภูมิสูงสุดที่พื้นผิว

วิธีป้องกันการจุดติดระเบิดจากความเสี่ยงจากจุดติดไฟจากไฟฟ้าและการจุดติดไฟที่ไม่ใช้ไฟฟ้า

การทำเครื่องหมายทั้งตามที่กำหนดโดยมาตรฐานและตามกฎระเบียบของประเทศหรือภูมิภาคนั้นๆ

มาตรฐานของประเทศ ภูมิภาค และระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ “Find Your Standard(TM)” บนพื้นฐานการคัดเลือกจากจุดข้อมูลที่เรียบง่าย 5 จุด

การป้องกันฝุ่น (Ingress Protection: IP) และการจัดอันดับประเภทสำหรับกล่องป้องกันอุปกรณ์

ทางเลือกในการติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและการสอบถาม

ดาวน์โหลดแอป HazLoc ของ UL ได้ฟรีโดยใช้:

iTunes(R): http://bit.ly/HazLociTunesApp

Google Play(TM): http://bit.ly/HazLocAndroidApp

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอป HazLoc: http://bit.ly/HazLocApp หรือสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ UL เกี่ยวกับจุดที่เป็นอันตรายหรือน้ำมันและก๊าซ: ul.com/hazloc

โลโก้แอปเปิลและ iTunes เป็นเครื่องหมายการค้าของแอปเปิล อิงค์

Android, Google Play และโลโก้ Google Play เป็นเครื่องหมายการค้าของกูเกิล อิงค์

เกี่ยวกับ UL

ยูแอล เป็นบริษัทด้านวิทยาศาสตร์ความปลอดภัยอิสระชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 120 ปี ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 10,000 คนปฏิบัติตามภารกิจของยูแอลในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานและการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับทุกๆคน ยูแอลใช้การวิจัยและมาตรฐานต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราเป็นพันธมิตรกับบรรดาธุรกิจ ผู้ผลิต สมาคมการค้า และหน่วยกำกับดูแลระดับนานาชาติ เพื่อนำโซลูชั่นต่างๆ เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรอง การทดสอบ การตรวจสอบ การให้คำปรึกษา และบริการด้านการศึกษาของเรา สามารถรับชมได้ที่ http://www.UL.com

ติดต่อ:

Dagmar Ebaugh

Global Public Relations & Social Media Manager

UL Commercial & Industrial

สำนักงาน: +1-678-872-0320

มือถือ: +1-404-216-4354

อีเมล: dagmar.ebaugh@ul.com

Precision Global คว้ารางวัลจากสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย ประจำปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ไรย์บรูค, นิวยอร์ก–29 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

P5 Pump คว้ารางวัลด้านนวัตกรรม และขั้นตอนการผลิต

 Precision Global Aerosol Valves

บริษัท Precision Global ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ประเภทวาล์ว, หัวขับวาล์ว และหัวจ่ายแบบต่างๆ เพื่อรองรับตลาดรายย่อย เปิดเผยว่า P5 Pumpสำหรับขวดพลาสติกของบริษัทคว้ารางวัลด้านนวัตกรรม และขั้นตอนการผลิตจากสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย  (Thai Aerosol Association)

งานประกาศรางวัลของสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย ประจำปี 2558 จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค สำหรับผู้ชนะรางวัลในปีนี้ ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากอุตสาหกรรมสเปรย์ท้องถิ่น ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลรายอื่นๆ ได้แก่ พร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และ ยูนิลีเวอร์

นายแอนดรูว์ ซิมส์ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Precision Global ประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีรับมอบรางวัลว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์สเปรย์ไทย และเพื่อนร่วมวงการเดียวกัน  Precision Global ภูมิใจที่ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์หัวจ่ายแบบต่างๆ ที่ขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมไปสู่มือผู้บริโภค เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานสูงสุดตามแบบฉบับความเป็นเลิศของผลงานที่เคยรังสรรค์ไว้

เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 Precision Global ก็ได้รับรางวัล Quality Excellence Supplier ประจำปี 2558 จาก SC Johnson ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่อง Precision Globalในฐานะที่ให้บริการด้านการสื่อสาร และสนับสนุนธุรกิจและเทคโนโลยีขั้นสูงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ Precision Global ได้รับการยอมรับในแง่ขององค์กรที่มีเป้าหมายชัดเจน รวมถึงมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการพัฒนาระบบคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกซึ่งช่วยขับเคลื่อนความเป็นเลิศของทั้งผู้จัดจำหน่ายและลูกค้า Precision Global เป็นบริษัทร่วมทุนของ Peak Rock Capital บริษัทจัดการกองทุนรวม ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส

 

เกี่ยวกับ Precision Global

Precision Global เป็นผู้ผลิตวาล์วสเปรย์ที่ทันสมัย และเป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกในผลิตภัณฑ์ประเภทวาล์ว, หัวขับวาล์ว และหัวจ่ายแบบต่างๆ เพื่อรองรับตลาดต่างๆ รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว, ของใช้ในครัวเรือน, อาหารและเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรม และยา Precision Global ก่อตั้งเมื่อ พ.. 2492 โดยมีสาขาหลักอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก และมีเครือข่ายกระจายอยู่ใน 16 ประเทศ 6 ทวีป สามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Precision Global ได้ที่ precisionglobal.com.

 

เกี่ยวกับ Peak Rock Capital

Peak Rock Capital เป็นบริษัทชั้นนำด้านจัดการกองทุนรวมตลาดระดับกลางที่ให้บริการด้านการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้แก่บริษัทต่างๆในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยมุ่งเน้นไปที่การลงทุนที่สร้างโอกาสในการสนับสนุนผู้บริหารระดับสูงเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างรวดเร็วและการปรับปรุงผลกำไรผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน หลักการของ Peak Rock คือความเชี่ยวชาญในสถานการณ์ที่ซับซ้อน และการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ผ่านความสามารถในการจัดหาตัวเลือกด้านทุนทรัพย์ที่เหมาะสม และการธุรกรรมแบบทันใจ สามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Peak Rock Capital ได้ที่www.peakrockcapital.com

 

สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

Daniel Yunger

Kekst

โทร: +1 (212) 521-4800

“Astrid Solo Travel Advisor” เปิดตัวเว็บไซต์ท่องเที่ยวสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง รองรับกระแสการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวออร์ลีนส์–29 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เว็บไซต์ท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดเผยที่มาของกระแสนิยมการท่องเที่ยวทั่วโลกแบบเดี่ยวๆของนักเดินทาง

            Astrid Solo Travel Advisor (www.AstridTravel.comเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางคนเดียว ซึ่งกำลังมองหาไอเดียการท่องเที่ยวทั่วโลกแบบหรูหราในราคาที่เอื้อมถึง  โดย Visa ผู้ให้บริการทางการเงินระดับนานาชาติ เปิดเผยว่า ใน ของนักท่องเที่ยวมักจะเดินทางคนเดียว ดังนั้นเว็บไซต์จึงจะรวบรวมเรื่องเล่าการเดินทางต่างๆตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน วิดีโอเคล็ดลับ และการวางแผนวิธีการท่องเที่ยวที่ออกแบบมาสำหรับนักเดินทางกลุ่มดังกล่าวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  Astrid Solo Travel Advisor มีแนวคิดที่จะช่วยให้ผู้ที่เดินทางคนเดียวรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย มีแรงบันดาลใจ มีแรงกระตุ้น และไม่รู้สึกเหมือนเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเริ่มต้นการผจญภัยครั้งนี้ แอสทริด อาร์ คลีเมนต์ส ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ จะเริ่มเดินทางไปยัง 17 ประเทศทั่วโลกด้วยระยะทาง 22,000 ไมล์ ภายในระยะเวลา 50 วันเท่านั้น    

 ASTA Launch Photo / Astrid Solo Travel Advisor (www.AstridTravel.com) has launched a new website for solo travelers looking for affordable luxury ideas worldwide. Astrid Solo Travel Advisor has a vision to help solo travelers feel confident, safe, inspired, engaged, and never like a tourist. To kick off this venture, CEO and founder, Astrid R. Clements, will embark on a trip around the world, visiting seven countries and traveling 22,000 miles in only 50 days. (PRNewsFoto/Astrid Solo Travel Advisor)

Astrid Solo Travel Advisor (http://www.AstridTravel.com) has launched a new website for solo travelers looking for affordable luxury ideas worldwide. Astrid Solo Travel Advisor has a vision to help solo travelers feel confident, safe, inspired, engaged, and never like a tourist. To kick off this venture, CEO and founder, Astrid R. Clements, will embark on a trip around the world, visiting seven countries and traveling 22,000 miles in only 50 days. (PRNewsFoto/Astrid Solo Travel Advisor)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160127/326671

ฉันเคยเดินทางท่องเที่ยวไปกับครอบครัว เพื่อนๆ และไปคนเดียวทั้งในประเทศและต่างประเทศมานานกว่า 40 ปี”  แอสทริด อาร์ คลีเมนต์ส์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง  Astrid Solo Travel Advisor กล่าว “การเดินทางคนเดียวเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างแท้จริง และฉันอยากส่งต่อความรู้ความเข้าใจนั้นไปยังผู้อ่าน ซึ่งการได้ลองทำสิ่งเหล่านี้มาก่อนไม่ได้ลดความกระหายประสบการณ์ใหม่ๆของฉันเลย รูปแบบการเดินทางที่ไม่เหมือนใคร และขอบเขตความรู้เรื่องเทคโนโลยีของฉันจะทำให้ผู้ที่เดินทางคนเดียวได้เห็นถึงแนวทางใหม่ๆในการสำรวจวัฒนธรรมอื่นๆที่มีรูปแบบและชนชั้น ตลอดจนวิธีการสร้างทริปวันหยุดสุดประทับใจ!”

            AARP1 หรือ สุดยอดเทรนด์การท่องที่ยวของชาวอเมริกันอายุ 50 ปีขึ้นไป ประจำปี 2558 เปิดเผยว่า มีผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวคนเดียวประมาณเกือบ ใน ส่วนของการท่องเที่ยวทั้งหมดในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ งานวิจัยจาก TripAdvisor2 ก็ระบุว่า นักเดินทาง 62% รู้สึกว่าการเดินทางคนเดียวทำให้พวกเขามีอิสระและพึ่งพาในตัวเองมากขึ้น โดยเทรนด์ดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้ที่เดินทางคนเดียวได้เดินทางในรูปแบบนี้เฉลี่ย 10.9 ครั้ง และ 58% ของผู้หญิงในกลุ่มนักเดินทางประเภทดังกล่าวมีแผนเดินทางคนเดียวมากกว่า ทริปต่อ ปี 

ความหรูหราที่เอื้อมถึงด้วยขอบเขตความรู้ด้านเทคโนโลยี

แตกต่างจากการเดินทางแบบจำกัดงบ หรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวหรูหราในราคาที่แทบไม่สามารถเอื้อมถึง เพราะ Astrid Solo Travel Advisor โฟกัสที่ไอเดียการท่องเที่ยวสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึงสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียวทั่วโลก เว็บไซต์นี้จะตามรอยการเดินทางของผู้เขียนที่ได้เข้าพักในโรงแรมที่มีผู้ดูแลดีเยี่ยมและเป็นมิตรต่อผู้ที่เดินทางคนเดียว ช็อปปิ้งในร้านบูติคหรือแม้แต่ตลาดนัด รับประทานอาหารที่ร้านใหม่ๆสุดฮอต หรือเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังและสวนดอกไม้อันงดงามแบบสุดพิเศษ นอกจากนี้ Astrid Solo Travel Advisor ก็ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อแนะนำสถานที่และเมนูยอดเยี่ยม รวมถึงแอปความปลอดภัยและอุปกรณ์พกพาที่จะทำให้คุณหมดกังวลกับการเดินทางคนเดียว      

เที่ยวรอบโลกใน 50 วัน

 

            แอสทริดจะเริ่มเดินทางรอบโลกในวันที่ 31 ม.ค. นี้ โดยเธอจะใช้เวลาประมาณ 50 วันในการเดินทางบนระยะทางกว่า 22,000 ไมล์ ภายใต้งบประมาณสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง ค่าใช้จ่ายพื้นฐานของทริปอยู่ที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการช็อปปิ้งและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดทั่วไป เธอจะนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจเพื่อเดินทางระหว่างประเทศและพักในโรงแรมระดับ ดาว ที่สนนราคา 560 ดอลลาร์สหรัฐ/วัน รวมถึงล่องเรือในแม่น้ำไนล์ด้วย Uniworld เรือสำราญสุดหรูระดับโลก    

แอสทริด จะแบ่งปันเคล็ดลับเรื่องการจองทริปการเดินทางว่าจะต้องจองเมื่อไร แต่งตัวอย่างไรและควรไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ระหว่างที่เธอออกสำรวจวัฒนธรรมทั้ง รูปแบบใน ประเทศ ซึ่งได้แก่ โปรตุเกส โมร็อคโค อียิปต์ อิหร่าน อินเดีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งทั้งหมดเป็นประเทศที่เธอไม่เคยเดินทางไปเยือนมาก่อนในชีวิตการเดินทางกว่า 40 ปี การเดินทางของแอสทริดจะแตกต่างจากทัวร์ท่องเที่ยวราคาแพงอื่นๆที่เน้นการเดินทางไปยังสถานที่หลายๆแห่ง ซึ่งคุณต้องเที่ยวอย่างเร่งรีบ แต่เธอจะใช้เวลาไปกับประเทศต่างๆ เฉลี่ยประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อสำรวจวัฒนธรรมและสัมผัสความพิเศษของแต่ละที่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการเดินทางของแอสทริดได้ที่ www.AstridTravel.com

อ้างอิง

1 2015 Top Travel Trends for Americans 50+. AARP, 2014.

2 Women’s Travel Survey. TripAdvisor 2015

เกี่ยวกับเรา

Astrid Solo Travel Advisor (ASTA) เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียวทั่วโลกที่กำลังมองหาไอเดียการท่องเที่ยวสุดหรูในราคาที่เอื้อมถึง เพื่อช่วยให้นักเดินทางเหล่านี้สามารถเดินทางไปทั่วโลกด้วยความมั่นใจ ปลอดภัย มีแรงบันดาลใจและมีแรงกระตุ้น โดย ASTA จะมีคอลัมน์ “Travel for one” หรือ “การเดินทางคนเดียว” ที่รวบรวมคำแนะนำในชีวิตจริงสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียว เช่น ไปไหนดี ไปอย่างไร ทำอย่างไรเมื่อคุณถึงที่หมาย และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบจำกัดงบหรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวราคาแพงที่แทบไม่สามารถเอื้อมถึงได้ เว็บไซต์  Astrid Solo Travel Advisor จัดตั้งขึ้นในปี 2558 โดยนักธุรกิจหญิงที่รักการท่องเที่ยวและปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นสามารถเดินทางคนเดียวโดยไม่รู้สึกเหมือนเป็นนักท่องเที่ยว ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของ ASTA จะเต็มไปด้วยคำแนะนำเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ที่พักที่เป็นมิตรสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียว ไปจนถึงสุดยอดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขณะค้นหาวัฒนธรรมใหม่ๆ ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.AstridTravel.com

ผลสำรวจล่าสุดเผย ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกรูปแบบการดำเนินชีวิตมากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปารีส–28 ม.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– สมาชิกของ Consumer Goods Forum รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติตาม Health & Wellness Resolutions & Commitments ขณะที่อุตสาหกรรมยอมรับว่ายังต้องดำเนินการมากกว่านี้

Consumer Goods Forum (CGF) เผยแพร่ผลสำรวจประจำปี 2558 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดความก้าวหน้าของสมาชิกเครือข่ายในการนำ Health & Wellness Resolutions and Commitments ไปไปปฏิบัติ ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในด้านสำคัญๆหลายด้าน แต่ขณะเดียวกัน สมาชิกก็ยอมรับอย่างเปิดเผยด้วยว่า ต้องมีการดำเนินการมากกว่านี้เพื่อผลักดันอำนาจรวมของอุตสาหกรรมสินค้าผู้บริโภค ทั้งนี้ ผลสำรวจและรายงานดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับDeloitte

 Consumer Goods Forum Logo / The Consumer Goods Forum (PRNewsFoto/The Consumer Goods Forum)

The Consumer Goods Forum (PRNewsFoto/The Consumer Goods Forum)

     (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151201/292056LOGO )

การสำรวจซึ่งจัดทำเป็นปีที่ 3 และเป็นการสำรวจระดับโลกเพียงรายเดียวที่ครอบคลุมทั้งผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าบริโภค เผยให้เห็นว่า ในปี 2558:

– 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้จัดทำนโยบายและโครงการตามมติ Health & Wellness Resolutions ของ CGF อย่างน้อย 1 ข้อ จากมติจำนวน 3 ข้อ ขณะที่อีก74% จัดทำนโยบายและโครงการตามมติทั้ง 3 ข้อ;

– โครงการด้านสุขภาพของอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆถึง 84,000 รายการ ผลักดันการมีส่วนร่วมของพนักงาน 2.3 ล้านคน และทำงานร่วมกับชุมชนกว่า 5,000 ชุมชนทั่วโลก;

– สำหรับ Health & Wellness Commitments จำนวน 4 ข้อ พบว่า:  

— 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้สื่อสารนโยบายด้านโภชนาการและสูตรผลิตภัณฑ์อย่างเปิดเผย

— 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ดำเนินโครงการด้านสุขภาพสำหรับพนักงาน

— 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่า พวกเขาปฏิบัติตามคำมั่นว่าด้วยการติดฉลากผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้บริโภค

— 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องรายงานว่า พวกเขาให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผยต่อความมุ่งมั่นในการหยุดโฆษณาที่พุ่งเป้าไปที่เด็ก

The Resolutions and Commitments ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการของ CGF ในปี 2554 และ 2557 ตามลำดับ โดยมุ่งเน้นไปที่ขอบเขตเฉพาะที่ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตสามารถทำงานร่วมกันได้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารและรูปแบบการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีได้อย่างมีข้อมูลเพียงพอ ทั้งนี้ Commitments จำนวน 2 ข้อ ซึ่งว่าด้วยการมีสุขภาพที่ดีของพนักงาน และสูตรผลิตภัณฑ์และโภชนาการ จะเห็นผลภายในสิ้นปีนี้ และจะมีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย

Paul Bulcke ซีอีโอของ Nestle และ Dick Boer ซีอีโอของ Ahold ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุน Health & Wellness Pillar ของ CGF กล่าวว่า “จากการดำเนินงานร่วมกันของเราในด้าน Health & Wellness ทำให้ในขณะนี้มีการดำเนินการเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทั่วทุกภูมิภาคมีอำนาจในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล อย่างไรก็ตาม เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก ซึ่งปี 2559 นี้จะเป็นปีสำคัญสำหรับสมาชิกของ CGF ในการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมที่อุตสาหกรรมกำหนดขึ้นเอง เราจะต้องยกระดับความพยายามและเชิญชวนบริษัทจำนวนมากขึ้นให้มาร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายของเรา ผู้ซื้อ ผู้บริโภค และลูกจ้างต่างคาดหวังให้เรามีบทบาทเป็นผู้นำในการจุดประกายการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และเราจะยังคงรายงานความก้าวหน้าของเราต่อไป”    

ดาวน์โหลดรายงานความก้าวหน้าประจำปี 2559

เกี่ยวกับ Consumer Goods Forum

The Consumer Goods Forum  (CGF) คือเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกที่ยึดหลักความเสมอภาค บรรดาสมาชิกของเครือข่ายได้ร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกใช้หลักปฏิบัติและมาตรฐานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสินค้าผู้บริโภคทั่วโลก สมาชิกเหล่านี้ประกอบด้วยซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทค้าปลีก ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และอื่นๆ กว่า 400 แห่งจาก 70 ประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของอุตสาหกรรมทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ขนาด ประเภทสินค้า และรูปแบบธุรกิจ บริษัทสมาชิกมียอดขายรวมกัน 2.5 ล้านล้านยูโร มีการจ้างพนักงานโดยตรงรวมกันเกือบ 10 ล้านคน และมีลูกจ้างที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่มูลค่าอีก 90ล้านคน ทั้งนี้ CGF กำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริหารที่ประกอบด้วยซีอีโอจากบริษัทผู้ผลิตและบริษัทค้าปลีก 50 ราย

ที่มา: The Consumer Goods Forum

Drawbridge จับมือ Miaozhen รุกให้บริการ Connected Consumer Graph แบบข้ามอุปกรณ์ในจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซาน มาเทโอแคลิฟอร์เนีย–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

          – Drawbridge และ Miaozhen ร่วมยกระดับขีดความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค การวัดผล และการกำหนดคุณลักษณะบนอุปกรณ์ที่หลากหลายในจีน

          Drawbridge บริษัทชั้นนำด้านการจัดการอัตลักษณ์ระบบดิจิตอลแบบไม่ระบุตัวตน และ Miaozhen Systems บริษัทชั้นแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการตลาดข้อมูลบุคคลที่สามของจีน ประกาศเป็นหุ้นส่วนแต่เพียงผู้เดียว โดยที่ Miaozhen จะได้รับสิทธิในการใช้เทคโนโลยีของ Drawbridge เพื่อจัดทำกราฟที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษตามความต้องการเฉพาะ (custom graph) เพื่อให้บริการด้านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบข้ามอุปกรณ์ การวัดผล และการกำหนดคุณลักษณะให้แก่กลุ่มลูกค้าในธุรกิจสุขภาพและวิทยาศาสตร์ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลตนเอง รถยนต์ เทคโนโลยี และธุรกิจอื่นๆ การเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้จะผนวกรวมอุปกรณ์ตั้งโต๊ะและอุปกรณ์เคลื่อนที่จำนวน 1.5 พันล้านเครื่อง ที่ติดตั้ง Connected Consumer Graph (TM) ของ Drawbridge รวมถึงอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักร เพื่อให้บริการโซลูชั่นอัตลักษณ์ข้ามอุปกรณ์แบบไม่ระบุตัวตนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

 

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/0861600867-a

           “เป้าหมายของเราคือก้าวสู่การเป็นมาตรฐานสากลในด้านอัตลักษณ์ดิจิตอล และการรุกเข้าจีนโดยมี Miaozhen เป็นพันธมิตรของเราคือย่างก้าวอันยิ่งใหญ่ในการเปิดทางให้บรรดาแบรนด์ เอเจนซี่ และนักการตลาดดิจิตอลจากทุกๆที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบส่วนตัวได้อย่างแท้จริง” Kamakshi Sivaramakrishnan ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง  Drawbridge กล่าว “เราตื่นเต้นมากที่ได้นำ Connected Consumer Graph เข้าสู่ตลาดโฆษณาขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ร่วมกับบริษัทชั้นนำในตลาดนี้”

 

          “การตัดสินใจเป็นหุ้นส่วนกับ Drawbridge เพื่อให้บริการ Connected Consumer Graph แก่นักการตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการขับเคลื่อนข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นที่สุด ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่”  Wu Minghui ซีอีโอ ประธานและผู้ก่อตั้ง Miaozhen Systems กล่าว “เราภาคภูมิใจที่ได้มอบโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวให้กับลูกค้าในการใช้ข้อมูลข้ามอุปกรณ์สำหรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวัดผล และกำหนดคุณลักษณะในจีน”

 กราฟแบบ Connected Consumer Graph ของ Drawbridge พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีความน่าจะเป็น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะสังเกตรูปแบบการเข้าถึงของผู้ใช้ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ ความสนใจในด้านต่างๆ และข้อมูลอื่นๆ เพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับผู้บริโภคและอุปกรณ์ของผู้บริโภค Drawbridge ได้จับตาความเคลื่อนไหวกว่า 5 หมื่นล้านครั้งต่อวัน เพื่อสร้าง Connected Consumer Graph ของบริษัท

          จากนี้ไป บรรดาพันธมิตรหลายรายอย่าง Miaozhen จะสามารถใช้งานกราฟที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการบนระบบพื้นฐานของบริษัท รวมทั้งการใช้งานข้อมูลผู้รับสารที่ได้รับอนุญาตแล้ว และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่กำหนดไว้ ตัวเลือกกราฟแบบเฉพาะช่วยยกระดับอัลกอริธึมที่เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ของ Drawbridge เพื่อสร้างกราฟที่มีขอบเขตกว้างและปรับเปลี่ยนได้ ขณะเดียวกันก็เอื้อต่อการเก็บข้อมูลของหุ้นส่วนที่เป็นความลับ และสามารถแยกออกมาจาก Connected Consumer Graph แบบมาตรฐานของ Drawbridge ได้

          Miaozhen Systems มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการทำตลาดองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล โดยอ้างอิงตามข้อมูลปรนัย (objective data) และโซลูชั่นเทคโนโลยีนวัตกรรม Miaozhen Marketing Cloud  โซลูชั่นบิ๊กดาต้าของบริษัท จะสามารถช่วยนักโฆษณา เอเจนซี่ และผู้เผยแพร่โฆษณาออนไลน์ วัดผลและปรับการลงทุนในสื่อออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงวางกรอบและกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน โดยแบรนด์ระดับโลกชั้นนำ เช่น Procter & Gamble, Microsoft, Volkswagen, L’Oreal, Coca-Cola, Xiaomi, Huawei, Yili และ Haier ต่างใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของ Miaozhen Systems ด้วยเช่นกัน

          เกี่ยวกับ Drawbridge

          Drawbridge เป็นบริษัทชั้นนำด้านอัตลักษณ์ข้ามอุปกรณ์แบบไม่ระบุตัวตน ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของวิธีการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคของแบรนด์ Connected Consumer Graph ของ Drawbridge ครอบคลุมผู้บริโภคกว่า 1 พันล้านคนจากอุปกรณ์ต่างๆ กว่า 3 พันล้านเครื่อง ซึ่งได้รับการยืนยันจาก Nielsen เมื่อไม่นานนี้ว่ามีความแม่นยำถึง 97.3% แบรนด์ต่างๆ สามารถร่วมงานกับ Drawbridge ได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การรับใบอนุญาตใช้ Drawbridge Connected Consumer Graph สำหรับการประยุกต์ใช้งานข้อมูลข้ามอุปกรณ์ การบริหารจัดการแคมเปญโฆษณาข้ามอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ด้วยแพลตฟอร์ม Drawbridge Cross-Device Platform หรือการร่วมมือกับ Drawbridge ในการจัดแคมเปญข้ามอุปกรณ์ สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่ซิลิคอน วัลเลย์ และได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก Sequoia Capital, Kleiner Perkins Caufield and Byers และ Northgate Capital อีกทั้งยังรั้งอันดับบริษัทโฆษณาและการตลาดที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก และครองอันดับ 6 จากการจัดอันดับบริษัทประจำปี 2558 โดย Inc. 5000 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.drawbridge.com

          เกี่ยวกับ Miaozhen Systems

          Miaozhen Systems เป็นบริษัทแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการทำตลาดบุคคลที่สามของจีน ซึ่งมุ่งยกระดับการทำตลาดระดับองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงตามข้อมูลปรนัย (objective data) และโซลูชั่นเทคโนโลยีนวัตกรรม  Miaozhen Systems ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 โดยมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง และสำนักงานสาขาต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เยียนไถ สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา

          Miaozhen Systems ให้บริการ Miaozhen Marketing Cloud ซึ่งเป็นโซลูชั่นการตลาดดิจิตอลครบวงจร ที่ผสมผสานการติดตามผลการโฆษณา การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ มุมมองเชิงลึก DMP ระบบจัดการการซื้อโฆษณาออนไลน์ และระบบการตลาดอัตโนมัติ เพื่อช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้ลูกค้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเช้าชม www.miaozhen.com

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/0861600867-a

มหกรรม Windoor Expo 2016 เตรียมเปิดฉากวันที่ 8-10 มีนาคม ณ เมืองกว่างโจว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– นวัตกรรมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกระแสหลักของงานจัดแสดงระดับแนวหน้าแห่งวงการอุตสาหกรรมหน้าต่าง ประตู และผนังของจีนในปีนี้

Windoor Expo คือมหกรรมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ประตู หน้าต่าง และผนังแห่งแรกในจีน ซึ่งจัดโดยบริษัท Citiexpo โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดธุรกิจใหม่และสร้างความร่วมมือใหม่ๆในอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 22 ปี สำหรับงานประจำปี 2016 นี้จะจัดขึ้นในวันที่ 8-10 มีนาคม ณ Poly World Trade Center ในเมืองกว่างโจว ประเทศจีน

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160127/0861600831

มหกรรม Windoor Expo 2016 จะจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นล่าสุดเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์และเครื่องมือที่นำมาใช้กับหน้าต่างและประตู กรอบอาคาร อลูมิเนียมโปรไฟล์ และซิลิโคนที่ใช้สำหรับงานโครงสร้าง โดยบริษัทจากเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เบลเยียม ฮ่องกง ลิกเตนสไตน์ มาเลเซีย โปแลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน

ปัจจุบันแนวโน้มที่สำคัญๆ กำลังเกิดขึ้นในจีน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น โดยอาศัยเทคโนโลยีเปี่ยมนวัตกรรม ฟังก์ชั้นการใช้งานใหม่ หรือระบบแบบบูรณาการ ผสานไปกับความสะดวกสบาย ทั้งนี้ ผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 550 รายและแบรนด์ จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในระหว่างมหกรรม Windoor Expo ครั้งนี้ด้วย โดยจะมีการนำเสนอโซลูชั่นระดับนวัตกรรมและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอันโดดเด่นภายในงานรวมถึง:

– Interpon D Powders นำเสนอโดยบริษัท AkzoNobel

– Aluminum Alloy Opening Window Hardware โดย ASSA ABLOY/Shandong Guoqiang Hardware Technology Co., Ltd

– Ravenna Series Handle โดย Hoppe (Shanghai) Ltd

– Undercut Anchor For Interior Decoration โดย Fischer (Taicang) Fixings Co., Ltd

– Residential 70-series Folding Doors นำเสนอโดย Brio Windows & Doors System Co., Ltd

– Uralac(R)Easycure Powder Coating Resins โดย DSM (China) Limited

สามารถดูรายชื่อผู้จัดแสดงและรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.windoorexpo.com

การอบรมและการประชุม

เนื่องด้วยความสนใจในด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาอย่างยังยืนสำหรับแวดวงอาคารกำลังเพิ่มสูงขึ้นในจีน บริษัท Citiexpo จึงได้ร่วมกับบริษัท DGNB System ในการจัดฝึกอบรมให้แก่ DGNB Consultants ในวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2558 ในเมืองกว่างโจว โดยนายเฮลมุต เมเยอร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอาคารผสมผสานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจากเยอรมนี จะมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและแนวโน้มล่าสุดเกี่ยวกับอาคารที่มีความยั่งยืนในการประชุม Academic Exchange Conference ที่จัดขึ้นร่วมกับงาน Windoor Expo ในวันที่ 9 มีนาคม 2016

การจับคู่ธุรกิจ

การเข้าร่วมงานและเข้าร่วมกิจกรรมภายในงานนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี ผู้ที่สนใจจะต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้างาน ผู้ซื้อที่ได้ทำการลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าก่อนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2016 จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมรายการ Business Match Making Program ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการหาตำแหน่งของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ผู้ซื้อสนใจ และจะช่วยจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ก่อนที่งานจะเริ่ม ตลอดจนจะทำการติดต่อประสานงานกับซัพพลายเออร์ที่ได้รับการคัดสรรผ่านการนัดหมายพบปะกันแบบตัวต่อตัว

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.windoorexpo.com/

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160127/0861600831

ไมค์ เคนเนวิค ซีอีโอ VoiceBox เตรียมบรรยายหัวข้อ ผู้ประกอบการสามารถกำหนดอนาคตของอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบลเลวิว, วอชิงตัน และสิงคโปร์–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

ในฐานะที่เป็นวิทยากรคนสำคัญของงาน Scale Up Singapore ซึ่งจะจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ไมค์ เคนเนวิค ผู้บริหารมากประสบการณ์ จะอภิปรายถึงการผลักดันโอกาสต่างๆที่เกิดขึ้นในยุคที่อินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง (Internet of Things) การบรรยายในหัวข้อ Opportunity Knocks: From IoT to Talking Things ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ 30 ปีของเขาในสายงานด้านเทคโนโลยี โดยเขาจะหยิบยก VoiceBox และการขยายธุรกิจในเอเชียมาเป็นกรณีศึกษา

VoiceBox เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเสียงที่ได้รับการยอมรับ และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติในตลาดยานยนต์ โดยมีการติดตั้งบนรถยนต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงภูมิภาคเอเชีย บริษัทมีสำนักงานในโตเกียวและไทเป และอยู่ในระหว่างการจัดตั้งสำนักงานในสิงคโปร์และปักกิ่ง

“นอกเหนือจากความสัมพันธ์ด้านการค้าแล้ว เรายังจะลงทุนในส่วนของการสร้างศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี ตามแผนริเริ่มการวิจัยและการพัฒนาเชิงรุกของเรา” นายเคนเนวิคกล่าว “ขณะที่ประสบการณ์ล่าสุดของเราในตลาดระดับโลกอย่างสิงคโปร์ก็ได้รับผลสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง”

VoiceBox ซึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับการจัดอันดับโดย IEEE ให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก กำลังมุ่งความสนใจไปที่เทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง โดยล่าสุดบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Advisory Board) ซึ่งจะประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์วิจัยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ติดอันดับมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการพิจารณาว่าเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของเอเชีย โดยทางมหาวิทยาลัยได้ให้การส่งเสริมนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการอย่างจริงจัง

เกี่ยวกับ VoiceBox Technologies Corporation

VoiceBox ให้บริการอย่างครบวงจรสำหรับบริษัทต่างๆ ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ปฏิบัติการด้วยเสียง โดยนำเสนอเทคโนโลยีรู้จำเสียงพูดอัตโนมัติ (ASR) เทคโนโลยี NLU เทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (TTS) พร้อมด้วยบริการด้านข้อมูล การทดสอบ และการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทได้รับรางวัลCES Best in Show ร่วมกับพันธมิตรหลายรางวัล VoiceBox ได้รับการติดตั้งในรถยนต์และผลิตภัณฑ์ของโตโยต้า เฟียต ดอดจ์ ไครสเลอร์ มาเซราติ เรโนลต์ มาสด้า ซูบารุ และทอม-ทอม ใน 23 ภาษา ทั่ว 3 ทวีป ซึ่งล้วนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเสียงของ VoiceBox ที่ได้รับรางวัลและได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิบัตรกว่า 30 รายการ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบลเลวิว มลรัฐวอชิงตัน และมีสำนักงานอยู่ที่ลอสแอนเจลิส มิวนิก เนเธอร์แลนด์ และโตเกียว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.voicebox.com/technology/

การพบกันของสองไอคอน: บล็อกเกอร์สาวคนดัง “เชียร่า เฟอร์ราญี่” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเตอร์คนใหม่ของแพนทีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – แพนทีน เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด “เชียร่า เฟอร์ราญี่” (Chiara Ferragni)” สไตล์ไอคอนแห่งโลกดิจิตอล

          แพนทีน เลือก เชียร่า เฟอร์ราญี่ บล็อกเกอร์ชื่อดังและแฟชั่นไอคอนตัวแม่ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่

 Pantene Chiara Ferragni / Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326081 )

          เชียร่า เฟอร์ราญี่ คือบล็อกเกอร์สาวที่สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในโลกแห่งสไตล์อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยจำนวนผู้ติดตามอินสตาแกรมมากกว่า 5 ล้านคน ความร่วมมือกับแพนทีนจึงถือเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของเธอสู่โลกแห่งความงาม เชียร่า สาวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แฟชั่น TheBlondeSalad.com ขึ้นในปี 2552 คือโฉมหน้าและตัวแทนเส้นผมคนใหม่ของแพนทีน ซึ่งเป็นสุดยอดเคล็ดลับความงามของเธอ

          เชียร่าพูดถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ฉันหมกมุ่นกับผมตัวเองมากเลย ฉันคิดเสมอว่าเมื่อผมฉันสวย ฉันก็จะรู้สึกและดูสวยขึ้น แล้วก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย ตอนฉันเป็นวัยรุ่น ฉันชื่นชอบโฆษณาเก๋ๆ ของแพนทีนมาก และเมื่อฉันเริ่มเดินทางไปที่ต่างๆ บ่อยๆ ฉันไว้ใจให้แพนทีนดูแลเส้นผมของฉัน ฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของแพนทีน เพราะผมสวยสุขภาพดีช่วยให้ฉันรู้สึกและดูสวยและแข็งแกร่งมากขึ้น”

          สาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียงในโลกแฟชั่นคนนี้เชื่อว่า เส้นผมทำให้ลุคโดยรวมของเธอเจิดจรัสยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า “เส้นผมเป็นมากกว่าแค่ส่วนประกอบ มันช่วยสร้างและเติมเต็มลุคของฉัน การที่เส้นผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้นั้นทำให้ฉันมั่นใจ และตอนนี้ฉันสามารถพลิกฟื้นสุขภาพผมได้จริงๆ เพื่อรักษาเส้นผมให้สวยงามไปตลอด”

          ด้านลายาล อัมมาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ของแพนทีน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งแฟชั่นไอคอนแห่งโลกดิจิตอลขึ้นเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับโลกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างแฟชั่นไอคอนระดับแนวหน้าของโลกและแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 ของโลก เชียร่าคือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความต้องการใส่ใจดูแลเส้นผมสูงมาก เธอเปลี่ยนทรงผมอยู่เสมอเพื่อโพสต์ลงอินสตาแกรมทุกวัน แต่ผมของเธอก็ยังสวยสมบูรณ์แบบ แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ เพราะเชียร่าเลือกแพนทีน แบรนด์ที่เธอชื่นชอบ และเธอใช้แพนทีนมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น”

          ติดตามเชียร่าทางอินสตาแกรมได้ที่ http://www.instagram.com/chiaraferragni และบล็อกของเธอ http://www.theblondesalad.com

          ที่มา: แพนทีน