Henley & Partners เปิดตัวหนังสือคู่มือการวางแผนเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Henly & Partners ประกาศเปิดตัวหนังสือคู่มือเกี่ยวกับการวางแผนเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นคู่มือที่มีความสำคัญ

          Henly & Partners ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการวางแผนเกี่ยวกับสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนได้ประกาศเปิดตัวคู่มือ Global Residence and Citizenship Handbook ฉบับที่ 5 ซึ่งคู่มือเล่มนี้มีความสำคัญสำหรับกลุ่มผู้มีฐานะและที่ปรึกษาของกลุ่มผู้มีฐานะ เช่น บริษัทกฎหมาย ที่ปรึกษาด้านภาษี ธนาคารเอกชน และสำนักงานครอบครัว ซึ่งมีความสนใจในเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ

 Henley and Partners Logo / Henley & Partners (PRNewsFoto/Henley & Partners)

Henley & Partners (PRNewsFoto/Henley & Partners)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160122/324963LOGO )

          ชีวิตความเป็นอยู่ส่วนบุคคล และการทำธุรกิจในระดับสากล รวมทั้งทางเลือกที่ 2 หรือแม้กระทั่งที่อยู่อาศัยแห่งที่ 3 หรือการเป็นพลเรือนที่ 3 ตลอดจนเสรีภาพที่พ่วงมาด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่พัฒนาไปแบบโลกาภิวัฒน์ ประเทศต่างๆเองก็มองหาวิธีการใหม่ๆที่จะส่งเสริมการเติบโต และพุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ในการนำเสนอที่อยู่อาศัยและสถานะการเป็นพลเรือนให้แก่นักลงทุนกันมากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งการลงทุนทางเศรษฐกิจ

          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Henley & Partners มีความโดดเด่นในฐานะที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เชี่ยวชาญในเรื่องการดำเนินการเฉพาะทาง โดยบริษัทได้เปิดตัวคู่มือฉบับที่ 5 เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคู่มือดังกล่าวได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในประเทศต่างๆที่ได้มีการรายงาน รวมทั้งเนื้อหาใหม่ๆเกี่ยวกับสถานที่อยู่อาศัยจากการลงทุนในประเทศออสเตรเลีย และ Guernsey, การเป็นพลเรือนจากการลงทุนในเกรนาด้า, ดัชนีข้อบังคับเรื่องวีซ่าที่ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมของ Henly & Partners และเนื้อหาชุดใหม่ของดัชนีโครงการที่อยู่อาศัยระดับโลก รวมทั้งดัชนีโครงการเป็นพลเรือนทั่วโลก

          คู่มือเล่มนี้ยังมีเนื้อหาครอบคลุมแง่มุมที่สำคัญทั้งหมด ทั้งเรื่องกฎระเบียบของที่อยู่อาศัย กฎหมายพลเรือน สถานะการเป็นพลเรือนแบบคู่ หนังสือเดินทาง และการเดินทางแบบปลอดวีซ่า การวางแผนด้านอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในระดับสากลมากยิ่งขึ้นอีกมากมาย

          หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นโดยคริสเตียน เอช เคลิน นักกฎหมายชาวสวิส และประธานของ Henly & Partners และยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกและเจ้าหน้าที่ชั้นนำในด้านการวางแผนสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนในต่างประเทศ

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

          คู่มือโกลบอล เรซิเดนซ์ แอนด์ ซิติเซนชิป แฮนด์บุ๊ค วางจำหน่ายในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ร้านหนังสือออนไลน์รายใหญ่ๆทุกแห่ง รวมถึง amazon.com และบาร์นส์ แอนด์ โนเบิล รวมทั้งจำหน่ายในรูปแบบอี-บุ๊ค ผ่านทางร้านจำหน่ายอีบุ๊คชั้นนำ รวมถึง amazon.com และ iTunes

    

          ISBN (Paperback): 978-0-9927818-5-9

          ISBN (Hardback): 978-3-9524052-7-7

          ISBN (eBook): 978-0-9927818-6-6

          สนนราคา 128 ดอลลาร์สหรัฐ/ 99 ยูโร / 79 ปอนด์

          ความยาว 566 หน้า

          เกี่ยวกับ Henley & Partners

          Henley & Partners เป็นผู้นำระดับโลกด้านการวางแผนเรื่องสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือน โดยในแต่ละปี บุคลและครอบครัวที่มีฐานะหลายร้อยราย รวมทั้งที่ปรึกษาต่างพึ่งพาความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านนี้

          แนวคิดเรื่องการวางแผนด้านสถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนซึ่งจัดทำโดย Henley & Partners ในทศวรรษที่ 19 นั้น ในช่วงเวลาที่กระแสโลกาภิวัฒน์ได้แผ่ขยายออกไปนั้น สถานที่อยู่อาศัยและการเป็นพลเรือนได้กลายมาเป็นประเด็นที่น่าสนใจในกลุ่มผู้ประกอบการที่เดินทางไป-มาระหว่างประเทศรวมทั้งนักลงทุนที่ทำงานร่วมกับ Henly & Partners จำนวนมากขึ้น

          บริษัทยังได้บริหารจัดการแนวทางการให้คำแนะนำแก่รัฐบาล  [https://www.henleyglobal.com/countries-government-advisory ] และยังได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ โครงการเป็นพลเรือนต่างๆ ซึ่งสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้สูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์จนถึงปัจจุบัน

          http://www.henleyglobal.com

          แหล่งข่าว:  Source: Henley & Partners

การพบกันของสองไอคอน: บล็อกเกอร์สาวคนดัง “เชียร่า เฟอร์ราญี่” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเตอร์คนใหม่ของแพนทีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – แพนทีน เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด “เชียร่า เฟอร์ราญี่” (Chiara Ferragni)” สไตล์ไอคอนแห่งโลกดิจิตอล

          แพนทีน เลือก เชียร่า เฟอร์ราญี่ บล็อกเกอร์ชื่อดังและแฟชั่นไอคอนตัวแม่ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่

Pantene Chiara Ferragni / Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

Pantene has recruited top digital fashion icon and international trendsetter Chiara Ferragni as its new global brand ambassador. (PRNewsFoto/Pantene)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326081 )

          เชียร่า เฟอร์ราญี่ คือบล็อกเกอร์สาวที่สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ในโลกแห่งสไตล์อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยจำนวนผู้ติดตามอินสตาแกรมมากกว่า 5 ล้านคน ความร่วมมือกับแพนทีนจึงถือเป็นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของเธอสู่โลกแห่งความงาม เชียร่า สาวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แฟชั่น TheBlondeSalad.com ขึ้นในปี 2552 คือโฉมหน้าและตัวแทนเส้นผมคนใหม่ของแพนทีน ซึ่งเป็นสุดยอดเคล็ดลับความงามของเธอ

          เชียร่าพูดถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ฉันหมกมุ่นกับผมตัวเองมากเลย ฉันคิดเสมอว่าเมื่อผมฉันสวย ฉันก็จะรู้สึกและดูสวยขึ้น แล้วก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย ตอนฉันเป็นวัยรุ่น ฉันชื่นชอบโฆษณาเก๋ๆ ของแพนทีนมาก และเมื่อฉันเริ่มเดินทางไปที่ต่างๆ บ่อยๆ ฉันไว้ใจให้แพนทีนดูแลเส้นผมของฉัน ฉันจึงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของแพนทีน เพราะผมสวยสุขภาพดีช่วยให้ฉันรู้สึกและดูสวยและแข็งแกร่งมากขึ้น”

          สาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียงในโลกแฟชั่นคนนี้เชื่อว่า เส้นผมทำให้ลุคโดยรวมของเธอเจิดจรัสยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า “เส้นผมเป็นมากกว่าแค่ส่วนประกอบ มันช่วยสร้างและเติมเต็มลุคของฉัน การที่เส้นผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้นั้นทำให้ฉันมั่นใจ และตอนนี้ฉันสามารถพลิกฟื้นสุขภาพผมได้จริงๆ เพื่อรักษาเส้นผมให้สวยงามไปตลอด”

          ด้านลายาล อัมมาร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ของแพนทีน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งแฟชั่นไอคอนแห่งโลกดิจิตอลขึ้นเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับโลกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างแฟชั่นไอคอนแนวหน้าและแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 ของโลก เมื่อเรารู้ว่าแพนทีนเป็นแบรนด์โปรดของเชียร่า เราคิดว่าความร่วมมือนี้จะเป็นอีกก้าวต่อไปของเราแน่นอน สำหรับแพนทีน เราเชื่อในการทำสิ่งที่แตกต่าง และการที่เชียร่าได้สร้างกลุ่มผู้ติดตามและมีอิทธิพลอย่างมหาศาลบนโลกออนไลน์ เป็นผลมาจากความคิดและตัวตนที่แท้จริงของเธอ มุมมองเกี่ยวกับความงามและสไตล์ของเธอดึงดูดความสนใจจากการที่เราสามารถเข้าถึงและจุดประกายแรงบันดาลใจ ถ้าพูดกันทั้งหมดแล้ว เธอคือไอคอนในยุคของเราอย่างแท้จริง”

          ด้านลายาล อัมมาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ของแพนทีน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งแฟชั่นไอคอนแห่งโลกดิจิตอลขึ้นเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับโลกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างแฟชั่นไอคอนระดับแนวหน้าของโลกและแบรนด์ดูแลเส้นผมอันดับ 1 ของโลก เชียร่าคือแบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความต้องการใส่ใจดูแลเส้นผมสูงมาก เธอเปลี่ยนทรงผมอยู่เสมอเพื่อโพสต์ลงอินสตาแกรมทุกวัน แต่ผมของเธอก็ยังสวยสมบูรณ์แบบ แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ เพราะเชียร่าเลือกแพนทีน แบรนด์ที่เธอชื่นชอบ และเธอใช้แพนทีนมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น”

          ติดตามเชียร่าทางอินสตาแกรมได้ที่ http://www.instagram.com/chiaraferragni และบล็อกของเธอ http://www.theblondesalad.com

          ที่มา: แพนทีน

NEC เสริมแกร่งธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วยการเปิด Cyber Security Factory ในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น–27 ม.ค.–เบอร์นามา-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (NEC Corporation)(NEC; TSE: 6701) ประกาศเปิดตัว Cyber Security Factory ในสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ โดยการโรงงานดังกล่าวจะช่วยเสริมผลงานระดับโลกให้แก่ศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย

          เมื่อปี 2557 เอ็นอีซี ได้จัดตั้ง Cyber Security Factory สาขาแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพิเศษซึ่งมุ่งเน้นการตอบโต้การคุกคามและการโจมตีทางไซเบอร์ โดยได้ให้บริการหลากหลายรูปแบบแก่กลุ่มลูกค้าในญี่ปุ่น อันประกอบด้วย บริการสอดส่องติดตามเครือข่ายและเว็บไซต์แบบมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง บริการพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของมัลแวร์และที่มาของการรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงการบริการฝึกอบรมแบบเป็นทีมเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่พนักงานรักษาความปลอดภัยระดับมืออาชีพ

          Cyber Security Factory สาขาใหม่ในสิงคโปร์จะทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการด้านการรักษาความปลอดภัยของเอ็นอีซี ซึ่งกระจายอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ทั่วโลกซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการเครือข่ายที่เชื่อมต่อระหว่างกัน และแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ รวมทั้งบริการด้านการรักษาความปลอดภัยแก่ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกๆวัน

          เอ็นอีซีทำงานร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อเสริมความพร้อมให้กับประเทศในการต่อกรกับการคุกคามทางไซเบอร์ครั้งล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอ็นอีซี และคณะกรรมการพัฒนาเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสิงคโปร์(EDB) ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการติดตามและฝึกอบรมตามยุทธศาสตร์(STRAT) เพื่อเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านไอทีไซเบอร์รุ่นใหม่ชาวสิงคโปร์

          “อุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องก้าวหน้าและมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลักดันการวิจัยและการพัฒนาคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการการคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ การจัดตั้ง Cyber Security Factory บ่งชี้ว่า บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อย่างเอ็นอีซีผนวกรวมศักยภาพขั้นสูงของบริษัทเข้ากับเหล่าผู้มีประสบการณ์ในสิงคโปร์ไว้ได้อย่างไร โรงงานต่างๆ เช่น Cyber Security Factory  จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทต่างๆทำเช่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาภาพรวมของความปลอดภัยทางไซเบอร์” เดวิด โค ผู้บริหาร Cyber Security Agency สิงคโปร์ ซึ่งเป็นแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมในงานเปิดตัว Cyber Security Factory เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ในสิงคโปร์ กล่าว   

          “การเปิดตัว Cyber Security Factory ในสิงคโปร์เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับเอ็นอีซี เราร่วมมือกับลูกค้าคุ้มกันความปลอดภัยของระบบข้อมูล และเราเป็นหน่วยงานแรกในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจจะส่งผลเสียอย่างรุนแรง การสูญเสียข้อมูลส่วนตัว รวมทั้ง ข้อมูล และ/หรือ รายได้ โรงงานดังกล่าวเปิดตัวได้ถูกจังหวะกับชุดโซลูชั่นความปลอดภัยสาธารณะของเราที่รัฐบาลและบริษัทต่างๆเลือกใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่พลเมืองและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเมืองและสังคมที่ปลอดภัยมากกว่าเดิม” ทาน บุน ชิน กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายความปลอดภัยระดับโลก เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าว

          (*) http://sg.nec.com/en_AP/press/201409/ap_20140924_03.html

 

          เกี่ยวกับเอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น

          บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้นำด้านการบูรณาการเทคโนโลยีเครือข่ายและไอทีเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคธุรกิจและผู้คนทั่วโลก เอ็นอีซี นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นซึ่งเกิดจากการผสมผสานประสบการณ์และทรัพยากรจากทั่วโลกของบริษัท ส่งผลให้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของเอ็นอีซีสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ เอ็นอีซีได้ใช้ความชำนาญกว่า 100 ปีในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ผู้คน ธุรกิจ และสังคม พัฒนาก้าวหน้าต่อไป  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nec.com

          เอ็นอีซี กรุ๊ป ดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการระยะกลาง โดยชู “โซลูชั่นเพื่อสังคม” เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความเท่าเทียมกันทางสังคม เอ็นอีซียึดวิสัยทัศน์ “Orchestrating a brighter world” ด้วยเป้าหมายที่จะเข้าไปช่วยรับมือกับความท้าทายหลากหลายด้านและสร้างคุณค่าทางสังคมแบบใหม่เพื่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nec.com/en/global/about/ solutionsforsociety/message.html

          เอ็นอีซีเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ สงวนลิขสิทธิ์ ส่วนเครื่องหมายของสินค้าและบริการอื่นๆ ที่ระบุไว้ ณ ที่นี้ เป็นเครื่องหมายการค้าของผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้าและบริการนั้นๆ (C)2016 NEC Corporation

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

          NEC Asia Pacific

          ชื่อ : Masako Hirano

          โทร   : +65 6379 2570 / +65 9018 6652

          อีเมล : M-hirano@nec.com.sg

          

          ชื่อ  : Adeline Sim

          โทร   : +65 6379 2571 / +65 9615 7590

          อีเมล : adeline_sim@nec.com.sg

 

          แหล่งข่าว : NEC ASIA PACIFIC

ผลวิเคราะห์ครั้งใหม่เผย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres มอบผลการรักษาที่คล้ายคลึงกันแม้ผู้ป่วยมีอายุต่างกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซิดนีย์–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์-เฟิร์สคอลล์/อินโฟเควสท์

          การวิเคราะห์กลุ่มย่อยโดยใช้ข้อมูลจากการวิจัย MORE ที่มีผู้ป่วยเข้าร่วม 606 คน ได้เผยให้เห็นถึงผลลัพธ์ในการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะแพร่กระจาย (mCRC) ไปยังตับ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป

          Sirtex รายงานว่า ผลการวิเคราะห์ครั้งใหม่โดยใช้ข้อมูลจากการวิจัย MORE ในกลุ่มผู้ป่วยโรค mCRC จำนวน 606 รายที่ได้รับการรักษาด้วย SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ในศูนย์การแพทย์ 11 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางวารสาร Clinical Colorectal Cancer สามารถพิสูจน์ได้ว่า อายุของผู้ป่วยไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการรักษาด้วย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres

Sirtex Logo / Sirtex Logo

Sirtex Logo

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150119/724485 )

          “ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการวิจัย MORE พิสูจน์ได้ว่า อายุเพียงอย่างเดียวไม่สมควรนำมาเป็นปัจจัยกีดกันผู้ป่วยออกจากการพิจารณาหรือการรักษาด้วย SIR-Spheres(R) Y-90 resin microspheres” นพ.แอนดรูว์ เอส เคนเนดี หัวหน้าคณะวิจัย และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งสถาบัน Sarah Cannon Research Institute กล่าว “เนื่องจากผู้ป่วยโรค mCRC สูงวัยมักได้รับการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์น้อยกว่า ดังนั้น การควบคุมเนื้องอกภายในตับด้วยเทคนิครังสีบำบัดภายในเฉพาะจุด หรือเรียกอีกอย่างว่าการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี (radioembolisation) อาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ เราจะเดินหน้าทำการวิจัยในด้านนี้ต่อไป เพื่อเสาะหาวิธีการรักษาที่ได้ผลมากที่สุดสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ พร้อมยกระดับผลลัพธ์ในการรักษาด้วยเช่นกัน”

          การวิเคราะห์ข้อมูลจากการวิจัย MORE ได้แบ่งผู้ป่วย 606 รายออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกประกอบด้วยผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี ณ เวลาที่รักษาจำนวน 446 ราย ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ป่วยที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปจำนวน 160 ราย นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลแยกเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วยอายุ 75 ปีขึ้นไปจำนวน 90 ราย โดยอายุเฉลี่ยสำหรับกลุ่มแรก กลุ่มที่สอง และกลุ่มพิเศษนี้อยู่ที่ 55.9 +/- 9.4 ปี, 77.2 +/- 4.8 ปี และ 80.2 +/- 3.8 ปีตามลำดับ ซึ่งทางคณะนักวิจัยพบว่า แม้ว่าผู้ป่วยจะมีอายุต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีความคล้ายคลึงกัน

          อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยกลุ่มที่สอง (อายุ 70 ปีขึ้นไป) มีแนวโน้มมากกว่า (P < 0.001) ในการเผชิญกับการแพร่กระจายไปยังตับซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับเนื้องอกปฐมภูมิ (metachronous tumour) หรือต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาเนื้องอกปฐมภูมิ (P = 0.009) ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวยังมีแนวโน้มได้รับเคมีบำบัดน้อยกว่า (P = 0.036) หรือไม่เคยได้รับเคมีบำบัดเลย (P < 0.001) และหลังการวินิจฉัยโรคก็ต้องรอนานกว่าจะได้รับการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี (P = 0.011) นอกจากนี้ ผู้ป่วยสูงวัยมักไม่ค่อยได้รับการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสีมากกว่าหนึ่งครั้ง

          สำหรับสถิติการอยู่รอดโดยรวมนั้นไม่ต่างกันมากนัก (P = 0.335) ระหว่างกลุ่มที่มีอายุมากกว่า (9.3 เดือน) กับกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า (9.7 เดือน) และยังไม่พบความแตกต่างที่มีความเกี่ยวข้องกับอายุในแง่ของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ (P = 0.433) ซึ่งรวมถึงอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงกว่า หรือระดับ 3+ (P = 0.482) ภายในระยะเวลา 90 วันของการรักษา และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่มีอายุมากกว่ามีอาการข้างเคียงในทางเดินอาหารน้อยครั้งกว่าผู้ป่วยกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า

          นอกจากนั้นยังพบข้อมูลที่มีความคล้ายคลึงกันจากการเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยกลุ่มพิเศษที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป กับกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 75 ปี โดยอัตราการอยู่รอดโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 9.3 เดือน เทียบกับ 9.6 เดือน (P = 0.987) ตามลำดับ และไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญไม่ว่าจะเป็นอาการไม่พึงประสงค์ระดับ 3+ (P = 0.398) หรืออาการไม่พึงประสงค์ระดับอื่นๆ (P = 0.158) ภายในระยะเวลา 90 วันของการรักษา

          เกี่ยวกับ SIR-Spheres Y-90 resin microspheres

          SIR-Spheres Y-90 resin microspheres เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในขั้นตอนการทำรังสีร่วมรักษาที่เรียกว่าการนำรังสีเข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด (SIRT) หรืออีกชื่อหนึ่งคือการอุดเส้นเลือดด้วยสารกัมมันตรังสี อันเป็นการฉายรังสีปริมาณสูงโดยตรงไปที่เนื้องอกในตับ โดยใช้อนุภาคเรซินเคลือบสารกัมมันตรังสี Y-90 หลายสิบล้านอนุภาค ซึ่งแต่ละอนุภาคมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ แพทย์ด้านรังสีร่วมรักษาจะฉีดอนุภาคเรซินเหล่านี้ หรือที่เรียกว่า microspheres เข้าไปในหลอดเลือดแดงเฮปาติกผ่านทางสายสวนที่ถูกสอดทางหลอดเลือดแดงโคนขาผ่านการกรีดบริเวณขาหนีบ หลังจากนั้น SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ก็จะฝังตัวอยู่ในเส้นเลือดฝอยรอบๆเนื้องอกในตับ และแผ่รังสีเบตาระยะสั้นที่มีความเข้มสูง (เฉลี่ย 2.5 มม. สูงสุด 11 มม.) ไปยังเนื้องอกในตับ โดยไม่สร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อดีในตับ ขณะที่ค่าความถ่วงจำเพาะระดับต่ำของ Y-90 resin microspheres ส่งผลให้เลือดสามารถส่งกัมมันตภาพรังสีไหลเวียนได้อย่างทั่วถึงทั้งในและรอบๆเนื้องอกในตับ

          SIR-Spheres microspheres ผ่านการรับรองสำหรับการนำไปใช้ในออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา (FDA PMA) สหภาพยุโรป (CE Mark) อาร์เจนตินา (ANMAT) สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี และอีกหลายๆประเทศในเอเชีย เช่น อินเดีย สิงคโปร์ และฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีการจัดส่ง SIR-Spheres microspheres ไปอีกหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ มาเลเซีย ไทย ไต้หวัน และอิสราเอล

          SIR-Spheres Y-90 resin microspheres ผ่านการรับรองในสหรัฐเพื่อใช้ในการรักษามะเร็งตับที่ลุกลามจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และผ่าตัดเฉือนเนื้อร้ายไม่ได้ ร่วมกับการทำเคมีบำบัดหลอดเลือดในตับโดยใช้ floxuridine นอกจากนั้นยังมีการนำไปใช้เพื่อรักษามะเร็งตับชนิดที่ผ่าตัดไม่ได้ในออสเตรเลีย สหภาพยุโรป อาร์เจนตินา บราซิล และอีกหลายประเทศในเอเชีย เช่น อินเดียและสิงคโปร์

          เกี่ยวกับ Sirtex

          Sirtex Medical Limited (ASX: SRX) เป็นธุรกิจเฮลธ์แคร์สัญชาติออสเตรเลียระดับแนวหน้าของโลก ที่มุ่งยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผลิตภัณฑ์เด่นของบริษัทคือรังสีบำบัดเฉพาะจุดสำหรับรักษามะเร็งตับที่มีชื่อว่า SIR-Spheres Y-90 resin microspheres โดยมีการส่งมอบไปแล้วราว 55,000 โดส เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในศูนย์การแพทย์กว่า 900 แห่ง ในกว่า 30 ประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ http://www.sirtex.com 

          SIR-Spheres(R) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sirtex SIR-Spheres Pty Ltd

          เกี่ยวกับ Sarah Cannon Research Institute

Sarah Cannon Research Institute เป็นหน่วยวิจัยในสังกัดของ Sarah Cannon ซึ่งเป็นสถาบันด้านโรคมะเร็งระดับโลกในเครือ HCA ทางองค์กรมีความมุ่งมั่นในการยกระดับการรักษาผู้ป่วย จนก้าวขึ้นเป็นองค์กรวิจัยทางคลินิกชั้นแนวหน้าของโลก ซึ่งดำเนินการทดลองทางคลินิกเพื่อชุมชนผ่านหน่วยงานในเครือ ซึ่งมีเครือข่ายแพทย์กว่า 1,000 คนทั่วสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร Sarah Cannon ได้นำร่องการทดลองทางคลินิกเป็นครั้งแรกในมนุษย์มาแล้วราว 200 การทดลองนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 ในบรรดาการทดลองทางคลินิกเพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ได้รับการรับรองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น เกือบ 80% จากทั้งหมดเป็นการทดลองที่มี Sarah Cannon เป็นผู้นำ นอกจากนี้ Sarah Cannon ยังให้บริการด้านการจัดการ การขึ้นทะเบียนยา และบริการสนับสนุนด้านการวิจัยสำหรับผู้อุปถัมภ์อุตสาหกรรมและส่งเสริมการพัฒนาตัวยา ตลอดจนศูนย์วิจัยที่มีบทบาทสำคัญ ผ่านองค์กรวิจัยที่ทำสัญญาร่วมกัน สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ sarahcannon.com

          อ้างอิง: Kennedy AS, Ball DS, Cohen SJ et al .  Safety and efficacy of radioembolization in elderly (? 70 years) and younger patients with unresectable liver-dominant colorectal cancer. Clinical Colorectal Cancer 2015 Nov 2; ePub doi: 10.1016/j.clcc.2015.09.001.

          200-EUA-0116

          ที่มา: Sirtex Medical Limited

“Boredom or Love till the Very End” นวนิยายเรื่องใหม่เพื่อชีวิตรักที่ยืนยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

รีกา, ลัตเวีย–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ปัจจุบัน คู่แต่งงานมากถึงครึ่งหนึ่งปิดฉากชีวิตคู่ด้วยการหย่าร้าง และเรื่องเซ็กซ์มักถูกอ้างว่าเป็นสาเหตุหลัก ดังที่ระบุไว้ในการวิจัยซึ่งจัดทำขึ้นในฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

          http://www.multivu.com/players/uk/7710151-boredom-or-love-till-the-very-end/ 

Andrey Rider / Boredom or Love till the Very End: A Novel and a Recipe for Keeping Love Ablaze (PRNewsFoto/Valento Projects SA)

Boredom or Love till the Very End: A Novel and a Recipe for Keeping Love Ablaze (PRNewsFoto/Valento Projects SA)

          (ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160125/325704 )

          หลายคนเกิดคำถามว่า ปัญหานี้มีทางออกหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วความรักยืนยาวเพียง 3 ปี และจบลงโดยที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ นักเขียนนวนิยาย “อังเดรย์ ไรเดอร์” เชื่อว่าปัญหานี้มีทางออก นั่นคือ การจุดไฟรักให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

          นวนิยายเรื่องใหม่ของไรเดอร์อย่าง “Boredom or Love till the Very End” บอกเล่าเรื่องราวที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตคนเรา นั่นคือ ความสัมพันธ์ทางเพศของคู่แต่งงาน พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าเซ็กซ์ช่วยรักษาความสัมพันธ์ได้อย่างไร และเราควรจัดการกับความไม่ซื่อสัตย์ของคู่ครองอย่างไร หนังสือที่ตรงไปตรงมาและแสนเร้าใจเล่มนี้จะนำเสนอเคล็ดลับในการรักษาความสัมพันธ์ อันเป็นความท้าทายที่คู่แท้ส่วนใหญ่ต่างเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น หนังสือเล่มนี้น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับสาวๆที่อยากให้คนรักมีเธอเพียงคนเดียว

          ตัวละครหลักของนวนิยายเรื่องนี้คือ “ดาเรีย” ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง แต่แล้วชีวิตรักของเธอเองกลับจืดจางลงอย่างรวดเร็ว แต่เธอไม่ยอมแพ้และลงมือแก้ปัญหาโดยไม่รู้เลยว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร

          หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น โดยสามารถสั่งซื้ออีบุ๊กเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษารัสเซียได้จากร้านค้าออนไลน์ที่เว็บไซต์andreyrider.com

          เกี่ยวกับผู้แต่ง

          อังเดรย์เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รักมาอย่างยาวนาน นอกเหนือจากการแต่งนวนิยายแล้ว เขายังพัฒนาวิธีการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปีมีคู่รักหลายหมื่นคู่ที่ได้ประโยชน์จากวิธีการดังกล่าว

          ผลงานอื่นๆ ของผู้เขียน

          – Looking Through the Curtains หนังสือรวมเรื่องพร้อมภาพประกอบ

          – Antidepressant นวนิยายขนาดสั้นเกี่ยวกับผู้หญิงและเสรีภาพทางเพศ

          – FANTY เกมสำหรับผู้ใหญ่ มอบมุมมองใหม่ๆและสลัดความน่าเบื่อหน่ายออกจากชีวิตรัก

          – แคตตาล็อก 600 ภาพประกอบ

          – Keyhole Secrets เกมสวมบทบาทสุดเย้ายวน 200 เกม มากที่สุดในโลก 

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอังเดรย์ ไรเดอร์ ได้ที่ andreyrider.com

          ติดต่อ: info@andreyrider.com 

          ที่มา: Valento Projects SA

ผู้นำสมาคมพุทธศาสนาเรียกร้องทั่วโลกเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมปกป้องผู้ลี้ภัยและผู้ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โตเกียว—26 ม.ค.–เกียวโด เจบีเอ็น-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          ในวันที่ 26 มกราคม ไดซาขุ อิเคดะ ประธานสมาคมพุทธศาสนาโซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล หรือเอสจีไอ (Soka Gakkai International: SGI) ได้เผยแพร่ข้อเสนอเพื่อสันติภาพประจำปี 2559 ในหัวข้อ “ทั่วโลกร่วมใจเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์: หนทางอันยิ่งใหญ่สู่สันติภาพ” เพื่อเรียกร้องให้มีการยกระดับความพยายามในการตอบสนองความต้องการของผู้ด้อยโอกาส ซึ่งครอบคลุมถึงผู้พลัดถิ่นอันเป็นผลจากความขัดแย้งในซีเรียและพื้นที่อื่นๆ รวมถึงผู้พลัดถิ่นอันเป็นผลมาจากภัยธรรมชาติ

          ท่านอิเคดะน้อมรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ฉบับใหม่ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยท่านอิเคดะได้ให้การยกย่องวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2573 ที่ชูประเด็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยทั่วโลก

          ประธานเอสจีไอได้เรียกร้องให้มุ่งเน้นในเรื่องของการคุ้มครองเด็กๆที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ตลอดจนให้การสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ประเทศที่เปิดรับผู้ลี้ภัยความรุนแรงเป็นจำนวนมาก

          ท่านอิเคดะเน้นย้ำว่า การหันหน้าพูดคุยกันเป็นกุญแจสำคัญที่จะก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกันอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยกล่าวว่า “วิกฤตด้านมนุษยธรรมนั้นเหมือนการประชดประชันตรงที่ว่า ยิ่งผู้เคราะห์ร้ายเผชิญชะตากรรมเลวร้ายเท่าใด ก็ยิ่งถูกเพิกเฉยมากขึ้นเท่านั้น” ท่านอิเคดะเรียกร้องให้เรารับฟังเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีและศักยภาพที่มีมาแต่กำเนิด แทนที่จะมองเพียงสถานการณ์อันเลวร้ายเท่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตลอดจน “สร้างแผนที่โลกในใจเราขึ้นใหม่” นอกจากนี้ ท่านอิเคดะยังเน้นย้ำว่าการให้ความรู้ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการขจัดการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติ

          ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอิเคดะยังเรียกร้องให้จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีร่วมมือกันลดมลพิษทางอากาศ จัดการกับปัญหาฝุ่นละอองและพายุทราย รวมทั้งเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายของแต่ละประเทศตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงกรุงปารีส เนื่องจากทั้งสามประเทศปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึงหนึ่งในสามของโลก

          ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาค และสร้าง “มิตรภาพอันล้ำค่าสำหรับอนาคต” นอกจากนั้นท่านอิเคดะยังเน้นย้ำว่า หากเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ปล่อยคาร์บอนเป็นสัดส่วนรวมกันมากถึง 75% เริ่มลงมือจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแล้ว ผู้คนในเมืองนั้นๆก็จะรู้สึกอยากมีส่วนร่วมด้วย

          ท่านอิเคดะยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้และการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนมีการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อจัดการกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังที่ท่านซึเนซาบุโระ มากิงูจิ ผู้ก่อตั้งโซคา งักไก เรียกว่าเป็น “ความกล้าที่จะแก้ปัญหา”

          ในเรื่องของการปลดอาวุธนั้น ท่านอิเคดะได้เรียกร้องให้ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G7 ซึ่งจะประชุมร่วมกันที่เมืองฮิโรชิมาในเดือนเมษายนนี้ เดินหน้าหารือถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมอันเป็นผลมาจากอาวุธนิวเคลียร์ เช่นเดียวกับการไม่แพร่ขยายอาวุธและการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ สืบเนื่องจากการที่เกาหลีเหนือได้ทดสอบนิวเคลียร์เมื่อไม่นานมานี้

          ท่านอิเคดะยังเรียกร้องให้มีการกวดขันกฎข้อบังคับด้านการซื้อขายอาวุธทั่วไป รวมถึงอาวุธขนาดเล็ก ที่อาจถูกใช้เป็นอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง พร้อมเสนอให้มีการยกระดับสนธิสัญญาการค้าอาวุธที่เพิ่งบังคับใช้เมื่อไม่นานมานี้

          ท่านอิเคดะยังเผยให้เห็นความขัดแย้งที่ว่า ความตั้งใจในการบรรลุเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนมนุษย์ เช่น SDG กลับถูกบั่นทอนด้วยการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเน้นย้ำว่าการแลกเปลี่ยนอาวุธนิวเคลียร์แม้เพียง “น้อยนิด” ก็อาจทำให้ “ความพยายามทั้งหมดของมนุษยชาติในการแก้ไขปัญหาทั่วโลกไร้ความหมายทันที”

          ท่านอิเคดะเรียกร้องประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CTBT) ให้ดำเนินการทันที เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ พร้อมยื่นข้อเสนอให้กับคณะทำงานที่ทางสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้จัดตั้งขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมในการยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์

          นอกจากนี้ ท่านอิเคดะยังกล่าวถึงความคืบหน้าต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่กว่า 120 ประเทศได้ให้คำปฏิญาณด้านมนุษยธรรม อันเป็นพันธสัญญาเพื่อ “ประณาม ยังยั้ง และกำจัดอาวุธนิวเคลียร์” เช่นเดียวกับการที่ภาคประชาสังคมได้ร่วมเรียกร้องให้มีการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยท่านอิเคดะได้กล่าวยกย่องการดำเนินงานขององค์กรและกลุ่มเยาวชนที่ทาง SGI ได้ให้การสนับสนุน เช่น การประชุมสุดยอดเยาวชนโลกเพื่อล้มเลิกนิวเคลียร์ ซึ่งจัดขึ้นที่ฮิโรชิมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2558

          ไดซาขุ อิเคดะ ได้เผยแพร่ข้อเสนอแก่ประชาคมโลกเพื่อแนะนำแนวทางในการรับมือกับความท้าทายระดับโลกทุกๆปี นับตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา ท่านเป็นทั้งนักพุทธปรัชญา นักประพันธ์ และนักสร้างสันติภาพ โดยได้ดำรงตำแหน่งประธานของสมาคมพุทธศาสนาโซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล (เอสจีไอ) มาตั้งแต่ปี 2518 ทั้งนี้ ข้อเสนอเพื่อสันติภาพประจำปีได้รับการเผยแพร่ในวันที่ 26 มกราคมของทุกปี เนื่องในวาระครบรอบการก่อตั้งเอสจีไอ รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.daisakuikeda.org

          แหล่งข่าว: โซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล

          ติดต่อ:

          โจแอน แอนเดอร์สัน

          ฝ่ายประชาสัมพันธ์

          โซคา งักไก อินเตอร์เนชั่นแนล

          โทร. +81-80-5957-4711

          แฟกซ์: +81-3-5360-9885

          อีเมล: anderson[at]soka.jp

G2A.COM เปิดตัวสกินของเกม Counter Strike: Global Offensive

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และ ฮ่องกง–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            G2A ตลาดเกมดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้เพิ่มบริการให้ผู้ใช้สามารถซื้อขาย ครอบครอง และพูดคุยเกี่ยวกับลายเกม หรือ Game Skin และเปิดทางให้สกินมีบทบาทในการปรับตั้งค่าเกมเพื่อยกระดับความสนุกสนานให้แก่ผู้เล่น

 

G2A Skins / Trade Your CS:GO Skins on G2A! Choose From Our Item Galore! (PRNewsFoto/G2A.com)

Trade Your CS:GO Skins on G2A! Choose From Our Item Galore! (PRNewsFoto/G2A.com)

            (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160121/324812 )

            Dawid Rozek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีเอ็มโอของ G2A กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งแขกที่มาร่วมงานได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งที่อยากจะเห็นคลังสกินสำหรับเกมของพวกเขา เขาเสริมว่า เราจึงต้องตอบสนองความสนใจของคอเกมฮาร์ดคอร์เหล่านี้ที่ชื่นชอบความหลากหลาย สามารถอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: G2A.COM เปิดบ้านจัดปาร์ตี้วันเกิด G2A Winter Wonderland Party

            Game Skin คือลายที่สวมทับลักษณะภายนอกของวัตถุในเกมอย่างอาวุธหรือตัวละคร และเมื่อเปิดใช้แล้วมีผลในเกมทันที สกินมีอยู่ในเอฟเฟค ซึ่งเป็นกราฟฟิคที่ผ่านการปรับแต่งทำให้ตัวละครของผู้เล่นแตกต่างจากตัวละครอื่นในเกม เมื่อปี 2550 เกม Team Fortress 2 เปิดตัวไอเทมหมวกที่ควรค่าแก่การสะสม และต่อมาเข้าสู่ยุคเกม free 2 play ซึ่งมีเพียงสกินประเภท non-invasive (ใส่แล้วไม่มีความได้เปรียบในเกมนอกจากความสวยงาม เพื่อให้ผู้เล่นเท่าเทียมกัน) ปัจจุบัน เกมต่างๆ เช่น TF2, CS:GO, LoL ก็มีแบบแผนธุรกิจที่เปิดทางให้คอเกมสามารถสร้างสรรค์พัฒนาเกมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วยการใช้สกิน

            Dawid เปิดเผยว่า แม้สกินในเกมจะไม่มีผลต่อความสามารถในการเล่น แต่ก็ช่วยทำให้เห็นว่าเกมเมอร์คือผู้เล่นทีมีความทุ่มเท ทุ่มเทให้กับเกมและสนุกกับการปรับแต่งภาพลักษณ์ของตนเองในเกม

            G2A.COM ตอบสนองความต้องการสกินใน Counter Strike: Global Offensive เกมอีสปอร์ตซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด ลูกค้าที่พึงพอใจหลายล้านคน ตลอดจนทีมและองค์กรอีสปอร์ตที่เก่งที่สุด อาทิ Virtus.PRO และ Natus Vincere ได้ร่วมงานกับ G2A เพื่อทำให้แน่ใจว่าคอเกมจะสนุกกับเกมในแนวทางและสไตล์พิเศษ ด้วยการตกแต่งเกมของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

            เข้าชมได้ที่: https://www.g2a.com/?g=15 

            ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.g2a.co/press

            ที่มา: G2A.com

THOMAS SABO เผยโฉมเครื่องประดับ Love Bridge คอลเลคชั่นพิเศษเพื่อโมเมนต์แห่งรักสำหรับวันวาเลนไทน์ปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–27 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          สำหรับ THOMAS SABO แล้ว วันวาเลนไทน์ ปี 2559 เป็นเรื่องราวของการป่าวประกาศความรัก นับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม สร้อยข้อมือ Love Bridge ทั้ง 3 คอลเลคชั่นที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับวันแห่งความรัก จะมาพร้อมพื้นที่สลักข้อความส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นข้อความสำหรับวันแต่งงาน คติการดำเนินชีวิต หรือตัวอักษรย่อของคู่รักทั้งสอง ดีไซน์อันแสนโรแมนติกพร้อมข้อความส่วนตัวยังคงทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นได้เสมอ แม้ว่าจะผ่านพ้นวันพิเศษๆไปนานแล้วก็ตาม

 THOMAS SABO Valentine Day Special / THOMAS SABO Valentine's Day Special 2016: Post your most-beautiful love moments on Twitter or Instagram using #CatchThatMoment and participate in the prize draw. THOMAS SABO Love Bridge - make memories last! (PRNewsFoto/THOMAS SABO GmbH & Co.KG)

THOMAS SABO Valentine’s Day Special 2016: Post your most-beautiful love moments on Twitter or Instagram using #CatchThatMoment and participate in the prize draw. THOMAS SABO Love Bridge – make memories last! (PRNewsFoto/THOMAS SABO GmbH & Co.KG)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160126/326111 )

          สร้อยข้อมือ Love Bridge สำหรับวันแห่งความรักมีให้เลือกสรรระหว่างสร้อยข้อมือไข่มุกอ่อนหวานสไตล์หญิงสาว ประดับจี้รูปหัวใจแกะสลัก และสร้อยข้อมือสองเส้นทำจากโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 ชั้นเยี่ยม หรือแบบชุบทองคำสีกุหลาบ 18K อันประณีต โดยสร้อยข้อมือทั้งสองแบบมาพร้อมแผ่นเหล็กที่สลักคำประกาศแห่งรัก ซึ่งตกแต่งกรอบด้วยเพชรเซอร์คอเนียรูปหัวใจสองดวง และบรรจุอยู่ในแพ็คเกจพิเศษสำหรับเทศกาลวาเลนไทน์พร้อมด้วยการ์ดสำหรับเขียนข้อความ เพื่อเติมเต็มความประทับใจให้กับของขวัญใดๆก็ตามได้อย่างสมบูรณ์แบบ

          นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของ THOMAS SABO มีโอกาสคว้ารางวัลทริปท่องเที่ยวเมืองเวนิซ รวมถึงเครื่องประดับต่างๆ จากคอลเลคชั่น Love Bridge โดยตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนม.ค. ผู้เยี่ยมชมสามารถโพสต์ช่วงเวลาแห่งรักและความประหลาดใจอันงดงามที่สุดบนทวิตเตอร์หรืออินสตาแกรม ด้วยแฮชแท็ก #CatchThatMoment เพื่อเข้าร่วมลุ้นรางวัลไปพร้อมกัน

          ส่วนระหว่างวันที่ 23 มกราคม 14 กุมภาพันธ์ 2559 สร้อยข้อมือสำหรับสุภาพสตรีรุ่น LBA0045-051-14, LBA0045-416-14 และ LBA0046-082-14 จะวางจำหน่ายในร้าน THOMAS SABO ทุกแห่งและร้านค้าต่างๆ ทั้งจากร้านออนไลน์ที่ http://www.thomassabo.com  และจากร้านพันธมิตรชั้นนำ

          เกี่ยวกับ THOMAS SABO

          THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และเครื่องแต่งกายชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองเกือบ 280 สาขา ใน 5 ทวีป นอกจากนั้นยังมีพันธมิตรทางการค้าราว 2,600 รายทั่วโลก

          – อ้างอิง: สามารถรับชมรูปภาพได้ที่ AP Images ( http://www.apimages.com ) –

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

          Felizia Kindermann

          โทร. +49912397150

          อีเมล: press@thomassabo.com

         

          แหล่งข่าว: THOMAS SABO GmbH & Co.KG

ภาพยนตร์สารคดี Revolution of the Present เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก มุ่งสร้างหลักความเข้าใจให้แก่พลเมืองโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พอร์ตแลนด์, โอเรกอน – 26 .. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โลกกำลังถูกสรรสร้างขึ้นจากเจตนาและการกระทำของมนุษย์ มันช่างแตกต่างจากสิ่งที่เราเคยพบเห็นมาอย่างสิ้นเชิง” – Revolution of the Present

Revolution of the Present คือภาพยนตร์สารคดีฝีมือการกำกับของมาร์ค ลาเฟีย (Marc Lafia) ร่วมด้วยผู้นำทางความคิดระดับโลก 20 ท่าน ที่จะมาท้าให้ผู้ชมเริ่มวิเคราะห์สภาวการณ์ปัจจุบันในมุมมองใหม่อันแยบคาย ซึ่งการปฏิวัติสภาวการณ์ปัจจุบันนี้เอง จะทำให้เราสามารถรังสรรค์อนาคตที่ดีขึ้นร่วมกันได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ตีแผ่ความซับซ้อนแห่งช่วงเวลาร่วมสมัย เป็นการวิเคราะห์ข้อสันนิษฐานและเรื่องราวของโลกตะวันตก และเพิ่งเปิดตัวทาง Vimeo, iTunes และ Amazon Prime ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา (สามารถรับชมทาง GooglePlay ได้เร็วๆ นี้) โดยโลกหลังยุคอาณานิคมแห่งการเมืองเชิงอัตลักษณ์ โซเชียลมีเดีย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จอภาพ และเทคโนโลยีชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์นี้ ได้ก่อให้เกิดคำถามที่ว่า จะมีพื้นที่สำหรับการเมืองแบบปัจเจกและการเมืองแบบมีส่วนร่วมในวัฒนธรรมเครือข่ายยุคปัจจุบันหรือไม่

วิดีโอ http://youtu.be/3EFVaByF9ms

Revolution of the Present / Revolution of the Present (PRNewsFoto/Revolution of the Present)

Revolution of the Present (PRNewsFoto/Revolution of the Present)

รูปภาพ http://photos.prnewswire.com/prnh/20160122/325083

ภาพยนตร์สำหรับผู้ที่ต้องการหลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ

Revolution of the Present วิเคราะห์ผลกระทบแปลกๆ ที่มีต่อเมือง เศรษฐกิจ และประชากร ซึ่งเราอาจเรียกได้ว่าเป็นระบบทุนนิยมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย 20 นักคิดนานาชาติได้เปิดใจเกี่ยวกับความซับซ้อนและความแปลกประหลาดของช่วงเวลาร่วมสมัยนี้ พร้อมกับอภิปรายว่าสิ่งนี้คืออะไรและสามารถเป็นอะไรได้บ้าง ผ่านเสียงและภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ

เราต้องมีแนวคิดใหม่ๆ วิธีคิดใหม่ๆว่าอะไรคือโลกใหม่แห่งความจริง” – Revolution of the Present

ภาพยนตร์เรื่องนี้สมควรได้รับการหยิบยกมาเป็นประเด็นสนทนาระดับโลกลาเฟียกล่าว มันเป็นการก่ออิฐขึ้นไปทีละก้อนจนนำไปสู่คำอธิบายถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกันในโลกใบนี้ ดังที่ศาสตราจารย์แซสเกีย แซสเซนแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าวในภาพยนตร์ว่า เราอยู่อีกด้านหนึ่งของเสรีประชาธิปไตยหากเราได้วิเคราะห์สักนิดว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด เราจะเห็นว่าเราไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต คุณจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ หรือจะปล่อยให้ความเฉื่อยชาตัดสินใจแทนคุณก็ย่อมได้ ทว่าเราจะลงมือด้วยวิธีการใด และจะทำอะไร นั่นต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์

เนื่องด้วยผลกระทบของอารยธรรมมนุษย์ทำให้โลกของเราไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อยๆ ความร่วมมือและการอภิปรายจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนานี้ได้ โดยชมตัวอย่างภาพยนตร์และภาพยนตร์ได้ฟรีที่นี่ หรือติดตามข้อมูลที่ www.revolutionofthepresent.org และแลกเปลี่ยนมุมมองได้ที่ @RevOfThePresent

Gift of Life ครองสถิติยอดผู้บริจาคอวัยวะสูงสุดในสหรัฐในปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฟิลาเดลเฟีย–26 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Gift of Life Donor Program คือองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ได้รับมอบหมายจากรัฐให้เป็นผู้จัดหาอวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย โดยให้บริการในฝั่งตะวันออกของรัฐเพนซิลเวเนีย ทางตอนใต้ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ และรัฐเดลาแวร์ (มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย) Gift of Life เป็นองค์กรจัดหาอวัยวะชั้นแนวหน้าของสหรัฐอเมริกา 8 ปีติดต่อกัน โดยได้ประสานงานการรับบริจาคอวัยวะจากผู้บริจาค 483 รายในปี 2558 อันนำไปสู่การปลูกถ่ายอวัยวะ 1,291 ครั้ง ซึ่งทำลายสถิติยอดผู้บริจาคอวัยวะสูงสุดในประเทศ 447 รายที่ทำไว้เมื่อปี 2556 และ 2557 นอกจากนี้ Gift of Life ยังช่วยประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะในพื้นที่อื่นๆของประเทศอีก 352 ครั้ง ส่งผลให้ยอดการประสานงานเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะอยู่ที่ 1,643 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในสหรัฐเช่นกัน

 

Gift of Life ยังได้รับบริจาคเนื้อเยื่อจากผู้บริจาค 2,546 ราย ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยมากถึง 100,000 ราย โดยครอบคลุมถึงการบริจาคกระดูกเพื่อรักษากระดูกหักและป้องกันการตัดอวัยวะ การบริจาคผิวหนังเพื่อรักษาผู้ป่วยที่ถูกไฟไหม้ และการบริจาคลิ้นหัวใจเพื่อรักษาโรคหัวใจ ตลอดจนการรับบริจาคกระจกตาจากผู้บริจาค 2,265 ราย ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับได้รับโอกาสในการมองเห็น

 

การเป็นผู้นำระดับประเทศด้านการประสานงานกับผู้บริจาคอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตผู้อื่น ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา เรารู้สึกขอบคุณในความเมตตาของผู้บริจาคและครอบครัวของผู้บริจาค รวมถึงความทุ่มเทของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในภูมิภาค ตลอดจนความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างเรากับบรรดาศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและโรงพยาบาลฉุกเฉิน” โฮเวิร์ด เอ็ม นาธาน ประธานและซีอีโอของ Gift of Life กล่าว

 

ในปี 2558 Gift of Life ดำเนินงานอย่างครอบคลุมทั่วโลก ผ่านทางสถาบัน Gift of Life Institute ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้ความรู้เรื่องการบริจาคอวัยวะ โดยทางสถาบันได้ให้การฝึกอบรมแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริจาคอวัยวะกว่า 1,100 คนในสหรัฐและต่างประเทศ ทั้งในเรื่องของการสื่อสารกับครอบครัว การขออนุญาต และการพัฒนาโรงพยาบาล ผ่านทางชั้นเรียนที่มีครูผู้สอน การฝึกอบรมในห้องเรียนเสมือนจริง และอีเลิร์นนิ่ง โดยนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ทางสถาบันได้ให้การฝึกอบรมแก่ผู้เชี่ยวชาญกว่า 8,000 คนใน 37 ประเทศ

 

Gift of Life Institute กลายเป็นแหล่งสำคัญในการให้ความรู้เรื่องการบริจาคอวัยวะและเนื้อเยื่อ ส่งผลให้หลายๆประเทศตั้งองค์กรจัดหาอวัยวะขึ้นโดยอิงรูปแบบการดำเนินงานของ Gift of Life คุณนาธานกล่าวว่า ผมเชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในการกำหนดและปรับปรุงขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ ผมต้องการแบ่งปันรูปแบบการดำเนินงานของ Gift of Life และให้ความรู้ในเรื่องต่างๆที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ การช่วยจัดตั้งระบบที่มีประสิทธิภาพและให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดี่่สุดแก่ผู้อื่น ถือเป็นการมอบเครื่องมือที่จะช่วยชีวิตผู้คนได้มากขึ้น” ทั้งนี้ Gift of Life ดำเนินงานโดยคำนึงถึงความอ่อนไหวของแต่ละวัฒนธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการสื่อสารกับครอบครัวของผู้บริจาคด้วยความเคารพและความเห็นอกเห็นใจกัน Gift of Life จึงสามารถให้ความรู้แก่บุคคลและองค์กรต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี เม็กซิโก และซาอุดิอาระเบีย ภายในช่วงเวลาแค่ปีครึ่งที่ผ่านมา

 

นับตั้งแต่ปี 2517 Gift of Life ได้ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะมากกว่า 40,000 ครั้ง รวมถึงการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออีกประมาณ 600,000 ครั้ง พื้นที่ให้บริการของ Gift of Life ครอบคลุมประชากรเกือบ 11 ล้านคน และในปี 2558 ทางองค์กรได้ประสานงานกับผู้บริจาคอวัยวะราว 44 รายต่อประชากร 1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ donors1.org