HNA Tourism Group กลุ่มธุรกิจบริการการท่องเที่ยวระดับแนวหน้าของโลก ได้เข้าทำสัญญาควบรวมกิจการกับกลุ่มธุรกิจโรงแรม Carlson Hotels, Inc.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง และ มินนีแอโพลิส–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

 

การควบรวมกิจการของกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว HNA Tourism Group และกลุ่มธุรกิจโรงแรม Carlson Hotels จะทำให้เกิดกลุ่มธุรกิจที่เข้มแข็งในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านที่พักในระดับสากล มีศักยภาพการเติบโตที่ก้าวกระโดด มีความเป็นผู้นำ และมีความเข้มแข็งในการให้บริการและการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ของ Carlson Hotels ยังคงอยู่ที่เมืองมินนิทองกา รัฐมินนิโซตา

 

กลุ่มบริษัทธุรกิจการท่องเที่ยว HNA Tourism Group Co., Ltd. ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของกลุ่มบริษัท HNA Group Co., Ltd. ที่เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกที่ให้บริการในหลายด้าน เช่น การบิน การท่องเที่ยว ที่พัก การเงิน และบริการออนไลน์ต่างๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับ Carlson Hospitality Group, Inc. เพื่อเข้าซื้อกิจการ Carlson Hotels, Inc. ที่เป็นเจ้าของ Quorvus Collection, Radisson Blu(R), Radisson(R), Radisson RED, PARK Plaza(R), Park Inn(R) by Radisson, Country Inns & Suites By Carlson(SM) และ Club Carlson(SM) ซึ่งเป็นโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับโลก

HNA Carlson / Handshake from Left to Right: BAI Haibo, Chairman and CEO, HNA Hospitality Group and David P. Berg, CEO, Carlson Hospitality GroupWitness Leaders from Left to Right: CHEN WENLI, Vice Chairman, HNA Group; WANG JIAN, Chairman, HNA GROUP*; Diana Nelson, Chair, Carlson; Cheng Feng, Chairman of Board Members*, HNA Group; TAN XIANGDONG, CEO, HNA Group; LI TIE, CEO, HNA Tourism Group*not visible (PRNewsFoto/Carlson Hospitality Group)

Handshake from Left to Right: BAI Haibo, Chairman and CEO, HNA Hospitality Group and David P. Berg, CEO, Carlson Hospitality GroupWitness Leaders from Left to Right: CHEN WENLI, Vice Chairman, HNA Group; WANG JIAN, Chairman, HNA GROUP*; Diana Nelson, Chair, Carlson; Cheng Feng, Chairman of Board Members*, HNA Group; TAN XIANGDONG, CEO, HNA Group; LI TIE, CEO, HNA Tourism Group*not visible (PRNewsFoto/Carlson Hospitality Group)

Photo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160426/360661

Carlson Hospitality Group   HNA Tourism

Logo: http://photos.prnnews.com/prnh20160426/360315 LOGO

 

การควบรวมของกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว HNA Tourism Group และกลุ่มธุรกิจโรงแรม Carlson Hotels จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น ในด้านดิจิตอล การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในเมืองหน้าด่านสำคัญๆ รวมถึงการสร้างโรงแรม Radisson RED และโรงแรมแบรนด์อื่นๆเพิ่มเติม

 

Carlson Hotels เป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย และการทำสัญญาประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้สร้างโอกาสในการเติบโตอย่างมหาศาล” David P. Berg ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Carlson Hospitality Group กล่าว “เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลกอย่าง HNA Tourism Group อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ Carlson Hotels ทั้งนี้ เมื่อได้เป็นส่วนหนึ่งของ HNA Tourism Group แล้ว ทาง Carlson Hotels จะมีโอกาสให้บริการด้านที่พักแก่ลูกค้าทั่วทุกมุมโลก

 

ตั้งแต่คุณปู่ของฉัน Curt Carlson ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 1938 ครอบครัวของเราก็ได้ทำธุรกิจที่สร้างโอกาสให้แก่ผู้คนมากมาย และสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางบวกให้แก่โลกใบนี้” Diana Nelson ประธานบอร์ดบริหารของ Carlson กล่าว “การบริการอยู่ในหัวใจของเรา ดังนั้น การตัดสินใจควบรวมกิจการจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เราก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการขายโรงแรมให้แก่ HNA Tourism Group ที่เห็นคุณค่าของเรา เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ และเป็นไปตามเจตจำนงของคุณปู่ของฉันในระยะยาว

 

“เราให้ความเคารพต่อครอบครัว Carlson และชื่นชมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่พิเศษของ Carlson” Bai Haibo สมาชิกบอร์ดบริหาร HNA Tourism Group ผู้ดำรงตำแหนงประธานและซีอีโอของ HNA Hospitality Group กล่าว Carlson Hotels ประสบความสำเร็จในระดับโลก มีความมั่นคง และมีศักยภาพในการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากแบรนด์โรงแรมในเครือทั่วโลกที่มีนวัตกรรมที่ต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ และมีการใส่ใจพนักงานเป็นอย่างดี เราจะอาศัยสิ่งนี้ในการสร้างธุรกิจในตลาดสหรัฐอเมริกาและการขยายกิจการในประเทศต่างๆ เรามุ่งที่จะทำงานร่วมกับทีมผู้บริหาร พนักงาน หุ้นส่วนธุรกิจ คู่ค้า และลูกค้า เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตผ่านการลงทุนอย่างมหาศาลในธุรกิจนี้

 

เงื่อนไขของสัญญาที่ได้รับการอนุมัติโดยเอกฉันท์จากบอร์ดบริหารของ Carlson ระบุว่า HNA Tourism Group จะเข้าซื้อกิจการ Carlson Hotels ทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมถึงหุ้นใหญ่ราว 51.3% ใน Rezidor Hotel Group AB (publ) ซึ่งเป็น master licensee ของ Carlson Hotels ที่อยู่ในบรัสเซลส์ และมีโรงแรมหลายแห่งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เนื่องจากการทำธุรกรรมครั้งนี้จะส่งผลต่อการบริหาร Rezidor ทางอ้อม HNA Tourism Group จึงต้องปฏิบัติตามกฎการควบรวมกิจการของสวีเดน ด้วยการทำคำเสนอซื้อหุ้นของ Rezidor ที่เหลืออยู่อีก 48.7% ภายในเวลา 4 สัปดาห์นับจากวันปิดธุรกรรมการควบรวม ในกรณีที่จำนวนหุ้นไม่ลดลงต่ำกว่า 30% โดยภายใน 4 สัปดาห์ดังกล่าว HNA Tourism Group ต้องตัดสินใจทำคำเสนอซื้อหุ้น Rezidor ที่เหลืออยู่จากผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือขายหุ้น Rezidor ให้เหลือต่ำกว่า 30% ตามกฎหมายของประเทศสวีเดนและหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสวีเดน [1] ราคาขั้นต่ำของคำเสนอซื้อจะเป็นราคาขายเฉลี่ยของ 20 วันทำการก่อนหน้าที่จะมีการประกาศการลงนามสัญญาควบรวมกิจการของ Carlson Hotels ลงวันที่ 27 เมษายน 2016 ทั้งนี้ HNA Tourism Group จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้นภายหลังจากการทำธุรกรรมควบรวมแล้วเสร็จ

 

การทำธุรกรรมจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและเป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดหวังว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งหลังของปี 2016

 

การบริหารและธรรมาภิบาล

 

เมื่อการทำธุรกรรมควบรวมเสร็จสิ้น David P Berg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Carlson Hospitality Group จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กรใหม่

 

ความรับผิดชอบต่อชุมชน

 

เพื่อรักษาไว้ซึ่งคุณค่าของ Carlson รวมถึงมรดกตกทอดและความสัมพันธ์กับชุมชน HNA Tourism Group จึงให้สัญญาว่าเมืองมินนิทองกาจะยังคงเป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กรใหม่

 

ที่ปรึกษา

 

ที่ปรึกษาสำหรับการควบรวมในครั้งนี้ประกอบด้วย Morgan Stanley และ BDT & Company เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่Freshfields Bruckhaus Deringer LLP และ Advokatfirman Vinge KB เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของ Carlson Hotels ส่วน J.P.Morgan และ Benedetto,Gartland & Company เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่ Hogan Loveiis และ Advokatfirman Lindahi KB เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ HNA Tourism Group

 

ดูเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการควบรวมได้ที่ www.StrongerHotelsTogether.com

 

เกี่ยวกับ CARLSON HOTELS, INC.

 

Carlson Hotels เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วยโรงแรม 1,400 แห่งในเครือ โดยมีห้องพักกว่า 220,000 ห้อง และเปิดให้บริการใน 115 ประเทศ Carlson Hotels เป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ Quorvus Collection, Radisson Blu(R), Radisson(R),Radisson RED, Park Plaza(R), Park Inn(R) by Radisson, Country Inn & Suites By Carlson(SM) และ Club Carlson(SM) ซึ่งเป็นโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับโลก นอกจากนี้ Carlson Hotels ถือหุ้น 51.3% ใน Rezidor Hotel Group ในบรัสเซลส์ ซึ่งเป็น master licensee ของ Carlson Hotels ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ทั้งนี้ Carlson Hotels และแบรนด์โรงแรมในเครือ มีพนักงาน 90,000 คนทั่วโลก

 

เกี่ยวกับ HNA Tourism Group Co. Ltd.

 

HNA Tourism Group Co. Ltd. เป็นกลุ่มธุกิจท่องเที่ยวที่ดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น การบิน การท่องเที่ยว ที่พัก การเงิน และบริการออนไลน์ต่างๆ บริษัทก่อตั้งขึ้นที่กรุงปักกิ่งในเดือน มีนาคม 2007 และมีบริษัทลูกกว่า 20 แห่ง ซึ่งรวมถึง Capital Airlines, Deer Jet, Tangla Hotels and Resorts, Caissa Touristic และอีกมากมาย นอกจากนั้นยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในธุรกิจการท่องเที่ยวและที่พักที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น NH Hotels, Red Lion Hotels, PVCP Group และอื่นๆ ทั้งนี้ HNA Tourism Group เป็นที่ยอมรับในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาความเชื่อมโยงของโลก

 

เกี่ยวกับ HNA Hospitality Group Co. Ltd.

 

HNA Hospitality Group Co. Ltd. เป็นธุรกิจบริหารโรงแรมในเครือ HNA Tourism Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายโรงแรม ณ เดือนมีนาคม 2016 ทางกลุ่มได้บริหารโรงแรมประมาณ 500 แห่ง ซึ่งมีห้องพักรวมกันประมาณ 90,000 ห้อง ในเมืองหลักๆของประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยมีห้องพักตั้งแต่ระดับหรูหราถึงห้องราคาประหยัด เพื่อรองรับผู้ที่เดินทางทำธุรกิจและพักผ่อน บริษัทติดหนึ่งใน 300 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลก และได้รับรางวัลผู้นำในธุรกิจอย่างมากมาย เช่น แบรนด์โรงแรมที่มีการแข่งขันดีเด่นของจีน และกลุ่มบริหารโรงแรมที่ดีที่สุดของจีน

 

ดูสื่อเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการควบรวมได้ที่ www.StrongerHotelsTogether.com

 

[1] คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสวีเดน (AMN) พิจารณาคดี 2016:10

Aquatunes เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งเสียงเพลงที่จะทำให้การอาบน้ำไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดุสเซลดอร์ฟ, เยอรมนี–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่รวมเอาระบบเสียงสุดคูล ดีไซน์สุดฮิป และเทคโนโลยีสุดล้ำเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว Aquatunes ทำให้คุณสามารถฟังเพลงที่ชื่นชอบระหว่างอาบน้ำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำเข้าเครื่องหรือน้ำจากฝักบัวจะกระเซ็นใส่ ลำโพงบลูทูธกันน้ำซึ่งออกแบบโดย GROHE และ Philips จะช่วยให้คุณพร้อมเริ่มต้นวันดีๆ หรือช่วยให้คุณผ่อนคลายในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน Aquatunes เพิ่มมิติใหม่ให้กับช่วงเวลาในการอาบน้ำของคุณ ดังเห็นได้จากคลิปวิดีโอตัวใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์โดย GROHE Design Studio:http://bit.ly/GROHE_Aquatunes_clip

 GROHE Aquatunes Shower / The waterproof Bluetooth speaker Aquatunes is a collaborative product by GROHE and Philips. The modern design object creates the perfect sound experience in the bathroom. Just pair the speaker with your smartphone or tablet and your favorite music will be playing in the shower right away. (PRNewsFoto/GROHE AG)

The waterproof Bluetooth speaker Aquatunes is a collaborative product by GROHE and Philips. The modern design object creates the perfect sound experience in the bathroom. Just pair the speaker with your smartphone or tablet and your favorite music will be playing in the shower right away. (PRNewsFoto/GROHE AG)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357796 )

 GROHE Aquatunes Living / Lasting for up to eight hours, the Aquatunes battery packs enough power for plenty of relaxing and invigorating showers before it needs recharging. Its water-resistant induction charging station allows the speaker to operate even during recharging, so you can enjoy your favourite tunes while brushing your teeth or doing your makeup. (PRNewsFoto/GROHE AG)

Lasting for up to eight hours, the Aquatunes battery packs enough power for plenty of relaxing and invigorating showers before it needs recharging. Its water-resistant induction charging station allows the speaker to operate even during recharging, so you can enjoy your favourite tunes while brushing your teeth or doing your makeup. (PRNewsFoto/GROHE AG)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357797 )

          เพียงแค่กดปุ่มบลูทูธเพื่อจับคู่ Aquatunes กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณ เท่านี้คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงระหว่างการอาบน้ำ และด้วยช่วงสัญญาณที่ครอบคลุมถึง 10 เมตร จึงไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์ของคุณจะเปียกน้ำแต่อย่างใด

          นอกจากนี้ ลำโพงไร้สายตัวนี้ยังมาพร้อมอะแดปเตอร์สารพัดประโยชน์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ช่วยให้คุณสามารถยึดติดอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องถอดราวแขวนออกจากผนัง โดยกลไกการล็อคด้วยการกดและหมุนนั้น ทำให้การยึดและถอดอุปกรณ์เป็นเรื่องง่าย

          ไม่ใช่แค่ในห้องน้ำเท่านั้น Aquatunes ยังช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศสนุกสนานให้กับห้องครัว ปาร์ตี้ในสวน แม้กระทั่งจะพกติดตัวไปที่ชายหาดหรือเดินเล่นในสวนสาธารณะก็ทำได้เช่นกัน Aquatunes สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันถึง 8 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว และยังมาพร้อมกับที่ชาร์จกันน้ำไร้สายที่ทำให้คุณสามารถฟังเพลงและชาร์จอุปกรณ์ไปพร้อมกันได้

          สำหรับการควบคุมการทำงานนั้นไม่ซับซ้อน ประกอบด้วยปุ่มเปิด/ปิด ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง ปุ่มบลูทูธเพื่อจับคู่กับแหล่งเก็บเพลง และปุ่มเล่นเพลงก่อนหน้า/ถัดไป โดยมีสัญญาณไฟ LED ที่บอกสถานะการเชื่อมต่อบลูทูธและปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่

          Aquatunes คือนิยามแห่งความลงตัวระหว่างดีไซน์ระดับพรีเมียมและคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยม ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้การอาบน้ำของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

          แหล่งอ้างอิง: สามารถเข้าไปดูรูปภาพได้ที่ AP Images ( http://www.apimages.com ) และ http://www.presseportal.de/nr/15261

          ติดต่อ GROHE:

          Feldmuehleplatz 15, 40545 Duesseldorf

          โทร: +49(0)211-9130-3000, http://www.grohe.com

          สำหรับสื่อมวลชน:

          HERING SCHUPPENER Unternehmensberatung fuer Kommunikation GmbH,

          Berliner Allee 44, 40212 Duesseldorf

          โทร: +49(0)211-430-79-266/-289

          อีเมล: grohe@heringschuppener.com

เมอร์ค เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในงาน INTERPHEX 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ถังปฏิกรณ์ชีวภาพขนาด 1,000 ลิตร รองรับการใช้งานอย่างยืดหยุ่นและต่อเนื่อง 

เครื่องผสมขนาด 2,000 ลิตรสำหรับสารบัฟเฟอร์และสารตัวกลางที่ผสมยาก 

ระบบขนส่งของเหลวปลอดเชื้อและไม่ปลอดเชื้อในปริมาณมาก 

เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รายการจากตระกูล Mobius(R) ที่จะช่วยให้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์มีความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 Merck / The Mobius(R) 1000 liter single-use bioreactor completes the comprehensive Mobius(R) stirred tank portfolio of 3 to 2000 liter sizes, delivering greater flexibility and continuity for scale-up (PRNewsFoto/Merck)

The Mobius(R) 1000 liter single-use bioreactor completes the comprehensive Mobius(R) stirred tank portfolio of 3 to 2000 liter sizes, delivering greater flexibility and continuity for scale-up (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160421/358621 

ผลิตภัณฑ์ใหม่จากตระกูล Mobius(R) ประกอบด้วย ถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งขนาด 1,000 ลิตร เครื่องผสมขนาด 2,000 ลิตรสำหรับสารที่ผสมยาก รวมถึงระบบขนส่งของเหลวปลอดเชื้อและไม่ปลอดเชื้อในปริมาณมาก 

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Mobius(R) สามารถตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้นของลูกค้า โดยลูกค้าต่างต้องการระบบที่ใช้งานง่าย จะได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างเต็มที่” อูดิท บาทรา ซีอีโอของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค กล่าว 

ถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งขนาด 1,000 ลิตร ได้เข้ามาเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ถังปฏิกรณ์ Mobius(R) ที่มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ 3 ถึง2,000 ลิตร รองรับการใช้งานอย่างยืดหยุ่นและเพิ่มขนาดได้อย่างต่อเนื่อง ถังปฏิกรณ์ชีวภาพรุ่นใหม่นี้เป็นรุ่นเดียวในตลาดที่มีลิ้นชักด้านล่างเพื่อให้ใส่ถุงได้ง่ายและปลอดภัย ทั้งยังสามารถทำการผสมสารเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างรวดเร็วด้วยประสิทธิภาพคงที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณมากๆ 

ส่วนเครื่องผสม Mobius(R) Power MIX 2000 อันทรงพลัง ที่ใช้ผสมสารบัฟเฟอร์ สารตัวกลาง และส่วนผสมชีวเภสัชภัณฑ์อื่นๆที่ผสมยากนั้น ประกอบด้วยใบพัดที่ออกแบบมาอย่างดี รวมถึงมอเตอร์พลังแม่เหล็กเทคโนโลยี NovAseptic(R) อันเป็นเทคโนโลยีการผสมที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในถังสเตนเลสสตีล โดยสามารถเก็บตัวอย่างปลอดเชื้อจากถังผสมได้โดยตรง และมี Probe Port ที่เสียบได้ทั้ง standard probe แบบใช้ซ้ำสำหรับกระบวนการที่ไม่ต้องปลอดเชื้อ และเซนเซอร์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว สำหรับวัดค่า pH ในกระบวนการที่ต้องปลอดเชื้อ

ด้านระบบขนส่งของเหลวในปริมาณมากจากตระกูล Mobius(R) ประกอบด้วยถุงแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและถังสเตนเลสสตีล ที่ช่วยให้การขนส่งสารตัวกลาง สารบัฟเฟอร์ และผลิตภัณฑ์ยาขั้นสุดท้าย ทั้งแบบปลอดเชื้อและไม่ปลอดเชื้อ ทั้งในอุณหภูมิต่ำหรืออุณภูมิห้อง เป็นไปด้วยความปลอดภัยและสะดวกสบาย ระบบนี้ประกอบด้วยถุงแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 4 ถุง ขนาดตั้งแต่ 100 ถึง 500 ลิตร โดยทุกถุงทำมาจากฟิล์ม PureFlex(TM) Plus ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีโอกาสรั่วซึมต่ำมากและมีคุณสมบัติป้องกันก๊าซซึมผ่าน 

เมอร์คจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและผลิตภัณฑ์อื่นๆในกระบวนการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ ที่บูธหมายเลข #2841 ในงาน INTERPHEX2016 ซึ่งจัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์กระหว่างวันที่ 26-28 เมษายนนี้ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทางทวิตเตอร์ @merckgroup

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

Lenovo เปิดตัว “ZUK Z2 Pro” สมาร์ทโฟนพลิกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์แฟลกชิปที่มาพร้อมเซนเซอร์ระดับมืออาชีพ 10 ตัว ได้สร้างสถิติโลกไปแล้วถึง 9 รายการ 

Lenovo เผยโฉมสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นใหม่ “ZUK Z2 Pro” เมื่อวันที่ 21 เมษายน มาพร้อม 9 สิ่งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการสมาร์ทโฟน ซึ่งรวมถึงการงัดประสิทธิภาพการทำงานของชิป Qualcomm Snapdragon 820 ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ และการใช้เซนเซอร์ระดับมืออาชีพถึง 10 ตัว

 Lenovo ZUK Z2 Pro / Lenovo ZUK launches a New Android Flagship Z2 Pro that Integrates 10 Professional Sensors and Sets Nine World Records (PRNewsFoto/Lenovo ZUK)

Lenovo ZUK launches a New Android Flagship Z2 Pro that Integrates 10 Professional Sensors and Sets Nine World Records (PRNewsFoto/Lenovo ZUK)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160426/359935 

Lenovo ZUK Z2 Pro คือสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สร้างสถิติโลก 9 รายการ โดยเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นแรกของโลกที่ 

– งัดประสิทธิภาพการทำงานของ Snapdragon 820 ได้ 100%

            – ใช้เซนเซอร์ระดับมืออาชีพถึง 10 ตัว

            – สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และระดับรังสียูวี

            – ใช้บอดี้กระจก 3D ของจริง

            – เปิดโหมดถ่ายรูปได้ด้วยการเต้นของหัวใจ

            – สามารถปลดล็อกเครื่องด้วยลายนิ้วมือขณะนิ้วมือเปียก

            – ค้นหาเครือข่ายทั่วโลกได้เร็วที่สุด

            – รองรับการซิงค์กับ iCloud

            – รองรับบริการโรมมิ่งในต่างประเทศโดยไม่จำกัดเครือข่าย

งัดประสิทธิภาพการทำงานของ Snapdragon 820 ได้ 100% เป็นครั้งแรก 

ZUK Z2 Pro ใช้ชิป Snapdragon 820 และกำหนดนิยามใหม่ของ SPU (Sensor Processing Unit) สมาร์ทโฟนรุ่นนี้พัฒนาขึ้นโดยยึดโครงสร้างหน่วยประมวลผลแบบ CPU+GPU+SPU จึงเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่งัดประสิทธิภาพของชิป Snapdragon 820 ได้ 100% 

ZUK Z2 Pro รับรู้ข้อมูลภายนอกโดยอาศัยเซนเซอร์ระดับมืออาชีพ 10 ตัวและ SPU นอกจากนั้นยังมีแอป “U-health” ที่เข้าใจการเล่นกีฬาอย่างถ่องแท้ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหว วิเคราะห์ข้อมูล แถมยังให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพได้ด้วย 

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีบอดี้กระจก 3D ของจริง ชูดีไซน์ป้องกันการกระแทก RollCage 

Lenovo ZUK Z2 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีบอดี้กระจก 3D ของจริง ซึ่งแตกต่างจากบอดี้กระจก 2.5D และถูกหลักสรีระศาสตร์มากที่สุด จึงให้ความรู้สึกดีที่สุดเมื่อถืออยู่ในมือ นอกจากนี้ ดีไซน์ป้องกันการกระแทก RollCage พร้อมบอดี้ขอบโค้งมน และกระจก 3D ที่หนาเท่ากันทั้งเครื่อง ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานแรงดันและยกระดับประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องถึงขีดสุด 

หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว ขอบจอบางที่สุดในโลก 

ZUK Z2 Pro มาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED แบบ Full HD 1080P ขนาด 5.2 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจากซัมซุง ที่มีจุดเด่นคือระดับความสว่างขั้นต่ำสุด 1nit และสูงสุด 500 nit นอกจากนั้นยังมีขอบจอด้านในสีดำที่บางจนแทบมองไม่เห็นเพียง 0.05 มิลลิเมตร และความกว้างของกรอบจอรวมกันทั้งสิ้นเพียง 1.41 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของวงการ 

รูรับแสงขนาดใหญ่ + พิกเซลสูง + Dual IS พร้อมรองรับโหมดคู่ PDAF+CAF 

ZUK Z2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆของโลกที่ใช้รูรับแสดงขนาดใหญ่ F1.8 ความละเอียดสูง 1.34 ไมครอนพิกเซล มาพร้อมโหมด Dual IS และรองรับการโฟกัสโหมดคู่ PDAF+CAF ทั้งยังเด่นในเรื่องการโฟกัสความเร็วสูง การถ่ายภาพกลางคืน และการถ่ายภาพกีฬา ที่สำคัญคือรองรับการถ่ายวีดีโอระดับ 4K ด้วยความเร็วสูงถึง 960 เฟรมต่อวินาที ซึ่งเป็นครั้งแรกในโทรศัพท์มือถือ 

โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่รองรับการปลดล็อกเครื่องขณะนิ้วมือเปียก 

ZUK ได้พัฒนาประสิทธิภาพและยกระดับฟังก์ชั่น U-touch ซึ่งผนวกความสามารถของปุ่มแบค ปุ่มโฮม และปุ่มมัลติทาสก์ของแอนดรอยด์โฟนไว้ด้วยกัน ZUI OS 2.0 เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการวางนิ้วมือได้หลายรูปแบบ 

การปลดล็อก ZUK Z2 Pro ด้วยลายนิ้วมือนั้น ใช้เวลาเพียง 0.1 วินาที ซึ่งเร็วที่สุดในตลาด นอกจากนั้นยังเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่สามารถปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือขณะนิ้วมือเปียก 

โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์รุ่นแรกที่รองรับการซิงค์กับ iCloud 

ZUK Z2 Pro คือมือถือรุ่นแรกที่ระบบแอนดรอยด์กับไอโอเอสมาบรรจบกัน โดยสามารถซิงค์ข้อมูลกับ iPhone ได้ด้วยการล็อกอินเข้าบัญชี iCloudผ่านระบบ ZUI รวมทั้งสามารถซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อได้ด้วย 

รองรับบริการโรมมิ่งในต่างประเทศโดยไม่ต้องทำผ่านเว็บ 

ZUK Z2 Pro ทำงานได้ 7 โหมด และรองรับการปรับแต่งแบนด์ 23 แบนด์ ทั้งยังรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยเสียงล่าสุดอย่าง VoLTE 4G นอกจากนั้นยังสามารถค้นหาเครือข่ายและเชื่อมต่อได้เร็วที่สุดในโลก และยังมีฟังก์ชั่นโรมมิ่งมาพร้อมเครื่อง ผู้ใช้จึงสามารถใช้บริการโรมมิ่งได้ในกว่า 80 ประเทศ ที่สำคัญคือรองรับการซื้อบริการโรมมิ่งโดยไม่ต้องทำผ่านเว็บด้วย 

เวอร์ชั่นพรีเมียมราคา 2,699 หยวน 

ZUK Z2 Pro มีให้เลือกสองสี ได้แก่ ดำไทเทเนียมและขาวมุก และมีให้เลือกสองเวอร์ชั่น ได้แก่ พรีเมียมและแฟลกชิป โดยเวอร์ชั่นพรีเมียมมีหน่วยความจำ 128G พร้อม RAM 6GB และ ROM 128GB ในราคา 2,699 หยวน (ราว 415 ดอลลาร์) ส่วนเวอร์ชั่นแฟลกชิปมีหน่วยความจำ 64G พร้อม RAM 4GBและ ROM 64GB 

ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการของ ZUK ได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้

ยูฟ่า จับมือ เป๊ปซี่ ระเบิดความมันส์กับโชว์สุดอลังการครั้งแรกในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน และ เพอร์เชส, นิวยอร์ก–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – อลิเชีย คีย์ส เตรียมเปิดการแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 28 พฤษภาคมนี้

          ยูฟ่า และ เป๊ปซี่ มีความยินดีที่จะประกาศว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จะระเบิดความมันส์ด้วยการแสดงสดจากศิลปินระดับโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นำเสนอโดยเป๊ปซี่ (UEFA Champions League Final Opening Ceremony presented by Pepsi) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ณ สนามสตาดิโอ จูเซปเป เมอัซซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยอลิเชีย คียส์ จะเป็นศิลปินคนแรกที่เปิดศักราชใหม่แห่งการแสดงสดในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก โดยมีการแพร่ภาพออกอากาศในกว่า 220 ประเทศ

 PepsiCo UEFA Alicia Keys / Alicia Keys to perform at the first-ever "UEFA Champions League Final Opening Ceremony presented by Pepsi" (PRNewsFoto/PepsiCo)

Alicia Keys to perform at the first-ever “UEFA Champions League Final Opening Ceremony presented by Pepsi” (PRNewsFoto/PepsiCo)

          รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160425/359647

          “ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้แสดงงานเพลงใหม่ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลก” อลิเชีย คียส์ กล่าว “นี่คือช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และแทนทุกความรู้สึกที่เรามีร่วมกันไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนและเป็นใคร ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้เป็นส่วนสำคัญในประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้

          พิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งนำเสนอโดยเป๊ปซี่ในปีนี้ จะหลอมรวมโลกแห่งดนตรี ความบันเทิง และกีฬาระดับเวิลด์คลาสเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นการยกย่องวงการแฟชั่นและการออกแบบของมิลาน ในฐานะเมืองเจ้าภาพอีกด้วย

          “ดนตรี ความบันเทิง และกีฬาล้วนแล้วแต่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของเป๊ปซี่ เราคือแบรนด์ที่สร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดที่ใช้ความบันเทิงเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเรายังคงเดินหน้าขยายขอบเขตความสร้างสรรค์นั้นต่อไป” คาร์ลา ฮัสซัน รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารแบรนด์ระดับโลก กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มระดับโลกของเป๊ปซี่โค กล่าว “เป๊ปซี่จะมอบช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่และน่าจดจำ กับครั้งแรกในการเนรมิตเวทีระดับโลกเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งจะเป็นการขยายฐานแฟนบอลทั่วโลกที่ติดตามการแข่งขันให้กว้างยิ่งขึ้นไปอีก ตลอดจนยกระดับความตื่นเต้นเร้าใจของรอบชิงปีนี้ และสร้างธรรมเนียมใหม่ให้กับรายการกีฬาที่มีผู้ติดตามรับชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก”

          พิธีเปิดสนามนัดชิงซึ่งได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่นี้ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างเป๊ปซี่และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยการนำการแสดงของนักดนตรีที่เต็มที่กับการแสดงมากที่สุดคนหนึ่งของโลกไปสู่สายตาผู้ชมจำนวนมหาศาลทั่วโลก ทั้งยังเป็นการยกระดับความเร้าใจและความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันกีฬาแห่งปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก เป๊ปซี่เริ่มผนึกความร่วมมือกับทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลสโมสรยุโรปอันทรงเกียรติอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในปี 2558 โดยมีเลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่แมกซ์ และ เป๊ปซี่ เป็นแบรนด์ผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน

          กี-โลรองต์ เอ็ปสไตน์ ผู้อำนวยการการตลาดของยูฟ่า แสดงความคิดเห็นว่า “ด้วยผลงานอันโดดเด่นและโด่งดังที่โลดแล่นอยู่ในโลกแห่งดนตรี เป๊ปซี่จึงถือเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับการประเดิมจัดการแสดงดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาแห่งปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก ยูฟ่ามีความยินดีที่อลิเชีย คียส์ จะมาทำการแสดงที่มิลาน การแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ถือเป็นสุดยอดสังเวียนในวงการลูกหนังยุโรป โดยเป็นการนำสองทีมที่ดีที่สุดในทวีปมาพบกัน การนำศิลปินระดับโลกตัวจริงและเป็นที่ยอมรับอย่างสูงมาเปิดการแสดงก่อนการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับการแข่งขัน และจะส่งผลให้การดวลแข้งนัดสำคัญนี้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น อันจะนำไปสู่การส่งเสริมสถานะระดับโลกของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกในที่สุด”

          นอกเหนือจากการแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งนำเสนอโดยเป๊ปซี่แล้ว อลิเชีย คียส์ ยังจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของแคมเปญอุ่นเครื่องก่อนการแสดงด้วย โดยเมื่อเร็วๆนี้ เธอได้ร่วมรายการ The Voice ซีซั่น 11 ในสหรัฐ ซึ่งเป็นรายการยอดฮิตของสถานีเอ็นบีซี และกำลังจะออกอัลบัมที่ 8 ในปีนี้

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/uefachampionsleague

          เกี่ยวกับกับยูฟ่า

          สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า เป็นองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลยุโรป ยูฟ่าเป็นองค์กรแม่ข่ายที่มีสมาคมฟุตบอลระดับชาติ 54 แห่งทั่วยุโรปเป็นสมาชิก โดยทำหน้าที่รับมือกับทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลยุโรป เพื่อส่งเสริมกีฬาฟุตบอลโดยคำนึงถึงความเป็นเอกภาพ ความสามัคคี ความสงบสุข ความเข้าใจ และการเล่นที่ใสสะอาด ปราศจากการแบ่งแยกไม่ว่าในด้านการเมือง ชาติพันธุ์ ศาสนา เพศ หรือเหตุผลประการอื่น เพื่อรักษาค่านิยมของฟุตบอลยุโรป รักษาความสัมพันธ์กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลยุโรปทั้งหมด ตลอดจนสนับสนุนและคุ้มครองสมาคมสมาชิกเพื่อความรุ่งเรืองของวงการฟุตบอลยุโรป

          เกี่ยวกับเป๊ปซี่โค

          บรรดาผู้บริโภคต่างเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคกว่า 1 พันล้านครั้งต่อวันในกว่า 200 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เป๊ปซี่โคมีรายได้สุทธิมากกว่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2558 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท เช่น ฟริโต-เลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่-โคล่า เควกเกอร์ และทรอปิคานา เป๊ปซี่โคมีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดัง 22 แบรนด์ที่แต่ละแบรนด์มียอดขายปลีกทั่วโลกมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เป๊ปซี่โคดำเนินงานอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Performance with Purpose) เพื่อนำเสนอศักยภาพทางการเงินอย่างเหนือชั้น พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น โดยในทางปฏิบัติ Performance with Purpose หมายถึงการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีทั้งความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คิดค้นแนวทางใหม่ๆเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการดำเนินงาน สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและใส่ใจแก่พนักงานทั่วโลก ตลอดจนให้ความเคารพ สนับสนุน และลงทุนในชุมชนที่เราดำเนินงาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.pepsico.com

iPoint เผยขอบเขตกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์และทาสสำหรับภาคเอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

รอยทลิงเง็น, เยอรมนี–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          iPoint-systems เตรียมเผยรายงานต่อต้านการค้ามนุษย์แบบเปิดกว้าง

          iPoint-systems ผู้นำด้านการจัดหาและให้บริการซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนภายใต้ข้อขัดแย้ง (Conflict Minerals), ข้อกำหนดของสหภาพยุโรปว่าด้วยเรื่องของการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS), ระเบียบว่าด้วยสารเคมีของสหภาพยุโรป (REACH) รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (EH&S) มีความยินดีที่จะประกาศรายงานกรอบกฏหมายต่อต้านการค้ามนุษย์และทาสสำหรับภาคเอกชนโดยตรง

 iPoint / Corporate liabilities for modern-day slavery in supply and service chains: A transnational framework (Author: Dr. Chris N. Bayer. Published on April 25, 2016. Funded by iPoint-systems gmbh) (PRNewsFoto/iPoint-systems)

Corporate liabilities for modern-day slavery in supply and service chains: A transnational framework (Author: Dr. Chris N. Bayer. Published on April 25, 2016. Funded by iPoint-systems gmbh) (PRNewsFoto/iPoint-systems)

          (รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160426/359936)

          การแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวเนื่องกันของกฎหมายในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อบริษัทต่างๆ ในการออกแบบโครงการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบโซลูชั่นแบบบูรณาการ มีการรายงานที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับด้วย

          “กฏหมายใหม่ 7 มาตรานี้ท้าทายให้บริษัทต่างๆ ควบคุมสภาพการทำงานในห่วงโซ่อุปทานและข้อกำหนดของบริษัทที่อาจมีลักษณะเหมือนการใช้แรงงานทาส” ดร.คริส เบเยอร์ ผู้เขียนรายงานฉบับดังกล่าวแสดงความเห็น “การออกแบบโครงการต่อต้านการใช้แรงงานทาสควบคู่ไปกับความรับผิดชอบขององค์กรถือเป็นเรื่องยากแล้ว การควบรวมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามระบบต่างๆ ที่กฏหมายกำหนดนั้นถือเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า”

          รายงานกรอบกฏหมายดังกล่าวนี้ถือเป็นก้าวแรกของ iPoint ในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ “ลูกค้าของเรามีความต้องการโซลูชั่นด้านซอฟต์แวร์ที่มีหลักฐานอ้างอิงอันเชื่อถือได้ และทำให้ธุรกิจมีความสมเหตุสมผล” จอร์จ วอลเดน ซีอีโอของ iPoint กล่าว “นี่คือสิ่งที่เรากำลังดำเนินงานเพื่อที่จะให้บริการต่อไป”

          ก้าวต่อไปของ iPoint คือการสร้างแม่แบบในการรายงานการต่อต้านการค้ามนุษย์แบบเปิดกว้าง ซึ่งภาคธุรกิจต่างๆ อาจนำไปใช้ในการรายงานห่วงโซ่อุปทานความต้องการ สำหรับตอนนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นซึ่งมาจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และตัวแทนจากภาครัฐ กำลังทดลองใช้เครื่องมือที่เรียกว่า eLRT หรือรูปแบบสิทธิแรงงานอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Labour Rights Template) เพื่อให้แน่ใจว่าแม่แบบดังกล่าวมีความรวดเร็ว เที่ยงตรง ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของรายงานปัจจุบัน และการปฏิบัติด้านแรงงานที่มีความเสี่ยงได้ แม่แบบดังกล่าว พร้อมด้วยขอบเขตกฎหมายจะมีให้ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ http://www.elrt.org/

          เกี่ยวกับ iPoint

          iPoint เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในการใช้งานและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทนับพันแห่งทั่วโลกพึ่งพาการบริการด้านข้อมูลการจัดการการติดตามตรวจสอบ, การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลภายในเครือข่ายการทำงานทั้งหมด การให้บริการด้านซอฟต์แวร์และการให้คำปรึกษาของ iPoint ในการแข่งขันและนำหน้าผู้อื่นอยู่ 1 ก้าวเสมอในแง่มุมของกฏและข้อเรียกร้องต่างๆ อาทิ REACH, RoHS, ขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสารอันตราย (WEEE), ยานยนต์ที่หมดอายุ (ELV), Conflict Minerals และแนวโน้มการพัฒนาอื่นๆ บนสังเวียนที่ได้รับความยินยอมพร้อมใจ และดำเนินไปอย่างยั่งยืน

          http://www.ipoint-systems.com

          สื่อมวลชนติดต่อ: 

          Dr. Katie Boehme,

          iPoint-systems gmbh

          ฝ่ายการตลาดและการสื่อสารทั่วโลก 

          โทร: +49-(0)7121-1-44-89-60

          อีเมล: katie.boehme@ipoint-systems.de

          ที่มา: iPoint-systems

หัวเว่ย เปิดตัวตัวนวัตกรรมและความร่วมมือ มุ่งผลักดันการใช้งาน NB-IoT ในอุตสาหกรรมแนวดิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ที่การประชุม M2M World Congress ในกรุงลอนดอน หัวเว่ย ได้ประกาศกลยุทธ์และนวัตกรรม Narrow-Band Internet of Things (NB-IoT) ของบริษัท เพื่อผลักดันการใช้งาน IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หัวเว่ย ยังได้สาธิตวิธีการสร้างระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุศักยภาพสูงสุดของ NB-IoT ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับ โวดาโฟน ในการเปิดตัว Vodafone NB-IoT Open Lab ที่เมืองนิวบูรี่ สหราชอาณาจักร

ในส่วนของการพัฒนาระบบนิเวศ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 หัวเว่ย และ โวดาโฟน ได้ประกาศเปิดตัว Vodafone NB-IoT Open Lab โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้องค์กรที่สามสามารถให้บริการในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทวนสอบโซลูชั่นเครือข่าย นวัตกรรมการใช้งานใหม่ๆ การผนวกรวมอุปกรณ์ การวิจัยโมเดลธุรกิจ และการรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เพื่อเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในการใช้งานตามกลุ่มอุตสาหกรรมแนวดิ่ง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม

เทคโนโลยี NB-IoT ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ Low Power Wide Area (LPWA) ที่ได้รับการปรับให้เป็นมาตรฐานโดยกลุ่ม 3GPP เทคโนโลยีดังกล่าวนำเสนอคุณประโยชน์สำคัญมากมาย ทั้งรองรับการเชื่อมต่อได้กว่า 100,000 จุดต่อเซลล์ อายุแบตเตอรี่นาน 10 ปี ครอบคลุมระยะไกลด้วยค่าสัญญาณ 20dbบนเครือข่าย GSM ความปลอดภัยเหนือกว่าด้วยระบบตรวจสอบสองทางและระบบเข้ารหัสบนส่วนต่อประสาน ทั้งยังมอบความเสถียรบนเครือข่ายในการใช้งาน IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ

ปัจจุบัน หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่น IoT ครอบคลุมการใช้งานหลายประเภท โดยนอกเหนือจากอุปกรณ์เครือข่ายทั่วไปแล้ว หัวเว่ยยังนำเสนอแพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจครบวงจร และชิปเช็ตการสื่อสาร เพื่อมอบการสนับสนุนอย่างเหนือชั้นแก่กลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย ในการใช้งานโซลูชั่นNB-IoT เชิงพาณิชย์

“การใช้งาน IoT ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการพลิกโฉมการเชื่อมต่อของธุรกิจและเมืองต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี NB-IoT เช่น ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ และระบบจอดรถอัจฉริยะนั้น จะเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อมีนวัตกรรมและความร่วมมือในเรื่องของ NB-IoT เพื่อทำให้มั่นใจว่าการเชื่อมต่อจะปลอดภัย มีเสถียรภาพ และทนทาน” พอล สแกนลัน ประธานฝ่ายให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเครือข่ายของหัวเว่ย กล่าว “หัวเว่ย ร่วมด้วยพาร์ทเนอร์ของเรา กำลังเดินหน้าต่อยอดนวัตกรรม NB-IoT อันล้ำหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายหลักๆในการใช้งาน IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นสปอนเซอร์ระดับแพลตตินั่มของการประชุม M2M Congress เราเชื่อว่า นี่เป็นเวทีสำคัญที่นำบรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมารวมตัวกัน เพื่อพูดคุยในเรื่องของนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดี สู่การพัฒนาเทคโนโลยี NB-IoT อย่างยั่งยืน เพื่อนำเสนอการใช้IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ และทำให้โลกของเรามีการเชื่อมต่อถึงกันได้ดียิ่งขึ้นในท้ายที่สุด”

ปัจจุบัน โวดาโฟน หัวเว่ย และยู-บลอกซ์ (u-blox) ประสบความสำเร็จในการเปิดให้ทดลองใช้เทคโนโลยี pre-standard NB-IoT ในเชิงพาณิชย์ ด้วยการผสานเทคโนโลยีดังกล่าวลงบนเครือข่ายมือถือที่มีอยู่เดิมที่สเปน ทางผู้ให้บริการเครือข่ายจะสามารถให้บริการระบบมิเตอร์ระยะไกลแก่ผู้ใช้งานของตนในอนาคต ชิปเซ็ตและซอฟต์แวร์ของหัวเว่ยได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จในการเปิดทดลองใช้เทคโนโลยี pre-NB IoT ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ใช้แถบความถี่แคบในช่วงความถี่ของผู้ให้บริการ การใช้เทคโนโลยี NB-IoT ในเซลลูลาร์สเปกตรัมที่ได้รับอนุญาตนั้น นำมาซึ่งความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการรบกวน ทั้งยังยกระดับการบริการอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนการเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมและการใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

สำหรับในอนาคต หัวเว่ยจะเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆต่อไป และมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศแบบเปิดอันแข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการให้บริการเทคโนโลยี NB-IoT เชิงพาณิชย์ หัวเว่ย ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์อย่างโวดาโฟน พร้อมที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาการเชื่อมต่อ NB-IoT ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆในแนวดิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค การเกษตร การผลิต อุปกรณ์สวมใส่ และการคมนาคม เพื่อสร้างสรรค์โลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีกว่า

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิด หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและแวดวงเครือข่ายธุรกิจ อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com หรือติดตามเราได้ทาง

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

นักบินบริษัทขนส่งสินค้า UPS ร่วมขบวนหยุดงานประท้วงที่สนามบินโคโลญ บอนน์ ในเยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลุยส์วิลล์, เคนทักกี–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

สมาชิกสมาคมนักบินอิสระ (IPA) ราว 80 คน ซึ่งล้วนเป็นนักบินของบริษัทขนส่งสินค้า UPS ที่ทำงานอยู่ในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ได้ประกาศหยุดงานประท้วงร่วมกับสหภาพ ver.di ที่ท่าอากาศยานโคโลญ บอนน์ โดยการหยุดงานประท้วงครั้งนี้จะกินเวลา 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 26 เมษายนตามเวลาเยอรมนี

สหภาพ Ver.di ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานภาคพื้นดินที่ท่าอากาศยานโคโลญ บอนน์ ได้ขอให้ IPA ระงับการทำงานในฐานะนักบินเป็นเวลา 24ชั่วโมง” กัปตันโรเบิร์ต ทราวิส ประธานสมาคม IPA กล่าว “เราจะเข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้ และจะไม่ขัดขวางการหยุดงานประท้วงของ ver.di”

มีการคาดการณ์ว่า การหยุดงานประท้วงของ ver.di ครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินของ UPS ทั้งขาเข้าและขาออกท่าอากาศยานโคโลญ บอนน์ ประมาณ 60 เที่ยวบิน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักบินของเราได้เตรียมพร้อมหยุดงานประท้วงบริษัท UPS และในวันนี้ เราได้เปิดฉากการประท้วงโดยได้รับการสนับสนุนจากนักบินในเยอรมนี” ทราวิสกล่าวเสริม “เราจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเพื่อนร่วมอาชีพในเยอรมนี และเราเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะให้การสนับสนุนเราเช่นกันเมื่อมีเหตุจำเป็น”

FDA ไฟเขียว Intuity Medical ทำตลาด POGO(R) Automatic(TM) Blood Glucose Monitoring System ระบบตรวจสอบกลูโคสในเลือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซันนีเวล, แคลิฟอร์เนีย–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

POGO เป็นเครื่องตรวจวัดกลูโคสและคาร์ทริดจ์แบบใช้ทดสอบได้หลายครั้งชนิดแรก ที่ผสานกระบวนการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และวิเคราะห์ข้อมูลเข้าไว้ในการทดสอบเพียงขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นสตริปและปากกาเจาะเลือดแยกกันหลายตัว

Intuity Medical, Inc. บริษัทเอกชนผู้พัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับการจัดการโรคเบาหวาน ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ให้วางจำหน่ายระบบตรวจสอบกลูโคสในเลือดหรือ POGO(R) Automatic(TM) Blood Glucose Monitoring System โดย POGO System เป็นเครื่องตรวจวัดกลูโคสในเลือดและคาร์ทริดจ์แบบใช้ทดสอบได้หลายครั้งชนิดแรกที่มีการทดสอบอย่างอัตโนมัติ ตั้งแต่กระบวนการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างเลือด และวิเคราะห์เลือด ทั้งหมดนี้ในขั้นตอนง่ายๆเพียงขั้นตอนเดียว POGO ผสานอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดในการทดสอบกลูโคสในเลือด จนกลายเป็นคาร์ทริดจ์แบบใช้ทดสอบได้ 10 ครั้ง ด้วยการใช้งานที่สะดวกสบายและครบครันPOGO ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ป่วยกว่าหลายล้านคนที่จำเป็นต้องตรวจสอบระดับกลูโคสในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลภาวะเบาหวานของตนเอง

จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคอันดับ 7 ที่เป็นสาเหตุต้นๆของการเสียชีวิตในสหรัฐนั้น มีประมาณ 422 ล้านรายทั่วโลก สมาคมโรคเบาหวานสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย 29 ล้านรายในสหรัฐไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเพื่อบริหารจัดการกับภาวะเบาหวานของตนเองได้ ภาระต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการตรวจระดับกลูโคสในเลือดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลที่ย่ำแย่ สำหรับผู้ป่วยหลายๆราย การใช้อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสำหรับการตรวจระดับกลูโคสนั้นถือเป็นความท้าทาย POGO จึงทำลายขีดจำกัดในการใช้อุปกรณ์ตรวจสอบต่างๆ รวมถึง ปากกาเจาะเลือด ใบมีดและแผ่นสตริป ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยจะสามารถตรวจสอบระดับกลูโคสได้อย่างรวดเร็วและรอบคอบแม้ในช่วงเวลาที่วุ่นวาย

สำหรับวิธีการทดสอบนั้น เพียงกดไปที่ช่องทดสอบ POGO จะเจาะนิ้วและเก็บตัวอย่างเลือดโดยอัตโนมัติ และจะแสดงผลเมื่อครบ 4 วินาทีหลังจากนั้น อุปกรณ์ตรวจวัดรุ่นนี้ใช้ตัวอย่างเลือดปริมาณเล็กน้อย 0.25 ไมโครลิตรในการวิเคราะห์ระดับกลูโคส  ภายหลังจากที่ทดสอบครบ 10 ครั้งแล้ว ผู้ป่วยสามารถทิ้งคาร์ทริดจ์แบบใช้งานด้วยตนเองนี้ได้เลย โดยไม่ต้องดูแลแผ่นสตริปหรือเข็มเจาะเลือดให้ยุ่งยากเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในคาร์ทริดจ์อยู่แล้ว วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคจากการใช้ปากกาเจาะเลือดหรือแผ่นสตริปในที่สาธารณะ

สตีฟ เอเดลแมน ศาสตราจารย์คลินิกประจำมหาวิทยาลัยซานดิเอโก้และผู้ก่อตั้งมูลนิธิควบคุมโรคเบาหวานหรือ TCOYD กล่าวว่า “POGO ได้นำเสนอคุณสมบัติใหม่ๆที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถวัดระดับกลูโคสในเลือดจากที่บ้านได้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและอุปกรณ์ลง POGO จึงช่วยขจัดอุปสรรคที่มีอยู่เดิมในการตรวจกลูโคส และยังทำให้ผู้ป่วยมีวิธีการใหม่ๆในการตรวจกลูโคส อีกทั้งยังช่วยให้การตรวจระดับกลูโคสซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้น มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น “

เมื่อผนวกเข้ากับ Intuity Medical’s proprietary Patterns(R) หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับการจัดการกับโรคเบาหวานที่ใช้ระบบคลาวด์ในการวิเคราะห์ข้อมูลของระดับกลูโคสแล้ว ถือได้ว่า POGO กลายเป็นทั้งแพลทฟอร์มสำหรับการตรวจจับและจัดการกับระดับกลูโคสให้แก่บุคลากรในวงการสุขภาพและผู้ป่วย เพื่อติดตามแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการควบคุมกลูโคสในภาพรวมได้

เทคโนโลยีที่พิเศษและได้รับการจดสิทธิบัตรของ POGO มีศักยภาพในการเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยนับล้านรายที่มองว่าการตรวจกลูโคสเป็นภาระ สมาชิกจากกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าร่วมการวิจัยจำนวน 287 รายมากกว่าครึ่งมองว่า ตนเองอยากเลือกที่จะใช้ POGO ตรวจกลูโคสตามตารางซึ่งแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพมากกว่าการใช้เครื่องวัดแบบเดิมเอมอรี วี แอนเดอร์สัน ประธานและซีอีโอ Intuity Medical กล่าว ด้วยความสำเร็จจากการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ ทีมงานบริษัท Intuity ก็พร้อมที่จะเดินหน้าระดมทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเพื่อเริ่มผลิตและเปิดตัว POGO ในเชิงพาณิชย์

Intuity Medical พุ่งเป้าไปที่การจัดหาโซลูชั่นเพื่อบรรเทาความยากลำบากให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจาก เทคโนโลยีของ POGO สามารถส่งมอบการตรวจกลูโคสแบบง่ายในขั้นตอนเดียวให้แก่ผู้ป่วย

เกี่ยวกับ Intuity Medical

Intuity Medical มุ่งมั่นที่จะทำให้การบริหารจัดการโรคเบาหวานเป็นไปได้อย่างง่ายดายขึ้น ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและเอกสิทธิ์ของบริษัทเพื่อช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการทดสอบกลูโคส ผลิตภัณฑ์ POGO ของ Intuity Medical เป็นเครื่องตรวจวัดกลูโคสในเลือดและคาร์ทริดจ์แบบใช้ได้หลายครั้งชนิดแรก ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการทดสอบอัตโนมัติในขั้นตอนง่ายๆเพียงขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทดสอบแยกกันหลายๆตัว การออกแบบที่ครบวงจรอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ POGO ช่วยให้ผู้ป่วยมีความยืดหยุ่นในการทดสอบได้บ่อยครั้ง ตามคำแนะนำของบุคลากรมืออาชีพด้านการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อการบริหารจัดการโรคเบาหวานในชีวิตประจำวัน กลุ่มนักลงทุนในปัจจุบันของบริษัทได้แก่ Accuitive Medical Ventures, Emergent Medical Partners, Investor Growth Capital, U.S. Venture Partners, Venrock และ Versant Ventures

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ POGO และ Intuity Medical ได้ที่: www.presspogo.com

เกี่ยวกับกลุ่มนักลงทุนของ Intuity Medical:

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มนักลงทุนของ Intuity Medical ได้ที่:

Accuitive Medical Ventures www.amvpartners.com

Emergent Medical Partners www.emvllp.com

Investor Growth Capital www.investorgrowthcapital.com

U.S. Venture Partners www.usvp.com

Venrock www.venrock.com

Versant Ventures www.versantventures.com

Marriott Rewards เปิดตัวศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่พร้อมสิทธิประโยชน์เหนือชั้นแก่สมาชิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – Marriott Rewards มอบสุดยอดประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับสมาชิก

          Marriott Rewards รอยัลตี้โปรแกรมระดับรางวัลของ Marriott International มอบ 3 สิทธิประโยชน์ล่าสุดให้สมาชิกได้ค้นหาสิ่งที่ชื่นชอบพร้อมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

 

  โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160205/8521600770LOGO-a

          – สมาชิก Elite ทั้งระดับ Gold และ Premium ของ Marriott Rewards รวมถึง The Ritz-Carlton Rewards จะได้รับบริการประกันการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมด้วยเวลาที่ยืดหยุ่นกว่าลูกค้าปกติเพื่อตัดปัญหาความเร่งรีบในวันพักผ่อน 

          – ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่จาก Marriott Rewards จะเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกท่าน รวมถึงสมาชิกของ The Ritz-Carlton Rewards ได้สัมผัสความพิเศษหนึ่งเดียว และประสบการณ์อันไม่รู้ลืม

          – สำหรับสมาชิกดั้งเดิมของ Elite Marriott Rewards จะได้รับบริการการต้อนรับชั้นเลิศรูปแบบใหม่ที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวอันไร้ขอบเขตและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล

          “เพื่อตอบแทนความภักดีของสมาชิก Marriott Rewards จึงมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าโรงแรมทั่วไป” Anka Twum-Baah รองประธานฝ่ายCustomer Loyalty & Content ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ Marriott International กล่าว “เป้าหมายของเรามิใช่เพียงการส่งมอบความยืดหยุ่นและอิสรภาพด้านการท่องเที่ยวแก่สมาชิกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสอันน่าตื่นเต้นที่จะทำให้สมาชิกของเราเพลิดเพลินไปกับสุดยอดประสบการณ์การท่องเที่ยว รางวัลเฉพาะตัวอันเป็นสุดยอดแห่งประสบการณ์เหล่านี้คือการตอบแทนความภักดีของสมาชิก”

          รับประกันการเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวัน

          สิทธิประโยชน์การเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวันเป็นบริการสำหรับสมาชิก Gold และ Platinum Elite ของ Marriott Rewards และ The Ritz-Carlton Rewardsที่จะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การท่องเที่ยวอันไร้ขอบเขตตามแผนการเดินทาง สมาชิกเหล่านี้จะได้รับการรับประกันการเช็คเอ้าท์จนถึง 4 โมงเย็น โดยที่สามารถแจ้งขอใช้สิทธิ์ได้เมื่อทำการจองผ่านโทรศัพท์, ผ่านแอพ Marriott Mobile หรือเมื่อเดินทางถึงโรงแรม สิทธิประโยชน์ดังกล่าวสามารถใช้ได้กับทุกโรงแรมที่ร่วมรายการกับ Marriott Rewards ยกเว้น รีสอร์ท โรงแรมเพื่อการประชุม และ Marriott Vacation Club นอกจากนี้  Marriott Rewardsและ The Ritz-Carlton Rewards ยังมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก Silver Elite สามารถขอเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวันได้ในวันที่จะออกจากที่พักด้วย โดยบริการดังกล่าวจะเริ่มให้ใช้สิทธิได้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. เป็นต้นไป

          ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่

          สมาชิก Marriott Rewards และ The Ritz-Carlton Rewards ทุกคนสามารถเลือกสรรหลากหลายกิจกรรมและโอกาสสุดพิเศษที่ตอบโจทย์ความชอบของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการทำอาหารแบบส่วนตัวจากเชฟชื่อดัง; บัตรวีไอพีเข้าชมคอนเสิร์ตและการเดินแบบ; หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ในการแข่งขันกีฬาชั้นนำอย่าง HKSEVENS Rugby Week ที่สนับสนุนโดย Marriott Rewards ฮ่องกง ในช่วงต้นเดือนนี้ นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถแลกคะแนน Marriott Rewards หรือ The Ritz-Carlton Rewards เพื่อสัมผัสศูนย์รวมประสบการณ์อันแตกต่างที่เปิดโอกาสให้สมาชิกค้นหาความสนใจของตัวเองในรูปแบบสุดประทับใจและมีคุณค่า โดยศูนย์รวมประสบการณ์ดังกล่าวจะให้บริการแก่สมาชิกทั่วโลกในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้

          บริการการต้อนรับแบบเหนือชั้น

          กลุ่มสมาชิก Elite รุ่นแรกเริ่มของ Marriott Rewards จะได้รับการต้อนรับอันเหนือชั้นรูปแบบใหม่ ซึ่งพนักงานต้อนรับจะสามารถคาดเดาความต้องการของลูกค้า, จดจำรสนิยมของสมาชิกได้ รวมถึงตอบสนองความต้องการทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเข้าพัก ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกัน นอกจากนี้ พนักงานต้อนรับยังต้องสามารถจองสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร และบริการนวดสปา รวมถึงการจัดเตรียมสำหรับโอกาสพิเศษได้อีกด้วย ทั้งนี้ บริการดังกล่าวจะเริ่มช่วงปลายเดือน พ.ค. ในสหรัฐ และทยอยให้บริการในเขตเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก ซึ่ง Marriott Rewards จะคอยติดตามผลตอบรับจากกลุ่มสมาชิกผู้ใช้สิทธิพิเศษดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปปรับปรุงการบริการ

          สิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่เหล่านี้เป็นตัวอย่างล่าสุดของ Marriott Rewards ที่แสดงให้บรรดาสมาชิกเห็นว่าความภักดีนั้นเติมเต็มความสุขให้แก่กันและกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ Marriott Rewards ยังนำเสนอ Member Rates สุดพิเศษที่รับประกันราคาห้องพักถูกที่สุดสำหรับสมาชิกที่จองผ่านโรงแรมโดยตรง และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่กล่าวไปข้างต้น รวมถึง Points Sharing, Cash + Points, Points Advance และ Redemption Stay Credits

          การรับประกันการเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวันจะเริ่มให้บริการในเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่ และบริการการต้อนรับแบบเหนือชั้น จะเริ่มให้บริการในสหรัฐช่วงปลายเดือนพ.ค. และในเอเชียแปซิฟิก ตามลำดับ

          เกี่ยวกับ Marriott Rewards

          Marriott Rewards เป็นรอยัลตี้โปรแกรมระดับรางวัลของ Marriott International ที่ครอบคลุมโรงแรม 17 แบรนด์ รวมกว่า 4,200 แห่งทั่วโลกMarriott Rewards รับสมัครสมาชิกฟรี ไม่มีวันที่ห้ามใช้สิทธิ์ โดยสมาชิกสามารถรับและแลกคะแนนสะสมได้ตามโรงแรมในเครือ Marriott ทั่วโลก รวมถึงที่ The Ritz-Carlton(R) โรงแรมสุดหรูซึ่งเป็นพันธมิตรของ Marriott Rewards นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้คะแนนสะสมแลกเป็นไมล์สะสมของสายการบิน ล่องเรือสำราญ เช่ารถ แลกซื้อสินค้าพิเศษ และอื่นๆอีกมากมาย Marriott Rewards สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วยช่องทางอันทันสมัย ทำให้ยังคงครองตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น โดย Marriott Rewards คว้ารางวัล “Best Hotel Rewards Program in the Americas” จาก Freddie Award ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และยังสามารถคว้ารางวัล “Best Hotel Rewards Program” จาก Frequent Travel Award ได้ถึง 2 ครั้ง นอกจากนั้นยังได้รับการยกย่องเป็นรอยัลตี้โปรแกรมยอดเยี่ยมในหมวดโรงแรม จากการจัดอันดับของผู้อ่านนิตยสาร U.S. News & World Report, About.com, Business Traveler, Global Traveler, Executive Travel และ BusinessWeek ท่านที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marriott Rewards ได้ที่MarriottRewards.com

          เกี่ยวกับ Marriott International

          Marriott International, Inc. (NASDAQ: MAR) คือบริษัทผู้ให้บริการที่พักชั้นนำของโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเบเทสดา รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา บริษัทมีโรงแรมกว่า 4,400 แห่ง ใน 87 ประเทศและดินแดนทั่วโลก และมีรายได้กว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีการเงิน 2558 ปัจจุบัน บริษัทบริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือรวม 19 แบรนด์ ได้แก่ The Ritz-Carlton(R), BVlgari(R), EDITION(R), JW Marriott(R), Autograph Collection(R) Hotels, Renaissance(R) Hotels, Marriott Hotels(R), Delta Hotels and Resorts(R), Marriott Executive Apartments(R), Marriott Vacation Club(R), Gaylord Hotels(R), AC Hotels by Marriott(R), Courtyard(R), Residence Inn(R), SpringHill Suites(R), Fairfield Inn & Suites(R), TownePlace Suites(R), Protea Hotels(R) และ Moxy Hotels(R) ทั้งนี้ Marriott ได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องในฐานะนายจ้างชั้นดีและมีจรรยาบรรณธุรกิจอันสูงส่ง นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้บริหารรอยัลตี้โปรแกรมมากรางวัลการันตีคุณภาพอย่าง Marriott Rewards(R) และ The Ritz-Carlton Rewards(R) ซึ่งมีสมาชิกรวมกันเกือบ 55 ล้านคน ท่านที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองห้องพักได้ที่ www.marriott.com หรือติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่ www.marriottnewscenter.com