“เอ็มไพร์สเตท” เปิดให้แฟนๆโหวตเลือกแบบไฟประดับอาคารฉลองครบรอบ 85 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–29 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แฟนๆสามารถโหวตได้ทางโซเชียลมีเดียของตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตทเปิดให้แฟนๆทางโซเชียลมีเดียได้โหวตเลือกแบบไฟประดับอาคาร เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 85 ปีในวันที่ 1 พฤษภาคม ไฟประดับตึกเอ็มไพร์สเตทถือเป็นแลนด์มาร์คประดับขอบฟ้าของมหานครนิวยอร์กมาเนิ่นนาน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนทั่วไปจะได้มีส่วนร่วมในการเลือกรูปแบบไฟประดับอาคารที่โด่งดังที่สุดในโลกแห่งนี้

ในวันที่ 28 เมษายน ไฟประดับทั้ง 5 แบบอันเป็นผลงานของนักออกแบบแสงไฟชื่อดังระดับโลกอย่างมาร์ก บริคแมน จะเผยโฉมทางโซเชียลมีเดียของตึกเอ็มไพร์สเตท โดยแฟนๆสามารถโหวตเลือกไฟประดับแบบที่ชอบผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เวยป๋อ และวีแชท ได้จนถึงเวลา 16.00 น.ของวันที่ 30 เมษายนตามเวลา EST สำหรับรูปแบบไฟประดับที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะเปิดให้ได้ชมพร้อมกันที่ตึกเอ็มไพร์สเตทในช่วงค่ำของวันที่ 1 พฤษภาคม

ไฟประดับทั้ง 5 แบบที่มีให้เลือกประกอบด้วย

– แบบมีชีวิตชีวา ได้แรงบันดาลใจมาจากพลุและดอกไม้ไฟ

– แบบหลากสีสดใส

– แบบแสงสีขาววูบวาบเหมือนเปลวเทียน

– แบบแสงสีแดงตัดกับแถบริบบิ้นสีขาว

– แบบแสงสีขาวระยิบระยับ

นอกจากนี้ ทางตึกเอ็มไพร์สเตทยังจัดกิจกรรมพิเศษผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยจะนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท รูปภาพในอดีต คำถามสนุกๆ รวมถึงกิจกรรมตกแต่งอาคารแบบอินเตอร์แอคทีฟ ตลอดช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้แฟนๆได้มีส่วนร่วมในการฉลองครบรอบ 85 ปีของอาคาร ขณะเดียวกันผู้ใช้โซเชียลมีเดียยังสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการใช้แฮชแท็ก #ESBday และติดแท็ก ESB ในทุกๆโพสต์บนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เวยป๋อ และวีแชท

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เฉลิมฉลองร่วมกับแฟนๆทั่วโลก และเราขอเชิญชวนทุกๆคนมาร่วมสนุกด้วยกัน” แอนโทนี อี มัลกิน ประธานและซีอีโอของเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ (NYSE: ESRT) กล่าว “อาคารอายุ 85 ปีแห่งนี้เป็นที่รักของคนทั่วโลก และเราอยากเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมฉลองไปด้วยกัน การปรับปรุงอาคารให้เข้ากับยุคศตวรรษที่ 21 ทำให้ตึกเอ็มไพร์สเตทไม่ใช่แค่แลนด์มาร์คประดับขอบฟ้าของมหานครนิวยอร์กเท่านั้น แต่ยังเป็นอาคารที่มีความสำคัญมากกว่าที่เคย เพราะมีความแข็งแกร่ง มีการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียิ่งกว่าอาคารใหม่ๆหลายแห่ง”

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท และซื้อบัตรเพื่อขึ้นชมวิวด้านบนได้ที่ www.empirestatebuilding.com

เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตทมีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารแห่งนี้เป็นของบริษัทเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ และเป็น “อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก” ด้วยการลงทุนใหม่ๆในเรื่องการประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และภูมิทัศน์ ตึกเอ็มไพร์สเตทจึงสามารถดึงดูดผู้เช่าชั้นหนึ่งจากหลากหลายวงการทั่วโลก นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพร่ภาพและกระจายเสียงที่แข็งแกร่งของตึกเอ็มไพร์สเตทยังสามารถรองรับสถานีโทรทัศน์และวิทยุสำคัญๆในมหานครนิวยอร์ก ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาโดยสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งอเมริกา ส่วนหอชมวิวของตึกเอ็มไพร์สเตทก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชื่นชอบมากที่สุดในโลก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของภูมิภาค สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท โปรดเยี่ยมชม www.empirestatebuilding.com ,www.facebook.com/empirestatebuilding , @EmpireStateBldg , www.instagram.com/empirestatebldg , http://weibo.com/empirestatebuildingwww.youtube.com/esbnyc หรือ www.pinterest.com/empirestatebldg/

เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเป็นผู้ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและห้างค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันรวมถึงมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมไปถึงตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และนับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีสำนักงานและอาคารค้าปลีกให้เช่าเป็นพื้นที่รวมกัน 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.3 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนตทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2 แห่ง นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 723,000 ตารางฟุต

ข้อความคาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วย “ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต” ซึ่งอาจจำแนกได้ด้วยการใช้คำว่า “เชื่อ” “คาด” “อาจ” “จะ” “ควร” “แสวงหา” “ประมาณ” “ตั้งใจ” “วางแผน” “เสนอ” “คาดคะเน” “พิจารณา” “มุ่งหมาย” “เดินหน้า” “น่าจะ” หรือ “คาดหวัง” หรือคำและวลีอื่นๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน ปัจจัยต่อไปนี้ และอื่นๆ อาจจะทำให้ผลลัพธ์จริงและเหตุการณ์ในอนาคตมีความแตกต่างไปจากที่ได้ระบุไว้ในข้อความคาดการณ์ ปัจจัยเหล่านี้รวมอยู่ใน (i) รายงานประจำปีของบริษัทบนแบบฟอร์ม Form 10-K สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 รวมถึงปัจจัยที่อยู่ภายใต้หัวข้อ “Risk Factors” “Management’s Discussion and Analysis of Financial Condition and Results of Operations” “Business” และ “Properties” และ (ii) ในรายงานต่างๆในอนาคต ซึ่งบริษัทต้องยื่นตามกฎหมาย Securities and Exchange Act of 1934 ที่มีการปรับปรุงแก้ไข แม้ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตจะสะท้อนถึงความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจของบริษัท แต่ข้อความดังกล่าวไม่สามารถรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคตได้ บริษัทไม่มีภาระผูกพันในการเผยแพร่ข้อความคาดการณ์ที่ได้รับการปรับปรุงหรือแก้ไขเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสมมติฐานหรือปัจจัยพื้นฐาน, ข้อมูล สถิติ หรือระเบียบวิธีใหม่ๆ, เหตุการณ์ในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ หลังจากวันที่จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์นี้ เว้นแต่เป็นไปตามบังคับของกฎหมาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้และอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ ผลการดำเนินงาน หรือการทำธุรกรรมของบริษัทในอนาคต ได้ที่หัวข้อ “Risk Factors” ในรายงานประจำปีของบริษัทบน Form 10-K สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 รวมทั้งความเสี่ยงอื่นๆที่อธิบายอยู่ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ผู้ลงทุนที่มีความสนใจไม่ควรยึดถือข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตมากเกินควร เนื่องจากเป็นการคาดการณ์โดยอ้างอิงข้อมูลที่ทางบริษัทมีอยู่ ณ ปัจจุบันเท่านั้น (หรือเป็นข้อมูลที่ได้จากบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้จัดทำข้อความคาดการณ์)

4 ทวีปทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอสโก–29 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/ อินโฟเควสท์

          บริษัท ก๊าซพรอม (Gazprom) นำเยาวชนจากประเทศต่างๆ ร่วมเฉลิมฉลองวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติ (International Day of Football and Friendship) ในโครงการ Football for Friendship (F4F) ฤดูกาลที่ 4

Franz Beckenbauer / Franz Beckenbauer, Global Ambassador of the F4F programme, at Moscow International Day of Football and Friendship event (PRNewsFoto/FOOTBALL FOR FRIENDSHIP)

Franz Beckenbauer, Global Ambassador of the F4F programme, at Moscow International Day of Football and Friendship event (PRNewsFoto/FOOTBALL FOR FRIENDSHIP)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160428/361071)

          โดยในวันที่ 25 เม.ษ.นี้จะถูกประกาศให้เป็นวันหยุดในประเทศที่มีผู้เข้าร่วมโครงการ F4F ซึ่งได้แก่ 32 ประเทศในแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ เพื่อร่วมฉลอง

          ในวันนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาและและกิจกรรมสำหรับสื่อต่างๆ ในฐานะยุวทูตที่เข้าร่วมโครงการจะได้แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างเพื่อนๆและคนรู้จักภายใต้คุณค่าที่โครงการให้ความสำคัญได้แก่ มิตรภาพ ความเท่าเทียม ความยุติธรรม สุขภาพ สันติภาพ การทุ่มเท ชัยชนะ ประเพณี และเกียรติยศ

          กิจกรรมทั้งหมดที่จัดขึ้นในวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติจะเริ่มด้วยการแลกสายรัดข้อมือ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ผู้เข้าร่วมโครงการที่สวมใส่เท่านั้นแต่ยังรวมถึงศิลปินดาราดังที่ให้การสนับสนุนโครงการในประเทศต่างๆด้วย ในปีนี้นักกีฬาอย่าง หลุยส์ เฟอร์นานเดซ , มาริโอ โกเมซ, มาร์ติน ปาแลโม รวมถึงนักกีฬาและบุคคลที่มีชื่อเสียงคนอื่นๆจากหลายประเทศที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการร่วมกับผู้สนับสนุนในปีที่แล้วเช่น ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ดิค แอดโวแคท, หลุยส์ เนโต, อนาโตลี ติโมชุค, จูเลียน แดรกซ์เลอร์ ด้วย

          งานที่จัดขึ้นใน 4 ทวีปประกอบไปด้วยการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร การจัดทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล การฝึกฝนฟุตบอลกับนักกีฬาชื่อดัง วันหยุดประจำเมือง งานประชาสัมพันธ์และรายการพิเศษทางโทรทัศน์ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการและร่วมการเฉลิมฉลองวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพสากลจากทั่วโลกคาดว่ามากถึงกว่า 90,000 คน

          ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการได้เดินทางมายังกรุงมอสโกเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติ และได้พบกับทีมฟุตบอลเด็กของสโมสร FC Zenit ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศรัสเซีบไปร่วมประชุมและแข่งขันในรายการ Fourth International Children’s F4F Forum and Tournament ที่มิลานในเดือนพ.ค.นี้ นอกจากนี้ เบคเคนบาวเออร์ ยังได้พูดคุยกับตัวแทนสื่อมวลชนและเป็นแขกในรายการโทรทัศน์ของรัสเซียที่ให้ความสำคัญกับวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติ

          “วันนี้เป็นวันที่รวมผู้คนมาอยู่ด้วยกันโดยไม่เกี่ยงเรื่องอายุ เพศ เชื้อชาติ และสภาพร่างกาย ทุกคนสามารถร่วมเฉลิมฉลองและเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลได้ ในวันนี้เราจะเห็นทั้งศิลปินและนักข่าว เด็กและผู้ใหญ่ เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย นักกีฬาและผู้ที่มีต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทุกคนต่างมายืนอยู่ในสนามเดียวกัน ชอบและทำในสิ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่โครงการนี้กำลังผลักดัน” ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ กล่าว

          ที่มา: ศูนย์สื่อมวลชน โครงการ International Children’s Social FOOTBALL FOR FRIENDSHIP

Risen จับมือ Chemtech Solar รุกขยายธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในแอฟริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนิงไห่, จีน–29 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Risen Energy Co., Ltd ผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงระดับเทียร์ 1 ได้ทำการส่งมอบเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 11 เมกะวัตต์ให้แก่บริษัทChemtech Solar จากคำสั่งซื้อทั้งสิ้น 22 เมกะวัตต์ สำหรับนำไปใช้กับโครงการในสาธารณรัฐเซเนกัลในแอฟริกาตะวันตก 

Risen ได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Chemtech Solar จากอิตาลีมานานกว่า 8 ปีแล้ว และบรรลุผลสำเร็จในโครงการต่างๆมากมายในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับคำสั่งซื้อเซลล์แสงอาทิตย์ล็อตล่าสุด 22 เมกะวัตต์นั้น Risen ได้แบ่งการส่งมอบออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งละเท่าๆกัน โดยการส่งมอบครั้งแรกเป็นไปตามที่ระบุข้างต้น ส่วนการส่งมอบครั้งที่สองจะเกิดขึ้นในช่วงต้นไตรมาส 3 นับว่าทั้งสองบริษัทต่างได้ขยายธุรกิจของตนเองให้มีความครอบคลุมตลาดใหม่ๆมากขึ้น 

ดังคำกล่าวที่ว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” Mr. Piergiorgio Balicco หุ้นส่วนผู้จัดการของ Chemtech ได้แสดงความเห็นว่า “Risen ช่วยให้เรามีกำไรเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด เราจึงไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนใจ และกลับไปใช้บริการจาก Risen ตลอดหลายปีมานี้ Risen สนับสนุนวิสัยทัศน์ของเราด้วยตัวแปรที่จำเป็นต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งมอบที่ซื่อตรงและเชื่อถือได้ เราจึงสามารถประสบความสำเร็จได้ในทุกทวีปทั่วโลก” 

Chemtech เป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานอิสระ (IPP) และบริษัทวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ (EPC) ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี บริษัทจึงมีศักยภาพในการประเมินห่วงโซ่อุปทานเซลล์แสงอาทิตย์ Ms. Junshu Zeng หุ้นส่วนผู้จัดการอีกท่านหนึ่งของ Chemtech กล่าวว่า “ประวัติการร่วมมือกับ Risen ได้มีการบันทึกไว้เป็นอย่างดี ความสำเร็จมากมายของเราเป็นผลพวงมาจากการเป็นพันธมิตรกับ Risen สำหรับการส่งมอบครั้งล่าสุดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการขนาดใหญ่ที่เราร่วมมือกับ Risen เพื่อขยายธุรกิจในแอฟริกาและภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก ความสำเร็จเหล่านี้เป็นผลมาจากการมีเป้าหมายร่วมกันอย่างโปร่งใส รวมถึงความเข้าใจในปัจจัยทางธุรกิจอย่างแท้จริง อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทของเรา ลูกค้าของเรา และผู้ใช้” 

Mr. Bypina Veerraju Chaudary ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาดของ Risen Energy กล่าวว่า “ความน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างและรักษาไว้ให้ดี ส่วน Chemtech ก็มีความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศอย่างแน่วแน่ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน ทั้งยังใช้กลยุทธ์ที่สอดคล้องกันเพื่อบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของตนเอง เรารู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการขยายธุรกิจของ Chemtech Solar และเชื่อมั่นว่าเราสามารถจับมือกันเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่อไป” 

ความร่วมมือระหว่าง Risen และ Chemtech ยังคงสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองบริษัทและลูกค้าของบริษัท การทุ่มเทเวลาทำความเข้าใจซึ่งกันและกันทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือ ทั้งยังทำผลงานได้สูงกว่าความคาดหวังของลูกค้า นี่จึงเป็นความก้าวหน้าที่น่าจับตามองอย่างแท้จริง

 

เกี่ยวกับ Risen 

Risen Energy คือผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูงและผู้ให้บริการโซลูชั่นธุรกิจการผลิตไฟฟ้าครบวงจร ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับเทียร์ 1 และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ก่อนที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2553 และสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าทั่วโลก นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพได้ทำให้โซลูชั่นเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัททรงพลังและคุ้มค่าที่สุดในอุตสาหกรรม บริษัทมีรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงในภูมิภาคและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เราจึงสามารถสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเหล่าพันธมิตรเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย และสามารถคว้าประโยชน์สูงสุดจากพลังงานสีเขียวที่กำลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

เกี่ยวกับ Chemtech Solar 

Chemtech Solar เป็นธุรกิจในเครือ Chemtech Group ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองแบร์กาโม ประเทศอิตาลี บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2537 และดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ผลิตพลังงานอิสระ (IPP), บริษัทวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ (EPC) และกลุ่มลงทุนระดับโลก โดยส่วนใหญ่จะรุกตลาดพลังงานแสงอาทิตย์เกิดใหม่ในแอฟริกา และยังมีรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในยุโรปด้วย

“ทาเลส” ร่วมพัฒนาศักยภาพกองทัพเรือไทยให้ทันสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–29 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ทาเลสได้ลงนามในสัญญาฉบับสำคัญกับกองทัพเรือไทย เพื่อจัดหาโซลูชั่นทั้งแบบเหนือน้ำและใต้น้ำ

          – ทาเลส จะจัดหาระบบอาวุธต่อสู้แบบบูรณาการ ให้กับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ลำที่สองของกองทัพเรือไทย

          – ทาเลส จะทำหน้าที่ยกระดับเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดชุดเรือหลวงบางระจันสองลำให้ทันสมัย ทั้งด้านการออกแบบ การผนวกรวม การฝึกอบรม และการสนับสนุน

          ทาเลส (Thales) ประกาศลงนามในสัญญาที่มีความสำคัญสองฉบับ ว่าด้วยการจัดหาโซลูชั่นทั้งแบบเหนือน้ำและใต้น้ำอย่างเต็มรูปแบบให้กับกองทัพเรือไทย โดยทาเลสจะพัฒนาเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดชุดเรือหลวงบางระจันให้ทันสมัย พร้อมทั้งจัดหาชุดสื่อสาร เดินเรือ และอาวุธต่อสู้บนเรือ ให้กับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ที่เพิ่งมีคำสั่งมาใหม่

 

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20160426/8521602695

          ทาเลส เป็นคู่สัญญาหลักในการพัฒนาเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดชุดเรือหลวงบางระจันให้ทันสมัย

          ทาเลส ได้เป็นพันธมิตรกับกองทัพไทยมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 90 และยังได้จัดหาโซลูชั่นให้แก่กองทัพเรือไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบเซ็นเซอร์ ไปจนถึงระบบอาวุธต่อสู้แบบบูรณาการสำหรับเรือหลายๆลำ และด้วยความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรกับกองทัพเรือไทยนี้เอง ทาเลส จึงเข้ามามีบทบาทในการเป็นคู่สัญญาหลัก ในการยกระดับเรือล่าทำลายทุ่นระเบิดชุดเรือหลวงบางระจันจำนวนสองลำ ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 (เรือหลวงบางระจันและเรือหลวงหนองสาหร่าย) การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของทาเลส ด้านระบบใต้น้ำและตลาดโซนาร์ ในประเทศไทย

          ในฐานะที่เป็นคู่สัญญาหลัก ทาเลส จะรับผิดชอบในส่วนของการออกแบบเรือ ซ่อมแซม พัฒนา จัดซื้ออุปกรณ์ และวางระบบแพลตฟอร์ม โดยเรือที่ได้รับการยกระดับจะได้รับการติดตั้งโซลูชั่นใหม่ ซึ่งประกอบด้วยระบบควบคุมเครื่องจักร ระบบนำทาง ระบบสื่อสารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โซนาร์ TSM 2022 MkIII พร้อมด้วยระบบคอมมานด์และคอนโทรล (C2) M-CUBE ตลอดจนระบบซิกเนเจอร์แบบมัลติ-อินฟลูเอนซ์เพื่อจัดการซิกเนเจอร์ของเรือรบไทย

          ทาเลส พร้อมประสานความร่วมมือกับอุตสาหกรรมไทยเพื่อบริหารจัดการการดำเนินงาน ทางบริษัทยังจะจัดฝึกอบรม และให้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์แบบ Integrated Logistic Support (ILS) แก่กองทัพเรือ เพื่อให้สามารถปฏิบัติการบนเรือได้อย่างเต็มศักยภาพในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

          โซลูชั่นของทาเลส ยังช่วยยืดอายุการทำงานของเรือเหล่านี้ออกไปอีกกว่า 15 ปี

          ทาเลส รับหน้าที่ยกระดับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ลำที่สอง

          เมื่อปี 2552 ทาเลส ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหาชุดอาวุธต่อสู้ นำทาง และสื่อสาร ให้กับเรือหลวงกระบี่ เรือลำดังกล่าวได้เข้าประจำการเมื่อปี 2556 และได้ปฏิบัติภารกิจในท้องทะเลมาแล้วกว่า 1,000 วัน

          เมื่อปี 2558 กองทัพเรือได้ตัดสินใจเปิดตัวกองเรือชุดเรือหลวงกระบี่ลำที่สอง ซึ่งจัดสร้างโดยบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และจะมีการติดตั้งโซลูชั่นบูรณาการของทาเลส ที่ครอบคลุมระบบจัดการการต่อสู้ TACTICOS รวมทั้งระบบสะพานเดินเรือแบบบูรณาการ และระบบนำทาง

          อุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่จะถูกจัดส่งได้แก่ เรดาร์ตรวจการณ์ VARIANT, เรดาร์ควบคุมการยิง STIR 1.2 EO Mk2 และ VIGILE Electronic Support Measures พร้อมแท่นปล่อยเป้าลวงอาวุธ SKWS นอกจากนี้ ทาเลส ยังเตรียมจัดหา Tactical Data Links Link RTN และ LINK-Y Mk2 เช่นเดียวกับระบบสื่อสารภายในและภายนอกทั้งหมด ทาเลส จะเป็นผู้รับผิดชอบการวางโครงสร้างทั้งหมด รวมถึงปืน 76 มม. ปืน 2x 30 มม. และ HARPOON SSM

          เรือหลวงลำที่ว่านี้คาดว่าจะเข้าประจำการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561

          ด้วยการร่วมงานกับ Key Industrial Partner ที่เชี่ยวชาญในแวดวงกองทัพเรือ ทาเลส จึงสามารถจัดการอบรมและให้บริการแก่กองทัพเรือไทยได้อย่างเหนือชั้น พร้อมส่งเสริมให้ไทยบรรลุเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมระดับไฮเอนด์

          เกี่ยวกับทาเลส

          ทาเลส เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกในตลาดอากาศยาน การขนส่ง การป้องกันตนเองและความมั่นคง ในปี 2558 บริษัทมียอดขาย 1.4 หมื่นล้านยูโร และมีพนักงานจำนวน 62,000 คน ใน 56 ประเทศ ด้วยวิศวกรและนักวิจัยกว่า 22,000 ชีวิต ทาเลส จึงมีศักยภาพอันโดดเด่นในการออกแบบและใช้งานอุปกรณ์ ระบบ และบริการที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่มีความซับซ้อนมากที่สุด ทาเลส มีรากฐานที่แข็งแกร่งในระดับสากล ซึ่งเปิดโอกาสให้สามารถร่วมงานกับลูกค้าทั่วโลกได้อย่างใกล้ชิด

          เกี่ยวกับทาเลส ในประเทศไทย

          ทาเลส ได้เริ่มทำธุรกิจในประเทศไทยนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 90 จนปัจจุบันมีแผนงานและคว้าความสำเร็จมาแล้วเป็นอย่างดีทั้งในภาคพลเรือนและการป้องกันประเทศ บริษัทรับหน้าที่เป็นผู้จัดหาระบบป้องกันประเทศให้กับกองทัพไทยและกองทัพเรือไทยมาเป็นเวลานาน ทั้งยังมีการส่งมอบโซลูชั่นให้กับลูกค้าชาวไทยในวงการอากาศยานและการคมนาคมด้วย

          Photo – http://photos.prnasia.com/prnh/20160426/8521602695

สายการบินชั้นนำร่วมพิธีเปิด Concourse D อย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–29 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -ชีคห์ อาเหม็ด บิน ซาอีด อัล มัคตูม ทรงต้อนรับผู้แทนจากสายการบินต่างๆ สู่ Concourse D

          ชีคห์ อาเหม็ด บิน ซาอีด อัล มัคตูม (His Highness Sheikh Ahmed Bin Saeed Al Maktoum) ประธานกรรมการบริษัทท่าอากาศยานดูไบ ทรงต้อนรับคณะผู้แทนจาก 60 สายการบินนานาชาติที่ให้บริการใน Concourse D ของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทท่าอากาศยานดูไบ

Dubai Airports Royal 1 / His Highness Sheikh Ahmed Bin Saeed Al Maktoum, Chairman of Dubai Airports, and CEO Paul Griffiths lead the celebrations at Dubai International's Concourse D on Wednesday. (PRNewsFoto/Dubai Airports)

His Highness Sheikh Ahmed Bin Saeed Al Maktoum, Chairman of Dubai Airports, and CEO Paul Griffiths lead the celebrations at Dubai International’s Concourse D on Wednesday. (PRNewsFoto/Dubai Airports)

          (ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160427/360684 )

Dubai Airports Royal 2 / His Highness Sheikh Ahmed Bin Saeed Al Maktoum, Chairman of Dubai Airports, and CEO Paul Griffiths lead the celebrations at Dubai International's Concourse D on Wednesday. (PRNewsFoto/Dubai Airports)

His Highness Sheikh Ahmed Bin Saeed Al Maktoum, Chairman of Dubai Airports, and CEO Paul Griffiths lead the celebrations at Dubai International’s Concourse D on Wednesday. (PRNewsFoto/Dubai Airports)

          (ภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160427/360685 )

          ในโอกาสนี้ ชีคห์อาเหม็ดทรงปฏิสันถารกับเหล่าผู้แทนจากสายการบินต่างๆ และเสด็จเยี่ยมชมอาคารเชื่อมลานจอดเครื่องบินแห่งใหม่นี้ซึ่งครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการมีขึ้นหลังจากที่อาคาร Concourse D ได้เริ่มเปิดให้บริการและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

          “สายการบินเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ดูไบเป็นเมืองศูนย์กลางการเชื่อมต่อชั้นนำของโลก เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสายการบินที่เป็นพันธมิตรของเรา ตลอดจนลูกค้า ซึ่งได้แก่ผู้โดยสารหลายแสนคนที่เดินทางผ่านสนามบินของเราทุกวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงได้ลงทุนถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนา Concourse D ที่ทันสมัย รวมถึงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร 1 (Terminal 1) ครั้งใหญ่” ชีคห์อาเหม็ดทรงกล่าว

          “Concourse D รองรับสายการบินมากถึง 60 สายการบิน ซึ่งให้บริการ 350 เที่ยวบินต่อวัน สู่จุดหมายปลายทาง 90 แห่งทั่วโลก ด้วยเล็งเห็นถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่และหลากหลายที่ใช้บริการอาคารแห่งใหม่นี้ จึงได้มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์ บริการ ร้านค้า อาหารและเครื่องดื่มนานาชนิดอย่างพิถีพิถันและสอดคล้องกับกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่มีรายละเอียดมาก เรายึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดวางพื้นที่ทั้งหมดสำหรับผู้โดยสาร เช่น พื้นที่ร้านค้าและร้านอาหารนั้น สร้างสรรค์ขึ้นจากมุมมองของนักเดินทางอย่างแท้จริง”

          Concourse D โดดเด่นด้วยการรวบรวมเอาแบรนด์ดังระดับโลกมาเปิดตัวเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารบรรยากาศสบายๆอย่าง The Kitchen โดยเชฟคนดัง Wolfgang Puck, ร้าน Pret a Manger สาขาแรกในสนามบินตะวันออกกลาง, ร้าน Butlers Chocolate Cafe, ร้าน CNN Travellers Cafe สำหรับผู้ที่ชอบเสพข่าว และร้าน Masale: The Taste of India เป็นต้น ทั้งนี้ Concourse D มีสัมปทานร้านอาหารรวมทั้งสิ้น 21 แห่ง ยังไม่รวมแบรนด์ยอดนิยมอีกหลายแบรนด์ที่เปิดให้บริการแล้วในอาคารผู้โดยสารแห่งอื่นๆของท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ

          ยิ่งไปกว่านั้น อาคารเชื่อมลานจอดเครื่องบินแห่งใหม่นี้นำเสนอบริเวณที่นั่งพักผ่อนแสนสบาย พร้อมชูแนวคิดอยู่ดีมีสุข อาทิ “Be Relax” และ “SnoozeCubes” ซึ่งมอบความสะดวกสบายในการพักผ่อนให้แก่ผู้โดยสารระหว่างรอต่อเครื่อง นอกจากนี้ Concourse D ยังมีห้องรับรองผู้โดยสารจำนวน 9 ห้อง กินพื้นที่ 6,926 ตร.ม. ประกอบไปด้วยห้องรับรองของสายการบินจำนวน 5 ห้อง, ห้องรับรอง Al Majlis จำนวน 1 ห้อง, ห้องรับรองของ Dubai International Hotel จำนวน 2 ห้อง และห้องรับรอง Marhaba VIP จำนวน 1 ห้อง

          ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอของงานได้ที่  https://game.wetransfer.com/downloads/288a48b1346a280239f264ade717443920160428091322/45c56d

          แหล่งข่าว: ท่าอากาศยานดูไบ

ไมโครซอฟท์ และ ฟูไน กระชับความร่วมมือผ่านการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรดมอนด์, วอชิงตัน และโอซาก้า, ญี่ปุ่น–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ต่อสัญญาฉบับใหม่ ครอบคลุมกลุ่มอุปกรณ์เสียงและวิดีโอสำหรับผู้บริโภค

บริษัทไมโครซอฟท์ และบริษัท ฟูไน อิเลคทริค จำกัด (“ฟูไน อิเลคทริค“) ประกาศในวันพุธที่ผ่านมาว่า ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิในรูปแบบ cross-licensing ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุปกรณ์เสียงและวิดีโอสำหรับผู้บริโภค โดยการต่อสัญญาฉบับใหม่ในครั้งนี้จะกระชับความร่วมมือระหว่างสองบริษัทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 MICROSOFT CORP. LOGO / Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20000822/MSFTLOGO

“ไมโครซอฟท์ และ ฟูไน อิเลคทริค จะยังคงได้ประโยชน์จากนวัตกรรมของแต่ละฝ่าย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า” นิค ไซโฮจีออส ประธานไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง กล่าว “การทำข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบ cross-licensing ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของข้อได้เปรียบจากการให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา โดยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ รวมทั้งยังเป็นการเร่งผลักดันการวิจัยและพัฒนาข้ามบริษัท”

โจจิ โอกาดะ เจ้าหน้าที่ด้านการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของบริษัทฟูไน อิเลคทริค กล่าวว่า “ข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิในรูปแบบ cross-licensing จะสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือและการแบ่งปันเทคโนโลยีที่ดีขึ้น เรามองเห็นคุณค่าที่ยั่งยืนในการร่วมงานกับไมโครซอฟท์ต่อไป นั่นคือประโยชน์ที่ลูกค้าของทั้งสองบริษัทจะได้รับ”

ฟูไน อิเลคทริค เป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกภายใต้แบรนด์ FUNAI และแบรนด์อื่น ๆ เช่น Philips, Magnavoz DX, Broadtec, Emerson, Sanyo และKodak

ความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ต่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิ IP

ข้อตกลงด้านสิทธิบัตรถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ IP ในการเป็นหลักประกันว่าระบบนิเวศทางเทคโนโลยีมีความแข็งแกร่งและสดใส นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ IP licensing program ในเดือนธันวาคม 2546 ไมโครซอฟท์บรรลุข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิแล้วมากกว่า 1,200 รายการ ซึ่งเป็นการเพิ่มความร่วมมือและนวัตกรรมครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการอนุญาตให้ใช้สิทธิของไมโครซอฟท์ สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.microsoft.com/iplicensing

เกี่ยวกับบริษัท ฟูไน อิเลคทริค จำกัด

ฟูไน อิเลคทริค ก่อตั้งขึ้นในปี 2504 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Securities Exchange First Section) (6839) ในฐานะผู้ผลิตโทรทัศน์ LCD, แผ่น DVD/Blu-ray รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วง เครื่องพิมพ์ และเสาอากาศ ภายใต้แบรนด์ FUNAI และแบรนด์อื่น ๆ ในตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ฟูไน อิเลคทริค มีชื่อเสียงในฐานะผู้รับจ้างผลิต (OEM) รายใหญ่ และยังเป็นผู้จัดหาสินค้ารายใหญ่อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ของ FUNAI จัดจำหน่ายโดยบริษัทย่อย ได้แก่ FUNAI CORPORATION และ P&F USA ในอเมริกาเหนือ, P&F MEXICANA ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และบริษัทด้านการขายและการตลาดในเครือของฟูไนทั่วเอเชีย

นอกจากแบรนด์ FUNAI แล้ว กลุ่มบริษัทฟูไนยังจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อื่น ๆ อีกหลายแบรนด์ สินค้าของ FUNAI สร้างชื่อเสียงแข็งแกร่งในตลาดโลกด้วยคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทฟูไนได้ที่ www.funai.jp/en/ และ  www.funai.jp/en/guidance/history.html

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง

ไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง แอลแอลซี (Microsoft Technology Licensing LLC) ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 เพื่อเข้าซื้อ บริหารจัดการ และอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรของไมโครซอฟท์ 

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์

ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @microsoft) คือแพลตฟอร์มชั้นนำ และเป็นบริษัทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถการทำงานสำหรับโลกยุค mobile-first, cloud-first ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างพลังอำนาจให้ทุกคนและทุกองค์กรบนโลกใบนี้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

ยูเนี่ยนเพย์ จับมือ ICBC US ออกบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ครั้งแรกในสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–28 เม.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

ในวันที่ 28 เมษายน ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศร่วมมือกับธนาคารไอซีบีซี (สหรัฐอเมริกา) หรือ ICBC US เพื่อออกบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์เป็นครั้งแรกในสหรัฐ (หมายเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 62) นับเป็นบัตรเครดิตใบแรกในสหรัฐที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์จีน ทั้งนี้ ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล, หวัง ซีฉวน รองประธาน ICBC และหลวน เจียนเฉิง ประธาน ICBC Peony Card Center ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดตัวครั้งนี้ด้วย ขณะที่จาง ฉีเยว่ กงสุลใหญ่จีนประจำนิวยอร์ก ก็มาร่วมแสดงความยินดีเช่นกัน  

ยูเนี่ยนเพย์ และ ICBC จับมือเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์ด้วยยุทธศาสตร์ความเป็นสากลที่คล้ายคลึงกัน ทั้งสององค์กรทำงานอย่างใกล้ชิดในการรับบัตร ออกบัตร และชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ทั่วโลก ยูเนี่ยนเพย์เดินหน้าขยายการรับบัตรในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองอุปสงค์การชำระเงินของผู้ถือบัตรทั่วโลก ซึ่งก็เป็นลูกค้าของผู้ออกบัตรสากลอย่าง ICBC เช่นกัน นอกจากนี้ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังช่วยธนาคารจีนรายอื่นๆในการขยายธุรกิจในต่างประเทศด้วย จนถึงวันนี้ ยูเนี่ยนเพย์ได้ร่วมกับ ICBC ออกบัตรแล้วในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงแคนาดา นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์

บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้กับเครือข่ายที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ใน 157 ประเทศและภูมิภาค จึงเป็นการส่งมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และบริการชำระเงินสุดพิเศษให้แก่ชาวอเมริกันที่เดินทางมายังจีนและประเทศอื่นๆในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงพลเมืองจีนในสหรัฐ และนักเรียนแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์มีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ Preferred card ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีและมีบริการมอบเงินคืน กับ Premier card ซึ่งมอบเงินคืนในวงเงินที่สูงกว่า พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย

ไช่ เจียนป๋อ กล่าวว่า ปีแห่งการท่องเที่ยวจีน-สหรัฐ จะช่วยส่งเสริมการเดินทางระหว่างพลเมืองของสองประเทศ และบัตรยูเนี่ยนเพย์จะมอบบริการการชำระเงินที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะนี้เครือข่ายยูเนี่ยนเพย์ในสหรัฐก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ถือบัตร พร้อมมอบสุดยอดประสบการณ์และสิทธิพิเศษมากมาย นอกจากนี้ ผู้ค้าออนไลน์รายใหญ่ๆ และมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งยังรับชำระเงินออนไลน์ด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นกัน เราร่วมมือกับ ICBC ในการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ เพื่อมอบทางเลือกใหม่ในการชำระเงินให้แก่คนในพื้นที่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสหรัฐให้มาจีนกันมากขึ้น และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับทวิภาคี

ปัจจุบันมีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์แล้วกว่า 54 ล้านใบในประเทศต่างๆทั่วโลกนอกประเทศจีน ขณะที่ระบบบริการของยูเนี่ยนเพย์ในสหรัฐก็กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยบัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้กับตู้เอทีเอ็มเกือบทุกตู้ในสหรัฐ และร้านค้าราว 80% ก็รับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ ขณะเดียวกันร้านค้าจำนวนมากก็รับชำระเงินแบบ PIN ด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นเดียวกัน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unionpayintl.com/

ที่มา: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

AsiaNet 64257

EdgeVerve เปิดตัวบล็อคเชน เฟรมเวิร์ค สำหรับบริการทางการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บังกาลอร์ และ ซานฟรานซิสโก–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – บล็อคเชน เฟรมเวิร์ค (Blockchain Framework) โครงสร้างข้อมูลที่เอื้อต่อการสร้างบัญชีดิจิตอลแยกประเภทของธุรกรรมต่างๆ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง จะช่วยให้ธนาคารสามารถปรับโครงสร้างและลดความซับซ้อนของบริการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนผ่านธุรกรรมได้

          EdgeVerve Systems บริษัทที่ดูแลผลิตภัณฑ์โซลูชั่นการจัดการด้านการเงินและการธนาคารระดับสากลของ Infosys (NYSE: INFY) เปิดตัว EdgeVerve Blockchain Framework ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเทคโนโลยีโครงสร้างข้อมูลที่เอื้อต่อการสร้างบัญชีดิจิตอลแยกประเภทของธุรกรรมต่างๆ (Blockchain) ในภาคบริการทางการเงินระดับโลก โดยโครงสร้างข้อมูลซึ่งเปิดตัวในการประชุมสุดยอดลูกค้าระดับโลก Infosys Confluence ที่ซานฟรานซิสโก นี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อส่งมอบแนวทางการสร้างมูลค่า รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของบล็อคเชน

 Infosys Logo / Infosys Finance (PRNewsFoto/Infosys Finance)

Infosys Finance (PRNewsFoto/Infosys Finance)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151104/283829LOGO )

           EdgeVerve Blockchain Framework เป็นบัญชีแยกประเภทที่อนุญาตให้ธนาคารต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ในธุรกิจหลากหลายประเภทบนพื้นฐานของบล็อคเชนอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ออกแบบมาสำหรับภาคธุรกิจการธนาคารโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความต้องการเพื่อสนับสนุนธุรกิจระหว่างประเทศ และการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยสมรรถภาพเหล่านี้ทำให้การใช้งานที่สร้างขึ้นบน Framework ดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มที่ปฏิบัติได้จริงเพื่อให้การชำระเงินรวมถึงบริการทางธุรกรรมธนาคารอื่นๆ ที่มีปริมาณสูงขับเคลื่อนไปได้ ทั้งนี้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของ Blockchain ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นจากเฟรมเวิร์ค ดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน, การรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรม รวมถึงความแม่นยำ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงกว่ารูปแบบของบัญชีแยกประเภทต้นทุนสูงที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นรากฐานของระบบการธนาคารทั่วโลก

          จุดเด่นที่สำคัญของ EdgeVerve Blockchain Framework ประกอบด้วย:

          บัญชีแยกประเภทแบบกระจายเฟรมเวิร์คนี้ใช้ บล็อคเชนภายใต้สภาวะที่มีการกระจายข้อมูล และได้รับการอนุญาต ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับบริษัทให้บริการทางการเงินที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการทำธุรกรรมแต่ละรายการ ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงในเรื่องการเปิดกว้างของข้อมูลและการใช้งานร่วมกันยังคงดำเนินไปโดยที่ข้อมูลยังคงมีความสมบูรณ์และปลอดภัย

          การดูแลสินทรัพย์ – ธนาคารสามารถสร้างระบบการใช้งานสินทรัพย์หลายรายการโดยใช้เฟรมเวิร์ค นี้ เพื่อจัดเก็บและถ่ายโอนสินทรัพย์จากการทำธุรกรรมอันหลากหลายได้ภายในเครือข่ายเดียว

          – ความยืดหยุ่นสูง – ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวติดตั้งช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ (API layer) ซึ่งเอื้อต่อเครื่องมือในการบริหารจัดการ และก่อให้เกิดความยืดหยุ่น โดยธนาคารต่างๆ สามารถพัฒนาและปรับใช้บล็อคเชนไปพร้อมๆ กับเฟรมเวิร์ค ในแบบของตนเองได้ทันที เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินในระดับประเทศ และระดับนานาประเทศ

          ในฐานะผู้ให้บริการด้านโซลูชั่นการเงินชั้นนำซึ่งมีการดำเนินงานใน 92 ประเทศ อีกทั้งดูแลบัญชีธนาคารกว่าหนึ่งพันล้านรายการ EdgeVerve ร่วมมือกับหลายสถาบันการเงินชั้นนำของโลกเพื่อสร้างเครือข่ายการธนาคารที่ใช้บล็อคเชน, ผลิคภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับเฟรมเวิร์ค ดังกล่าว อันรวมไปถึง การชำระเงิน, ธุรกรรมเพื่อการค้า, การประมวลผลใบแจ้งหนี้, สมาร์ท คอนแทรค, ตู้นิรภัยดิจิตอล, เงินกู้ร่วม และ ฯลฯ

          อ้างถึง:

          Andy Dey, ประธานฝ่ายลูกค้าและการดำเนินงาน, EdgeVerve

          “บล็อคเชนสามารถนำเสนอโอกาสสำคัญๆ ที่จะปฏิรูปกระบวนการแบบเดิมๆ, ลดค่าใช้จ่าย รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและความถูกต้องของข้อมูลการทำธุรกรรม ที่ EdgeVerve นั้น เราลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการวิจัย ณ ประเทศไอร์แลนด์ และพัฒนาความร่วมมือในอุตสาหกรรมทางการเงินที่สำคัญ สถาบันการเงินชั้นนำของโลก 2 -3 แห่งนั้นทำงานร่วมกับเราในการสร้างบล็อคเชนที่ขับเคลื่อนโปรแกรมและเครือข่ายการใช้งานด้านการธนาคารอยู่แล้ว”

          เกี่ยวกับ Infosys Finacle

          Finacle เป็นโซลูชั่นธนาคารสากลชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมจาก EdgeVerve Systems ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอินโฟซิส โซลูชั่นนี้เปิดทางให้สถาบันทางการเงินสานความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น ผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และเร่งการเติบโตในโลกดิจิตอล ปัจจุบัน Finacle เป็นตัวเลือกที่ธนาคารต่างๆใน 84 ประเทศไว้วางใจ และให้บริการลูกค้ากว่า 547 ล้านคน หรือเกือบ 16.5% ของประชากรในวัยผู้ใหญ่ที่ใช้บริการธนาคารทั่วโลก

          โซลูชั่นของ Finacle ยังตอบสนองความต้องการของสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลก ได้แก่ คอร์ แบงกิ้ง, อีแบงกิ้ง, โมบายล์ แบงกิ้ง, การบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM), การชำระเงิน, การคลัง, การยื่นกู้, การจัดการสภาพคล่อง, กิจการธนาคารอิสลาม, การบริหารจัดการความมั่งคั่ง และการวิเคราะห์ ทั้งนี้ จากการประเมินธนาคารที่ติดอันดับท็อป 1000 พบว่า ธนาคารที่ใช้โซลูชั่น Finacle มีผลตอบแทนจากสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 50% ผลตอบแทนจากเงินทุนเพิ่มขึ้น 30% และต้นทุนต่อรายได้น้อยกว่าธนาคารแห่งอื่น 8.1%

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.finacle.com

          เกี่ยวกับ EdgeVerve Systems Ltd

          EdgeVerve Systems เป็นบริษัทในเครือที่อินโฟซิสครองกรรมสิทธิเต็มซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ใหม่เชิงนวัตกรรม โดยนำเสนอแพลตฟอร์มภายในที่ตั้งสำนักงานหรือให้บริการในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจรูปแบบคลาวด์โฮสต์ ผลิตภัณฑ์ของเราเปิดทางให้สถาบันทางการเงินสานความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นได้ลึกซึ้งขึ้น ผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และเร่งการเติบโตในโลกแห่งดิจิตอล เราขับเคลื่อนการเติบโตให้แก่ลูกค้าในภาคส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การธนาคาร ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์แอ็คทีฟคอมเมิร์ซ การจัดจำหน่าย บริการด้านสินเชื่อ บริการลูกค้า และการซื้อในระดับองค์กร

          ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ EdgeVerve มีบริษัทต่างๆใช้งานอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในภาคบริการทางการเงิน ประกันภัย ค้าปลีกและบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค (CGP) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ การผลิต และโทรคมนาคม Finacle ซึ่งเป็นโซลูชั่นธนาคารสากลของเรา จึงเป็นตัวเลือกที่ธนาคารต่างๆใน 84ประเทศไว้วางใจ และให้บริการลูกค้ากว่า 547 ล้านคน หรือเกือบ 16.5% ของประชากรในวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกที่ใช้บริการธนาคาร

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.edgeverve.com

          ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

          ข้อความบางข้อความในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ที่เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวในอนาคตของอินโฟซิส ถือเป็นข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เกี่ยวกับธุรกิจในอนาคตของเรา ที่นิยามไว้ในกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 (Private Securities Litigation Reform Act of 1995) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นแตกต่างอย่างมากจากข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับข้อความเหล่านี้ประกอบไปด้วย ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากความผันผวนของผลประกอบการ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความสามารถของเราในการบริหารการเติบโต ความรุนแรงของการแข่งขันในการให้บริการด้านไอที ซึ่งรวมไปถึงปัจจัยต่างๆที่อาจส่งผลกระทบต่อความได้เปรียบด้านต้นทุนของเรา การเพิ่มค่าแรงในอินเดีย ความสามารถของเราในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะความสามารถสูงไว้กับบริษัท ระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินการตามสัญญาที่กำหนดกรอบเวลาและราคาที่แน่นอน การให้ความสำคัญของลูกค้า การควบคุมเรื่องการย้ายถิ่นฐาน การให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรม ความสามารถของเราในการบริหารจัดการการดำเนินงานในต่างประเทศ ความต้องการที่ลดลงสำหรับเทคโนโลยีที่เราให้ความสำคัญ ภาวะติดขัดหรือความล้มเหลวของโครงข่ายโทรคมนาคม ความสามารถของเราในการเข้าซื้อและผนวกรวมธุรกิจใหม่ให้สำเร็จลุล่วง หนี้สินที่เกิดจากความเสียหายจากการให้บริการตามสัญญาของเรา ความสำเร็จของบริษัทต่างๆที่อินโฟซิสได้เข้าไปลงทุนเชิงกลยุทธ์ การยกเลิกหรือการหมดอายุของมาตรการสร้างแรงจูงใจทางการคลังของรัฐบาล ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองและความขัดแย้งในภูมิภาค ข้อจำกัดทางกฎหมายในการเพิ่มทุนหรือการซื้อกิจการภายนอกประเทศอินเดีย และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของเราและภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เราดำเนินงาน สำหรับความเสี่ยงเพิ่มเติมที่อาจมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคตของเรานั้น ได้มีการอธิบายอย่างละเอียดในเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งรวมไปถึง Annual Report ใน Form 20-F สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2558 สามารถดูเอกสารเหล่านี้ได้ที่ http://www.sec.gov อินโฟซิสอาจแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางวาจา ซึ่งรวมไปถึงข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารของบริษัทที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และในรายงานของเราต่อผู้ถือหุ้น ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตซึ่งระบุถึงในที่นี้ เกิดจากสมมติฐานที่เราเชื่อว่าสมเหตุสมผล ณ วันที่ระบุ ทั้งนี้ บริษัทไม่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความที่เป็นลักษณะการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งอาจมีการจัดทำขึ้นเป็นครั้งคราว หรือในนามของบริษัท เว้นแต่กฎหมายกำหนด

          แหล่งข่าว: Infosys Finacle

เทคโนโลยี Virtual Reality และ Smart Home ก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นในงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–28 เม.ย.– พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 37 (กว่างโจว) จบลงอย่างสวยงามไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยจำนวนผู้ออกร้านกว่า 3,868 ราย และผู้เข้าชมงานสูงถึง 168,881 รายตลอดระยะเวลาการจัดงาน 8 วัน

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160427/0861603878-a

ในงาน CIFF (กว่างโจว) ปีนี้ Landbond ได้เปิดตัว “ห้องลองเฟอร์นิเจอร์” เสมือนจริง ที่ผู้ใช้สามารถสวมแว่น VR และลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในมุมต่างๆของบ้านได้ 

งาน CIFF (กว่างโจว) ในปีนี้ จัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้า China Import and Export Fair Complex และ Poly World Trade Expo Centre ภายใต้ธีม “Smart and Customization” โดยมีการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ล่าสุดของแบรนด์ดังระดับโลกทั้งจากจีน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อิตาลี และอีกมากมาย 

ปัจจุบัน เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ได้เข้ามาตีตลาดผู้บริโภคมากขึ้น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรายจึงหาวิธีนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการสร้างบ้านแห่งอนาคต โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัท Landbond ที่ได้จัดแถลงข่าวและเปิดตัวระบบ VRHome ที่เปรียบได้กับ ห้องลองเฟอร์นิเจอร์” โดยเมื่อผู้ใช้สวมแว่น VR ก็จะเห็นภาพเสมือนจริงและสามารถลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามมุมต่างๆของบ้านได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ 

ในงานยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี Smart Home และ Smart Office อีกมากมาย เช่น เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นที่มีระบบภาพและเสียงครบวงจร ที่นอนอัจฉริยะที่บันทึกและติดตามรูปแบบการนอนได้ และโต๊ะทำงานอิเล็กทรอนิกที่ปรับความสูงได้ นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอสินค้ามากมายที่ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย เช่น เทคโนโลยีแขนกล การพิมพ์ 3 มิติ ระบบพ่นสีอัตโนมัติ และระบบควบคุมด้วยเซนเซอร์อัจฉริยะ เป็นต้น 

Paul Dotta รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกในจีนของบริษัท Ashley Furniture China กล่าวว่า ทุกๆปี งาน CIFF (กว่างโจว) ได้ช่วยให้บริษัทสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทอื่นๆ 

งาน CIFF ปีนี้เปิดโอกาสให้เราได้จัดแสดงและโปรโมทสินค้ามากขึ้น เราได้รับการตอบรับและการสนับสนุนจากลูกค้ามากมาย ทั้งยังได้พบปะบริษัทหลายแห่งที่อาจเป็นหุ้นส่วนของเราในอนาคต นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเติบโตของบริษัท” เขากล่าว 

งาน CIFF ครั้งที่ 37 (กว่างโจว) ไม่เพียงเปิดเวทีให้กับแบรนด์และบริษัทชื่อดังหลายร้อยจากทั่วทุกมุมโลกเท่านั้น แต่ยังมีการจัดงานประชุมและงานแสดงศิลปะอีกหลายรายการเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในระยะยาวด้วย 

Tom Conley ประธานและซีอีโอของ High Point Market Authority ได้ประกาศระหว่างพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 18 มีนาคมว่า High Point กำลังสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CIFF ในขณะที่ศิลปินชาวสเปนอย่าง Cristobal Gabarron ก็นำผลงานประติมากรรมชิ้นเอก 9 ชิ้นที่จัดแสดงในนิทรรศการ The Mysteries of Columbus มาร่วมจัดแสดงในเทศกาล Spanish themed 1st Global Garden Lifestyles Festival ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน CIFF ด้วย 

สำหรับงาน CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ National Exhibition and Convention Center ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 400,000 ตารางเมตร โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของพื้นที่ และคาดว่าจะมีกลุ่มผู้ประกอบการจากนานาประเทศเข้าร่วมจัดแสดงในงาน อาทิ อิตาลี ญี่ปุ่น ตุรกี และเกาหลีใต้ เป็นต้น 

เกี่ยวกับ CIFF 

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair (CIFF) จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2541 และมีกำหนดจัดปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ที่กว่างโจวในเดือนมีนาคม และที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนกันยายน CIFF ประสบความสำเร็จมาโดยตลอดในการจัดงาน 37 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็น “เครื่องชี้วัดอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์จีน” “ศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์แห่งเอเชีย” และ “แพลตฟอร์มด้านเฟอร์นิเจอร์อันดับหนึ่งของโลก”

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160427/0861603878-b

Paul Dotta รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกในจีนของบริษัท Ashley Furniture China กล่าวว่า ทุกๆปี งาน CIFF (กว่างโจว) ได้ช่วยให้บริษัทสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทอื่นๆ

ขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Berlin Web Week ณ กรุงเบอร์ลิน ศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิตอลของยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ระหว่างวันที่ 7-17 มิถุนายนนี้ บรรดาผู้ประกอบการ บล็อกเกอร์ นักพัฒนา และนักออกแบบ จะมารวมตัวกันที่กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมดิจิตอลแห่งยุโรป เพื่อเข้าร่วมมหกรรม Berlin Web Week ครั้งที่ 9 โดยภายในงานประกอบด้วยการประชุม การจัดอีเวนท์ การจัดแสดงสินค้า และการอภิปรายต่างๆมากถึง 20 รายการ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยถึงประเด็นและแนวโน้มต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิตอล แวดวงบริษัทสตาร์ทอัพ และภูมิทัศน์ของสื่อดิจิตอล โดยอีเวนท์สำคัญภายในงาน Berlin Web Week ปีนี้ ประกอบด้วยการประชุม Axel Springer NOAH16 Berlin ที่จะมีการบรรยายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลมากกว่า 100 รายการ รวมถึงการประชุม HEUREKA, Connexpo tools และ Fempreneur Summit สำหรับงานในปีนี้ให้ความสำคัญกับแง่มุมต่างๆของเศรษฐกิจดิจิตอลมากเป็นพิเศษ จึงมีการจัดอีเวนท์เกี่ยวกับภาคส่วนนี้มากขึ้น เช่น K5 Berlin ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ, OMfin-Con ซึ่งเป็นการประชุมด้านการตลาดออนไลน์ และ European Venture Market ซึ่งเป็นการประชุมเครือข่ายสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ มหกรรม Berlin Web Week จัดโดยสำนักงานด้านเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยของกรุงเบอร์ลิน ร่วมกับ Berlin Partner for Business and Technology  ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ 

สามารถดูตารางการจัดงานได้ที่ http://www.berlin-web-week.com 

Axel Springer NOAH16 Berlin  

NOAH Berlin เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้นำทางความคิดในอุตสาหกรรมดิจิตอล ได้หารือกันถึงแนวโน้มล่าสุดของแวดวงอินเทอร์เน็ต งานนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการอยู่แล้วและผู้บุกเบิกรายใหม่ๆ ที่จะมาร่วมในการบรรยายและการอภิปรายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลกว่า 100 รายการ งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน ที่ Tempodrom และเปิดให้ลงทะเบียนแล้วที่ http://www.noah-conference.com/request-invitation

 

HEUREKA  

HEUREKA ถือกำเนิดขึ้นในฐานะการประชุมสำหรับผู้ก่อตั้งบริษัทงานแรกๆของกรุงเบอร์ลิน และพัฒนาจนกลายเป็นงานที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งในแวดวงบริษัทสตาร์ทอัพ ภายในงานมีการปราศรัย การเสวนา และการทำเวิร์กช็อปต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เหล่าผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้จัดการบริษัทได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับปัจจัยสำคัญต่างๆอันจะนำไปสู่ความสำเร็จ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการและมือใหม่ในแวดวงดิจิตอลสามารถพัฒนาธุรกิจของตนได้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับนักลงทุนระดับสูงด้วย งานนี้จัดวันเดียวในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ Alte Munze Berlin และสามารถซื้อบัตรล่วงหน้าได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายนที่ http://www.heureka-conference.com 

Connexpo tools 

Connexpo tools (Conference + Expo + Connection) เตรียมเปิดฉากระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน ที่ Berlin Exhibition Grounds โดยจะรวมซัพพลายเออร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิตอลมาไว้ในที่เดียว สำหรับงานครั้งที่ 3 นี้จะเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลในที่ทำงาน โดยเฉพาะในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม งานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชูความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอล รวมถึงแสดงให้เห็นว่าบริษัทต่างๆสามารถประสบความสำเร็จในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยระบบดิจิตอล ทั้งในรูปแบบของการทำงานร่วมกันและการบริหารจัดการ สามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่http://www.tools-berlin.de/en/TradeVisitors/Tickets 

Fempreneur Summit  

Fempreneur Summit 2016 หรือ #FemSum16 เป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สุภาพสตรีที่สนใจเป็นนายตัวเองด้วยการเป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพ งานนี้จะจัดขึ้นที่ Startup Hub Berlin ในวันที่ 9 มิถุนายน โดยในงานจะมีการบรรยายของเหล่าสตรีผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ อาทิMilena Glimbovski จาก Original Unverpackt, Val Racheeva จาก wefound.org, Masoud Kamali จาก WestTech Ventures, Felicia Mutterer จากStraight Magazine และอีกมากมาย สามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ http://www.eventbrite.de/e/fempreneur-summit-tickets-24189551600 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fempreneur-summit.com

ติดต่อ

Annabell Dorksen

โฆษกฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์

โทร. +49-30-46302-599

อีเมล: annabell.doerksen@berlin-partner.de

Berlin Partner for Business and Technology

http://www.berlin-partner.com 

ที่มา: Berlin Partner for Business and Technology