“พิ้งค์พลอย” ปภาวดี ชี้หลักแต่งตัวให้มีสไตล์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/421405?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“พิ้งค์พลอย” ปภาวดี ชี้หลักแต่งตัวให้มีสไตล์

9 มีนาคม 2563 – 17:13 น.
พิ้งค์พลอย ปภาวดี ชาญสมอน,คนบันเทิงแต่งกายไทยร่วมสมัยดีเด่น,แต่งตัวให้มีสไตล์,สวยสมวัย,พิ้งค์พลอย ปภาวดี คมชัดลึก
เปิดอ่าน 184 ครั้ง

แต่งตัวตามวัยให้เหมาะสมตามกาลเทศะก็จะสวยสมวัย

งาน “คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 16” ภายใต้ธีมไทยโมเดิร์น ซึ่งเชิญชวนให้นักแสดงและศิลปินแต่งกายด้วยผ้าไทย ผ่านพ้นไปแล้วด้วยความชื่นมื่น แต่ควันหลงยังคงมีอยู่ เมื่อนักแสดงสาวน้อยหน้าใส นางเอกดาวรุ่งมาแรงแห่งช่อง 7HD “พิ้งค์พลอย” ปภาวดี ชาญสมอน ซึ่งกำลังมีผลงานละครหลังข่าวภาคค่ำเรื่อง “มังกรเจ้าพระยา” หลังแจ้งเกิดสุดตัวจากละครเรื่อง ขิงก็ราข่าก็แรง ก็ทำให้แฟนคลับได้ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความยินดีอีกครั้ง ด้วยว่าเจ้าตัวได้รับคัดเลือกให้คว้ารางวัลพิเศษ “คนบันเทิงแต่งกายไทยร่วมสมัยดีเด่น” ด้วยความโดดเด่นของชุดบวกกับบุคลิก ของเธอ โอกาสนี้จึงชวนเธอมาเปิดมุมมองพูดถึงเรื่องการแต่งกาย เพราะเบื้องหลังหากตามติดจริงๆ จะรู้ว่าเธอเป็นสาวชื่นชอบการแต่งตัวแบบจริงจัง จากการที่เธอร่ำเรียนจบมาจากคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีเสื้อผ้า และแพทเทิร์น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

ภายหลังจากขึ้นรับรางวัล “คนบันเทิงแต่งกายไทยร่วมสมัยดีเด่น” สาวมากความสามารถติด 1 ใน 10 บนเวทีการประกวด “ไทยซูเปอร์โมเดล 2015” ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่เส้นทางบันเทิงเป็น ดาราในสังกัดช่อง 7HD  เล่าถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลพิเศษนี้ด้วยน้ำเสียงสดใสว่า ตอนที่ได้ยินเสียงพิธีกรประกาศชื่อตัวเอง ยังรู้สึกงงอยู่นิดๆ ก็ไม่รู้เลยว่าเราต้องยืนตรงไหนอะไรยังไง ตอนนั้นไม่รู้จะพูดอะไรเพราะไม่ทันคิดเลยว่าเราจะได้ อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการที่เลือกพิ้งค์พลอยด้วยนะคะ สำหรับชุดที่ใส่ในวันนั้นเป็นชุดไทยประยุกต์จากผ้าไหมแพรวา ที่ได้รับการออกแบบและตัดเย็บจากร้านแบรนด์เสื้อผ้า “ค้ำคูณ” ซึ่งโดยส่วนตัวมีความชอบแบรนด์นี้อยู่แล้ว เนื่องจากทางร้านตัดเย็บผ้าไทยออกมาได้สวยและมีความทันสมัยมาก วัยรุ่นหลายคนอาจจะไม่ค่อยมั่นใจ แต่สำหรับตัวเองซึ่งพอจะมีพื้นฐานจากการเรียนด้านแฟชั่นและแพทเทิร์นมา ขอยืนยันว่าถ้าได้รับการออกแบบและตัดเย็บที่ดี ไม่ว่าคนรุ่นไหนก็สวมใส่ได้อย่างมั่นใจ

ถึงจะรู้ว่าตัวเองมีความสนใจเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้า-การแต่งตัว มาตั้งแต่เด็กๆ ทว่าด้วยความไม่รู้บวกกับความไม่มั่นใจทำให้ นักแสดงสาวซึ่งกำลังมีผลงานถ่ายทำละครเรื่อง “สิงห์สั่งป่า” และ “รหัสริษยา” อยู่ในขณะนี้ ต้องเกือบพลาดในสิ่งที่ตัวเองถนัดและรัก

 “ตอนเรียนมัธยมปลาย ได้เข้าไปขอคำแนะนำจากคุณครูแนะแนว ซึ่งตอนนั้นท่านแนะนำด้วยความเป็นห่วงว่า การเรียนทางด้านแฟชั่นค่อนข้างหนักมาก ทำให้ตัวเองเป๋ ใจแป้วเลย เพราะกลัวว่าจะเรียนไม่ไหว จึงเปลี่ยนใจไปชอบอย่างอื่น โดยลองเรียนมัณฑนากร ตั้งใจว่าหากเรียนจบแล้วจะกลับมาช่วยงานที่บ้าน แต่พอไปเรียนแล้วมันยิ่งรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง เลยตัดสินใจกลับมาเรียนเกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้าที่คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีเสื้อผ้าและแพทเทิร์น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ซึ่งเขาก็มีให้เลือกเพิ่มเติมอีกระหว่าง แฟชั่นกับแพทเทิร์น เลยเลือกแพทเทิร์นเพื่อลงลึกไปอีก (อันนี้คิดเองนะคะ)” นักแสดงสาวสังกัดช่อง 7HD เล่าถึงที่มาของความสนใจด้านแฟชั่นอย่างจริงจัง

ถึงจะชอบการแต่งตัวตามแฟชั่น แต่ “พิ้งค์พลอย” ปภาวดี ย้ำว่าเธอไม่ใช่คนแต่งตัวประเภทเปรี้ยวจี๊ดมาก แต่ชอบดูว่าเสื้อผ้าแบบไหนเข้ากับตัวเอง ปกติถ้าแต่งตัวไปงาน เสื้อผ้าจะเป๊ะอยู่แล้ว บางครั้งมีปรึกษาพี่ๆ สไตลิสต์ รวมถึง “พี่หนิง” ปณิตา ธรรมวัฒนะ ว่าแต่งแบบไหนให้เหมาะ ส่วนถ้าไปเที่ยวก็จะคุมโทนทั้งตัวนิดหนึ่ง เพราะชอบโทนขาว ดำ เทา ซึ่งนอกจากเรื่องเฉดสีแล้วยังให้ความสำคัญกับเรื่อง “มิกซ์แอนด์แมตช์” อีกด้วย เช่น กางเกงเข้ากับเสื้อหรือไม่ หรือรองเท้าล่ะไปทางเดียวกับกระเป๋าหรือเปล่า ตอนเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวจะคิดแบบนี้ตลอด

นอกจากการ “มิกซ์แอนด์แมตช์” แล้ว เรื่องการ “แต่งตัวตามกาลเทศะ” ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ “นักแสดงสาว” ให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องแพทเทิร์นและสไตล์ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ เราชอบมองนะว่าคนนี้แต่งตัวสวยจัง คนนั้นแต่งตัวแซบจัง มันอาจดูว้าวในตอนนั้น อันที่จริงไม่ได้เป็นเรื่องผิดนะว่าใครจะแต่งแบบไหน ขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคน ข้อสำคัญต้องคำนึงว่าเราทำอะไรอยู่ บางคนอาจบอกว่า แบบนี้ใส่ชุดว่ายน้ำก็ต้องโป๊สิ มันโป๊ได้แต่ต้องอยู่ตามขอบเขตความเหมาะสมด้วย สำหรับตัวเองยังคงมองว่าการแต่งตัวตามวัย แต่งตัวให้เหมาะสมตามกาลเทศะ มันก็จะดูโตและสวยสมวัย เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ทั้งนี้โดยหน้าที่การงานของตัวเองต้องออกงานสังคม ต้องไปตามสถานที่ต่างๆ ในบางครั้งต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่ามีหลากหลาย ทั้งที่เป็นผู้ใหญ่ที่ต้องให้เกียรติ หรือเพื่อนรุ่นเดียวกัน เวลาไปตามสถานที่ต่างๆ เรื่องการแต่งกาย การเลือกเสื้อผ้าถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ มันช่วยส่งเสริมให้เราดูดีขึ้นด้วย ซึ่งเรื่องเทสต์การแต่งกายถึงจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ละคนย่อมมีความชอบต่างกันออกไป แต่การเลือกให้เหมาะกับสถานที่และเวลาตรงนั้นภายใต้รสนิยมที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของตัวเองอันนี้สำคัญที่สุด 

การมี “ไอดอล” หรือ “แรงบันดาลใจ” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เราแต่งตัวได้สวยสง่าอย่างมีสไตล์ ซึ่ง “นางเอกสาว เจ้าของรางวัลพิเศษคนบันเทิงแต่งกายไทยร่วมสมัยดีเด่น” ก็เช่นกัน เธอยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานแสดงก็ดี หรือการแต่งตัวก็ดี เธอนั้นก็มีต้นแบบอยู่หลายคน

“สำหรับงานแสดงละครนั้น หนูไม่มีพี่ๆ เป็นต้นแบบหรือแรงบันดาลใจแบบรายบุคคล แต่หนูจะใช้แรงบันดาลใจจากพี่ๆ ที่หนูได้ร่วมกองทุกๆ ท่าน เพราะตัวเองเป็นเด็กใหม่ในวงการ เมื่อไปเจอกับพี่ๆ หรือผู้ใหญ่ในกอง หนูจะขอคำแนะนำจากท่านในเรื่องเทคนิคต่างๆ ที่สำคัญแต่ละท่านก็ยังมีมุมมองต่างกันออกไปทำให้ได้เทคนิคไม่เหมือนกัน ทำให้สามารถนำไปต่อยอดการแสดงของตัวเองหลากหลาย ในขณะเดียวกันเรื่องการแต่งตัวนั้นจะมี “อินฟลูเอนเซอร์” จากต่างประเทศชื่อ “Kelsey Simone” ที่หนูตามดูในไอจีของเขาบ่อยๆ ที่ชอบเพราะโทนในไอจีของเขาด้วย เขาคุมโทนขาวดำเทานี่ล่ะค่ะ ก็เลยชอบแล้วนำมาปรับใช้ให้เขากับบุคลิกของตัวเอง”

จากความชื่นชอบในการแต่งตัวให้มีสไตล์ของตัวเอง บวกกับการได้ทำงานในวงการบันเทิงทั้งงานเดินแบบและงานแสดง จึงนำพา “พิ้งค์พลอย” มาสู่ “ความฝัน” อีกขั้นคืออยากทำงานในฐานะ “สไตลิสต์” โดยนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงในขณะนี้ เล่าถึงความฝันและเป้าหมายของเธอว่า เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ฝันอยากเป็นนางแบบอยากตัวสูงกว่านี้ แต่พอวันนี้ได้มายืนในจุดนี้ ตัวเองมองไปไกลอีกขั้นนั่นคืออยากเป็นสไตลิสต์ อยากเป็นคนดูแลเสื้อผ้าให้นักแสดงหรือนางแบบ ชอบการจัดให้เขาแต่งตัวมากกว่า และที่เราอยากทำอีกอย่างคืออยากทำเสื้อผ้าขาย อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่ถ้าทำก็คงเป็นแนวเรียบๆ ตอนนี้เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีตอนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ก็อยากทำแบรนด์เสื้อผ้า ที่ราคากลางๆ ลูกค้าเข้าถึงง่าย คิดว่าคงไม่ใช่ปีนี้ ต้องใช้เวลาในการศึกษาให้ลึกซึ้งอีกสักหน่อยทั้งเรื่องตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

“แก้ว” จริญญา หนุนแคมเปญคนมีเครดิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/421367?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“แก้ว” จริญญา หนุนแคมเปญคนมีเครดิต

9 มีนาคม 2563 – 14:41 น.
แก้ว จริญญา,ณญาณี เผือกขำ,อธิป ศิลป์พจีการ,จุดเริ่มต้น คนมีเครดิต,อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส,กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์,ซันเต๋อ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล,การเงิน
เปิดอ่าน 124 ครั้ง

พลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ให้ทันสมัย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

เพราะการมีเครดิตทางการเงินที่ดี คือจุดเริ่มต้นของอนาคตที่ดี กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ นำโดย ณญาณี เผือกขำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด และ อธิป ศิลป์พจีการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารธุรกิจ กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ร่วมกันจัดงาน เปิดตัวภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ภายใต้แนวคิด “จุดเริ่มต้น คนมีเครดิต” การพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ให้ทันสมัย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมตอบแทนความไว้วางใจของสมาชิกบัตรที่ให้กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์เป็นผู้ให้บริการวงเงินเครดิตสำหรับทุกการใช้จ่าย ด้วยการขอเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตทางการเงินที่ดี

   

อธิป ศิลป์พจีการ -ณญาณี เผือกขำ

     ภายในงานมีนักแสดงสาว “แก้ว” จริญญา ศิริมงคลสกุล มาร่วมแชร์ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ทางด้านการเงิน ตามแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ พร้อมด้วย “ซันเต๋อ” ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังของเมืองไทยที่เป็นไอดอลของใครหลายๆ คน มาดีไซน์ลายเส้นสำหรับของสมนาคุณพิเศษเพื่อลูกค้าบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์โดยเฉพาะ ที่ห้อง เดอะ โซไซตี้ ชั้น 22 อาคารเกษรทาวเวอร์ เมื่อวันก่อน

     ณญาณี เผือกขำ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตที่มุ่งประกอบธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจุดประกายให้คนรุ่นใหม่หันมาเห็นความสำคัญของการสร้างอนาคตทางการเงินที่ดี ในปีนี้จึงตัดสินใจพลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “จุดเริ่มต้น คนมีเครดิต” นอกจากจะเติมความสดใสให้แบรนด์ดูทันสมัย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้ยกระดับภาพลักษณ์จากการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเป็น “ผู้ช่วยสร้างเครดิตเพื่ออนาคตทางการเงินที่ดี” โดยมีความตั้งใจที่จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยสร้างเครดิตเพื่ออนาคตให้แก่สมาชิกบัตร ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินคุณภาพ เพื่อสร้างการเติบโตของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ให้ยั่งยืนในระยะยาว

 

“ซันเต๋อ” ยศนันท์

   ด้าน อธิป ศิลป์พจีการ เผยว่า วันนี้เป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ หน้าบัตร สาขา ยูนิฟอร์มพนักงานให้ออกมาทันสมัย โดยโลโก้รูปแบบใหม่ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ที่เป็นสัญลักษณ์ “บูมเมอแรง” นั้น เป็นการสะท้อนความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าคนที่มีเครดิตทางการเงินที่ดี ควรจะได้รับโอกาสและสิ่งดีๆ กลับคืน นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ผ่านแอพพลิเคชัน UCHOOSE เพื่อแจ้งสถานะสุขภาพทางการเงินของลูกค้า และบริการแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้จ่ายสูง หวังจุดประกายให้ลูกค้าเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพทางการเงินที่ดี

“ปังปอนด์” อัครวุฒิ -“เปรม” วรุศ -“บุ๋น” นพณัฐ และ “เก้า” นพเก้า

“แก้ว” จริญญา 

    ขณะที่นักแสดงสาวคนรุ่นใหม่ “แก้ว” จริญญา แย้มไลฟ์สไตล์ทางด้านการเงินว่า วิธีการบริหารเงินเพื่อสร้างเครดิตให้แก่ตัวเองจะแบ่งรายได้ออกเป็นส่วนๆ ส่วนแรกสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนที่สองสำหรับการท่องเที่ยว และส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุน ซึ่งเคล็ดลับในการใช้เงินแบบง่ายๆ ก็คือการหมั่นเช็กยอดบัตรเครดิต เพื่อให้สามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น อย่างตัวเองมักมีจุดอ่อนเรื่องชอบช็อปปิ้ง บางทีก็รู้สึกว่าของมันต้องมี แล้วก็เผลอซื้อ ดังนั้นการที่มีตัวช่วยอย่างฟีเจอร์ใหม่ๆ ของกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ เช่น บริการแจ้งสุขภาพทางการเงิน และแจ้งเตือนเมื่อยอดใช้จ่ายสูงถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมาก น่าจะช่วยเตือนสติในการช็อปปิ้งและใช้จ่ายได้มากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับสุขภาพทางการเงินของคนรุ่นใหม่

เซเลบนักเดินทางถูกใจ”งานมหกรรมท่องเที่ยว” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420974?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เซเลบนักเดินทางถูกใจ”งานมหกรรมท่องเที่ยว”

8 มีนาคม 2563 – 00:05 น.
ไทยเที่ยวไทย,เที่ยวไทยรับพลังบวก,ปราโมทย์ ปาทาน,ดรคฑา ชินบัญชร,มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์,นพดล ภาคพรต,ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์,พิมดาว พานิชสมัย,ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย,กุณฑินี ไกรฤกษ์,มลอรดิศ สนิทวงศ์,รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ,จุฑาพร เริงรณอาษา,จิราพร ศรีสอ้าน,เที่ยวไทยรับพลังบวก คมชัดลึก
เปิดอ่าน 71 ครั้ง

ในงาน “ไทยเที่ยวไทย คือไทยเท่ เที่ยวไทยรับพลังบวก”

ชวนคนไทยร่วมฝ่าวิกฤติจากไวรัสโควิด-19 หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดและส่งผลให้หลายภาคส่วนทั้งภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องประสบกับปัญหา สยามพารากอน จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ผู้ประกอบการภาคเอกชน จึงพร้อมเดินหน้าขานรับนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างปรากฏการณ์เที่ยวสนุกสุขทั่วไทยด้วยการจัดมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ในแคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย คือไทยเท่ เที่ยวไทยรับพลังบวก” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการคนไทยออกบูธจำหน่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และกระตุ้นให้คนไทยได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์-นพดล ภาคพรต-ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

ปราโมทย์ ปาทาน-ดร.คฑา ชินบัญชร

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านตลาดในประเทศ, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และ ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์ เที่ยวไทยรับพลังบวก มาร่วมงาน พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย เพื่อเสริมพลังบวกให้แก่ชีวิตและเติมพลังแห่งความสุขทั้งทางกายและทางใจ รวมถึงเคล็ดลับการท่องเที่ยวมิติใหม่อย่างสร้างสรรค์ โดยมีศิลปินหนุ่มอารมณ์ดี “โอ๊ต” ปราโมทย์ ปาทาน มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยมีเซเลบนักเดินทางท่องเที่ยว อาทิ “เนม” ปราการ ไรวา, เกล็ดดาว-พิมดาว พานิชสมัย-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย, รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ, จุฑาพร เริงรณอาษา, จิราพร ศรีสอ้าน, กุณฑินี ไกรฤกษ์, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ฯลฯ ร่วมงานที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

พิมดาว พานิชสมัย-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย

ปราการ ไรวา

กุณฑินี ไกรฤกษ์-ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์

รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ-จุฑาพร เริงรณอาษา-จิราพร ศรีสอ้าน

สำหรับกิจกรรม “ไทยเที่ยวไทย คือ ไทยเท่ เที่ยวไทยรับพลังบวก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-11 มีนาคม พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการร่วม 100 ราย อาทิ ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 599 บาทต่อเที่ยวบิน จากสายการบินต่างๆ อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินไทย เวียตเจ็ท, แพ็คเกจบัตรที่พักจากโรงแรมชั้นนำกว่า 70 แห่งทั่วไทย ในราคาเริ่มต้นเพียง 700 บาทต่อคืน และบัตรรับประทานอาหารจากโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมใจกันเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวครั้งนี้ อาทิ โรงแรมในเครือ Cape & Kantary Hotels, Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok, Pullman Hotel G, Rayavadee Krabi, Raya Heritage, Siam Kempinski Hotel, Sindhorn Midtown Hotel, VIE Hotel Bangkok, V Villas Hua Hin, และ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ รวมถึง ร้านอาหารชั้นนำ, แพ็กเกจทัวร์, เรือท่องเที่ยว, สปา, ดำน้ำ และพิเศษสุดรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,200 บาท หรือ สิทธิประโยชน์แบบคุ้มค่าจากบัตรเครดิต ไทยพาณิชย์, บัตรเครดิตซิตี้, บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรเครดิตเคทีซี และบัตรเครดิตธนาคารออมสิน

แฟชั่นโชว์เคสแอ็กทีฟแวร์แบรนด์ดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420656?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

แฟชั่นโชว์เคสแอ็กทีฟแวร์แบรนด์ดัง

5 มีนาคม 2563 – 02:00 น.
เวคกิ้งบี,WAKINGBEE,ชลิตา หงสกุล,แต้ว ณฐพร,แอ็กทีฟแวร์,เซ้นซิเบิล สเวท,พลังในแบบคุณ
เปิดอ่าน 316 ครั้ง

เติมความสนุกให้กับการออกกำลังกายในแบบฉบับที่ตัวเองมีความสุขได้ในทุกวัน

เติมความสนุกให้กับการออกกำลังกายในแบบฉบับที่ตัวเองมีความสุขได้ในทุกวัน กับเสื้อผ้าแอ็กทีฟแวร์จากแบรนด์ “เวคกิ้งบี” (WAKINGBEE) ที่ล่าสุด ชลิตา หงสกุล กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วยทีมผู้บริหาร จัดแฟชั่นโชว์เคสนำเสนอการแสดงสุดพิเศษเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์โฉมใหม่ในคอนเซ็ปต์ “เซ้นซิเบิล สเวท” ที่จะพาสาวๆ ไปค้นพบชีวิตแอ็กทีฟในแบบที่ใช่ตามสไตล์ของตัวเอง พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีไฮไลท์สุดพิเศษจาก “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ ผู้บริหารแบรนด์คนใหม่ร่วมแสดงให้เหล่าแฟนคลับแบรนด์ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด ที่ JustCO Co-Working Space ชั้น 24 สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันก่อน

ขนิษฐา ดรุณเนตร-ตะวันนา ธารา

“อาย” กมลเนตร

ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ “เอิร์น” ณัฐพร โทณวณิก, “หญิง” กรุณา วัจนะพุกกะ, “แพง” ขวัญข้าว เศวตวิมล, “หนูใหม่” ตะวันนา ธารา, “เบลล์” รินทร์รตา อินทามระ, “นิดหน่อย” ขนิษฐา ดรุณเนตร ฯลฯ รวมถึงนักแสดงชื่อดัง อาทิ “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน, “แมท” ภีรนีย์ คงไทย, “มิ้นต์” ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, “แพทริเซีย” ธัญชนก กู๊ด, “วุ้นเส้น” วิริฒิพา ภักดีประสงค์, “อาย” กมลเนตร เรืองศรี, พลอย หอวัง, “มัดหมี่” พิมดาว พานิชสมัย เป็นต้น

“แมท” ภีรนีย์

ชลิตา หงสกุล

          ชลิตา กล่าวว่า การปรับโฉมครั้งนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พลังในแบบคุณ” เพราะเชื่อว่าเป้าหมายในการออกกำลังกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เวคกิ้งบีเชื่อว่าเส้นทางสู่ชีวิตแอ็กทีฟเริ่มต้นมาจากข้างใน ซึ่งแต่ละคนรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เราเริ่มต้นออกกำลังกายและทำอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีความสุข ซึ่งอาจจะไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงแต่คือความพยายามในทางที่ถูกและพอดีต่อตัวเอง คอนเซ็ปต์นี้จึงถูกใช้เป็นแนวคิดในการพัฒนาแอ็กทีฟแวร์ดีไซน์ใหม่ๆ ให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการออกกำลังกายของผู้หญิงแต่ละคนที่แตกต่างกัน การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้หญิงที่รักการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มดีไซน์ของชุดที่มีความหลากหลาย อย่างดีไซน์เบสิกที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับไอเทมชิ้นอื่นได้ง่ายอีกทั้งราคายังจับต้องได้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มขนาดไซส์ใหญ่พิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงได้ทุกสรีระ

บรรยากาศการแสดงแฟชั่นโชว์เคส

 “แต้ว” ณฐพร

          ด้าน “แต้ว” ณฐพร กล่าวว่า จากได้ร่วมงานในฐานะดีไซเนอร์ร่วมออกแบบให้เวคกิ้งบีตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา รู้สึกชอบและมีความสุขกับทุกคอลเลกชั่นที่ออกแบบ เพราะได้ฝึกฝนความสามารถของตัวเอง ถือเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่แตกต่างจากงานแสดงละคร ด้วยความชอบที่เราได้ลงมือทำบวกกับแพชชั่นในการออกกำลังกาย ทำให้มีโอกาสเข้ามาเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารแบรนด์ โดยมีบทบาทหน้าที่หลักก็คือเป็นทั้งดีไซเนอร์ร่วมออกแบบและดูแลเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์ เราอยากจะสร้างสรรค์ชุดออกกำลังกายดีไซน์สวย เปี่ยมด้วยคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สาวยุคใหม่ได้สนุกสนานไปกับการออกกำลังกายในแบบฉบับที่ตนเองชอบได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสาวๆ สามารถเลือกหยิบชุดแอ็กทีฟแวร์จากแบรนด์เวคกิ้งบีมามิกซ์แอนด์แมทช์สร้างสไตล์สวยเท่ได้หลากหลายลุคในทุกวัน

ชื่นมื่น “พิงค์ โปโล” ต้านมะเร็งเต้านม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420335?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ชื่นมื่น “พิงค์ โปโล” ต้านมะเร็งเต้านม

3 มีนาคม 2563 – 12:07 น.
ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2020,ดรฮาราลด์ ลิงค์,นันทินี แทนเนอร์,ทีมลา ฟามิเลีย,คุณน้ำหอม,รศนพกฤษณ์ จาฏามระ,ปลาทู ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์
เปิดอ่าน 1,417 ครั้ง

พลังอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงในการมีส่วนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศลรายการ “ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2020″  ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 แล้ว โดยโต้โผคนสำคัญ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย และ นันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคม ประธานจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศล จับมือยูเอสโปโล จัดขึ้นเพื่อหารายได้มอบให้โครงการมะเร็งเต้านม มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ที่สนามไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียนคลับ พัทยา เมื่อวันก่อน

     

นันทินี แทนเนอร์

       นันทินี แทนเนอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมมากเป็นอันดับหนึ่ง และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับโรคนี้โดยขาดที่พึ่งพา ทั้งขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา ไร้ที่อยู่อาศัยและคนดูแล การจัดการแข่งขันโปโลหญิงการกุศลรายการนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยเหลือสังคมอย่างสร้างสรรค์ ผ่านโครงการมะเร็งเต้านม มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ จึงหวังว่าการจัดแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลที่มีนักกีฬาเป็นผู้หญิง นอกจากจะเป็นการส่งเสริมกีฬาขี่ม้าโปโลให้เป็นที่รู้จักในเมืองไทยมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงในการมีส่วนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างแท้จริง

สาวๆ ทีมลา ฟามิเลีย คว้าชัย

      สำหรับปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันประกอบไปด้วยผู้เล่นจากนานาชาติทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ ทีมมาเรนโก้, ทีมลา ฟามิเลีย, ทีมเอธิโอเปียน แอร์ไลนส์ และ ทีมเจ้าภาพไทย โปโล โดยรอบสุดท้ายเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างเร้าใจระหว่างสุดยอดฝีมือจากทีมลา ฟามิเลีย และทีมมาเรนโก้ ผลปรากฏว่าทีมลา ฟามิเลีย ชั้นเชิงเหนือกว่าเอาชนะไปด้วยคะแนน 7 ต่อ 5 คว้าถ้วยรางวัลไปครองได้สำเร็จ

ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์ และดร.ฮาราลด์ ลิงค์ พร้อมขบวนพาเหรดครอบครัวคุณน้ำหอม

เหล่าเซเลบใจบุญพร้อมหน้า

     ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานที่สร้างสีสันและความสนุกสนานไม่แพ้การแข่งขันในสนาม เห็นจะเป็นขบวนพาเหรดของครอบครัว “คุณน้ำหอม” สุนัขพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอเรียสุนัขทรงเลี้ยง ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมกับเหล่าเซเลบริตี้จากชมรมยอร์คเชียร์เทอเรียคลับ

     

ครอบครัว “สเปนเซอร์”

พีระ ลาภวงศ์เมธี – นันท์ชญาน์ ทิพย์โภคาสกุล

    นอกจากนี้ ยังคึกคักไปกับบรรยากาศของเหล่าดาราและเซเลบริตี้ใจบุญที่ต่างแต่งกายสดใสสวยงามในธีมสีชมพู อาทิ รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ, “ปลาทู” ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์, “มะลิ” มาลินี โคทส์, “อั๋น” ชยพล บุนนาค, “นิค” พีระ ลาภวงศ์เมธี, นันท์ชญาน์ ทิพย์โภคาสกุล, ลี-“ปิ๊บ”ภัทรพล พึ่งบุญพระ, เจย์ – “เปิ้ล” จริยดี สเปนเซอร์ พร้อมลูกๆ, “มายด์” แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา  เป็นต้น พร้อมกับแอสเซสเซอรี่ที่ขาดไม่ได้ คือหมวกใบเก๋หลากสไตล์ ซึ่งหลังจากนั้นช่วงพักการแข่งขันหลังชักก้าที่ 2 ก็มีประเพณีสตอมปิ้ง ดิวอทส์ การย่ำหญ้าเพื่อกลบหลุมในสนาม และกลบรอยเท้าม้าจากการแข่งขัน โดยเหล่าสุภาพสตรีทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างลงสนามร่วมกันย่ำหญ้าอย่างสนุกสนาน และในปีนี้ได้รถยนต์แมคลาเรนสุดหรูนำทัพนักกีฬาโปโลหญิงคู่ชิงชนะเลิศลงสู่สนามอย่างสมเกียรติ

พีรภัทรา เชาวลิต- ชาลิน หัตถกิจโกวิท

“มะลิ” มาลินี -“อั๋น” ชยพล

     ต่อด้วยการมอบรางวัลแก่ผู้แต่งกายงดงามโดดเด่น เริ่มจากแต่งกายยอดเยี่ยมฝ่ายชาย ได้แก่ “โด้” ชาลิน หัตถกิจโกวิท ส่วนฝ่ายหญิงตกเป็นของ “พี” พีรภัทรา เชาวลิต พร้อมด้วยรางวัลสวมหมวกเลิศที่สุดในปฐพี มอบให้ “หนูนา” นริศา คุโบตะ ก่อนจะปิดท้ายงานกับการแสดงพลุไฟสวยงามบนท้องฟ้าที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในยามค่ำคืน…

ชีวิตแบบ “ฟลุค” กับก้าวที่โตขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/420219?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ชีวิตแบบ “ฟลุค” กับก้าวที่โตขึ้น

2 มีนาคม 2563 – 17:39 น.
ฟลุค ไอน้ำ,จิตรกร บุญสอน,ไอน้ำ,ศิลปิน,นักร้อง,ที่หนึ่งไม่ไหว,ศิลปินเดี่ยว,ไอคัท บาร์เบอร์ช็อป,ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์,บุรีรัมย์,ถ้าเขาไม่กลับมา
เปิดอ่าน 368 ครั้ง

“น้อยคนนักที่จะมีบทบาทเดียว ในความวุ่นวายของชีวิตแต่ละวัน ต้องรู้วิธีจัดสรรให้ลงตัว…”

หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงเกือบ 10 ปี “ฟลุค” จิตรกร บุญสอน นักร้องนำวง “ไอน้ำ” เจ้าของเสียงแหบเสน่ห์กับเพลงฮิตมากมาย โดยเฉพาะ “ที่หนึ่งไม่ไหว” และ “หลงรักคนมีเจ้าของ” สะกดวัยรุ่นยุค 90 จนยอดขายซีดีทะลุ 2 ล้านแผ่น…

ในวัย 35 ปี เขากลับมาพร้อมลุคใหม่ที่ใครเห็นต้องสะดุดตา ผมสั้น หุ่นล่ำสัน ที่สำคัญหนีบหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ๆ ทั้งเรื่องครอบครัว ธุรกิจ และแน่นอนว่ากำลังปล่อยซิงเกิลแกะกล่องในฐานะ “ศิลปินเดี่ยว” ให้แฟนเพลงได้หายคิดถึง

 “ฟลุค” มาดใหม่กลับมาแล้ว

      “หายไปจริงๆ 8 ปี แต่ยังคงมีรับงานคอนเสิร์ตอยู่เรื่อยๆ ในชื่อ “ฟลุค ไอน้ำ” เป็นงานจ้าง แล้วก็มีตามผับตามร้านอาหารด้วย โดยได้น้องๆ นักดนตรีที่รู้จักกันไปเล่นเป็นแบ็กอัพให้ แล้วก็ย้ายกลับไปอยู่ที่บุรีรัมย์บ้านเกิด ไปดูแลครอบครัว ดูแลลูกๆ มีธุรกิจส่วนตัวด้วย เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็ได้รับฟีดแบ็กที่ดีนะ เพราะช่วง 2-3 ปีมานี้เพลงเก่าวนกลับมา แล้วพอแฟนเฟลงที่ชอบเพลงของเราหรือฟังเพลงของเราอยู่ส่วนใหญ่ก็เริ่มโตมีอายุแล้ว มีกำลังจ่าย ทำให้ร้านที่ไปเปิดคอนเสิร์ตจะมีการจองโต๊ะเต็มแทบทุกรอบ ทุกคนร้องเพลงเราได้ ก็รู้สึกชื่นใจ” ศิลปินหนุ่มเล่าเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาพร้อมยอมรับว่าการห่างหายไปมีส่วนทำให้แฟนเพลงที่เติบโตมาในยุคเดียวกันแทบจำหน้าไม่ได้ เวลาขึ้นเวทีแต่ละครั้งต้องรื้อฟื้นความทรงจำ โดยถามก่อนเลยว่าใครจำ “ฟลุค ไอน้ำ” ได้บ้าง ถ้ายังทำหน้างงอยู่ก็ต้องส่งเพลงฮิตของวงขึ้นกล่อม เท่านั้นล่ะต่างยิ้มแล้วก็ร้องคลอตามได้แทบทุกคน

มีความสุขกับครอบครัวที่อบอุ่น

      ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ได้โลดแล่นอยู่ในสื่อกระแสหลัก อีกทั้งยึดแนวทางการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย “ฟลุค” บอกว่าทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ซึ่งปกติเป็นคนชอบเรียนรู้และริเริ่มหยิบจับอะไรใหม่ๆ  อยู่แล้ว พอมีเวลามากขึ้นอยากทำอะไรก็ทำ แต่มองไปข้างหลังว่าสิ่งที่จะทำนั้นต้องไม่ให้ใครเดือดร้อน และเหนือสิ่งอื่นใดครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญและมาก่อนเสมอ ทำอย่างไรให้ครอบครัวมีความสุข ให้ทุกคนมีสติสัมปชัญญะในการดำเนินชีวิต ตอนนี้ลูกชายคนโตอายุ 13 ปี กำลังเรียนอยู่ ม.1 ส่วนลูกชายคนเล็กอายุ 10 ปี อยู่ชั้นป.4  เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นกันแล้ว

     “เป้าหมายในการทำงานทุกวันนี้คือการโฟกัสที่ลูกๆ พยายามสร้างรากฐานที่มั่นคงไว้ให้เขา แล้วก็ใช้ชีวิตกับครอบครัว ก็เหมือนกับคนที่มีครอบครัวทั่วไป ทำงานเก็บเงิน เพื่อบั้นปลายครอบครัวจะได้สบาย ก็เลยต้องมีธุรกิจไว้หล่อเลี้ยงด้วย อยู่ที่บุรีรัมย์ทำได้ง่ายกว่าอยู่กรุงเทพฯ เพราะมีคนรู้จักเรา มีคนคอยสนับสนุน” อดีตนักร้องหนุ่มขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 เผย

ไอ..คัท บาร์เบอร์ช็อป

     นั่นเองจึงเป็นที่มาของการจับธุรกิจกิจหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านทำสีรถ ร้านอาหาร ผับ ทั้งรุ่งและไม่รุ่ง และล่าสุดกับร้านตัดผมผู้ชาย “ไอ..คัท บาร์เบอร์ช็อป” (I..CUTZ BARER SHOP) ที่ลงขันกับเพื่อนๆ อดีตสมาชิกวงไอน้ำ อย่าง ใหม่ สุขเดชะ มือกลอง และ “ฟัก” เมธา พิเลิศ มือกีตาร์ โดยแรงบันดาลใจมาจากตัวเองล้วนๆ ที่ตอนบวชแล้วสึกออกมาอยากได้ทรงผมโดนใจ ตัดกับช่างแล้วเปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าชอบเรื่องทรงผม กอปรกับที่บุรีรัมย์ยังไม่มีธุรกิจร้านตัดผมที่รวบรวมยอดฝีมือช่างตัดทั่วจังหวัดไว้ที่เดียวในลักษณะเป็นฮับของการตัดผมผู้ชายหรือบาร์เบอร์ “ไอ…คัท” จึงน่าจะตอบโจทย์

คนดังแวะเวียนมาเสริมหล่อไม่ขาด

     “เปิดมาสักพักใหญ่ๆ เข้าปีที่ 3 แล้ว ผลตอบรับดีมาก คนรู้จักเข้ามาอุดหนุนเยอะ คือตอนนี้วัยรุ่นผู้ชายที่จะตัดผมต้องมาที่ไอ…คัท ตัดทั่วไป ตัดวินเทจ ตัดแกะลาย เราทำได้หมด เพราะร้านเราจะมีการส่งช่างไปอบรมพัฒนาฝีมือบ่อยๆ พร้อมสำรวจเทรนด์ว่าเขาฮิตทรงอะไรกันก็ต้องตามให้ทัน เรียกว่าลูกค้าเข้ามาต้องการทรงไหน เราสามารถทำให้ได้หมด เป็นร้านแฟชั่นสไตล์ของจังหวัด ผมเองก็ตัดได้นะแต่ยังไม่เซียนเท่าช่าง เลยยังไม่เคยตัดให้ลูกค้า (หัวเราะ) เลยเน้นบริหารร้านให้ดีขึ้น พัฒนาขึ้นมากกว่า” เจ้าของร้านเสียงดีกล่าว

     พร้อมกับเผยด้วยว่าบรรยากาศการทำธุรกิจที่บุรีรัมย์ถือว่าดี เพราะเป็นเมืองที่กำลังพัฒนาและมีความเคลื่อนไหวในหลายๆ ด้าน จะพูดว่าก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วก็พอจะได้ ผู้คนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและชมแมทช์ฟุตบอลฟาดแข้งจำนวนมาก ร้านไอ…คัท จึงมีลูกค้าแวะเวียนมาเสริมหล่อสม่ำเสมอ แม้แต่นักฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดแทบทุกคนก็เป็นลูกค้าประจำที่นี่ ทั้งสองสาขาคือ จิระนคร ซอย 3 และสาขาข้างสนามฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด จึงกำลังไปได้สวย…

      ขณะที่อีกหนึ่งบทบาทอย่างการเป็นนักร้องที่เป็นใบเบิกทางชีวิตเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน “ฟลุค” จิตรกร บอกว่าทิ้งไม่ได้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว การกลับมาคราวนี้ตั้งใจทำงานเพลงเป็นอัลบั้มเลย สังกัดค่าย “ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ซิงเกิลแรกที่ปล่อยมาแล้วคือเพลง “ถ้าเขาไม่กลับมา” ผ่านช่องทางยูทูบ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ แค่ 10 วันแรก ปรากฏว่ายอดวิวอยู่ที่ 2 ล้านกว่า ที่เน้นช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ใช่ทางทีวีเหมื่อนเมื่อก่อน ก็เพราะตอนนี้การฟังเพลงเปลี่ยนไปแล้ว คนนิยมเสพความบันเทิงผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

      “เป็นการกลับมาในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว แนวเพลงก็ยังมีกลิ่นอายของไอน้ำอยู่ เพราะเสียงของผมทุกคนจำได้อยู่แล้ว ส่วนดนตรีก็ใส่ความเป็นตัวเองได้มากกว่าเมื่อก่อน เพราะเราเป็นศิลปินเดี่ยวแล้ว อยากจะได้อะไร อยากเอาอะไรในตัวเราใส่เข้าไปในเพลงได้อย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าเนื้อหา คำร้อง ทำนอง ต้องโตขึ้นตามวัย แต่ถามว่าคาดหวังแค่ไหน จริงๆ ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องดังเหมือนเดิมเพราะตอนเป็นวงไอน้ำนั่นคือประสบความสำเร็จมากแล้ว รู้สึกยินดีกับตรงนั้น ครั้งนี้อยากเสิร์ฟให้แฟนเพลงที่ยังคิดถึงเราอยู่ และให้เด็กรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่รู้จักไอน้ำ ได้รู้จักผมแค่นั้นเอง” ศิลปินมากบทบาท เผย

     แน่นอนว่าก้าวที่โตขึ้นตามวัยพร้อมภาระหน้าที่หลายด้าน การบริหารจัดการเวลาเป็นสิ่งสำคัญ นักร้องหนุ่มความรับผิดชอบสูงคนนี้ เชื่อมั่นว่าน้อยคนนักที่จะมีบทบาทเดียว ในความวุ่นวายของชีวิตแต่ละวันต้องรู้วิธีจัดสรรให้ลงตัว เขาเองตื่นเช้ามาอันดับแรกต้องจัดการลูกๆ เรื่องอาหาร แต่งตัวไปโรงเรียน ก่อนที่จะเข้าไปดูแลร้านตัดผม ส่วนงานเพลงหรือทัวร์คอนเสิร์ตก็ไม่มีปัญหา เพราะลูกๆ เริ่มโตกันพอจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

      “ประสบการณ์ทุกอย่างสอนเราให้โตขึ้น อย่างการทัวร์คอนเสิร์ตมา 17 ปี ทำให้รู้สิ่งต่างๆ ในวงการนี้ แล้วการวางตัวของเราก็ดีขึ้นตามลำดับ มีวุฒิภาวะมากขึ้นก็ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ดีขึ้น”  “ฟลุค” จิตรกร บุญสอน หนุ่มสายเลือดบุรีรัมย์เข้มข้น ให้มุมมองทิ้งท้าย…@  

                                                                                                              เรื่อง : ชาญยุทธ ปะวะขัง

คนเมืองรักสุขภาพถูกใจงานนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419668?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

คนเมืองรักสุขภาพถูกใจงานนี้

1 มีนาคม 2563 – 00:05 น.
โครงการหลวง,รอยัล โปรเจกต์,สีสันแห่งยอดดอย,สู่สุขภาพที่ดีของคนเมือง,ดรจรัลธาดา กรรณสูต,พาสินี ลิ่มอติบูลย์,เกตุวลีนภาศัพท์,ธณพร ตันติยานนท์,ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร,เนม ปราการ ไรวา,ปราการ ไรวา โครงการหลวง,ปราการ ไรวา คมชัดลึก
เปิดอ่าน 180 ครั้ง

เปิดตลาดนัดร่วมสมัยให้นักช็อปด้วยบรรยากาศและสีสันของธรรมชาติ

มูลนิธิโครงการหลวง และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกันจัดงาน “รอยัล โปรเจกต์ แกสโทรโนมี เฟสติวัล 2020 แอท สยาม พารากอน : คัลเลอร์ ออฟ เฮลท์ (Royal Project Gastronomy Festival 2020 @Siam Paragon : Colors of Health) สีสันแห่งยอดดอยสู่สุขภาพที่ดีของคนเมือง”

ดร.จรัลธาดา กรรณสูต

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระราชบิดา ทั้งยังเป็นการเผยแพร่เรื่องราวของผลิตผลอันหลากหลายจากยอดดอย ล้วนแต่มีคุณภาพสูง ปลอดสารพิษ และดีต่อร่างกาย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง มาเป็นประธานเปิดงาน

เกตุวลี นภาศัพท์-พาสินี ลิ่มอติบูลย์

โดยมีผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน อาทิ พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลี นภาศัพท์ รอต้อนรับ พร้อมด้วยเซเลบริตี้รักสุขภาพ อาทิ ชนิสา แก้วเรือน, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์, ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร, ธณพร ตันติยานนท์, เชฟต่อสิทธิ์ สฤษฎิ์วงศ์, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, กุณฑินี ไกรฤกษ์, “มัดหมี่” พิมดาว พานิชสมัย, “เนม” ปราการ ไรวา ฯลฯ ซึ่งงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2563 ที่ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร-ธณพร ตันติยานนท์

ในงานได้เนรมิต พาร์ค พารากอน ให้กลายเป็นตลาดนัดร่วมสมัย ท่ามกลางบรรยากาศและสีสันของธรรมชาติจากยอดดอยที่ยกมาไว้ใจกลางเมือง รวมถึงสีสันแห่งสุขภาพของผลิตผลเมืองหนาวปลอดสารพิษ อันอุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากวิตามิน และสารอาหารอีกมากมาย อาทิ สีแดงของสตรอเบอร์รี่, สีเหลืองของเคปกูสเบอร์รี่ ฟักทองจิ๋ว, สีเขียวจากพืชผัก, สีม่วง จากมะเขือม่วงก้านเขียว ก้านดำ, สีส้มจากแครอท ฟักทองญี่ปุ่น ฯลฯ อีกทั้งผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป และเครื่องจักสาน เครื่องนุ่งห่ม ไม้ดอก ไม้ประดับ เพื่อสุขภาพที่ดีของคนกรุง นอกจากนี้ยังยกกาแฟสดของ “รอยัล โปรเจกต์ คอฟฟี่” ของโครงการหลวงนั้นผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพดีเทียบเท่ากับกาแฟที่ผลิตได้ในต่างประเทศ ให้รสชาติกลมกล่อม อ่อนละมุน มีกลิ่นหอมของกาแฟค่อนข้างมาก รสเปรี้ยวน้อย รวมถึงเมนูเครื่องดื่ม 60 บาทที่มีทั้งชานม ชาผลไม้หลากรส มาร่วมออกร้านภายในงานด้วย

ปราการ ไรวา

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, กุณฑินี ไกรฤกษ์

ชนิสา แก้วเรือน-มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์

เชฟต่อสิทธิ์ สฤษฎิ์วงศ์

อีกหนึ่งความพิเศษครั้งนี้ยังมีป๊อปอัพช็อปของร้าน “สวนกุหลาบทุ่งเริง” ที่ยกมาจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง จ.เชียงใหม่ มาเปิดบริการให้คนกรุงได้ชิมกันถึงที่ และยังมีป๊อปอัพช็อปของร้านอาหารชื่อดังอย่าง เกรฮาวด์ คาเฟ่ ที่นำวัตถุดิบของโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษร่วมจำหน่าย โดยผู้ร่วมงานสามารถนั่งรับประทานภายในงานท่ามกลางความงดงามหลากสีสันของไม้ดอกเมืองหนาวมากมาย ที่ถูกนำมาเนรมิตบรรยากาศเสมือนหนึ่งทุ่งดอกไม้เมืองหนาว รวมถึงที่ โซนกูร์เมต์ การ์เด้น ชั้นจี และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน อีกกว่า 10 ร้านอาหารชั้นนำ ยังได้ร่วมกันนำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมาสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษมากมายทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มรวมกว่า 20 เมนู ร่วมจำหน่ายไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้

พิมดาว พานิชสมัย

ตระการตาความล้ำค่าแห่งอัญมณี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/419425?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ตระการตาความล้ำค่าแห่งอัญมณี

27 กุมภาพันธ์ 2563 – 14:47 น.
จูดิธ ลีเบอร์,บิวตี้ เจมส์,สุริยน ศรีอรทัยกุล,เมก้า ศรีอรทัยกุล,สุพรทิพย์ ช่วงรังษี,วรรณา เบญจรงคกุล,วารุณี กฤตวิทย์,ดรแคทลีน มาลีนนท์,ดรอุษณีย์ มหากิจศิริ,เอกภัทร พรประภา,พญยุวดี เลี่ยวไพรัตน์,สุจิตรา วงศ์สุรไกร,สุรีย์ รัตนหิรัญญา,มนัสวี นิลกลัด,ศุภวดี ศรีบุญรัตนชัย,จิตรลดา ดิษยนันทน์,บิวตี้ เจมส์
เปิดอ่าน 181 ครั้ง

“อลิซ อิน เดอะไดมอนด์ แลนด์”ทำแฟนแบรนด์แสบตา

ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบจิวเวลรี่อันดับ 1 ของประเทศไทย มายาวนานถึง 56 ปี สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด จัดงาน “อลิซ อิน เดอะไดมอนด์ แลนด์” พรีเซนต์เครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่พร้อมแฟชั่นโชว์จาก บิวตี้ เจมส์ และกระเป๋าหรูสุดคลาสซี่แบรนด์ดังจากอเมริกา จูดิธ ลีเบอร์ โดยมีแฟนคลับคนดังทั้ง 2 แบรนด์ร่วมงานคับคั่ง อาทิ สุรีย์ รัตนหิรัญ​ญา, สุพรทิพย์ ช่วงรังษี, วรรณา เบญจรงคกุล, วารุณี กฤตวิทย์, พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์-สุจิตรา วงศ์สุรไกร, อินทิรา ธนวิสุทธิ์, ดร.กันธิชา ฉิมศิริ, ปณิตา ศรไทยเทวา, สุณี หวังวณิชกุล, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, อสิตา วิมลไชยจิต, สิริน ศรีอรทัยกุล, บุญญาพร ศรีอรทัยกุล, พินทุอร อุทัยวรรณ์ ฯลฯ ที่ เฮ้าส์ ออฟ ลา โดลเช่ วีต้า อิน สกูตเตอร์ สุขุมวิท 26 เมื่อวันก่อน

สุพรทิพย์ ช่วงรังษี

สำหรับบรรยากาศของค่ำคืนอันแสนพิเศษได้เนรมิต เฮ้าส์ ออฟ ลา โดลเช่ วีต้า อิน สกูตเตอร์ ที่เคยเป็นโกดังเก่าและปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะสีลูกกวาด ให้เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าหนูอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ หลังจากพลัดหลงเข้าไปในโพรงกระต่าย จนนำไปสู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์และคนรูปร่างหน้าตาประหลาด เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติมีความสุข สนุก และได้สัมผัสกับเสน่ห์ของโลกแฟนตาซี

สุริยน–เมก้า ศรีอรทัยกุล

สุริยน ศรีอรทัยกุล เล่าถึงการจัดงานครั้งนี้ว่าเพื่อแนะนำเครื่องประดับคอลเลกชั่นล่าสุดจาก บิวตี้ เจมส์ และคลัชหรูแบรนด์ดังจากอเมริกา จูดิธ ลีเบอร์ โดย เมก้า ศรีอรทัยกุล แบรนด์แอมบาสเดอร์ และเอ็กเซ็กคิวทีฟ ไดเร็คเตอร์ ที่จะแนะนำคอลเลกชั่นสปริง 2020 โดยมีไฮไลต์ของงานคือ มงกุฎเพชร “อลิซ อิน เดอะ ไดมอนด์ แลนด์” เปรียบดังตัวแทนของการผจญภัยของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมในดินแดนมหัศจรรย์อันงดงามของอัญมณีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น สะกดให้ต้องมนต์แสงระยิบระยับวับวาวแห่งดินแดนอัญมณี ประกอบด้วย เพชรแฟนซี น้ำหนักรวม 332.00 กะรัต ทองคำขาว น้ำหนักรวม 346.00 กรัม

วรรณา เบญจรงคกุล-วารุณี กฤตวิทย์

ดร.แคทลีน มาลีนนท์-ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ-ดาริณ พันธุศักดิ์

เอกภัทร พรประภา-ศุภวดี ศรีบุญรัตนชัย

ส่วนหนึ่งของแฟชั่น

พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์-สุจิตรา วงศ์สุรไกร

สุรีย์ รัตนหิรัญญา

นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับเพชรและอัญมณี 14 เซตไฮไลต์ ทั้งสร้อยคอ ต่างหู แหวน เป็นคอลเลกชั่นพิเศษดีไซน์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงได้เลือกสวมใส่กับเสื้อผ้าในสไตล์ของตัวเอง เพื่อสะท้อนความหรูหราและรสนิยมอันทรงคุณค่า อาทิ “บีวิช” สร้อยคอ ต่างหูและแหวนอะเมทิสต์ประดับเพชร สีม่วงของอะเมทิสต์ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความเคลิบเคลิ้มหลงใหล, “บลิส” เป็นตัวแทนของความสุขที่ถูกส่งผ่านความอ่อนหวาน ส่งผ่านพลอยสีสันสดใส, “คอมเพลสเซนท์” มุกสีทองตัวแทนของความอิ่มอกอิ่มใจ ถูกรายล้อมด้วยสีขาวบริสุทธิ์ของเพชร และสีแดงของทับทิมตัวแทนของความสุขที่อบอวลด้วยความรัก, “ดีไซร์” สร้อยคอ ต่างหูและแหวนมุกประดับเพชร สีขาวนวลของมุกเปรียบเสมือนดั่งความปรารถนาดีที่คนรักมอบให้แก่กัน, “เอินเนสท์” ถูกออกแบบให้ร้อยเรียงบิดเป็นเกลียวสื่อถึงความสามัคคีเอาจริงเอาจังตั้งใจ ฯลฯ

มนัสวี นิลกลัด-สุรางค์ เปรมปรีดิ์

ส่วนกระเป๋าคริสตัลหรู จูดิธ ลีเบอร์ จากคอลเลกชั่นสปริง 2020 แนะนำไฮไลต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น กระเป๋า Rugby คลัชลูกรักบี้ดีไซน์เก๋ ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ซูเปอร์โบวล์ 2020, กระเป๋าถุงเงินสีทอง เป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย, กระเป๋า Ace of Spades เอาใจสาวกจูดิธที่ชอบคลัชแปลกใหม่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ไพ่ A โพธิ์ดำ เปรียบเสมือนเครื่องรางป้องกันอันตราย, กระเป๋าสล็อต แมชชีน เอาใจสาวรักความตื่นเต้นและชอบความท้าทาย ได้แรงบันดาลใจมาจากตู้เกมสล็อต แมชชีน เป็นต้น

ดิษย์ลดา-จิตรลดา ดิษยนันทน์

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 53 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/418928?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 53

25 กุมภาพันธ์ 2563 – 12:09 น.
ออกร้านภริยาทูต ครั้งที่ 53,งานภริยาทูต ครั้งที่ 53,ออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 53,แผน วรรณเมธี,คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม,จันทร์ประภา วิชิตชลชัย,มรวปรียางค์ศรี วัฒนคุณ,พาสินี ลิ่มอติบูลย์,ชฎาทิพ จูตระกูล,ทาลูน เทง,อนิต้า รุสดิ,คาม่า ทีเซอร์ริ่ง,คณะภริยาทูต58ประเทศ,ออกร้านคณะภริยาฑูต คมชัดลึก
เปิดอ่าน 307 ครั้ง

58 ประเทศร่วมออกร้านภายใต้แนวคิด”ส่งต่อความรัก เติมเต็มความสุข”

   สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การค้าสยามพารากอน ทรงเปิดงาน ออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 53 โดยมี แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้, ดอลจินสุเรน ทีเซนอายุซ ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐมองโกเลีย รองประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 53 พร้อมด้วย แขกผู้มีเกียรติ และผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน อาทิ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ, นพ.ประเสริฐ-พิจิตรา เฮงสกุล, พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลี นภาศัพท์, ชฎาทิพ จูตระกูล, ทาลูน เทง กรรมการผู้จัดการ รอยัล พารากอน ฮอลล์ และผู้สนับสนุนการจัดงานฯ เฝ้ารับเสด็จ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน

งานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2563 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Giving Love, Spreading Happiness” ส่งต่อความรัก เติมเต็มความสุข จัดโดย สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย และ สถานทูตจากประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย โดยในปีนี้มีประเทศที่เข้าร่วมออกร้านทั้งสิ้น 58 ประเทศ มีประเทศที่เข้าร่วมใหม่ ได้แก่ ประเทศมัลดีฟส์ ประเทศลาว และ ประเทศโปแลนด์ สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายในงาน ล้วนเป็นสินค้าที่ภริยาเอกอัครราชทูต และคณะกรรมการของแต่ละสถานทูต ได้คัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าพื้นเมือง ชุดประจำชาติ สินค้าหัตถกรรม อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของแต่ละประเทศที่ประชาชนชื่นชอบ

ดอลจินสุเรน ทีเซนอายุช-ทูกสบิลกูน ทูเมอร์คูเล็ก

แผน วรรธเมธี-ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ

ดังนั้นภายในงานจึงมีความหลากหลายของประเภทสินค้าที่ถูกรวบรวมไว้ในงานเดียว อาทิ อาร์แกนออยล์บริสุทธิ์ จากประเทศโมร็อกโก, ผลิตภัณฑ์จากผ้าแคชเมียร์ เสื้อ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และเครื่องหนังจากประเทศมองโกเลีย, แยม น้ำผึ้ง น้ำแร่ และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจากประเทศภูฏาน, รองเท้าแตะ หินและพลอย จากประเทศบราซิล, อาหารทะเลแช่แข็ง เมเปิลไซรัป จากประเทศแคนาดา, เครื่องแก้วและคริสตัลตกแต่งบ้านจากสาธารณรัฐเช็ก, ช็อกโกแลต ชีส ไอศกรีม และชุดเครื่องครัว จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์, อินทผลัม แอปริคอตจากประเทศอิสราเอล

คาม่า ทีเซอร์ริ่ง-เชวัง โชเพล ดอร์จิ

 อนิต้า รุสดิ

ศ.กิตติคุณ นพ.ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล-คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม

พิจิตรา-นพ.ประเสริฐ เฮงสกุล

ชฎาทิพ จูตระกูล-พาสินี ลิ่มอติบูลย์-เกตุวลี นภาศัพท์-ผศ.ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ

นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ อาทิ ร้านโครงการหลวง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง มูลนิธิสายใจไทย ร้านภูฟ้า และร้านภัทรพัฒน์ นำสินค้าหัตถกรรม ผ้าพื้นเมือง เครื่องจักสาน ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง สินค้าที่ระลึกมาจำหน่ายภายในงานและมี “ร้านกาแฟชายทุ่ง” ที่สภากาชาดไทยได้รับพระราชทานให้มาออกร้านภายในงาน และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่สร้างการมีส่วนร่วม อาทิ กิจกรรมสอยดาว ซุ้มอาหารนานาชาติ การจัดแสดงชุดประจำชาติ และการจำหน่ายกระเป๋าล้อลากที่เป็นสัญลักษณ์ของงานออกร้านคณะภริยาทูต จำหน่ายใบละ 500 บาท รวมถึงการจำหน่ายสลากคณะภริยาทูต ราคา 50 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ โดยจับรางวัลวันที่ 11 มีนาคม 2563 ณ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และประกาศผลที่เว็บไซต์ http://www.redcrossfundraising.org, http://www.facebook.com/ Redcrossfundraising รวมถึง หนังสือพิมพ์คมชัดลึก และ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย-ทาลูน เทง

เซเลบสายอาร์ต ไม่พลาดกระเป๋าดีไซน์ศิลป์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/418226?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เซเลบสายอาร์ต ไม่พลาดกระเป๋าดีไซน์ศิลป์

23 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
มุกวี,MookV,มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,กระเป๋าดีไซน์อาร์ต,อรธิรา ภาคสุวรรณ,ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง,พราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ,ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์,ปริญญา รุ่นประพันธ์,บุษกร วงศ์พัวพันธ์,อัญชสา มงคลสมัย,อัษฎา พานิชกุล,มุกวี กระเป๋าดีไซน์อาร์ต,มุก เพลินจันทร์ เซเลบริตี้,มุก เพลินจันทร์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 100 ครั้ง

ผสานความงามของศิลปะและเทคนิคการทอได้อย่างลงตัว

“กระเป๋า” หนึ่งแฟชั่นไอเทมที่คอยเติมเต็มลุคให้พิเศษขึ้นในแต่ละวัน และใครที่กำลังมองหากระเป๋าดีไซน์เก๋ๆ ไม่ซ้ำใครต้องสะดุดตาต้องใจกับ MookV (มุกวี) กระเป๋าดีไซน์อาร์ตที่ผสานความงามของศิลปะและเทคนิคการทอได้อย่างลงตัว โดย “มุก” เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ มุกวี (MookV) และ อาร์ต เดคอเรเตอร์ (Art Decorator) ซึ่งแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบมาจากที่เจ้าตัวมักจะออกเดินทางไปยังประเทศต่างๆ รอบโลก เพื่อเรียนรู้เทคนิคการทอของแต่ละประเทศมารังสรรค์เป็นลวดลายกราฟิกจากเส้นด้ายนานาชนิดที่มาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์

“ซินดี้” สิรินยา บิชอพ

ในโอกาสนี้ดีไซเนอร์ลูกชายแฝดสาม จึงจัดงาน “ดิ โอเพนนิ่ง เอ็กซิบิชั่น ออฟ มุกวี ช็อป” นิทรรศการบอกเล่าถึง ดี เอ็น เอ ของแบรนด์ฯ เพื่อฉลองเปิด “มุกวี แฟลกชิฟ สโตร์” ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของเซเลบริตี้ อาทิ “คุณมุก” ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, “คุณเขม” ม.ล.กัลยกร เกษมศรี, “แจน” จิตติมา วรรธนะสิน, ยูมิ เคียงศิริ, “รี่” พัชทรี ภักดีบุตร, “เหมี่ยว” พราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ, ดวงพร บุณยะจินดา, “เล็ก” กรกนก ยงสกุล, “ปอ” ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, “โอ๊ค” อัครรัฐ วรรณรัตน์, “ดาว” พอฤทัย ณรงค์เดช, “คิด” คณชัย เบญจรงคกุล, พีรดา รัตนารัตน์, “ปิ่น” เก็จมณี วรรธนะสิน, โรจนินทร์ อรรถยุกติ, “ปลา” อัจฉรา บุรารักษ์, “หน่อย” บุษกร วงศ์พัวพันธ์, “ซินดี้” สิรินยา บิชอพ, กอบทอง หาญพงษ์ธรรม, “อั๊ด” อัษฎา พานิชกุล, ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, อลิสา ขุนแขวง, อัญชสา มงคลสมัย, นัตยา ทองเสน เป็นต้น ที่ มุกวี แฟลกชิฟ สโตร์ ชั้น 2 เกษร ทาวเวอร์ เมื่วันก่อน

เพลินจันทร์ วิญญรัตน์-ปริญญา รุ่นประพันธ์-น้องทริป-น้องเทร-น้องทรอย

 “มุก” เพลินจันทร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ฯ ว่าด้วยความชื่นชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กจนเกิดเป็น แพชชั่นอยากทำงานด้านสิ่งทอ เพราะชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นจากศูนย์ มาประกอบเป็นผลงานชิ้นเอกด้วยความละเอียดลออ จึงเลือกเรียน เท็กซ์ไทล์ ดีไซน์ ที่ เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส ประเทศอังกฤษ และด้วยความหลงใหลในความงามของสิ่งทอประกอบกับความชอบในงานแฟชั่น จึงอยากนำเสนอความงามของศิลปะการทอผสานกับดีไซน์สู่กระเป๋าดีไซน์อาร์ต มุกวี ที่ใช้วัสดุหลากหลายชนิด ในคอนเซ็ปต์ “อาร์ต อิน ยัวร์ แฮนด์” เรียกว่าเป็น “เท็กซ์ไทล์ อาร์ทิส” คือ นักครีเอทงานศิลป์ ผ่านศิลปะการทอ

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, อลิสา ขุนแขวง, อัญชสา มงคลสมัย, นัตยา ทองเสน

บุษกร วงศ์พัวพันธ์

พราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ

สำหรับงานครั้งนี้เป็นการนำเสนอความเป็นตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ นั่นคือ การนำผลงานศิลปะของคุณมุกมาเป็นแรงบันดาลใจและถ่ายทอดสู่กระเป๋า “มุกวี” ผ่านเทคนิคการทออันหลากหลายเปรียบเหมือนงานศิลปะอันมีคุณค่าที่ทุกคนสามารถถือ หรือครอบครองได้ กระเป๋าทุกใ จึงเสมือนงานอาร์ตที่ออกมาในรูปแบบกระเป๋า โดดเด่นไม่เหมือนใคร มีซิกเนเจอร์ที่ชัดเจน

สุธาวดี ศิริธนชัย, อรธิรา ภาคสุวรรณ

กอบทอง หาญพงษ์ธรรม-อัษฎา พานิชกุล

ทั้งนี้ กระเป๋าของแบรนด์ “มุกวี” มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ โดยภายในงานได้เผยโฉม กระเป๋าลิมิเตดเอดิชั่น นำมาจัดแสดงทั้งหมด 3 ลาย ซึ่งแต่ละลายล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากชิ้นงานอาร์ตฝีมือของ “มุก” เพลินจันทร์ ดังนี้ “กระเป๋าลายราซโซ่ เดลโซ่” ได้แรงบันดาลใจจากลายพราง “เดลโซ่” สีขาว-ดำ ซึ่งมักปรากฏบนเรือรบอังกฤษในช่วงสงคราวโลกครั้งที่หนึ่ง มาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ “กระเป๋าลายคาดิตะ” ได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะชื่อ “คาดิตะ” ที่นำเส้นด้ายเหลือทิ้งมาถักด้วยมือเป็นพรมลายเกลียวคลื่น เพื่อสะท้อนความงามของ ดิววี คาดิตา เจ้าหญิงชาวชวาโบราณ ผู้ถูกยกย่องให้เป็นเทพธิดาแห่งมหาสมุทร “กระเป๋าลายลูน่า” เป็นลายที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพอัลตร้าซาวด์ลูกแฝดสามของคุณมุกเอง นำเสนอเป็นภาพแบบแอ็บสแทร็คกับลายแสงแฟลช สะท้อนถึงการรอคอยและการก่อกำเนิดสิ่งใหม่ สู่กระเป๋า “โทท แบ็ก”ดีไซน์ชิคที่เข้าได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว