เนรมิตค่ำคืนสุดหรูเพื่อลูกค้าคนพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/417611?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เนรมิตค่ำคืนสุดหรูเพื่อลูกค้าคนพิเศษ

19 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล,สเตฟาน คูม,เดอะ ไนท์ ออฟ อะพรีชิเอท
เปิดอ่าน 166 ครั้ง

ลิ้มรสเมนูอาหารชั้นเลิศ พร้อมมินิคอนเสิร์ตและเซอร์ไพรส์โชว์สุดพิเศษจากนักแสดงชื่อดัง

เนรมิตค่ำคืนสุดพิเศษมอบแด่ลูกค้าคนสำคัญ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป โดย สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จัดงาน “เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป : เดอะ ไนท์ ออฟ อะพรีชิเอท” งานเลี้ยงสุดพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้า

 สเตฟาน คูม

มินิคอนเสิร์ตโดย “โต๋” ศักดิ์สิทธิ์

“ญาญ่า” อุรัสยา

ณเดชน์ คูกิมิยะ 

โดยรังสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศ พร้อมมินิคอนเสิร์ตโดย “โต๋” ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร และเซอร์ไพรส์โชว์สุดพิเศษจากนักแสดงชื่อดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ สร้างสีสันบรรยากาศตลอดงานอบอวลไปด้วยความสุข ที่ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ชูศรี-เวชสิทธิ์ เทียนฉาย

สรรพาทิตย์-ชุติมณฑน์ จันเหมือน

ศิรดา-ยุวนิต ปิศัญธนะกูล

ในค่ำคืนพิเศษนี้ ได้รังสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศสไตล์ตะวันตกหลากหลายเมนูเพื่อแทนคำขอบคุณมอบแด่ลูกค้าคนสำคัญ โดยคัดสรรวัตถุดิบอย่างละเมียดละไมและปรุงด้วยเชฟมืออาชีพจาก เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ซึ่งพาลิ้มลองไปกับรสชาติอาหารแสนอร่อยทั้งตาว-หวาน ท่ามกลางบรรยากาศมินิคอนเสิร์ตโดย “โต๋” ศักดิ์สิทธิ์ ที่มาขับร้องบทเพลงอันไพเราะ และสนุกสนาน ก่อนเซอร์ไพรส์ด้วยโชว์สุดพิเศษจากนักแสดงชื่อดัง ณเดชน์ และ “ญาญ่า” อุรัสยา ที่มาร้องเพลง ดวงจันทร์กลางวัน, คุณและคุณเท่านั้น, ชอบแบบนี้ พร้อมถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก สร้างความประทับใจแก่แขกเหรื่อที่มาร่วมงาน  อาทิ พิชัย จิราธิวัฒน์, ทพ.มงคล ทวีปรังษีพร, จีน่า ธรรมศิริทรัพย์, สิรินทิพย์ คันธพนิต, ชัช คันธพนิต, สมศักดิ์-ไพรพรรณ ไมตรีวิทยานน, กรีฑา-นงนพัส ไขแสง, สุวรรณา พิพัฒน์พิทยากุล, จงกลณี ชีพอารนัย ฯลฯ

สาวๆ ยุคใหม่เน้นใส่ใจจุดซ่อนเร้นหญิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/417560?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

สาวๆ ยุคใหม่เน้นใส่ใจจุดซ่อนเร้นหญิง

18 กุมภาพันธ์ 2563 – 15:00 น.
แลคตาซิด,เมนาท มีสมมนต์,เลิฟ ยัวร์เซลฟ์ คอมพลีทลี,รักทุกจุดในตัวคุณ,พญรุจิเรข เกตุทอง
เปิดอ่าน 26 ครั้ง

สุขภาพจุดซ่อนเร้นดีทำให้ผู้หญิงมั่นใจในทุกๆ กิจกรรมที่ทำ

แลคตาซิด นำโดย เมนาท มีสมมนต์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เอาใจสาวๆ จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “เลิฟ ยัวร์เซลฟ์ คอมพลีทลี” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รักทุกจุดในตัวคุณ” ชวนเซเลบริตี้และเหล่าบล็อกเกอร์คนดังในโลกออนไลน์ ร่วมเวิร์กช็อปปรุงชา และเรียนรู้การสร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้ในทุกๆ วัน พร้อมร่วมพูดคุยกับ “หมอแอน” พญ.รุจิเรข เกตุทอง สูตินรีเวชจากโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โดยมีเซเลบริตี้สาวยุคใหม่ “โบว์” ณชา จึงกานต์กุล และ “มิ้นต์” ณิชชา บุณยากร ร่วมงาน ที่วาระเวลา การ์เด้น ฮอลล์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ณชา จึงกานต์กุล

ณิชชา บุณยากร

งานนี้สาวๆ ได้กรี๊ดกันสนั่นกับโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากผู้ชายอบอุ่น “ก้อง” สหรัถ สังคปรีชา ที่มาขับกล่อมเสียงเพลงสุดหวานให้สาวๆ ได้ปลื้มปริ่มกันทั้งงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “เฮลตี้ พี เบลนด์ เวิร์กช็อป” โดย “ส้ม” ฐิติกานต์ จงวัฒนา กรรมการผู้จัดการแบรนด์มาลู ที แอททีลีเย มาแนะนำส่วนผสมและสรรพคุณของชาที่ดีต่อสุขภาพให้ปรุงชาแฮนด์เมดในกลิ่นและรสที่เป็นตัวเอง พร้อมตกแต่งกล่องของขวัญแลคตาซิด เพื่อส่งต่อความมั่นใจไปยังคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนรัก

“ก้อง” สหรัถ ขับกล่อมเสียงเพลงสุดหวาน

เมนาท มีสมมนต์

          เมนาท กล่าวว่า จุดซ่อนเร้นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้หญิง หากสุขภาพจุดซ่อนเร้นดีก็ทำให้ผู้หญิงมั่นใจในทุกๆ กิจกรรมที่ทำ แต่หากมีปัญหาก็สามารถทำให้ทั้งวันกลายเป็นวันที่แย่ได้ โดยเฉพาะผู้หญิงยุคใหม่มักจะมีไลฟ์สไตล์ไม่อยู่นิ่ง ชีวิตประจำวันจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ทำงาน ไปพบลูกค้า ออกไปกินข้าว เล่นกีฬา ซึ่งอาจทำให้เกิดเหงื่อและความอับชื้นบริเวณจุดซ่อนเร้น ปล่อยไว้อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอย่างอาการคันหรือตกขาว จึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อให้เกิดความมั่นใจในทุกอิริยาบถ ผลิตภัณฑ์แลคตาซิดจึงเป็นผู้ช่วยตัวจริงสำหรับผู้หญิง เพราะมีส่วนผสมหลักจากสารสกัดน้ำนมบริสุทธิ์อย่างกรดแลคติกและแลคโตเซรั่ม ที่มีตามธรรมชาติในจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงทำให้อ่อนโยนและไม่เป็นอันตราย การดูแลนั้นไม่ควรรอให้เกิดปัญหาก่อน แต่ควรทำเลยทันทีให้เป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนเวลาล้างหน้า แต่งหน้า

พญ.รุจิเรข เกตุทอง (ขวา) ร่วมพูดคุยบนเวที 

          ด้าน พญ.รุจิเรข แนะนำว่า การดูแลจุดซ่อนเร้นให้สะอาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดูแลผิวพรรณหรืออวัยวะสำคัญส่วนอื่นๆ เพราะการละเลยสุขอนามัยของจุดซ่อนเร้นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จุดซ่อนเร้นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาจเกิดการติดเชื้อภายในได้ โดยวิธีการนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ปกติแล้วจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงจะค่าความเป็นกรดด่างหรือค่าพีเอชจะอยู่ที่ 3.8-4.5 ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลความเป็นกรดและด่าง แต่การใช้สบู่ที่มีความเข้มข้นสูงจะทำให้มีค่าพีเอช ที่ผิดปกติ ซึ่งทำให้แบคทีเรียชนิดดีมีจำนวนที่ไม่เหมาะสม ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามธรรมชาติส่งผลให้จุดซ่อนเร้นเสียสมดุล เป็นเหตุให้เกิดอาการคัน ตกขาว และอาจรุนแรงถึงการติดเชื้อภายใน จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่น และแป้ง เพราะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

3 หนุ่มสล็อตแมชชีน ดัน “อีโค-แมชชีน” ช่วยลดโลกร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/417391?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

3 หนุ่มสล็อตแมชชีน ดัน “อีโค-แมชชีน” ช่วยลดโลกร้อน

17 กุมภาพันธ์ 2563 – 18:00 น.
สล็อต แมชชีน,วิทย์ เจนวิทย์,เฟิด คาริญญ์ยวัฒ,แก๊ก อธิราช,อีโค-แมชชีน,ECOmachine,โกลบอล วอร์มมิ่ง,single use plastic,พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง,บีอีซี-เทโร,ถุงผ้า,กระบอกน้ำ
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

“ไอคอน” ของคนรุ่นใหม่หวังเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง ช่วยกระตุ้นเตือนเน้นลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง

ในบทบาทของนักดนตรี สามหนุ่ม “สล็อต แมชชีน” นำทีมโดย “เฟิด”​ คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์, “แก๊ก” อธิราช ปิ่นทอง และ “วิทย์” เจนวิทย์ จันทร์ปัญญาวงศ์ มีหน้าที่ขับกล่อมผู้ฟังให้รื่นรมย์ด้วยบทเพลงแนวร็อกในแบบฉบับของพวกเขา ขณะเดียวกันในบทบาท “ไอคอน” ของคนรุ่นใหม่ “ศิลปินหนุ่มแห่งค่ายบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ไม่อาจเพิกเฉยต่อกระแส “โกลบอล วอร์มมิ่ง” ซึ่งทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ โดยพวกเขาไม่เพียงแค่เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ยังเดินหน้าทำโปรเจกท์ “อีโค-แมชชีน” (ECOmachine) หวังเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเล็กๆ ช่วยกระตุ้นเตือน และเชิญชวนให้เพื่อนพ้อง แฟนเพลง รวมถึงผู้ที่มีแนวคิดเดียวกันให้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลก เน้นลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (single use plastic) หันมาพกถุงผ้า และกระบอกน้ำแทน

“เฟิด”​ คาริญญ์ยวัฒ

          “เฟิด”​ คาริญญ์ยวัฒ หนึ่งในสมาชิกวงสล็อตแมชชีน เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีกระแส โกลบอล วอร์มมิ่ง ที่ดังมากๆ เรียกว่าระดับโลก พวกเราก็เริ่มตระหนักว่าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งบนโลกและเป็นนักดนตรี เราจะสามารถทำอะไรได้บ้าง จึงเริ่มจากออกซิงเกิลเพลง “โลกสมมุติ” กับ “ฮัมมิ่งเบิร์ด” จะพูดเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ โลก มนุษย์ และพอมาถึงยุคนี้กระแส โกกรีน หรือกระแสลดการใช้พลาสติก ก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจว่า ด้วยอายุของวงสล็อตแมชชีนขณะนี้มาถึงปีที่ 17 แล้วน่าจะต้องเริ่มต้นขับเคลื่อนบางอย่างที่มากกว่าเรื่องของเพลง ประกอบกับเห็นอินฟลูเอนเซอร์ เริ่มทำงานเกี่ยวกับสังคมมากขึ้น จึงหันกลับมามองถึงชีวิตประจำวันของเราแต่ละคนได้ทำอะไรบ้าง ปรากฏว่าเราทั้งสามคนลดการใช้พลาสติกและใช้ถุงผ้ามานานแล้ว จึงคุยกับทางค่ายว่าเราน่าจะทำเกี่ยวกับโปรเจกท์อะไรสักอย่างขึ้นมา ที่จับต้องได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ “อีโค-แมชชีน”

 “แก๊ก” อธิราช 

          ขณะที่ “แก๊ก” อธิราช  เล่าว่า จริงๆ ก็เหมือนทุกคนที่ต้องได้ยินข่าวพวกนี้มาบ้าง อีกทั้งยังเห็นว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดี ถามว่าเปลี่ยนยากไหม คิดว่าแต่ละคนต้องมีระเบียบของตัวเอง จึงรู้สึกว่าแค่เปลี่ยนไม่ยากเลย ข้อแรกสร้างวินัยเปลี่ยนความเคยชินให้ตัวเองก่อนออกจากบ้าน ต่อมาเปลี่ยนความคิด แค่ทำให้เป็นเรื่องสนุก อย่างตัวเองชอบถือตะกร้าอยู่แล้ว บวกกับชอบถ่ายรูปลงโซเชียลด้วย ผลลัพธ์ประการแรกคือได้ความสนุก ประการต่อมาได้รณรงค์ด้วย จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์เชิงบวกว่าไม่ใช่เรื่องยากหากอยากเปลี่ยนไลฟ์สไตล์นอกจากไม่ยากแถมยังสนุกอีกด้วย สองเป็นการช่วยโลกจริงๆ เพราะโลกมีใบเดียว ถ้าไม่มีใครเริ่มก็ไม่มีใครตาม ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของสล็อตแมชชีน อยู่แล้ว ไม่มีใครทำเราทำก่อน แล้วค่อยๆ ชวนเพื่อนมาทำด้วยกัน

 “แก๊ก” อธิราช 

“คอนเซ็ปต์ของ อีโค-แมชชีน คือ การรณรงค์เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกแบบครั้งเดียว เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้เลยและทำง่ายโดยไม่มีต้นทุนอะไรด้วย ใครก็สามารถทำได้ อีกอย่างหนึ่งที่เป็นคอนเซ็ปต์ของ อีโค-แมชชีน คือ การหาเพื่อนให้มาช่วยกันทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่อยากทำคนเดียว เนื่องจากบางคนเขารู้เยอะ ทำเยอะ ทำลึกซึ้งกว่าเราด้วยซ้ำ อีโค-แมชชีน จึงอยากจะเป็นเหมือนฮับ ฟังดูอาจจะดูใหญ่เกินไป เอาแค่ว่าวันนี้อยากเป็นจุดตรงกลางสร้างเครือข่าย เพื่อให้เครือข่ายขยายตัวออกไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของทุกคน แต่เรามาด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นเพื่อน มาแบบตาวิเศษแต่แปลงร่างมาเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน” “แก๊ก” อธิราช เล่าถึงความตั้งใจของตัวเองและเพื่อนๆ

ผลิตภัณฑ์ถุงผ้า-กระบอกน้ำ จากโปรเจกท์อีโค-แมชชีน

พูดถึงการขับเคลื่อนของโปรเจกท์อีโค-แมชชีน “เฟิด”​ คาริญญ์ยวัฒ บอกว่า เราทำงานผ่านช่องทางโซเชียล คีย์เวิร์ดคือ “สล็อต แมชชีน บล็อก” ก็จะได้ทั้ง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไอจี จะมีข้อมูลข่าวสารด้านนี้ตลอด ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาจะเป็นแฟนเพลงและที่ไม่ใช่แฟนเพลงด้วย สิ่งที่เรากำลังอยู่ตรงนี้ถึงจะไม่ใช่แฟนเพลงแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ก็ถือว่าเป็นจุดร่วมที่วินๆ ทุกคนได้เหมือนกัน ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ

“สำหรับกิจกรรมของอีโค-แมชชีน คือ เราพยายามทำอีเวนท์มาเรื่อยๆ อย่างงานแรกที่เราเปิดตัว ที่งานแคช เอ็กซ์โป มีบูธ มีการทำกิจกรรมด้วยการนำถุงผ้าที่เหลือใช้ไปวางไว้ที่บูธ ให้คนที่มางานหยิบไปใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีโปรดักท์ซึ่งเราทำเสริมขึ้นมาจำหน่ายด้วย ในถุงผ้า 1 ใบ ประกอบด้วย กระติกน้ำ และถุงผ้าซึ่งสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน แต่พอจะใช้ก็สามารถขยายออกมาเป็นถุงขนาดใหญ่ได้ ผมรู้สึกว่าที่จัดเซต 3 อย่างนี้เพราะเป็นสิ่งจำเป็น สามารถใช้งานได้ครบถ้วน” “เฟิด”​ คาริญญ์ยวัฒ อธิบาย

“แก๊ก” อธิราช-“วิทย์” เจนวิทย์ 

          อีกหนึ่งหนุ่มในสล็อต แมชชีน “วิทย์” เจนวิทย์ ย้ำว่าจริงๆ เราไม่ได้ห้ามใช้ถุงพลาสติก เพราะการเลิกใช้ไปเลยน่าจะเป็นเรื่องยาก แต่อยากรณรงค์ค่อยๆ ปรับจูนความคิดกันมากกว่า ว่าแก่นจริงๆ แล้วคือใช้อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดจะสิ้นเปลืองน้อยที่สุด ถุงพลาสติกถูกออกแบบมาเพื่อหักล้างข้อเสียของถุงผ้า ชะลอม ซึ่งมีความยุ่งยาก มันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากแค่มันย่อยสลายยากเท่านั้นเอง ในเมื่อย่อยสลายยากก็ควรใช้มันให้คุ้มค่า ใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง ไหนๆ เมื่อเกิดมาเป็นถุงพลาสติกแล้ว พ้อยท์ของเรามีอยู่ว่าในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุดมากกว่า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าทั้งหมด หรือเลิกใช้ไปเลย อยากให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วย

“วิทย์” เจนวิทย์-“เฟิด” คาริญญ์ยวัฒ-“แก๊ก” อธิราช 

          ตลอดระยะเวลาที่เปิดตัวโปรเจ็กท์ “สามหนุ่มสล็อตแมชชีน” ประสานเสียงกันว่า ผลตอบรับกลับมาค่อนข้างดีมากๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทรนด์ของคนยุคนี้ที่ต้องใส่ใจซึ่งกันและกัน ซึ่งคนตระหนักถึงปัญหาตรงนี้มากขึ้น อีกทั้งผู้คนยังมีจิตด้านงานอาสามากขึ้น แต่ในทางตรงข้ามปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีอีกหลายคนที่มองว่าปัญหาโลกร้อน เป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าสังเกตดีๆ ในทุกวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากจริงๆ ทั้งปัญหานาโนพลาสติกในทะเล ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ทุกๆ เรื่องในวันนี้เป็นปัญหาที่เราเห็นและสัมผัสได้ด้วยตัวเองแล้ว จึงอยากเชิญชวนลดการใช้ถุงพลาสติกหรือใช้เท่าที่จำเป็นมากที่สุด หากเรามีกระบวนการคิดที่จะใช้อย่างคุ้มค่า เชื่อว่าทุกคนสามารถปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้ มันคือความรับผิดชอบกับทุกคน คนไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลก อย่ามองว่าตัวเองเป็นประเทศเล็กๆ จริงๆ แล้วเรามีส่วนร่วมในการช่วยโลกใบนี้ได้ ทุกสิ่งเป็นไปได้ถ้าเราร่วมมือกัน

          “อย่างน้อยลงมือทำ ทำได้บ้างไม่ได้บ้างไม่เป็นไร สิ่งนี้ต้องใช้เวลายาวนาน ขยะชิ้นหนึ่งต้องใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปีในการย่อยสลาย ถึงแม้ว่าเราคงอยู่ไม่ถึงวันนั้น แต่เราอยากทำให้ดีที่สุดในช่วงเวลาของเรา”

+++++++++

เรื่อง : กอบแก้ว แผนสท้าน

ฟังคนดังจัดการขยะอย่างยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/416840?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ฟังคนดังจัดการขยะอย่างยั่งยืน

15 กุมภาพันธ์ 2563 – 06:00 น.
แสนสิริ,ทีซีดีซี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน,เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ,ซันเต๋อ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล,แบงคอก ดีไซน์ วีค 2020,คอนโดมิเนียม,ขยะ,สิ่งแวดล้อม
เปิดอ่าน 177 ครั้ง

รวมพลังชวนคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดการจัดการขยะและรักษาสิ่งแสดล้อมอย่างสร้างสรรค์

มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้ทุกคนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของการจัดการขยะ อย่างถูกวิธีและสร้างสรรค์ แสนสิริ และ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ ร่วมกับ ทีซีดีซี ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

ธราภุช คูหาเปรมกิจ-นิษฐา จิรยั่งยืน 

    นำทีมตัวแทนคนรุ่นใหม่ “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน, “เซนต์” ธราภุช คูหาเปรมกิจ คู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน “ซันเต๋อ” ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล อิลลัสเตรเตอร์ชื่อดัง และ Tinkering Pot กลุ่มนักออกแบบย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ รวมพลังชวนคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดการจัดการขยะและรักษาสิ่งแสดล้อมอย่างสร้างสรรค์ ที่งาน “SANSIRI SHAPING NEIGHBORHOODS” ที่ โครงการเดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ ในงานเทศกาล แบงคอก ดีไซน์ วีค 2020

ปิติ จารุกำจร

      ปิติ จารุกำจร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนโดมิเนียมและบริหารกลยุทธ์ กล่าวว่า แสนสิริ ต่อยอดวิสัยทัศน์ของ “แสนสิริ กรีน มิชชั่น” มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการ จุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับทุกคนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของการจัดการขยะ อย่างถูกวิธีและสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป คุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยนับเป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคปัจจุบัน

ศิลปะบนกำแพงโดย ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล 

    อาทิ สิ่งแวดล้อม ชุมชน ที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่เอื้อต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน โดย เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ เป็นโครงการคอนโด หนึ่งในแบรนด์ เดอะ ไลน์ ที่ให้ความสำคัญเรื่องธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ โอบล้อม และแนวคิดความสำคัญด้านการจัดการขยะ เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค

   

     คอนโดมิเนียมแนวคิด “กรีน คอนเซ็ปต์” เต็มรูปแบบครั้งแรกของแสนสิริและมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ถึง 8 ไร่ และ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต ซึ่งอยู่ตรงข้ามสวนจตุจักรพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่รวมถึงการรักษาต้นไม้เดิมไว้ในโครงการ

นัฐพงษ์ พัฒนโกศัย ตัวแทนจาก Tinkering Pot

แปลงผักบนชั้น 46 ของโครงการเดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์

     ทางด้าน “มิว” นิษฐา-“เซนต์” ธราภุช กล่าวถึงมุมมองคนรุ่นใหม่กับสิ่งแวดล้อมและการสร้างชุมชนที่น่าอยู่ว่าทุกวันนี้ คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจและตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น และยังมองหาที่อยู่อาศัยที่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่มีพื้นที่สีเขียวเยอะขึ้น ซึ่งหาได้น้อยมากแล้วในพื้นที่เมืองที่จำกัด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพการใช้ชีวิต ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ ขอชื่นชมแสนสิริ และ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ ที่ใส่ใจมากเรื่องการแยกขยะ รวมถึงเครื่อง Food Waste Machine ที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยได้แบบง่ายดาย และเรายังนำปุ๋ยไปใช้สำหรับปลูกต้นไม้ได้อีกด้วย

กมลวรรณ ประสิทธิ์วุฒิเวชช์

ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล

      “ซันเต๋อ” ยศนันท์ กล่าวถึงมุมมองของศิลปะกับการจัดการขยะในฐานะศิลปินว่าเมื่อพูดถึงเรื่องการแยกขยะหลายๆ คนมองว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก จึงเลือกที่จะเมินเฉย จนปัญหาการจัดการขยะไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง เราจึงเกิดไอเดียในการนำศิลปะ เข้ามาเป็นสื่อกลางในการช่วยสร้างความตระหนักรู้ ช่วยให้การสื่อสารเรื่องการแยกขยะเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบลวดลายและใช้สีสันที่ทุกคนเข้าใจได้ง่ายที่ไม่เพียงได้แค่ความสวยงามแต่ยังดึงดูดให้คนหันมาสนใจและอยากที่จะมีส่วนร่วมในการแยกขยะมากขึ้นอีกด้วย

แว่นตาบ่งบอกตัวตน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/416433?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

แว่นตาบ่งบอกตัวตน

14 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
วอร่า วิชั่นส์,วรสุตา วงศ์วรเศรษฐ์,แว่นตา Cartier Precious,รุ่นทองคำ
เปิดอ่าน 306 ครั้ง

วอร่า วิชั่นส์ ชวนอัพเดทเทรนด์แว่นตาปี 2020

วอร่า วิชั่นส์ ร้านแว่นตาคุณภาพที่ควบคุมดูแลโดยจักษุแพทย์ทุกกระบวนการ บริหารงานโดย “วอร่า” วรสุตา วงศ์วรเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ จัดงานเปิดตัว “แว่นตา Cartier Precious รุ่นทองคำ” คอลเลกชั่นสุดพิเศษแห่งปี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ และผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ผลิตจากทอง 18เค ทั้งชิ้นงาน ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีทอง โรสโกลด์ และทองคำขาว พร้อมอัพเดทแว่นตาคอลเลกชั่นใหม่จากแบรนด์คาเทียร์ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้แฟชั่นนิสต้าอย่าง “หนึ่ง” สุริยน ศรีอรทัยกุล, “โบว์” ณชา จึงกานต์กุล, “แก๊ป” ปณิธิพัธน์ พีรพัฒนกุล, “มาร์ค” ธาวิน พี เซียวตง และ“นุช” นุชนาถ ระวีแสงสูรย์ ร่วมงาน ที่ร้านแว่นตา วอร่า วิชั่นส์ สยามสแควร์ ซอย 3 เมื่อบ่ายวันก่อน

ณชา จึงกานต์กุล

แว่นตา Cartier Precious รุ่นทองคำ

วรสุตา วงศ์วรเศรษฐ์

ภายในงานบอสสาว “วอร่า” วรสุตา ยังได้อัพเดทเทรนด์แว่นตาปี 2020 ซึ่งเธอบอกว่า แว่นตากันแดดปีนี้แนะนำเป็นเลนส์ใส โดยเฉพาะสีพาสเทลอย่าง สีชมพู สีฟ้า และสีเขียว เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันดวงตาแล้วยังช่วยให้หน้าดูสดใสขึ้นด้วย ขณะที่แว่นสายตาเน้นกรอบเบาบางไม่ให้หนักหน้าเพราะต้องสวมใส่ทั้งวัน ซึ่งถ้าจะให้ออกแนวแฟชั่นหน่อยแนะนำให้เลือกเป็นโอเว่อร์ไซส์ที่จะช่วยบังใบหน้า หรือไม่ก็ขนาดเล็กๆ แบบวินเทจไปเลย เพราะแว่นตาเป็นแอคเซสเซอรี่อย่างหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนไปตามเสื้อผ้าที่สวมใส่ในแต่ละวัน

นุชนาถ ระวีแสงสูรย์-สุริยน ศรีอรทัยกุล

          หลังจากชมคอลเลกชั่นล่าสุดแล้ว เซเลบหนุ่มหน้าใส “หนึ่ง” สุริยน เผยว่า ตัวเองมีแว่นตาเยอะมากและมีทุกสไตล์ทั้งแว่นกันแดดและแว่นสายตา ซึ่งทุกแบบใส่แล้วจะต้องดูดี อย่างแว่นสายตาชอบที่มีกรอบสีเข้านิดหนึ่งแต่ไม่แฟนซีมากเกินไป ในขณะที่เลนส์ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ ก่อนเลือกแว่นจึงต้องวัดสายตาให้แน่นอนก่อน อย่างตัวเองตอนนี้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟอยู่ เพื่อให้อ่านหนังสือได้และสามารถมองไกลๆ ได้ด้วย

ปณิธิพัธน์ พีรพัฒนกุล-ธาวิน พี เซียวตง

          ด้าน “มาร์ค” ธาวิน บอกว่า ด้วยการทำงานที่ต้องใช้สายตาเยอะบวกกับการจ้องมือถือที่แสงค่อนข้างจ้า ทำให้มีปัญหาสายตาจึงต้องใส่แว่นตลอด โดยเลือกแบบที่เบาสบายสวมใส่แล้วกระชับ เน้นเลนส์ที่คุณภาพดีใส่แล้วถนอมสายตา และช่วยขยายการมองได้ดี ส่วนแว่นกันแดดนั้นเลือกไม่ยากถ้าเห็นว่าเหมาะกับตัวเองคือซื้อเลย ตัวเองเป็นคนชัดเจนและมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว แว่นตาก็เช่นกันจะไม่ชอบแบบเรียบๆ ต้องเลือกแบบที่สวมใส่ออกงานแล้วดูเก๋ ทำให้แว่นกันแดดมีเยอะมากเพราะเป็นแอคเซสเซอรี่อย่างหนึ่งที่ใช้สวมใส่ออกงานด้วย

เจ้าหญิง-เจ้าชาย ร่วมขับเคี่ยวโปโลม้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/416601?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เจ้าหญิง-เจ้าชาย ร่วมขับเคี่ยวโปโลม้า

13 กุมภาพันธ์ 2563 – 15:25 น.
ขี่ม้าโปโล,ออล เอเชีย คัพ 2020,วิชัย ศรีวัฒนประภา,สนาม วีเอส สปอร์ตคลับ,กนกศักดิ์ ปิ่นแสง,เจ้าหญิงอาเซมะห์ นีมาตุล โบลเกียห์,ต้อล อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา,ต๊อบ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา,ไมค์กี้ โรเมโร,ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์,มิ้นท์ ชาลิดา,ปรีดา พสวงศ์,เอมอร ศรีวัฒนประภา
เปิดอ่าน 4,204 ครั้ง

แข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการ “ออล เอเชีย คัพ 2020” จิตวิญญาณและความภาคภูมิใจของชาวเอเชีย

นับเป็นหนึ่งในการแข่งขันกีฬาสุดยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 แล้ว สำหรับการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการ “ออล เอเชีย คัพ 2020” ที่สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย จัดขึ้นตามเจตนารมณ์ของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ผลักดันและสนับสนุนให้กีฬาขี่ม้าโปโลกลับมาสู่สังคมไทย โดยรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติไทย พบกับทีมชาติฟิลิปปินส์ ขับเคี่ยวกัน่ในคอนเซ็ปต์ “ออนเนอริ่ง ทู เดอะ สปิริต ออฟ เอเชีย” หรือจิตวิญญาณและความภาคภูมิใจของชาวเอเชีย ท่ามกลางเหล่าดารา-เซเลบริตี้ ตบเท้าร่วมงานคับคั่ง ที่สนาม วีเอส สปอร์ตคลับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันก่อน

 

เจ้าหญิงอาเซมะห์ นีมาตุล โบลเกียห์-เจ้าชายบาฮาร์ โบลเกียห์

 

พลอย-กนกศักดิ์-จันทมาศ ปิ่นแสง

    กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลครั้งนี้ว่า ได้รับเกียรติจากนักกีฬาขี่ม้าโปโลจาก 6 ประเทศในเอเชียเข้าร่วมแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าร่วมแข่งขันของนักกีฬาขี่ม้าโปโลกิตติมศักดิ์ อย่าง เจ้าหญิงอาเซมะห์ นีมาตุล โบลเกียห์, เจ้าชายเจฟรี โบลเกียห์ และ เจ้าชายบาฮาร์ โบลเกียห์ แห่งบรูไน แสดงให้เห็นถึงการเป็นศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลในระดับเอเชีย เปรียบเสมือนการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ของนักกีฬาขี่ม้าโปโล เพื่อยกระดับให้ทัดเทียมระดับสากล ซึ่งที่ผ่านมาทีมชาติไทยสามารถครองสถิติแชมป์ถึง 3 สมัย ในปี 2012, 2016 และ 2018

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา-รวิ อิทธิระวิวงศ์ และลูกสาว-วรมาศ-อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโล โยนลูกโปโลเปิดการแข่งขัน

   สำหรับรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทย นำโดย “ต้อล” อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา โดยมีน้องชาย “ต๊อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ผู้จัดการทีม ซึ่งบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม คอยให้กำลังใจอยู่ข้างสนาม ขณะที่ทีมชาติฟิลิปปินส์ มี ไมค์กี้ โรเมโร นำทัพ หลังจากที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วในการแข่งขันเมื่อปี 2018 การพบกันครั้งนี้จึงเป็นการ ‘รีแมทช์’ กันอีกครั้ง ซึ่งก่อนมาถึงรอบชิงทั้งคู่ฝ่าฟันเอาชนะ 4 ทีม ได้แก่ ทีมชาติบรูไน, จีน, อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ บรรยากาศการชิงชัยจึงเป็นได้อย่างสนุกสนาน ตื่นเต้น และเร้าใจ ก่อนจบลงด้วยทีมชาติไทยสามารถคว้าถ้วยแชมป์ไปครองได้สำเร็จ พิธีมอบรางวัลเป็นไปอย่างประทับใจ โดยมีดาราสาวสุดฮอต “ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ นั่งตุ๊กตุ๊กเชิญถ้วยรางวัลมาสวยๆ

“ใบเฟิร์น” พิมพ์ชนก เชิญถ้วยแชมป์

ทีมชาติไทยคว้าแชมป์

 

ดิ ออนเนอริ่ง ออฟ สปิริต

ผู้ชมลงไปย่ำสนาม

    งานนี้นอกจากคอโปโลจะตื่นใจไปกับเกมการแข่งขันแล้วยังบันเทิงเริงรมย์จากกิจกรรมสนุกๆ ที่เจ้าภาพจัดหนักจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น โชว์ศิลปะการบังคับม้า, โชว์ชุดพิเศษ “ดิ ออนเนอริ่ง ออฟ สปิริต” ที่นำ 3 อัตลักษณ์ไทยมาประกอบเป็นการแสดง 3 ชุด สื่อสารความเป็นไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน, การนำศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย “โขน” มาผสานเข้ากับการบังคับม้า, ประเพณีการลงไปย่ำสนามเพื่อกลบดินและเกลี่ยรอยเท้าม้าให้พื้นสนามเรียบ หรือ “สตอมปิ้ง เดอะ ดิวอทส์” 

สุชาดา เอี่ยมผ่องใส-เอมอร ศรีวัฒนประภา-จันทมาศ ปิ่นแสง-สุกัญญา ประจวบเหมาะ กับหุ่นละครเล็ก โจ หลุยส์​​​​​​​

“ก้อย” วลัยลักษณ์- “โย่ง” อาร์มแชร์

 จาตุรนต์ หิมะทองคำ-ภูริต ภิรมย์ภักดี-ดิฐวัฒน์ อิสสระ

    ปิดท้ายด้วยพิธีมอบรางวัลให้แก่หนุ่มสาวที่แต่งกายสวยงามตามคอนเซ็ปต์การจัดงาน อาทิ ผู้แต่งกายยอดเยี่ยมฝ่ายหญิง ปัญจพร โชติจุฬางกูร คว้าไปครอง ส่วนฟากฝ่ายชายเป็นของ  ปรีดา พสวงศ์, รางวัลสาวผู้มีสไตล์โดดเด่นมากที่สุด ยกให้ดาราสาว “มิ้นท์” ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง เป็นต้น

“มิ้นท์” ชาลิดา

    สนใจชมบรรยากาศภาพจริงเสียงจริงตลอดการจัดงาน สามารถติดตามชมย้อนหลังได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 HD ในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 00.30 น. 

เซเลบคอกาแฟแชร์มนต์เสน่ห์แห่งความหอมละมุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/416184?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เซเลบคอกาแฟแชร์มนต์เสน่ห์แห่งความหอมละมุน

11 กุมภาพันธ์ 2563 – 16:04 น.
เนสเพรสโซ,ปรีติ ฮาลัย,คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช,ดิ๋น ดลิน ยังพิชิต,แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา,พลอย จริยะเวช,ซาร่า เล็กจ์,เปิ้ล จริยดี สเปนเซอร์,ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ,พิชญา ส่งสกุลชัย,อั๊ต อัษฎา พานิชกุล,เนสเพรสโซ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 198 ครั้ง

วิถีการดื่มกาแฟแบบชาวอิตาเลียนที่ไม่เหมือนใคร

อยากให้ทุกคนมาร่วมสัมผัสวิถีการดื่มกาแฟแบบชาวอิตาเลียนที่มีมนต์เสน่ห์ไม่เหมือนใคร “เนสเพรสโซ” (Nespresso) โดย ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เนสเพรสโซ ประเทศไท จัดงาน “เจอร์นีย์ ธรู คอฟฟี่ อาร์ทิสทรี” เนรมิตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นอิตาเลียนคาเฟ่บาร์ 360 องศา เซเลบริตี้คอกาแฟมาร่วมงาน อาทิ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, “ดิ๋น” ดลิน ยังพิชิต โสภณพนิช, “แพร” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, พลอย จริยะเวช, ซาร่า เล็กจ์, “จูน” สาวิตรี โรจนพฤกษ์, “ก้อง” กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา, “เปิ้ล” จริยดี สเปนเซอร์, “เบสท์” ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, “ดัช” ณัฐกิจ แตงไทย, “โดนัท” พิชญา ส่งสกุลชัย เป็นต้น มาดื่มด่ำกาแฟรสชาติใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวอิตาเลียน พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษ และเมนูกาแฟสูตรใหม่ โดยมี “อั๊ต” อัษฎา พานิชกุล รับหน้าที่พิธีกร ที่ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

อัษฎา พานิชกุล-สาวิตตรี โรจนพฤกษ์

จากประเทศต้นกำเนิดและมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอันเป็นเอกลักษณ์อย่างประเทศอิตาลี สู่กาแฟกลุ่มใหม่ล่าสุดของเนสเพรสโซ โดย ปรีติ ฮาลัย เผยถึงแรงบันดาลใจของงานและกาแฟรสชาติใหม่ล่าสุดว่า ประเทศอิตาลีเป็นประเทศต้นกำเนิดกาแฟ ซึ่งแต่ละเมืองมีวิธีการคั่วกาแฟที่ต่างกัน จึงส่งผลถึงความเข้มข้น กลิ่น และรสสัมผัส ซึ่งกาแฟในกลุ่มอิสปิราซิยอนเน่ อิตาเลียนา (Ispirazione Italiana) สืบเนื่องมาจากความตั้งใจที่เนสเพรสโซต้องการเชิญชวนให้คอกาแฟได้ร่วมออกเดินทางไปค้นพบความเข้มข้นและหอมละมุนจากกาแฟต้นตำรับในสไตล์อิตาเลียน

กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา

 “ก้อง” กฤษฏิ์ กล่าวว่า อิตาลีเป็นประเทศที่ก้องมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายเมือง ที่ไปแล้วชอบคือโรม, ฟลอเรนซ์, ซิซิลี และเวนิส ซึ่งแต่ละเมืองมีความแตกต่างกันชัดเจน ส่วนตัวแล้วชอบภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม บรรยากาศที่เราได้ไปสัมผัส ตึกรามบ้านช่อง ถนนแต่ละเมือง อย่างเวนิส คาแรกเตอร์มีความชัดเจนมาก เมืองเขามีกิมมิก ชอบที่เวลาเราล่องเรือหรือเดินเที่ยวแต่ละโซน และทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรมของคนอิตาเลียนว่าเขาคุ้นเคยกับการดื่มกาแฟตลอดทั้งวัน หลังกินข้าวเที่ยงหรือแม้แต่ช่วงมื้อเย็นตามร้านต่างๆ ก็ยังเสิร์ฟกาแฟด้วย เวลาเดินเล่นในเมืองจะชอบลองร้านกาแฟไปเรื่อยๆ ซึ่งมักเป็นร้านเล็กๆ คนเวนิสชอบเอสเพรสโซ่ เป็นกาแฟช็อตแบบที่ตัวเองชอบ เพราะชอบรสชาติของกาแฟ จึงดื่มกาแฟดำ ถ้าไม่เป็นเอสเพรสโซ่ ก็จะเป็นอเมริกาโน่เย็น

ดลิน ยังพิชิต โสภณพนิช-คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ

พลอย จริยะเวช

ด้าน พลอย จริยะเวช กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ส่วนตัว 20 ปีที่ผ่านมา ไปอิตาลีทุกปี รักกาแฟที่โรมมาก แถวแพนธีออน จะมีสองร้านกาแฟเก๋าในดวงใจ คือ ซันโตสตาคิโอ และทัสซา ดิโอโร เมล็ดกาแฟคั่วเข้มด้วยฟืน หอมมาแต่ไกล ชอบการยืนกรึ๊บกาแฟที่บาร์แบบอิตาเลียนตอนเช้า ถ้านั่งโต๊ะจะเลือกจัตุรัสสวยๆ อย่างรอบๆ เปียซา เดล โพโพโล หรือนาโวนา ถ้านั่งโต๊ะค่ากาแฟจะเพิ่มเป็นหลายเท่า ต้องเขียนโปสการ์ดไปด้วยให้คุ้ม จึงมองว่าวัฒนธรรมกาแฟของชาวอิตาเลียนมีมนต์เสน่ห์มากๆ

พิยะดา นันทะ

จริยดี สเปนเซอร์

ปิดท้ายคุณแม่คนสวยอย่าง “เปิ้ล” จริยดี สเปนเซอร์ กล่าวถึงเสน่ห์ของการเดินทาง คือการที่เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายของประเทศนั้นๆ เวลาเดินทางไปอิตาลี สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่คือการดื่มกาแฟ เปิ้ลเองเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟมากๆ จะเรียกว่าเราเป็นคอกาแฟคนหนึ่งเลยก็ได้ เพียงแค่ได้เริ่มต้นวันด้วยกาแฟ วันนั้นก็จะถือเป็นวันดีๆ ของเราแล้ว สำหรับกาแฟที่ดื่มเป็นประจำจะเป็นกาแฟนม อย่างตอนนี้มีน้องก็จะเลือกดื่มเป็นกาแฟนมที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอกาแฟอย่างเรา คุณแม่คนสวยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

รอยยิ้มของคนทุกข์… “ความสุข” ของ “ธัญญ่า” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/416000?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

รอยยิ้มของคนทุกข์… “ความสุข” ของ “ธัญญ่า”

10 กุมภาพันธ์ 2563 – 16:34 น.
ธัญญ่า อาร์สยาม,จิตอาสา,น้ำท่วม,ดาราภัช ทวินันท์,ดารากร ทวินันท์,แหม่ม ลาวัลภ์ เนรมิต,ศิลปิน,ปล่อยไปตายโลด,สาวหัวใจจิตอาสา,องค์กรทำดี,เซเปียน-เซน้ำน้อย,บ่หัวซา สิหาใหม่,เลิฟเลยร้อยเอ็ด
เปิดอ่าน 177 ครั้ง

จิตอาสาไม่ยากเลย เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ฝึกตัวเองเป็นคนให้ก่อนแล้วจะรู้ว่าการให้นั้นมีความสุข จากนั้นค่อยๆ ให้ในเรื่องที่ใหญ่ขึ้น…

 “เวลาไปช่วยแต่ละที่ก็จะมีคนเฒ่าคนแก่อวยพรให้…ขอให้เจริญๆ นะลูก ขอให้อยู่ดีมีแฮงเด้อ…” ได้ยินแบบนี้กำลังใจมาเต็มสำหรับศิลปินลูกทุ่งอีสาน “ธัญญ่า อาร์สยาม” ที่อีกโหมดหนึ่งของชีวิตชอบเป็นจิตอาสาแบ่งปันน้ำใจให้ใครต่อใครที่กำลังรอความช่วยเหลือ สิ่งนี้ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กๆ โดยไอดอลในการทำความดีใกล้ตัวสุดๆ คือ “คุณแม่” ของเธอนั่นเอง

 

ธัญญ่า อาร์สยาม

   “ธัญญ่า อาร์สยาม” หรือชื่อตามบัตรประชาชน “ดาราภัช ทวินันท์” สาวอีสานโดยกำเนิด เกิดและโตที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่จำความได้ก็ชอบร้องเพลง เพราะ คุณแม่ดารากร ทวินันท์ เจ้าของฉายา “แหม่ม” ลาวัลภ์ เนรมิต เป็นหมอลำซิ่งอีสาน ดีเอ็นเอเรื่องร้องรำทำเพลงจึงถ่ายทอดสู่ลูกสาวเต็มๆ ตอนอายุ 10 ขวบที่ “ธัญญ่า” เริ่มฉายแวว ถึงขั้นคุณแม่ลงทุนทำอัลบั้มเพลงให้ร้องเอง ขายเอง เพลงจะ “ปัง” หรือ “แป๊ก” ไม่ใช่ปัญหา เลือดศิลปินเต็มขั้น ยืนยันเดินหน้าต่อ ท้อไม่ได้…

     “ธัญญ่าชอบร้องเพลง ชอบทำงานหาเงินตั้งแต่เด็กๆ ตอนอายุ 17 ปี เดินสายประกวดร้องเพลงไปเรื่อย จนมาถึงเวทีลูกทุ่งเฟสติวัลของค่ายอาร์เอสก็ได้ที่ 1 แล้วก็ได้เป็นนักร้อง ปล่อยซิงเกิลแรกเพลง “แอบฮักอ้าย” แต่ก็ยังไม่ดัง พอดีมีโอกาสรู้จัก “เบิ้ล ปทุมราช” ได้เล่นเอ็มวีเพลง “อ้ายมีเหตุผล” ออนแอร์ช่องสบายดีทีวี แล้วก็ร้องเพลงแก้ชื่อ “เหตุผลของคนจะไป” จากนั้นมีเอ็มวีภาคต่อเป็นซีรีส์อีกหลายเพลง คนก็เริ่มรู้จักมากขึ้นโดยเฉพาะเพลงเร็วเพลงแรกของตัวเอง “ปล่อยไปตายโลด” ยอดชม 57 ล้านวิว ทำให้คนรู้จักธัญญ่ามากขึ้น วงหมอลำ รถแห่เอาไปร้องเยอะเลย แล้วก็ได้เล่นหนัง ละคร ออกรายการทีวี เกมโชว์…” หมอลำสาววัย 22 ปี เล่าเส้นทางสายดนตรี

     เจ้าตัวบอกว่าลึกๆ เป็นคนหลายบุคลิก จังหวะอารมณ์ดีก็ปล่อยเต็มที่ แต่อีกมุมก็ค่อนข้างเก็บความรู้สึกจนบางครั้งไม่เข้าใจตัวเอง แต่ในมุมที่รู้ตัวดีมาตลอดก็คือชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคม ยิ่งเวลาแม่พาติดสอยห้อยตามไปแทบทุกที่ที่ไปแสดงหมอลำก็ยิ่งซึมซับเพราะมีไม่น้อยใช่เพียงไปสร้างความบันเทิง หากยังสอดแทรกการช่วยเหลือสังคมเข้าไปด้วย

     อย่างช่วงที่เกิดภัยหนาวผู้จัดงานก็จะจัดคอนเสิร์ตต้านภัยหนาว ให้ศิลปินไปช่วยร้องเพลงเพื่อระดมทุนรวมถึงรับบริจาคผ้าห่มกันหนาว หรือสิ่งของอื่นๆ คุณแม่ก็มักอาสาเป็นหนึ่งในศิลปินใจบุญ แต่ละครั้งที่มีส่วนร่วมปันน้ำใจจะรู้สึกสบายใจ ยิ่งเวลาได้ร้องเพลงให้คนฟังจะสัมผัสได้ถึงความสุขอันเปี่ยมล้น

ลุยน้ำช่วยผู้ประสบภัยที่ร้อยเอ็ด

    ภารกิจใหญ่ๆ ที่ “สาวหัวใจอาสา” มีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากก็อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ จ.ร้อยเอ็ด บ้านเกิด หรือที่อุบลราชธานีเมื่อปีที่แล้ว เธอเล่าว่าเข้าไปช่วยตั้งแต่วันแรกๆ ที่น้ำเริ่มท่วม ได้เห็นไลฟ์สดของคุณครูท่านหนึ่งแจ้งว่าน้ำกำลังท่วมโรงเรียนทะลักเข้าไปในห้องดนตรี เห็นน้ำตาของคุณครูท่านนี้แล้วรู้สึกสะเทือนใจเพราะส่วนตัวผูกพันกับดนตรีตั้งแต่เกิด จึงรีบตรวจสอบโรงเรียนที่ตัวเองเคยเรียนทันที รู้สึกโล่งใจที่น้ำยังท่วมไม่ถึง จากนั้นก็ลงมือโพสต์เรื่องราวน้ำท่วมลงเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยใช้ตัวเองเป็นต้นสายบุญระดมความช่วยเหลือโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอธวัชบุรี และเสลภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำชี

ลำเลียงถุงยังชีพ

     “ระดมทุนกับเหล่าแฟนคลับ โดยร่วมกับ “องค์กรร้อยเอ็ดทำดี” ซึ่งเป็นองค์กรย่อยของ “องค์กรทำดี” ที่มี “พี่บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นผู้ก่อตั้ง ได้ยอดบริจาคมา 5 หมื่นบาท ก็ส่งเงินไปเพื่อจัดซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มีโอกาสไปช่วยแพ็กของเป็นชุดๆ เตรียมลงพื้นที่ไปมอบให้ชาวบ้านด้วย จากนั้นนั่งเรือกู้ภัยไป บางหลังโดนน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ถ้าเป็นเราจะกินจะนอนยังไง ซึ่งตอนน้ำท่วมใหม่ๆ ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปเลย มีเพียงเจ้าหน้าที่กู้ภัยกับพวกเราที่เข้าไป ลุยน้ำไปบางที่สูงเท่าเอว ไปร้องเพลงให้ฟังด้วย ช่วยคลายความเครียด รู้สึกดีที่ทำให้เขายิ้มได้ รอยยิ้มของคนกำลังทุกข์คือความสุขของหนู” นักร้องสาวดาวรุ่งเผย

ขวัญใจชาว สปป.ลาว

    น้ำใจไม่ได้มีให้เฉพาะคนร่วมชาติหากยังเผื่อแผ่ไปถึงประเทศเพื่อบ้านอย่าง สปป.ลาว ที่ประสบเหตุภัยพิบัติจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ “เซเปียน-เซน้ำน้อย” แตก มีผู้คนล้มตายและไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก งานนี้จับมือกับรุ่นพี่นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง “ภู ศรีวิไล” ซึ่งทำงานจิตอาสาอยู่แล้ว  ช่วยกันระดมทุนกับเหล่าแฟนคลับซึ่งไม่เคยบ่ายเบี่ยงเช่นเคย โดยเงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์จัดการอย่างโปร่งใส มีการแจ้งรายรับรายจ่ายให้ผู้ที่มีส่วนร่วมแสดงน้ำใจทราบทุกครั้ง

   

มิตรภาพจากเหตุเขื่อนแตก “เซเปียน-เซน้ำน้อย” ที่ สปป.ลาว

     “ลงพื้นที่ไปช่วงเขื่อนแตกใหม่ๆ บรรทุกของไปเต็มคันรถ ถนนหนทางลำบากสุดๆ ระหว่างทางไปเจอสภาพความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย เห็นเด็กเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าไม่มีใส่ ตกใจมาก เดินไปคุยกับพี่ภู อยากบริจาคเสื้อผ้าบางส่วนที่นี่ ให้เด็กๆ ให้คนที่ต้องการ ซึ่งมีประมาณ 50 หลังคาเรือน บางคนหอบลูกจูงหลานตัวเล็กๆ มาเต็มเลย เห็นสีหน้าเขาดีใจกันมาก เขาจำเราได้ว่าเราเป็นนักร้อง ก็มารุมกันใหญ่เลย จากนั้นก็เดินทางไปต่อตรงจุดเขื่อนแตก แต่รถเข้าไปไม่ถึงเพราะอันตราย เลยเอาของไปไว้ที่ศูนย์กลางกระจายความช่วยเหลือ จริงๆ อยากส่งมือต่อมือมากกว่า ถ้าฝากเขาแจกจ่ายก็ไม่รู้ว่าจะครบถ้วนแค่ไหน” ธัญญ่า เล่าประสบการณ์ต่างแดน

       เจ้าของเพลงดัง “ปล่อยไปตายโลด” ยอมรับว่าความเป็นศิลปินอีกแง่มุมหนึ่งคือการเป็น “กระบอกเสียง” เป็นสื่อกลางบอกต่อเรื่องราวไปยังสังคม สำหรับตัวเธอแล้วจากการที่ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วนำข่าวมาบอกเล่าถือเป็นการช่วยกระตุ้นให้คนที่เห็นข่าวอยากมีส่วนร่วม ทำให้เกิดเครือข่ายความช่วยเหลือกระจายไปในวงกว้าง

    “ไม่ใช่แค่เรื่องจิตอาสา เวลามีงานบุญอื่นๆ ก็ชอบไปช่วย บางครั้งร้องเพลงถือขันรับต่อยอดกฐินได้เงินมาอีกหลายหมื่น คิดว่าผลบุญที่เราทำจะส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นทันตาไม่ต้องรอชาติหน้า อฐิษฐานให้การงาน ให้ชีวิตดีขึ้น ก็มีงานเข้ามาเยอะ มีเงินสร้างบ้าน ได้เล่นหนัง แม้ไม่มีคอนเสิร์ตก็มีละคร เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า เวลาสวดมนต์ก็แผ่ส่วนบุญให้คนอื่นด้วยก็เป็นการให้รูปแบบหนึ่ง” หมอลำสาวกล่าวเสียงใส

       ในวัย 20 ต้นๆ สาวเจ้าแย้มไม่ว่าจะมุ่งทำประโยชน์แก่ส่วนรวมแค่ไหน ชีวิตในมิติอื่นๆ ทั้งเรื่องเรียนที่ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่คณะนิเทศศาสตร์ ม.รัตนบัณฑิต หรือการทำงานต้องจัดสรรเวลาให้ลงตัว อย่างงานเพลงตอนนี้กำลังจะปล่อยซิงเกิล “แฟนคืนเดียว” และเพลง “บ่หัวซา สิหาใหม่” ยังมีละครเรื่อง “สะใภ้ไร้ศักดินา” ที่จะออนแอร์กลางปีนี้ รวมถึงหนังเรื่อง “เลิฟเลยร้อยเอ็ด” รับบทนางเอกคู่ “หม่ำ จ๊กมก” ด้วย ทุกบทบาทต้องเดินไปพร้อมกันได้

   ท้ายที่สุดแล้ว “ธัญญ่า อาร์สยาม” ย้ำว่า…จิตอาสาไม่ยากเลย เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ฝึกตัวเองเป็นคนให้ก่อนแล้วจะรู้ว่าการให้นั้นมีความสุข จากนั้นค่อยๆ ให้ในเรื่องที่ใหญ่ขึ้น แค่เดินไปตามถนนแล้วเจอขอทานก็ลองให้เงิน แม้แค่เล็กน้อยก็ทำให้พวกเขามีความสุขได้ อยากให้ลองทำโดยไม่ต้องคิดว่าจะได้อะไรตอบแทนกลับมา ถ้ามีจิตอาสามากๆ สังคมก็จะน่าอยู่ เพราะทุกคนมีใจเอื้อเฟื้อ เห็นอกเห็นใจกัน…

เปิดตัวเรือนเวลาหรูคอลเลกชั่นปี 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/415310?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เปิดตัวเรือนเวลาหรูคอลเลกชั่นปี 2020

7 กุมภาพันธ์ 2563 – 00:05 น.
ราโด,เซบาสเตียน อิสชิ,ทิพาณัท เลณบุรี,ราโด โนเวลทิส,เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป,ฟีล อิธ,แต้ว ณฐพร,ทรู สแควร์,ทรู ธินไลน์
เปิดอ่าน 179 ครั้ง

‘ฟีล อิธ’ กับคำจำกัดความสั้นๆ ที่สามารถแสดงถึงความแตกต่างและนำเสนอจุดเด่นของราโด

ราโด นำโดย เซบาสเตียน อิสชิ รองประธานบริหารด้านการขาย ราโด้ สวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกับ ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จัดงานแสดงนาฬิกาประจำปี “ราโด โนเวลทิส 2020” เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2020 ภายใต้คอนเซปต์ ‘ฟีล อิธ’ โกลบอลแคมเปญที่เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก กับคำจำกัดความสั้นๆ ที่สามารถแสดงถึงความแตกต่างและนำเสนอจุดเด่นของราโด ผ่าน 3 ธีมคอนเซ็ปต์ในรูปแบบเอ็กซิบิชั่นสุดพิเศษ

เซบาสเตียน อิสชิ-“แต้ว” ณฐพร-ทิพาณัท เลณบุรี 

ดร.เชษฐา ส่งทวีผล

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา-มธุนาฏ ซอโสตถิกุล-ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ-ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ​​​​​​​

อภิชญา วานิชกมลนันทน์-เพ็ญสุภา คชเสนี

          ภายในงานยังได้เปิดตัว “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนไทยคนแรกอย่างเป็นทางการ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ วอทช์ เลิฟเวอร์ และแฟชั่นนิสต้าแถวหน้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ “บอย” ดร.เชษฐา ส่งทวีผล, “น้อยหน้า” เพ็ญสุภา คชเสนี, “แพง” ขวัญข้าว เศวตวิมล, “มน” จันทมน แย้มพันธุ์, “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, “ผึ้ง” มธุนาฏ ซอโสตถิกุล, “มายด์” แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, “แพร” พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, “พลอย” ปณิตา ศรไทยเทวา, “แอ้ม” ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ, “ดาต้า” ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ เป็นต้น ที่ เดอะ กลาส เฮ้าส์ ปาร์ค นายเลิศ เมื่อค่ำวันก่อน

มินิแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2020

ปณิตา ศรไทยเทวา

จันทมน แย้มพันธุ์

ขวัญข้าว เศวตวิมล

          สำหรับการนำเสนอและการจัดแสดงนาฬิกาคอลเลกชั่น ประจำปี 2020 จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของแมกไม้และโทนสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับโทนสี ซึ่งราโดใช้เป็นคีย์หลักในทุกคอลเลกชั่นของปีนี้ โดยถ่ายทอดแคมเปญ ฟีล อิธ ผ่าน 3 คอนเซ็ปต์ที่แสดงถึงคำจำกัดความไว้อย่างลงตัวและเข้าใจง่าย โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 ธีม ได้แก่ Light (ความเบา) Hard (ความทนทาน) และ Age (คลาสสิก อมตะ) ซึ่งแต่ละโซนตกแต่งด้วยองค์ประกอบที่แตกต่างไว้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ยังร่วมสัมผัสประสบการณ์โชว์เคสนาฬิกาคอลเลกชั่น ประจำปี 2020 กว่า 30 เรือน ที่นำมาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีไฮไลท์ ได้แก่ คอลเลกชั่นล่าสุดอย่าง ทรู สแควร์ ที่นำมาเผยโฉมภายในงานนี้เป็นที่แรก และสำหรับคอลเลกชั่นยอดนิยม อย่าง กัปตัน คุก มาในรูปลักษณ์ใหม่ และวัสดุใหม่อย่างบรอนซ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำ ทรู ธินไลน์ รูปโฉมใหม่ในแบบ สเกลเลตัน มาให้ชมอย่างใกล้ชิดด้วย

โชว์เคสนาฬิกาคอลเลกชั่น ประจำปี 2020 อวดโฉมครั้งแรกในไทย​​​​​​​

“แต้ว” ณฐพร

          “แต้ว” ณฐพร เล่าว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก หลังจากปีที่แล้วได้ร่วมงานในฐานะเฟรนด์ ออฟ ราโด ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ในปีนี้เมื่อได้รับโอกาสเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประเทศไทย ดีใจมากที่ได้รับโอกาสที่ดีอย่างต่อเนื่อง การได้ร่วมงานกับราโดทำให้ได้เรียนรู้มุมมองที่ลึกซึ้งและน่าสนใจเกี่ยวกับความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์นาฬิกาแต่ละเรือน ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่น มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ครองความเป็นผู้นำซึ่งเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี วัสดุศาสตร์ ชิ้นส่วน กลไก การออกแบบ เพื่อให้ทุกคนได้ ‘ฟีล อิธ’ กับนาฬิกาที่สวยงาม คุ้มค่า เบาสบาย ทนทาน และคลาสสิกเหนือกาลเวลา

“ปันกาวใจ” เพื่ออาชีพผู้พิการทางสายตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/414933?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“ปันกาวใจ” เพื่ออาชีพผู้พิการทางสายตา

5 กุมภาพันธ์ 2563 – 15:10 น.
ผู้พิการ,ผู้ทุพพลภาพ,ผู้พิการทางสายตา,ศูนย์ฝึกพัฒนาอาชีพคนตาบอด,ศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอดของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์,ช่างไม้,ปันกาวใจ ส่งเสริมอาชีพผู้พิการทางสายตา,ปันกาวใจ,SELIC
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

อาชีพคือการสร้างคุณค่าให้แก่ตนเอง และทำให้เกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจในการยืนหยัดในสังคม

อาชีพไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้ แต่การมีอาชีพคือการสร้างคุณค่าให้แก่ตนเอง และทำให้เกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจในการยืนหยัดในสังคม แม้แต่ผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพที่ไม่สามารถประกอบอาชีพทั่วไปได้ คนกลุ่มนี้ก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ในอาชีพและสามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ ซึ่งหากเราไม่เห็นด้วยตา คงไม่มีใครเชื่อว่าเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สวยๆ ถูกรังสรรค์จากผู้พิการทางสายตาที่ได้รับการฝึกทักษะด้านอาชีพจากศูนย์ฝึกพัฒนาอาชีพคนตาบอด

          ศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอดของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นสถานที่ฝึกอาชีพสำหรับผู้ที่พิการทางสายตา หลักๆ คือ “ช่างไม้” พวกเขาทำงานร่วมกับเครื่องจักรที่มีความเสี่ยง สำหรับคนที่มองไม่เห็นแล้ว ถือเป็นเรื่องยากที่จะประดิษฐ์ชิ้นงานออกมาให้สวยงามได้ แต่ที่ศูนย์พัฒนาอาชีพฯ มุ่งช่วยผู้พิการทางสายตาให้มีอาชีพ มีการฟื้นฟูพัฒนาสมรรถภาพให้พวกเขา ทำให้ชิ้นงานออกมาสวยงาม นอกจากนี้ยังประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนจากไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น โต๊ะสนาม ตู้เสื้อผ้า เตียงนวดแผนไทย ทำจากไม้เนื้อแข็ง สามารถเคลื่อนย้ายได้ เป็นผลงานจากผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาแต่ได้รับการฝึกฝนอบรมทักษะจนชำนาญจากศูนย์ฝึก และสามารถผลิตสินค้าออกจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้แก่ตนเอง

          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอดฯ ได้พัฒนางานด้านการฝึกทักษะด้านอาชีพ รวมทั้งการอบรมด้านคุณธรรม จริยธรรมให้ผู้พิการทางสายตาได้ฝึกประสบการณ์ในการทำงานด้วยตนเองและได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สามารถส่งออกขายให้ตลาดและบริษัทอื่นๆ ที่สนใจในงานเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย

          การให้ความช่วยเหลือผู้พิการทุพพลภาพหรือผู้พิการทางสายตานั้นมีหลายทาง แต่การให้ “โอกาส” เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโอกาสด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ รวมถึงการมีสิทธิเท่าเทียมคนปกติ ผู้พิการทางสายตาเพียงแต่อยากให้สังคมมีความเข้าใจ ถึงจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถทำงาน ประกอบอาชีพและดำรงชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปได้ พวกเขาต้องการคำแนะนำหรือช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

          สำหรับกิจกรรม “ปันกาวใจ ส่งเสริมอาชีพผู้พิการทางสายตา” ในครั้งนี้ “SELIC” ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกาวอุตสาหกรรมร่วมเป็นหนึ่งในผู้ให้ “โอกาส” โดยมอบกาวน้ำแก่ ศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอดจังหวัดนนทบุรี เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพให้ผู้พิการทางสายตาได้ประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อว่ายังมีหลายองค์กรที่เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญในการหยิบยื่นโอกาสให้พวกเขา พร้อมสนับสนุนอาชีพช่างไม้ และผลิตภัณฑ์ของพวกเขาให้เกิดเป็นรายได้ ถึงพูดได้ว่า  “เป็นคนตาบอด แต่หัวใจไม่เคยบอด”

          กิจกรรมปันกาวจะเป็นกาวใจที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและจุดพลังของเหล่าผู้พิการทางสายตาให้ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และผลิตชิ้นงานสร้างอาชีพได้ในอนาคตเสริมสร้างให้สังคมรู้จักการแบ่งปัน ข้อมูลเพิ่มเติม http://seliccorp.com/