อวยพรตรุษจีนผ่านงานศิลป์”ครอบครัวหนู” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412566?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

อวยพรตรุษจีนผ่านงานศิลป์”ครอบครัวหนู”

24 มกราคม 2563 – 14:50 น.
อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา,ตรุษจีน,คิง เพาเวอร์,หมู่บ้านหนูทอง,ครอบครัวหนู,เดอะ เบลสซิ่ง คัมส์ โฮม
เปิดอ่าน 75 ครั้ง

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดกิจกรรมมงคลยิ่งใหญ่ ร่วมฉลอง “เทศกาลตรุษจีน”

เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับโลก ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยเชื้อสายจีน นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือ วันปีใหม่ของชาวจีน ปีนี้ อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมฉลอง “เทศกาลตรุษจีน” อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร ซึ่งในวันเปิดการฉลองเทศกาลตรุษจีน ปีนี้นักร้อง ดีว่าชื่อดัง “เจนิเฟอร์ คิ้ม” มาร่วมมอบความสุขผ่านบทเพลงจีนอันไพเราะ พร้อมด้วย “เพิร์ธ” ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร ดารานักแสดงชื่อดัง ขวัญใจแฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวจีน

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

          อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา กล่าวว่าปีนี้เป็นครั้งที่ 3 สำหรับการร่วมจัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีน โดยได้นำคอนเซ็ปต์ “เดอะ เบลสซิ่ง คัมส์ โฮม” บรรยากาศความอบอุ่นของครอบครัวที่กลับมาพร้อมหน้า ทำกิจกรรมร่วมกัน อวยพรให้กันในวันตรุษจีนมาเป็นแนวคิดสำคัญในการจัดงาน โดยตั้งแต่ทางเข้าบริเวณด้านหน้า คิง เพาเวอร์ รางน้ำเนรมิต “เดอะ การ์เด้น เม้าส์ วิลเลจ” หรือ “หมู่บ้านหนูทอง” แวดล้อมด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมจีนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากถนนซานถัง ของเมืองซูโจว หนึ่งในเมืองมรดกโลกที่มีความงดงาม มีกิจกรรมมงคล การแจกอั่งเปาส่วนลด พร้อมร่วมถ่ายภาพ ส่งมอบคำอวยพรมงคลทั้ง 6 ประการ ผ่านงานศิลปะลายเส้น “ครอบครัวหนู” ออกแบบโดย “ยูน” ปัณพัท เตชเมธากุล ซึ่งเป็นนักวาดภาพ illustrator ชื่อดังระดับโลก นำผลงานภาพวาดมาผสานเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ในรูปแบบ AR Installation Art ที่พร้อมสำหรับแชร์ในโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งนับว่าตอบโจทย์คนชอบถ่ายภาพแน่นอน

การแสดงสุดอลังการ

          “ในขณะที่ อีกหนึ่งมงคลที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน คือ การได้รับประทานอาหารดี อาหารอร่อย ปีนี้ คิง เพาเวอร์ รวบรวมร้านอาหารจีนเก่าแก่ ร่วม 30 ร้านทั่วประเทศ ที่มีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็น อร่อยในตำนาน อร่อยจากรุ่นสู่รุ่น อร่อยคิวยาว และอร่อยแบบไม่เคยออกงาน ที่ไหนมาก่อน มามอบประสบการณ์บน ”ถนนอิ่มมงคล“ ของนักเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมความเป็นมงคลมากมายตามความเชื่อหลากหลายศาสตร์ อาทิ สุดยอดศาสตร์พยากรณ์มากมาย หมอฮั่น มาจอง ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ไพ่นกกระจอกจีน, หมอเล็ก ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศาสตร์การใช้ดนตรีกู่เจิ้งในการพยากรณ์” อภิเชษฐ์ กล่าว

          ซึ่ง เจนนิเฟอร์ คิ้ม กล่าวถึงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ว่านับว่าเป็นสิ่งดี ที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้จัดงานสืบสานวัฒนธรรมจีนและเป็นการเฉลิมฉลองปีหนูทอง พร้อมทั้งยังช่วยส่งต่อโชคลาภให้แก่ผู้มาเยือนภายในงานอีกด้วย ซึ่งที่ คิง เพาเวอร์ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เฉกเช่นเมื่อนึกถึงเยาวราชจะทราบดีว่ามีชาวจีนอยู่หนาแน่นนั่นเอง ดังนั้นจึงถือว่าเป็นจุดการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาใช้บริการ ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ และได้พบกับร้านอาหารดังมากมายร่วม 30 ร้าน ที่นำมาให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อยภายในงาน

“เพิร์ธ”ธนพนธ์

          ในขณะที่ “เพิร์ธ”ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานในวันนี้ และบรรยากาศของงานตรุษจีน คิง เพาเวอร์ ในปีนี้ ก็ได้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ถือว่าเป็นกิจกรรมดีๆ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีหนูทอง 2020

ความมัน และสีสันงานโปโลการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412386?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ความมัน และสีสันงานโปโลการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน

23 มกราคม 2563 – 17:25 น.
โปโล,แข่งขันขี่ม้า,บีกริม - บีเอ็มดับเบิลยู ไทย โปโล โอเพ่น 2020,ดรฮาราลด์ ลิงค์,บีกริม,สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา,การกุศล,แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธย
เปิดอ่าน 235 ครั้ง

ทีมแทง โปโล จากจีนคว้าแชมป์ขี่ม้าโปโลการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน “บี.กริม – บีเอ็มดับเบิลยู ไทยโปโล โอเพ่น 2020”

ยิ่งใหญ่ตระการตาและอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข สมกับเป็นการแข่งขันที่คนรักกีฬาขี่ม้าโปโลรอคอย สำหรับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลรายการ “บี.กริม – บีเอ็มดับเบิลยู ไทย โปโล โอเพ่น 2020” (B.Grimm – BMW Thai Polo Open 2020) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รอบชิงชนะเลิศเพื่อหาแชมป์ประจำปี 2563

           ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ถ่ายภาพกับผู้ชนะเลิศที่ 1 – 3 ในการแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (ขี่ม้าโชว์จัมปิ้ง)

ซึ่ง ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม  และในฐานะนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าประเทศไทย ร่วมกับ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จำกัด ผู้สนับสนุนหลัก จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีและจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 15 โดยรอบชิงชนะเลิศนั้น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

วันเพ็ญ ศักดาทร – นันทินี แทนเนอร์ 

ภัทรพล -ลี พึ่งบุญพระ

การแข่งขันขี่ม้าโปโล ไทย โปโล โอเพ่น 2020 ถือเป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลเปิดฤดูกาลที่โด่งดังรายการหนึ่งในเอเชียซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมี ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริมและนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานท่ามกลางธรรมชาติบนสนามแข่งม้าที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้มีทีมโปโลฝีมือระดับเอเชียที่ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายได้แก่ 1. ทีมเจ้าภาพ ไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย 2.ทีม ลา ฟามิเลีย (LA FAMILIA) ประเทศมาเลเซีย 3. ทีมรอยัลปาหัง (ROYAL PAHANG) จากประเทศมาเลเซีย และ 4. ทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นเพื่อเก็บคะแนนในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีม แทง โปโล (TANG POLO) และไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย ปรากฏว่าทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้คว้าแชมป์ชนะทีมไทยโปโลไปด้วยคะแนน 8 ต่อ 7 คว้าถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ทีม ลา ฟามิเลีย (LA FAMILIA) ประเทศมาเลเซีย และอันดับ 4 ทีมรอยัลปาหัง (ROYAL PAHANG) จากประเทศมาเลเซีย

ทีมแทง โปโล (TANG POLO) จากจีคว้าแชมป์

นอกจากการแข่งขันขี่ม้าโปโล ไทย โปโล โอเพ่น 2020 จะเป็นการแข่งขันกีฬาโปโลในระดับที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขันระดับนานาชาติเพื่อชิงถ้วยพระราชทานฯ แล้วนั้น ยังเป็นการจัดงานเพื่อหารายได้เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ภายในงานจึงเต็มไปด้วยสีสัน และความสวยงามจากบรรดาแขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ใจบุญของเมืองไทยที่พร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมและชมการแข่งขันกันอย่างคับคั่ง อาทิ มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง, ปวีร์ สมประสงค์, จิราภา ลักษณวิศิษฎ์, ยุวภา บรรยงรักษ์กุล, นพ.ณัฐภัทร-ศุภณัฐ มีนชัยนันท์, แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, ดวงใจ โพธิ์อินทร์ และ จันทมน แย้มพันธุ์ เป็นต้น โดยภายในงานมีกิจกรรมและซุ้มการกุศลต่าง ๆ ได้แก่ การแสดงวงโยธวาทิตจากวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม การแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Show Jumping),การให้อาหารและขี่ม้าแคระ รวมถึงการเล่นเกมส์ชิงรางวัลที่นอกจากผู้ร่วมงานจะได้รับความสนุกสนานแล้วยังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย

ธาวิน พี เซียวตง

แพมมี่ สิมะประเสริฐ- บัณพร เอี่ยมอมรพันธุ์-วี มาร์ – ระย้า อิสริยยศวดี

 น.พ.ณัฐภัทร – โสพิศ – ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

ก่อนการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้นนั้น บรรดาผู้ชมและเหล่าเซเลบริตี้ทั้งหลายจะได้ร่วมสนุกกับประเพณีปฏิบัติของกีฬาขี่ม้าโปโลที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีเพื่อเตรียมความพร้อมของสนามสำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะเริ่มขึ้น ที่เรียกว่า สตอมปิ้ง ดิวอทส์ (Stomping Divots) ด้วยการไปร่วมย่ำพื้นสนามเพื่อกลบดินและหญ้าช่วยให้พื้นสนามเรียบและแน่นขึ้นและยังถือเป็นโอกาสให้บรรดาแขกที่มาร่วมงานได้อวดโฉมและพบปะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ย่ำหญ้าหลังการแข่งขันสนุกสนาน

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา -ดวงใจ โพธิ์อินทร์

และไฮไลท์พิเศษสุดสำหรับสุภาพสตรี คือการมอบรางวัลให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน โดยรางวัลประเภท Best Hat หมวกสวยงามอลังการได้แก่ แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา และรางวัล Best Dress ผู้ที่แต่งตัวสวยงามได้แก่ ดวงใจ โพธิ์อินทร์ ปิดท้ายงานด้วยการแสดงพลุไฟสวยงามบนท้องฟ้าที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในยามค่ำคืนและอิ่มอร่อยไปกับบาร์บีคิวดินเนอร์มื้อค่ำสุดพิเศษพร้อมวงดนตรีขับกล่อมในบรรยากาศเย็นย่ำที่น่าประทับใจ สมกับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขของเหล่านักกีฬาและผู้มีเกียรติที่มาร่วมสร้างกุศลกันอย่างอบอุ่น

รุ่นใหม่ให้ใจ”กาแฟสกัดเย็น” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412345?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

รุ่นใหม่ให้ใจ”กาแฟสกัดเย็น”

23 มกราคม 2563 – 16:10 น.
โคลด์ บริว,เนสกาแฟ,วิคเตอร์ เซียห์,โจโจ้ เดลา ครูซ,ศรีประภา จิงประเสริฐสุข,เดอะทอยส์,ธันวา บุญสูงเนิน
เปิดอ่าน 142 ครั้ง

เทรนด์กาแฟออนเดอะโกสุดจัดสกัดเย็นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

กำลังเป็นกระแสมาแรงของคอกาแฟนาทีนี้ เมื่อ เนสกาแฟ โดย วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า พร้อม โจโจ้ เดลา ครูซ ผอ.บริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด และ ศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกันเปิดตัว “โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ” กาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มครั้งแรกในประเทศไทย สร้างเทรนด์กาแฟออนเดอะโกสุดจัดสกัดเย็นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เนสกาแฟ โคลด์ บริว สร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการผลิตรูปแบบใหม่ในระดับอุตสาหกรรมของเนสกาแฟ โดยนำกาแฟมาผ่านกระบวนการสกัดเย็นอย่างช้าๆ เพื่อมอบประสบการณ์กาแฟพรีเมียมออนเดอะโกใหม่ ที่หอม นุ่มลื่น ดื่มง่าย พร้อมเปิดตัว “เดอะทอยส์” ธันวา บุญสูงเนิน ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ เนสกาแฟ โคลด์ บริว ท่ามกลางคอกาแฟรุ่นใหม่ อย่าง ภัทร ฉัตรบริรักษ์, “เชาว์” ชวลิต ชิตตนันท์, “จูเนียร์” กรวิชญ์ สูงกิจบูลย์, “หลิน” มชณต สุวรรณมาศ, “พราว” อรณิชา กรินชัย, “ฟาง” ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์ ฯลฯ ที่สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันก่อน

วิคเตอร์ เซียห์-โจโจ้ เดลา ครูซ

ภายในงาน วิคเตอร์ เซียห์ เปิดเผยว่า การดื่มกาแฟนอกบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคอกาแฟรุ่นใหม่ เนื่องจากสะดวกรวดเร็ว หาซื้อได้ง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่มีเวลาจำกัด หรืออยู่ในระหว่างการเดินทาง เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัว เนสกาแฟ โคลด์ บริว หรือกาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มครั้งแรกในประเทศไทย และหวังว่าเนสกาแฟ โคลด์ บริว จะเป็นตัวเลือกที่ถูกใจและตรงกับไลฟ์สไตล์ออนเดอะโกของคนรุ่นใหม่

มชณต สุวรรณมาศ-อรณิชา กรินชัย-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์

ศรีประภา จิงประเสริฐสุข

          ขณะที่ ศรีประภา จิงประเสริฐสุข กล่าวว่า โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ นำเสนอประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟในหลายสัมผัส ด้วยเทคโนโลยี Immersive ดำดิ่งในโลกดิจิทัลคล้ายกับอยู่ในโลกแห่งกาแฟโดยได้ร่วมมือกับบริษัทครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่มาแรงอย่าง Splendor Solis และ Eye Dropper Fill ในการสร้างสรรค์ ซึ่งช่วงแรกได้เริ่มเปิดคาเฟ่ปริศนาในช่วงวันที่ 17-19 มกราคม และสร้างปรากฏการณ์เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหมู่คอกาแฟบนโลกโซเชียล โดยมียอดผู้สนใจมาใช้บริการกว่า 700 คนหลังเปิดตัวไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ จะยังคงเปิดให้ผู้บริโภคเข้าสัมผัสประสบการณ์โลกกาแฟ ตั้งแต่วันนี้-2 กุมภาพันธ์

“เดอะทอยส์” ธันวา

          ทั้งนี้ “เดอะทอยส์” ธันวา บุญสูงเนิน กล่าวว่า ผมเป็นคน “สุดจัด” เวลาเล่นกีตาร์ แต่งเพลง หรือร้องเพลง ก็จะทำให้สุดให้เต็มที่ “สุดจัด” กับทุกสิ่งที่ทำ ผมชอบกาแฟที่ไม่ธรรมดาแบบกาแฟสกัดเย็นเพราะมีดีเทลการผลิตสกัดกาแฟอย่างช้าๆ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเนสกาแฟ โคลด์ บริว ทำให้ผมดื่มกาแฟสกัดเย็นได้ทุกที่ ประทับใจรสชาติและกลิ่นหอม นุ่มลื่น ดื่มง่าย

“เชาว์” ชวลิต-“จูเนียร์” กรวิชญ์

ภัทร ฉัตรบริรักษ์​​​​​​​

          ด้วยคาแรกเตอร์ของเดอะทอยส์ซึ่งเป็นศิลปินที่มีดีเอ็นเอความ “สุดจัด” สร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด ด้วยการใส่ใจทุกรายละเอียด และทำให้เป็นเรื่องง่าย เช่นเดียวกับเนสกาแฟ โคลด์ บริว เนสกาแฟจึงได้เชิญเดอะทอยส์มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเนสกาแฟ โคลด์ บริว เดอะทอยส์ยังได้แต่งเพลง “สกัดเย็น” ซึ่งจะเปิดตัวในวันนี้ และยังแสดงนำในเอ็มวีชุดใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ความสุดจัดในด้านดนตรีของเดอะทอยส์ ก็เหมือนกับความสุดจัดของกระบวนการผลิตกาแฟสกัดเย็นนั่นเอง

“เกรซ”กาญจน์เกล้า ชวนชาวเจนวายร่วมบูชาดาวฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/412311?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“เกรซ”กาญจน์เกล้า ชวนชาวเจนวายร่วมบูชาดาวฯ

23 มกราคม 2563 – 14:01 น.
งานบูชาดาวนพเคราะห์,ปาณี นาคะนาท,วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์,องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน,เกรซ กาญจน์เกล้า,พระพุทธเจ้า
เปิดอ่าน 104 ครั้ง

ท่องเที่ยวเพิ่มเติมพลังบวกให้แก่ตัวเอง จะได้กลับไปสร้างสรรค์งานได้อย่างมีคุณภาพ

ตามความเชื่อของอนัมนิกาย พระพุทธเจ้าได้จุติเป็นเทพยดาประจำดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ จึงเป็นที่มาของพิธีบูชาดาวนพเคราะห์ของวัดเขตร์นาบุญญาราม อนัมนิกาย จังหวัดจันทบุรี ที่ถือปฏิบัติกันมากว่า 186 ปี

   

องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน

วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์-ดร.คฑา ชินบัญชร

     ซึ่งในปีนี้ ปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), องปลัดประวิทย์ เถี่ยนโงน ผู้แทนเจ้าอาวาสวัดเขตร์นาบุญญาราม, “เกรซ” กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นักแสดงตัวแทนชาวเจนวาย และ ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์โครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก ททท. แถลงข่าว “งานบูชาดาวนพเคราะห์ ปีหนูทองมั่งมี บารมีพร้อมพรั่ง มั่งคั่ง รุ่งเรือง” ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ฟอร์จูน เมื่อวันก่อน

องค์พระมารดาเเห่งดวงดาว

     วีรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงงานบูชาดาวนพเคราะห์ว่าเป็นงานที่มีเอกลักษณ์แบบอนัมนิกาย อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ตามนโยบายรัฐบาลและแผนการตลาดของ ททท. ปีนี้เรามุ่งเป้าไปที่ชาวเจนวาย และประชาชนทั่วไปให้เดินทางท่องเที่ยวรับพลังบวกเพิ่มเติมพลังใจให้แก่ชีวิต เพราะชาวเจนวาย เป็นวัยของการทำงานอย่างเคร่งเครียด ถ้าได้ท่องเที่ยวเพิ่มเติมพลังบวกให้แก่ตัวเองก็จะสามารถกลับไปสร้างสรรค์งานได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งงานบูชาดาวนพเคราะห์ของวัดเขตร์นาบุญญารามนั้น นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้บูชาดาวนพเคราะห์เสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตแล้ว ยังได้เข้าพิธีแก้ปีชงหรือพะเก่ง ซึ่งทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ด้วย นอกจากนี้จังหวัดจันทบุรียังมีชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว ที่มีอาหารและขนมหลายชนิดในชุมชนมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาที่จังหวัดจันทบุรีกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้

   

“เกรซ” กาญจน์เกล้า  จุดเทียนบูชาดาว 

     ด้านนักแสดงชื่ตัวแทนชาวเจนวาย “เกรซ” กาญจน์เกล้า กล่าวถึงการทำบุญและงานบูชาดาวว่า ส่วนตัวเกรซ และครอบครัว หรือว่าเพื่อนๆ ที่สนิท ชอบทำบุญในโอกาสสำคัญอยู่แล้ว พอได้ไปทำบุญอย่างแรกที่ได้เลยคือความสบายใจ และบุญที่ได้ทันตาคือความสุขที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว สำหรับงานบูชาดาวจัดขึ้นมายาวนานถึง 186 ปี นอกจากเป็นงานทางความเชื่อและความศรัทธาแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธฝ่ายมหายานด้วย ก็อยากเชิญชวนให้ไปร่วมทำบุญกันในงานบูชาดาวนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 กุมภาพันธ์ นอกจากไปทำบุญแล้วก็ถือโอกาสไปเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวมากๆ มีครบทั้งน้ำตก ทะเล ภูเขา อัญมณี และผลไม้

     ดร.คฑา ชินบัญชร  กล่าวถึงอานิสงส์ของการเข้าร่วมพิธีบูชาดาวว่า การเข้าร่วมพิธีบูชาดาว ถือเป็นการไปสัมผัสพลังแห่งธรรมะและดวงดาว เป็นการอธิษฐานจิตสั่งสมบารมีจากการขอพรจากดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ เพราะการบูชาดาวมีความเชื่อกันว่าจะก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นำมาซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ อายุยืนนาน สุขภาพแข็งแรง ได้ผลานิสงส์มากประมาณมิได้ และส่งต่อให้บิดามารดา ญาติมิตรทั้งหลายที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่ล่วงลับไปแล้วได้รับผลบุญกุศลโดยทั่วกัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มเติมพลังบวกให้แก่ตัวเอง นอกจากนี้งานบูชาดาวนพเคราะห์ยังถือเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์สองแผ่นดิน ได้แก่ ไทย-เวียดนาม เพราะวัดเขตร์นาบุญญาราม เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดจันทบุรี มาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธฝ่ายมหายาน เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มาโดยตลอดชั่วอายุ

“ฟ้าใส” ร่วมจิบกาแฟร้านดังจากแคนาดา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411653?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

“ฟ้าใส” ร่วมจิบกาแฟร้านดังจากแคนาดา

21 มกราคม 2563 – 06:00 น.
สุพัชร วัธนเวคิน,ซันจีฟ เชาเดอรีย์,ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น,คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล,สนั่น อังอุบลกุล,กาแฟ,ทิม ฮอร์ตันส์,สามย่านมิตรทาวน์
เปิดอ่าน 218 ครั้ง

สัมผัส “ทิม ฮอร์ตันส์” แบรนด์กาแฟระดับพรีเมียมจากแคนาดาที่ชนะใจคนทั่วโลก

กาแฟยังคงเป็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ แล้วก็เป็นที่มาให้คอกาแฟอย่าง สุพัชร วัธนเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วีอีท จำกัด หอบเอาความละมุนของรสชาติกาแฟร้านดัง “ทิม ฮอร์ตันส์” แบรนด์ระดับพรีเมียมจากประเทศแคนาดา ที่ชนะใจลูกค้าทั่วโลกมาแล้วอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟรสชาติหลากหลายและขนมที่อบสดใหม่ มาปักหลักเปิดให้บริการชาวไทยอย่างเป็นทางการ ที่ห้างใจกลางเมือง ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชั้นจี เมื่อวันก่อน

   

สุพัชร วัธนเวคิน เชิญสัมผัสรสชาติพรีเมียม

   งานนี้ได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังหลากหลายวงการ อาทิ ซันจีฟ เชาเดอรีย์ ทูตพาณิชย์ เอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล, สนั่น อังอุบลกุล, ธีรนันท์ กรศรีเทพา พร้อมด้วยสาวงามลูกครึ่งไทย-แคนาดา มีตำแหน่งการันตี “ฟ้าใส” ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 และนักร้องเสียงนุ่มขวัญใจสาวๆ อย่าง “นนท์” ธนนท์ จำเริญ มาร่วมตัดริบบิ้นเปิดร้านใหม่และลองลิ้มชิมรสกาแฟดัง ท่ามกลางบรรยากาศสุดครึกครื้น

ซันจีฟ เชาเดอรีย์

ธีรนันท์ กรศรีเทพา มอบดอกไม้แสดงความยินดี

    สุพัชร วัธนเวคิน แห่งวีอีท เปิดเผยว่า ทิม ฮอร์ตันส์ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1964 ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 4,850 สาขาทั่วโลก เมื่อครั้งที่ ทิม ฮอร์ตันส์ ก่อตั้งร้านขายกาแฟและโดนัทแห่งแรก ด้วยแรงบันดาลใจที่อยากจะสร้างสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนเป็นบ้าน จนถึงทุกวันนี้มีดารา เซเลบริตี้ และบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกมากมายต้องแวะมาที่ร้านทุกครั้งเมื่อกลับบ้านที่แคนาดา

    ทิม ฮอร์ตันส์ นำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบคลาสสิกมากมายควบคู่ไปกับเมนูใหม่ที่เหมาะกับตลาดไทย ในทุกช่วงเวลาของวัน ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับตัวเลือกขนมอบสดใหม่ เช่น โดนัท, มัฟฟิน, ครัวซองต์, คุกกี้ หรือแม้แต่เมนูยอดนิยมอย่างทิมบิทส์ และแน่นอนกาแฟระดับพรีเมียมอาราบิก้าแท้ 100 เปอร์เซ็นต์

   

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคินฯ ลิ้มรสกาแฟ

    “หลังจากบรรลุข้อตกลงกับบริษัทแม่ เรสทัวรองท์ แบรนด์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (RBI) เจ้าของแบรนด์ ทิม ฮอร์ตันส์ และแบรนด์ระดับโลกอย่างทิม ฮอร์ตัน, เบอร์เกอร์ คิง และป็อปอายส์ บริษัท วีอีท จำกัด เป็นผู้ได้สิทธิ์ในการนำแบรนด์ทิม ฮอร์ตันส์ เข้ามาขยายตลาดในเมืองไทยแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ วีอีท จำกัด บริษัทภายใต้การแผนการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจด้านอาหารของตระกูลวัธนเวคิน ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในการเป็นผู้นำในหลากหลายธุรกิจ อย่าง ธนาคารเกียรตินาคิน, เครือดิ เอราวัณ กรุ๊ป, บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) เราจึงมั่นใจมากกับการเจริญเติบโตของตลาดธุรกิจกาแฟในประเทศไทย” บอสหนุ่มย้ำความมั่นใจ

 “นนท์” ธนนท์-สุพัชร วัธนเวคิน – “ฟ้าใส” ปวีณสุดา

     ด้านสาวฮอต “ฟ้าใส” ปวีณสุดา บอกว่า ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในงานฉลองการเปิดตัวของร้านทิม ฮอร์ตันส์ ครั้งแรกในประเทศไทย การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทีมงาน กาแฟคุณภาพพรีเมียม แซนด์วิชหลากหลายเมนูและโดนัทชื่อดัง ในบรรยากาศร้านที่สบาย ทำให้ฟ้าใสรู้สึกเหมือนตอนได้กลับไปเยือนร้านทิม ฮอร์ตันส์ ที่แคนาดา

ปรับฮวงจุ้ย เสริมดวง แก้เคล็ดปีชง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411643?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ปรับฮวงจุ้ย เสริมดวง แก้เคล็ดปีชง

21 มกราคม 2563 – 00:05 น.
แฮปปี้ ไชนีส นิว เยียร์,โรบินสัน,อนุชิต สรรพอาษา,ฮวงจุ้ย,เสริมดวง
เปิดอ่าน 207 ครั้ง

แนะนำสิ่งมงคลช่วยเสริมดวง ปรับฮวงจุ้ย ให้ชีวิตเฮงๆ เจริญรุ่งเรืองตลอดปี

ตามหลักความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน การเริ่มต้นศักราชใหม่หรือวันตรุษจีน จำเป็นต้องมีสิ่งมงคล ที่ช่วยเสริมดวง ปรับฮวงจุ้ย ให้ชีวิตเฮงๆ เจริญรุ่งเรืองตลอดปี เหตุนี้ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน นำโดย อนุชิต สรรพอาษา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล รีเทล จัดงาน “แฮปปี้ ไชนีส นิว เยียร์” ตั้งแต่วันนี้-2 กุมภาพันธ์ นี้ ที่โรบินสัน 50 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นเดสติเนชั่นตอบทุกโจทย์ความต้องการของเหล่านักช้อป ต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่จีนนี้ พร้อมชวนตัวแทนคนรุ่นใหม่เชื้อสายจีนมาร่วมแชร์ความเชื่อส่วนบุคคล

อนุชิต สรรพอาษา

กษิดิศ เกษมสันต์ ดุลยจินดา

          เริ่มจาก “อินน์” กษิดิศ เกษมสันต์ ดุลยจินดา บอกว่า ปีนี้ชง 100 เปอร์เซ็นต์เพราะเกิดปีมะเมีย จะเสริมดวงแก้ปีชง ด้วยการไปไหว้พระหรือเทพเจ้า บริจาคเลือด เติมน้ำมันตะเกียง เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังศึกษาว่า การปรับฮวงจุ้ยบ้านหรือห้องนอนใหม่ เช่น การเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ หรือการหาของตกแต่งบ้าน รวมทั้งเครื่องประดับ ที่เน้นสีทอง สีเงิน จะเป็นการช่วยเสริมดวงได้ทางหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสติและไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

 

ณชา จึงกานต์กุล 

          ด้านเซเลบริตี้สาวหมวย “โบว์” ณชา จึงกานต์กุล กล่าวว่า ปีนี้ชงร่วมเพราะเกิดปีเถาะ ซึ่งส่วนตัวแล้วเชื่อในการปรับฮวงจุ้ยของบ้านตามหลักตำราจีน แล้วจะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ซึ่งหลายซินแซชื่อดังบอกว่า ปีนี้ถ้าหาของแต่งบ้านที่มีสีทอง สีเงิน หรือสีที่มีความมันวาว จะทำให้เฮง และไม่ควรปล่อยตัวโทรม ควรดูแลตัวเองให้สดใสทั้งภายในและภายนอก เพื่อเป็นการเสริมโหงวเฮงให้กับตัวเอง และที่สำคัญคือ ต้องคิดดี ทำดี พูดดี

โสฬัส อมาตยกุล

          ส่วนเซเลบริตี้สาวเวิร์กกิ้งวูแมน “เหลี่ยน” โสฬัส อมาตยกุล เผยว่า ครอบครัวตัวเองมีเชื้อสายจีน ค่อนข้างเชื่อเรื่องการเสริมดวง เสริมสิริมงคล เพื่อรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่จีน ยิ่งปีนี้ชงร่วมเพราะเกิดปีระกา เลยศึกษาหลายตำรา ซึ่งมีเคล็ดลับที่น่าสนใจ เช่น การเลือกเครื่องประดับทองมาแก้เคล็ด เพราะจะช่วยในทุกๆ เรื่องที่ร้ายกลับกลายเป็นดี หรือการเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ เน้นสีทอง สีเงิน เพื่อเสริมดวงในเรื่องธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยาก ทำแล้วรู้สึกสบายใจ และมั่นใจขึ้น

นนท์ อัมระนันทน์

          ปิดท้ายที่ เซเลบริตี้หนุ่มโปรกอล์ฟ นนท์ อัมระนันทน์ เล่าว่า ปกติจะมีความเชื่อเรื่องการแต่งตัวในสีที่ถูกโฉลกกับตัวเรา โดยเฉพาะเวลาไปทำงาน หรือติดต่อธุรกิจ อย่างตัวเองเกิดปีมะโรง ปีนี้เขาแนะนำให้ใส่โทนสีแดง ชมพู ส้ม และขาว และมีกูรูหลายท่านแนะนำว่าควรจะหาแอคเซสเซอรี่ที่เป็นสีทอง สีเงิน มาช่วยเสริมดวง ซึ่งก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลที่ทำให้มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้น

กมลนันท์ เจียรวนนท์ พร้อมปันโอกาส สร้างสังคมไม่ทิ้งกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411644?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

กมลนันท์ เจียรวนนท์ พร้อมปันโอกาส สร้างสังคมไม่ทิ้งกัน

20 มกราคม 2563 – 16:00 น.
ฟ่ง กมลนันท์ เจียรวนนท์,ศุภชัย เจียรวนนท์,เครือเจริญโภคภัณฑ์,วัน ยังก์ เวิลด์ 2014,ศมูฮัมหมัด ยูนูส,เด็กไร้สัญชาติ,ความฝัน,สวรินทร์ ภุมรินทร์,มูลนิธิเด็กและสตรี,คมคิดคนดัง
เปิดอ่าน 64 ครั้ง

“ฟ่งและเพื่อนๆ มีความฝันว่าอยากช่วยเหลือ ให้โอกาสคนไร้สัญชาติให้ได้สัญชาติ และอยากให้เด็กกำพร้าได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง”

     เป็นเป้าหมายของการทำงานเพื่อสังคมเมื่อ 9 ปีที่แล้วของ “ฟ่ง” กมลนันท์ เจียรวนนท์ ลูกคนรองของ ศุภชัย เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่แม้ว่าความฝันในวันนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่เธอและเพื่อนๆ ในวัย 14 ปีจะทำได้ แต่การได้ลงมือทำอะไรหลายอย่างเท่าที่พอจะช่วยได้ในขณะนั้น ก็ทำให้ได้ค้นพบ “Passion” และ “เป้าหมาย” ชีวิตของตัวเอง

     “ในปี 2557 ที่ได้ไปร่วมเวที วัน ยังก์ เวิลด์ 2014 ที่ไอร์แลนด์เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจมาก ได้ไปเรียนรู้อะไรมากมาย ระหว่างการพูดคุยกันในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ฟ่งก็ได้รับข่าวว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ฟ่งพยายามช่วยเหลือมาหลายปีซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติถูกจำคุก เพียงเพราะว่าเขาพยายามกลับไปหาแม่ที่พม่า ตอนนั้นเหมือนโลกสลาย ก็รู้สึกว่าเราอาจจะต้องพูดอะไรสักอย่าง หลังจากบนเวทีพูดเสร็จเขาจะให้โอกาสตั้งคำถาม เราก็ขึ้นไปถามเสียงสั่นๆ ถามหัวหน้าแต่ละองค์กรระดับโลกว่าเคสแบบนี้ เราจะทำอะไรเพื่อคนไร้สัญชาติได้บ้างไหม ซึ่งก็ไม่มีใครตอบได้เลย” สาวผู้มีความฝันในการช่วยเหลือผู้อื่นเล่าแรงบันดาลใจ

     

      ณ จุดนั้นเองที่ทำให้เธอรู้ว่าต้องผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเห็นว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ไร้สัญชาตินั้นแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไร ขาดโอกาสและสิทธิ์อะไร และเป็นที่มาของการใช้เวที “วัน ยังก์ เวิลด์ ซัมมิต 2015” ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทยเมื่อราว 4 ปีก่อนพูดถึงงานของเธอที่มูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี VOICES และพูดเพื่อให้ปัญหาของคนไร้สัญชาติได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องในสังคมไทยและสังคมโลกได้หันมาสนใจดูแลปัญหาของคนกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น

    “ตอนนั้นกลัวมากเพราะการทำงานเรื่องแบบนี้มันอาจไม่ถูdกฎหมายเต็มร้อย อีกอย่างเราก็พยายามที่จะทำแบบเงียบๆ กลัวว่าจะมีคนมาโจมตีครอบครัวเรา แต่ก็กลับมาคิดต่อว่า ตั้งแต่แรกเราทำเรื่องนี้ทำไม แล้วเราไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ถ้าเราไม่พูดก็ไม่มีใครพูดเรื่องของคนไร้สัญชาติ ฟ่งเชื่อว่าเด็กที่เขาเกิดขึ้นมาเขาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เขาแค่เกิดมาแบบผิดกฎหมาย ไม่ควรผลักไสเขาออกไป เราต้องช่วยให้เด็กได้มีสัญชาติหรืออะไรสักอย่าง อย่างน้อยให้เขามีโอกาสได้รับบริการสาธารณสุขหรือการศึกษา เพียงแค่นั้นก็อาจจะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศเราก็ได้” ฟ่ง อธิบายแนวคิด

     ล่าสุดในการประชุม “วัน ยังก์ เวิลด์ ซัมมิต 2018” ที่เนเธอร์แลนด์ ก็ได้เกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้นำเยาวชนในการดำเนินงาน “โครงการต่อต้านความรุนแรงทางเพศ” ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งกมลนันท์ก็ได้ทำหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ในการเป็นกระบอกเสียงให้แก่เด็กไร้สัญชาติในเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมมือกับผู้นำเยาวชนจากประเทศต่างๆ ในการเข้าไปจัดการกับปัญหาความรุนแรงเกี่ยวกับเพศทั้งในระดับพื้นที่และในระดับโลก

     “ก่อนนั้นฟ่งเคยแอบคิดว่าทำไมเราต้องทำธุรกิจเยอะจัง ทำไมต้องทำธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นด้วย แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ ศ.มูฮัมหมัด ยูนูส พูด ทำให้ฟ่งเปลี่ยนความคิดเรื่องครอบครัวของตัวเอง ท่านพูดว่า ในยุคของคนรุ่นใหม่เราควรเปลี่ยนความคิดจากการที่เราต้องหางานให้ตัวเอง เปลี่ยนเป็นการที่เราควรช่วยสร้างงานให้คนอื่นๆ คำพูดนี้ทำให้เรามองว่าที่ครอบครัวของเราทำธุรกิจให้มันใหญ่ขึ้นก็แปลได้ว่าเราจ้างคนให้ได้ทำงานมากขึ้น มันก็เป็นผลสะท้อนอีกแบบหนึ่ง ก็เลยทำให้หันมามองว่าการทำธุรกิจก็สามารถช่วยขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงได้ และอาจจะทำได้ยั่งยืนกว่าในสิ่งที่เราทำอยู่ด้วยซ้ำ” ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ในเวทีระดับโลกนี้เองทำให้ “สาวฟ่ง” เติบโตขึ้นทางความคิดและปรับเปลี่ยนเป้าหมายการทำงานไปสู่ความเท่าเทียมกันในสังคมมากขึ้น

 

    เจ้าตัวบอกว่า หลังจากโครงการวอยซ์สหรืองานอื่นๆ ก็อยากเห็นว่าคนไร้สัญชาติหรือเด็กกำพร้าที่ช่วยเหลือเหล่านั้นมีงานทำ เพราะเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้อยากหรือรอให้คนมาบริจาคช่วยเหลือไปตลอดชีวิต ทุกคนอยากมีงานทำ มีรายได้ของตัวเอง แล้วก็รู้ว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้

   ตลอดระยะเวลาในการทำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาสของสาวคนนี้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย จนเหมือนกับว่า “ความฝัน” ของเธอและเพื่อนๆ ซึ่งเป็นฝันเดียวกันกับบรรดา “เด็กไร้สัญชาติ” ตามแนวตะเข็บชายแดนนั้นดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม แต่เจ้าตัวกลับไม่ท้อและพร้อมเดินหน้าต่อไปพร้อมกับว่าคำ “ไม่สำเร็จ”

     “ฟ่งคิดว่างานแบบนี้มันอาจจะไม่มีวันสำเร็จได้จริงๆ เพราะเมื่อเราช่วยคนได้ ก็อาจจะมีคนอีกสิบร้อยพันหมื่นคนที่รอให้เราช่วย แล้วโลกของเราก็มีเด็กเกิดขึ้นใหม่ทุกนาที มีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกแย่มากที่ทำไม่สำเร็จก็เริ่มท้อ สังคมก็ไม่เชื่อมั่น ในสังคมด้านกฎหมายก็ไม่สนับสนุนก็รู้สึกว่าเราอาจจะทำต่อไม่ได้ ตอนกลับมาเมืองไทยฟ่งก็ไปเลี้ยงเด็กที่บ้านพักฉุกเฉิน มีเด็กคนหนึ่งอายุขวบกว่าๆ เตาะแตะมากอดขา เหมือนเขารู้ว่าเราเป็นอะไรสักอย่าง ก็เลยรู้สึกว่าเราต้องสู้ต่อไป ไม่อย่างนั้นอนาคตของเด็กๆ กลุ่มนี้จะหายไปทันที วันนั้นเรากลับมาคิดได้ว่าเรายอมแพ้ไม่ได้ เราอาจจะไม่สำเร็จวันนี้ เราอาจจะไม่สำเร็จพรุ่งนี้ หรือว่าอีก 10 ปี แต่ว่าทุกก้าวที่เราทำ มันก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นไปทีละนิดๆ” สาวไซส์เล็กแต่ “หัวใจ” ไม่เล็ก เผย

      ในที่สุด เธอก็ได้จับมือกับเพื่อนชื่อ สวรินทร์ ภุมรินทร์ ก่อตั้ง มูลนิธิเด็กและสตรี VOICES (Voices Foundation for Vulnerable Children)  นอกจากนี้ยังได้รับความเชื่อมั่นให้นั่งตำแหน่ง “ประธานมูลนิธิ ธนินท์ เทวี เจียรวนนท์” อีกด้วย

       “ฟ่งอยากเห็นสังคมของเรามีส่วนร่วมมากกว่านี้ อย่างตอนนี้เรารับรู้และเข้าใจเรื่องความเท่าเทียม เรื่องเพศทางเลือก แต่กฎหมายยังไม่ยอมรับ และอยากให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันขับเคลื่อนสังคมและกฎหมายต่างๆ ไปให้ทันกับการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้จะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน social sector สัก 3-4 ปี เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้หลายๆ อย่างทั้งเรื่องธุรกิจ ด้านสังคม หรือการทำงานกับภาครัฐ แล้วเมื่อเรากลับมาทำงานที่มูลนิธิ ธนินทร์ เทวี เจียรวนนท์ จะได้ทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ เพราะถ้าเราจะทำให้ยั่งยืนจริงๆ เราต้องทำงานกับทุกภาคส่วน ก็เลยอยากเรียนรู้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะกลับมาทำงานในระยะยาว เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้เกิดความยั่งยืนมากที่สุด” เรี่ยวแรงสำคัญในการผลักดันมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี กล่าว

       ทั้งนี้ หน่อเนื้อแห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายการทำงานและความฝันในอนาคตของตัวเองว่า อยากช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้มีพื้นที่ชีวิตและจุดยืนในสังคมในฐานะของความเป็น “มนุษย์” คนหนึ่งเช่นเดียวกันคนอื่นๆ บนโลกใบนี้…

ขี่ม้าโปโลเชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411133?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ขี่ม้าโปโลเชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ

19 มกราคม 2563 – 06:00 น.
ดรฮาราลด์ ลิงค์,ดิ อาร์เจนตินา เอ็มบาสซี โปโล คัพ,มารีอา อาลีเซีย กุซโซนี เด โซนเชน,สาธารณรัฐอาร์เจนตินา,กีฬาขี่ม้า,โปโล,ฟาสท์ ฟิซ เมนโดซ่า,นันทินี แทนเนอร์,แข่งขัน,อาร์เจนตินา โฟล์กเลอร์
เปิดอ่าน 45 ครั้ง

รอบชิงชนะเลิศกีฬาขี่ม้าโปโลเชื่อมสัมพันธไมตรี “ดิ อาร์เจนตินา เอ็มบาสซี โปโล คัพ”

ระยะทางแต่ละซีกโลกไม่ใช่ปัญหาเมื่อความสัมพันธ์เชื่อมถึงกันแบบไร้พรมแดน ล่าสุดสถานทูตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย โดย มารีอา อาลีเซีย กุซโซนี เด โซนเชน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย จับมือ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม กรุ๊ป และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ร่วมกันเปิดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศกีฬาขี่ม้าโปโลเชื่อมสัมพันธไมตรีในรายการ “XIV Copa Embajada Argentina 2019” หรือ “ดิ อาร์เจนตินา เอ็มบาสซี โปโล คัพ” ที่สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก “เบนท์ลีย์ แบงค็อก” โดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

     

นันทินี แทนเนอร์ – มารีอา อาลีเซีย กุซโซนี เดโซนเชน

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์

    ก่อนเปิดศึกดวลโปโลรอบสุดท้าย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริมกรุ๊ป และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรายการนี้จัดให้มีขึ้นเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังพัฒนาศักยภาพนักกีฬาขี่ม้าโปโลให้เก่งมากขึ้น ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้มีทั้งหมด 4 ทีมที่เข้ารอบเพื่อชิงแชมป์ได้แก่ ทีมฟาสท์ ฟิซ เมนโดซ่า, ทีมทีเอ็นแอล ซัลต้า, ทีมไทย โปโล บูโนส ไอเรส และทีม 22 บีอาร์ เปอริโต้ โมเรโน่

เอกตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา -อาห์เมด นูฮู บามัลลี 

วาลเดอมาร์ ดูบันยอฟสกี้  และครอบครัว

     นอกจากการเชือดเฉือนกันระหว่างยอดฝีมือโปโลจากทีมต่างๆ แล้ว การแข่งขันในครั้งนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังได้รับเกียรติให้ที่สุดแห่งอัครยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษ รุ่น Bentley Bentayga V8 นำขบวนพาเหรดทัพนักกีฬาขี่ม้าเข้าสู่สนามอย่างเป็นทางการ โดยบรรยากาศภายในสนามการแข่งขันได้รับเกียรติจากคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ วาลเดอมาร์ ดูบันยอฟสกี้  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย และครอบครัว เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และลูกชาย เอกตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบาประจำประเทศไทย อาห์เมด นูฮูบามัลลี เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย

     

ปาโบล นิโคลัส สปาห์ร และครอบครัว

เปียร์ก้า ตาปิโอลา และลูกชาย

    ซีเลสเต้ แอมปาโร มารีเนลลี บล็อค อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกัวเตมาลาประจำประเทศไทย และอัครราชทูตผู้ทรงสิทธิ์หลัก และแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายเข้าร่วมชมงานการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยทุกคนพร้อมใจกันแต่งกายมาในธีมสีบลูแอนด์ไวท์ หรือสีฟ้าขาว อันเป็นสีสัญลักษณ์ธงชาติอาร์เจนตินา ซึ่งในรอบชิงชนะแชมป์เป็นการพบกันระหว่างทีม ฟาสท์ ฟิซ เมนโดซ่า กับ ทีมทีเอ็นแอล ซัลต้า ผลการแข่งขันปรากฏว่า ฟาสท์ ฟิซ เมนโดซ่า คว้าแชมป์ไปครองด้วยคะแนน 6-5 คะแนน

ทีมฟาสท์ ฟิซ เมนโดซ่า  ฉลองถ้วยรางวัลชนะเลิศ

      ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศอย่างทีมฟาสท์ ฟิซ เมนโดซ่า และรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมทีเอ็นแอล ซัลต้า, รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม 22 บีอาร์ เปอริโต้ โมเรโน่ และรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีมไทย โปโล บูโนส ไอเรส และนักแข่งดีเด่นจากทีม 22 บีอาร์ เปอริโต้ โมเรโน่ คว้ารางวัลนักแข่งขันดีเด่นไปครอง หลังจบพิธีมอบรางวัลภายในงานก็ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีโชว์การเต้นแทงโก้ อาร์เจนตินา โฟล์กเลอร์ สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันก่อนจะดื่มด่ำกับดินเนอร์สุดอร่อยสไตล์อาร์เจนตินา

เติมเต็มความสุขกับมื้อค่ำสไตล์”เชฟส์ เทเบิล” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411157?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เติมเต็มความสุขกับมื้อค่ำสไตล์”เชฟส์ เทเบิล”

18 มกราคม 2563 – 06:00 น.
ชีวิน ปราชญานุพร,บัตรกรุงศรีอยุธยา,มื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ,บี พีระพัฒน์ เถรว่อง,เฟย์ อรชุมา ดุรงค์เดช,ร้านเชฟอาร์ต เอกมัย ซอย 10
เปิดอ่าน 146 ครั้ง

เปิดบ้านสุดยอดเชฟ รังสรรค์มื้ออาหารค่ำสุดพิเศษเพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ

เดินหน้ามอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่สมาชิกบัตรอย่างต่อเนื่อง บัตรเครดิตกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์ และ บัตรเครดิตกรุงศรี ซิกเนเจอร์ นำโดย ชีวิน ปราชญานุพร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด จัดกิจกรรม “อัพ โมเมนต์ วิท ซิกเนเจอร์ ไดนิ่ง เชฟส์ เทเบิล บาย เชฟ อาร์ต”

     

ชีวิน ปราชญานุพร

“เชฟอาร์ต” ศุภมงคล รังสรรค์มื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ

    เปิดบ้านสุดยอดเชฟ “เชฟอาร์ต” ศุภมงคล รังสรรค์มื้ออาหารค่ำสุดพิเศษเพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่ลูกค้าคนสำคัญในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ภายในงานยังได้รับเกียรติจากบรรดาเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบในมนต์เสน่ห์อันกลมกล่อมของอาหารสไตล์ยุโรปมาร่วมงาน อาทิ “เฟย์” อรชุมา-“ไข่มุก” ชุติมา ดุรงค์เดช, “ฬินา” ภชสร ลีนุตพงษ์ และ “บี” พีระพัฒน์ เถรว่อง ให้เกียรติร่วมงานณ ร้านเชฟอาร์ต เอกมัย ซอย 10 เมื่อวันก่อน

ภชสร ลีนุตพงษ์-พีระพัฒน์ เถรว่อง

      เริ่มด้วยนักร้องหนุ่มเสียงดี “บี” พีระพัฒน์ เถรว่อง เปิดเผยว่า “ความสุขของผมก็คือการได้ทำงานที่ผมรักได้ออกเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ที่เราอยากจะไป อย่างผมกับภรรยาเราชอบออกไปท่องเที่ยว ใช้ช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน และที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องหาร้านอาหารดีๆ ในพื้นที่นั้นๆ เพื่อไปลองชิมด้วย สำหรับผม ผมเป็นคนรับประทานอาหารได้หลากสไตล์ ทั้งฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น ยิ่งถ้าวัตถุดิบหลักคือเนื้อวัว ผมกินได้ไม่มีเบื่อเลยครับ”

อรชุมา-ชุติมา ดุรงค์เดช

     ด้านว่าที่คุณแม่ “เฟย์” อรชุมา ดุรงค์เดช เล่าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้มีความสุขในแบบของตัวเองว่า เราหาความสุขได้ในทุกๆ วัน จากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัว เช่นเรื่องของอาหารการกิน การที่เราได้ใช้ช่วงเวลาดีๆ กับคนที่เรารัก ไปหาอะไรอร่อยๆ รับประทาน ใช้เวลาร่วมกัน ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข อีกทั้งตัวเองเป็นคนหนึ่งที่มักจะชอบลองและมองหาสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะร้านอาหารหรือเมนูอาหารใหม่ๆ ยิ่งถ้าได้คนที่เรารักมารับประทานอาหารร่วมด้วย เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการเติมเต็มความสุขในชีวิตอีกด้านหนึ่งแล้ว

     ทางด้านน้องสาวคนสวย “ไข่มุก” ชุติมา ดุรงค์เดช กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า โดยส่วนตัวแล้วมุกเป็นคนชอบลองอะไรใหม่ๆ ชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง ชอบปฏิบัติธรรม ชอบกินอาหารด้วย ถ้าหากวันไหนมีเวลาว่างจากการทำงาน มุกจะพาครอบครัวออกมาหาร้านอาหารใหม่ๆ เปลี่ยนบรรยากาศ ให้ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารที่แปลกใหม่และใช้เวลากับครอบครัวที่เรารัก เพียงเท่านี้ก็เป็นความสุขที่สุดแล้ว

      ปิดท้ายที่เซเลบสาวผู้มีความสุขกับการใช้ชีวิต “ฬินา” ภชสร ลีนุตพงษ์ กล่าวเสริมว่า ความสุขของเธอก็คือการได้ผ่อนคลาย ได้ออกไปท่องเที่ยวกับครอบครัว ออกไปลิ้มลองอาหารที่เราชอบตามร้านต่างๆ สไตล์อาหารที่ชอบก็จะเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ แล้วแต่โอกาสว่าเราได้ออกไปไหน อยากรับประทานอะไร อย่างวันนี้ได้มีโอกาสมากินอาหารฝีมือเชฟอาร์ต ดีใจที่สุด เพราะแอบได้ยินมาว่าร้านของเชฟคิวเยอะมาก เมนูที่เชฟทำมาเสิร์ฟวันนี้ชอบทุกเมนู แต่ที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นเมนูเนื้อปลาซีบีม ที่เสิร์ฟคู่กับผักโขมอ่อนผัดเนยและมะเขือเทศเชอร์รี่ลูกเล็กตุ๋นน้ำมันสมุนไพร อร่อยเข้ากันที่สุด

อลังการตรุษจีนปีหนู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/410884?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

อลังการตรุษจีนปีหนู

16 มกราคม 2563 – 14:50 น.
ปีหนู,สาวน้อยระบำลูกข่าง,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,ยุคโบราณ,ยุคหน้าตั้งขนแกะ,ยุคปากเป็ดขนแกะ,โหราศาสตร์,สยามพารากอน ไชนีส นิวเยียร์ 2020 ดิ อินฟินิท พรอสเพอริตี้
เปิดอ่าน 136 ครั้ง

“สยามพารากอน”จัดงาน “สยามพารากอน ไชนีส นิวเยียร์ 2020 ดิ อินฟินิท พรอสเพอริตี้”เพื่อเบิกฤกษ์มหามงคลเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีหนูทองแห่งความรุ่งโรจน์

เบิกฤกษ์มหามงคลเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีหนูทองแห่งความรุ่งโรจน์ สยามพารากอน ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย สร้างปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์ จัดงาน “สยามพารากอน ไชนีส นิวเยียร์ 2020 ดิ อินฟินิท พรอสเพอริตี้” ตื่นตากับการแสดงสุดอลังการ อิมพอร์ตโชว์ชุดพิเศษโดยคณะกายกรรมต้าเหลียนและกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์

          การเชิดสิงโตมหามงคลจำนวนมากที่สุดถึง 99 ตัว พร้อมพญามังกรหน้าทองคำ และกิจกรรมความบันเทิงอื่นๆ มากมาย

          มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า งานตรุษจีนปีนี้มุ่งเน้นที่จะมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่จะสร้างสีสันบรรยากาศการช็อปปิ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมสรรหาสินค้าที่แปลกใหม่หมุนเวียนมาจากทุกมุมโลก ผสานการใช้นวัตกรรมการสื่อสารในรูปแบบล้ำสมัยเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ทั้งยังมีการตกแต่งประดับประดาทั่วทั้งพื้นที่ และกระตุ้นให้เข้ามาจับจ่ายในช่วงเทศกาล จับจ่ายใช้สอยช่วงต้นปีได้อย่างคึกคัก

หน้าสิงโตยุคโบราณ

          สำหรับไฮไลท์ของงานตื่นตาตื่นใจกับอิมพอร์ตโชว์สุดพิเศษกับการแสดงชุด “สาวน้อยระบำลูกข่าง” โดยคณะกายกรรมต้าเหลียน คณะกายกรรมเก่าแก่ที่ก่อตั้งในปี 1952 จากการฝึกอย่างเข้มงวดตามธรรมเนียมดั้งเดิมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ จนได้รับการยกย่องจากหลายหน่วยงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะนำโชว์ชุดพิเศษนี้มาแสดงในไทย และยังมีการแสดงกายกรรมแบบแฮนด์ ทู แฮนด์ จากคณะกายกรรมกวางโจวรวมถึงการเชิดสิงโตมหามงคลที่มากที่สุดถึง 99 ตัว โดยสร้างสรรค์หน้าสิงโตเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคโบราณ ยุคหน้าตั้งขนแกะ และยุคปากเป็ดขนแกะ พร้อมด้วยพญามังกรหน้าทองคำแท้คณะเดียวในประเทศไทย สง่างามตระการตากับความยาว 99 เมตร ที่จะมาร่วมโชว์ลีลาการเชิดกันอย่างพร้อมเพรียง จากคณะสิงโตมังกรทอง ลูกชัยมงคลตามวัฒนธรรมความเชื่อที่ว่าหากสัตว์มงคลเทพเจ้าของจีนทั้งสิงโตและมังกรได้เข้าร่วมการเฉลิมฉลองในงานเทศกาลที่ใดจะบังเกิดอิทธิฤทธิ์ความเป็นสิริมงคล ปกป้องและปัดเป่าเภทภัยต่อสถานที่แห่งนั้น อีกทั้งบันดาลลาภ ยศ สรรเสริญ ความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ พูนสุขมาสู่ผู้ชม และทุกคนในครอบครัว

สาวน้อยระบำลูกข่าง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและความบันเทิงมากมายจากแขกรับเชิญคนพิเศษ โดยเฉพาะวันเปิดงานพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมนี้ พบกับสองพระนางคู่จิ้นซึ่งถูกกล่าวขวัญมากที่สุดในเวลานี้ “บอย” ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และ “ชิปปี้” ศิรินทร์ ปรีดายานนท์  ที่มาปรากฏตัวพร้อมโชว์สุดเซอร์ไพรส์กับสิงโตและมังกรทองมหามงคล ส่วนวันศุกร์ที่ 24 มกราคม พบกับพระเอกหนุ่มขวัญใจสาวๆ มาริโอ้ เมาเร่อ และวันเสาร์ที่ 25 มกราคม มาจิ้นกันต่อกับสองหนุ่มหน้าใส “ออฟ” จุมพล อดุลกิตติพร และ “กัน” อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ จากนั้นส่งท้ายความฟินวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม กับพระเอกหนุ่มตี๋อินเตอร์ เจมส์ มาร์

โหราศาสตร์ “ฮั่น มาจอง”

    ส่วนกิจกรรมที่สายมูห้ามพลาด พบกับการรวมตัวของสุดยอดโหราศาสตร์ชื่อดังทั่วเมืองไทยจาก “สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อคนพิการ” อาทิ ชาติ หวังโซ๊ะ หมอดูลายมือ, กันตาพยากรณ์ Lucky Tarot, ใจทิพย์ สุคนธจิตต์ โหราศาสตร์พม่า-ลายเซ็น, เจน ธูปพยากรณ์, ชลกนก ดิตถ์จุลกะ ไพ่ยิปซี, ซินแสโค้วสุ่งกิม หมากรุกจีน เป็นต้น

          งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–26 มกราคมนี้ ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้า อัพเดทกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ http://www.siamparagon.co.th