คนดังลงแปลงดำนากลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/338537

คนดังลงแปลงดำนากลางกรุง

วันที่ 12 สิงหาคม 2561 – 08:00 น.
นาล้ง,ล้ง1919,นิทรรศการข้าวไทย,นากลางกรุง,ดำนา
เปิดอ่าน 2,573 ครั้ง

ล้ง 1919 เปิดศูนย์เรียนรู้การดำนากลางกรุงริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี (ที่2 จากขวา) นำทีมนวดข้าวเปิดงาน

          “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฉลองการเข้าสู่ 100 ปี จัดงาน “นาล้ง” นิทรรศการข้าวไทย นากลางกรุงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักรู้ความสำคัญของข้าวที่เป็นพืชเกษตรกรรมดั้งเดิมของคนไทย รวมถึงคุณค่าของข้าวไทย โดยเนรมิตผืนนาบนพื้นที่ล้ง 1919 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาเรียนรู้ รวมทั้งได้มีโอกาสลงดำนาด้วยตนเอง พร้อมกิจกรรมอื่นๆ จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันก่อน

บรรยากาศนาล้ง

ทำพิธีรับขวัญข้าว-ไหว้แม่โพสพ

สัมผัสประสบการณ์ดำน้ำลุยโคลน

          รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการล้ง 1919 กล่าวว่า โอกาสฉลอง 100 ปี ล้ง 1919 จึงเกิดนาล้งขึ้น จากความตั้งใจที่อยากรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษของตระกูลหวั่งหลีที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายข้าว และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำที่เราได้รับประทานข้าวกัน จึงนำนาข้าวที่เชื่อว่าจะหาชมกันได้ยากมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการข้าวไทยให้ชม โดยจะมีกิจกรรม อาทิ การจำลองนาข้าวเขียวชอุ่มท่ามกลางอาคารประวัติศาสตร์ การจัดแสดงข้าวสายพันธุ์ต่างๆ จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย การจัดนิทรรศการนำเสนอภูมิปัญญาและนวัตกรรมเกี่ยวกับข้าวในรูปแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ เหมาะกับการเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย และไฮไลต์คือการให้ทุกคนได้มาทดลองการดำนา สัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เพราะจะมีสักกี่คนในชีวิตนี้ที่เคยได้ลองดำนาจริงๆ

นวลพรรณ ล่ำซำ ทดลองดำนา

ปณต หวั่งหลี ถ่ายภาพกับน้องควายเป็นที่ระลึก

วุฒิชัย หวั่งหลี ร่วมดำนา

          ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนแปลงนา, โซนนิทรรศการความรู้และผลิตภัณฑ์จากภูมิภาค และ โซนการเรียนรู้การดำนา  โดยพิธีเปิดงานเริ่มจาก พิธีทำขวัญข้าว – ไหว้แม่โพสพ เอาฤกษ์เอาชัยที่นาล้งท่ามกลางสมาชิกครอบครัวหวั่งหลีร่วมพิธีอย่างอบอุ่น ทั้ง สุจินต์-วุฒิชัย-วิพุธ-วุฒิพล-ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ “แป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ, ตวงพร ทรัพย์สาคร, สมเกียรติ มรรคยาธร, เรือเอกภักดี ผ่องใส, อนุษฐา เชาววิศิษฐ์ ฯลฯ มาร่วมเป็นเกียรติและชมนาล้ง รวมถึงทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่นอกจากมาร่วมงานแล้ว ยังถือโอกาสขอพร เจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ก่อนเดินทางไปชิงชัยในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ดร.ศรัณฐ์-พญ.สถิตย์หทัย-ด.ช.ปณต หวั่งหลี

ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ

          สนใจเข้าชมงานได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ถึง 19 สิงหาคม 2561 โครงการล้ง 1919 ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ.เชียงใหม่ เขตคลองสาน และติดตามรายละเอียดทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ LHONG1919

เซเลบทุกสาขาพากันยินดี 10 ปี “อาซาวา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/338532

เซเลบทุกสาขาพากันยินดี 10 ปี “อาซาวา”

วันที่ 11 สิงหาคม 2561 – 09:00 น.
080808,อาซาวา,Asava,พลพัฒน์ อัศวะประภา,080808 faithfully yours
เปิดอ่าน 2,554 ครั้ง

ฉลองยิ่งใหญ่ 10 ปี ‘อาซาวา’

พลพัฒน์ อัศวะประภา และครอบครัว

          080808 คือ จุดเริ่มต้นของ อาซาวา (Asava) แบรนด์เสื้อผ้าที่เกิดจากจิตวิญญาณ ความเชื่ออันแน่วแน่และความฝันของ “หมู” พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง อาซาวา กรุ๊ป อาณาจักรแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ที่ต้องการถ่ายทอดจิตวิญญาณ ความรักที่จะส่งต่อความสง่างามที่แท้จริง เนื่องในวาระครบ 10 ปี โดยใจความสำคัญไม่ได้เพียงเพื่อเฉลิมฉลอง แต่ยังถือโอกาสนี้ฉลองและยกย่องศักยภาพของการสร้างสรรค์ธุรกิจในวงการแฟชั่นไทย ด้วยความภาคภูมิใจในความคิดสร้างสรรค์และผลงานของคนไทย โดยถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์สั้น เรื่อง 080808 faithfully yours นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเสื้อผ้า 25 ชุดพิเศษ ที่หยิบยกเค้าโครงชุดอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของแบรนด์ และผลงานที่สร้างชื่อให้แก่แบรนด์ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

สุริยน ศรีอรทัยกุล-สลิล-สาระ ล่ำซำ

จุฑาทิพย์ ไกรฤกษ์-กัณณิกา วิโรจนวัธน์-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี-วิภาดา โทณวณิก

          “หมู” พลพัฒน์ บอกเล่าเส้นทางในสายแฟชั่นตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาว่า แบรนด์อาซาวา เปรียบเหมือนมนุษย์ ที่ต่างเติบโตขึ้นและมีวิวัฒนาการ มีการเรียนรู้จากความผิดพลาด ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น บทเรียนต่างๆ สอนให้ได้เรียนรู้และได้พัฒนาทั้งความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบและวิธีการจัดการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในวาระนี้จึงเลือกจัดทำภาพยนตร์สั้น เพื่อใช้เป็นกระบอกเสียง และเป็นอีกกลไกหนึ่งที่บ่งบอกความเป็น Asava เพื่อสื่อสารไปถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้คลั่งไคล้ในแฟชั่น โดยสื่อถึงเรื่องราวของความรัก ความซื่อสัตย์และความศรัทธา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานที่ทำให้ทุกอย่างเจริญงอกงาม โดยหลังจากนี้ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เราอยากพาครอบครัวเดินทางไปกับความฝันที่มีจุดหมายเดียวกันอย่างมีความสุข ไม่กระเสือกกระสน และมุ่งสู่ความท้าทายในอนาคตที่เราต้องผลักดันตัวเองไปในทิศทางใหม่ ต้องออกจากวิธีการคิดแบบเดิมๆ เพื่อทำให้เราค้นพบสิ่งที่สดใหม่อยู่เสมอ

ดร.มาส-ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ

จารุจิต ใบหยก-บงกฎทิพย์ ภิรมย์ภักดี-พิมพ์เลิศ ใบหยก

สุมาลิน ฮุนตระกูล-ดร.กรนิจ โนนจุ้ย

          ภายในงานซึ่งจัดขึ้นที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี คลาคล่ำไปด้วยบรรดาเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยต่างตบเท้าเข้าร่วมแสดงความยินดี อาทิ “คุณดุ๊ก” ม.ล.ดิศปนัดา ดิศกุล- “น้ำหวาน” พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา, “กุ๊ก” สมฤดี อมาตยกุล, สาระ- “น้ำ” สลิล – “แป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ, ดร.มาส- “ก้อย” ณัฏฐวรรณ ตันหยงมาศ, “ต้อง” จุฑาทิพย์-“กิ๋ง” นภมณี ไกรฤกษ์, “จิ๋ม” กัณณิกา วิโรจนวัธน์, “คุณหญิงต้น” ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, “ปูลม” วิภาดา โทณวณิก, เกรซ มหาดำรงค์กุล – “โน้ต” น.ท.จงเจต วัชรานันท์, “ทิปปี้” สุพรทิพย์ ช่วงรังษี, “บุ๋ม” จารุจิต-“บุ๊ค” พิมพ์เลิศ ใบหยก, “มู่ลี่” อัญชิสา-สรัย วัชรพล, “บัว” บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี, “หมู” จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, “แพร” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, “เอย” กรณ์วิภา โชติกเสถียร, “ปอม” สุมาลิน ฮุนตระกูล-ดร.กรนิจ โนนจุ้ย, “แอน” อินทิรา ธนวิสุทธิ์, “ปิ๊บ” ภัทรพล พึ่งบุญพระ, เจย์-จริยดี สเปนเซอร์, “แพม” สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล, “รี่” พัชทรี ภักดีบุตร, “อาร์ต” อารยา อินทิรา, “พลับ” ฉัตรเบญจา นันทาภิวัฒน์ ฯลฯ

6 สาวงามออร่าจับ เดินแบบอัญมณีอันเลอค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/338602

6 สาวงามออร่าจับ เดินแบบอัญมณีอันเลอค่า

วันที่ 10 สิงหาคม 2561 – 15:41 น.
มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018,ฟาสแทร็กส์,เดินแบบ,อัญมณี,สวย,สาวงาม
เปิดอ่าน 2,057 ครั้ง

ผู้เข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 แข่งขันรอบฟาสแทร็กส์ ทักษะด้านการเดินแบบ ที่ สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย

30 สาวงามมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

     เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 30 สาวงามผู้เข้าประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018” แข่งขันรอบฟาสแทร็กส์ ทักษะด้านการเดินแบบ ณ สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย ผู้ออกแบบและรังสรรค์มงกุฎสำหรับมิสไทยแลนด์เวิลด์และรองชนะเลิศทั้ง 2 อันดับในปีนี้ โดยเนมิตพื้นที่บริเวณโถงหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ ให้เป็นรันเวย์พรมแดงสุดหรู เพื่อให้ผู้เข้าประกวดร่วมประชันความสามารถในการเดินแบบในชุดที่กองประกวดจัดให้ คือเสื้อโปโลกางเกงขายาว ก่อนกรรมการคัดเลือกให้เข้ารอบ 6 คน

6 สาวงามเข้ารอบฟาสแทร็กส์ ทักษะด้านการเดินแบบ

     สำหรับสาวงามทั้ง 6 คนที่ได้รับการคัดเลือกได้แก่ หมายเลข 6 “อุ้ม” อรสุฎา นาคเกษม อายุ 22 ปี, หมายเลข 7 “นิโคลีน” พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ อายุ 19 ปี, หมายเลข 9 “พลอย” พีรชาดา ขุนรักษ์ อายุ 23 ปี, หมายเลข 12 “แพรว”แพรววนิต เรืองทอง อายุ 25 ปี, หมายเลข 26 “เลน่า” เฮลาน่า บุช อายุ 22 ปี และหมายเลข 27 “นิต้า” อนิพรรณ เฉลิมบูรณะวงศ์ อายุ 25 ปี

     

      แต่ละคนมีโอกาสได้สวมใส่เครื่องประดับอัญมณี ทับทิม บุษราคัม ไพริน มรกต ชุดพิเศษจากสยามเจมส์ เฮอริเทจ ที่ผ่านการคัดสรรและออกแบบ โดยช่างฝีมือผู้มากประสบการณ์ที่มีความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด จนได้เครื่องประดับอัญมณีอันล้ำค่า ที่มีดีไซน์สวยงามโดดเด่น พร้อมสวมใส่ร่วมกับชุดราตรี  ที่ออกแบบและตัดเย็บจากห้องเสื้อเมอเรียด แกรนด์มอนด์ ที่เน้นชุดที่มีความพริ้วเป็นธรรมชาติ รับกับอัญมณี เป็นสัญลักษณ์แห่งความคลาดสิกเหนือกาลเวลาที่ควรค่ากับผู้หญิง

เหล่าคณะกรรมการ

งานนี้ได้รับเกียรติจาก “ก้อง” ฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยฝ่ายการตลาด สยามเจมส์ เฮอริเทจ พิพิธภัณฑ์อัญมณีไทย ร่วมกับ “ซินดี้” สิรินยา บิชอพ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 1996 , “เมญ่า” นนธวรรณ ฌรรวนธร มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014  , “มิลค์” ภัทลดา กุลภัคธนภัทร์ รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016 เป็นกรรมการคัดเลือก และทางกองประกวดฯ จะประกาศผลผู้ชนะฟาสแทรกส์นี้ในรอบพลีลิม วันที่ 12 กันยายนนี้ต่อไป

อรสุฎา นาคเกษม

อนิพรรณ เฉลิมบูรณะวงศ์

แพรววนิต เรืองทอง

เฮลาน่า บุช

พิชาภา ลิมศนุกาญจน์

 พีรชาดา ขุนรักษ์

“ฟาร์มทะเลตัวอย่าง” ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/338408

“ฟาร์มทะเลตัวอย่าง” ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

วันที่ 9 สิงหาคม 2561 – 14:50 น.
สมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9,ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์,ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดำริ,เพชรบุรี,นงนภัส อภิกรรัตน์,สาหร่ายพวงองุ่น,เกลือ,เกษตรกร,ประมง,ทะเล,สมเด็จพระเทพฯ,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง
เปิดอ่าน 2,391 ครั้ง

มูลนิธิปิดทองหลังพระ พาสื่อมวลชนสัญจรไปศึกษาดูงาน “โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9” จ.เพชรบุรี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพประมง สืบเนื่องจากปัญหาสัตว์ทะเลธรรมชาติในน่านน้ำไทยลดน้อยลงมาก รวมทั้งพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง และปัจจัยอื่นๆ ที่ใช้ในการออกเรือจับสัตว์น้ำธรรมชาติในทะเลที่ห่างไกล ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น จนกระทั่งสัตว์น้ำที่จับได้ขายแล้วไม่คุ้มทุน

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561

ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ

       เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 จึงมีรับสั่งกับ สหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง และ จรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในขณะนั้น ว่าในอนาคตผลผลิตสัตว์น้ำทะเลต่างๆ จากฟาร์มทะเลเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบผสมผสานที่ถูกสุขภาวะอนามัยแวดล้อมจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญ ทดแทนการออกเรือไปจับสัตว์น้ำในทะเลที่ห่างไกล พร้อมทั้งพระราชทานพระราชดำริให้ทำฟาร์มทะเลตัวอย่างในพื้นที่ดินนาเกลือริมทะเล

      เพื่อเป็นการเผยแพร่ความสำเร็จของโครงการดังกล่าว ซึ่งได้มีการต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จึงได้พาสื่อมวลชนสัญจรไปศึกษาดูงาน “ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดำริ” ที่ “โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9” ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์ พาชมฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่น

  ประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการ ผู้จัดการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ เล่าว่า ที่นี่เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2552 และเริ่มเดินเครื่องทำงานในปี 2554 ผ่านมา 7 ปีแล้ว ที่นี่นับเป็นฟาร์มทะเลแบบผสมผสานบนแผ่นดินชายฝั่งแห่งแรกที่จำลองนิเวศวิทยาทางทะเลครบวงจรทุกช่วงความเค็ม ยกขึ้นไปไว้ในฟาร์มบนแผ่นดินชายฝั่งระบบปิด-รีไซเคิล ที่น้ำไหลขึ้นลงบำบัดตัวเอง สอดคล้องทั้งวงจรน้ำทะเลและวงจรอาหารธรรมชาติต่อเนื่อง มีการวางระบบการหมุนเวียนของน้ำระหว่างน้ำจืดกับน้ำทะเลให้สมดุลและเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำทะเลแต่ละช่วงชีวิต สามารถเลี้ยงสัตว์สองน้ำ เช่น กุ้งก้ามกราม ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากะพงขาว และปลาน้ำเค็ม เช่น ปลากุดสลาด ปลากะรัง ปลาหมอทะเล เป็นต้น รวมถึงการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น

      การที่ในฟาร์มมีระบบท่อน้ำเชื่อมโยงถึงกันทุกฟาร์มย่อย ของเสียจากทุกฟาร์มย่อยจะถูกนำมาใช้เป็นอาหารของไรน้ำเค็ม (อาร์ทีเมีย) ที่ดำรงชีวิตโดยการกรองกินอินทรีย์สารทุกชนิด และตัวไรน้ำเค็มเองสามารถนำมาใช้เป็นอาหารของสัตวน้ำวัยอ่อนในฟาร์มด้วย น้ำที่เค็มจัดจากการเลี้ยงไรน้ำเค็มจะส่งต่อไปยังแปลงสาธิตการทำนาเกลือ ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดไปสูการทำน้ำทะเลธรรมชาติแบบผง เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตเกลือให้มีราคาสูงขึ้น และกระบวนการสุดท้ายของการทำนาเกลือจะได้ปุ๋ยสำหรับนำไปเพาะปลูกต้นไม้ ถือเป็นฟาร์มซีโร่เวสต์ ที่ไม่มีการปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มสู่สิ่งแวดล้อม

      นอกจากนี้ในทะเลยังมีแปลงสาธิตการเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพเชือก ซึ่งเป็นรูปแบบการเลี้ยงใหม่ที่ลดปัญหาการตายของหอยแมลงภู่จากการหักล้มของหลักไม้ในฤดูมรสุม และความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมบริเวณแปลงเลี้ยง ทั้งยังมีประโยชน์เป็นเสมือนปะการังลอยน้ำสำหรับเป็นที่อาศัยหลบซ่อนของปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กจนถึงวัยเจริญพันธุ์ สร้างความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องทะเล

สาหร่ายพวงองุ่น

       โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการประมงแก่เกษตรกรทั้งในและต่างพื้นที่ ได้นำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพประมงทางเลือกโดยไม่ต้องออกเรือไปจับสัตวน้ำในทะเลที่ห่างไกลเหมือนในอดีต ชุมชนชาวประมงผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถนำความรู้จากการดูงาน ศึกษาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำฟาร์มทะเลแบบผสมผสาน ไปเป็นตัวอย่างปรับให้เหมาะสมกับสภาพพื้นถิ่นของตัวเอง

       “ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ของฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ คือสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมด้วยคุณประโยชน์ที่มากมาย สามารถกินสดและนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ที่นี่เป็นศูนย์การจัดฝึกอบรมทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งการทำแบบชาวบ้านที่จะเพาะเลี้ยงในนาเกลือ และการทำแบบเต็มรูปแบบโดยใช้ระบบจากที่นี่ไปเป็นต้นแบบ ในส่วนของ จ.เพชรบุรี เองเริ่มส่งเสริม ค้นคว้า และทดลองปลูกที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2555-2556 จนได้รูปแบบที่เหมาะสมเมื่อราวปี 2557 จึงส่งต่อมาที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ รับช่วงมาขยายผลในเชิงพาณิชย์และส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกต่อ ซึ่งตอนนี้มีเกษตรกรเปิดเป็นฟาร์มแล้วทั้งหมด 14 ฟาร์ม ในจำนวนนี้มีถึง 3 ฟาร์มที่ได้มาตรฐานจีเอพีจากกรมประมง (การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี : Good Aquaculture Practice)” ผู้จัดการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ เผยข้อมูล

นงนภัส อภิกรรัตน์

      หนึ่งในเจ้าของฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นที่ได้มาตรฐานจีเอพี “กิ” นงนภัส อภิกรรัตน์ ข้าราชการวัย 39 ปี หนึ่งในสี่หุ้นส่วนเจ้าของฟาร์ม “เบ็ญจมาศ กรีนคาร์เวีย” ซึ่งหันมาเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นเป็นอาชีพเสริม เล่าว่า สาหร่ายพวงองุ่นเป็นสิ่งแปลกใหม่ในท้องตลาดที่น่าจะได้รับการตอบรับดี ทั้งยังศึกษาแล้วพบว่ามีประโยชน์มากมาย จึงเริ่มเข้าไปอบรมที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ เมื่อราว 2 ปีก่อน ได้ไอเดียดีๆ กลับมาเยอะ จึงนำความรู้ที่ได้มาทดลองเพาะพันธุ์ในพื้นที่เล็กๆ ก่อนแล้วค่อยๆ ขยายขึ้นเป็นฟาร์มบนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่

เมี่ยงคำสาหร่ายพวงองุ่น

       “ฟาร์มของเรามีสาหร่ายที่สามารถเก็บขายได้ 4 บ่อและกำลังเพาะพันธุ์เพิ่มอีก 2 บ่อ สามารถเก็บผลผลิตได้วันละ 50-100 กิโลกรัม แบ่งเป็นเกรดช่อขายราคากิโลกรัมละ 200 บาท และเกรดพรีเมียมราคากิโลกรัมละ 350 บาท ส่งขายทั่วประเทศและเปิดขายหน้าฟาร์มสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นลูกค้าจะเยอะมาก” นงนภัส กล่าว

สโรชา กิ่งสอาด-สยาม พลายแก้ว

     ไม่ต่างจาก สโรชา กิ่งสอาด เกษตรกรวัย 28 ปี เล่าว่า เข้าไปทำงานที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ นานกว่า 3 ปี จึงนำความรู้และประสบการณ์ต่างๆ กลับมาทำเองในบ่อขนาดประมาณ 2 ไร่ เริ่มเพาะเลี้ยงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยใช้ต้นพันธุ์ 50 กิโลกรัม ผ่านไปประมาณเดือนเศษๆ สาหร่ายก็เริ่มออกผลให้เก็บเกี่ยวได้ ทุกวันนี้จะได้ประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน กำไรอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นบาท นับว่าเป็นรายได้เสริมที่ดีมาก

      “ความรู้ที่ได้จากโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ สามารถนำมาต่อยอดในการประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้จริง เห็นได้ชัดว่าตลอด 7 เดือนที่ผ่านมารายได้ของครอบครัวเพิ่มขึ้นมาก ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งเรายังสามารถนำความรู้นี้ไปแบ่งปันผู้อื่นต่อไปได้ด้วย” เกษตรกรสาว เล่าระหว่างพาชมบ่อปลูกสาหร่ายพวงองุ่น

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือ

       นอกจากอาชีพปลูกสาหร่ายพวงองุ่นที่ทางฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ส่งเสริมให้ชาวบ้านแล้ว ด้วยความที่ อ.บ้านแหลม เป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีพื้นที่ถึง 32,000 ไร่ แต่ราคาเกลือตกต่ำมากเหลือเพียงเกวียนละ 600 บาท ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันนำเกลือมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างกลุ่มอาชีพเกลือทะเลกังหันทอง สมพงษ์ หนูศาสตร์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านร่องใหญ่ และประธานกลุ่มอาชีพเกลือทะเลกังหันทอง เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2546 ราคาเกลือตกมากจึงได้รวบรวมสมาชิกจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพเกลือทะเลกังหันทองขึ้น และคิดหาทางเพิ่มมูลค่าเกลือ จนปัจจุบันทางกลุ่มมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือแล้วกว่า 10 ชนิด อาทิ สบู่ เกลือขัดผิว สบู่เหลว โลชั่นทาตัว ฯลฯ และยังเปิดบริการสปา ทั้งนวดหน้านวดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ มีชาวบ้านในพื้นที่ที่ว่างเว้นจากช่วงทำนาเกลือมาทำอาชีพเสริมกันหลายคน เป็นการกระจายรายได้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

ทำนาเกลือที่ อ.บ้านแหลม

       “เป็นผลพลอยได้จากที่ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ตั้งอยู่ที่นี่ ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้เรียนรู้วิธีการนำน้ำทะเลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น การนำเกลือมาทำเกลือสปาก็ล้วนเป็นการต่อยอดความรู้ที่ได้จากฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ทั้งสิ้น” ผู้ใหญ่บ้านบ้านร่องใหญ่กล่าว

สครับผิวด้วยผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกลือทะเลกังหันทอง

      ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงช่วยพลิกฟื้นให้เกษตรกรในแถบชายฝั่งทะเลมีอาชีพที่ยั่งยืน ทั้งยังส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้…

เซเลบร่วมขบวนรถไฟสุดหรูสู่หัวหิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/338133

เซเลบร่วมขบวนรถไฟสุดหรูสู่หัวหิน

วันที่ 8 สิงหาคม 2561 – 09:00 น.
ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระแพทย์,อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา,นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์,วรรณี แก้วมาลัยรัตน์,เอกวิทย์ ลิ่มพลาดิศัย,นฤมล เฉลิมพรวาณิช,เพ็ญสุภา คชเสนี,มลอรดิศ สนิทวงศ์,พราวพุธ ลิปตพัลลภ,คุณปุ๊ม มลภูมิใจ ชุมพล,อมรสิริ บุญญสิทธิ์,ป๊อป วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ,การรถไฟแห่งประเทศไทย,รฟท,เพรสทีจ เทรน,เพรสทีจ เทรน
เปิดอ่าน 2,331 ครั้ง

เอ็กซ์คลูซีฟทริป “เดอะไทยแลนเดอร์ส & นูเมโร ไทยแลนด์ เอสอาร์ที เพรสทีจ เทรน เอ็กซ์คลูซีฟ เจอร์นีย์”

เปิดประสบการณ์ให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่ได้สัมผัสบรรยากาศย้อนวันวานโดยการเดินทางท่องเที่ยวไปกับขบวนรถไฟ ด้วยเหตุนี้ สุภัทร์ วรวัฒนนุทัย รักษาการ รองผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับ อมรสิริ บุญญสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการและบรรณาธิการบริหาร เดอะไทยแลนเดอร์ส และ นูเมโรไทยแลนด์ จัดเอ็กซ์คลูซีฟทริป “เดอะไทยแลนเดอร์ส & นูเมโร ไทยแลนด์ เอสอาร์ที เพรสทีจ เทรน เอ็กซ์คลูซีฟ เจอร์นีย์”

พราวพุธ ลิปตพัลลภ-สุภัทร์ วรวัฒนนุทัย-อมรสิริ บุญญสิทธิ์-หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์

กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี

วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ

โดยความสนับสนุนจากภาคเอกชน อาทิ พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด, หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป โซลวาซู, ฐานพล มานะวุฒิเวชบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำกัด ฯลฯ ส่งเทียบเชิญเซเลบนักเดินทาง ได้แก่ “คุณปุ๊ม” ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล, “คุณแก้ว” ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, “น้อยหน่า” เพ็ญสุภา- “หนูนวล” สาริศา คชเสนี, “ก้อง” กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี, “ป๊อป” วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, พรเดช จันทวานิช, ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์, กฤช สายอุบล, นนทกานต์ ทัพพะรังสี-เคนเน็ท อึง, “หนิง” ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระแพทย์, อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา, อัญญา ศิริกุล, กรองกาญจน์-พงศ์พิพัฒน์ ชมะนันทน์ เป็นต้น ร่วมทริปไปกับขบวนรถชุดเกียรติยศรถไฟไทย เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน เมื่อวันก่อน

เพ็ญสุภา คชเสนี-ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์

สุภัทร์ วรวัฒนนุทัย เผยว่า เพื่อตอกย้ำพันธกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการเป็นทางเลือกของการขนส่งและการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มอบความสุขแห่งการเดินทาง จึงได้ร่วมจัดทริปดังกล่าวขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ กับการเดินทางด้วยรถไฟระดับเฟิร์สคลาส จำนวน 4 โบกี้ ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ที่สามารถเช่าเหมาทั้งขบวนหรือแบบเฉพาะโบกี้ โดยพ่วงไปกับการเดินขบวนรถปกติ หรือเช่าเป็นขบวนพิเศษที่วิ่งแยกต่างหาก สำหรับเดินทางไปประชุม สัมมนาย่อยหรือท่องเที่ยว ไปทุกจุดหมายปลายทางทั่วประเทศของเส้นทางการรถไฟฯ

วรรณี แก้วมาลัยรัตน์-เอกวิทย์ ลิ่มพลาดิศัย-นฤมล เฉลิมพรวาณิช

อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา-นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์  บน สกายบาร์ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน

 อมรสิริ บุญญสิทธิ์ เผยว่าการจัดทริปนี้ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์รถไฟเช่าเหมาชุดเกียรติยศรถไฟไทย ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ทั้งรถประชุม รถนอน รถเสบียง ดีไซน์หรูหราและเป็น รถปรับอากาศทุกโบกี้ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา รวมทั้งยังหวังว่าทริปนี้จะช่วยจรรโลงไว้ซึ่งวัฒนธรรมการเดินทางโดยรถไฟให้คงอยู่อย่างยั่งยืน การเดินทางด้วยรถไฟไทยในสปีดสบายๆ ทำให้เราได้ซึมซับถึงเสน่ห์ต่างๆ สองข้างทาง รู้สึกผ่อนคลายและเป็นความสุขของการเดินทาง น่าจะเป็นอีกทางเลือกของการเดินทางที่ไม่ควรพลาด

ศรัยฉัตร กุญชรฯ จีระแพทย์

นอกจากเดินทางโดยรถไฟหรู ผู้ร่วมทริปยังได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ เพลิดเพลินกับนวัตกรรมแห่งการถ่ายรูปกับหัวเว่ย ผ่อนคลายด้วยศาสตร์แห่งความงามจากโซลวาซู สัมผัสความหอมสดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติกับ “โจ มาโลน ลอนดอน” ปิดท้ายด้วยดินเนอร์ที่สกายบาร์ รูฟท็อปสุดหรู แฮงเอาท์แห่งใหม่ที่มีจุดชมวิวแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองหัวหิน ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน

โดนใจเซเลบ เสิร์ฟความสวย 24 ชั่วโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337945

โดนใจเซเลบ เสิร์ฟความสวย 24 ชั่วโมง

วันที่ 7 สิงหาคม 2561 – 09:00 น.
เสิร์ฟความสวย24 ชั่วโมง,สุริยน ศรีอรทัยกุล,บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์,ความงาม,สวย,สุมณี คุณะเกษม,เซเลบ,หทัยเทพ ธีระธาดา,จิตรลดา-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
เปิดอ่าน 2,225 ครั้ง

สุริยน ศรีอรทัยกุล จัดงาน “บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ วิท จูดิธ ลีเบอร์” ฉลองเปิดร้าน “บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์” แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกใจกลางสยาม

ชีรณัฐ ยูสานนท์-นภัสนันท์ พรรณนิภา-สุริยน ศรีอรทัยกุล-ดร.เฉลิมรัฐ นาควิเชียร

ปฏิวัติวงการบิวตี้สโตร์ครั้งยิ่งใหญ่ ทางเลือกใหม่ของเหล่าคนบิวตี้ไลฟ์สไตล์และผู้ที่ชื่นชอบการดูแลตัวเองได้มารวมตัวเช็กอินความสวยกับ “บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์“ ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ความงามจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 250 แบรนด์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมบริการสั่งสินค้าออนไลน์แบบมีคนคอยดูแลและตอบคำถามลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด สุริยน ศรีอรทัยกุล บอสใหญ่แห่ง บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ จัดงาน “บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ วิท จูดิธ ลีเบอร์” ฉลองเปิดร้าน “บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์” แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกใจกลางสยามอย่างเป็นทางการ

พรสิทธิ์-สิริน ศรีอรทัยกุล

     โดยมีเหล่าเซเลบริตี้มาร่วมอัพเดทเทรนด์บิวตี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ ศุขเนตร, ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา, สุรัศมิ์ (พรรณ) ดุลยจินดา, สุมณี คุณะเกษม, “ซูซี่” หทัยเทพ ธีระธาดา, “หลี” จรินทร์ สุมานนท์, เสาวณีย์ อักษรานุวัตร, สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์, สุณี-อนันดา หวังวณิชกุล, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, ศรีสุภางค์ มอริส, ดร.มาลีรัตน์-ภูวดี คุนผลิน, จิตรลดา-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์, อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, โสรัส อมาตยกุล, สิริน ศรีอรทัยกุล ฯลฯ ที่ บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ แฟล็กชิพสโตร์ สาขาสยามสแควร์ เมื่อวันก่อน

หทัยเทพ ธีระธาดา-ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ ศุขเนตร-สุมณี คุณะเกษม

สุริยน ศรีอรทัยกุล กล่าวว่า บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมบริการสั่งสินค้าออนไลน์แบบมีคนคอยดูแลและตอบคำถามลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยสาขาสยามสแควร์เป็นแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรก ซึ่งมีแนวคิดที่ต้องการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้คนที่ชื่นชอบในเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์ความงามและรักการดูแลตัวเอง โดยเกิดจากการผนึกกำลังของ 4 หุ้นส่วนคนสำคัญ ได้แก่ สุริยน ศรีอรทัยกุล, นภัสนันท์ พรรณนิภา, ดร.เฉลิมรัฐ นาควิเชียร และ “น้ำชา” ชีรณัฐ ยูสานนท์

สุรีย์ รัตนหิรัญญา 

โดยบรรยากาศภายในงานเปิดร้าน เหล่าเซเลบริตี้รักสวยตื่นตาตื่นใจกับไฮไลต์ที่นำมาจัดโชว์ในงานคือ “ลิปสติกเพชร” มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ปลอกหุ้มด้วยทองคำ 18K เยลโล่ โกลด์ น้ำหนักกว่า 80 กรัม ประดับด้วยเพชรน้ำงามอีกกว่า 33 กะรัต และ “ขนตาเพชร” สุดอลังการ เป็นผลงานศิลป์สุดประณีตที่ผสานความเลอค่าของอัญมณีและความงาม รังสรรค์จาก “บิวตี้ เจมส์” และเข้าสู่ช่วงแฟชั่นโชว์จากกระเป๋า Judith Leiber คอลเลกชั่นใหม่ จากเหล่านางแบบภายในธีม “บิวตี้ เนเวอร์ สลีปส์” ซึ่งงานนี้เหล่าเซเลบริตี้ร่วมช็อปปิ้งอย่างอิ่มอกอิ่มใจเพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้ “มูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก” เพื่อเป็นการกุศลอีกด้วย

ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์

ด้านเซเลบสาวรุ่นใหม่ ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์ กล่าวถึงไลฟ์สไตล์ของตัวเองว่าส่วนตัวเป็นคนที่ไลฟ์สไตล์ไม่อยู่นิ่งอยู่กับที่ เวลาช็อปปิ้งจึงชอบไปที่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ครบถ้วนเพื่อประหยัดเวลา แถมยังได้ทดลองเปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วน สิริน ศรีอรทัยกุล กล่าวว่า ชอบทำอะไรผ่านสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะการช็อปปิ้งเพราะสะดวกและช็อปได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปช็อปด้วยตัวเอง ยิ่งถ้ามีพนักงานคอยบริการผ่านทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างเรามากยิ่งขึ้น

พระองค์ภาฯ ประทานพรขอให้ขายดิบขายดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337912

พระองค์ภาฯ ประทานพรขอให้ขายดิบขายดี

วันที่ 6 สิงหาคม 2561 – 15:53 น.
โครงการหลวง 49,พระองค์ภาฯ,ผลิตภัณฑ์,ดรณรงค์ชัย พิพิฒน์ธนวงศ์,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,จรัลธาดา กรรณสูต,เซ็นทรัลเวิลด์,ผัก,ผลไม้,ดอยคำ,มูลนิธิโครงการหลวง,คุณภาพดี
เปิดอ่าน 2,459 ครั้ง

มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน “โครงการหลวง 49” ภายใต้แนวความคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน”

เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้การดำเนินงานของโครงการหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้ก่อตั้งขึ้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้เลือกซื้อหาผลิตภัณฑ์คุณภาพ มูลนิธิโครงการหลวง จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดงาน “โครงการหลวง 49” ภายใต้แนวความคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” เพื่อสืบสานรักษาและต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ตามพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแทนพระองค์ไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 49” โดยมี จรัลธาดา กรรณสูตประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง, พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์, ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์, ผศ.ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง, ปรีชา เอกคุณากูล, คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ, มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล, สุทธิภัค จิราธิวัฒน์, ปกรณ์ พรรธนะแพทย์, อาภัสรา หงสกุล เฝ้ารับเสด็จ

รัตนา นรพัลลภ-คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ-มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล

หลังจาก ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงานกราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานแล้ว  พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรนิทรรศการ “49 ปี โครงการหลวง สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อีกทั้งร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก พระราชดำรัส และราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับงานโครงการหลวง นิทรรศการผลความก้าวหน้า 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ, สังคม และสิ่งแวดล้อม

อาภัสรา หงสกุล-จรัลธาดา กรรณสูต

ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์

       จากนั้น ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรร้านโครงการส่วนพระองค์ และร้านจำหน่ายอาหารจำหน่ายไอศกรีมอะโวคาโด ร้านจำหน่ายกาแฟและเบเกอรี่จากผลิตผลมูลนิธิโครงการหลวง ทอดพระเนตรบริเวณจำหน่าย ผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้กระถาง ของมูลนิธิโครงการหลวง ผลิตภัณฑ์จากบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาดอยตุง โดยปีนี้มีสินค้าแนะนำ ได้แก่ ควินัว ชาสมุนไพรสด ชาเขียวอัสสัม เฟต้าชีส ดอกไม้กินได้ ข้าวบือบอ ไก่กระดูกดำ นอกจากนี้ ยังมีการสินค้าแปรรูปกว่า 3,000 รายการ

    การนี้มีรับสั่งถาม ดร.ณรงค์ชัย พิพิฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด มูลนิธิโครงการหลวง ถึงเรื่องการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์การเกษตรว่า ผลผลิตที่ออกมามากจะนำไปทำอะไรต่อหากขายไม่หมด อาหารดีต่อสุขภาพคนรุ่นใหม่นิยมรับประทานกัน โดยเฉพาะควินัวน่าสนใจ ก่อนจะประทานพร “ขอให้ขายดีๆ นะ” ซึ่ง ดร.ณรงค์ชัย กราบทูลว่าหากได้ผลผลิตเยอะจะใช้วิธีขายส่งเพราะระบบการปลูกได้มาตรฐาน ปลอดสารเคมี ระบบควบคุมคุณภาพสำคัญมาก

     สำหรับผู้สนใจสามารถเที่ยวชมงานและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 สิงหาคม 2561

“มหากิจศิริ” แกะกล่องเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337548

“มหากิจศิริ” แกะกล่องเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

วันที่ 4 สิงหาคม 2561 – 08:00 น.
P80,พีแปดสิบ,เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากลำไยแท้ๆ,เฉลิมชัย มหากิจศิริ,ประยุทธ มหากิจศิริ
เปิดอ่าน 2,584 ครั้ง

เปิดตัวเครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากลำไยแท้ๆ ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากภายในสู่ภายนอก

อุษณา มหากิจศิริ ทัพพะรังสี-น้องอนาวินทร์-กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี

          ค่อยๆ กระจายข่าวว่าอาณาจักรกาแฟยี่ห้อดังกำลังเตรียมคลอดผลิตภัณฑ์น้องใหม่ไฟแรง จนเมื่อวันก่อนสองพ่อลูกคนดัง ประยุทธ กับ “กึ้ง” เฉลิมชัย มหากิจศิริ แห่ง เนเชอรัล เบฟ ก็ได้ฤกษ์ตัดสายสะดือลูกรักคนล่าสุด “P80” (พีแปดสิบ) ในแนวคิด “ดิสคัฟเวอร์ เดอะ ซีเครท เพาเวอร์ ออฟ รีคัฟเวอรี่ ออฟ เนเจอร์” เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากลำไยแท้ๆ ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากภายในสู่ภายนอก แน่นอนว่างานนี้บรรดาญาติสนิทมิตรสหายในแวดวงสังคมและธุรกิจตบเท้าร่วมยินดีอย่างอบอุ่น อาทิ อิสมาอีล อับดุล มานับ เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลาม, “คุณชายน้อง” ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล, สุชัญญา บุญสูง, “ส้ม” ชนัดดา – “แพร์” พิมพิศา จิราธิวัฒน์, “หนึ่ง” สุริยน ศรีอรทัยกุล, “มิค” ณัฏฐกรณ์-“มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, กรณ์ ณรงค์เดช, “ปลาทู” ดิฐวัฒน์ อิสสระ, “น๊อต” วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์, “พก” ประธานวงศ์ พรประภา, “หลวง” พสุ ลิปตพัลลภ ฯลฯ รวมคนในครอบครัว “มหากิจศิริ” ที่มาให้กำลังใจ ไม่ว่าจะเป็น สุวิมล มหากิจศิริ, “ตุ๊ก” ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ปิยะพัฒน์ วรวณิช, “นา” อุษณา มหากิจศิริ ทัพพะรังสี, “ก้อง” กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ทำเอาพื้นที่จัดงานควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้นเอ็ม ดิ เอ็มควอเทียร์ แคบไปถนัดตา

สุวิมล มหากิจศิริ-อิสมาอีล อับดุล มานับ

สุริยน ศรีอรทัยกุล-นภัสนันท์ พรรณนิกา

กรณ์ ณรงค์เดช

          พ่อบ้าน ประยุทธ บอกว่า ชอบออกกำลังกายมาตั้งแต่วัยรุ่น รวมถึงกินอาหารที่มีประโยชน์ตามแบบฉบับคนจีน ทำให้มีสุขภาพดี แข็งแรง แม้ในวัย 73 ปี เลยอยากแชร์เคล็ดลับนี้เพราะเชื่อว่าต่อให้มีเงินทองมากแค่ไหนก็ซื้อสุขภาพดีๆ กลับมาไม่ได้ ทำให้สนใจเรื่องลำไยและได้ศึกษาสรรพคุณพร้อมทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าลำไยเป็นสมุนไพรรักษาโรคที่มหัศจรรย์มาก และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ P80 เครื่องดื่มสกัดเข้มข้นจากลำไย 100 เปอร์เซ็นต์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงซึ่งดีต่อสุขภาพ ช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น ผิวพรรณอ่อนเยาว์ ควบคุมความดัน ลดอาการปวดเมื่อย ส่วนชื่อ P80 นั้นเป็นรหัสลับมาจาก Perfect 80 ดื่มแล้วสุขภาพจะแข็งแรง สมบูรณ์ ดูอ่อนกว่าวัยแม้อายุ 80 ปี ซึ่งจากการได้ทดลองด้วยตัวเองมา 3 ปี เห็นผลเลยแนะนำให้ลูกๆ ดื่มด้วย ทุกคนแฮปปี้มาก

ดิฐวัฒน์ อิสสระ-ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์-ประธานวงศ์ พรประภา

อิสริยะ คูหาเปรมกิจ-สุวดี พันธุ์พานิช-ณกฤศ วรากรกาญจน์​​​​​​​

เฉลิมชัย-ประยุทธ มหากิจศิริ

          ด้านลูกชายคนขยัน “กึ้ง” เฉลิมชัย เสริมว่า เวิร์กฮาร์ดเพลย์ฮาร์ดอย่างตัวเอง มักจะมีปัญหาความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว แต่ก็พยายามดูแลตัวเองให้สดชื่นอยู่ตลอดเวลา ทั้งวิ่ง ยกเวท ตีกอล์ฟ เล่นบาส เรียกว่ากีฬาเป็นสิ่งสำคัญตั้งแต่เด็กจนโต พร้อมกินอาหารที่มีประโยชน์ตอบโจทย์สไตล์ผู้ชายยุคใหม่ ซึ่งลำไยสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติที่คุณพ่อแนะนำ ดื่มได้ทุกวัน พบว่าช่วยปรับสมดุลร่างกาย ทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเพิ่มพลังในการทำงาน และสมองปลอดโปร่งขึ่้นอย่างเห็นได้ชัด

โชว์รูมหรูต้อนรับสาวกม้าลำพอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337219

โชว์รูมหรูต้อนรับสาวกม้าลำพอง

วันที่ 2 สิงหาคม 2561 – 09:00 น.
คาซา เฟอร์รารี่,สาวกม้าลำพอง,นันทมาลี ภิรมย์ภักดี,คาวาลลิโน มอเตอร์,พตกฤชพล เศวตนันทน์,โชว์รูมหรู,วราวุธ เจนธนากุล,ชญาดา เศวตนันทน์
เปิดอ่าน 2,357 ครั้ง

คาวาลลิโน มอเตอร์ ย่อส่วนโชว์รูมเฟอร์รารี่มาไว้ใจกลางเมือง

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

ครั้งแรกในประเทศไทยกับ “คาซา เฟอร์รารี่” ที่ย่อส่วนโชว์รูมเฟอร์รารี่มาไว้ใจกลางเมือง เนรมิตโดย คาวาลลิโน มอเตอร์ พร้อมเปิดให้ลูกค้าและแฟนพันธุ์แท้ม้าลำพองได้เยี่ยมชมรถเฟอร์รารี่ในฝันอย่างใกล้ชิด โดยจัดงานเปิดตัว “คาซา เฟอร์รารี่” อย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน โดยมีบอสสาว “บิ๋ง” นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ คอยต้อนรับ

 ชญาดา-พ.ต.กฤชพล เศวตนันทน์

        พ.ต.กฤชพล เศวตนันทน์ สาวกม้าลำพองที่ชื่นชอบในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเฟอร์รารี่ ซึ่งมีความโดดเด่นเฉพาะตัวในแต่ละรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน กล่าวว่า การเปิดโชว์รูมในศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ นี้ ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาสัมผัสเฟอร์รารี่ได้อย่างใกล้ชิด ได้รู้จักตัวตนและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของเฟอร์รารี่ได้ง่ายขึ้น โดยไม่รู้สึกไกลตัวอีกต่อไป

ด้าน “โบ” ชญาดา เศวตนันทน์ ซึ่งหลงใหลในดีไซน์และสมรรถนะที่ล้ำสมัยของเฟอร์รารี่ เสริมว่า บรรยากาศของคาซา เฟอร์รารี่ในศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ซึ่งตั้งอยู่กลางสวน ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและแตกต่างไปจากโชว์รูมปกติ ทำให้ผู้สนใจได้เข้ามาสัมผัสกับเฟอร์รารี่ได้ง่ายขึ้น และได้รับการบริการที่ครบครันไม่ต่างกัน จึงสะดวกสำหรับทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่มาช็อปปิ้ง และยังสามารถเข้ามาเยี่ยมชมหรือทดลองขับเฟอร์รารี่ได้ในเวลาเดียวกัน

 วราวุธ เจนธนากุล

ส่วน “เอ” วราวุธ เจนธนากุล ผู้บริหารและพิธีกรมากความสามารถ ซึ่งมีเฟอร์รารี่เป็นซูเปอร์คาร์ในดวงใจ บอกว่า เฟอร์รารี่เป็นแบรนด์สปอร์ตคาร์ที่คนทั่วโลกสนใจ การที่โชว์รูมได้เข้ามาอยู่ในศูนย์การค้าแห่งนี้ ก็เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงของอีกหลายกลุ่มคนที่ต้องการจะสัมผัสเฟอร์รารี่อย่างใกล้ชิด ส่วนตัวชอบในดีไซน์และสมรรถนะของเครื่องยนต์ กับการพัฒนาที่เฟอร์รารี่มีมาอย่างต่อเนื่องในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่หลงใหลทั้งความแรง ความเร็ว และความสวยงาม

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานโล่-เข็ม “สตรีไทยดีเด่นปี 61”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337276

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานโล่-เข็ม “สตรีไทยดีเด่นปี 61”

วันที่ 1 สิงหาคม 2561 – 21:09 น.
วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์,คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี,ณินทิรา โสภณพนิช,ยุวดี นิ่มสมบุญ,ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์,พลตหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ,พลออนันตพร กาญจนรัตน์,สตรีไทยดีเด่น ปี 2561,สตรีไทยดีเด่น 2561 วันสตรีไทย 2561,1 สิงหาคม 2561 คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,344 ครั้ง

หญิงเก่งรับรางวัลสตรีไทยดีเด่นปี 2561 พร้อมเดินหน้าช่วยสังคม

เนื่องใน่วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี คือวัน “สตรีไทย” กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกันจัดงาน วันสตรีไทย ประจำปี 2561 “สตรีไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี” เพื่อเฉลิพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปทรงเปิดงานและพระราชทานโล่รางวัลให้แก่สตรีไทยดีเด่นประจำปี 2561 จำนวน 150 คน และเยาวสตรีไทยดีเด่นประจำปี 2561 จำนวน 25 คน โดยมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ พร้อมด้วย พัชรี อาระยะกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและครอบครัว, ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์, พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, ยุวดี นิ่มสมบุญ, วิภาศิริ มะกรสาร, มณฑา ศรีสถิตอนันต์, อารยา ยีโถเริงจิต, ลาวัลย์ แซ่ตั้ง และ พนิดา ชินสุวพลา เป็นต้น เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี

เมื่อองค์ประธานทรงจุดเทียนเปิดงานแล้ว คณะผู้บริหารเบิกตัวสตรีดีเด่นประจำปี 2561สาขาต่างๆ อาทิ คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี, นันทวัลย์ ศกุนตนาค, จินตนา สุขสถิตย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, รศ.นุชทิพย์ บรรจงศิลป์, ณินทิรา โสภณพนิช, ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์ นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติ, วรนัน รัตรวิภัคกุน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ภรรยานายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ หนึ่งในทีมช่วยเหลือโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอคาเดมี่ เข้ารับพระราชทานโล่รางวัล

         ภายในงาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยแบ่งออกไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงส่งเสริมการทอผ้าแพรวา, พื้นที่ภาคกลาง ทรงก่อตั้งมูลนิธิศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, พื้นที่ภาคตะวันออก ทรงจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลภายใต้ชื่อโครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล, พื้นที่ภาคเหนือ “โครงการสถานีพัฒนการเกษตรที่สูง” ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ทรงริเริ่มโครงการจักสานย่านลิเภา และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงการออกร้านจากหน่วยงานต่างๆ จากนั้นจึงเสด็จฯ กลับ

สำหรับสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2561 มีผู้มีชื่อเสียงซึ่งได้รับการคัดเลือกซึ่งแบ่งเป็น ประเภทจังหวัด ประเภทสมาชิกสภาสตรีแห่งชาติฯ และประเภทสรรหา ได้แก่

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ-วรนัน รัตรวิภัคกุน

วรนัน รัตรวิภัคกุน สตรีไทยดีเด่น ด้านจิตอาสา ชาว อ.แม่สาย เผยว่า รู้สึกดีใจ และภูมิใจ ในการทำงานด้านจิตอาสาเคยได้รับรางวัลจากกรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 2558 และครั้งนี้ได้เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือทีมหมูป่าด้วยการเป็นล่าม ประสานงานระหว่างทีมดำน้ำชาวอังกฤษที่สามีได้ติดต่ดและเสนอชื่อให้กับทางประเทศไทย ประสานงานทีมซีลอังกฤษและทีมซีลไทย รวมถึงช่วยจัดหาที่อยู่ที่กินให้แก่ทีมอังกฤษด้วย ส่วนหน้าที่ของรองนายกอบต. ก็รับผิดชอบในการจัดสรรงบประมาณ พัฒนาพื้นที่ ช่วยเหลือชาวบ้านพัฒนาบทบาทสตรีในชุมชน ปรับปรุงแผนโครงการพื้นฐาน พร้อมพัฒนาอาชีพให้สตรีมีรายได้นอกเหนือจากการทำเกษตรกรรมด้วยการจัดตั้งกลุ่มอาชีพทำผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น งานจักสาน แปรรูปอาหาร รวมถึงจัดหาตลาดและช่องทางการจำหน่าย
ขณะเดียวกัน จากการทำงานพบว่าในชุมชนยังคงมีปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ยาเสพติด เหล้าบุหรี่ ซึ่งได้มีการค่อยๆ เข้าไปแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาไอคิว อีคิว เพิ่มให้แก่คนในชุมชน เพื่อลดปัญหาความรุนแรง การหย่าร้าง ปัญหาครอบครัว ซึ่งทำมาประมาณ6-7 ปีแล้ว ปัญหาเริ่มไปในทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเพาะปลูกเน้นเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไกินเองมีเหลือก็นำไปขาย ส่วนผู้สูงอายุก็ส่งเสริมให้เพาะเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อส่งให้แก่โคงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญสิริ ที่จะนำไปให้แก่ผู้ประสบภับน้ำท่วม
ปัจจุบันผู้หญิงเก่งมีความสามารถ และมีวิสัยทัศน์มากขึ้น แต่ก็ต้องมีการพัฒนา ไม่หยุดอยู่กับที่และตามให้ทันยุคทันสมัย อีกทั้งนอกจากดูแลงานในบ้านได้แล้วก็ต้องคอยเป็นแรงสนับสนุนให้ครอบครัว ช่วยทำงานหารายได้ให้ครอบครัวอีกทางไม่รอรายรับแค่จากสามีทางเดียว โดยเป็นการทำงานในพื้นที่ เพื่อลดปัญหาการแยกกันอยู่และปัญหาต่างๆ ในครอบครัว

ชไมฤดี อภิวัฒนาพร-ณินทิรา โสภณพนิช

สตรีดีเด่นด้านอาสาสมัคร  ณินทิรา โสภณพนิช ประธานมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ  เผยถึงหลักการดำเนินชีวิตของตัวเองว่ายึดตามหูลักคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในเรื่องความพอเพียงพอใจ กล่าวคือ ถ้าเราพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีแล้วก็ไม่ต้องไปไขว่คว้าสิ่งใดอีก  ส่วนหลักการทำงานตั้งใจทำให้ดีที่สุด สำหรับงานช่วยเหลือสังคมที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก็ไดกำลังใจจากคนในครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ตัวเองได้ออกมาทำงานด้านนี้ เพราะเมื่อลูกๆ สามารถดูแลตัวเองได้เราเองก็หมดห่วง สามารถทำงานได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม ณินทิรา ย้ำหนักแน่นว่า ครอบครัวต้องมาอันดับหนึ่ง ให้เวลาดูแลครอบครัวให้เต็มที่ เมื่อพร้อมแล้วจึงค่อยออกมาช่วยสังคม และที่สำคัญต้องทำอย่างเต็มที่ด้วยความตั้งใจและไม่หวังผลตอบแทน
“สำหรับโล่รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้นับเป็นความดีใจในชีวิต จากนี้ตั้งใจว่าจะทำงานช่วยเหลือสังคมมากยิ่งขึ้นถ้ามีโอกาส ท้ายที่สุดอยากฝากถึงผู้หญิงไทยยุคใหม่ว่า จริงๆ แล้วมีความงามทั้งรูปงามทั้งจิตใจ อยากให้ใช้สิ่งตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง ครอบครัว และสังคม ขณะเดียวกันต้องพยายามติดตามข่าวสาร พัฒนาตัวเองอย่าหยุดอยู่กับที่” ณินทิรา โสภณพนิช กล่าว

วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์

วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์ สตรีไทยดีเด่นด้านกีฬา เผยว่า รู้สึกภูมิใจ ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเองเพราะปกติแข่งขันอย่างเดียว ดีใจที่ยังมีคนเห็นความสำคัญทางด้นกีฬา และดีใจไปกว่านั้นคือปกติเวลาที่ได้รับเหรียญรางวัลก็จะทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพฯ เสมอ และครั้งนี้สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ  มาพระราชทานเราจึงเคลียร์งานทุกอย่าง
รางวัลนี้ได้มาเพราะทุกคนมองเห็นคุณค่าในตัวเรา เรามีความพร้อมและเหมาะสมกับรางวัลนี้ หลังจากนี้คงต้องวางตัวและประพฤติตัวให้เป็นแบบอย่างของประชาชนและเยาวชนให้ดียิ่งขึ้นไป
จริงๆ การเป็นนักกีฬาทีมชาติก็เป็นแบบอย่างให้เยาวชนแล้ว แต่การใช้ชีวิตข้างนอกนอกเหนือจากการทำงานในหน้าที่ทีมชาติไทย ก็ต้องประพฤติปฏิบัติตัวให้สมกับที่ได้รับรางวัลอันสูงเกียรติด้วย เพราะถือว่าเราเป็นบุคคลที่ได้รับเลือก หากเราประพฤติไม่เหมาะสมก็ไม่เป็นการดีสำหรับสมาคมฯ ที่มอบรางวัลให้ และตัวเราเองด้วย แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพียงประพฤติตัวตามปกติ ตามขนบธรรมเนียมประเพณี แต่อาจต้องระมัดระวังมากขึ้น ในบางเรื่องที่เราอาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่อาจจะไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการใช้ชีวิตทั้เรื่องส่วนตัวและการทำงาน เนื่องจากเราเริ่มมาจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย เมื่อเล่นทีมชาติก็เริ่มมีรายได้เข้ามา แต่เรายังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เก็บหอมรอมริบ เพื่อให้มีเงินใช้ในระยะยาว และสามารถดูแลครอบครัวได้ อีกทั้งเรื่องในทีมกับการเป็นผู้นำ ก็จะปฏิบัติตัวให้น้องๆ เห็นเป็นแบบอย่่าง ตามที่ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงทำให้เห็น เพราะส่วนตัวคิดว่า “การเป็นตัวอย่างที่ดี ดีกว่าสอนเป็นคำพูด”