‘หอศิลป์พิมานทิพย์’ แหล่งรวมงานฝีพระหัตถ์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337226

‘หอศิลป์พิมานทิพย์’ แหล่งรวมงานฝีพระหัตถ์ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์

วันที่ 1 สิงหาคม 2561 – 16:25 น.
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี,หอศิลป์พิมานทิพย์,ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์,ทิปปี้ สุพรทิพย์ ช่วงรังษี,นวลพรรณ ล่ำซำ,ดรอุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ,มลภูมิใจ ชุมพล
เปิดอ่าน 2,308 ครั้ง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงเปิดอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์อย่างเป็นทางการ

     “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า” …พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2534

   นับตั้งแต่วันนั้นจวบจนถึงวันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงสืบสานและทรงดำเนินรอยตาม ผ่านโครงการในพระดำริต่างๆ ที่ได้พระราชทานแนวพระนโยบายในการสงวนรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

มาริษา สมบัติบูรณ์-ศ.ดร.พ.ญ.จิรายุ เอื้อวรากุล-ปรัศนีย์ สัตยะรังสี

      จากสุนทรียภาพด้านงานหัตถศิลป์ที่ทรงได้รับการปลูกฝังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ทรงพระอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ศิลปะหลากหลายแขนงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร และความสนพระทัยในงานศิลปะที่นำไปสู่ความสุขสงบในพระทัย จึงตัดสินพระทัยแน่วแน่ที่จะทรงศึกษาการวาดภาพอย่างจริงจัง ผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปะ ล้วนเป็นภาพสัตว์และดอกไม้นานาพรรณ สื่อสารบอกเล่าเรื่องราวถึงผืนป่า สายน้ำ และสิ่งแวดล้อม นับเป็นการถ่ายทอดความรู้ แนวคิด และจินตนาการ การสร้างสรรค์งานด้านศิลปะให้แก่ผู้รักงานศิลป์และเยาวชนรุ่นใหม่ ตลอดจนทรงเป็นแบบอย่างการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

 สุพรทิพย์ ช่วงรังษี

ล่าสุดกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์ ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ส่งเสริมการอนุรักษ์และสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนผลงานการออกแบบเครื่องประดับอัญมณีและน้ำหอมที่โปรดให้นักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สกัดจากดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมนานาชนิดภายใต้เครื่องหมายการค้า CM 1957 ของบริษัท สยาม กลิตเตอร์ส 1957 โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปทรงเปิดอาคารหอศิลป์พิมานทิพย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันก่อน

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

     โอกาสนี้ได้ทอดพระเนตรผลงานศิลปกรรมภาพวาดฝีพระหัตถ์และการแสดงเครื่องประดับอัญมณีที่ทรงออกแบบคอลเลกชั่นล่าสุด โดยผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์ อาทิ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, “คุณปุ๊ม” ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล, ศ.ดร.พญ.จิรายุ เอื้อวรากุล, มาริษา สมบัติบูรณ์, “ทิปปี้” สุพรทิพย์ ช่วงรังษี, “แป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ, “ตุ๊ก” ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เป็นต้น

ศุภลักษณ์ กาญจนเวนิช-วัชนี ติรเศรษฐภักดี-วรรณรวี วิริยะกุลนันท์-ณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย

      ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ หอศิลป์พิมานทิพย์ ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น.

รวมพลังความดีถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/337181

รวมพลังความดีถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 1 สิงหาคม 2561 – 13:35 น.
รวมพลังความดี,ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,พิชัย จิราธิวัฒน์,เซ็นทรัล,กลุ่มเซ็นทรัลเทิดทูนสถาบัน,เก็บขยะ,ทาสีต้นไม้
เปิดอ่าน 1,844 ครั้ง

พิชัย-สุพัตรา -บุษบา และ สมกมล จิราธิวัฒน์ เป็นตัวแทนผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล

พิชัย จิราธิวัฒน์ เปิดงานกลุ่มเซ็นทรัลเทิดทูนสถาบัน

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นำโดย พิชัย- สุพัตรา- บุษบา และ สมกมล จิราธิวัฒน์ ตัวแทนผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล เพื่อร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี ในโครงการ “กลุ่มเซ็นทรัลเทิดทูนสถาบัน”

 ตัวแทนผู้บริหารและพนักงานร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง

 พิชัย กรรมการบริหารบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ตลอดเดือนกรกฎามคมที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีด้วยการประดับธงชาติคู่กับธงพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. พระฉายาลักษณ์พร้อมตั้งเครื่องราชสักการะตามอาคาร ศูนย์การค้าในกลุ่มธุรกิจเครือเซ็นทรัลในทุกศูนย์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนให้พนักงานสวมเสื้อสีเหลืองเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกวันจันทร์และตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา-ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ ช่วยกันเก็บขยะ

ทั้งนี้  โครงการ “กลุ่มเซ็นทรัลเทิดทูนสถาบัน” ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมแปรอักษร “สืบสานปณิธานจักรีวงศ์” ที่พนักงานกลุ่มเซ็นทรัล นักเรียนวงโยธวาทิตโรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย และโรงเรียนมัธยมวัดนวลนรดิศ ร่วมใจกันแปรขบวนเป็นรูปเลข 10 อันหมายความถึงพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ 10 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ พร้อมภาพอักษร “จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ” วงโยธวาทิต บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงมาร์ชราชวัลลภ ประกอบการแปรขบวน บริเวณลานสแควร์ บี หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

จิราภา ทาสีต้นไม้

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้ร่วมกับสำนักงานเขตปทุมวัน จัดงาน “จิตอาสากลุ่มเซ็นทรัล เราทำความดีด้วยหัวใจ” ร่วมกันทำความสะอาดครั้งใหญ่ บิ๊กคลีนนิ่งย่านเซ็นทรัลแบงค็อก ตั้งแต่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึงเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเซ็นทรัล กรีน โปรเจกท์ โดยมีพนักงานจิตอาสาเช็ดทำความสะอาดรั้วกั้นถนนและป้ายรถเมล์ ตลอดจนการบริหารจัดการขยะ เก็บขยะพุ่มไม้ตั้งแต่หน้าเซ็นทรัลชิดลมไปจนถึงบริเวณสะพานลอยเซ็นทรัลเอ็มบาสซี พร้อมทั้งปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ซึ่งมีดอกสีเหลืองอันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ จำนวน 10 ต้น ถือเป็นการบูรณาการพื้นที่ในการปรับสภาพแวดล้อมร่วมกัน

ของขวัญแด่ผู้หญิงคนพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/336905

ของขวัญแด่ผู้หญิงคนพิเศษ

วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 – 09:00 น.
เทศกาลวันแม่,โรบินสัน ซูเปอร์มัม,ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม,มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ,วีเมน แคนเซอร์
เปิดอ่าน 2,030 ครั้ง

ของขวัญวันแม่ส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาฯ

อนวัช สังขะทรัพย์-บุษบา จิราธิวัฒน์

          เผลอแป๊บเดียวก็ใกล้ถึงอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่มีความหมายกับคนไทยอย่าง “เทศกาลวันแม่” อีกแล้ว เชื่อแน่ว่าตอนนี้เหล่าบรรดาคุณลูกๆ ทั้งหลายคงกำลังวางแผนที่จะหาของขวัญสุดพิเศษ เพื่อมอบให้ผู้หญิงที่เก่งและสำคัญที่สุดในชีวิตกันอยู่ เหตุนี้ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน นำโดย บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และ อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด จึงขอเป็นหนึ่งเดสติเนชั่นที่จะเป็นตัวช่วยในการตอบโจทย์ของขวัญที่ดีที่สุด เพื่อต้อนรับเทศกาลวันแม่ กับแคมเปญ “โรบินสัน ซูเปอร์มัม” โดยเปิดโอกาสให้นักช็อปร่วมทำดี กับการร่วมสานต่อโครงการ “วีเมน แคนเซอร์” เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายในบ้านพิงพัก มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สิรินดา ชมะนันทน์-เบญจรัตน์ อรรถจินดา

          ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก 3 คุณลูกเซเลบ ที่งานนี้ขอควงแขนซูเปอร์มัมมาร่วมทำดี พร้อมแชร์ความประทับใจในแบบฉบับแม่-ลูก 3 สไตล์ และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่ทำให้ 3 เซเลบซูเปอร์มัม ยิ้มไม่หุบ เริ่มที่ “เอแคลร์” เบญจรัตน์ อรรถจินดา ที่วันนี้ควงซูเปอร์มัมคนเก่ง สิรินดา ชมะนันทน์ มาเล่าถึงความผูกพันและความประทับใจว่า คุณแม่เป็นคุณแม่เวิร์กกิ้งวูแมนที่เก่งมาก เป็นไอดอลในการทำงาน ที่ทำธุรกิจทุกวันนี้ ก็เพราะได้แรงบันดาลใจจากคุณแม่ เพราะเห็นคุณแม่ทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้คุณแม่นี่แหละที่เป็นเหมือนโค้ชคอยให้คำปรึกษา และแนะนำเทคนิคดีๆ ให้ วันแม่ปีนี้เลยตั้งใจที่จะให้ทั้งของขวัญที่คุณแม่ชอบ คือพวกชุดเครื่องครัวต่างๆ เพราะคุณแม่ชอบทำอาหาร และของขวัญที่เราชอบคือเครื่องสำอาง เพราะแคลร์อยากให้คุณแม่ดูดี และได้ทำในสิ่งที่รักไปพร้อมๆ กัน แถมวันนี้แคลร์ยังได้มีโอกาสร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายของบ้านพิงพักกับการซื้อกิฟต์ การ์ด ของโรบินสันเป็นของขวัญอีกหนึ่งชิ้นให้กับคุณแม่ ซึ่งแคลร์และคุณแม่รู้สึกดีมากๆ

ณัฏฐิ์ประภา-ณัฏฐินี ชุณหะวัณ

          ด้าน “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ ที่ควงแขนคุณแม่สายสตรองอย่าง ณัฏฐินี ชุณหะวัณ มาเซอร์ไพรส์วันแม่ เล่าว่า คุณแม่เป็นคนรักสุขภาพมาก ชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะเทนนิส และคุณแม่จะพยายามปลูกฝังให้ลูกๆ รักสุขภาพด้วยการเล่นกีฬาที่ลูกๆ ชอบ อย่างตัวเองก็เคยได้มีโอกาสไปเล่นเทนนิสกับคุณแม่ ขอบอกว่าท่าสวยและเป๊ะมาก แต่ช่วงหลังๆ คุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาเลยหันมาออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งเบาๆ ที่บ้านแทน วันแม่ปีนี้ก็เลยพาคุณแม่มาเลือกหารองเท้ากีฬาสำหรับเดินหรือวิ่ง เพราะอยากให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง สวย ดูดี และอยู่ด้วยกันไปอีกนานๆ

ปัทม สุจริตกุล-ปัทมวดี เสนาณรงค์

          ปิดท้ายที่ “จาร์” ปัทม สุจริตกุล ลูกชายสุดที่เลิฟของซูเปอร์มัมสุดแซ่บ ปัทมวดี เสนาณรงค์ เล่าถึงความประทับใจแบบฉบับแม่-ลูก ว่า คุณแม่เป็นสายเที่ยว ตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่ก็จะพาไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ คุณแม่พูดเสมอว่า การท่องเที่ยวไม่ได้ให้แค่ความสนุกอย่างเดียว แต่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ซึ่งเห็นด้วยมากๆ วันแม่ปีนี้เลยเซอร์ไพรส์พาคุณแม่มาซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่ และดูพวกอุปกรณ์เวลาไปเที่ยว ซึ่งคุณแม่แฮปปี้มาก

แบบนี้สิสุภาพบุรุษมีสไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/336871

แบบนี้สิสุภาพบุรุษมีสไตล์

วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 – 07:00 น.
จีคิว,แบบนี้สิสุภาพบุรุษมีสไตล์,ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์,ธนาณัติ ภคธง ซิง,ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์,ปาร์ตี้,สุภาพบุรุษ,ขวัญข้าว เศวตวิมล,เบญจ เบญจรงคกุล,กันตพงศ์ ทองรงค์
เปิดอ่าน 2,030 ครั้ง

นิตยสารจีคิว ไทยแลนด์ ค้นหาชายหนุ่มผู้มีพลังแห่งการสร้างสรรค์เต็มเปี่ยม สมกับเป็นสุภาพบุรุษมีสไตล์ปี 2018

หนุ่มๆ เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

      นิยามของสุภาพบุรุษมีสไตล์เป็นอย่างไร คำตอบอยู่ในงาน “จีคิว แมน 2018 (GQ MAN 2018)” โดย “ป๊อป” ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสารจีคิว ไทยแลนด์ ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อค้นหาชายหนุ่มผู้มีพลังแห่งการสร้างสรรค์เต็มเปี่ยม สมกับเป็นสุภาพบุรุษมีสไตล์ปี 2018  ซึ่งหลังจากได้หนุ่มหล่อเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายจากผลโหวตของชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็ถึงช่วงประกาศผลผู้ชนะพร้อมปาร์ตี้ “เดอะ จีคิว เจนเทิลแมน เซิร์ช ปาร์ตี้”

ทัตวร สุกัณศีล-ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์-จารีรัตน์ ยุคนธจิตต์-วรรษชล คัวดรี้

    ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้หนุ่มสาวตบเท้ามาร่วมงานคับคั่ง อาทิ ณาน ชานนท์, “โจ้” ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์, “เบญ” เบญจ เบญจรงคกุล, “แพง” ขวัญข้าว เศวตวิมล, “โก้”วรนัยน์ วาณิชกะ, “วร” ทัตวร สุกัณศีล, จารีรัตน์ ยุคนธจิตต์, วรรษชล คัวดรี้, “เชาว์” ชวลิต ชิตตนันท์, ธีรกิตต์ จารุจินดา ฯลฯ ที่ ABAR โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ค่ำวันก่อน

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์

ขวัญข้าว เศวตวิมล-วรนัยย์ วาณิชกะ

        “ป๊อป” ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถือเป็นปีที่ 4 แล้วกับกิจกรรมค้นหาสุภาพบุรุษมีสไตล์ ในฐานะที่จีคิวเป็นนิตยสารที่ได้รับการยอมรับจากผู้อ่านทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษนำเสนอเนื้อหาสาระรอบตัวที่เหมาะกับผู้ชายไทยยุคปัจจุบัน ทั้งด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และการสร้างแรงบันดาลในการขับเคลื่อนสังคม ดังนั้นแต่ละท่านที่ได้รับการเสนอเพื่อรับรางวัลในครั้งนี้จึงมีบุคลิกที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของนิตยสารที่มีเสน่ห์ แฝงไปด้วยความสนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์เรียกว่า เป็นตัวแทนของผู้ชายยุคใหม่ทั้งในเรื่องของความคิด และความเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง

แอริน ยุกตะทัต-เบญจ เบญจรงคกุล

ณาน ชานนท์

“งานนี้เปิดโอกาสให้หนุ่มไทยที่มีความมั่นใจในตัวเองเข้าร่วมประกวด จนได้ผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายมาเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางนิตยสารและผู้สนับสนุนหลักมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็เดินทางมาถึงรอบสุดท้าย โดยเราจัดงานประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและเซเลบริตี้ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานปาร์ตี้สุดชิค ซึ่งสุภาพบุรุษ 3 คนที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดคือ ”ส้วม” สุขพัฒน์ โล่วัชรินทร์ นักแสดงและคนเขียนบทวัย 32 ปี, “ดาร์ฟ” ธนาณัติ ภคธง ซิง นายแบบวัย 25 และ “เปียง” นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ นายแพทย์หนุ่มวัย 25 ปี จากนั้นจึงรวบรวมคะแนนครั้งสุดท้ายผลปรากฏว่าผู้ชนะเลิศคว้าตำแหน่ง จีคิว แมนประจำปี 2018 ได้แก่ “ดาร์ฟ” ธนาณัติ ภคธง ซิง ได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 แสนบาท เขาเป็นคนที่มีทัศนคติดี ถ่อมตน และมีมารยาทมาก ระหว่างทำกิจกรรมก็อัธยาศัยดี ทำให้มีความโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ” บอสป๊อป เผย

สุขพัฒน์ โล่วัชรินทร์-ธนาณัติ ภคธง ซิง-นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์

ผู้ชนะรับรางวัล

สำหรับหนุ่มจีคิว แมน คนล่าสุด “ดาร์ฟ” ธนาณัติ นายแบบลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง กำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยนานาชาติ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ม.มหิดล เจ้าตัวเผยนิยามความเป็นสุภาพบุรุษแบบฉบับของตัวเองว่าต้องเป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน เพราะทุกคนเท่าเทียมกัน และการกระทำที่คิดว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษก็คือชอบดูถูกคนอื่น

พลิกฟื้น “หนองอึ่ง” ด้วยน้ำพระราชหฤทัยในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/336861

พลิกฟื้น “หนองอึ่ง” ด้วยน้ำพระราชหฤทัยในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 – 14:48 น.
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,น้ำพระราชหฤทัย,หนองอึ่งโมเดล,ยโสธร,สมศักดิ์ ทวินันท์,โสม สายโรจน์,นันทา ชัยยะ,ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดำริ
เปิดอ่าน 2,187 ครั้ง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้มีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ “หนองอึ่ง” โดยรวม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร

ย้อนกลับไปก่อนปี 2543 พื้นที่บริเวณหนองอึ่งครอบคลุม 7 หมู่บ้านของ ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร มีสภาพลุ่มต่ำ ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีในช่วงหน้าฝน สร้างความเสียหายทั้งไร่นา ถนนหนทาง ขณะที่พอถึงหน้าแล้งน้ำท่ากลับไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค เป็นเหตุให้ชาวบ้านต้องบุกรุกป่าหาที่ทำกินใหม่ สภาพป่าจึงเริ่มเสื่อมโทรมส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่จนต้องอพยพเข้าเมืองใหญ่หวังยกระดับความเป็นอยู่ จนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (เมื่อครั้งทรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก ณ โรงเรียนบ้านคำน้ำสร้าง ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร

สภาพหนองอึ่งปัจจุบัน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้มีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่โดยรวม ได้แก่ การขุดลอกหนองอึ่งเพื่อเป็นแหล่งน้ำทำการเกษตรและขยายพันธุ์ปลา, การปรับปรุงสภาพดินโดยรอบหนองอึ่ง โดยปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่ง เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความสำเร็จของโครงการพระราชดำริ ซึ่งได้มีการต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ จึงได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรไปเยี่ยมชมความสำเร็จของ “ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดำริ” ในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรัชกาลที่ 10 จ.ยโสธร อันเป็นแบบอย่างที่น่าเรียนรู้จากการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งพระราชปณิธานไว้ว่าจะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อเร็วๆ นี้

 

สมศักดิ์ ทวินันท์

      ระหว่างที่พาคณะเยี่ยมชมส่วนต่างๆ ของโครงการ สมศักดิ์ ทวินันท์ หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง เล่าย้อนให้ฟังว่า ในอดีตปัญหาหลักๆ ของพื้นที่แถบนี้ประสบอุทกภัยซ้ำซาก โดยเฉพาะฤดูน้ำหลากช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมทุกปี น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์กับเขื่อนลำปาวจะมาบรรจบกันที่นี่ น้ำเข้าท่วมที่นาจนชาวบ้านทำนาปีไม่ได้ ทุกวันนี้ดีขึ้นมากหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งทรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร จึงทรงให้ริเริ่มโครงการพระราชดำริต่างๆ การสัญจรไปมาสะดวกขึ้น เพราะถนนได้ยกพื้นสูงเป็น 1 เมตร เข้าสู่บริเวณหนองอึ่งระยะทาง 15 กิโลเมตรจากถนนใหญ่ การขุดลอกหนองอึ่งเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค  ชาวบ้านได้รับการจัดสรรพื้นที่โดยรอบเพื่อทำการเกษตร นอกจากนี้ยังได้จัดพื้นที่โซนนิ่งบริเวณหนองอึ่งประมาณ 120 ไร่ ให้ชาวบ้านท่าเยี่ยม 120 ครัวเรือนได้มีที่ดินทำกิน ทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง

เห็ดป่า

เห็ดเผาะ

       ในส่วนของป่าชุมชนดงมันที่อยู่ติดกับหนองอึ่งรวม 3,000 ไร่ ในอดีตชาวบ้านได้เข้าบุกรุกเพื่อทำการเกษตรถึง 1,500 ไร่  ปัจจุบันได้คืนพื้นที่ป่ามาทั้งผืน มีการส่งเสริมการป้องกันรักษาป่า มีการบริหารจัดการในรูปป่าชุมชน ทำให้ป่ามีความสมบูรณ์กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยทางการได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกไม้ตระกูลยาง ซึ่งเชื้อเห็ดป่าจำพวกเห็ดเผาะ เห็ดโคน เห็ดตะไคล เห็ดระโงก มักอยู่ในรากของต้นไม้ตระกูลนี้ ทำให้ชาวบ้านได้ทั้งปลูกป่า และยังสามารถหาของป่าได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่หาได้มีมูลค่าปีละล้านบาท เดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อีกทั้งชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันตั้งเป็นสหกรณ์ มีสมาชิกกว่า 70 ราย ช่วยกันแปรรูปเห็ดป่าและไข่มดแดงที่หาได้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มอีกทาง

     “เราส่งเสริมแบบบูรณาการทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะทำเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ทำให้ชาวบ้านมีการกินอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนด้านสังคม ชุมชนมีความเข้มแข็ง จากเมื่อก่อนต่างคนต่างอยู่ ก็ร่วมมือกันและให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดี ถือว่าโครงการพระราชดำรินี้ทำให้ชาวบ้านทั้ง 7 หมู่บ้านมีความเข้มแข็ง และสมัครสมานสามัคคีกัน” หัวหน้าโครงการ เผยพร้อมกับเสริมว่าโครงการพระราชดำริยังเป็นเวทีให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องเศษฐกิจ สังคม ถือว่ามีการพัฒนาอย่างเด่นชัด เป็นตัวอย่างของความสำเร็จ จนมีการขยายพื้นที่พัฒนาไปอย่างกว้างขวางทั้งในยโสธรเองและจังหวัดใกล้เคียง

โสม สายโรจน์ ล้างเห็ดเผาะ

       โครงการพระราชดำริพลิกฟื้นความเป็นอยู่ได้อย่างยั่งยืน แม่เฒ่าวัย 68 ปี โสม สายโรจน์ ชาวบ้านคำน้ำสร้าง หมู่ 11 ต.ค้อเหนือ รองประธานคณะกรรมการดำเนินงานโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากป่า “วนาทิพย์” เล่าด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขว่า ทำนาปีบางครั้งน้ำท่วมข้าวก็เสียหาย จึงต้องทำนาปรังแทน ที่นา 20 ไร่ได้ข้าว 8 ตัน มีรายได้ 2-3 หมื่นบาทต่อปี ช่วงที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มา ได้นำโครงการมาพัฒนาหมู่บ้าน โดยเฉพาะการปลูกป่า ทำให้ป่าหมู่บ้านอุดมสมบูรณ์ มีเห็ดขึ้นให้เก็บมากกว่าแต่ก่อน หลังเก็บเกี่ยวข้าวก็จะเข้าป่าเก็บเห็ดขายเป็นรายได้เสริม ถ้าไม่มีพระองค์ท่านก็คงไม่ได้ลืมตาอ้าปากอย่างทุกวันนี้

       “พอรู้ว่าจะมีโครงการจากพระองค์ท่านเข้ามา ชาวบ้านพากันดีใจจนน้ำตาไหล ตอนนี้เป็นสมาชิกกลุ่มเห็ดเผาะ เห็ดโคน ไข่มดแดง ทำเห็ดกระป๋อง เอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช้ แล้วช่วยกันปลูกป่า หวงแหนป่า เพราะเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ของพวกเรา ที่สำคัญไม่ต้องดิ้นรนไปไหน อยู่บ้านก็มีกิน ถ้าขยันทำมากก็ได้มาก เห็ดเผาะเห็ดโคนกระป๋องของเราเป็นโอท็อป 5 ดาวของชุมชนด้วย รายได้ดีขึ้นชีวิตก็ดีขึ้น” ป้าโสม กล่าว

บิน แสนสุข

      ไม่ต่างจากเกษตรกรอย่าง บิน แสนสุข วัย 64 ปี เผยว่า ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ก่อนนี้ทำนา มีที่นา 4 ไร่ ต่อมายกให้หลานทำ จึงหารายได้เสริมจากการทำประมงจับปลาในหนองอึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนน้ำในหนองอึ่งยังดีอยู่ เลี้ยงปลาในกระชัง 10 วันก็จับปลาน้ำหนัก 9-10 ขีดขายได้ พอขายปลาได้ดีชาวบ้านก็พากันมาเลี้ยงเยอะถึง 120 กระชัง อาหารที่ให้ปลาหลายตันต่อวันก็ทำให้น้ำเสีย ปลาก็ตาย ช่วงที่พระองค์ท่านเสด็จฯ มาปี 2543 ตอนนั้นเป็นสมาชิก อบต. ก็ได้เข้าเฝ้าฯ อยู่ไกลๆ รู้สึกดีใจ เพราะจากที่เมื่อก่อนแห้งแล้งมาก เอกสารสิทธิที่ดินก็เป็นเจ้าของไม่ได้ พื้นดินเป็นดินทราย ตั้งแต่มีโครงการพระราชดำริทำให้ชาวบ้านมีความหวัง

     “ตอนนี้ไม่ต้องไปไหนที่หนองอึ่งก็มีปลาให้จับเยอะ รายได้ประมงดีขึ้น เหลือกิน 200-300 บาทต่อวัน ได้ปลากราย ปลาบึก ราคาดี แม้ได้ไม่เยอะแต่ก็พอใจแล้ว  นอกจากทำนา ประมง ก็มีปลูกพืชผักสวนครัวกินได้ เหลือกินก็เอาไปแลกเปลี่ยนกับคนในชุมชนได้ ทั้งที่เมื่อก่อนปลูกอะไรได้ยาก ลำบากชนิดที่เรียกว่าซื้อแค่ผงชูรส น้ำปลา มาคลุกข้าวกินกับผักที่ปลูกเอง” ชาวบ้านท่าเยี่ยม กล่าว

เกษร รสภาวัย และนันทา ชัยยะ

       ขณะที่แม่-ลูก เกษร รสภา วัย 63 ปี และ นันทา ชัยยะ วัย 39 ปี ชาวบ้านท่าเยี่ยม หมู่ 10 ต.ค้อเหนือ สมาชิกศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ บ้านคำน้ำสร้าง นันทา เล่าว่า ตอนน้ำท่วมซ้ำซากชีวิตลำบากมาก ไม่รู้จะทำอะไร จึงเข้ากรุงเทพฯ ไปทำงานอยู่โรงงานพลาสติก 10 ปี พอมีโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม่ก็เรียกให้กลับมาช่วยกันทำมาหากิน ตอนนี้ทำเกษตรพอเพียงได้ 13 ปีแล้ว มีความสุขกว่าอยู่กรุงเทพฯ ไม่ต้องดิ้นรน หน้านาก็ทำนาพร้อมกับปลูกพืชผักสวนครัวเป็นอาชีพเสริม มีกินมีเก็บบ้าง ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง ทุกครั้งที่นึกถึงพระองค์จะตื้นตันจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เคยได้ยินที่ใครๆ พูดว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ ไปที่ไหน ความเจริญไปถึงที่นั่นเป็นเรื่องจริง

       ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ปัจจุบัน “โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง” ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในระยะยาว หากยังประโยชน์ให้คนในชุมชนได้มีแหล่งอาหาร อยู่ร่วมกับป่าแบบพึ่งพิง และสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืน…ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปินศิลปาธร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/336564

พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปินศิลปาธร

วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 – 17:36 น.
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์,ศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561,ศิลปาธร,สาขาศิลปะการออกแบบ,วีระ โรจน์พจนรัตน์,อรรฆย์ ฟองสมุทร,ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ,อุทิศ เหมะมูล,ผศดรนรอรรถ จันทร์กล่ำ,ธีระวัฒน์ มุลวิไล,โสฬส สุขุม,ศิลปินศิลปาธร คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,618 ครั้ง

ในโอกาสที่ทรงได้รับการถวายรางวัล “ศิลปาธร” สาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ)

ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ที่จะดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทอันจะนำไปสู่ความสำเร็จทั้งปวง ดังนั้น เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จึงจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์ศิลปินศิลปาธรและเชิดชูเกียรติศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561 ในโอกาสที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงได้รับการถวายรางวัล “ศิลปาธร” สาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการและทอดพระเนตรนิทรรศการ โดยมี วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยข้าราชการ ศิลปินร่วมสมัยและศิลปินที่ได้รับรางวัล “ศิลปาธร” เฝ้ารับเสด็จ ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน เมื่อวันก่อน

ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ เฝ้าฯ รับเสด็จ

  วีระ โรจน์พจนรัตน์ เผยว่า ในปีนี้ได้เห็นชอบผลการพิจารณาตัดสินรางวัล “ศิลปาธร” ภายใต้มติเห็นชอบของคณะกรรมการตัดสินรางวัล “ศิลปาธร” ให้แก่ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น 7 สาขา ได้แก่ สาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, ​สาขาทัศนศิลป์ (ภัณฑารักษ์) อรรฆย์ ฟองสมุทร, สาขาสถาปัตยกรรม ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ, สาขาวรรณศิลป์ อุทิศ เหมะมูล, สาขาดนตรี ผศ.ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ, สาขาศิลปะการแสดง ธีระวัฒน์ มุลวิไล, สาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว โสฬส สุขุม

ผศ.ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ

“ในนามประชาชนชาวไทยมีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ในโอกาสที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงรับการถวายรางวัล “ศิลปาธร” สาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) ประจำปีพุทธศักราช 2561 นับเป็นนิมิตหมายอันดียิ่งสำหรับวงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทยที่ได้มีองค์ศิลปินศิลปาธร ทรงเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว

ธีระวัฒน์ มุลวิไล

โสฬส สุขุม

สำหรับกระบวนการสรรหาศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัลศิลปาธร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะจากนักวิชาการ นักวิจารณ์งานศิลปะ ทำหน้าที่ในการคัดสรรและกลั่นกรองศิลปินที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด จากนั้นคัดเลือกศิลปินที่มีผลงานดีเด่น เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัลศิลปาธร ปัจจุบันมีศิลปินร่วมสมัยที่ได้รับรางวัลแล้วทั้งสิ้น 74 คน ดังนั้น รางวัลศิลปาธร จึงเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ศิลปินร่วมสมัยที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องเป็นที่ประจักษ์และยอมรับทั้งในระดับชาติและสากล สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ศิลปินร่วมสมัยในการสร้างสรรค์ผลงานให้ก้าวหน้าในเส้นทางสายอาชีพอย่างมั่นคง เพื่อเป็นคุณูปการต่อชาติต่อสังคมไทยสืบไป

ทั้งนี้ นิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์ศิลปินศิลปาธรและเชิดชูเกียรติศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561 ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 9 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น.

แฟนชัปปุยส์-พี่สาวแนท อนิพรณ์ ตบเท้าเข้ารอบ MTW 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/336262

แฟนชัปปุยส์-พี่สาวแนท อนิพรณ์ ตบเท้าเข้ารอบ MTW 2018

วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 – 16:24 น.
มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018,ชยาภรณ์ บุนนาค,เลน่า เฮลาน่า บุช,น้องฐิชชา สามาฐิชชา เปลี่ยนวิถี,อ้ำ จรีลักษณ์ จันทร์สุวรรณ,มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,697 ครั้ง

คนสวยมากดีกรี มีจิตอาสาพาเหรดเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

เดินทางมาถึงช่วงเวลาตื่นเต้นอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นเหล่าสาวงามหรือแม้แต่แฟนนางงาม สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สตาร์ดอม เอเชีย จำกัด ประกาศผลผู้ผ่านเข้า 30 คนสุดท้าย “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018” พร้อมจับสลากหมายเลขประจำตัว ที่ห้องเมย์แฟร์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ โดยช่วงเช้าผู้ผ่านรอบสัมภาษณ์จำนวน 59 คน ทะยอยลงทะเบียนติดหมายเลข จากนั้นกองประกวดฯ ได้ให้สาวงามรวบผม สวมใส่เสื้อกล้ามสีขาว การเกงผ้าไทยแบรนด์ ตะมิสะ ฮิคาริ ก่อนขึ้นเวทีเดินโชว์โฉม พร้อมสัมภาษณ์รอบละ 6 คน และในช่วงบ่ายประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย

ชยาภรณ์ บุนนาค

“โป้ง” ชยาภรณ์ บุนนาค ผู้จัดการกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ กล่าวว่า ปีนี้ผู้เข้าประกวดมีความน่าสนใจมาก แม้จำนวนที่มาสมัครจะน้อยแต่คุณภาพแต่ละคนคับแก้ว อาจเพราะสังคมการประกวดนางงามบ้านเราเริ่มเข้าใจบริบทของมิสไทยแลนด์เวิลด์มากขึ้น จึงได้สาวงามมีคุณสมบัติดี และมีความสนใจในโครงกรจิตอาสา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจของการประกวดในปีนี้ อยากให้แฟนนางงามติดตามข่าวการประกวด นับจากนี้จะค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ด้าน “อ้ำ” จรีลักษณ์ จันทร์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ดอม เอเชีย จำกัด ในฐานะผู้จัดประกวดเผยว่า การคัดเลือกรอบ 30 คนสุดท้ายคณะกรรมการคิดแล้วคิดอีก พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะสาวงามต้องไปเก็บตัวถึงหนึ่งเดือนครึ่งจึงต้องเลือกคที่มีศักยภาพและเวลาในการร่วมกิจกรรม จะมีการฝึกอบรมด้านต่างๆ มากมาย เพื่อเสริมศักยภาพสาวงาม อาทิ ฝึกการแสดง บุคลิกภาพ การดูแลรูปร่าง การตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษซึ่งสำคัญมาก นอกจากนั้นการใช้สื่อโซเชียลก็มีความสำคัญไม่น้อย จะมีการสอนใช้อย่างเหมาะสมเพื่อสะสมคะแนนในรอบนางงามจิตกุศล หรือ “บิวตี้ วิธ อะ เพอร์โพส”

ถึงช่วงประกาศผล 30 คนสุดท้าย ปรากฎว่าสาวงามที่ผ่านเข้ารอบมาได้ล้วนหน้าตา รูปร่าง และความสามารถจัดเต็ม มีทั้งนักแสดง นางแบบ นักศึกษา นักกีฬา ครู เภสัชกร และดีกรีนางงามเวทีอื่นๆ ที่น่าสนใจก็อย่าง สาวบุรีรัมย์ลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย วัย 21 ปี “ติน่า” คริสตินา ไพล์ชมันน์ หมายเลข 13   กำลังศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยว่าตื่นเต้นและดีใจไม่หายที่ผ่านเข้ามาได้ เคยได้รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์ เฟรนด์ลี่ ดีไซน์ 2017 ของโครงการยูนิเวอร์ซอลดีไซน์ รณรงค์ส่งเสริมเรื่องอารยสถาปัตย์ การประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์จึงเหมาะกับตัวเองมาก เพราะทำงานจิตอาสามาตลอด ที่ผ่านมาได้มีโอกาสออกไปสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้ชราร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เห็นปัญหาตามแหล่งสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งหากเราเตรียมความพร้อมเรื่องนี้ได้ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทั่วไปรวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีความบกพร่องทางร่างกายได้ ตั้งใจจะนำความสนใจจิตอาสาด้านนี้นำเสนอเพื่อให้เกิดความร่วมมือในวงกว้างต่อไป

สำหรับความสามารถพิเศษด้านอื่นๆ  “น้องติน่า” บอกว่าสามารถรำไทย ร้องเพลง เดินแบบ รวมถึงพูดภาษาเขมรได้ จะทำให้ดีที่สุดและหวังถึงมงกุฎ แต่ถ้าพลาดหวังก็ไม่เป็นไร จะกลับไปทำงานจิตอาสารณรงค์เรื่องอารยสถาปัตย์ต่อไป เพราะเรื่องนี้ไม่ใข่แค่คนในประเทศจะได้ประโยชน์แต่ยังเป็นจุดส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น

ผู้เข้าประกวดหมายเลข 30 “น้องฐิชชา” สามาฐิชชา เปลี่ยนวิถี หลานสาวอดีตนางแบบดัง “นาตาชา เปลี่ยนวิถี” กล่าวว่าเกิดที่ออสเตรเลีย ขณะนี้กำลังเรียนพยาบาลอยู่ที่มหาวิทยาลัย เวสต์เทิร์น ซิดนีย์ ได้กลับมาเมืองไทยเป็นประจำทุกปีโดยมีความฝันอยากเข้าวงการเหมือนคุณน้า คุณอา จึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ประจวบเหมาะกับที่เวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์เปิดรับสมัครพอดี จึงคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะต้องมาลองหาประสบการณ์ให้ตัวเอง คุณน้าก็ให้กำลังใจ และสอนวิธีการทำงาน อย่างครอบครัวเป็นคนขี้อายทั้งบ้าน คุณน้าก็สอนให้กล้าแสดงออก รู้จักทำงาน ไม่ให้คนอื่นลำบาก อนาคตก็อยากเข้าวงการ อยากมีความสามารถและจิตใจดีควบคู่กันไป

ด้าน “เลน่า” เฮลาน่า บุช อายุ 22 ปี หมายเลข 26 สาวลูกครึ่ง 4 ชาติ ไทย-เยอรมัน-เดนมาร์ก-สวีเดน แฟนสาวของ ชาริล ชัปปุยส์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย เปิดความรู้สึกว่า ตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่ผ่านเข้ารอบ เวลาไปไหนมาไหนคนชอบมองว่าเป็นแฟนของนักฟุตบอลชื่อดัง แต่ตัวเองอยากให้คนมองตัวตนและความสามารถของเรา เชื่อว่าคณะกรรมการมองเห็นข้อดีของตัวเอง ทั้งรูปร่างหน้าตาและความรู้ที่มี หลังจากได้ตอบคำถามแสดงความคิดเห็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ความสามารถส่วนตัวนั้นชื่นชอบการเล่นกีฬา เช่น บาสเกตบอล วิ่ง กระโดดไทย มวยไทย แต่ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ ม.กรุงเทพ ไม่ค่อยมีเวลาจึงเน้นการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

“ในรอบฟาสแทร็กส์ส่วนตัวอยากทำกิจกรรมจิตอาสาด้านลดโลกร้อน คนส่วนใหญ่อาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ ปัญหานี้อยู่ใกล้ตัวมาก สังเกตได้จากฝนหรือหิมะตกไม่ต้องตามฤดูกาล หรือเหตุการณ์ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ทั้ง 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ก็เพราะฝนตกเร็วกว่าปกตินั่นเอง จุดแรกที่อยากจะเริ่มคือการให้ความรู้เพื่อให้คนเข้าใจว่าทำไมเราต้องดูแลโลกของเรา ตัวเองเชื่อว่าหากคนเรารักอะไรสักอย่าง เราจะดูแลเป็นอย่างดี” เฮลาน่ากล่าว
สำหรับรางวัลฟาสแทร็กส์ในปีนี้ มี 5 รางวัล ที่จะส่งให้ผู้เข้าประกวด เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย แบบอัตโนมัติ ประกอบด้วย
1. รางวัลนางงามจิตอาสา กำหนดให้ผู้เข้าประกวดแบ่งทีมทำภาระกิจของธนาคารออมสิน ผ่านโครงการ QR สาธุ เพื่อรวบรวมเงินบริจาคให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ รวมคะแนนกับการทำจิตอาสาส่วนตัวของผู้เข้าประกวดแต่ละคน
2. รางวัลความสามารถพิเศษ กำหนดให้ผู้เข้าประกวดที่มีความสามารถด้านต่างๆ อาทิ ร้องเพลง เล่นดนตรี เต้นรำ สมัครประกวดเข้าแข่งขัน
3. รางวัลความสามารถด้านทักษะนางแบบ กำหนดให้ผู้เข้าประกวดทุกคนลงสมัครรางวัลนี้
4. รางวัลความสามารถด้านทักษะกีฬา กำหนดให้ผู้เข้าประกวดที่มีทักษะด้านกีฬาลงสมัครรางวัลนี้ โดยรางวัลนี้จะไปแข่งขันระหว่างทำกิจกรรมเก็บตัวที่อำเภอชะอำ และอำเภอหัวหิน
5. รางวัลมิสพีเพิลส์ ชอยซ์ (สามารถโหวตได้ 2 ช่องทาง)
ช่องทางที่ 1 โหวตสาวงามผู้เข้าประกวดฯ ที่ท่านชื่นชอบผ่านทาง SMS พิมพ์ MTW ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวดฯ 01-30 ส่งมาที่ 4838433 สามารถโหวตได้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ถึงวันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561 เวลา 18.00 น.
ช่องทางที่ 2 โหวตผ่านเว็บไซต์ http://www.missthailandworld.net และสามารถติดตามผลโหวต ได้ทางเว็บไซต์ http://www.missthailandworld.net เช่นเดียวกัน
โดยสามารถรับชมภาพบรรยากาศ ความสนุกเข้มข้นต่างๆ ในรายการ “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 เดอะเรียลลิตี้”  ซึ่งจะออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.30 – 22.30 น. ทางช่อง 28 เริ่มวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ โดยมีตัวแม่แห่งเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์อย่าง ซินดี้-สิรินยา บิชอพ รุ่นพี่มิสไทยแลนด์เวิลด์ 1996 ที่อาสารับหน้าที่โค้ช การันตีความปัง
ทั้งนี้ ผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน จะเดินทางไปทำกิจกรรมเก็บตัว อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 3 คืน 4 วัน และรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 กันยายนนี้   ณ พาลาเดี่ยม ฮอลล์ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 20.30 น.เป็นต้นไป ทางช่อง 28

คุณแม่สายลุย ส่งลูกแฝดสามลงสนามฝึกทักษะฟุตบอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/336087

คุณแม่สายลุย ส่งลูกแฝดสามลงสนามฝึกทักษะฟุตบอล

วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 – 07:18 น.
แสนสิริ,เศรษฐา ทวีสิน,แสนสิริ อะคาเดมี,มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,ฟุตบอล,อะคาเดมี่,ฝึกทักษะ
เปิดอ่าน 2,542 ครั้ง

โครงการ “แสนสิริ อะคาเดมี” มุ่งมั่นส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานด้านฟุตบอลอย่างถูกต้อง

เพราะการเล่นกีฬามีความสำคัญต่อสุขภาพ และมอบประโยชน์หลายด้านให้แก่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกับสังคม และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จึงทำให้เกิดโครงการ “แสนสิริ อะคาเดมี” ที่มีเป้าหมายหลักคือความมุ่งมั่นส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานด้านฟุตบอลอย่างถูกต้อง และไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้แนวคิด “แสนสิริ โซเชียล เชนจ์” มุ่งมั่นสร้างรากฐานเพื่อช่วยเหลือ และพัฒนาเด็กในแต่ละด้านอย่างยั่งยืน

เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จากัด (มหาชน) กล่าวว่า กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดแสนสิริ โซเชียล เชนจ์ ที่มุ่งมั่นให้การสนับสนุนการดูแลเด็กใน 3 ด้าน ได้แก่ สุขภาพ การศึกษา และกีฬา นอกจากจะมีสุขภาพดีจากการพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาแล้ว ยังสามารถต่อยอดสู่ด้านการศึกษาได้อีกด้วย อาทิ การได้รับโควตาเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพหรือต่อยอดสู่ระดับสโมสรและระดับชาติ

      นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มโปรแกรมแสนสิริ อะคาเดมี โปร ที่มีโปรแกรมฝึกซ้อมที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ และยังมีกิจกรรมพิเศษให้เด็กได้ใกล้ชิดกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสานฝันนักฟุตบอลเยาวชนสู่เป้าหมายได้กว่า 100 คน แบ่งต่อยอดด้านการศึกษากว่า 80 คน และเป็นนักฟุตบอลเยาวชนอีกกว่า 20 คน

คุณแม่มุก และหนุ่มน้อยแฝดสาม

งานนี้ได้รับเกียรติจากครอบครัวเซเลบริตี้ “มุก” เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ พาลูกชายแฝดสาม “น้องปราณ-น้องปราชญ์ และน้องปริญญ์ รุ่นประพันธ์” พร้อมด้วย พิตต้า ณ พัทลุง และ กวิตา จินดาวัฒน์ ในฐานะโซเชียล เชนจ์ แอมบาสซาเดอร์ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

พิตต้า ณ พัทลุง-กวิตา จินดาวัฒน์

โดยคุณแม่ลูกแฝดสาม มองว่าโครงการนี้มีประโยชน์มาก ในฐานะลูกบ้านต้องยอมรับว่านอกจากความใส่ใจในการดูแลการก่อสร้าง ยังมีการให้บริการที่ดีแก่ลูกบ้านด้วย ซึ่งคัดสรรกิจกรรมดีๆ ให้ทำอยู่เสมอ และที่สำคัญยังไม่ลืมที่จะทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งเชื่อว่าไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการสร้างรากฐาน หรือสนับสนุนเด็กและเยาวชนอีกแล้ว โดยเฉพาะด้านกีฬา

อย่างลูกๆ นอกจากจะสนับสนุนด้านการเรียนแล้ว ด้านกีฬาก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ตอนนี้ส่งลูกๆ เรียนว่ายน้ำ เทนนิส และบาสเกตบอล สำหรับการลงสนามเล่นฟุตบอลครั้งนี้ แม้จะเป็นครั้งแรก แต่สังเกตได้ว่าทุกคนชอบและมีความสุขมาก การเล่นกีฬาไม่ว่าจะประเภทไหนล้วนมีประโยชน์ เพราะนอกจากจะช่วยร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังสอนให้รู้จักการแพ้ชนะ ความพยายาม กติกามารยาท และความเคารพผู้อื่นด้วย

คอนโดฯ หรูตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/335941

คอนโดฯ หรูตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 – 10:00 น.
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต,พฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม,เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร,คอนโดมิเนียม
เปิดอ่าน 2,396 ครั้ง

 “เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร” ชวนค้นพบนิยามการใช้ชีวิตที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย

เจนนิส สินธวาชีวะ และน้องจาณีน

          ชวนค้นพบนิยามการใช้ชีวิตที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) นำโดย ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม และ อรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง จัดงานเปิดตัว “เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร” ซูเปอร์ลักชัวรี่คอนโดมิเนียมแห่งปี อย่างเป็นทางการ ที่ เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงาน อาทิ  “แหน” นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, “ส้ม” ชนัดดา จิราธิวัฒน์, “ปิ่น” สุวดี พึ่งบุญพระ, “ปอ” ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธุ์, “มิ้นต์” ณิชชา บุณยากร, “มีมี่” มิลิน ยุวจรัสกุล, “อุ๊” เจนนิส สินธวาชีวะ เป็นต้น

ชนัดดา จิราธิวัฒน์

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธุ์-ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต         

          ประเสริฐ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ โครงการแรกของพฤกษาพรีเมียม ซึ่งตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมอบเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้แก่ทุกคน ได้สัมผัสกับความสุดยอดและที่สุดในด้านต่างๆ ที่ถูกรวบรวมไว้ที่นี่ เริ่มจากสถานที่ตั้ง สาทร-สวนพลู ซึ่งถือเป็นถนนสายสำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็นไลฟ์สไตล์ ดิสทริกท์ รายล้อมด้วยไลฟ์สไตล์ชั้นนำทุกรูปแบบ ศูนย์การค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ใจกลางย่านธุรกิจ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ต่อด้วยที่สุดด้านสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่สไตล์โมเดิร์น ยูโรเปี้ยน ไทย โคโลเนียล ในสองกาลเวลาที่ซ้อนกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความคลาสสิกและความโมเดิร์น โดดเด่นด้วยการออกแบบเน้นความสมมาตรอันงดงาม ประกอบกับการนำ ต้นหมาก ต้นพลู มาเป็นส่วนประกอบหลัก สะท้อนบรรยากาศอาคารพักอาศัยแบบคหบดีไทยในอดีต ปิดท้ายด้วยการมอบอิสระในการกำหนดจังหวะชีวิตที่เข้าใจคนเมืองอย่างแท้จริง โดยผสานสองความแตกต่างคือชีวิตที่เร่งรีบ และชีวิตที่ช้าลงให้อยู่รวมกันได้เป็นหนึ่ง ภายใต้บริบทของพื้นที่ในย่านที่มีความเร่งรีบ แต่ยังคงอิ่มเอมกับการใช้ชีวิตที่ผ่อนคลายที่เป็นส่วนตัวได้ตลอดเวลา

มิลิน ยุวจรัสกุล-เอกพล เรืองกิจจานุวัฒน์

          งานนี้คู่รักคนดังอย่าง “มีมี่” มิลิน แห่งแบรนด์มิลิน และ เอกพล เรืองกิจจานุวัฒน์ ในฐานะลูกบ้านตัวจริงมาร่วมแชร์ประสบการณ์การเลือกคอนโดมิเนียม โดยกล่าวว่า อันดับแรกคือต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะมีครอบครัวแล้วจะค่อนข้างดูปัจจัยหลายๆ อย่างความสะดวกในการเดินทาง โลเกชั่นใกล้สถานที่สำคัญต่างๆ รวมเรื่องการดีไซน์ ชอบความโมเดิร์น และคลาสสิก อยู่นานๆ แล้วไม่เบื่อ ส่วนวัสดุเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ที่นำมาตกแต่งภายในก็ต้องดูว่าใช้แบรนด์อะไรมีคุณภาพดีหรือไม่ อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือโครงการที่น่าเชื่อถือมีบริการหลังการขายที่ดีเพราะเราต้องอยู่กับโครงการไปอีกนาน

ณิชชา บุณยากร

          ขณะที่ “มิ้นต์” ณิชชา บอกว่า การตัดสินใจเลือกคอนโดนับว่าเป็นการบ่งบอกตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเราได้ส่วนหนึ่ง ถ้าเราเป็นคนมีสไตล์ก็จะเลือกโครงการที่มีดีไซน์ภายนอกและภายในที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเรา รวมถึงชื่อเสียงโครงการเป็นสิ่งสำคัญมากที่มิ้นไม่มองข้าม เพราะเพื่อนๆ หลายคนเจอปัญหาค่อนข้างเยอะมากเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการ ถ้าเราเลือกบริษัทที่มีชื่อเสียงเราก็จะมั่นใจในทุกๆ เรื่อง

มหกรรมรวมสุดยอดเรือนเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/335882

มหกรรมรวมสุดยอดเรือนเวลา

วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 – 16:00 น.
สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018,เดอะ ยูนีค ไทม์พีซเซส,บาเซล เวิลด์ 2018,ชนิสา แก้วเรือน,จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล,ยูมิ เคียงศิริ,คงภัทร จิรมณีกุล,ทิพาณัท เลณบุรี,ตุนท์ศรินญา มหาดำรงค์กุล,เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์,คัทสึมิ คุโบตะ,แฟรงค์ มูลเลอร์,ธนพนธ์ เบญจรงคกุล,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,876 ครั้ง

เหล่าเซเลบตบเท้าเข้าร่วมงานรวมสุดยอดประดิษฐกรรมแห่งเรือนเวลา

ธนพนธ์ เบญจรงคกุล

มนต์เสน่ห์แห่งเรือนเวลาเปิดฉากสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับมหกรรมงานแสดงนาฬิกา “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018” เช่นเคยสยามพารากอนร่วมกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกรังสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “เดอะ ยูนีค ไทม์พีซเซส” รวมสุดยอดประดิษฐกรรมแห่งเรือนเวลาชิ้นเอกกว่า 180 แบรนด์ชั้นนำ ส่งตรงจากมหกรรมแสดงนาฬิการะดับโลก “บาเซล เวิลด์ 2018” และ “SIHH 2018” ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาจัดแสดงให้แฟนแบรนด์จับจองเป็นเจ้าของ โดยมีผู้บริหารสยามพารากอน และวอทช์ แกลอเรีย พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ นำโดย ชนิสา แก้วเรือน, จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล พร้อมด้วยผู้บริหารแบรนด์นาฬิกาและเหล่าพันธมิตรธุรกิจ อาทิ ยูมิ เคียงศิริ, คงภัทร จิรมณีกุล, ทิพาณัท เลณบุรี, ตุนท์-ศรินญา มหาดำรงค์กุล, เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์, คัทสึมิ คุโบตะ ฯลฯ มาร่วมฉลองเปิดงานบริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน วันก่อน

ชนิสา แก้วเรือน-จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล

          บรรยากาศในงานสุดคึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน เริ่มจากการแนะนำเรือนเวลาชั้นนำโดยเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการ อาทิ แฟรงค์ มูลเลอร์ รุ่น ดับเบิล มิสทรี หรูหรามูลค่า 22 ล้านบาท ระยิบระยับด้วยเพชรบนหน้าปัด มาที่ แท็ก ฮอยเออร์ ลิ้งค์ เรือนเวลาสไตล์สปอร์ตทันสมัย กับสายนาฬิกาทรงเอส เอกลักษณ์ของแบรนด์, โอเมก้า รุ่น ซีมาสเตอร์ อะควา เทอร่า เรือนเวลาสุดหรูส่งตรงจากงานบาเซล เวิลด์ 2018 เผยโฉมในงานนี้เป็นครั้งแรก โดดเด่นด้วยเพชรน้ำงามล้อมรอบหน้าปัดบนตัวเรือนที่ได้จากการหลอมทอง ทองแดง และพาลาเดียม ถ่ายทอดความงดงามโดย หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยาไบรท์ลิ่ง รุ่น เนวีไทเมอร์8 B01 นาฬิกาคอลเลกชั่นนักบินสุดคลาสสิก โดย ธนพนธ์ เบญจรงคกุลมงบลองค์ รุ่น เฮอริเทจ โครโนมิทรี คอลเลกชั่น นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกลไกปฏิทินถาวรโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินรมควันกับวิวพระจันทร์ 3 มิติ โดย อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ เป็นต้น

ศุทธสิน ตัณมานะศิริ-คงภัทร์ จิรมณีกุล

เซเลบริตี้หนุ่ม ธนพนธ์ เบญจรงคกุล บอกว่า เริ่มซื้อนาฬิกาเก็บสะสมตั้งแต่เด็ก แต่ยังไม่ใช่นาฬิกาที่มีมูลค่า กระทั่งสามารถหารายได้เองได้ จึงเลือกซื้อนาฬิกาที่มีมูลค่าเก็บสะสมและถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่คุ้มค่า หากเราเลือกซื้อในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และแบรนด์ที่ยังเป็นที่นิยม นอกจากนั้นยังมองว่านาฬิกาเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่เป็นส่วนประกอบของการแต่งตัวที่ช่วยเสริมบุคลิกให้เราดูดีขึ้นอีกด้วย

ทิพาณัท เลณบุรี-ตุนท์ มหาดำรงค์กุล-ยูมิ เคียงศิริ

          ด้านสาวผู้นิยมเรือนเวลา  พัณณิตา ณ.ส. สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  เผยว่า ความที่คุณพ่อเป็นนักสะสมนาฬิกาคนหนึ่งทำให้โชคดีได้รับช่วงมาเก็บไว้อยู่หลายเรือน ซึ่งเรือนที่มีมูลค่าทางใจมากที่สุดคือ นาฬิกาที่คุณพ่อคุณแม่ให้เป็นของขวัญรับปริญญา ไม่ใช่ของใหม่แต่เป็นของตกทอดจากคุณพ่อแม่เช่นกัน แต่เรือนนี้พิเศษตรงที่มีชื่อของคุณพ่อคุณแม่สลักไว้ข้างหลัง เลยประทับใจมากเป็นพิเศษ และเป็นนาฬิกาที่หยิบมาใส่บ่อยมากที่สุดเรือนหนึ่ง

   ผู้สนใจสามารถชมและช็อปงานมหกรรมแห่งเรือนเวลาสยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 สิงหาคมนี้