คนดังแห่ชมงานศิลป์พร้อมเปิดใจรับความหลากหลายทางเพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/333986

คนดังแห่ชมงานศิลป์พร้อมเปิดใจรับความหลากหลายทางเพศ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 – 14:03 น.
เจย์-เปิ้ล จริยดี สเป็นเซอร์,นิทรรศการ,เพศทางเลือก,ใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์,คิด คณชัย เบญจรงค์กุล,มิกซ์ ยูส ครีเอทีฟ สเปซ,ศิลปะ,ภาพถ่าย,คนดัง
เปิดอ่าน 2,043 ครั้ง

ช่างภาพระดับแนวหน้า รวมพลังจัดนิทรรศการ “คาไลโดสโคป ไอ ทรู มาย เลนส์” ถ่ายทอดให้เห็นความหลากหลายของสังคมเพศทางเลือก

อัครรัฐ วรรณรัตน์-ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์-เจย์ สเป็นเซอร์

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องของรสนิยมทางเพศเป็นเรื่องที่เปิดกว้างและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น นำไปสู่ความหลากหลายทางเพศ เป็นที่มาของนิทรรศการ “คาไลโดสโคป ไอ ทรู มาย เลนส์” ซึ่ง “วูฟ แพค แบงคอก” ครีเอทีฟ สเปซ-ดีไซน์ ไลฟ์สไตล์ แอนด์ อาร์ต คอมมิวนิตี้ โดย เจย์-เปิ้ล จริยดี สเป็นเซอร์ จัดขึ้น โดยชวนช่างภาพระดับแนวหน้ากว่า 25 คน อาทิ “ใหญ่” อมาตย์ นิมิตภาคย์, “จอร์จ” ธาดา วาริช, ปิยทัต เหมทัต, “คิด” คณชัย เบญจรงค์กุล ฯลฯ

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

       ร่วมแสดงผลงานถ่ายทอดให้เห็นความหลากหลายของสังคมเพศทางเลือก ประกอบด้วยLesbian-เลสเบี้ยน, Gay-เกย์, Bisexual-ไบเซ็กชวล-, และ Transgender/Transsexual-คนข้ามเพศ (LGBT) พร้อมจัดกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของชาว ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ที่ร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง อาทิ “น้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, “หมู” พลพัฒน์ อัศวะประภา, “แหน” นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, “จ๋า” อลิสา พันธุศักดิ์, “แพง” ขวัญข้าว เศวตวิมล, “โอ๊ค” อัครรัฐ วรรณรัตน์, “ปอ” ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, “แอ้” มทินา สุขะหุต เป็นต้น

 อลิสา พันธุศักดิ์-ตรีชฎา เพชรรัตน์-อมาตย์ นิมิตภาคย์ 

ในฐานะพ่องาน เจย์ บอกว่า ที่นี่เกิดจากความรักและความชื่นชอบในงานศิลปะ ภาพยนตร์ และดีไซน์ โดยเชื่อว่าทุกรายละเอียดของความต่างในสังคมและมนุษย์นั้นน่าสนใจเสมอ “วูฟ แพค แบงคอก” ครีเอทีฟ สเปซ-ไลฟ์สไตล์ ดีไซน์ แอนด์ อาร์ต คอมมิวนิตี้ จึงมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสถานที่ปลายทางแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพสำหรับทุกคน ภายใต้คอนเซ็ปต์ มิกซ์ ยูส ครีเอทีฟ สเปซ สถานที่พักผ่อน พบปะสังสรรค์ เพื่อที่จะได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ความชื่นชอบ และจิตนาการ และค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ พร้อมผลักดันจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับทุกคนที่ได้มาเยี่ยมชม

ขวัญข้าว เศวตวิมล-นันทวัน แสงธรรมกิจกุล-ป๊อป คำเกษม

       “แรงบันดาลใจของการจัดนิทรรศการครั้งนี้ คือการที่เราอยากเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้ามาเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ได้รับแรงบันดาลใจ และแลกเปลี่ยนความคิดต่อความหลากหลายของสังคมเพศทางเลือกในรูปแบบงานศิลปะ ที่สะท้อนออกมาผ่านเลนส์กล้องของช่างภาพชื่อดัง เราจึงหวังว่าจะเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงการยอมรับในความแตกต่างและการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมไปถึงความหลากหลายในความคิดสร้างสรรค์” เจย์เผย

มทินา สุขะหุต

          ขณะที่ “เปิ้ล” จริยดี เสริมว่า นิทรรศการภาพถ่าย “คาไลโดสโคป ไอ ทรู มาย เลนส์” ครั้งแรกกับการส่องให้เห็นความหลากหลายของสังคมเทศทางเลือก และงานของ บางกอก สกรีนนิ่ง รูม จะจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 22 กรกฎาคม ผลงานศิลปะทั้งหมดจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะได้ร่วมจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจะมอบให้กับองค์กรการกุศล 3 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิบ้านพระพร, คาเรน ฮิลล์ไทรบ์ ทรัสต์ และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลต่อไป

สะท้อนตัวตนสาวยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/333636

สะท้อนตัวตนสาวยุคใหม่

วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 – 12:00 น.
วิคธีร์รัฐ,อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์,บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย,เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ,เดอะ วอลล์ แอนด์ ดิ ไอริช,นิรามย์ วัฒนสิทธิ์
เปิดอ่าน 1,860 ครั้ง

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอันสนุกสนาน สะท้อนตัวตนความเป็นสาวสังคมยุคใหม่

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่หลายคนกล่าวขานถึง เมื่อ วิคธีร์รัฐ นำโดย อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ร่วมกับ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดย เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ 

ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด จัดงาน “วิคธีร์รัฐ พรี-ฟอลล์ 2018 คอลเลกชั่น แอนด์ ฟลาเวอร์ อะเรนจ์เม้นท์ เวิร์กช็อป” เปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุด “เดอะ วอลล์ แอนด์ ดิ ไอริช” พร้อมเชิญ “เด่น” นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ เป็นวิทยากรในกิจกรรมจัดช่อดอกไม้ที่สะท้อนถึงความงดงามของคอลเลกชั่น โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงาน อาทิ “แพร์” พิมพิศา จิราธิวัฒน์, “นี” ชาลิสา วีรวรรณ, “ยุ้ย” อรวรรณ อิงคสิทธิ์, “เล็ก” กรกนก ยงสกุล ฯลฯ ที่ร้าน Eden’s ถ.หลานหลวง เมื่อวันก่อน

อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์-เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ และนางแบบในชุดวิคธีร์รัฐ 

          อรประพันธ์ กล่าวว่า สิ่งที่วิคธีร์รัฐต้องการนำเสนอ ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะเพียงเสื้อผ้าที่ได้รับการออกแบบและตัดเย็บมาอย่างประณีตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอันสนุกสนาน สะท้อนตัวตนความเป็นสาวสังคมยุคใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษในแบบฉบับของวิคธีร์รัฐ ที่ตั้งใจส่งผ่านให้แก่ลูกค้าจากกิจกรรมครั้งนี้ โดยนับเป็นโอกาสพิเศษที่เราได้ร่วมงานกับ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่เข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของสาวๆ วิคธีร์รัฐ ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

พิมพิศา จิราธิวัฒน์

ชาลิสา วีรวรรณ

ด้าน “นี” ชาลิสา กล่าวว่า สำหรับเทรนด์ปารีเซียงชิคคิดว่ามันเป็นสไตล์ที่แคชชวล เน้นความสบาย แต่แต่งออกมาแล้วดูดี มีความเก๋อยู่ในตัว อาจจะมีความคล้ายกับเราบ้างในแง่ที่เน้นเสื้อผ้าที่ใส่สบายที่สุด แรงบันดาลใจในการแต่งตัวในช่วงนี้โดยส่วนใหญ่จะแต่งตัวตามอารมณ์ของตัวเอง ดูตามความรู้สึกของแต่ละวัน และสัญชาตญาณว่าวันนี้รู้สึกอย่างไร และส่วนใหญ่สีที่เลือกใช้จะเป็นสีธรรมชาติ บางทีก็ขาว ดำ เทา น้ำเงิน พวกสีเอิร์ธโทน หรือบางช่วงก็จะเลือกใส่สีสันสดใสบ้างในบางโอกาส ด้วยความที่นีก็อยู่วงการแฟชั่นมานาน สำหรับนีเชื่อว่าสไตล์ที่ดีมันอยู่ที่เราสามารถดึงความเป็นตัวตนของเราออกมาได้แค่ไหน

อรวรรณ อิงคสิทธิ์

          “ยุ้ย” อรวรรณ เสริมว่า โดยส่วนตัวคิดว่าเทรนด์ปารีเซียงชิคเป็นเทรนด์ที่คลาสสิกมาก แล้วสไตล์นี้จะเป็นอะไรที่เรียบหรู ดูดี ก็จะนำเอามาปรับในการแต่งตัวอยู่บ่อยๆ อย่างวันนี้ชุดที่เราเลือกใส่ก็จะเรียบหรูแต่เพิ่มดีเทลพิเศษเข้ามา ด้วยความที่เมืองไทยอากาศร้อนตลอดเวลาจึงอยากจะเพิ่มอะไรเข้าไปให้ดูสดใส อย่างบางทีเราเลือกชุดเรียบเก๋ ก็อยากจะเพิ่มเครื่องประดับ หรือที่คาดผมเข้ามาเพื่อเพิ่มความสนุกในการแต่งตัว

กรกนก ยงสกุล

          ขณะที่ “เล็ก” กรกนก ปิดท้ายว่า ด้วยความชอบไปฝรั่งเศสบ่อย ก็จะเห็นว่าทัศนคติของชาวปารีเซียงจะมีความสุนทรีย์ในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการแต่งตัว ปกติจะชอบไปดูพิพิธภัณฑ์ ไปดูชุดคอสตูมเก่าๆ ดูแล้วได้แรงบันดาลใจว่าการแต่งกายหรือแฟชั่นไม่ใช่แค่ได้ความสวยงาม แต่บ่งบอกว่าคุณมีตัวตนแบบไหน ลักษณะแบบไหน คุณอยากให้คนอื่นมองคุณเป็นอย่างไร สำหรับตัวเองจะมีไลฟ์สไตล์การแต่งตัวที่ทะมัดทะแมง เน้นความคล่องแคล่ว

เติมเต็มความรักด้วยเครื่องประดับแทนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/333306

เติมเต็มความรักด้วยเครื่องประดับแทนใจ

วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 – 09:50 น.
ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร,เลิฟ แอนด์ โค,เครื่องประดับอัญมณี,ความรัก
เปิดอ่าน 2,093 ครั้ง

เลือกเครื่องประดับอัญมณีเป็นของขวัญแทนใจสำหรับคนรัก

ไม่ว่ากี่ยุคสมัยเครื่องประดับอัญมณียังคงเป็นเครื่องหมายที่แสดงออกถึงความรักได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากความงดงามของดีไซน์แล้ว ยังเป็นของที่มีคุณค่าเหมาะสำหรับมอบให้กับคนรักในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น

เดียวกับแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับอัญมณีสำหรับคู่รัก “เลิฟ แอนด์ โค” (Love & Co.) โดย “เบลล์” ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร กรรมการบริหาร บริษัท แอล วี ซี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ล่าสุดจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยการจำลองบรรยากาศบริเวณลานบีคอน 3 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ให้เป็นงานแต่งงานสุดโรแมนติก ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ “เอ็ม” ศิรประภา จีระพันธุ, “จ๊อบ” กิตติชัย ตรีรัชตพงษ์, “กวาง” กุญช์ณิชา-“ปั๊บ” ปิพณ พึ่งบุญพระ, “เบลล์” รินทร์รตา อินทามระ, “ปรางค์” อภินรา-“พลอย” พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, “พัด” พรรษมน พิริยะเมธา, “โบว์” ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, สรวิศ บุญนิมิตร, “โบว์” ณชา จึงกานต์กุล ฯลฯ

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร-อนิวรรต ศรีรุ่งธรรม

พลอยพยัพ ศรีกาญจนา

กุญช์ณิชา-ปิพณ พึ่งบุญพระ

          “เบลล์” ลภัสรดา กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์ว่า นอกจากคุณภาพและความงดงามของเพชรที่ได้รับการรับประกันในระดับสากลแล้ว อีกหนึ่งความน่าสนใจของแบรนด์คือแนวคิดหลักของการออกแบบที่เลือกหยิบยกเอาเรื่องราวอันงดงามของความรักในหลากหลายแง่มุมและต่างช่วงเวลามาเป็นแรงบันดาลใจหลัก เพราะเรารู้สึกว่าคงจะดีไม้น้อยหากคู่รักที่เลือกมอบจิวเวลรี่ให้แก่กันนอกจากคัดสรรจากความสวยงามแล้ว ในดีไซน์ของเครื่องประดับนั้นๆ ยังมีความหมายดีๆ ที่แฝงอยู่ในการออกแบบ ซึ่งสามารถใช้ในการแสดงออกของความรักในทุกช่วงโอกาสของความรัก

 ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์-สรวิศ บุญนิมิตร

          ภายในงานเหล่าเซเลบริตี้คู่รักยังร่วมเผยถึงเคล็ดลับการเลือกเครื่องประดับเพื่อเติมเต็มช่วงเวลาแห่งรักให้ประทับใจได้อย่างน่าจดจำ เริ่มที่คู่รักข้าวใหม่ปลามัน “โบว์” ชมพูนุท ที่ควงคู่มากับ สรวิศ บุญนิมิตรโดยฝ่ายสามี เผยว่า ภรรยาเป็นผู้หญิงน่ารัก เรียบง่าย ไลฟ์สไตล์สบายๆ ทำให้อยู่ด้วยแล้วเป็นตัวของตัวเอง ถ้ามีเวลาว่างจะชวนเขาไปนั่งชิลล์ฟังเพลงเพราะๆ แล้วพูดคุยกัน ส่วนการเลือกของขวัญให้กันก็จะดูตามวาระโอกาส เราจะรู้อยู่แล้วว่าโบว์เขาชอบเครื่องประดับเพชรที่ดีไซน์เรียบง่าย สามารถใส่ได้ในทุกวัน อย่างแหวนเพชรหรือกำไลข้อมือก็จะเป็นชิ้นที่เหมาะกับเขา

ศิรประภา จีระพันธุ-กิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ 

          ขณะที่ “เอ็ม” ศิรประภา ควงคู่มากับและแฟนหนุ่ม “จ๊อบ” กิตติชัย โดยฝ่ายชายบอกว่า แฟนสาวเป็นผู้หญิงอารมณ์ดี เวลาอยู่ด้วยแล้วก็มีความสุข ทั้งยังเป็นผู้หญิงมีเหตุผลเข้าใจว่าเราทำงานค่อนข้างหนัก ในบางครั้งอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยตลอด แต่ถ้ามีโอกาสพิเศษก็ไม่ลืมที่จะหาของขวัญมาเซอร์ไพรส์ ถ้าเป็นเครื่องประดับชิ้นที่ติดตัวเขาเลยก็จะเป็นต่างหูดีไซน์น่ารักๆ ด้านแฟนสาวกล่าวเสิรมว่า อาจเพราะความที่ฝ่ายชายมีความเป็นผู้ใหญ่กว่า และสามารถดูแลเราได้ดี จึงรู้สึกอุ่นใจเวลาที่อยู่ด้วยกัน และเขายังน่ารักกับครอบครัวเราด้วย อย่างถ้ามีเวลาว่างเราก็จัดทริปไปเที่ยวด้วยกัน

ความทรงจำดีๆที่บัญชีฯ จุฬาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/333218

ความทรงจำดีๆที่บัญชีฯ จุฬาฯ

วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 – 08:50 น.
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,บทเพลงแห่งกาลเวลา 80 ปี พาณิชย์–บัญชี จุฬาฯ,80 ปี
เปิดอ่าน 2,281 ครั้ง

นิสิตเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ รวมตัวจัดละครเพลงการกุศลรำลึก 80 ปีแห่งการสถาปนา

รำลึก 80 ปีแห่งการสถาปนา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี และศิษย์เก่าคณะ SHI 47 จัดงานละครเพลงการกุศลจากรุ่นสู่รุ่น “บทเพลงแห่งกาลเวลา 80

ปี พาณิชย์–บัญชี จุฬาฯ” ขับขานโดยนิสิตเก่า อาทิ จิตติมา เจือใจ SHI 31, จิตสุภา วัชรพล SHI 65, อรรัมภา จินตกานนท์ SHI 75 ร่วมด้วยนิสิตปัจจุบันบรรเลงดนตรีไทยโดยวงเภตราผสานกับดนตรีสากลวง BANdSHI ของคณะ ท่ามกลางรุ่นพี่ศิษย์เก่า อาทิ ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน SHI 27, รศ.ดร.พักตร์ผจง วัฒนสินธุ์ SHI 29, ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ SHI 31, นาริน-อาภาลักษณ์-วัลลภศิริ อุทัยวรรณ์ SHI 32, SHI 67 และ SHI 78 ฯลฯ ที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายได้มอบให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันก่อน

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี

ครอบครัวนิสิตเก่า อาภาลักษณ์ อุทัยวรรณ์-ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์-นาริน อุทัยวรรณ์

         บรรยากาศภายในงานเสมือนการคืนสู่เหย้า คลาคล่ำด้วยนิสิตเก่าทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก และนิสิตปัจจุบัน ที่พรั่งพร้อมมาชมละครเพลงการกุศลในครั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงวันวานอันแสนอบอุ่นประทับใจโดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

 

เผยว่า ที่เรียกขานชื่อรุ่นว่า “SHI” (ชี่) แผลงมาจากคำว่า “บัญชี” เมื่อครั้งยังเป็นนิสิตคณะบัญชีฯ จุฬาฯ เป็นหัวหน้านิสิตของภาคพาณิชย์ ทำกิจกรรมระดับภาควิชาหลายงาน และยังเป็นประธานก่อตั้งชมรม AIESEC ในไทย เป็นชมรมระดับนานาชาติที่มีอยู่หลายประเทศทั่วโลก เป็นชมรมที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนนิสิตฝึกงานในต่างประเทศ ปัจจุบันชมรมนี้ยังดำเนินงานอยู่ จากเดิมเป็นชมรมในคณะ ที่เวลานี้ได้กลายเป็นชมรมของทางมหาวิทยาลัย นับเป็นความภูมิใจและประทับใจที่ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นคนก่อตั้งชมรมนี้ขึ้นมา แม้ว่าเวลานี้จะเป็นอาจารย์ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของคณะที่ยังคงพัฒนาองค์ความรู้และผลิตบุคลากรเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความเจริญมั่นคงของประเทศ โดยแต่ละรุ่นที่ผ่านมาและจบออกไป ตัวเองยังคงมองว่านิสิตบัญชีฯ จุฬาฯ น่ารักเหมือนเดิม มีวินัย และเชื่อฟัง แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น

ขนิษฐา นาคบุตร-รักชริน ศิริกิจ

รศ.ดร.พักตร์ผจง วัฒนสินธุ์-ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน

          ท่านผู้หญิงมณฑินี เผยว่า สมัยที่ยังเป็นนิสิต ได้รับเลือกให้เป็นดาวประจำคณะ และเป็นดาวจุฬาฯ สิ่งที่ประทับใจและภาคภูมิใจเป็นที่สุด คือการได้รับคัดเลือกให้เดินถือป้ายประเทศไทยเปิดตัวนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้แก่คณะ และมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นนักกิจกรรมตัวยง แต่เรื่องการเรียนก็ไม่ได้ละเลย จบการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 แม้จะจบมาเป็นเวลานาน แต่ดิฉันยังติดตามข่าวสารของคณะอยู่เสมอ ได้เห็นข่าวนิสิตในคณะไปชนะการแข่งขันต่างๆ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ สร้างชื่อเสียงให้แก่คณะและมหาวิทยาลัย รู้สึกชื่นใจและภูมิใจมาก และเชื่อมั่นในศักยภาพของอาจารย์และนิสิตที่จะไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้ ยังคงพัฒนาความรู้และผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้แก่วงการธุรกิจไทยต่อไป

จิตสุภา วัชรพล-จิตติมา เจือใจ-อรรัมภา จินตกานนท์

          ศิษย์เก่าหมาดๆ อรรัมภา จินตกานนท์ เผยความรู้สึกสั้นๆ ว่า คณะบัญชี จุฬาฯ มีความอบอุ่นระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่นพี่จะคอยดูแลให้ความช่วยเหลือรุ่นน้อง เรื่องของคอนเนกชั่น คณะเราแน่นแฟ้นมาก

“ก้าวล้ำนวัตกรรมยา” ด้วยพระบารมีเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/333227

“ก้าวล้ำนวัตกรรมยา” ด้วยพระบารมีเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย

วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 – 18:45 น.
ยาชีววัตถุ,ยาชีววัตถุคล้ายคลึง,สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์,มเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,มจธ,เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ
เปิดอ่าน 1,967 ครั้ง

การผลิตและพัฒนายาชีววัตถุชิ้นแรกของไทย เพื่อการรักษามะเร็งเต้านม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น “พระธรรมราชา” ผู้ทรงนำพาประเทศชาติให้ร่มเย็นด้วยหลักพระพุทธศาสนา ทรงตั้งมั่นบำเพ็ญทศพิธราชธรรมในการปกครองแผ่นดิน โดยทรงถือประโยชน์ส่วนรวมของชาติสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนตน พระราชกรณียกิจนานัปการจึงล้วนเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรอย่างแท้จริง ดังจะเห็นจากพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่ทุกข์ยากแร้นแค้น ซึ่งพระราชโอรสและพระราชธิดาโดยเสด็จเกือบทุกครั้งหากมีโอกาส ด้วยเหตุนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จึงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ในการทำประโยชน์เพื่อสังคม และบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์เฉกเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

         จากการที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทำให้เข้าพระทัยปัญหาสุขอนามัยและความเป็นอยู่ของราษฎรอย่างลึกซึ้ง จึงทรงทุ่มเทช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยเฉพาะที่เกิดจากการขาดแคลนแพทย์และยารักษาโรค ผ่านหน่วยงานและโครงการในพระดำริต่างๆ ที่ทรงก่อตั้งขึ้น อาทิ “กองทุนจุฬาภรณ์” เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข รวมถึงสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง, “มูลนิธิจุฬาภรณ์”มีภารกิจมุ่งดูแลและช่วยเหลือราษฎรผู้เจ็บป่วยผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนส่งเสริมการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์และสาธารณสุข อันเป็นประโยชน์โดยรวมของประเทศ และ “สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์” เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์ในการดำเนินงานวิจัยพื้นฐานและประยุกต์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชน ทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนายาเพื่อทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตัวเองด้านยาชีววัตถุ อันเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงทางยาและลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง จึงทรงวางพระนโยบายและริเริ่มโครงการ “ศูนย์วิจัยและพัฒนายาชีววัตถุ” ขึ้นเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมโดยการพัฒนานักวิจัยให้มีความรู้ ประสบการณ์ที่จำเป็นในด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตยาชีววัตถุให้ได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้ในผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนวัตกรรมที่สร้างขึ้นเองนี้ จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนายา เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในองค์กร ทำให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ดีกว่าการซื้อเทคโนโลยีมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่การสร้างเซลล์ต้นแบบไปจนถึงการพัฒนากระบวนการผลิต

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงลงพระนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการทรงนำนักวิจัยไทยประสบความสำเร็จ ในการผลิตและพัฒนายาชีววัตถุชิ้นแรกของประเทศไทย เพื่อการรักษามะเร็งเต้านม โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ กรุงเทพฯ

ในพิธีลงพระนามความร่วมมือดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระดำรัสถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ความตอนหนึ่งว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยยังไม่มีความมั่นคงทางยาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะยาชีววัตถุ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เช่น โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อ ยาประเภทนี้มีราคาสูงมาก จนทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงยาได้ ​การวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุเป็นโครงการที่ข้าพเจ้าคิดและริเริ่มดำเนินการเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีโอกาสได้รับยาที่มีคุณภาพและสามารถรักษาโรคได้ผลดีกว่าเดิมหรือหายขาดในราคาที่จัดหาได้”

สำหรับโครงการดังกล่าว ก่อกำเนิดมาจากเมื่อปี 2547 ได้เกิดการระบาดของไข้หวัดนก ขณะนั้นประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตตัวยาออกฤทธิ์สำคัญได้เอง ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้ายา หรือเพียงแค่นำเข้าสารออกฤทธิ์สำคัญมาบรรจุ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดความมั่นคงทางยา ดังนั้น ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงปรึกษากับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ อินสติวท์ ออฟ เทคโนโลยี (เอ็มไอที) และทรงก่อตั้งหน่วยวิจัยเพื่อการประยุกต์ใช้และศูนย์วิจัยและพัฒนายาชีววัตถุ ในปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์ วิจัยและพัฒนากระบวนการผลิต ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตยาชีววัตถุ ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และยิ่งไปกว่านั้น ทรงเห็นถึงความขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตยาชีววัตถุ จึงทรงวางพระนโยบายให้หน่วยงานดังกล่าวมุ่งเน้นที่การพัฒนาบุคลากรในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกให้มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ในการผลิต “ยาชีววัตถุ” เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของประเทศต่อไป

องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงเลือก “ยาชีววัตถุคล้ายคลึง” Trastuzumab สำหรับการรักษามะเร็งเต้านม เป็นยาชนิดแรกของโครงการดังกล่าว เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเกิดและเสียชีวิตสูงที่สุดในผู้หญิงไทย ประโยชน์ของยา Trastuzumab เมื่อใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัด จะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตโดยรวมสูงถึงร้อยละ 37 และลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำในระยะเวลา 10 ปีถึงร้อยละ 73.7 อย่างไรก็ตาม ยาชีววัตถุโดยทั่วไปต้องใช้เงิน ในการรักษาไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อปี สำหรับโรงพยาบาลรัฐบาล ด้วยเหตุนี้ทรงตระหนักถึงโอกาสการเข้าถึงของประชาชน จึงทรงริเริ่มโครงการเพื่อการผลิตยาดังกล่าวขึ้นภายใน ประเทศเพื่อเพิ่มการเข้าถึงของยาชนิดนี้

คณะนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้เริ่มต้นกระบวนการพัฒนายาดังกล่าว ตั้งแต่การตัดต่อดีเอ็นเอ เพื่อนำส่งเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้านที่จะทำหน้าที่ผลิตโปรตีนต่อไป จากนั้นจึงทรงทำการคัดเลือกเซลล์ที่ผลิตยาให้ได้เพียงเซลล์เดียว เพื่อให้มั่นใจว่ายาที่จะผลิตต่อไป มีความเป็นเอกภาพมีคุณสมบัติเดียว แล้วจัดเก็บในธนาคารเซลล์ เพื่อให้ยาที่ผลิตทุกรุ่นมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมากที่สุด บัดนี้ คณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการผลิตมาถึงระดับที่พร้อมสำหรับการขยายขนาดต่อไปสู่การผลิต เพื่อการนำไปใช้แล้ว จึงมีการทำข้อตกลงความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ขณะที่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จะรับผิดชอบในส่วนงานวิจัยที่ได้ทำไปแล้ว เช่น การพัฒนาเซลล์ที่ใช้ในการผลิตยาตั้งแต่การตัดต่อดีเอ็นเอ จัดทำการศึกษาคุณสมบัติและธนาคาคเซลล์ รวมถึงการพัฒนากระบวนการผลิตที่ระดับห้องปฏิบัติการ (1-10 ลิตร) ในเวลาเดียวกัน ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจะรับผิดชอบการขยายขนาดการผลิตไปสู่ระดับโรงงานต้นแบบ(50 ลิตร) และระดับการผลิต (มากกว่า 200 ลิตร) จากนั้น สถาบันจุฬาภรณ์ จะดำเนินการศึกษาที่ไม่ได้ทำในมนุษย์และการศึกษาทางคลิกนิกต่อไป
โครงการดังกล่าวภายใต้พระดำริของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะนำมาซึ่งประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทย ทั้งในแง่การเข้าถึงยา ในแง่ของความมั่นคงทางยา สุขอนามัยของประชาชน การพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของประเทศ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศสอดรับเป็นอย่างดีกับนโยบายในประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลปัจจุบันในการพัฒนาประเทศด้วยศักยภาพการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นส่วนเพิ่มมูลค่าของสินค้า ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์และการสาธารณสุข จัดเป็นสองส่วนหลักที่ทางรัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดธุรกิจด้านดังกล่าวขึ้นภายในอนาคต และในท้ายที่สุด โครงการสร้างพื้นฐานของการผลิตยาชีววัตถุสามารถรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากการเกิดโรคระบาดได้ดีขึ้น รวมถึงองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยดังกล่าว จะเป็นรากฐานสำคัญพร้อมสำหรับการต่อยอดงานวิจัยของทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ให้สามารถผลิตยาชีววัตถุชนิดใหม่ เพื่อเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  พระชนมายุ 61 พรรษา ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

คนดังร่วมอัพเดทเทรนด์แห่งศตวรรษที่ 21

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/332963

คนดังร่วมอัพเดทเทรนด์แห่งศตวรรษที่ 21

วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 – 13:50 น.
ธนาคารกสิกรไทย,ธุรกิจบัณฑิตย์,DPU X  Craft Your Future,ดรดาริกา ลัทธพิพัฒน์
เปิดอ่าน 1,807 ครั้ง

เหลักสูตรการสร้างบุคลากรที่มีทักษะตอบโจทย์การทำงานในอนาคต และการพัฒนาผู้ประกอบการแห่งยุคดิจิทัล

การปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุค 4.0-5.0 และอิทธิพลของเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนโลกส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทุกภาคส่วนและเศรษฐกิจโดยรวม โลกหลังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มี

คุณสมบัติเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือ DPU นำโดย “ดา” ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย และพันธมิตร เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาทักษะมนุษย์ผนวกการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเรียนและการทำงานของนักศึกษาและบุคคลทั่วไป จึงได้ก่อตั้งหลักสูตร “DPU X : Craft Your Future หรือสถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต” ขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างบุคลากรที่มีทักษะตอบโจทย์การทำงานในอนาคตซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการแห่งยุคดิจิทัล ให้สามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้เติบโตในยุคที่ต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ

  งานนี้ได้รับความสนใจจากบรรดานักธุรกิจและเหล่าเซเลบริตี้ให้ความสนใจร่วมอัพเดทเทรนด์เพื่อพัฒนาตนเองกันอย่างคับคั่ง อาทิ “คุณโก้” ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, “เต้” ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก,  “โบว์” ณชา จึงกานต์กุล, “เล็ก” กรกนก ยงสกุล, “ยูกิ” อุณาวรรณ ตั้งคารวคุณ, “ไก่อู” กุลสิรี อรรถจินดา, “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา-“มิค” ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ เป็นต้น ซึ่ง “โบว์” ณชา นักธุรกิจผู้ปั้นแบรนด์ “คันนา” จนโด่งดังถึงต่างแดน กล่าวว่า ในโลกอนาคตที่เทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางและความอยู่รอดของธุรกิจ ในฐานะผู้นำองค์กร การปรับตัว ผนวกและประยุกต์เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการลูกค้านับเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์และภาพจำที่ดีต่อแบรนด์ ยิ่งไปกว่านั้น การบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าที่ตรงจุดจะช่วยทำให้แบรนด์ขนมเพื่อสุขภาพ “คันนา” นำเสนอสินค้าที่ตรงกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง นับเป็นหน้าที่ของแบรนด์ที่ต้องเข้าใจและรู้จักลูกค้าเพื่อสร้าง Brand Love และ Customer Loyalty ในระยะยาว นี่จึงถือเป็นพันธกิจของบริษัทโดยตรงในการแข่งขันกับตัวเองเพื่อให้อยู่รอดและเติบโตในยุคดิจิทัลนี้

ณัฏฐกรม์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

สรวิศ ชัยโรจน์

          ขณะที่ สรวิศ ชัยโรจน์  ผู้ผลักดันเอสเอ็มอีรุ่นใหม่แบรนด์โทฟุซัง อย่างสร้างสรรค์พร้อมกลยุทธ์การตลาดครบด้านจนแบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดด เผยว่า บริษัทตั้งขึ้นมาได้ 6 ปี จากคน 3 คน ด้วยเงินลงทุน 5 แสนบาท ลองผิดลองถูกจนกระทั้งวันนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ปัจจุบันมีพนักงาน 150 คน ทำให้ตอนนี้เราเป็นผู้ผลิตนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และปีนี้จะมีโปรดักท์ใหม่ๆ ออกมา ซึ่งการทำธุรกิจเราฟังตัวเองว่าอยากทำอะไร แต่ขณะเดียวกันเราต้องฟังลูกค้าด้วยว่าอยากได้อะไรด้วย แล้วนำมาพัฒนาต่อ

บรรยากาศในงาน

          “นโยบายของเราคือไม่โฆษณา จะเห็นได้ว่าสินค้าทุกอย่างจะบอกว่าของตัวเองอร่อย ของตัวเองดี แต่จะบอกอย่างไรว่าของเราอร่อยที่สุด วิธีการของเราคือการทำสินค้าของเราให้ดีที่สุด เราต้องการมีส่วนร่วมกับชีวิตของลูกค้า ซึ่งในส่วนของเทคโนโลยีการสื่อสารก็จะทำให้เราสามารถที่จะเป็นตัวของเราผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คนมาค้นพบเรา ตัวตนของเรา ไลฟ์สไตล์ของเรา ซึ่งเคล็ดลับความสำเร็จนั่นก็คือการที่เราเป็นตัวของเราเอง” สรวิศ เผย

นิยามแห่งคลาสสิกของสีน้ำเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/332587

นิยามแห่งคลาสสิกของสีน้ำเงิน

วันที่ 29 มิถุนายน 2561 – 14:26 น.
นิยามแห่งคลาสสิกของสีน้ำเงิน,กิตติมา กรุดสุข,มงต์บลองค์ สตาร์ เลกาซี่,นุชนาถ ระวีแสงสูรย์,กรองกาญจน์ ชมะนันทน์,จุฬาลักษณ์ ผลภิภม,นาฬิกา,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,855 ครั้ง

กิตติมา กรุดสุข ผู้จัดการแบรนด์มงต์บลองค์ จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกา “มงต์บลองค์ สตาร์ เลกาซี่”

 

บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย กิตติมา กรุดสุข ผู้จัดการแบรนด์มงต์บลองค์ จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่นนาฬิกา “มงต์บลองค์ สตาร์ เลกาซี่” ที่ได้นำความคลาสสิกของนาฬิการุ่นสตาร์ อันโด่งดังของมงต์บลองค์ มาตีความใหม่เพิ่มความประณีตซับซ้อนของกลไกการออกแบบ แต่คงไว้ซึ่งองค์ประกอบหลักๆ ของความคลาสสิกไร้กาลเวลา เพื่อฉลองครบรอบ 160 ของโรงงานมิเนอร์วา ที่เมืองวิเญอเรต์ หุบเขาแซง-ติมิเยร์ แหล่งผลิตนาฬิกาที่ไม่เคยหยุดสายการผลิต พร้อมเปิดแคมเปญ “บลู อีส เดอะ นิว แบล็ก” ที่นำเสน่ห์ของสีโทนน้ำเงินฟ้าสุดคลาสสิก เทรนด์แห่งสีสันใหม่มาเสริมไลน์ในหลายๆ คอลเลกชั่นของ “มงต์บลองค์”

ณิชชา บุณยากร-กิตติมา กรุดสุข

      โดยมี ชัญญ ธนเพ็ญชาติ, ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ, “ก๊อง” กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, “อุ๊” จุฬาลักษณ์ ผลภิภม, วรวุฒิ โตวิรัตน์, นภาพร โกเซอแวร์, นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, สิริพร ชัยมงคล, ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน, “มิ้นท์” ณิชชา บุณยากร และ ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล ร่วมงานด้วย ที่มงต์บลองค์ บูทีค ชั้นจี ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม เมื่อวันก่อน

นุชนาถ ระวีแสดงสุรย์ ตรวจดวงชะตากับ อ.มงคล รอดเที่ยงธรรม

กิตติมา กรุดสุข กล่าวว่า ในด้านแฟชั่น “สีน้ำเงิน” เป็นสีที่มีพลัง ในขณะเดียวกันก็บ่งบอกถึงความสงบและผ่อนคลายไปพร้อมๆ กันได้ จึงเป็นสีที่ทำให้สามารถเติมความสนุกสนานและเพิ่มความผ่อนคลายให้วันอันแสนน่าเบื่อได้ สำหรับแคมเปญใหม่ได้ใช้สีน้ำเงินเป็นนิยามใหม่ของสีสันที่มีความคลาสสิกและทันสมัยในทุกๆ เฉดของน้ำเงิน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกได้ว่าเป็นสีสันที่เทรนด์โลกต้องจับตามอง “มงต์บลองค์ สตาร์ เลกาซี่” นำโดยนาฬิกา 3 รุ่นเด่น ได้แก่ รุ่นออโตเมติก โครโน กราฟ, รุ่นมูนเฟส และรุ่นฟูลคาเลนดาร์

กรองกาญจน์ ชมะนันทน์- ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน

สำหรับทางโหราศาสตร์ อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม ให้ความหมายของสีน้ำเงินว่าเป็นสีแห่งความอบอุ่น ความรัก มีน้ำใจ ใครมีสีน้ำเงินอยู่ในตัวจะเป็นคนรักครอบครัว อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นผู้ใหญ่ใจดี ถ้าเป็นเด็กก็เป็นสื่อความรัก โดยสีน้ำเงินเป็นสีประจำผู้ที่เกิด “วันศุกร์” แต่ละคนจะมีสีประจำตัวไม่เหมือนกัน เช่น “สีแดง” คือความกล้าหาญ เป็นผู้นำ มีความก้าวหน้า หากเราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับสีน้ำเงินสามารถเสริมได้ด้วยการใส่เครื่องประดับสีน้ำเงินเฉดต่างๆ เช่น นาฬิกา กระดุม ปากกา เสื้อผ้า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า แต่งกาย ทรงผม เครื่องประดับ สามารถเสริมดวงได้ทั้งสิ้น อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้ผู้ที่สวมใส่ ทุกสิ่งทุกอย่างมีพลังต่อตัวเราทั้งสิ้น ส่วนความเข้มของเฉดสีน้ำเงินหมายความว่า ถ้าสีอ่อนก็หมายถึงเรียบง่าย ไม่แข่งขันกับใคร หรือถ้าเข้มขึ้นก็หมายถึงการเข้าสังคมได้เก่ง เป็นต้น

คนดังส่งพลังใจผ่านไอจีไปที่ถ้ำหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/332413

คนดังส่งพลังใจผ่านไอจีไปที่ถ้ำหลวง

วันที่ 28 มิถุนายน 2561 – 15:22 น.
ทีมหมูป่า,ถ้ำเขาหลวง,13 HOPE,อภิรักษ์ โกษะโยธิ,ดอยธิเบศร์ ดัชนี,จ๊อบ อิสรา สุนทรวัฒน์,โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร,ไข่ สมชาย แก้วทอง,ต่าย นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา
เปิดอ่าน 2,001 ครั้ง

กำลังใจจากคนดังในแวดวงสังคมร่วมส่งถึงทีมหมูป่าล้นไอจี

จากเหตุการณ์โค้ชและน้องๆ ทีมฟุตบอลหมูป่าจำนวน 13 คน เดินเข้าไปภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้วติดค้างอยู่ภายในถ้ำดังกล่าวตั้งแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ทุกหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน รวมถึงหน่วยงานจิตอาสาทั้งในและต่างประเทศ ร่วมระดมสรรพกำลังแรงกาย แรงสมอง เพื่อจะช่วยให้ผู้ประสบเหตุทั้ง 13 คนได้กลับออกมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัย ในภาคส่วนของประชาชนในฐานะพี่น้องร่วมชาติต่างแสดงความเป็นห่วงและร่วมกันส่งกำลังใจในรูปแบบต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือและผู้ที่กำลังรอรับการช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ เซเลบริตี้ รวมถึงคนดังในแวดสังคมทุกสาขาอาชีพ ร่วมส่งพลังสู่ถ้ำหลวงด้วยเช่นกัน

         เริ่มจากอดีตผู้ว่าฯ กทม. อภิรักษ์ โกษะโยธิน โพสต์ภาพปากถ้ำ มีคำว่า 13 HOPE โดยมีเด็กๆ ทั้ง 13 คน พร้อมข้อความ “ร่วมส่งกำลังใจและขอให้ทุกคนปลอดภัย” โดยไม่ลืมติดเครื่องหมายแฮชแท็ก ถ้ำหลวง ขณะเดียวกัน “ม่องต้อย” ดอยธิเบศร์ ดัชนี ทายาทของศิลปินแห่งชาติ อ.ถวัลย์ ดัชนี ไม่เพียงแค่ส่งกำลังใจแต่ยังร่วมกับสมาคมแสงธรรมสาธารณกุศล จัดกำลังชุดค้นหาและกู้ภัยเข้าในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ พร้อมกับติดเครื่องหมายแฮชแท็ก เราจะพาน้องกลับบ้าน  ด้าน “จ๊อบ” อิสรา สุนทรวัฒน์ โพสต์ภาพวาดลายเส้นการ์ตูนสดใสน้องๆ ทีมหมูป่า พร้อมข้อความจากใจว่า “อยากช่วยเขามากกว่าภาวนา”  ในส่วนของ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตรโพสต์ภาพวาดสื่อถึงโค้ชและน้องๆ ทั้ง 13 คน โดยด้านบนของภาพมีพร้อมกับข้อความที่เจ้าตัวเขียนว่า “ขอให้ผู้สูญหายทั้ง 13 คน ได้กลับออกมาอย่างปลอดภัยและขอส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ค้นหาให้ทำภารกิจนี้สำเร็จครับ” พร้อมแฮชแท็ก ถ้ำหลวง

ฟากเซเลบสาว “ใหม่” เกล็ดดาว พานิชสมัย และ “คุณแก้ว” ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ต่างโพสต์ภาพและข้อความเดียวกัน “ขอส่งพลังใจไปถ้ำหลวง ภาวนาให้หน่วยงานช่วยเหลือกู้ภัย สามารถช่วยผู้ประสบภัยทุกคนให้รอดปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ของให้ทุกทีมงาน ทุกองค์กรที่ร่วมแรงร่วมใจกันในภารกิจสำคัญยิ่งนี้ปลอดภัย” นอกจากนี้ดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ “ไข่” สมชาย แก้วทอง แห่งไข่บูติก โพสต์รูปภาพน้องๆ ทีมหมูป่าซึ่งมีข้อความว่า “ขอให้ทุกคนปลอดภัย และไม่ลืมส่งข้อความให้กำลังใจทีมงาน “ขอเป็นกำลังใจให้ทีมค้นหาและน้องๆ ทั้ง 13 คนปลอดภัยค่ะ”  อีกหนึ่งสาวสังคม “จอย” สุนันษา จิรมณีกุล โพสต์ภาพโค้ชและน้องๆ ทั้ง 13 คนบริเวณปากถ้ำ ส่วนข้อความเครื่องหมายแฮชแท็ก 13 ต้องรอด และข้อความ “ส่งใจส่งคำอธิฐาน บุญกุศลที่ทำขอให้เทวดาช่วยคุ้มครองป้องกันให้พวกเขา-ปลอดภัย-ขอปาฎิหาริย์ของการรวมใจ ส่งไปเรียกพลังพลังให้ทั้ง13 คน เยาวชนของชาติ…พวกเราเป็นห่วงและอยากเจอพวกเขามากจริงๆ”

ขณะที่ “รี่” พัทรี่ ภักดีบุตร เลือกใช้ภาพวาดการ์ตูนสดใสน้องๆ ทีมหมูป่า พร้อมข้อความทั้งภาษาไทย “อย่ายอมแพ้” และภาษาอังกฤษ “DON’T GIVE UP โดยเจ้าตัวพิมพ์ข้อความว่า “สวดมนต์ ขอพระ ขอฟ้า ขอฝน ส่งใจ ส่งบุญ ส่งกำลังทุกอย่าง เข้มแข็งนะครับ รอข่าวดีนะครับ”และในภาพเดียวกันบนไอจีของ “ผึ้ง” สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา โพสต์ข้อความว่า “สู้สู้นะทีมหมูป่า ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ รวมถึงทีมค้นหาทุกคน” พร้อมเครื่องหมายแฮชแท็ก ทีมหมูป่า ถ้ำเขาหลวง ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย …ภาพเดียวกัน “ต่าย” นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา ก็เลือกใช้เป็นสื่อส่งกำลังใจพร้อมข้อความ “ส่งพลังและกำลังใจให้น้องๆ เจ้าห้าที่และอาสาสมัครทุกท่านที่ทำงานด้วยใจด้วยความหวังกันอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกท่านได้กลับออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยค่ะ เชื่อว่าน้องๆ เป็นนักสู้และทุกอย่างต้องโอเค ขอภาวนาอยู่ตรงนี้รอฟังข่าวดีค่ะ” นอกจากนี้ยังมี “เตย” วินรัตน์ ศันสนะเกียรติ กับข้อความ “ส่งกำลังใจไปให้ทุกคนๆ นะคะ ขอให้คุณพระคุ้มครองให้ทุกคนปลอดภัย”

ส่วนบนไอจีของ เกรซ มหาดำรงค์กุล เจ้าตัวโพสต์ข้อความว่า “ติดตามทุกวัน เป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอให้หาเจอไวไว ทุกคนปลอดภัย”…อีกหนึ่งเซเลบสาว “เล็ก” กรกนก ยงสกุล ที่ใช้ภาพวาดลายเส้นการ์ตูนดังกล่าว โพสต์พร้อมข้อความ “ส่งกำลังใจไปถึงทุกหน่วยงาน ทุกแรงใจของความทุ่มเทและน้องน้องที่รอคอยการกลับมาอย่างสมบูรณ์ค่ะ” ปิดท้ายที่ “โมนา” วิภาวี คอมันตร์ โพสต์ภาพลูกชายตัวเองขณะบวชเณร “ร้อมกับติดเครื่องหมายแฮชแทค วันนี้วันพระ 13ชีวิตต้องปลอภัย”

เปิดบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/332404

เปิดบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

วันที่ 28 มิถุนายน 2561 – 14:52 น.
ชาญอิสสระ,บ้านอิสสระ บางนา,สงกรานต์ อิสสระ,พลพัฒ กรรณสูต,บุญชัย โชควัฒนา,ดิฐวัฒน์ อิสสระ,พัชทรี ภักดีบุตร,ปลาลาวี บุนนาค,กรัชเพชร อิสสระ,ปลาทู ดิฐวัฒน์,มรวจุลรังษี ยุคล,ดิฐวัฒน์ อิสสระ ชาญอิสสระ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,155 ครั้ง

แกรนด์โอเพนนิ่ง บ้านอิสสระ บางนา

บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และโรงแรมหรูอย่างศรีพันวา ภูเก็ต จัดงาน “แกรนด์โอเพนนิ่ง บ้านอิสสระ บางนา” บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความภูมิใจ เดอะ นิว เลกาซี่ ออฟ ฟรีดอม” ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ พร้อมนวัตกรรมฟังก์ชันเหนือระดับ ตอบทุกโจทย์ด้านการอยู่อาศัยให้ทุกเจเนอเรชั่น

สงกรานต์ อิสสระ-พลพัฒ กรรณสูต-บุญชัย โชควัฒนา-ดิฐวัฒน์ อิสสระ

โดยภายในงาน สงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พลพัฒ กรรณสูต ประธานบริษัท ซี.ไอ.เอ็น เอสเตท จำกัด ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในบรรยากาศยามเย็นที่แสนอบอุ่น พร้อมฟังดนตรีอันแสนไพเราะ ชิมอาหารรสเลิศ ที่คัดสรรมามอบให้แก่แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

พัชทรี ภักดีบุตร-ปาลาวี บุนนาค-กรัชเพชร อิสสระ

ชานนทร์–สรรค์ เสนาดิสัย-ธีราภา พร้อมพันธ์มาพร้อมน้องด้าย

ญาณินท์ วีระไวทยะ

ต่อสวัสดิ์ สวัสดิ์-ชูโต-ม.ร.วแม้นนฤมาส ยุคล

ภูริช สุขุมาลจันทร์ เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลแพ็เกจที่พักศรีพันวาภูเก็ต

งานนนี้พี่น้องสองปลา ได้แก่ “ปลาทู” ดิฐวัฒน์ และ “ปลาเข็ม” กรัชเพชร อิสสระ ชวนเหล่าบรรดาเพื่อนฝูง เซเลบริตี้ อาทิ “คุณชายน้อง” ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล, “คุณหญิงแม้น” ม.ร.วแม้นนฤมาส ยุคล-“ซัน” ต่อสวัสดิ์ สวัสดิ์-ชูโต, ชานนทร์–สรรค์ เสนาดิสัย, “เข็ม” ธีราภา พร้อมพันธ์, “นิล” ญาณินท์ วีระไวทยะ, “รี่” พัชทรี ภักดีบุตร, “พก” ประธานวงศ์ พรประภา, “แบงก์” ศรัณย์ ชัยปาณี, “แพร” ปาลาวี บุนนาค, “บุ๋ม” จารุจิต ใบหยก, “เต้” ภูริต ภิรมย์ภักดี, “ใหญ่” ภูริช สุขุมาลจันทร์, ฟา เบเนเดทตี้ และ สรานนท์ พรพัฒนารักษ์ ร่วมงานพร้อมนำชมบ้านตัวอย่างด้วยตัวเอง และกิจกรรมถ่ายภาพติดเเฮชแท็กบ้านอิสสระบางนาลุ้นรับรางวัล แพ็กเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน จากโรงแรมในเครือทั้งโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรมบาบา บีช คลับ ภูเก็ตและหัวหิน
 สำหรับ “บ้านอิสสระ บางนา” เปิดให้เข้าชมบ้านตัวอย่างแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.09-5207-9235-7 หรือ https://www.charnissara.com/BaanIssaraBangna

พระองค์เจ้าสิริภาฯ ทรงเททองหล่อ “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/332175

พระองค์เจ้าสิริภาฯ ทรงเททองหล่อ “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต”

วันที่ 27 มิถุนายน 2561 – 12:16 น.
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์,อปัญญา วิจินธนสาร,ศเกียรติคุณ เข็มรัตน์ กองสุข,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ,พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต,พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,040 ครั้ง

เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานภายในวิหารวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์

การบูรณะวัดและโบราณสถานสำคัญต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยเพื่อการดำเนินงาน ซึ่ง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงใส่พระทัยในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจึงทรงมีพระดำริให้ดำเนินโครงการจัดสร้างวัตถุมงคล “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” ต่อเนื่องจากโครงการจัดสร้าง “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานภายในวิหารวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมเช่าบูชา แล้วนำรายได้มาดำเนินงานตามโครงการพระดำริภายใต้กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ โอกาสนี้ เสด็จไปทรงเททองหล่อ  “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคณะกรรมการจัดงาน อาทิ นาวาอากาศเอกวีระยุทธ ดิษยะศริน, ศ.เกียรติคุณ เข็มรัตน์ กองสุข, อ.ปัญญา วิจินธนสาร, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี,เอมอร ศรีวัฒนประภา, “ตุ๊กตา” สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา, “หนึ่ง” สุริยน ศรีอรทัยกุล, “หลี” จรินทร์ สุมานนท์, “แป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ, นภัสนันท์ พรรณนิภา, “ตุ๊ก” ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, จุฑามาศ เบญจรงคกุล, หทัยรัตน์ จ.คุโนปกรณ์, อลิษา ประธานราษฎร์นิกร, ณิดา พฤกษาธีรกุล, ศรีสอาด ชั้นสามารถ ฯลฯ เฝ้ารับเสด็จ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

อลิษา ประธานราษฎร์นิกร-ณิดา พฤกษาธีรกุล-ศรีสอาด ชั้นสามารถ-จุฑามาศ เบญจรงคกุล-หทัยรัตน์ จ.คุโนปกรณ์

         หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงแล้ว อ.ปัญญา วิจินธนสาร กรรมการบริหารและเลขานุการกองทุนฯ ได้กราบทูลรายงาน จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปทรงรับแผ่นทอง นาก เงิน จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้วเสด็จไปยังมณฑลพิธีเททอง ทรงหย่อนแผ่นทอง นาก เงิน ลงในช้อนที่เจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย ทรงรับช้อนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงเทแผ่นทอง นาก เงิน ลงในเบ้า และประทานช้อนคืนเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงถือสายสูตรเททองหล่อ “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต”

จรินทร์ สุมานนท์-นวลพรรณ ล่ำซำ-นภัสนันท์ พรรณนิภา-อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ-สุริยน ศรีอรทัยกุล-จิตราภร์ เตชาชาญ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงมีพระดำริให้กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ได้ดำเนินการจัดทำโครงการจัดสร้างพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานภายในวิหารวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และโครงการจัดสร้างวัตถุมงคลพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต ให้ผู้มีจิตศรัทธา ได้สักการบูชาน้อมรำลึกถึงพระองค์

 อ.ปัญญา วิจินธนสาร-ศ.เกียรติคุณ เข็มรัตน์ กองสุข

เมื่อปี 2553 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพระพุทธรูปนี้ว่า “พระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” ต่อมาปี 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานพระราชานุญาตเชิญอักษรพระปรมาภิไธญ ภ.ป.ร. ประดิษฐานภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งมีพระอุณาโลมประดิษฐานอยู่ภายในพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต และพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิตองค์จำลองชนิดต่างๆ ในโครงการ “จัดสร้างวัตถุมงคลพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต” ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้สักการบูชา
การจัดสร้างพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิตครั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานพระเมตตารับเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการจัดสร้างพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิตพระประธานในวิหารวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ พร้อมทั้งจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว
ทั้งนี้การประกอบพิธีเททองหล่อสร้างพระพุทธปฏิมาสิริภานิรมิต นับเป็นชัยมงคล เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จพระดำเนินไปกราบนมัสการพระเถรานุเถระยังวัดต่างๆ พร้อมด้วยกองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เพื่อเจริญพุทธมนต์ และรับมวลสารวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ อัญเชิญมาประกอบพิธีเททองหล่อ