บันทึกเรื่องราวผ่านหนังสือ”กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321086

บันทึกเรื่องราวผ่านหนังสือ”กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

วันที่ 17 เมษายน 2561 – 08:30 น.
พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล,กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์,เมลเบิร์น,โตเกียว,เกาะนาโอชิมะ,บาร์เซโลนา
เปิดอ่าน 1,349 ครั้ง

รู้จักคุณแม่ผู้รักในการบันทึกเรื่องราวผ่านหนังสือ “กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

การเดินทางทำให้เราได้เรียนรู้กัน และเป็นการเก็บความทรงจำร่วมกันซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ด้วยเหตุนี้ “ตุ๊กตา” พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล คุณแม่ผู้รักในการบันทึกเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ แห่งสำนักพิมพ์ยาหยี จึงเปิดตัวหนังสือ 4 เล่มใหม่ “กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์”

ไกด์บุ๊คแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ชวนพาลูกเปิดโลกกว้าง พ่อแม่เที่ยวสนุกใน 4 เมือง 3 ประเทศสุดหรรษาสนุกกับการเดินทางกุ๊กกิ๊กกับผู้ร่วมคณะทัวร์กุ๊กกิ๊ก คุณพ่อ “บอย” ตรัย ภูมิรัตน และ เด็กหญิงชื่นใจ ขวัญใจคุณพ่อคุณแม่ทั่วไทยในโลกโซเชียล ที่จะมาชวนให้ทุกครอบครัวร่วมออกเดินทางไปกับคณะทัวร์ กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 เมือง เมลเบิร์น, โตเกียว, เกาะนาโอชิมะ และบาร์เซโลนา

ตัวอย่างหนังสือ “กุ๊กกิ๊ก แฟมิลี่ ไกด์ 4 เมือง 3 ประเทศ”

ภายในงานร่วมพูดคุยสนุกๆ ถึงเรื่องราวของแต่ละทริป เคล็ดลับและความประทับใจในการเดินทางร่วมกันฉบับครอบครัว กับแขกรับเชิญพิเศษ นาระ เอื้อทวีกุล และ “แก้ม” มลลิกา เรืองกฤตยา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ คลอเส็ท นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ร่วมเวิร์กช็อปทำเข็ดกลัดสุดว้าวจากแบรนด์ littlemojo และแน่นอนว่างานนี้ครอบครัวนักเดินทาง อาทิ พ.อ.ธีระ-พลอย จริยะเวช, “โป้” ปิยะ ศาสตรวาหา-อภิชนา “น้องชินา”, “แพร” ณกุล ยุคล ณ อยุธยา, “เพียว” รมณี คบคงสันติ กับลูกชาย น้องพูมิ ฯลฯ ไม่พลาดร่วมงานที่โอเพ่นเฮ้าส์ ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันก่อน

พ.อ.ธีระ-พลอย จริยะเวช

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล-ตรัย ภูมิรัตน และลูกสาว น้องชื่นใจ

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล เผยว่า หลายคนมักมองว่า การไปเที่ยวครอบครัวเป็นการไปเที่ยวเพื่อลูกเท่านั้น แต่คอนเซ็ปต์ของครอบครัวเราคือ แต่ละทริปเดินทางจะต้องมีเรื่องราวของทุกคน และได้ไปในที่ที่ตัวเองชอบ ไม่ได้ไปแต่สวนน้ำ สวนสัตว์ ดังนั้นพ่อแม่ลูกต่างมีโอกาสได้ไปเที่ยวในสถานที่ที่ตัวเองชอบไปพร้อมๆ กันในทริปเดียว เป็นความสุข ความสนุกของการได้ไปเที่ยวในที่ที่ของตัวเอง นอกจากนี้ในหนังสือยังมีเคล็ดลับการเตรียมของใช้จำเป็นที่ต้องพกไปด้วยทุกทริป ในทุกประเทศ และท้ายเล่มก็มีบันทึกน่ารักๆ เพื่อให้ พ่อ แม่ ลูก ได้เขียนบันทึกสั้นๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ร่วมกันในทริปนั้นๆ และสามารถเก็บไว้ให้ลูกๆ ได้ย้อนกลับมาดูเมื่อเขาเติบโตขึ้นด้วย

มลลิกา เรืองกฤตยา กับลูกสาว “น้องมาหยา”

คุณแม่นักเดินทางมาร่วมบอกเล่าประสบการณ์สนุกเริ่มจาก “แก้ม” มลลิกา เล่าว่าตั้งแต่มีลูกสาวสองคนทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในเรื่องของสัมภาระที่ต้องเพิ่มมากขึ้น รวมถึงจุดหมายปลายทางที่เปลี่ยนไป เช่น ต้องพาเขาไปเที่ยวสวนน้ำ สวนสนุกซึ่งชีวิตปกติคงไม่มีโอกาสได้ไป แต่ก็ต้องยอมแลกเพื่อความสนุกและประสบการณ์ใหม่ที่ลูกๆ จะได้รับ รวมทั้งทำให้เขาได้เห็นโลกในมุมที่แตกต่างออกไป

นาระ เอื้อทวีกุล กับลูกชายทั้งสอง “น้องชาร์วี”-“น้องนาร์วาฬ”

ส่วน นาระ เอื้อทวีกุล เล่าความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว ว่าตั้งแต่ลูกคนเล็กอายุครบ 1 สัปดาห์ ก็พาไปเที่ยวนอกบ้านแล้ว ความที่ลูกชายคนโตก็ยังเล็ก ยังไม่มีวีรกรรมแสบซ่ามาก แต่ก็จะมีเรื่องที่ทำให้ได้เห็นพัฒนาการของลูกที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ตอนไปหัวหินแล้วเขาหลุดพูดขึ้นมาว่าจะไปขี่ม้าหรือเรียกให้ดูเจ็ตสกี ทำให้รู้สึกว่าเขาพยายามจะสื่อสารกับเราว่าเขาอยากจะทำอะไร ซึ่งจริงๆ บางครั้งเป็นสิ่งที่เราไม่คิดว่าเขาจะรับรู้ได้ แต่เขาก็รับรู้ได้ทั้งหมดกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น

รมณี คบคงสันติ กับลูกชาย น้องพูมิ

แต่งหรูดูโปโล “ออล เอเชีย คัพ 2018” คึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321055

แต่งหรูดูโปโล “ออล เอเชีย คัพ 2018” คึกคัก

วันที่ 16 เมษายน 2561 – 09:30 น.
โปโล,โปโล ออล เอเชีย คัพ 2018,วี เอส สปอร์ตคลับ,พลตจารึก อารีราชการัณย์
เปิดอ่าน 1,146 ครั้ง

ขี่ม้าโปโล ออล เอเชีย คัพ 2018 พัฒนาศักยภาพนักกีฬาขี่ม้าโปโลในทวีปเอเชีย

การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล ออล เอเชีย คัพ 2018 เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาขี่ม้าโปโลในทวีปเอเชีย สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในครั้งนี้เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติฟิลิปปินส์

ผลการแข่งขันคือ ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ไปด้วยคะแนน 8.5:6 ที่สนามวี เอส สปอร์ตคลับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันก่อน

          ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการแข่นขันรอบชิงชนะเลิศ พร้อมด้วย กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับทีมที่คว้าแชมป์ในปีนี้ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นพ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พร้อม ฮาจี อิซมาอิล บิน ฮาจี อับดุล มานัป เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย และ วศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด Multi-Corporate Segment ร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์-กนกศักดิ์ ปิ่นแสง มอบถ้วยให้ทีมผู้ชนะการแข่งขัน

 

ภูริต ภิรมย์ภักดี-วิชัย ศรีวัฒนประภา-ปิติ ภิรมย์ภักดี

บรรยากาศในสนามการแข่งขัน

ส่วนบรรยากาศของงานได้เนรมิตสถานที่จัดงานให้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเป็นตะวันออก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โอดิสซีย์ ทู ดิ โอเรียนท์” อย่างอลังการ เปิดตัวด้วยโชว์ “Equestrian Glory of Warrior” ต่อด้วยการแสดงเปิดงานที่ใช้ชื่อโชว์ตามคอนเซ็ปต์ของงาน คือ “โอดิสซีย์ ทู ดิ โอเรียนท์” เพื่อให้แขกทุกท่านได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งตะวันออกที่สะกดสายตาของเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ อาทิ อรัญญา มาลีนนท์ อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา, กิตติ พงษ์ศักดิ์, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์, หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา, วี มาร์, บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์, ภูริต-ปิติ ภิรมย์ภักดี, อัครรัฐ วรรณรัตน์, กรกนก ยงสกุล, ชญานินท์ สุขขะสันติกูล, พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เป็นต้น

.ดร.สุนันท์ สิงห์สมบุญ-วรมาศ ศรีวัฒนประภา-นันทวรรณ สุขขะสันติกูล

ศศิวิมล ดารารัตน์โรจน์ เจ้าของรางวัลเบสท์ สไตลิส

และสุดยอดไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือผู้ชมจะลงไปย่ำสนาม “สตอมปิ้ง เดอะ ดิวอทส์” สัมผัสหญ้านุ่มๆ ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของผู้เข้าชมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลเพื่อกลบดินและเกลี่ยรอยเท้าม้าให้พื้นสนามเรียบ และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้โอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกัน รวมถึงให้แขกผู้มีเกียรติที่มาได้ประชันชุดสำหรับการประกวด “เบสท์ เดรส อวอร์ด” ให้แก่สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่แต่งกายโดดเด่นและเข้าคอนเซ็ปต์ “โอดิสซีย์ ทู ดิ โอเรียนท์” มากที่สุด โดยฝ่ายหญิงคือ นันทวรรณ สุขสันติกุล และ ดร.สุนันท์ สิงห์สมบุญ ฝ่ายชายคือ Mr.Christopher Giercke ต่อด้วยรางวัล “เบสท์ สไตลิส” ฝ่ายหญิงคือ ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์และฝ่ายชายคือ ปนุ สมบัติยานุชิต ในส่วนของ “รางวัลขวัญใจช่างภาพ” ฝ่ายหญิงคือ ยุวเรต ศรุตานนท์ และฝ่ายชายคือ ปิติ ภิรมย์ภักดี ปิดท้ายด้วยการมอบ “รางวัลม้าฝีเท้าดี” คือ จังเก้งทรู และ “รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า” คือ ไมกี้ โรเมโร่

ครอบครัวเซเลบฝ่าค่ายกลนินจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321254

ครอบครัวเซเลบฝ่าค่ายกลนินจา

วันที่ 15 เมษายน 2561 – 10:00 น.
ขวัญแก้ว สิริจินดา,รักษิต รักการดี,จิราภา ลักษณวิศิษฏ์,เซเลบ,นินจา เมซ เดอะ บิ๊ก แอดเวนเจอร์ พรีเซ็นเต็ด บาย เอส โคล่า
เปิดอ่าน 1,392 ครั้ง

เปิดนิทรรศการ “นินจา เมซ เดอะ บิ๊ก แอดเวนเจอร์ พรีเซ็นเต็ด บาย เอส โคล่า” การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ ฝ่าค่ายกลนินจา ยกทั้งหมู่บ้านนินจาออกมาจากญี่ปุ่น

น้องไท-น้องทีน่า เศรษฐบุตร

เปิดโอกาสให้ชาวไทยทุกเพศทุกวัยได้มาทดสอบความกล้าและปฏิภาณไหวพริบฝ่าค่ายกลลึกลับของหมู่บ้านนินจาต้นตำรับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น นำโดย ขวัญแก้ว สิริจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมธุรกิจ ฝ่ายการตลาด ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำโดย รักษิต รักการดี ผู้อำนวยการแผนกคอนเสิร์ตและกิจกรรมพิเศษ จัดเปิดนิทรรศการ “นินจา เมซ เดอะ บิ๊ก แอดเวนเจอร์ พรีเซ็นเต็ด บาย เอส โคล่า” การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ ฝ่าค่ายกลนินจา ยกทั้งหมู่บ้านนินจาออกมาจากญี่ปุ่น พร้อมเผยความลับชีวิตนินจาในรอบ 1,000 ปี

ช้างน้อย-วิสทา-น้องเอรา-น้องไอริน กุญชร ณ อยุธยา

      โดยในงานเปิดมี “ใหม่” สยาม เศรษฐบุตร นำทีมลูกๆ น้องไท-น้องทีน่า เศรษฐบุตร เช่นเดียวกับครอบครัวกุญชร ณ อยุธยา นำโดย ช้างน้อย-วิสทา-น้องเอรา-น้องไอริน กุญชร ณ อยุธยา“เอิร์น” จิรวัฒน์ เหมันต์สุทธิกุล และ “มิลค์กี้” จิราภา ลักษณวิศิษฏ์ ร่วมบุกบ้านนินจาอิงะริว ที่เวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เมื่อวันก่อน

สยาม เศรษฐบุตร บอกว่า ตั้งแต่เด็กๆ เราจะคุ้นเคยกับการ์ตูนเรื่องนินจาฮาโตริ เราก็จะคลั่งไคล้ในเรื่องความฉลาดและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งก็ฮาโตริก็เป็นนินจาสำนักอิงะเหมือนกัน ขณะที่ “น้องไท เศรษฐบุตร” บอกว่า วันนี้ได้เรียนรู้หน้าที่ของนินจา และได้รู้ว่ากว่าจะเป็นนินจาได้ต้องฝึกหนักมาก และชอบทุกด่าน เพราะท้าทายและสนุกมาก ส่วน “น้องทีน่า” ปิดท้ายว่าชอบด่านชิงช้าทรงตัวที่สุด หนูว่านินจาเก่งมากๆ และการเป็นนินจามันยากมากด้วย

จิรวัฒน์ เหมันต์สุทธิกุล-จิราภา ลักษณวิศิษฏ์ 

      วิสทา กุญชร ณ อยุธยา เผยว่าพอบอกลูกว่าจะพามาบ้านนินจาเขาก็ตื่นเต้นมาก เพราะเคยพาไปบ้านนินจาที่ญี่ปุ่น ลูกประทับใจจนวิ่งเข้าออกอยู่หลายรอบ พอได้มาที่นี่ความทรงจำเดิมกลับมา ลูกสาวทั้งสองคนชอบเล่นกีฬาและการปีนป่าย ในหมู่บ้านนินจาที่นี่แต่ละด่านจะมีประตูยอมแพ้ที่เดินออกไปได้เลย แต่เขากลับไม่ยอมแพ้ ทำให้เห็นว่าลูกมีใจสู้ต่ออุปสรรค เราประทับใจในเรื่องสถานที่กว้างขวาง จำลองเป็นหมู่บ้านนินจาได้ดีเกินคาด โครงสร้างแข็งแรง

แฟชั่นนิสต้าร่วมปาร์ตี้สีสันแห่งตาฮิเตียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321247

แฟชั่นนิสต้าร่วมปาร์ตี้สีสันแห่งตาฮิเตียน

วันที่ 15 เมษายน 2561 – 09:00 น.
แฟชั่นนิสต้า,ปาร์ตี้สีสันแห่งตาฮิเตียน,เซเลบ,ภัทรศยา ยงรัตนมงคล,พิมพ์เลิศ-จารุจิต ใบหยก,แฟชั่น,เสื้อผ้า
เปิดอ่าน 1,322 ครั้ง

แรงบันดาลใจมาจากชีวิตของหญิงสาวบนชายหาดท่ามกลางแสงแดด เรือนผิวสีแทน ลมร้อนริมทะเลที่พัดผ่าน ผ้าโพกผมบนศีรษะและการพันผ้าโสร่งในวันหยุดสบายๆ ริมทะเล

จารุจิต ใบหยก อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ และ พิมพ์เลิศ ใบหยก

      หลังจากที่ปล่อยให้เพื่อนร่วมวงการบนถนนสายแฟชั่นทยอยปล่อยของกันออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ถึงคิวของแบนด์เสื้อผ้า “วิคธีร์รัฐ” (Vickteerut) ภายใต้การนำของ อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ จัดกิจกรรม “ตาฮิเตียน ซัน ค็อกเทล เวิร์กช็อป” เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากคอลเลกชั่น “ซัมเมอร์ แอนด์ ออเทอร์ สตอรี่ส์” ประจำฤดูร้อน/ฤดูใบไม้ผลิ 2018 โดยได้รับเกียรติจาก ธีรดนย์ ดิสระ แชมป์การประกวด Jamie Oliver’s search for a cocktail star มาร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม พร้อมทั้งรังสรรค์เมนูค็อกเทลสูตรพิเศษที่สะท้อนถึงความงดงามของคอลเลกชั่น โดยเน้นในการสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ความสบาย ในสไตล์เรียบเท่แบบวิคธีร์รัฐ แต่ยังแฝงเอาไว้ด้วยความเฟมินีนที่ผ่านการรังสรรค์อย่างแยบยล ที่โรงแรมเดอะ มัสแตง นีโร ถนนสุขุมวิท เมื่อวันก่อน

ภัทรศยา ยงรัตนมงคล

      ภายในงานถูกประดับประดาไปด้วยผลไม้สดหลากหลายชนิดที่สะท้อนกลิ่นอายของซัมเมอร์อันสดใส มาใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างบรรยากาศของซัมเมอร์ในรูปแบบของวิคธีร์รัฐ

 และได้จัดวางส่วนผสมสำหรับการทำค็อกเทลสูตรพิเศษอย่างสวยงามเพื่อต้อนรับเซเลบริตี้ชื่อดังที่มาร่วมทำกิจกรรม  อาทิ ภัทรศยา ยงรัตนมงคล, คณิตา วิจิตรสกลกิจ, ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, อรณิชา กรินชัย, พิยะดา นันทะ, ปรีชญา โกมารกุล ณ นคร, ฐาดิณี รัชชระเสวี, ชัชสุดา พัวประดิษฐ์, จารุจิต-พิมพ์เลิศ ใบหยก ที่แต่งกายกันมาในสไตล์ที่ดูสบายๆ ซ่อนไว้ด้วยความเก๋ แต่ยังคงให้ความหรูหราเข้ากับบรรยากาศฤดูร้อนอันสดใสในเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่

ชัชสุดา พัวประดิษฐ์

ธีรดนย์ ดิสระ-อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์

ในฐานะตัวแทนหญิงสาวในแบบวิคธีร์รัฐ “แป้ง” อรประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์วิคธีร์รัฐ กล่าวว่า คอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตของหญิงสาวบนชายหาดท่ามกลางแสงแดด เรือนผิวสีแทน ลมร้อนริมทะเลที่พัดผ่าน ผ้าโพกผมบนศีรษะและการพันผ้าโสร่งในวันหยุดสบายๆ ริมทะเล โดยคอลเลกชั่นนี้เน้นการออกแบบเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ให้ความมินิมอลด้วยการใช้เนื้อผ้าคุณภาพสูงและการตัดเย็บที่ประณีต หลอมรวมเป็นสไตล์ที่เก๋และเรียบหรูด้วยผ้าเทเลอร์ร่วมสมัย ผ่านเทคนิคที่มีทั้งการจับเดรป, การผูก, การมัด, การทิ้งชายผ้า, ความอสมมาตร, การเว้นช่องว่างบนเสื้อผ้า รวมไปถึงการนำเสื้อผ้าชิ้นที่ดูเหมือนจะล้าสมัยกลับมาทำให้ดูทันสมัย อย่างเสื้อยืดพีวีซีตัวยาวพิมพ์ลายโลโก้ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแต่งกายในยุค 1990 และเสื้อแจ็กเก็ตสูทไหล่กว้างจากยุค 1980

ฐาดิณี รัชชระเสวี

      ด้านเซเลบริตี้สาวสวย “บุ๋ม” จารุจิต ใบหยก กล่าวว่า ปกติเป็นคนสนุกในการแต่งตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลาหน้าร้อนก็จะสนุกกับการแต่งตัวเป็นพิเศษ เพราะชอบใส่อะไรที่สบายๆ แนวสีสันสดใส ถ้าเป็นสีเรียบๆ ก็ต้องมีเนื้อผ้าที่สบาย แพทเทิร์นสวยและการตัดเย็บที่ประณีต แล้วก็ต้องมีดีเทลอะไรที่พิเศษหน่อย อย่างวันนี้บุ๋มเลือกเดรสเอามาก็แมทช์กับผ้าโพกผมสีสดใส และก็เพิ่มแอคเซสเซอรี่เก๋ๆ ให้เข้ากับอากาศสดใสของหน้าร้อนนี้

ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช

      มาต่อที่เซเลบสาวสวยหุ่นนางแบบอย่าง “มิ้นท์” ภัทรศยา ยงรัตนมงคล เล่าว่า  ชอบแต่งตัวแบบเรียบๆ เท่ๆ มินิมอลหน่อยๆ ค่ะ แล้วก็ชอบใส่กางเกง เพราะเราชอบใส่อะไรที่ทะมัดทะแมง ลุยๆ แต่ช่วงหน้าร้อนก็จะเลือกใส่อะไรที่มีสีสัน เนื้อผ้าที่ใส่ก็เน้นสบายให้เหมาะกับอากาศในช่วงนี้ แล้วก็ให้มีดีไซน์ที่เพิ่มความเฟมินีนเข้าไป ถือว่าเป็นการสร้างสีสันให้การแต่งตัวอย่างหนึ่ง

“ติ๊ก” อภิภาวดี กับบทบาทจิตอาสาอันท้าทาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/321287

“ติ๊ก” อภิภาวดี กับบทบาทจิตอาสาอันท้าทาย

วันที่ 14 เมษายน 2561 – 20:45 น.
ติ๊ก - อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธย,จิตอาสา,ช่วยเหลือ,ด้อยโอกาส,แม่,ลูก,สอน,ตัวอย่าง
เปิดอ่าน 1,486 ครั้ง

“ติ๊ก” อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ใช้เทคนิค ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง  เพราะพ่อแม่คือผู้แสดงโลกใบนี้ให้ลูกเห็น

วิธีบ่มเพาะอุปนิสัยสำคัญอย่างการปลูกจิตสำนึกในการทำงานเพื่อประโยชน์ของคนอื่นให้กับลูกสาวทั้งสอง (เพลง14 ปี พิณ 11 ปี) ของผู้หญิงคนนี้น่าสนใจมาก “ติ๊ก” อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ใช้เทคนิค ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง  เพราะพ่อแม่คือผู้แสดงโลกใบนี้ให้ลูกเห็น

    “ติ๊ก” อภิภาวดี ทำงานจิตอาสาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม  องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีภารกิจในการช่วยรักษาผู้ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ทั่วประเทศที่ด้อยโอกาส  ไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดเชื้อชาติ ไม่จำกัดสิทธิ์  โดยทำการผ่าตัดให้แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย  ทุกๆ ปีมูลนิธิฯ จึงมีกิจกรรมลงพื้นที่กับทีมแพทย์อาสาและอาสาสมัครไปยังถิ่นห่างไกล  โดยล่าสุดกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
“ทำงานกับมูลนิธิฯ  เพราะอยากให้ลูกได้เห็นโลกอีกมุมหนึ่ง  ให้เห็นความโชคดีของตัวเอง เป็นการบอกกลายๆ ให้ลูกได้คิดทำอะไรคืนกลับให้สังคมได้ ” ติ๊กเผย วิธีสอนลูกที่ปลูกจิตสำนึกดีงามในการช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังและความสามารถของตัวเอง
ผู้หญิงคนนี้ ทำงานจิตอาสากับมูลนิธิสร้างรอยยิ้มมานานหลายปี และมักบอกเล่าเรื่องราวของเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ที่พบเห็นซึ่งเข้ามารับการผ่าตัดให้เพลงกับพิณฟังอยู่บ่อยๆ  ทว่าลูกๆ ของเธอก็ยังไม่เคยได้มาเห็นสภาพการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง   ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่คุณติ๊กพาลูกสาวมาช่วยทำงานกับกิจกรรมของมูลนิธิฯ
การได้มาเห็นของจริงในพื้นที่ เห็นการทำงานของทีมแพทย์และอาสาสมัคร เห็นคนเจ็บป่วยซึ่งเป็นคนขาดโอกาส ที่จะเข้าถึงการดูแลรักษาตนเองให้หายจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่  ทำให้ตระหนักชัดได้อีกเรื่องว่า  ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้ขาดแต่เพียงโอกาสเท่านั้น แต่ชีวิตยังมีความยากลำบากมาก  เพราะแม้แต่เงินติดตัวที่จะใช้กินและใช้จ่ายเพื่อเดินทางมารับการรักษาก็ยังไม่มี


  “น้องเพลง” เพลงรำไพ เครือโสภณ  บอกว่า เป็นประธานชมรมอาสาของโรงเรียน ก็ช่วยจัดกิจกรรมเพื่อมาร่วมโครงการกับมูลนิธิฯ ได้ 3 ปีแล้วค่ะ  แต่คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาลงพื้นที่จริงๆ  ทำให้เข้าใจการทำงานของมูลนิธิฯ มากขึ้นว่าไม่ได้รักษาแค่ปากแหว่งเพดานโหว่ แต่ยังรวมถึงแผลไฟไหม้ มือติดกัน หรือผิวหนังมีปัญหาอีกด้วย  มันสอนเราให้รู้จักการเสียสละและเห็นใจคนที่ลำบากกว่าเรา  เป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตหนูค่ะ นอกจากนี้เพลงยังไปปลูกป่ากับคุณแม่และไปช่วยดูแลเด็กพิการกับคุณแม่ด้วยค่ะ เป็นกิจกรรมอาสาที่คุณแม่จะพาเราสองคนไปบ่อยๆ”
สำหรับเพลงและพิณ  การร่วมกิจกรรมครั้งนี้  ต้องเรียกว่าเป็นคลาสนอกห้องเรียนที่ได้เรียนรู้วิชาชีวิต  รู้เพิ่มขึ้นว่าการแบ่งปันแรงกายแรงใจมีความสำคัญต่อจิตใจผู้อื่นเช่นกัน   สองพี่น้องจึงรับหน้าที่เดินแจกน้ำให้ทุกคน และแจกของเล่น แจกเสื้อยืดที่คุณติ๊กผลิตไว้ สำหรับขายระดมทุนให้มูลนิธิฯ แต่ยังขายไม่หมด  จึงนำมาแจกจ่ายให้ครอบครัวคนไข้ที่มารับบริการ  แจกน้ำไปด้วยและอยู่เป็นเพื่อนเล่นเด็กที่เล็กกว่า ใช้ความสนุกลดความตึงเครียดจากการรอคอยพบคุณหมอของพวกเขา
คนไทยทุกคนสามารถหยิบยื่นโอกาสสร้างรอยยิ้มสดใสให้เด็กด้อยโอกาสโดยสามารถร่วมบริจาคสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้มได้โดยตรงที่ http://www.operationsmile.or.th

รณรงค์ “เล่นน้ำอย่างปลอดภัย ให้เกียรติกัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/320721

รณรงค์ “เล่นน้ำอย่างปลอดภัย ให้เกียรติกัน”

วันที่ 11 เมษายน 2561 – 18:55 น.
สงกรานต์,เซ็นทรัล,ไทยแลนด์ สงกรานต์ เฟสติวัล 2018,คัลเลอร์ฟูล สแปลช
เปิดอ่าน 1,105 ครั้ง

เซ็นทรัลจับมือพันธมิตร จัดงานไทยแลนด์ สงกรานต์ เฟสติวัล 2018 สาดสีสันทั่วไทย” ภายใต้คอนเซ็ปต์ คัลเลอร์ฟูล สแปลช

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นำโดย ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ร่วมกับพันธมิตร จัดงานเปิดแคมเปญสงกรานต์ ประจำปี 2561 ไทยแลนด์ สงกรานต์ เฟสติวัล 2018 สาดสีสันทั่วไทย” ภายใต้คอนเซ็ปต์ คัลเลอร์ฟูล สแปลช

จัดกิจกรรมสาดสีสันแห่งความสุขและความสนุกชุ่มฉ่ำในเทศกาลสงกรานต์และช่วงหน้าร้อนนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 12-19 เมษายน 2561 นี้ ชวนทุกคนมาใช้ชีวิตร่วมกันที่ศูนย์การค้าด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย ชิมอาหารอร่อยระดับตำนาน และสนุกถึงใจกับการเล่นน้ำในรูปแบบต่างๆ ทั้ง กำแพงน้ำขนาดใหญ่ สไลเดอร์ยักษ์ ทาวเวอร์น้ำ อุโมงค์น้ำ สวนน้ำ ปาร์ตี้โฟม พร้อมมันส์สุดเหวี่ยงไปกับคอนเสิร์ตสุดล้ำที่ศูนย์การค้าของซีพีเอ็น รวม 19 สาขา ที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง สุดอลังการ รวบรวมศิลปินชั้นนำนับร้อยชีวิตที่จะมาช่วยสร้างสีสันวันสงกรานต์ โดยมีเซเลบริตี้สาว อาทิ วิมลลักษณ์ นิลวิไลภร, “แพร” พัณณิตา ณ.ส. สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยัตน์ ณ อยุธยา ร่วมงาน ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ปกรณ์ พรรธนะแพทย์

หฤทัย ไชยัตน์ ณ อยุธยา-ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา

 

 ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา บอสใหญ่แห่ง ซีพีเอ็น กล่าวว่า ทุกๆ ศูนย์การค้าของซีพีเอ็น นับว่าเป็น Center of Life หรือ ศูนย์กลางในการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ในทุกโลเคชั่นที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ เรายังเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมและอีเว้นท์ในทุกเทศกาลทั้งไทยและนานาชาติ สำหรับร้อนนี้ เราได้จัดกิจกรรมมากมายเพื่อเป็นหนึ่งใน Songkran & Summer’s Destination สาดสีสันความสนุกในช่วงเทศกาลสงกรานต์และหน้าร้อนนี้ทั่วไทยในแบบ One-stop Songkran Experience ที่คนทุกกลุ่มสามารถมามีส่วนร่วมกันได้ โดยคาดว่ากิจกรรมสาดสีสันในแบบ Colorful Splash”
“เราเตรียมกิจกรรมทั้งในส่วน Family Destination ให้คนทุกวัยในครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกันในเทศกาลสงกรานต์นี้ เช่น สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และยังมีกิจกรรมสืบสานประเพณีไทยและประเพณีท้องถิ่น เช่น เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี  จัดงานตลาดนัดฮิมโขง จำลองบรรยากาศโขงเจียมให้มาช้อป กิน ดื่มในแบบสบายๆ, เซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก จัดงานช้อป ชิม ชิล สินค้าและอาหาร 4 ภาค, เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย จัดงานประกวดหนูน้อยสงกรานต์, เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนสนุกกับการสาดน้ำหลากสีที่ ‘Colorful Splash Kingdom Playpark’ และ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ชวนเพลิดเพลินกับการนั่งรถสามล้อปั่นฟรีทั่วศูนย์การค้า เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรมไฮไลท์ตอกย้ำความเป็น Entertainment Destination ของศูนย์ฯ ซีพีเอ็น โดยจับมือกับพันธมิตรชั้นนำจัดคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ที่ 19 สาขา และปาร์ตี้สุดมันส์ให้ได้มาสนุกกันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำ สไลเดอร์ยักษ์ และ บูธเกม อีกมากมาย” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว

ปิติพร ชุติสิริวัฒนา-วิมลลักษณ์ นิลวิไลภร

ด้านเซเลบคุณแม่คนสวย วิมลลักษณ์ นิลวิไลภร บอกว่า สงกรานต์นี้ขอรณรงค์ให้เล่นสงกรานต์กันอย่างปลอดแอลกอฮอล์ เพราะสุราเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทั้งหลายทั้งปวง ไม่ต้องดื่มเหล้าก็สนุกด้วยกันได้ ใช้เสียงดนตรีก็สามารถบิวท์อารมณ์ให้สนุกสนาน และอยากเตือนสาวๆ เรื่องการแต่งตัวเล่นน้ำ แต่งแฟชั่นได้แต่ให้รัดกุม เป็นผู้หญิงต้องระวังตัวเอง อย่าไปในสถานที่ลับตาคน ให้เล่นน้ำอยู่ในที่สาธารณะ อย่างที่ศูนย์การค้าของ ซีพีเอ็นที่มีการจัดให้เล่นน้ำสงกรานต์ เพราะเขาจะมีระบบรักษาความปลอดภัยให้คนที่มาเล่นน้ำเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการตรวจอาวุธ หรือการแจ้งเตือนต่างๆ ถ้ามีอะไรผิดสังเกตเจ้าหน้าที่ก็จะให้ความช่วยเหลือเราได้ง่าย
“ส่วนตัวเอง เนื่องจากมีครอบครัวแล้วก็จะพาสามีและลูกไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ทั้ง 2 บ้าน และครอบครัวเราจะมีธรรมเนียมไปสรงน้ำพระที่วัดอัปสรสวรรค์ และจะไปสักการะพระพุทธรูปฉันสมอ ที่ทางวัดจะอัญเชิญออกให้ประชาชนสักการะและสรงน้ำเฉพาะเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น” วิมลลักษณ์ กล่าว
ขณะที่ “ปอนด์” หฤทัย บอกว่า ถึงแม้สงกรานต์จะเปิดโอกาสให้คนเล่นสาดน้ำกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรกับคนอื่นก็ได้ อยากให้ผู้ชายเล่นน้ำอย่างให้เกียรติผู้หญิง อย่าเกินเลย เราเข้าใจผู้หญิงนะว่า น้ำก็อยากเล่น แต่ก็กลัวโดนคุกคาม เราเลยต้องเซฟตัวเองด้วยการไปกับเพื่อนพี่น้องที่เป็นผู้ชายหลายๆ คน แล้วเวลาเล่นก็ให้เราอยู่ตรงกลางข้างในๆ จะได้ปลอดภัย และก่อนจะไปเล่นน้ำหรือไปเที่ยวช่วงวันหยุดสงกรานต์ ญาติพี่น้องก็จะไปรวมตัวกันที่บ้านคุณยายและคุณย่าเพื่อไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

พัณณิตา ณ.ส. สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ทางด้าน “แพร” พัณณิตา บอกว่า เราอยู่ในครอบครัวคนไทย สิ่งที่ทำเป็นประจำคือ การไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ไปบ้านคุณย่าคุณยาย เอาของขวัญของฝากไปให้ท่าน ท่านก็จะให้พรเรา ถือเป็นสิ่งดีๆ ก่อนเริ่มต้นปีใหม่ไทย สำหรับการเล่นสงกรานต์ในแบบตัวเองจะชอบไปเล่นที่ต่างจังหวัดกับญาติๆ แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่ชอบเลยคือ การเล่นแป้ง เคยถูกคนอื่นเอาแป้งมาป้ายตาแล้วแสบมาก ไม่ชอบเลย ถ้าเห็นใครเล่นแป้งจะหลีกเลี่ยง เพราะมันแสบตามาก และเราไม่รู้ว่าแป้งที่เขาใช้สะอาดหรือไม่.. ทุกๆ ปี เราก็จะเห็นว่ามีการรณรงค์เรื่องลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย ซึ่งก็อยากให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงบ้าง เราสามารถเริ่มต้นที่ตัวเองได้ คือ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเวลาจะขับรถหรือออกไปเล่นน้ำ ซึ่งข้อนี้มันเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกๆ ปี

สวมใส่ชุดไทย สวย-หล่อ อย่างมีอัตตลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/320686

สวมใส่ชุดไทย สวย-หล่อ อย่างมีอัตตลักษณ์

วันที่ 11 เมษายน 2561 – 16:05 น.
ชุดไทย,อรชุมา ดุรงค์เดช,ร้อยเอกหญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์,ณิชชา บุณยากร,จารุเดช บุญญสิทธิ์,กนกพรรณ เหตระกูล,เขมชาติ ปริญญานุสรณ์,มณีสุดา ศิลาอ่อน
เปิดอ่าน 3,709 ครั้ง

ผ้าไทยนอกจะสวยงามและมีเอกลักษณ์แล้วยังสะท้อนจิตวิญญาณของคนทอได้เป็นอย่างดี

       พักนี้กระแสชุดไทยกำลังมาแรงจนฉุดไม่อยู่ทีเดียว ไม่ว่าจะหันทางไหนก็จะเห็นคนสวมใส่ชุดไทยไปในสถานที่ต่างๆ รวมทั้งหยิบจับมามิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ในชีวิตประจำวันกันแบบไม่เคอะเขินอย่างแต่ก่อน อันเป็นผลพวงมาจากงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” บวกกับละครดังที่กำลังฮอตฮิตอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ตอกย้ำด้วยงาน “เถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย” ที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่กี่วันนี้ ซึ่งแตกต่างกับแต่ก่อนที่คนไทยจะหยิบชุดไทยขึ้นมาสวมใส่ก็เฉพาะโอกาสสำคัญๆ หรือเทศกาลไทยๆ อย่างสงกรานต์เท่านั้น

       ไปดูกันว่าบรรดาคนดังในสังคมคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ และจากกระแสนี้มีโอกาสหยิบจับชุดไทยมาสวมใส่กันบ่อยขึ้นหรือไม่ เริ่มจาก สาวมั่น “เฟ” อรชุมา ดุรงค์เดช บอกว่า มีโอกาสได้แต่งชุดไทยบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นโอกาสที่ไปร่วมงานแต่งงานเพื่อน หรืออย่างตอนไปเที่ยวงานอุ่นไอรักฯ ก็สวมชุดไทยเช่นกันแต่ตอนนั้นไม่ได้จัดเต็มเท่าไหร่ หรืออย่างตอนที่่แต่งงานก็สวมชุดไทยประยุกต์เพราะเหมาะกับบุคลิกมากกว่า

       “จากงานอุ่นไปรักฯ ที่ผ่านมาบวกกับกระแสละครบุพเพสันนิวาสที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้คนอินกันมากและหันกลับมาสวมใส่ชุดไทยกันมากขึ้นโดยไม่เคอะเขิิน อย่างช่วงสงกรานต์ที่บ้านก็จะกราบรดน้ำดำหัวพ่อแม่ ซึ่งทำเป็นประจำทุกปี ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะนัดแนะกับพี่ๆ น้องๆ ใส่ชุดไทยแบบจัดเต็มเช่นกัน แต่หากไม่ใช่ช่วงเทศกาลเดี๋ยวนี้ก้มีแฟชั่นไทยๆ ออกมามาก อาจจะเลือกเป็นโจงกระเบนใส่คู่กับเสื้อยืดและรองเท้าเก๋ๆ ประยุกต์เป็นแบบไทยโมเดิร์น ก็สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้” สวยสวยหุ่นดี กล่าว

       ด้านสาวหน้าหวาน “แคท” ร้อยเอกหญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เผยว่า ช่วงนี้ใส่ผ้าไทยค่อนข้างบ่อย ทั้งในโอกาสพิเศษต่างๆ รวมถึงในชีวิตประจำวันก็เริ่มหันมาใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น หรือไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ก็เป็นที่นิยม อย่างในช่วงวันสงกรานต์นี้ก็ตั้งใจว่าจะใส่ชุดไทยไปรดน้ำดำหัวคุณพ่อคุณแม่ และผู้ใหญ่ที่เคารพ

       “โดยส่วนตัวชอบใส่ชุดไทยอยู่แล้ว เพราะสวยงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ เก๋ ไม่ซ้ำใคร ผ้าแต่ละผืนจะทอขึ้นมาไม่ซ้ำแบบกัน อีกทั้งยังสามารถนำมาประยุกต์ใส่ได้หลายแบบมากขึ้น อย่างเสื้อผ้าไหมแก้ว ใส่คู่กับกระโปรงผ้าไหม หรือใส่เสื้อเชิ้ตกับจงกระเบน ที่สำคัญคือผ้าไทยไม่ตกยุค ใส่ได้เรื่อยๆ เก็บนานๆ ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย ไม่เหมือนเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศที่คนจะจำได้ว่าผ่านมาหลายคอลเลกชั่นแล้ว” สาวแคทกล่าว

       เช่นเดียวกับ “มิ้นต์” ณิชชา บุณยากร ที่บอกว่า ชุดผ้าไหมและผ้าไทยใส่มานานแล้ว ตอนออกงานกับคุณแม่ (จุฬารัตน์ บุณยากร อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา) งานเข้าเฝ้าฯ งานสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทำให้มีชุดไทยเยอะบวกกับคุณแม่เป็นคนชอบใส่ชุดผ้าไทย ทำให้มีผ้าไทยสวยๆ เก็บไว้หลายชิ้น ส่วนมากเวลาตัดจะตัดเป็นชุด แต่จะนำมาเลือกใส่คนละชิ้นแบบมิกซ์แอนด์แมชท์กัน ทำให้ลุคดูสบายสวมใส่ง่ายขึ้น ยิ่งถือคู่กับกระเป๋าย่านลิเภารู้สึกว่าดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

     “จากกระแสละครทำให้คนหันมาสวมชุดไทยกันมากขึ้น ส่วนตัวรู้สึกชอบ เพราะชุดไทยเป็นชุดประจำชาติใส่แล้วดูมีเอกลักษณ์ พอคนหันมาใส่กันมากขึ้นก็จะเผยแพร่ไปสู่สายตาของชาวต่างชาติให้ได้เห็นถึงอัตตลักษณ์ของคนไทย อย่างช่วงสงกรานต์นี้เป็นประเพณีที่สำคัญก็มีแพลนจะไปทำบุญต่างจังหวัด คิดว่าจะนำชุดไทยประยุกต์มาใส่อีก โดยนัดกับญาติจะใส่กันหลายๆ คน” สาวผู้ชื่นชอบผ้าไทยบอกอย่างนั้น

       อีกหนึ่งหนุ่มที่สวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวันมาตั้งแต่อายุ 22 จนกลายเป็นภาพที่คุ้นตาคนทั่วไป คงหนีไม่พ้น “อ.คฑา” เขมชาติ ปริญญานุสรณ์ ซึ่งเจ้าตัวเผยเหตุผลว่า หลายคนมองว่าใส่ผ้าไทยแล้วดูสูงวัย แต่จากการออกแบบของช่างสมัยใหม่ทำให้ชุดที่ตัดเย็บจากผ้าไทยดูลดวัยลง แต่ยังคงความภูมิฐานไว้เช่นเดิม ทั้งยังสามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาสด้วย เพราะสะท้อนถึงเอกลักษณ์ไทยและวิถีความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน

       “ผมใส่ผ้าไทยมาตลอด ผ้าไหมบ้าง ผ้าฝ้ายบ้าง ผลัดเปลี่ยนกันไปแต่จะไม่หลุดคอนเซ็ปต์ เพราะผ้าไทยเป็นผ้าที่นอกจะสวยงามและมีเอกลักษณ์แล้ว แต่ละผืนยังสะท้อนจิตวิญญาณของคนทอได้เป็นอย่างดี ยิ่งตอนนี้เห็นคนไทยอินกับละครแล้วสวมใส่ชุดไทย-ผ้าไทยกันมากขึ้น ตัวผมเองมองว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะนั่นเป็นภาพลักษณ์ของประเทศด้วย อยากให้เป็นกระแสที่ยั่งยืน และที่สำคัญคือเมื่อสวมชุดไทยแล้วก็อยากให้คนสวมมีจิตวิญญาณของความเป็นไทยด้วย อาทิ กิริยามารยาทที่งดงาม อ่อนหวาน” หมอดูชื่อดังกล่าว

       หันมาฟังความเห็นของหนุ่มรุ่นใหม่อย่าง “ฟอร์ด” จารุเดช บุญญสิทธิ์ กันบ้าง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เมื่อครั้งเรียนที่โรงเรียนจิตรลดามีโอกาสสวมใส่ชุดไทยอยู่บ่อยครั้ง อาทิ ในการแสดงหรือร่วมกิจกรรมต่างๆ หรือในงานวันปิดภาคเรียน ฯลฯ พอโตขึ้นโอกาสสวมใส่ลดน้อยลงไปบ้างจะใส่ก็เฉพาะบางโอกาสเท่านั้น แต่พอมาช่วงนี้ซึ่งชุดไทยกำลังเป็นกระแสจากละครดัง ก็จะเห็นคนสวมใส่ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และมองเป็นเรื่องปกติไม่รู้สึกว่าแปลกเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งใส่แล้วสวยงามนับเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยอีกทางหนึ่ง และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กันด้วย ส่วนตัวเองก็ชอบเช่นกันใส่ชุดไทยแล้วรู้สึกสง่างามแบบไทย อย่างช่วงสงกรานต์นี้ถ้าต้องไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ก็ตั้งใจจะใส่เพื่อให้เข้ากับประเพณีไทยด้วย

       ด้านเจ้าแม่ยาคูลท์ “โบ” กนกพรรณ เหตระกูล เผยว่า ที่ผ่านมาเห็นประเทศต่างๆ สวมใส่ชุดประจำชาติแล้วรู้สึกดี อย่างผู้ชายพม่านุ่งโสร่งกันกันทั้งประเทศ รวมทั้งใส่ขึ้นเวทีระดับนานาชาติด้วย หรืออย่างประเทศญี่ปุ่นจะมี 1 วันในสัปดาห์ที่ทุกคนพร้อมใจใส่ชุดกิโมโนกันทั้งประเทศ ตอนนี้ประเทศไทยก็เป็นแบบนั้น คนไทยหันมาใส่ชุดไทยกันทั้งประเทศ

       “ส่วนมากจนเห็นคนไทยใส่ชุดไทยก็เฉพาะในวันแต่งงานเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ใส่กันเยอะมาก ยิ่งเวลาไปทำงานที่อยุธยาจะเห็นคนใส่จนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ใส่ไปถ่ายรูปกันสนุกสนาน เห็นแล้วรู้สึกดีจริงๆ ที่คนไทยเห็นชุดไทยมีคุณค่า ไม่มองว่าใส่แล้วจะดูสูงวัยอย่างที่ผ่านมา คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าบ้านเราจะมีวันนี้ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้งานอุ่นไอรักฯ และละครบุพเพสันนิวาส ที่ปลุกกระแสความชุดไทยขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับตัวเองชอบชุดไทยแบบที่มีผ้าสไบ เพราะดูแล้วมีความพริ้วไหว อ่อนนุ่มในตัวเอง” สาวโบกล่าว

       ปิดท้ายที่สะใภ้คนสวยแห่งเอสแอนด์พี “เอ็ม” มณีสุดา ศิลาอ่อน ที่บอกว่า ด้วยความที่อยู่กับคุณยายจึงมีโอกาสใส่ชุดไทยไปทำบุญไหว้พระตั้งแต่เด็ก หรือที่ทำงานเองก็จะมีการรณรงค์ให้สวมใส่ผ้าไทยทุกวันศุกร์ แต่ส่วนมากจะใส่แค่ผ้าซิ่นหรือผ้าทอพื้นเมืองคู่กับเสื้อลูกไม้เท่านั้น ไม่เคยใส่โจงกระเบนมาก่อน เพิ่งจะได้จัดเต็มเมื่อช่วงงานอุ่นไอรักฯ ที่ผ่านมา

       “ก่อนหน้านี้เคยเห็นงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ที่ลพบุรี รณรงค์ให้คนในพื้นที่แต่งไทยกันทั้งจังหวัด 1 เดือนเต็ม ซึ่งเป็นงานที่อยากไปมากแต่ไม่มีโอกาส พอมีงานอุ่นไอรักฯ เลยตั้งใจว่าจะจัดแบบเต็มที่ พอใส่ไปยอมรับว่าอายแต่เมื่อไปถึงงานเห็นทุกคนใส่กันหมดรู้สึกว่าน่ารักมาก งานนี้ช่วยปลุกกระแสความเป็นไทยให้คนไทยกลับมารักชาติอีกครั้ง พอจบงานก็มีกระแสละครพีเรียดมาอีก ยิ่งทำให้คนใส่ชุดไทยกันเยอะขึ้นอีก รวมทั้งตัวเองก็ได้ใส่บ่อยขึ้นด้วย ใครๆเห็นก็ชื่นชมว่าสวย จากที่เคยเขินอายก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่างช่วงสงกรานต์นี้ตั้งใจจะเล่นน้ำแถวๆ บ้านก็เตรียมโจงกระเบนไว้และเตรียมไว้ให้ลูกๆ ด้วย หรือถ้าต้องไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ก็ตั้งใจแต่งไทยไปเช่นกัน” บอสสาวเอสแอนด์พีเผย

       ชุดไทยสะท้อนถึงความเป็นชาติไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ อย่าให้การแต่งกายด้วยชุดประจำชาติเป็นเพียงกระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นกระแสที่ยั่งยืนและอยู่คู่คนไทยตลอดไปตราบนานเท่านาน…

เซเลบร่วมเปิดตัว “สุขสยาม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/320487

เซเลบร่วมเปิดตัว “สุขสยาม”

วันที่ 10 เมษายน 2561 – 16:00 น.
ชยะพงส์ นะวิโรจน์,ชฎาทิพ จูตระกูล,ลักขณา นะวิโรจน์,สุขสยาม,ไอคอนสยาม,พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา,พลตออดุลย์ แสงสิงแก้ว,ณรงค์ เจียรวนนท์,สุขสยาม ไอคอนสยาม คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,863 ครั้ง

หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม มูลค่าลงทุน 700 ล้านบาท

อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามูลค่า 54,000 ล้านบาท นามว่า “ไอคอนสยาม” ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ประกาศเปิดตัว “สุขสยาม” หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม มูลค่าการลงทุน 700 ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์มหัศจรรย์วิถีไทย ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเยี่ยมเยือนปีละ 21.9 ล้านคน โดยนำเสนอคอนเซ็ปต์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Co-Creation” หรือการร่วมกันรังสรรค์ คือผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ ศิลปิน วิสาหกิจท้องถิ่น ชุมชนวิถีไทย และผู้ประกอบการรายย่อยระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วไทย รวมพลังความคิดสร้างสรรค์กันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อนำเสนอสิ่งที่น่าตื่นเต้นและมีคุณค่าเข้าถึงใจคนอย่างแท้จริง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ร่วมชมบรรยากาศในเมืองสุขสยามจำลอง 

ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์-ณรงค์ เจียรวนนท์

งานเปิดตัว “สุขสยาม” การนำเสนอผ่านการฉายภาพด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์แอลอีดี ระดับ 8K แบบ 360 องศารอบ Double Dome ขนาดยักษ์ เป็นครั้งแรกในโลก มอบประสบการณ์การรับชมที่คมชัดมากกว่าระบบ IMAX ถึง 4 เท่า โดยจำลองส่วนหนึ่งของประสบการณ์และกลิ่นอายความเป็น “สุขสยาม” นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตไทยดั้งเดิม ของแท้ ที่เป็นต้นตำรับตัวจริง มาจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้ง อาหาร สินค้าหัตถกรรมงานฝีมือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนผลงานสร้างสรรค์จากช่างศิลป์แห่งสยาม ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์แห่ง วิถีไทยของแท้ต้นตำรับ จากทั่วทุกภาคของประเทศไทยรวมกว่า 70 ร้านค้า

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กับร้านภัทรพัฒน์

นอกจากนั้นยังมีการแสดงการละเล่นพื้นถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ จัดสลับหมุนเวียนสร้างสีสัน และสะท้อนอัตลักษณ์และมรดกวัฒนธรรมล้ำค่าของแต่ละภูมิภาค ให้ผู้มาร่วมงานได้เพลิดเพลินและได้ร่วมภาคภูมิใจในพลังของความเป็นไทย โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, กลินท์–เพชรพริ้ง สารสิน, ณรงค์ เจียรวนนท์, ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์, ม.ล. อนุพร เกษมสันต์, ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่, อ.ถาวร โกอุดมวิทย์, หทัยเทพ ธีระธาดา, ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, กมลนัย ชัยเฉนียน, ประวิช สุขุม, สุภาพรรณ–ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม ฯลฯ โดยมี ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, ลักขณา นะวิโรจน์ ประธานกรรมการ สุขสยาม และ ชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สุขสยาม ให้การต้อนรับ ที่บริเวณพาร์คพารากอน

กลินท์ – เพชรพริ้ง สารสิน-ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์-สุภาพรรณ–ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม

ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารโครงการไอคอนสยาม กล่าวว่า เราได้จัดสรรพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 10 ไร่ ชั้นล่างสุด (ชั้นจี) ของไอคอนสยาม ให้เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งวิถีไทย ใช้ชื่อว่า “สุขสยาม” นำเสนอผลิตภัณฑ์และผลงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทย งานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตดั้งเดิมของแท้จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ ไว้ในพื้นที่เดียวกันนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ บันเทิงสร้างสรรค์ เข้าใจและเข้าถึงได้ ให้ความรู้สึกกลมกลืนเหมือนอยู่ในสถานที่จริง

ม.ล.รดีเทพ เทวกุล-กมลนัย ชัยเฉนียน-ประวิช สุขุม

“สิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งทำให้สุขสยามแตกต่างอย่างแท้จริง ก็คือความเป็นของแท้และเป็นต้นตำรับดั้งเดิมที่แท้จริง โดยร้านค้าใน ‘สุขสยาม’ จะเป็นร้านค้าท้องถิ่นมีอยู่จริงในหมู่บ้านหรือในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย เป็นกิจการค้าขาย ของครอบครัวที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีชื่อเสียงอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ หรือเป็นร้านค้าที่มีเรื่องราวพิเศษ เป็นรากที่หยั่งลึกแข็งแรงของชุมชนท้องถิ่น เพียงแต่กิจการร้านค้าเหล่านั้น ยังไม่มีโอกาสได้นำเสนอคุณค่าของภูมิปัญญาและคุณภาพของสินค้าอันน่าภาคภูมิใจ ให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับโลก เราจึงได้เชิญต้นตำรับตัวจริงเหล่านั้นให้เข้ามาอยู่ที่สุขสยาม”  ชฎาทิพ ย้ำ

ชฎาทิพ จูตระกูล-ลักขณา-ชยะพงส์ นะวิโรจน์

ลักขณา นะวิโรจน์ กล่าวว่า ร้านค้าใน “สุขสยาม” มีร้านจริงต้นตำรับดั้งเดิม มีจุดกำเนิดมาจากชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย เป็นกิจการที่มีเรื่องราวความเป็นมาและเสน่ห์เฉพาะที่น่าศึกษาทั้งสิ้น ตั้งอยู่ในหมู่บ้านตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าของครอบครัวที่ดำเนินกิจการสืบต่อกันมาหลายรุ่น เราเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อค้นหาร้านค้าที่มีความพิเศษ ช่างฝีมือและศิลปินผู้เป็นที่เชิดหน้าชูตา ของท้องถิ่น เชิญพวกเขามาร่วมนำเสนอผลงานที่เป็นความภาคภูมิใจและเป็นรากของท้องถิ่นนั้นๆ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้นบนพื้นที่ ‘สุขสยาม’ โดย ‘สุขสยาม’ จะทำหน้าที่เป็นเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ เปิดโอกาสให้กับคนไทยจากทั่วประเทศที่มีความพิเศษ มีฝีมือและมีความสามารถได้นำเสนอพรสวรรค์และสุดยอดผลิตภัณฑ์ของตนเองให้โลกรู้จัก รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายด้วย
“ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือน ‘สุขสยาม’ จะได้สัมผัสกับประสบการณ์แห่งมหัศจรรย์วิถีไทย เป็นสถานที่ๆ จะนำเสนอความสุขในมิติต่างๆ ครบทุกอรรถรส และยังสามารถซื้อของดีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีอยู่มากมายตามเมืองและหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศไทย” นางลักขณา กล่าว

ถาวร โกอุดมวิทย์-ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่

ทางด้าน ชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการสุขสยาม กล่าวว่า โครงการ “สุขสยาม” ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถนำเสนอสินค้าได้ตลอด 365 วัน อีกทั้งจะช่วยด้าน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรและชาวบ้าน รวมถึงการสนับสนุนในการเรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง  สู่ต่างประเทศ การตลาดในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร อันเป็นการดำเนินธุรกิจในกลไกของระบบนิเวศทางการค้า ที่มีการบริหารจัดการสินค้าอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ในการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น

รับรองถูกใจสาวๆ ที่อยากผิวขาวกระจ่างใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/320305

รับรองถูกใจสาวๆ ที่อยากผิวขาวกระจ่างใส

วันที่ 9 เมษายน 2561 – 16:00 น.
ลังโคม,สู่ขวัญ บูลกุล,ทน อัพ ยัวร์ สกิน, ไลท์ อัพ ยัวร์ ไลฟ์,ลังโคม ยูวี เอ็กซ์เปิร์ต โทนอัพ มิลค์,ลังโคม บล๊องซ์ เอ็กซ์เปิร์ต โทนอัพ คุชชั่น
เปิดอ่าน 1,144 ครั้ง

2 ผลิตภัณฑ์ใหม่เอาใจสาวอยากขาว

       สาวๆ ที่อยากเป็นเจ้าของผิวขาวกระจ่างใสคงถูกใจกันยกใหญ่ เมื่อ “ลังโคม” จัดงาน “โทน อัพ ยัวร์ สกิน, ไลท์ อัพ ยัวร์ ไลฟ์” เพื่อแนะนำ 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ลังโคม ยูวี เอ็กซ์เปิร์ต โทนอัพ มิลค์ และ ลังโคม บล๊องซ์ เอ็กซ์เปิร์ต โทนอัพ คุชชั่น พร้อมเปิดตัว “ขวัญ” สู่ขวัญ บูลกุลแบรนด์ไอคอนคนแรกของลังโคม ประเทศไทย บริเวณลานอีเด็น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน

ขนิษฐา ดรุณเนตร-สิตาวีร์ คงธนะ-ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ

       ภายในงานคราคร่ำไปด้วยเซเลบริตี้สาวสวยที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, “ปอนด์” หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, “นิดหน่อย” ขนิษฐา ดรุณเนตร, “โบว์” ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, “แป้ง” อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ ฯลฯ  โดยมี ทรงสมร ฮัทเท็ท ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) รอต้อนรับ

สู่ขวัญ บูลกุล-ทรงสมร ฮัทเท็ท-แอนท์นี่ แรนคิน

       ไฮไลท์ของงานคือช่วงเปิดตัว “ขวัญ” สู่ขวัญ แบรนด์ไอคอนคนแรกของลังโคม ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวว่า ตัวเองเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่เคยชินกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบคนเมือง จึงต้องการวิธีการดูแลความงามที่ง่ายและรวดเร็ว เพื่อให้เหมาะกับชีวิตประจำวันของตัวเอง ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 ตัวจึงตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด เพราะใช้ง่ายมาก ถือว่าเป็นตัวช่วยในวันที่คิวงานแน่นและเร่งรีบ

พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์

       หลังจากทดลองผลิตภัณฑ์ล่าสุดแล้ว “แป้ง” พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เผยว่า เมื่อก่อนเป็นคนไม่ชอบทาครีมกันแดดเพราะรู้สึกว่าเหนอะหนะ แต่พอไม่ทาแล้วผิวจะแห้งมาก แต่เมื่อได้มาลองใช้โทนอัพสูตรใหม่ที่ใช้ง่ายและแมทซ์ผิวได้เนียน ติดใจมากๆ  เพราะครบจบในตัวเดียว ทั้งบำรุงและกันแดด แถมยังป้องกันมลภาวะต่างๆ ด้วย

อร่อยท่ามกลางธรรมชาติกลางป่าคอนกรีต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/319907

อร่อยท่ามกลางธรรมชาติกลางป่าคอนกรีต

วันที่ 7 เมษายน 2561 – 09:00 น.
วังหิ่งห้อย
เปิดอ่าน 1,136 ครั้ง

ชาร์ตแบตเติมพลังด้วยอาหารอร่อยท่ามกลางธรรมชาติกลางป่าคอนกรีต

ภายในร้านวังหิ่งห้อย

       การได้นั่งรับประทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงแห่งเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างกรุงเทพมหานคร คงเป็นเรื่องยากที่คนเมืองจะหาสถานที่อันแสนเงียบสงบสักแห่งในการสรรสร้างแรงบันดาลใจและชาร์จพลังให้ชีวิต นั่นเองจึงเป็นจุดกำเนิดของร้านอาหารหรูกลางเมืองกรุง “วังหิ่งห้อย” กับแนวคิดป่าพบเมืองที่เลือกแมลงเรืองแสงตัวจิ๋วอย่าง “หิ่งห้อย” ที่เปรียบเสมือนตัวแทนวัดค่าความสมบูรณ์ของธรรมชาติ มาเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินเรื่องและเป็นตัวแทนของระบบนิเวศจำลองที่ได้สร้างขึ้นมาภายในร้าน ผ่านธีมของ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็น “ธาตุแห่งชีวิต” ที่ก่อให้เกิดสรรพสิ่งและเป็นหัวใจสำคัญในการบาลานซ์ธรรมชาติและเมืองเข้าด้วยกัน ซึ่งงานแกรนด์ โอเพนนิ่ง จัดไปเมื่อค่ำคืนก่อน มีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ “ก๊องส์” กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, “เฟย์” อรชุมา ดุรงค์เดช, “ติ” ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์, “ขิม” ทิพย์ลดา เชาวนปรีชา, ฟา เบเนเดทตี้, “แนท” วสุ วิรัชศิลป์, “โบ” จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ เป็นต้น โดยมีบิ๊กบอส ศุภฤกษ์ โรจน์วงศ์สุริยะ รอต้อนรับ

ศุภฤกษ์ โรจน์วงศ์สุริยะ

อรชุมา ดุรงค์เดช-ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์

ฟา เบเนเดทตี้-ทิพย์ลดา เชาวนปรีชา

กรองกาญจน์ ชมะนันทน์

จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์-วสุ วิรัชศิลป์

       “วังหิ่งห้อย” เป็นร้านอาหารภายใต้แนวคิดการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์กับเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครอย่างลงตัว บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรใจกลางมหานคร ที่พร้อมจะมอบสัมผัสใหม่อีกระดับแห่งวงการอาหาร ด้วยอาหารไทยเลิศรสหลากเมนูในหน้าตาสุดโมเดิร์น อีกทั้งการออกแบบร้านที่ผ่านการรังสรรค์มาโดยเฉพาะด้วยสถาปัตยกรรมแปลกตาไม่เหมือนใคร โดยเพียงก้าวแรกที่เดินตามทางเดินทอดยาวผ่านกำแพงดินขนาดใหญ่เพื่อเข้าสู่ตัวร้าน ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงประตูสู่อีกโลกที่เต็มไปด้วยความสงบสุขอย่างแท้จริง

อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ กับผลงานศิลปะธีมดิน

       ร้านวังหิ่งห้อยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญด้วยกัน ประกอบด้วย โซนศิลปะ ที่มีไว้จัดแสดงผลงานศิลปะตามแนวคิดธาตุแห่งชีวิตที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ในช่วง 4 เดือนแรกซึ่งเป็นธีมดิน เป็นคิวของ อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินผู้เต็มไปด้วยประสบการณ์ในการสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาขนานแท้แห่ง ‘ดอยดินแดง’ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของดินว่ามีจุดเด่น เอกลักษณ์ และความพิเศษเพียงใด ถัดมาคือ ธรรมชาติ เมื่อก้าวผ่านกำแพงดินไปแล้วจะพบกับสัญญะของดิน น้ำ ลม และไฟอย่างครบถ้วน มาถึง ห้องอาหาร อลังการด้วยที่นั่งหลากหลายมุมที่ตกแต่งด้วยโทนสีเรียบง่ายดูเป็นธรรมชาติ กับแสงสลัวแห่งบรรยากาศมื้อค่ำสุดโรแมนติคที่เข้ากันได้ดีกับห้องกระจกระบบนิเวศปิด ที่จำลองความสวยงามและความสมบูรณ์ของป่ามาไว้ในเมืองได้อย่างลงตัว สร้างขึ้นบริเวณใจกลางร้าน มีขนาดใหญ่ถึงเกือบครึ่งของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด และ ห้องดูหิ่งห้อย ดื่มด่ำไปกับแสงวิบวับแห่งธรรมชาติใจกลางเมือง สถานที่หนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่จะได้ชื่นชมความงดงามของหิ่งห้อยนับ 300 ตัว ที่เปล่งแสงระยิบระยับเติมเต็มความเป็นธรรมชาติในตัวเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ