เที่ยวมะริด หลายมิติที่สัมผัสได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:36 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/415958

เที่ยวมะริด หลายมิติที่สัมผัสได้

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

การออกเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวตามประเทศต่างๆ หลายคนคงจะมีจุดมุ่งหมายที่ไม่เหมือนกัน บางคนอยากไปเพราะที่นั่นอากาศดีเย็นสบาย บางคนอยากไปเพียงเพื่อตั้งใจจะไปซื้อของ หรือบางคนอยากไปเพียงต้องการจะถ่ายภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ ของบ้านเมืองในประเทศนั้นไว้เป็นที่ระลึก แต่มีคนอีกไม่น้อยเช่นกันที่จุดหมายปลายทางของการออกเดินทาง คือการได้ไปสัมผัส เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนั้นๆ อยากไปเห็นว่าเขาดำเนินชีวิตกันอย่างไร อยู่กันอย่างไร กินกันอย่างไร ถ้าคุณคือกลุ่มคนอย่างหลัง แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ลองให้เมืองที่เรานำมาเล่าสู่กันฟังเมืองนี้เป็นตัวเลือกดูนะคะ

เมืองมะริด (Myeik Township) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ มีอุตสาหกรรมการประมงขนาดใหญ่ที่นักธุรกิจจากทั่วโลกสนใจเข้ามาร่วมลงทุน รวมถึงนักธุรกิจชาวไทยด้วย ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากว่าเราจะเจอบางคนที่สามารถพูดภาษาไทยได้ เพราะมีโอกาสได้ทำงานกับคนไทยที่ไปลงทุนทำธุรกิจในเมืองนี้ หรือถ้าบางคนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ แต่ก็เข้าใจได้ในสิ่งที่เราพูด และถ้าหากพูดถึงการลงทุนทำธุรกิจของคนไทยในเมืองมะริดนี้ นอกจากจะมีธุรกิจด้านการประมงแล้ว ก็ยังมีโรงแรม ที่พัก ที่เจ้าของเป็นคนไทย พนักงานที่ให้บริการพูดไทยได้ค่อนข้างเก่ง หรือแม้กระทั่งร้านอาหารหลายๆ ร้านในเมืองนี้ส่วนใหญ่เจ้าของเป็นคนไทย ขายอาหารไทย ยิ่งทำให้เรามีความรู้สึกว่าไม่เหมือนเราไปเที่ยวต่างประเทศเลย เหมือนเราเดินทางไปเที่ยวตามต่างจังหวัดในประเทศไทยเราเองมากกว่า

บรรยากาศของบึง Yay Kan Baung ใจกลางเมืองมะริด

 

บริเวณย่านใจกลางเมืองมะริด เปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมความเจริญของเมืองนี้ ทั้งห้างสรรพสินค้าที่อาจจะยังไม่ได้ใหญ่โตเหมือนในบ้านเรา โรงแรมเกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จึงทำให้บริเวณใจกลางเมืองมีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น มีทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่สัญจรกันไปมาอย่างคับคั่ง

ปัจจุบัน เมืองมะริดเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น คนที่มาเที่ยวในเมืองนี้ต่างรู้กันดีว่า อาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายมากนัก แต่จะได้เห็นและได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนี้แบบหลากหลายครบทุกมิติเลยก็ว่าได้

ร้านขายผักในตลาดชุมชน เมืองมะริด

 

มิติแรกที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสคือ วิถีชีวิตของคนในเมืองนี้ที่ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา ในอดีตพวกเขาเคยอยู่เคยกินกันอย่างไร ปัจจุบันภาพเหล่านั้นก็ยังมีให้เราได้เห็น และถ้าอยากเห็นและสัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่อย่างใกล้ชิดแล้วละก็ แนะนำให้ไปที่ตลาดเช้าชุมชนของเมืองนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือมะริดมากนัก ตลาดที่นี่ก็ดูจะคล้ายๆ กับตลาดตามต่างจังหวัดในประเทศไทยเรา พ่อค้าแม่ค้าตั้งร้านตั้งแต่เช้ามืดลูกค้าก็ทยอยออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของกันพอเริ่มสว่างๆ ก็ยิ่งได้เห็นวิถีชีวิตของพวกเขาชัดเจนมากขึ้น เสียงตะโกนคุยกันก็เริ่มดังก้องไปทั่วตลาด และถ้าหากเราเดินๆ อยู่ก็อาจจะเจอพ่อค้าแม่ค้าที่พูดภาษาไทยได้ ทักทายเราอย่างเป็นมิตร

และอีกสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนของวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่นั้น คือเรามักจะพบเห็นร้านน้ำชาอยู่ตามมุมถนนแทบทุกเส้น การเข้าร้านน้ำชาของคนที่นี่ถือเป็นการมาสังสรรค์กับเพื่อนอย่างหนึ่ง พวกเขาจะใช้ร้านน้ำชาเป็นจุดนัดพบ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ในอดีตเคยเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย และถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพวกเขามากขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้วิ่งตามเทคโนโลยีเหมือนอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากนั่งจิบชาแบบสโลว์ไลฟ์แล้วละก็ ลองแวะเข้าร้านน้ำชาดูสักหน่อย นอกจากจะได้ดื่มชารสชาติดีแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่มากขึ้นอีกด้วย

ทานาคา เสน่ห์ที่ชวนมองของคนเมียนมา

 

มิติที่สอง คือมิติของความเป็นเมืองพุทธ ที่เมืองมะริดแห่งนี้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จะมีบ้างที่เป็นคริสต์หรืออิสลาม ที่นี่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม โบราณสถานเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองมะริดให้ความเคารพนับถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่แทบทุกมุมเมือง ไม่น้อยไปกว่าย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ หรือพุกาม ที่นักท่องเที่ยวนิยมไป วัดวาอารามในเมืองมะริดนั้น แต่ละที่มีเอกลักษณ์ ความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป เช่น วัดปอดอมู (Paw Daw Mu Pagoda) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มาก เขาว่ากันว่า หากใครมีโอกาสได้มาที่เมืองมะริด จะต้องไม่พลาดมาไหว้ขอพรที่องค์เจดีย์ในวัดแห่งนี้ และอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปคือ เกาะพะเท๊ะ (Pa Htat) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระอตูละชเวทัลเยือง หรือที่นักท่องเที่ยวคนไทยพูดกันจนชินปากว่า วัดพระนอน ด้วยความยาวขององค์พระที่ยาวถึง 144 ศอก ถือเป็นพระนอนที่องค์ใหญ่ที่สุดของเมืองมะริดเลยก็ว่าได้

และอีกหนึ่งมิติ สำหรับใครที่มองหามุมสวยๆ วิวดีๆ ในการชื่นชมธรรมชาติ เก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึกแล้วละก็ ที่เมืองมะริดแห่งนี้ มีจุดชมวิวให้คุณเลือกไปแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละวันเลย ถ้าเป็นวิวสวยๆ ตอนกลางวันก็ต้องไปที่บึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ที่นี่เปรียบเสมือนสวนสาธารณะของคนเมืองมะริดมาพักผ่อนหย่อนใจ ชื่นชมกับทัศนียภาพบนผิวน้ำที่เต็มไปด้วยดอกผักตบชวาสีชมพูอมม่วง ตัดกับสีของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว ภาพของนกเป็ดน้ำนับร้อย ที่ยืนเกาะอยู่บนแพผักตบชวา ส่งเสียงร้องไปทั่วบริเวณบึง ที่นี่นอกจากจะได้ผ่อนคลายไปกับความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ยังเหมาะกับคนที่รักในการถ่ายภาพได้เลือกมุมสวยๆ ถ่ายแบบไม่มีเบื่อแน่นอน

ความสวยงามของเจดีย์สีทอง ที่วัดพูพิยะ เมืองมะริด

 

เมื่อมีจุดชมวิวสวยๆ ตอนกลางวันแล้ว ก็ต้องมีช่วงพระอาทิตย์ตกดินกันบ้าง ด้วยความที่เมืองมะริดมีทำเลที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเลอันดามัน และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขา ทำให้หลายจุดชมวิวของที่นี่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างชัดเจนและสวยงามมากๆ โดยเฉพาะที่วัดเตนดอจี (Thein Daw Gyi Pagoda) ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นพระอาทิตย์กำลังตกกระทบกับชายฝั่งของทะเลได้อย่างสวยงามชัดเจน แต่หากยังสวยไม่จุใจ ก็ต้องมาที่สะพานจวยกู (Kwe Ku Bridge) สะพานเหล็กที่ใหญ่เป็นอันดับ 2ของประเทศเมียนมา ที่นี่ทำให้เรามองเห็นพระอาทิตย์ตกกระทบทะเลได้สวยงาม เรียกได้ว่าเอาใจบรรดาคนรักการถ่ายภาพแบบสุดๆ ไปเลย เพราะไม่ว่าจะมองไปมุมไหน องศาไหนก็จะมีมุมสวยๆ ให้ได้รัวชัตเตอร์เก็บภาพกลับมาเป็นที่ระลึกแน่นอน

หากใครวางแผนว่าอยากมาท่องเที่ยวที่ประเทศเมียนมา นอกจากจะมาไหว้พระขอพรตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เลื่องชื่อคู่บ้านคู่เมืองของประเทศนี้แล้วละก็ ถ้าอยากสัมผัสชีวิตของผู้คนพื้นเมืองแบบใกล้ชิดแบบเป็นกันเองแล้วละก็ ลองให้เมืองมะริดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในโปรแกรมการท่องเที่ยวของคุณ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในการเดินทางที่คุณจะต้องประทับใจเหมือนอย่างพวกเราแน่นอนค่ะ

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/415956

Travel Update

โดย…กาญจนา

สิงห์ ปาร์ค เชียงราย จัดเทศกาลบอลลูนใหญ่สุดในอาเซียน

สิงห์ ปาร์ค เชียงราย จัดเทศกาลบอลลูนนานาชาติใหญ่ที่สุดในอาเซียน“SINGHA PARK CHIANG RAI BALLOONFIESTA” ตั้งแต่วันที่ 10-14 ก.พ. 2559 กับกองทัพบอลลูนแฟนซีกว่า 30 ลูก จาก 14 ประเทศทั่วโลก การแข่งขันบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ไฮไลต์พิเศษการจดทะเบียนสมรสบนบอลลูนในวันแห่งความรัก และการแสดงแสง สี เสียง โชว์ Balloon Night Glow ตลอด 5 วัน บริเวณริมทะเลสาบ และยังให้ผู้ร่วมงานได้ประสบการณ์การขึ้นบอลลูนลอยฟ้าอย่างใกล้ชิด ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.facebook.com/singhaparkchiangrai

 

เข้าเมืองโบราณฟรี วันมาฆบูชา

กลุ่มบริษัท เมืองโบราณ สมุทรปราการ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชาในวันที่ 22 ก.พ. 2559 ณ พระธาตุบังพวน ภายในเมืองโบราณฟรี ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. โดยเวลา 17.00 น. พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา เวลา 17.30 น.พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และเวลา 19.00-20.00 น. ประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระธาตุบังพวน ซึ่งประดิษฐานพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ภายในงานมีบริการรถราง รับ-ส่งฟรี จากบริเวณประตูทางเข้าไปยังพระธาตุบังพวน สอบถามโทร. 02-323-4094-9 หรือ www.ancientcitygroup.net

 

ออนิกซ์ลดยกค่ายในงานแฟร์ท่องเที่ยว

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เอาใจชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในไทยในงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่18 วันที่ 17-21 ก.พ. 2559 และงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 38 วันที่ 3-6 มี.ค. 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ด้วยโปรโมชั่นห้องพักราคาพิเศษจากโรงแรม รีสอร์ท และเรสซิเดนซ์ 28 แห่งในเครือภายใต้ชื่อ อมารี โอโซ่ เดอะโมเสค คอลเลคชั่น ชามา และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ราคาพักในไทยเริ่มต้น 900 บาท ต่างประเทศเริ่มต้น 4,250 บาท สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-31 ต.ค. 2559

 

ห้องพักราคาพิเศษที่สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ลกรุงเทพ

สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพ เสนอแพ็กเกจห้องพักราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้ถึงเดือน มี.ค. 2559 เมื่อจองห้องพักตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไปในห้องแบบ Grand Leisure Class ราคา 9,700 บาทสุทธิ รวมอาหารไทยแบบเซตดินเนอร์สำหรับ 2 ท่าน ที่ปาร์ตี้เฮ้าส์วัน ราคานี้สำหรับจองห้องผ่านทางเว็บไซต์เท่านั้นที่ www.siamatsiam.com สอบถามโทร. 02-217-3000

 

พักอีสติน มายาได้เช่ารถ บัดเจ็ท ราคาถูก

โรงแรมอีสติน ยามา ภูเก็ต จับมือบริษัทรถเช่า บัดเจ็ท ด้วยรถเช่าราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมเริ่มต้นวันละ 700 บาท รวมประกันภัยและภาษีแต่ไม่รวมค่าเชื้อเพลิงโดยต้องทำการจองกับทางโรงแรมอีสตินยามา ภูเก็ต ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 ต.ค. 2559 (ยกเว้นวันที่ 2-18 เม.ย. 2559) โทร. 076-303-456

 

การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เผย 10 ภาพสุดฮิตบนอินสตาแกรม

การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ เปิดเผยสถานที่ที่ถูกแชร์มากที่สุดบนอินสตาแกรม(Instagram) ประจำปี 2558 อันดับ 1 คือ เกาะไวฮิกิ บนเกาะมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูป ทั้งภาพขณะข้ามเรือหรือภาพในไร่องุ่น อันดับ 2 เมาท์มอนกานุย หนึ่งในจุดชมวิวทะเลที่งดงามที่สุดของนิวซีแลนด์อันดับ 3 ฮอบบิทตัน มูฟวี่เซต สถานที่ถ่ายทำบ้านฮอบบิท อันดับ 4 ตึกสกายทาวเวอร์ สุดยอดแห่งการชมวิวเมืองโอ๊กแลนด์แบบ 360 องศา อันดับ 5 หาดทาคาปูนา หลบร้อนมาเดินเล่นริมชายทะเลพร้อมไอศกรีมเย็นๆ และอันดับอื่นๆ ดูได้ทาง www.newzealand.com

รักล้นฟ้า…ราคาดี๊ดี บินนกแอร์แค่ 888 บ.

สายการบินนกแอร์ จัดโปรโมชั่น “รักล้นฟ้า…ราคาดี๊ดี” รับเทศกาลแห่งความรัก บัตรโดยสารเส้นทางบินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 888 บาท/เที่ยว สำรองที่นั่งได้ถึงวันที่ 14 ก.พ. 2559 และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.-30 ก.ย. 2559 เฉพาะการสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.nokair.com และนกแอร์ แอพพลิเคชั่น เท่านั้น

 

ไหว้พระ ณ เมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414679

ไหว้พระ ณ เมียนมา

โดย…อ.ตากวาง ภาพ Pattira Hansakul

ขอปิดท้ายคอลัมน์ด้วยผลงานของเจ้าเก่า Pattira Hansakul ที่ส่งภาพจากช่วงปีใหม่ที่มีโอกาสไปไหว้พระที่เมียนมา เลยเก็บภาพมาฝากกัน

ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนคอลัมน์เป็นอย่างดีครับ วันอาทิตย์หน้าพบกับโฉมใหม่ของโพสต์ทูเดย์ทั้งฉบับ รวมทั้ง เซ็กชั่นแมกซ์ เซ็กชั่นเอ็กซ์ตราด้วยครับ (เริ่มต้นฉบับวันพรุงนี้เลยครับ) ชอบ-ไม่ชอบยังไง ติ-ชมมาได้ที่ท่านบอกอครับ อิอิอิ

 

แม่ค้าหน้าหวาน

 

พ่อค้าริมทาง

 

เครื่องบูชาพระธาตุ

 

เทียนบูชาเจดีย์ชเวดากอง

 

ชเวดากอง

 

เจดีย์ไจ๊ปุ่น

 

พระราชวังบุเรงนอง

 

ซอกแซกมุมศิลปะในกรุงโซล ของดีที่ไม่เคยเหมือนเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414665

ซอกแซกมุมศิลปะในกรุงโซล ของดีที่ไม่เคยเหมือนเดิม

โดย…นิตยา ชนานุกุล

กรุงโซล เป็นเมืองที่หลายคนอาจมองเป็นเมืองสำหรับเด็กผู้หญิง ที่วิ่งไล่ตามศิลปิน วิ่งกรี๊ดตามคอนเสิร์ต สาวขาเล็กหน้าตาดี หรือเด็กหนุ่มหัวสีเต็มไปหมดพร้อมกันเป็นกลุ่มๆ มองไปทางไหนมีแต่ดาราเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าและเครื่องสำอาง นั่นก็อาจเป็นมุมหนึ่งของโซลที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่นอกจากการส่งออกวัฒนธรรมเคป๊อป และเครื่องสำอางหลากชนิด ในอีกแง่มุมหนึ่งของโซล ก็เป็นเมืองที่โดดเด่นในด้านงานออกแบบ และศิลปะร่วมสมัย ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กับเมืองใดของโลก

แต่สำหรับ นิด-นิตยา ชนานุกุล เจ้าของผลงานหนังสือ Seoul City Guide เธอออกเดินทางเพื่อตามหาศิลปะที่แอบซ่อนและกระจายตัวอยู่ทั่วกรุงโซลที่รอให้ไปค้นพบ แม้กระทั่งจุดที่อยู่ใกล้กับแหล่งเที่ยวสุดฮิตอย่างพระราชวังเคียงบก และคลองชองเกซอน “แค่ข้ามถนนเราก็พบกับ MMCA หรือ National Museum of Modern and Contemporary Art ที่นอกจากทรงตึกที่สวยสลบ แต่ที่นี่ยังมีงานศิลปะร่วมสมัย จากทั้งศิลปินชาวเกาหลีหรือจากศิลปินและดีไซเนอร์ต่างชาติ หมุนเวียนมาจัดแสดงที่นี่เสมอ และที่สำคัญถ้าเป็นนักเรียน หรือนักท่องเที่ยวที่อายุต่ำกว่า 24 ปี รัฐบาลเกาหลีจัดให้เข้าไปดูฟรีด้วย”

 

นิด เล่าต่อว่า ในย่าน Samcheong dong ยังมี Hyundai Gallery และมีแกลเลอรี่เล็กๆ อีกหลายแห่งที่กระจายตัวอยู่ย่านฝั่งซ้ายของพระราชวังเคียงบก ไม่ใช่มีแค่แกลเลอรี่เท่านั้น ย่านนี้มีทั้งร้านกาแฟและสตูดิโอดีไซน์ซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย เช่น fortfolio by fortfolio ร้านเล็กๆ ที่ขายการ์ดและภาพพิมพ์จากเทคนิคแบบโบราณที่เรียกว่า letter press คือเทคนิคการพิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์และแม่พิมพ์ซึ่งหาดูได้ยาก และน่าสนใจมากสำหรับคนที่ชอบด้านการพรินติ้งและการพิมพ์

“ถัดไปไม่กี่ช่วงถนนก็จะเจอ Mulnamoo & Dabang ที่ภายนอกอาจดูเป็นร้านกาแฟขนาดเล็ก แต่ตึกแห่งนี้แบ่งพื้นที่เป็นสตูดิโอกราฟฟิกและถ่ายรูปขาวดำสุดเก๋ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางย่านบ้านเก่า หรือแม้กระทั่งในที่ที่ทุกคนคงคุ้นเคยอย่างทงแดมุน ก็ต้องสะดุดกับตึกรูปร่างหน้าตาประหลาด ที่นั่นคือ DDP ตึกสุดเท่ ศูนย์กลางสำหรับจัดงานสำคัญต่างๆ ที่ออกแบบโดยสถาปนิกที่เชี่ยวชาญด้านฟอร์มออร์แกนิกอย่าง Zahahadid ทำให้คนที่สนใจในสถาปัตยกรรมต้องแวะเข้าไปดูสเปซสวยงามตระการตาสักครั้ง”

 

ในฐานะคนที่ชื่นชอบศิลปะเอามากๆ นิดจึงรู้สึกอิ่มเอมกับศิลปะในโซลขั้นสุด แต่เธอบอกว่าถ้างานสถาปัตยกรรมหรืองานศิลปะที่เป็นนามธรรมสำหรับคนอื่นเสพยากไป นิดแนะนำให้ลองสังเกตดูในย่านสุดฮิตของเด็กวัยรุ่นอย่าง ฮงแด หรือบริเวณรอบมหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังที่สุดของโซล Hongik University ก็จะเห็นงานกราฟฟิตี้ตามพื้น ผนัง และกำแพง

“ศิลปะที่นิดไปดูยังไม่รวมการแสดงของวัยรุ่นในท้องถนนในยามค่ำคืน ที่ไม่ว่าจะเป็นการเต้น เล่นดนตรีเปิดหมวก บีตบ็อกซ์ หรือในบางค่ำคืนที่มีผับเงียบ ฮงแดอาจกลายสภาพเป็นพื้นที่ประหลาดที่มีคนใส่หูฟังและเต้นรำกันอยู่ตามถนน ที่แม้แต่คนที่เดินผ่านอย่างเราก็ยังอดรู้สึกสนุกไปด้วยไม่ได้”

 

นิด แนะนำอีกย่านหนึ่งของโซลที่โดดเด่นในเรื่องงานศิลปะและงานดีไซน์ไม่แพ้ย่านอื่นๆ คือ ฮันกังจิน และไล่ตามถนนไปถึงอิแทวอน “แถวนี้มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่โดดเด่นไม่แพ้ MMCA คือ Samsung Leeum Art Museum ที่ภายใต้ตึกจะมีความเท่และโดดเด่นด้วย sculpture รูปบับเบิ้ลสีเงินขนาดใหญ่ Leeum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีทั้งงานศิลปะร่วมสมัยที่น่าสนใจหมุนเวียนมาจัดแสดง และก็ยังมีโซนที่แสดงงานศิลปะเก่าๆ ของเกาหลี ทั้งงานปั้นและงานภาพต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ที่นี่อย่างถาวร แถมด้านหน้าทางเข้ายังเป็นที่ตั้งของตึกกระจกลายจุดที่มองก็รู้ว่านี่คือที่ที่รวบรวมเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ญี่ปุ่นอย่าง comme de garcon และ Yohji Yamamoto”

ไม่แค่นั้น นิดยังแจกแจงต่อแบบทะลุซอกซอยของกรุงโซล “ถนนด้านหน้าฮันกังจินที่ทอดยาวไปจนถึงอิแทวอนนี้ ยังเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายของเท่ๆ อีกจำนวนมาก เริ่มจาก MMMG ร้านชื่อดังของโซลอยู่ในตึกสูง 7 ชั้น มีทั้งเครื่องเขียน หนังสือ คาเฟ่ กระเป๋าเท่ๆ อย่างฟรายทาก (freitag) แกลเลอรี่ขนาดเล็ก ร้านเฟอร์นิเจอร์สวยๆ และชั้นล่างของตึกก็ยังพ่วงเอาร้านขายของใช้ในบ้านเก๋ๆ จากญี่ปุ่นแบบที่เราอยากจะเก็บกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีอีกที่ที่เท่ไม่แพ้กันคือ Product Seoul ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของโซล เพราะร้านนี้รวบรวมเอาเสื้อผ้า เครื่องประดับ เทียนหอม ของดีไซน์จุกจิกเล็กๆ น้อยๆ จากดีไซเนอร์รุ่นใหม่ในโซลมารวมกันที่รับรองว่าเก๋ไม่แพ้ที่ไหนๆ”

นิด บอกว่า ไม่ใช่เพียงแต่สถานที่ที่พูดถึงในนี้เท่านั้น โซล เมืองที่หลายคนคิดว่าก็เดิมๆ ยังมีสถานที่อีกมากมายรอให้เราไปค้นพบ และหวังว่าพออ่านจบแล้ว จะช่วยให้การเดินทางไปโซลครั้งต่อไปของคุณคงสนุก และใหม่ขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 

 

เมืองท่า ‘มะริด’ มีดีมากกว่าที่คิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414546

เมืองท่า ‘มะริด’ มีดีมากกว่าที่คิด

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com

เมืองมะริด มีชื่อทางการในภาษาเมียนมาว่า “Myeik” คือ 1 ใน 3 ของเมืองในภูมิภาคตะนาวศรี (Tanintharyi Division) ด้วยทำเลที่ตั้งของเมืองตั้งอยู่บนเกาะที่เกิดจากตะกอนของปากแม่น้ำตะนาวศรี ทำให้ในอดีตเมืองมะริด (Myeik Township) เป็น 1 ใน 2 ของเมืองท่าฝั่งอันดามันที่มีความสำคัญของอยุธยา

เมืองมะริด เป็นเมืองชายฝั่งขนาดใหญ่ มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ปัจจุบันเกิดการลงทุนจากกลุ่มนักธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้เมืองมะริดกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมทางประมงที่สำคัญของภูมิภาคไปโดยปริยาย

การเดินทางไปยังเมืองมะริดนั้น นอกจากทางเครื่องบินและรถยนต์แล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่คิดว่าน่าสนใจไม่น้อย คือ การล่องเรือไปตามแม่น้ำตะนาวศรี ซึ่งสามารถเดินทางจากท่าเรือเมืองตะนาวศรีไปยังเมืองมะริด หรือจะโดยสารไปเมืองทวายก็ได้เช่นเดียวกัน สภาพภายนอกของเรือโดยสารอาจจะดูไม่สะดวกสบายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยรถยนต์ บนถนนที่ยังขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นละอองแล้วละก็ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเรือกันบ้างก็ดีไม่น้อย

หมากคือผลผลิตทางเกษตรที่สำคัญของเมืองท่ามะริด

 

นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของสองฝั่งแม่น้ำที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว เรายังได้ซึมซับวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ และผู้คนที่อาศัยอยู่บนดินแดนแห่งเมืองพุทธแห่งนี้ จากภาพของวัด เจดีย์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำที่เรือล่องผ่าน

เวลากว่า 4 ชั่วโมงที่ล่องไปตามแม่น้ำ จริงอยู่ที่ว่า การเดินทางด้วยวิธีนี้จะต้องใช้เวลามากขึ้น แต่ถ้าหากเราไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก คงไม่เสียหายอะไร หากจะลองเปิดใจและเปิดโอกาสให้ตัวคุณเอง ได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ซึมซับธรรมชาติไปพร้อมๆ กับผู้คนที่นี่ ความประทับใจที่คุณได้รับก็อาจจะทำให้ติดใจจนต้องกลับมาอีกครั้งก็ได้

เมื่อเรือเข้าเทียบท่า สิ่งแรกที่สัมผัสได้ของความเป็นเมืองท่าสำคัญ ก็คือการลำเลียงสินค้าลงเรือขนส่งขนาดมหึมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วท่าเรือแห่งนี้จะใช้ขนส่งสินค้าภายในประเทศเป็นหลัก และยังใช้แรงงานคนในการลำเลียงเป็นส่วนใหญ่

สะพานเหล็กจวยกูทอดข้ามแม่น้ำตะนาวศรี

 

นอกจากบรรยากาศของท่าเรือมะริดที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารเรือ รวมถึงคนงานที่เดินกันขวักไขว่ตลอดเวลาแล้ว ใจกลางเมืองมะริดก็คึกคักไปด้วยผู้คนที่อยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น ถนนเส้นต่างๆ เต็มไปด้วยรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่สัญจรกันอย่างคับคั่ง สื่อสารกันด้วยเสียงแตรรถจนกลายเป็นเสียงที่ชินหูสำหรับผู้มาเยือนไปเสียแล้ว

หากอ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่า ไหนล่ะความน่าสนใจของเมืองมะริด และอาจจะถอดใจไม่อยากออกเดินทางไปแล้วก็ได้ แต่เดี๋ยวก่อน มะริดยังมีอะไรซุกซ่อนอยู่อีกมาก ที่ทั้งคุณและเราเองอาจจะไม่เคยรู้และได้ยินมาก่อน

ปัจจุบันผู้คนที่นี่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไว้อย่างดีที่สุด ทั้งบ้านเรือน วิถีชีวิต วัฒนธรรม การสื่อสารสำเนียงภาษาที่ยังคงความเป็นชาวเมืองมะริดอยู่เช่นเดิม ทุกชีวิตที่นี่ยังคงดำเนินไปบนความเรียบง่าย ไม่แก่งแย่งแข่งขัน แต่กลับพัฒนาขึ้นในแง่ของเศรษฐกิจ การค้าขาย ที่ดูเหมือนว่าจะมีอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ของพวกเขาไม่น้อยเลย

แรงงานคนยังเป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญของอู่ต่อเรือ

 

อย่างที่เคยกล่าวไปในตอนต้นว่า เมืองมะริดถือว่าโดดเด่นในเรื่องของอุตสาหกรรมประมงเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากสินค้าทางทะเลที่ส่งกระจายออกไปตามเมืองต่างๆ ในประเทศ รวมถึงประเทศไทยอย่างกุ้งมังกรหรือกั้งแล้วนั้น ยังคงมีอีกหนึ่งธุรกิจสืบเนื่องกัน คือ อู่ต่อเรือขนาดใหญ่ ที่เกิดจากนักธุรกิจไทยร่วมมือกันกับนักธุรกิจชาวเมียนมา จนทำให้ธุรกิจนี้ขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางการต่อเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเมียนมา

ด้วยความที่มะริดเป็นเมืองท่าชายฝั่งที่มีความสำคัญมาหลายร้อยปี ผู้คนที่นี่จึงสั่งสมความรู้ในการต่อเรือและการทำทะเล ผู้คนที่นี่มีความสามารถ ความเชี่ยวชาญ เรียกได้ว่า ถ้าเจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการอยากจะต่อเรือดีๆ ในราคาที่คุ้มค่าแล้วละก็ ก็ต้องมาที่นี่เท่านั้น

หากใครเคยมาเยือนเมืองมะริด คงพอจะทราบกันบ้างแล้วว่า ที่นี่นอกจากอู่ต่อเรือและอาหารทะเลที่เป็นสินค้าหลักที่สำคัญแล้ว ยังมีผลผลิตทางเกษตรกรรมที่สร้างรายได้ให้กับเมืองนี้อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นหมากที่แทบทุกบ้านต้องปลูก รวมถึงเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากเมืองใกล้เคียง ก็ถูกลำเลียงส่งเข้ามาแปรรูปที่เมืองมะริดนี้ด้วยเช่นกัน

ความสวยงามของเจดีย์เตนดอจียามพลบค่ำ

 

นอกจากความรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ที่เมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยจุดชมวิวสวยๆ มากมาย โดยเฉพาะสะพานเหล็กจวยกู ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเมียนมา มีความยาว 1 กิโลเมตร เชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองมะริดไปสู่เมืองทวาย

ที่สะพานจวยกู ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ ในยามเย็น เพราะนอกจากจะได้เห็นบ้านเรือนของชาวประมงที่ปลูกแบบยกพื้นสูงแล้ว เราจะได้เห็นวิวสวยๆ ของปากแม่น้ำตะนาวศรีที่ไหลลงสู่ทะเลอันดามันอีกด้วย

ปัจจุบันเมืองมะริดนั้น ยังคงหลงเหลือหลักฐานจากยุครุ่งเรืองในสมัยที่สยามปกครองให้ผู้มาเยือนได้เห็นกันอยู่ไม่น้อย เช่น ชื่อของ “วัดเตเอกู” ก็ดูเหมือนว่าจะถูกเอ่ยถึงเป็นชื่อแรกๆ ในเส้นทางแนะนำการท่องเที่ยวของเมืองนี้ ด้วยลักษณะพิเศษอันโดดเด่นจากรูปปั้นพระบิณฑบาตกว่า 500 รูป เดินเรียงรายไปตามแนวเขา ซึ่งเรามักไม่ค่อยพบเห็นกันสักเท่าไหร่

และก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าที่เมืองมะริด ยังมีอีกสถานที่หนึ่งซึ่งผู้ไปเยือนไม่ควรพลาด คือ เจดีย์เตนดอจี (Thein DawGyi Pagoda) ที่ยามเย็นนั้นแสงของอาทิตย์จะส่องกระทบกับองค์เจดีย์สะท้อนเป็นสีเหลืองทองสวยงามมากๆ และนอกจากผู้คนจะนิยมเดินทางมาเพื่อไหว้พระขอพรกันแล้ว ที่นี่ยังสามารถมองเห็นแนวชายฝั่งของทะเลอันดามันได้อย่างชัดเจน และเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ตกชัดเจนและสวยงามมากอีกด้วย

เรื่องราวความน่าสนใจของเมืองมะริดยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เราจะนำมาเสนอกันในตอนต่อไป สามารถติดตามกันต่อได้ในโพสต์ทูเดย์สัปดาห์หน้า แต่สำหรับเรื่องราวที่บอกเล่ากันในครั้งนี้สามารถรับชมได้ผ่านรายการโลก 360 องศา ทางช่อง 5 วันเสาร์นี้ เวลา 21.20 น. โดยประมาณ

 

แกรนด์แคนยอนเมืองปัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:32 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414545

แกรนด์แคนยอนเมืองปัว

โดย…กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

หนีเมืองกรุง หนีรถติด หนีชีวิตที่วุ่นวาย แล้วเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า สะพายกล้อง แล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่เมืองปัว จ.น่าน จังหวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งมลพิษ แต่ใครจะรู้ว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้ กลับมีธารน้ำไหลที่สูงตระหง่านอย่าง “วังศิลาแลง” หรือแกรนด์แคนยอนเมืองปัว ที่นี่ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นอันซีนเมืองน่านอีกด้วย วังศิลาแลงเป็นซอกหินที่ลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามกาลเวลา ในช่วงฤดูแล้งจะมองเห็นความสวยงามของวังน้ำและโตรกผาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายภาพอย่างมาก

 

 

Travel Update

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414544

Travel Update

โดย…กาญจนา

กาตาร์ แอร์เวย์สเปิดเส้นทางโดฮา-เบอร์มิงแฮม

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส เปิดเส้นทางใหม่ โดฮา-เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2559 เป็นต้นไป ให้บริการสัปดาห์ละ 8 เที่ยวบิน ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติฮามัดจากที่ปัจจุบันให้บริการสู่ลอนดอน แมนเชสเตอร์และเอดินบะระ โดยเบอร์มิงแฮมเป็นเมืองที่เดินทางเชื่อมต่อโดยรถไฟและรถยนต์ไปทั่วอังกฤษได้สะดวก

เส้นทางโดฮา-เบอร์มิงแฮม ให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ แบบ 2 ชั้นทุกที่นั่งมีหน้าจอส่วนตัวขนาด 10.6 นิ้ว มีความบันเทิงให้เลือกหลากหลายกว่า 2,000 รายการและผู้โดยสารสามารถใช้ไว-ไฟ ได้ขณะเดินทางในทุกชั้นโดยสาร

 

เอมิเรตส์เปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยบนมือถือ

สายการบินเอมิเรตส์เปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยบนมือถือครั้งแรกให้บริการจองที่นั่งออนไลน์เช็กอินออนไลน์จัดการบุ๊กกิ้ง ข้อมูลสถานะล่าสุดของเที่ยวบิน ข้อมูลตารางบิน ลูกค้าสามารถใช้บริการผ่านมือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยให้ตลอดการเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น เข้าชมข้อมูลได้ที่ emirates.com/th

 

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดเส้นทาง Capital Express

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดเส้นทางใหม่ Capital Express บินสู่แคนเบอร์รา เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย และเวลลิงตันเมืองหลวงของประเทศนิวซีแลนด์ ให้บริการ 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. 2559 เป็นต้นไป ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 จำนวน 266 ที่นั่ง และนับเป็นสายการบินแรกที่มีตารางบินประจำในเส้นทางไปและกลับจากแคนเบอร์รา สำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.singaporeair.com

 

ตรุษจีนนี้ฉลองที่บ้านสุชาดา

บ้านสุชาดา รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.สระบุรี ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 6,800 บาท ประกอบด้วยห้องพักแบบสุพีเรียร์ วิลล่า การ์เด้นวิว 1 คืน ชุดอาหารจีนมื้อค่ำและส่วนลดทันที 10% สำหรับโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ทุกรายการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ปั่นจักรยานเสือภูเขา ขี่ม้า และปลูกข้าว จองผ่าน www.souchadaresort.com

 

ชีวา เรสซิเดนซ์กรุงเทพ ลด 20%

ชีวา เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกเพื่อเดินทางไปในเมืองได้อย่างสบาย นำเสนอโปรโมชั่นส่วนลด 20% สำหรับห้องพักแบบสตูดิโอ ควีน ราคาคืนละ 1,836 บาท พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน เข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้-31 มี.ค. 2559 สำรองห้องพักได้ที่ www.mosaic-collection.com/chiva-residence-bangkok

 

บอกรักกลางสวนที่สามพราน ริเวอร์ไซด์

โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ (สวนสามพราน) จัดแพ็กเกจพิเศษ Love N’ Roses ให้คู่รักได้ความประทับใจร่วมกันท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน และช็อปปิ้งตลาดสุขใจกับผลผลิตเกษตรอินทรีย์มากมาย แพ็กเกจราคา 3,900 บาท ประกอบด้วยห้องพักวิวสวน สปาเท้าที่อรุษยาสปา โรเซ่ไวน์ 1 ขวด และช่อดอกกุหลาบมอญและดอกไม้ไทยออร์แกนิก สำหรับการเข้าพักวันที่ 8-14 ก.พ. 2559 สอบถามโทร. 034-322-544 หรือ www.sampranriverside.com

 

NOSTRA แอพเที่ยวไทย

นอสตร้า (NOSTRA) ผู้นำด้านบริการแผนที่นำทางและแผนที่ดิจิทัลครบวงจรให้บริการ NOSTRA Map Thailand แอพพลิเคชั่นแผนที่นำทางบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ใช้สำหรับการเดินทางบนท้องถนนในชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ล่าสุดได้อาสาพาเที่ยวโฮมสเตย์ในหัวข้อ Home Sweet Homestay นำเสนอโฮมสเตย์มากกว่าสิบแห่งที่มีเอกลักษณ์ และยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น 24 แหล่งท่องเที่ยวของไทยกับตำนานที่เขาเล่าว่า… หรือ 12 เมืองต้องห้ามพลาด Plus และสามารถจองโรงแรมในเครือ Agoda ได้ทันทีผ่านแอพนอสตร้า

 

ชายข้ามแดน คงกะพัน แสงสุริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/414543

ชายข้ามแดน คงกะพัน แสงสุริยะ

โดย…รอนแรม ภาพ… คงกะพัน

ชายคนนี้ไปมาครบ 77 จังหวัด เคยบุกป่าหาซาไก และเคยขับรถทั่วยุโรป เขาคือ หนุ่ม–คงกะพัน แสงสุริยะ เจ้าของบริษัท ดี ด็อกคิวเมนมารี่ ผลิตรายการบางอ้อ แฟ้มสืบสวน ล่า หักเหลี่ยมโจร และเกมล่าท้าแปลก จึงปฏิเสธไม่ได้ว่างานเป็นส่วนหนึ่งทำให้เจอเรื่องแปลกใหม่ แต่อีกส่วนก็เป็นนิสัยส่วนตัวที่เลิกเดินทางไม่ได้ เขาจึงมีเรื่องเล่ามากมายจากประสบการณ์ทั้งชีวิต

ลุยสุดขีด

ถ้าให้จำกัดสไตล์การเที่ยวของตัวเอง หนุ่มบอกมีหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่การผจญภัยที่ไม่มีใครเคยทำและหรูหราไฮโซ เพราะความที่ชอบหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้ต้องลองทุกรูปแบบ ซึ่งถ้านับแล้วแบบผจญภัยจะมีมากกว่าเพราะชอบมากกว่า

“ยกตัวอย่างป่าฮาลาบาลาที่ชายแดนไทยติดกับมาเลเซีย” เขาเริ่มเล่า ครั้งนั้นเป็นการเข้าไปถ่ายทำรายการ “ผมเข้าไปทำเรื่องซาไกโดยเฉพาะ คนกลุ่มนี้เป็นคนที่อาศัยอยู่ในป่า ใช้ชีวิตอยู่ในป่าจริง โชคดีมีโอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ไปลาดตระเวน ฮ.ไปจอดอยู่กลางป่าแล้วต้องเดินป่าเข้าไปอีก โดนทากกัดเต็มตัว ตอนหลังต้องลงไปเดินในแม่น้ำเพราะเดินในป่าไม่ไหว ป่ามีแต่ต้นไม้สูง รก เป็นป่าดิบมากๆ แต่ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เพราะถ้าไม่ได้นั่ง ฮ.มากับเจ้าหน้าที่ก็คงไม่มีโอกาสได้มาถึงตรงนี้”

 

ทว่า ความลำบากเหล่านั้นไม่ใช่อุปสรรค เขาเล่าต่อ “ตอนที่อยู่ในนั้นเราเห็นเลยว่าธรรมชาติมันสุดยอดจริงๆ มีทั้งนกเงือก มีรอยช้าง มีรอยเสือ มันอาจไม่ใช่ที่ที่น่าพิสมัยสำหรับมนุษย์ แต่มันคือประสบการณ์ที่คงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ ทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์ขนาดนั้น และชาวซาไกที่ยากจะหาเจอ” อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์จริงก็มีจุดอันตราย แต่เพราะความชอบใช้ชีวิตแนวผจญภัยจึงรู้สึกสนุกและประทับใจไม่มีวันลืม

ชอบสุดทาง

ตามปกติไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานหรือเที่ยวส่วนตัว หนุ่มชอบขับรถยนต์มากกว่าขึ้นเครื่องบิน เพราะสามารถแวะระหว่างทางและสัมผัสกับคำว่าการเดินทางมากกว่า รวมถึงการเที่ยวยุโรปของเขาและภรรยาด้วย “ถ้าเป็นทริปที่อยากกลับไปทำอีก ดิ้นรนให้ได้ไปคือ ทริปขับรถเที่ยวยุโรป เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย” เขาเริ่มเล่า

“ตอนนั้นมีคนที่นู่นแพลนเส้นทางให้ เป็นกลุ่มคนที่ใช้รถคลาสสิกเที่ยว แต่ผมไม่กล้าขับรถโบราณเหมือนอย่างเขา เพราะไม่เชี่ยวชาญเส้นทางกลัวว่าจะไปเสียระหว่างทาง (หัวเราะ) สุดท้ายเลยได้ขับรถปกติ ครั้งนั้นไปกันสิบคัน สิบครอบครัว โดยตอนเช้าจะกินข้าวด้วยกัน จากนั้นแยกย้ายไปเที่ยว แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งตอนเย็น ปรากฏว่าชอบมาก ประทับใจมาก เพราะสถานที่ที่เขาวางทริปให้คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่รู้จัก เช่น ได้ไปนอนในปราสาทเก่าอายุเป็นพันๆ ปี มีห้องพักแค่ไม่กี่ห้อง ได้ไปตามตรอกซอกซอยในชนบทที่มันสวยงามมาก เข้าป่าขึ้นเขา หลงบ้างถูกบ้าง ซึ่งผมชอบเที่ยวแนวนี้เลยรู้สึกประทับใจมากเป็นพิเศษ และตั้งใจไว้ว่าถ้าลูกโตพอเดินทางไกลได้เมื่อไหร่จะกลับไปอีกครั้ง” หนุ่มเป็นอีกคนที่ชอบเลี้ยงลูกนอกบ้าน ซึ่งลูกชายวัยแบเบาะได้เก็บประสบการณ์การเดินทางไปไม่น้อย

 

ไปสุดเขต

“ผมไปมาครบแล้ว 77 จังหวัด ล้านเปอร์เซ็นต์” หนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่นเมื่อถามถึงประเทศไทย “เมืองไทยของเราสุดยอดแล้วครับ บ้านของเราเป็นหนึ่งในเบสต์ เดสติเนชั่น ออฟ เดอะ เวิลด์ ถนนหนทางก็ไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับในเออีซี ยกเว้นสิงคโปร์ บรูไน แต่ว่าเรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่เลิศ! เลิศจริงๆ แต่น่าเป็นห่วงเพราะเราจัดการการท่องเที่ยวแบบไม่ยั่งยืน เราไปเอาเปรียบเขา สำหรับผมคิดว่าการเข้าถึงยากหน่อยเป็นเรื่องที่ดี ผมเคยไปเกาะพีพีตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนใต้ ยังจำความทรงจำวัยเด็กได้ ตอนเห็นพีพีนึกว่าสวรรค์ มันสวยมาก แต่ตอนนี้เรากลับไปอีกครั้งรู้เลยว่ามันไม่สวยเหมือนเดิม หลายสิ่งหลายอย่างมันเอาคืนมาไม่ได้ เหลือแต่เพียงความเคยสวย เพราะบนเกาะมีแต่คน นักท่องเที่ยวล้นหาด ทะเลมีคราบน้ำมัน เมื่อเป็นแบบนี้แล้วปูที่ไหนจะมาวิ่งเล่นเหมือนเดิม”

เขาเสนอแนวทางให้จำกัดนักท่องเที่ยวเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะในขณะที่อนุญาตให้คนเข้าได้ไม่จำกัดแต่ธรรมชาตินั้นมี ยกตัวอย่างในมาเลเซียจำกัดนักท่องเที่ยว 100 คน/วัน และราคาแพง แต่นักท่องเที่ยวยินดีที่จะเสียเวลาจองล่วงหน้า ยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อเข้าชื่นชมธรรมชาติที่ยังสวยงาม

“เข้าใจว่ามันคือเรื่องของรายได้ปากท้อง แต่มันไม่ใช่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ถ้าวันหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวตรงนั้นพัง คนก็จะไปเสาะหาแหล่งอื่นต่อไปเรื่อยๆ กลับเข้าสู่วงจรเดิม ผมเสียดาย” เขาแสดงทัศนะ

 

ความหมายการเดินทาง

การเดินทางปัจจุบันกลายเป็นไลฟ์สไตล์ แต่ความหมายก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน “การเดินทางของผม มันไม่ได้แค่ไปเห็นแล้วจบ แต่ผมพยายามสังเกตวิถีชีวิตผู้คนว่าคนที่นั่นอยู่กันยังไง มีวิธีคิดยังไง และบางทีมันทำให้ได้กลับมามองชีวิตตัวเองที่เราเป็นอยู่ เกิดคำถามว่าเราใช้ชีวิตเร่งรีบไปไหม ทำงานหาเงินมาทั้งชีวิตเพื่ออะไร เราจะดิ้นรนไปทำไม ทำไมคนที่เราพบเจอเขามีความสุขจังเลย โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนคนในเมือง และสุดท้ายคือเกิดคำถาม ความสุขของเราคืออะไร ดังนั้นสำหรับผม การเดินทางทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งบางครั้งก็มากกว่าการได้รู้จักคนอื่นเสียด้วยซ้ำ”

โลกของหนุ่ม

ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เขาคงต้องตอบแบบนางงาม เพราะมันคือโลกสวยที่คนฝันถึง “อยากให้โลกใบนั้นไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีสงคราม ไม่มีความยากจน ทุกคนอยู่ดีกินดี เดินทางไปมาหาสู่กันโดยที่ไม่ต้องกังวล เท่านี้ก็มีความสุขและเป็นโลกที่สมบูรณ์”

ใครเป็นแฟนรายการบางอ้อ คงเคยตั้งคำถามว่า รายการมีมานาน 8 ปี ทำไมยังมีปัญหาให้ค้นหาคำตอบทุกอาทิตย์ หนุ่มตอบว่า เพราะประเทศไทยหรือในโลกใบนี้มันมีคำถามเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะคน สัตว์ สิ่งของ วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต ล้วนเป็นเรื่องใคร่รู้ “เราทำมานับพันเรื่องราว แต่โลกใบนี้ยังมีอะไรให้น่าค้นหาอยู่ตลอด” นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเดินทางต่อไป

 

ล่องเมลเบิร์น เลาะแทสเมเนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มกราคม 2559 เวลา 09:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413384

ล่องเมลเบิร์น เลาะแทสเมเนีย

โดย…อ.ตากวาง ภาพ สุรพงษ์

สวัสดีครับ อาจารย์ตากวาง

มีโอกาสพาลูกๆ ไปเที่ยวเมลเบิร์น เมืองที่พ่อแม่เคยมาเรียนหนังสือเมื่อ 40 ปีก่อน และถือโอกาสข้ามไปเที่ยวรัฐแทสเมเนียและชมเทนนิส Australian Open ด้วย เลยขอส่งภาพมาร่วมสนุกครับ

สุรพงษ์&วัลลี

 

 

 

 

 

 

 

 

เส้นทางสเปนสู่โปรตุเกส ความประทับใจที่ไม่ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มกราคม 2559 เวลา 09:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/413367

เส้นทางสเปนสู่โปรตุเกส ความประทับใจที่ไม่ลืม

โดย…กองทรัพย์ ภาพ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

การเดินทางสำหรับ ดร.ยุ้ย-ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ นอกจากจะเพื่อเป็นการพักผ่อนจากงานวิชาการและงานด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว ทุกก้าวย่างของการไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป คือการเดินทางที่สนุกกับความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับ เช่นเดียวกับความประทับใจที่ได้รับตลอด 6 วันเต็ม บนเส้นทางสเปนสู่โปรตุเกสที่เธอยังจดจำภาพเหล่านั้นได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ความงดงามของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม มิตรภาพของผู้คนที่ได้พบเห็น รวมถึงเพื่อนร่วมเดินทางที่สร้างความสนุกสนานเฮฮากันตลอด

ดร.ยุ้ย เล่าว่า เมื่อปี 2012 เรากับกลุ่มเพื่อนๆ ได้ตกลงกันว่าจะเดินทางไปสเปนและไปเที่ยวต่อในประเทศข้างเคียงคือโปรตุเกส ซึ่งจุดเริ่มต้นของทริปนี้อยู่ที่เมืองเซโกเบีย (Segovia) ซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดเซโกเบีย ในแคว้นคาสตีลและเลออน อยู่ห่างจากกรุงมาดริดของสเปนไปทางทิศเหนือ ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมา กับแม่น้ำกลาโมเรส ที่ตีนเขากวาดาร์รามา

 

“เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อไปชมรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเบีย จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 เป็นการก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์ ว่ากันว่ารางส่งน้ำโรมันไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินใดๆ เลย ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สําคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย

“เท่าที่ดิฉันจำได้รางส่งน้ำนี้ประกอบขึ้นจากหินแกรนิตประมาณ 2.5 หมื่นก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร การวางเรียงสอดรับกับความโค้งเว้าของช่องหินที่สวยงาม ซึ่งจากประสบการณ์ทางด้านอสังหาฯ ที่ดิฉันทำอยู่ ทำให้ต้องยอมรับในความสามารถและอัจฉริยภาพของวิศวกรผู้ก่อสร้างสถาปัตยกรรมนี้จริงๆ ลองนึกภาพว่าหากบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันสร้างโดยไม่ต้องนำกาวหรือวัสดุใดๆ มาเชื่อมต่อ เราอาจจะได้สิ่งปลูกสร้างที่มีรูปแบบและความแตกต่างซึ่งโดดเด่นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”

 

จากเมืองเซโกเบีย ดร.ยุ้ย และเพื่อนๆ ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังเป้าหมายต่อไปคือที่หอคอยเบเล็ง (Belem Tower) อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการทางน้ำใช้สำหรับดูแลการเดินเรือเข้า-ออก ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกสอีกด้วย

ในฐานะของอาจารย์มหาวิทยาลัย ดร.ยุ้ย ก็มีโอกาสได้ไปเยือนเมืองแห่งมหาวิทยาลัยของสเปน เธอบอกว่าการมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ เพื่อให้ทัดเทียมและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

 

“อีกเมืองหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าน่าสนใจสำหรับทริปนี้ คงเพราะเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไม่แพ้เมืองอื่นๆ และทัวร์ต่างๆ มักพานักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงาม นั่นคือเมือง Salamanca ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางทิศตะวันตกของสเปน หรือที่เรียกกันว่าเมืองมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่มีมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงด้านการ

สอนภาษาสเปน และไฮไลต์ของเมืองนี้ก็อยู่ที่ Plaza de Espana ที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศ คือเกือบทุกๆ เมืองใหญ่ของสเปนจะมี Plaza ชื่อเดียวกันนี้อยู่ด้วย

 

“หลายวันในทริปนี้กับหลายเมืองที่เราได้เดินทางไปท่องเที่ยว ได้ดูศิลปวัฒนธรรม ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ได้หาร้านอาหารอร่อยๆ รับประทานอาหาร และได้ช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ นั้น ช่วงเวลาดังกล่าวนอกจากจะเป็นการพักผ่อนจากการทำงาน ที่น้อยครั้งเหลือเกินที่ดิฉันเองจะหยุดพักการทำงานหลายวันติดต่อกันแบบนี้ จึงเสมือนการได้ชาร์จแบตให้กับตนเอง และยังทำให้ดิฉันได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายที่ดิฉันสามารถนำมันกลับมาใช้กับการทำงานด้านอสังหาฯ ได้อีกด้วย” ดร.ยุ้ย กล่าวทิ้งท้าย

การท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิงเก่งจึงมิใช่เป็นการเที่ยวเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่กลับเป็นเหมือนการไปดูงานพร้อมๆ กับการได้พักผ่อน ดูจากสิ่งที่เธอเก็บมาเล่าก็น่าจะเพียงพอแล้ว