ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
16 มกราคม 2559 เวลา 14:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/world/410622

โดย…ทีมงานโลก 360 องศา keb_toke@plat360.com
ในโลกนี้มีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 137,000 ตารางกิโลเมตร บนพื้นที่รวมกว่า 118 ประเทศ ซึ่งประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด จะพบอยู่ใน 15 ประเทศ
ของทวีปเอเชีย โดยผืนป่าชายเลนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมีชื่อว่า “ซันดาร์บานส์” (Sundarbans) ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ 2 ประเทศคือในอินเดียและบังกลาเทศ
ผืนป่าซันดาร์บานส์ในบังกลาเทศ เป็นอีกหนึ่งปลายทางท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่การเดินทางไปที่นั่นไม่ง่ายนักสำหรับชาวต่างชาติ เพราะจะต้องมาเริ่มต้นที่กรุงธากาก่อน
เพื่อต่อเครื่องบินไปยังสนามบินเมืองเจสซอร์ (Jessore) ใช้เวลาบินเพียง 40 นาทีเท่านั้น แต่เที่ยวบินที่เปิดให้บริการก็ยังไม่เสถียรมากนัก หากโชคไม่ดีก็อาจเจอเที่ยวบินที่ยกเลิกกะทันหันได้ ซึ่งชาวบังกลาเทศบอกกับเราว่าเป็นเรื่องปกติของที่นี่
เจ้าหน้าที่อุทยานกับ ปืนไรเฟิลเซกาเซคู่ใจ
จากเมืองเจสซอร์นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางต่อด้วยรถยนต์ต่อไปยังเมืองมงกลา (Mongla) ซึ่งถ้าเดินทางด้วยรถยนต์จากธากามาที่นี่ อาจจะต้องใช้เวลาถึง 1 วันเลยทีเดียวเมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านสู่ผืนป่าซันดาร์บานส์ ที่จะต้องเดินทางเข้าไปด้วยเรือเท่านั้น ที่เมืองมงกลามีเรือนำเที่ยวซันดาร์บานส์อยู่ไม่กี่รายเท่านั้น เพราะมีต้นทุนค่อนข้างสูงและการออกเรือแต่ละครั้งก็ต้องใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ในฤดูกาลที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก เรือจะมีไม่เพียงพอ ดังนั้นหากจะเดินทางมาที่นี่ก็ต้องติดต่อจองไว้ล่วงหน้าเป็นดีที่สุด นอกจากนั้นแล้วใครที่สนใจมาล่องเรือแห่งนี้ ก็ต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพราะจะต้องใช้เวลาหลายวันในการล่องไปตามแม่น้ำ ต้องกินนอนและใช้ชีวิตอยู่บนเรือตลอดการเดินทาง แต่ไม่ต้องกังวลเพราะเรือนำเที่ยวเหล่านี้ดัดแปลงให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องอาหาร และห้องครัว แต่ด้วยขนาดที่แคบอาจทำให้ไม่สะดวกสบายมากนัก ซึ่งสำหรับคนไทยเราแล้ว การตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวในปลายทางที่ไม่ได้สะดวกสบายนัก แถมยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มักจะไม่ใช่ทางเลือกแรกๆ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวญี่ปุ่นที่หลงใหลธรรมชาติแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะยอมลงทุนและลงแรงเพื่อมาที่นี่ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
ความหนาแน่นของพรรณไม้ ในผืนป่าซันดาร์บานส์
ผืนป่าซันดาร์บานส์เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นการเดินทางเข้ามาที่นี่จะต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแล และจะต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานร่วมเดินทางไปด้วยทุกครั้ง ดังนั้นตลอดการเดินทางของเราก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่ถือปืนประกบไปด้วยเสมอ เพราะความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า นอกจากจะก่อกำเนิดพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่แล้ว ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าอีกจำนวนมากที่อาจทำร้ายนักท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นจระเข้น้ำจืด หมูป่า กวาง และลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสือเบงกอล ที่ได้รับการคุ้มครองและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความสมดุลของธรรมชาติในผืนป่าซันดาร์บานส์ บ้านแห่งสุดท้ายบนโลกนี้ของเสือเบงกอล ดังนั้นทุกๆ ที่ในผืนป่าแห่งนี้ก็มีโอกาสที่จะพบเสือเบงกอลได้ แต่โดยปกติแล้วเสือก็จะไม่ออกมาเพ่นพ่านในเวลากลางวัน ดังนั้นการได้เห็นเสือตัวเป็นๆ ที่นี่ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคด้วย
บังกลาเทศเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับมรสุมและพายุไซโคลนแทบทุกปี การเข้าโหมกระหน่ำแต่ละครั้งของพายุก็สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งปลายปี ค.ศ. 2007 ที่ผ่านมาพายุไซโคลนซีดาร์พัดถล่มพื้นที่ของบังกลาเทศ สร้างความเสียหายตั้งแต่พื้นที่ป่าซันดาร์บานส์ขึ้นไปถึงกรุงธากา ครั้งนั้นอิทธิพลของพายุขณะพัดเข้าชายฝั่งทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่สูงกว่า 6 เมตร พัดถล่มหมู่บ้านในพื้นที่ชายฝั่งเสียหายทั้งหมด มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและไร้ที่อยู่อาศัยอีกหลายล้านคน แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูได้ทั้งหมด แต่ชาวบังกลาเทศบอกกับเราว่า พื้นที่ป่าตรงซันดาร์บานส์ได้รับเสียหายอย่างมาก ต้นไม้ล้มระเนระนาดและบางต้นก็ล้มตายไปในครั้งนั้น แต่ในที่สุดธรรมชาติก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สามารถกลับมาเป็นพื้นที่สีเขียวได้อย่างน่าอัศจรรย์
ฝูงกวางดาวออกหากินเมื่อน้ำลด
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ พื้นที่ป่าซันดาร์บานส์ยังคงมีความจำเป็นจะต้องพึ่งพาป่าแห่งนี้อย่างมาก ซึ่งรัฐบาลอนุญาตให้พวกเขาสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวพืชพรรณบางชนิดจากผืนป่าได้บางช่วงเท่านั้น อย่างไรก็ตามที่แม่น้ำที่ไหลผ่านจากผืนป่ามาสู่ชุมชน ก็ได้นำเอาความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำนานาชนิดเป็นแหล่งอาหารสำคัญในการพึ่งพิง ทำให้วิถีชีวิตไม่ต้องขวนขวายหรือรีบเร่ง ควบคู่ไปกับการค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับโลกยุคปัจจุบัน โดยที่บางหมู่บ้านก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมความเป็นอยู่ รวมถึงจัดการแสดงต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างสีสันให้กับผู้มาเยือน
การเดินทางของทีมงานโลก 360 องศา เพื่อมาทำความรู้จักกับผืนป่าซันดาร์บานส์ในครั้งนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวมากมาย และได้ทำความรู้จักกับวิถีแห่งเบงกอลมากยิ่งขึ้น และทำให้เราได้มีโอกาสเห็นภาพบังกลาเทศในอีกองศาหนึ่ง ซึ่งที่นั่นไม่มีการจราจรที่วุ่นวาย ไม่มีเสียงแตรรถอึกทึกครึกโครม เพราะที่นั่นมีแต่เสียงสรรพสัตว์และความสงบที่รอให้ผู้รักธรรมชาติมาจากทั่วโลกมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต
จระเข้น้ำจืดมีให้เห็นตลอดสองฟากฝั่ง
การแสดงพื้นบ้านของชุมชนรอบป่าซันดาร์บานส์




















แวะชมตลาดปลา ถ่ายรูปเล่นกับพ่อค้าใจดี
ชาวบังกลาเทศเชื้อสายเมียนมาหาชมได้ ไม่ยากในตลาดค็อกซ์บาซาร์
ความศรัทธานำพาให้พุทธศาสนิกชน ชาวบังกลาเทศรวมตัวกันเป็นหนึ่ง
บรรยากาศงานทอดกฐินที่นี่คึกคัก ไม่แพ้บ้านเรา
หาดทรายสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ค็อกซ์บาซาร์เป็นปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวบังกลาเทศ











ชมวิวสะพาน ไทเกะสึเคียว
ธรรมชาติโครังเค
โขดหินริมแม่น้ำ
นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ บนสะพานไทเกะสึเคียว
ศาลาพักบนจุดชมวิว สูงสุดโครังเค
ก่อนถึงจุดชมวิวโครังเค มีใบไม้เปลี่ยนสีที่จุดแวะพัก
ทั้งภูเขาเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
ระหว่างทางขึ้นเขาโครังเค
เมื่อแสงแดดสาดส่อง สีเหลือง ส้ม แดง ก็เปล่งประกายชัดเจน