เปิดกล่องฝัน ขายตรงท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มีนาคม 2559 เวลา 10:50 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/418907

เปิดกล่องฝัน ขายตรงท่องเที่ยว

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

การทำธุรกิจขายตรงเป็นกลวิธีหนึ่งทางการตลาดที่ใช้กลไกแบบบุคคลต่อบุคคล ดรีมทริปส์ (Dream Trips) ก็คือธุรกิจขายตรงที่เรียกว่า การขายตรงแบบหลายชั้น (Multi Level Marketing หรือ MLM) หรืออีกชื่อคือ ธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing) แต่ไม่มีสินค้าเป็นสิ่งของเหมือนแอมเวย์อย่างที่คนไทยรู้จัก สิ่งที่สมาชิกจะได้รับคือสิทธิซื้อทริปเที่ยวราคาถูก เช่น ปารีส 5 วัน 4 คืน 1.3 หมื่นบาท ซานโตรินี 4 วัน 3 คืน 5,000 บาท กรุงปราก 4 วัน 3 คืน 3,500 บาท หรือญี่ปุ่น 4 วัน 35 บาท ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่า ซึ่งไม่สามารถขายทัวร์นั้นต่อให้ใครได้ แต่จะใช้ราคาขายมาเชื้อชวนให้คนอื่นๆ สมัคร

เพียว พีรดา สมาชิกระดับไดเรกเตอร์ของดรีมทริปส์ ให้ข้อมูลว่า การสมัครมี 2 แบบ คือ สมัครเพื่อเที่ยวอย่างเดียว และสมัครเพื่อทำธุรกิจ โดยทุกคนต้องเสียค่าสมัครสมาชิกให้แก่บริษัท สำหรับการสมัครเพื่อเที่ยวอย่างเดียวเสียค่าแรกเข้า 400 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.4 หมื่นบาท) และรายเดือน 100 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,500 บาท) ส่วนการสมัครเพื่อทำธุรกิจ เสียค่าแรกเข้า 515 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 18,025 บาท) และรายเดือน 115 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,025 บาท) ซึ่งถ้าหาสมาชิกได้ 4 คน จะได้ละเว้นค่ารายเดือนตลอดชีพ

“เราจะได้ค่านายหน้าจากเงินที่สมาชิกจ่ายเข้าครั้งแรก และเงินรายเดือนอีกนิดหน่อย ไม่เกี่ยวอะไรกับการเที่ยวมากเที่ยวน้อย ดังนั้นเราจะไม่กดดันให้สมาชิกเที่ยว”

เธอลาออกจากอาชีพแอร์โฮสเตส เป็นสมาชิกดรีมทริปส์มาแล้ว 2 ปี  ปัจจุบันมีดาวน์ไลน์มากกว่า 100 คน และรับรายได้เดือนละ 7 หมื่น-1 แสนบาท ซึ่งเงินจำนวนหนึ่งเป็นเงินเดือนสำหรับตำแหน่งไดเรกเตอร์

นอกจากนี้ พีรดา ได้อธิบายถึงกรณีแชร์ลูกโซ่ที่เป็นประเด็นร้อนในเว็บไซต์พันทิปว่า ดรีมทริปส์ต่างจากแชร์ลูกโซ่เพราะมีการเกิดรายได้จริง

“คนมักจะสับสนว่าคุณไม่มียาสีฟัน คุณไม่มีเครื่องกรองน้ำ คุณเป็นแชร์ลูกโซ่รึเปล่า ความจริงไม่ใช่ มันไม่ใช่การนำเงินมาต่อๆ กัน แต่คือการทำธุรกิจ หนึ่ง-บริษัทได้เงินจากส่วนต่างในการขายทริป เขาซื้อมาห้าสิบ ขายสมาชิกเจ็ดสิบ เขาก็ได้กำไร สอง-ค่าสมาชิกทั้งแรกเข้าและรายเดือน ทางบริษัทจะเอาเงินตรงนี้ไปหมุน ไปซื้อห้องพัก ซื้อทัวร์ในปริมาณมากเพื่อให้ได้ราคาถูกแล้วนำมาขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด”

เธอกล่าวด้วยว่า กระแสด้านลบในโลกออนไลน์เป็นธรรมดาของธุรกิจประเภทนี้ เพราะคนไทยเกลียดขายตรง

“อันนี้ต้องยอมรับ เพราะมีหลายคนที่เจอคนขายตรงไม่ดี อย่างในพันทิปก็มีบางเรื่องที่เป็นเรื่องจริง เช่น จองทริปไม่ได้ เพราะยังมีจำนวนทริปไม่มากพอ แต่เดี๋ยวนี้มีทริปเยอะมาก มีมาเพิ่มใหม่ทุกวัน สอง คือมีคนที่ไปหลอกคนอื่นจริงๆ เพื่อจะได้สมาชิกเพิ่ม แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น”

ทั้งนี้ ข้อมูลบางอย่างในกระทู้ก็มีผิดพลาด เธอยกตัวอย่างเรื่องการยกเลิกสัญญาที่ยืนยันว่า สามารถยกเลิกเมื่อใดก็ได้แค่ส่งอีเมลไปแจ้งบริษัท ซึ่งหากเป็นสมาชิกใหม่ไม่เกิน 14 วัน ถ้ายกเลิกจะได้รับเงินค่าสมัครคืน

บีม-กัญญภัทร์ ทันด่วน พนักงานรัฐวิสาหกิจ วัย 28 ปี เผยว่า เธอเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจสมัครด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีใครมาเสนอขาย เพราะตอนนั้นกำลังมองหาธุรกิจที่สามารถทำร่วมกับงานประจำได้ ประจวบกับเธอเป็นคนชอบเที่ยวและได้รู้จักเพื่อนที่ทำดรีมทริปส์ จึงศึกษาธุรกิจและเข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

“เรามองเห็นโอกาสที่มันจะเติบโต และหวังว่าจะรวยจากตรงนี้” เธอกล่าว

“เราไม่รู้เหมือนกันว่าจุดคุ้มทุนหรือจุดที่จะได้กำไรมันอยู่ตรงไหน แต่ปัจจัยสำคัญคือการทำทีม เราต้องสร้างทีมของเราขึ้นมาเหมือนเราสร้างบริษัทของตัวเอง แล้ววันหนึ่งเรื่องเงินมันจะหมุนไปตามระบบ” โดยเธอจะให้เวลาตัวเอง 1 ปี ถ้าถึงวันนั้นแล้วรู้สึกว่างานไม่เหมาะสมกับตัวเอง เธอจะหยุด

นอกจากนี้ ยังมีคนในวงการบันเทิงหลายคนเป็นสมาชิก ทั้งดีเจภูมิ-ภูมิใจ ตั้งสง่า บีม-ศรัณยู ประชากริช เจฟฟรี่ เบญจกุล ยุ้ย-ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ซึ่งมีการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียอย่างตรงไปตรงมา อย่างข้อความในอินสตาแกรมของดีเจภูมิ (@djpoom) เขียนว่า

“3 ข้อที่น่าสนใจก็คือ 1.อุตสาหกรรมที่ใหญ่สุดก็คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 2.สิ่งที่สร้าง New Millionaires หรือมหาเศรษฐีใหม่เยอะที่สุดทุกปีนี้ก็คือ Internet 3.แนวธุรกิจที่สร้าง New Millionaires มากที่สุดทุกวันนี้ก็คือ แนวธุรกิจเครือข่าย เมื่อดวงดาว 3 ดวงนี้มาเรียงกัน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้นมาเยอะ…แต่ยังไงก็ตาม ผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่สำหรับทุกคน เพราะฉะนั้นผมจะเตือนไว้เสมอว่า ถ้าเริ่มด้วยใจที่รักการท่องเที่ยว ยังไงมันก็คุ้ม แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ อันนี้ต้องขยัน ต้องตั้งใจ ไม่แตกต่างจากการทำธุรกิจอื่นๆ นะครับ”

ดรีมทริปส์เป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท เวิลด์เวนเจอร์ ก่อตั้งเมื่อปี 2548 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อเมริกา ส่วนในเอเชียมีเฮดควอเตอร์ที่สิงคโปร์ บุคคลแรกที่นำเข้ามาคือ กฤษณะ กฤตมโนรถ ผู้โด่งดังในแวดวงธุรกิจเครือข่าย โดยเขาเริ่มจากเป็นดาวน์ไลน์ของคนสิงคโปร์ จากนั้นก็นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย

ด้าน ศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และประธานกรรมการบริษัท หนุ่มสาวทัวร์ เผยว่า ตอนนี้บริษัททัวร์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมยังไม่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจขายตรงดังกล่าว ทว่ามีความเป็นห่วงผู้บริโภคที่ต้องศึกษาเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

“หากผู้บริโภคมีปัญหาจะหาผู้รับผิดชอบได้หรือไม่ เพราะบริษัทไม่ได้อยู่ในประเทศไทย” เขาตั้งคำถาม รวมถึงต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ถี่ถ้วน ทั้งค่าแรกเข้าและค่ารายเดือนให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการเที่ยวของตัวเอง ซึ่งถ้ามองในระยะยาวหากธุรกิจขายตรงรูปแบบนี้มีฐานลูกค้าจำนวนมาก ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมีผลกระทบ

หากเห็นใครชูป้าย You should be here! เวลาไปเที่ยวไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นคือการโฆษณาอย่างหนึ่งของสมาชิกดรีมทริปส์ แต่ก่อนถึงจุดนั้นผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพราะความสำเร็จของใครอาจไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จของทุกคน

 

สะพานเหล็กโฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/418545

สะพานเหล็กโฉมใหม่

ผมได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวคลองโอ่งอ่าง (สะพานเหล็ก) เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อจะไปชมความงดงามของสะพานเหล็ก หลังการจัดระเบียบร้านค้าและปรับภูมิทัศน์ตามแผนพัฒนาคลองโอ่งอ่างของกรุงเทพมหานคร เมื่อปลายปี 2559 (แต่ในใจลึกๆ ก็ว่าจะไปมองหาไอ้มดเอ็กซ์วี 3 ซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจของผม)

พอไปถึงก็ต้องตะลึง เมื่อย่านการค้าริมคลองที่เคยพลุกพล่านวุ่นวาย ระเกะระกะรกรุงรังไปด้วยสิ่งของ เปลี่ยนสภาพไปเป็นถนนและทางเดินสะอาดสวยงามที่ถูกทำขึ้นใหม่ น้ำในคลองดูดีขึ้นมาก สภาพภูมิทัศน์สวยสดงดงามผิดหูผิดตาไปถนัด มดเอ็กซ์วี 3 ของผมก็พลอยหายไปด้วย ผมเลยเปลี่ยนแผนจะเข้าไปกินข้าวในศูนย์การค้าเมกาวังบูรพา เพื่อรับแอร์เย็นๆ ก่อนกลับบ้าน

แต่พอเข้าไปในห้าง ผมก็ต้องตะลึงอีกครั้ง เมื่อศูนย์การค้าที่เคยเงียบเหงา วันนี้เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน มีร้านค้าขายสินค้าแบบเดียวกับที่สะพานเหล็กมากมาย เรียงรายเต็มไปหมดตั้งแต่ชั้น 1-6

โมเดลการ์ตูนดังๆ อย่างแบทแมนสไปเดอร์แมน เดอะฮัก ซูเปอร์ไซย่า และไอ้มดแดงวี 1-10 และซีรี่ส์ต่อจาก 10 ก็มี เต็มไปหมด และแล้วผมก็เจอ ไอ้มดเขียววี 3 ของผมแล้ว นอกจากนั้น ยังมีตุ๊กตาบาร์บี้ และตุ๊กตาของผู้หญิงอีกมากมาย

ภายในศูนย์การค้าเมกาวังบูรพา

 

นอกจากนั้น ยังมีเครื่องเล่นเกมและแผ่นเกมแบบที่ขายที่ตลาดสะพานเหล็กเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ชื่อร้านก็คุ้น บางร้านมีการขึ้นป้ายโปรโมท “สะพานเหล็กเจ้าเก่า” หรือมีคำว่าสะพานเหล็กต่อท้ายชื่อร้าน เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าเป็นร้านค้าที่ย้ายมาจากสะพานเหล็ก

ดูเหมือนการปรับภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่างคราวนี้ จะส่งผลดีโดยตรงให้ศูนย์การค้าเมกาวังบูรพากลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้ค้าจากสะพานเหล็กประมาณ 400-500 ร้านค้า ต่างย้ายขึ้นมาเช่าพื้นที่ขายของอยู่ในห้างดังกล่าว รวมกับร้านค้าที่มีอยู่เดิม เป็นประมาณ 600 ร้านค้า กลายเป็นสะพานเหล็กติดแอร์

โลกย่อมมีวิวัฒนาการ คลองโอ่งอ่างกลับมาสวยงามอีกครั้ง แต่ตลาดสะพานเหล็กยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปโฉมที่ดูทันสมัยขึ้น

 

สีสันความสงบ โนโวเทล สมุย รีสอร์ท เฉวง บีช กานดาบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/418542

สีสันความสงบ โนโวเทล สมุย รีสอร์ท เฉวง บีช กานดาบุรี

โดย…นิทรา ราตรี

ความครื้นเครงบนเกาะสมุยอาจเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ความสวยงามของธรรมชาติน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว การเลือกที่พักจึงต้องพิถีพิถัน ค้นหาทำเลติดหาด ที่ยังไม่พลาดสีสันยามราตรี โนโวเทล สมุย รีสอร์ท เฉวง บีชกานดาบุรี อยู่ตรงจุดบรรจบนั้น ด้วยความที่เป็นโนโวเทลแรกบนหาดเฉวงและห่างจากแหล่งบันเทิง 5 นาที จึงเลือกได้ว่าจะมีความสุขแบบไหนระหว่างสนุก หรือสงบ

โนโวเทล สมุย รีสอร์ท เฉวง บีช กานดาบุรีมีห้องพัก 183 ห้อง ประกอบด้วยห้องพักวิวชายทะเล ห้องพักวิวสวน และห้องพักแบบครอบครัวจำนวน 20 ห้อง ลักษณะเป็นห้องเตียงคู่พร้อมเตียงสองชั้นรองรับได้ทั้งครอบครัว แต่ละห้องออกแบบให้ดูโอ่โถง เน้นประโยชน์ใช้สอย มีระเบียงขนาดใหญ่ เป็นไปตามแบบฉบับของแบรนด์โนโวเทลที่ขึ้นชื่อเรื่องห้องพักที่กว้างขวาง ให้บริการระดับสี่ดาว และพร้อมสรรพด้วยห้องประชุม

 

รีสอร์ทมีห้องอาหาร 3 แห่ง ห้องอาหารปาล์ม คอร์ท ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และตามสั่ง มีพื้นที่รับประทานอาหารบนเทอร์เรซที่ยื่นออกไปบนภูเขา ห้องอาหารแอท บีช อยู่ติดสระว่ายน้ำ มองเห็นทิวทัศน์ท้องทะเล ให้บริการอาหารว่างและอาหารท้องถิ่น และห้องอาหารต้มยำไทย โดดเด่นด้วยอาหารไทยต้นตำรับ จากนั้นต่อด้วยค็อกเทลพร้อมชมพระอาทิตย์ตกที่ แอท บีช บาร์ ปิดท้ายมื้ออาหารและเริ่มต้นความสนุกยามค่ำคืน ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกและอำนวยความสบายมีสระว่ายน้ำ 2 สระ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ สปา และห้องกานดาบอลรูม เป็นห้องประชุมขนาด 250 คน ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่หาดเฉวง

นอกจากนี้ ทางแอคคอร์โฮเทล ยังมีแผนการเปิดโรงแรมในพื้นที่เดียวกันอีก 5 แห่ง ภายในปีนี้ โดยได้ส่งโนโวเทล สมุย รีสอร์ท เฉวง บีช กานดาบุรี มาสร้างประสบการณ์ภายใต้ชื่อโนโวเทลเป็นครั้งแรก ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการที่พักมาตรฐานระดับสี่ดาว บนทำเลห้าดาว และการบริการที่มั่นใจได้ว่าจะไม่เจอเรื่องเซอร์ไพรส์ในวันพักผ่อนที่มีแต่เรื่องดีๆ

 

Price: ห้องพักราคาเริ่มต้น 4,000 บ.

Place: อยู่บนชายหาดเฉวงห่างจากสนามบินนานาชาติสมุย 10 นาที โทร. 077-428-888 อีเมล H9931@accor.com

Promotion: –

 

หนองบัวลำภู ดูให้รู้ว่ามีอะไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:01 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/418541

หนองบัวลำภู ดูให้รู้ว่ามีอะไร

โดย…กาญจน์ อายุ ภาพ… จำลอง, เสกสรร

หนองบัวลำภูเปรียบเหมือนลูกคนกลางที่พี่น้องแย่งความสนใจ ทั้งพี่อุดรฯ พี่ขอนแก่น และน้องสุดท้อง จ.เลย ทำให้หนองบัวฯที่อยู่กึ่งกลางถูกลืมไปเสียสนิท แถมคนไม่คิดว่ามีอะไรเที่ยว แม้แต่เครื่องบินยังไม่เลี้ยวลงมาจอด แต่หากบอกว่าหนองบัวฯ มีเมืองคาวบอย มีถ้ำอยู่บนดอย มีภูพานน้อย และสนามแข่งรถน่าจะเรียกร้องความสนใจสู้พี่น้องร่วมอีสานได้บ้าง

หนองบัวฯ เมืองคาวบอย

ถ้าเขาใหญ่มีอิตาลี ก็ไม่แปลกที่หนองบัวลำภูจะมีเมืองคาวบอย ชื่อเต็มว่าพีซี คาวบอยทาวน์ ตั้งอยู่ที่บ้านโนนทัน ดินแดนแมนเมดที่ตั้งใจสร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยมีเมืองคาวบอยเป็นแค่ส่วนหนึ่งของอาณาจักร เพราะที่นี่ยังมีหมู่บ้านอินเดียนแดง สวนสัตว์ โรงเรียนสอนขี่ม้า และสนามขับรถเอทีวี

จุดที่น่าสนใจคือสัตว์ ตั้งแต่กระรอกดิน จิ้งจอกทะเลทราย แร็กคูน ด๊อก เมียร์แคตเต่าซูลคาต้า อัลปาก้า แพะ แกะ ม้า บรามันพันธุ์แท้ ม้าลาย กวาง จนถึงนกในเขตศูนย์สูตร สารพัดสัตว์ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในซาฟารีที่มีรั้วล้อมรอบ ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วจะไม่ได้ออกไปง่ายๆ ไม่ใช่เพราะใหญ่จนหลงแต่เพราะมีกิจกรรมให้ทำมาก ยกตัวอย่าง ขี่ม้าบีบีกัน ขับเอทีวี ให้อาหารสัตว์ ดูโชว์ หรือแม้แต่เดินถ่ายรูปก็อาจทำให้หมดเวลาไปครึ่งค่อนวัน

แสงแห่งธรรมในถ้ำเอราวัณ

 

นี่ถือเป็นความท้าทายในฐานะแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่มีชื่อด้านท่องเที่ยว ทว่าอีกแง่ก็คือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้คนในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงเพื่ออุดช่องว่างในเขตอีสานเหนือ พีซี คาวบอยทาวน์จึงเหมือนจุดพลุเปิดเมืองให้คนไกลมองเห็น เป็นวิธีเรียกร้องความสนใจของลูกคนกลางแบบเปรี้ยงปร้างเอาการ

นอกจากนี้ ที่บ้านโนนทันยังมีสนามแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไดมอนด์ ฮิลล์ (Diamono Hill International Circuit) ลักษณะสนามเป็นแบบดาวน์ฮิลล์ ระยะทาง 2.25 กม. โดยอีเวนต์แรกจะจัดขึ้นต้นเดือน พ.ค. อันเป็นการเปิดตัวสนามอย่างเป็นทางการ

น่าจับตามองว่าหนองบัวลำภูจะมีอะไรใหม่เกิดขึ้นอีก และการท่องเที่ยวจะกระเตื้องขึ้นอย่างไร หลังจากนักลงทุนมองเห็นโอกาสทางการตลาดในเมืองรองที่ยังไม่เติบโต

ปากทางเข้าห้องโถง

 

หนองบัวฯ เมืองถ้ำมอง

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเลื่องชื่อ (ในจังหวัด) ต้องยกให้ ถ้ำเอราวัณ ชาวบ้านเรียกว่า ภูเขาผาถ้ำช้าง เพราะถ้ำอยู่บนเขาที่มีลักษณะเป็นหินแข็งกระจายทั่วไป ซึ่งถ้ามองจากที่ไกลจะเหมือนช้างหมอบ แต่ถ้ามองจากด้านหน้าผาจะเหมือนกับหน้าผากช้าง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 60 กม.

ถ้ำเอราวัณเป็นถ้ำขนาดใหญ่มีบันไดเรียงคดโค้งไปมา นับจากเชิงเขาสู่ปากถ้ำจำนวน 621 ขั้น หรือเรียกว่า บันไดสวรรค์ โดยปลายทางมีพระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ประดิษฐาน ส่วนภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ บนหลังคาถ้ำมีปล่องดาว 3 ปล่องให้แสงลอดเข้ามาเป็นลำตระการตา และมีหินรูปพญาช้างนั่งคุกเข่าที่เขาว่ากันว่ามีตำนานเรื่อง นางผมหอม

เล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนางสีดาลูกสาวเจ้าเมืองนครศรีไปเที่ยวป่าและเกิดพลัดหลง ด้วยความหิวกระหายจึงดื่มน้ำในรอยเท้าช้างและรอยเท้าวัว ต่อมานางสีดาตั้งท้อง คลอดลูกเป็นหญิง 2 คน ชื่อนางผมหอมและนางลุน เมื่อโตขึ้นเพื่อนๆ มักจะล้อพวกเธอว่าเป็นลูกช้างลูกวัว ทำให้เด็กทั้งสองตัดสินใจออกตามหาพ่อในป่าจนพบฝูงช้างป่า พญาช้างสารจึงให้เด็กทั้งสองทดลองปีนขึ้นงาไปนั่งบนหลัง โดยอธิษฐานว่า หากเป็นลูกจริงก็ให้เดินขึ้นไปนั่งบนหลังช้างได้ ผลปรากฏว่า นางผมหอมไต่ขึ้นไปนั่งบนหลังช้างได้จึงถูกนำตัวกลับไปอยู่ด้วยกันที่ถ้ำเอราวัณ ซึ่งเรื่องนางผมหอมกลายเป็นนิทานพื้นบ้านของชาวอีสานที่เล่าสืบต่อกันมาชั่วลูกหลาน ด้านบนยังมีจุดชมวิวที่เมื่อมองลงมาเห็นผืนป่าสีเขียวสุดสายตาเรียกว่า ผานาง-ผาเกิ้ง ไว้เป็นจุดหยุดพักทั้งก่อนและหลังการก้าว 600 กว่าย่าง

ยามเย็นที่ผาชมเมือง

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เขาว่ากันว่านี้ไม่ถูกบรรจุลงในโครงการ เขาเล่าว่า… ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือพูดให้ถูกต้องคือ หนองบัวลำภูไม่เคยมีชื่ออยู่ในโครงการโปรโมทการท่องเที่ยวไทยมันจึงน่าน้อยใจที่ได้แต่มองจังหวัดพี่น้องถูกทาบทามเข้าวงการทั้งที่ยืนอยู่ข้างกัน

นอกจากนี้ ไม่ไกลจากตัวเมืองมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งชื่อ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูพานน้อย ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะขึ้นไปพักผ่อนหย่อนใจบนผาชมเมืองที่เห็นทัศนียภาพของหนองบัวลำภูได้ทั้งเมือง ขณะที่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ จึงมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยังลานหมาจอก ธารน้ำตก ถ้ำพระ และโขดหินเมืองเก่า ที่บอกเล่าความสมบูรณ์ของผืนป่าในทุกฝีก้าว

หนองบัวฯ เมืองหลากวิถี

หากกางแผนที่หนองบัวลำภูจุดที่ถูกปักหมุดมากที่สุดคือ วัด ไม่ว่าจะเป็นวัดถ้ำกลองเพล วัดถ้ำสุวรรณคูหา วัดหลวงปู่หลอด วัดสันติธรรมบรรพต สิมไม้วัดเจริญทรงธรรม หรือศูนย์ปฏิบัติธรรมหนองน้ำเพชรมงคล รองลงมาคือ แหล่งโบราณคดีทั้งที่บ้านกุดกวางสร้อย บ้านกุดคอเมยที่ขุดค้นพบเครื่องปั้นดินเผาคล้ายวัฒนธรรมบ้านเชียง รวมถึงพิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปีความน่าสนใจอยู่ตรงที่หนองบัวลำภูไม่มีอาณาเขตติดทะเล แต่กลับพบหอยมากมาย จึงพิสูจน์ได้ว่าดินแดนแห่งนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน และฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ขุดค้นพบในพื้นที่ด้วย

สนามแข่งรถแห่งแรกในหนองบัวลำภู

 

นับไปนับมาหนองบัวลำภูมีสิ่งดึงดูดหลายด้านทั้งทางศาสนา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมอย่างที่ผ่านพ้นไปในวันมาฆบูชากับงานบุญผะเหวด แห่ข้าวพันก้อน นมัสการพระธาตุหาญเทาว์ (สามอย่างในงานเดียว) ณ บ้านธาตุหาญเทาว์ ถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีที่คนทั้งจังหวัดเดินทางไปโฮมบุญ

หนองบัวลำภูห่างจากบ้านพี่ใหญ่อุดรธานีเพียง 46 กม. ห่างจากเลย 106 กม. และห่างจากขอนแก่น 181 กม. (ระยะทางจากตัวเมือง) ทั้งสามจังหวัดมีบริการเครื่องบินรับส่งจากกรุงเทพฯ ทุกวันมีชื่อเสียงระดับเซเลบ และมีตัวตนในปฏิทินท่องเที่ยวซึ่งทั้งหมดน่าจะเติมเต็มปมด้อยของน้องคนกลางให้หนองบัวลำภูไม่เหงาและเศร้าเกินไป…นับจากนี้

ผนังถ้ำเอราวัณ

 

จุดชมวิวของชาวหนองบัวลำภู

 

อาหารกลางวันที่ พีซี สเต๊ก เฮาส์

 

ป้อนนมแพะ

 

คาวบอยในคาวบอยทาวน์

 

“พีพีโมเดล” พลิกฟื้นทะเลรับมือกับนักท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/418230

“พีพีโมเดล” พลิกฟื้นทะเลรับมือกับนักท่องเที่ยว

โดย…ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

การตัดสินใจทำ “พีพีโมเดล” เพื่อพลิกฟื้นทะเลเตรียมรับมือกับนักท่องเที่ยวอีกมหาศาล ผมวางยุทธศาสตร์ 2 ทัพ เริ่มจาก “ทัพหน้า” มีเจ้าหน้าที่อุทยานพีพีฯ และผู้คนบนเกาะเป็นกำลังหลัก โดยขอแรงจากเพื่อนในเฟซบุ๊กช่วยสนับสนุนช่วยป่าวประกาศ สื่อมวลชนให้ความสนใจเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง

เวลาผ่านไป 5 เดือน เราประสบความสำเร็จในหลายเรื่อง แต่แนวทาง “ประชารัฐ” ในยุคนี้จำเป็นต้องมีภาครัฐเข้ามาสนับสนุนจริงจัง มิใช่ปล่อยให้ประชาสู้ไป รัฐคอยจัดประชุมเชียร์ เคราะห์ดีที่ข่าวพีพีโมเดลเป็นกระแส ทำให้ “ทัพหลัก” เคลื่อนออกจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทัพหลักนำโดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมคณะติดตาม ทั้งท่านอธิบดีกรมอุทยานฯ ที่เพิ่งรับตำแหน่ง ตลอดจนผู้บริหารในกรมอุทยานฯ และหน่วยงานอื่นของกระทรวงฯ เราจะเดินทางไปเกาะพีพีเพื่อดูของจริงว่าเป็นอย่างไร

การดูของจริงเริ่มจากท่าน รมต.นั่งเรือลำน้อยของอุทยานฝ่าฟันคลื่นไปจนถึงอ่าวมาหยา พอถึงปุ๊บท่านแอบกระซิบกับผมว่า เราต้องมีเรือตรวจการลำใหม่โดยด่วน ไม่ใช่นำมาใช้รับส่งผู้ใหญ่ แต่เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพราะหากยังใช้เรือลำนี้ไปรับผู้ป่วยส่งฝั่งในช่วงคลื่นลมแรง มีหวังกว่าจะถึงฝั่งคงอาการหนัก

 

ท่านรัฐมนตรีกับคณะขึ้นมาบนอ่าวมาหยาก่อนอึ้งไปพักใหญ่ ทำไมนักท่องเที่ยวมากมายขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ใช่ช่วงพีกด้วยซ้ำ เจ้าหน้าที่ประจำอ่าวพาท่านเดินไปดูหลายจุด ก่อนมาลงเอยเต็นท์ที่พักของเจ้าหน้าที่ ท่านถามว่าทำไมต้องอยู่เต็นท์? คำตอบ คือ บ้านพักโทรม หลังคารั่วตลอด จนต้องนอนเต็นท์และนอนมาหลายเดือนแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีเป็นทหารเติบโตมาตามสายงาน ทราบดีว่าหากทำอะไรให้สำเร็จ มันต้องเริ่มจากขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่อ่าวมาหยาเก็บเงินรายได้เข้าประเทศวันละ 1.5 ล้านบาท ทำงานตั้งแต่เช้ามืดจรดเย็นย่ำ ต้องนอนเต็นท์ทุกวัน ไม่มีแม้แต่บ้านพัก มันคงเป็นเช่นนี้ไม่ได้ ท่านจึงสั่งการให้ปรับปรุงสวัสดิการของเจ้าหน้าที่โดยด่วน

เรานั่งเรือตระเวนรอบเกาะ ผ่านบริเวณที่เคยเกิดอุบัติเหตุ ท่านถามถึงทุ่นจอดเรือและทุ่นบอกเขต เรายังไปอีกหลายที่ทั่วเกาะ เช่น เกาะพีพีดอน เกาะไม้ไผ่ ทะเลแหวก และสุสานหอย ฯลฯ ก่อนช่วยกันสรุปงานที่ต้องเร่งทำ ดังนี้ครับ

– ทุ่นจอดเรือ นับแต่วันแรกที่มีทุ่นโทรมๆ ไม่ถึง 10 ลูก ตอนนี้เรามีทุ่นลงไปแล้ว 30 ลูก และจะได้ทุ่นเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 180 ลูก ท่านอธิบดีสั่งเร่งโครงการทุ่นอุทยาน โดยรับปากว่าภายใน 2-3 เดือนนี้จะได้เห็นแน่

– เรือตรวจการ เดิมทีพีพีมีเรือ 1 ลำ ไม่พอแน่นอนสำหรับการตรวจการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้น ภายใน 2-3 เดือน เราจะมีเรือเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 ลำ และอาจได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นเพิ่มอีก

 

– ระบบขออนุญาตเรือ ตอนนี้เราเร่งติดสติ๊กเกอร์เรือที่ได้รับอนุญาต (เหมือนในภาพ) เพื่อให้เกิดการดูแลควบคุมอย่างเป็นระบบ

– ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว พีพีมีปัญหาอุบัติเหตุ การปรับปรุงระบบเรือขออนุญาตและเรือตรวจการน่าจะช่วยได้บางส่วน แต่ท่าน รมต.เป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะท่านนายกฯ กำชับมา อุทยานพีพีจึงจะนำร่องโดยมีทีมงาน Rescue ทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ พร้อมเรือที่สามารถฝ่าคลื่นได้ในยามฉุกเฉิน

– ระบบบำบัดน้ำเสีย บนเกาะพีพีดอนมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ระบบบำบัดน้ำเสียรองรับได้ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หากเราไม่ปรับปรุงระบบครั้งใหญ่ น้ำเสียจะลงสู่ท้องทะเลและทำลายแหล่งท่องเที่ยวสำคัญยิ่งของเรา

– สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำที่อ่าวมาหยาและที่เกาะไผ่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ผมพาท่าน รมต.กับท่านอธิบดีเข้าไปดู จะมีการปรับปรุงต่อเท่าที่เป็นไปได้

ภายหลังจากการลงเกาะพีพี 2 วัน 1 คืน เรากลับมาตั้งหลักที่กระบี่ เพื่อประชุมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้งหมด ที่ประชุมสรุปร่วมกันว่า การจัดตั้ง “สำนักอุทยานแห่งชาติทางทะเล” มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อยกระดับการทำงานในทุกเรื่อง รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทางทะเลโดยเฉพาะ จากนั้นท่าน รมต.ขอให้หัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งบอกถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข เพื่อให้เกิดโครงการที่ใช้ “เงินรายได้ค่าธรรมเนียมอุทยาน” ที่คงมีไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้านบาท (เฉพาะอุทยานทางทะเล) เข้ามากู้วิกฤตโลกสีคราม โดยต้องมีการประเมินผลในระยะเวลา 6 เดือน และประกาศให้สังคมรับทราบ

ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพียงเพื่อเกาะพีพี แต่เห็นว่านี่แหละคือตัวอย่างของ “ประชารัฐ” เมื่อคนท้องถิ่นบวกคนรักทะเลลุกขึ้นสู้ เมื่อภาครัฐให้ความสำคัญและลงมาสนับสนุนเต็มกำลัง คำว่า “ปฏิรูปแล้วได้อะไร” จะได้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อขยายผลไปในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของเมืองไทยอันเป็นที่รักของเราครับ

 

เที่ยววิถีไทยฯ ตอน “พิชิตเขาวงพระจันทร์” (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/417820

เที่ยววิถีไทยฯ ตอน "พิชิตเขาวงพระจันทร์" (มีคลิป)

โดย…PostTV

คลิป ท่องเที่ยวนี้ เป็นคลิป รายการนำเที่ยวที่ผลิตขึ้นโดย บริษัท PostTV ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 ในรายการ “สนามเป้าเมาท์ข่าว”

โดยคลิปนี้ เป็นคลิป พาเที่ยว จังหวังลพบุรี แต่ไม่ได้ไปเที่ยวเยี่ยมลิงทั่วไปนะครับ แต่จะเป็นการพาไป “พิชิตเขาวงพระจันทร์” ตามโครงการเขาเล่าว่า ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเขาวงพระจันทร์นี้…หากใครจะไปละก็ ต้องเตรียมใจ และเตรียมแรงไว้ให้ดีนะครับ เพราะต้องไต่บันไดสูงถึง 3,790 ขั้น ถึงจะสามารถพิชิตเขาวงพระจันทร์นี้ได้

และเขาวงพระจันทร์นี้ จะสวยแค่ไหน และมีความสำคัญอย่างไร ติดตามได้เลยครับ

ชมคลิป https://youtu.be/ppuv4PgISaM

 

หอภาพยนตร์ เดินยลโลกมายา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/417455

หอภาพยนตร์ เดินยลโลกมายา

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ใครที่ฝันอยากอยู่ในโลกมายาขอเชิญมาเดินเข้าฉากที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) สถานที่เดียวที่รวมพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ โรงภาพยนตร์ และห้องสมุดที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เอาไว้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาดู เข้ามาเรียนรู้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เข้ามาถ่ายรูปกับเมืองมายาที่แฝงความสำคัญของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

หอภาพยนตร์เป็นหน่วยงานของรัฐ มีพันธกิจหลักคือ การอนุรักษ์และเผยแพร่สิ่งเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ แต่เดิมชื่อว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติ ก่อตั้งปี 2527 ต่อมาถูกจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนในปี 2552 และปีที่ผ่านมาเพิ่งปรับโฉมครั้งใหญ่เสร็จ ทำให้สถานที่ราชการกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่ามาเที่ยว ประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ตัวอาคารจำลองมาจากโรงถ่ายภาพยนตร์ เสียง ศรีกรุง ของพี่น้องตระกูลวสุวัต ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมภาพยนตร์เสียงมาตรฐาน ภายในได้รวบรวมประวัติความเป็นมาในรอบร้อยปีและสิ่งของหายากจากการบริจาคของผู้กำกับหนัง นักแสดง คนในแวดวงภาพยนตร์ และประชาชนทั่วไป

 

เมืองมายา โซนใหม่ล่าสุดที่สร้างแรงดึงดูดใจตั้งแต่สถาปัตยกรรมภายนอก ด้วยการจำลองสถานที่สำคัญด้านภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ ไล่เรียงจากทางเข้าจะพบกับ โรงละครมงคลบริษัท ชาวบ้านเรียกว่าโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ เป็นสถานที่จัดฉายหนังครั้งแรกในสยาม ถัดมาจะเจอประตูสามยอด ประตูเมืองเก่าในชุมชนต้นกำเนิดประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ติดกันคือ ร้านถ้ำมอง คิเนโตสโคป ได้จำลองร้านจัดแสดงประดิษฐกรรมภาพยนตร์ของโทมัส เอดิสัน ที่ชื่อว่า คิเนโตสโคป หรือเครื่องฉายภาพเคลื่อนไหวที่ต้องดูในตู้ไม้แบบถ้ำมอง ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโรงหนังตังค์แดง โรงหนังยุคแรกๆ ของโลกที่แทรกตัวอยู่ในนิวยอร์ก และอาคารสุดท้าย กร็องด์ คาเฟ่ สถานที่กำเนิดภาพยนตร์ในกรุงปารีส โดยพี่น้องตระกูลลูมิแอร์สามารถประดิษฐ์เครื่องซีเนมาโตกราฟ ที่เป็นทั้งกล้องถ่ายและเครื่องฉายภาพเคลื่อนไหวในตัวเดียว และได้ฉายภาพยนตร์เป็นครั้งแรกที่ใต้ถุนร้านกาแฟกร็องด์ คาเฟ่ ซึ่งจุดนี้มีร้านกาแฟให้บริการเหมือนสถานที่จริง

นอกจากนี้ รอบๆ เมืองมายายังมีประติมากรรมให้รำลึกถึงบุคคลสำคัญหลายท่าน เช่น กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ พระบิดาแห่งภาพยนตร์สยาม ชาร์ลี แชปลิน และประติมากรรมคู่ระหว่าง จอร์จ อีสต์แมน กับ โทมัส เอดิสัน ที่ได้พบกันในงานฟิล์มสีโกดาคัลเลอร์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงนิทรรศการกลางแจ้งขนาดใหญ่อย่างสถานีรถไฟศีนิมา ภายในจัดแสดงนิทรรศการภาพยนตร์กับรถไฟ รถหนังขายยา มหรสพยอดฮิตของชาวบ้านหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 โรงถ่ายแบล็คมารีอา โรงถ่ายหนังแห่งแรกของโลก โดยผู้เข้าชมสามารถร่วมเป็นนักแสดงในภาพยนตร์โบราณเรื่อง คนกินกล้วย ครั้งละ 100 บาท พร้อมจัดส่งดีวีดีหนังทางไปรษณีย์ หนังกระโปรง วิธีการฉายหนังเข้าตู้ให้ผู้ชมดูตามช่อง และลานดารา ลานประทับรอยมือรอยเท้าของดาราภาพยนตร์ไทย หนึ่งในนั้นคือรอยมือของ มิตร ชัยบัญชา ดาราชายในตำนาน

 

โซนที่ 4 โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา ขนาด 121 ที่นั่ง จัดฉายภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศ มีโปรแกรมฉายให้ชมฟรีทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) และจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น โครงการโรงหนังโรงเรียน ให้คุณครูพานักเรียนมาดูหนัง ภาพยนตร์ผู้สูงอายุ ให้ชมรมผู้สูงวัยมารำลึกถึงความหลังผ่านหนังเก่าที่หาชมได้ยาก และภาพยนตร์บำบัด สำหรับผู้ป่วยภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ทางหอภาพยนตร์ยังมี รถโรงหนัง หรือรถฉายภาพยนตร์เคลื่อนที่ที่สามารถแปลงเป็นโรงหนังขนาด 100 ที่นั่ง ตระเวนไปยังพื้นที่ห่างไกลให้ชาวบ้านได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ในโรงหนังเหมือนคนในเมือง

และสุดท้าย ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี คลังข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้รวบรวมหนังสือทุกแขนงที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ โดยแบ่งเป็น 11 หมวดหมู่ เช่น หมวดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สังคมกับภาพยนตร์ งานวิจัยต่างๆ และสุนทรียศาสตร์ ทฤษฎี บทวิจารณ์ นอกจากนี้ ทางหอฯ ได้รวบรวมภาพยนตร์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไว้มากถึง 1 หมื่นเรื่อง เปิดให้ประชาชนรับชมฟรีที่ห้องสมุด หรือหากต้องการทำสำเนาเพื่อนำไปใช้งานส่วนตัว ทางห้องสมุดจะเป็นผู้ประสานให้ติดต่อกับเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง

 

ใครมีฟิล์มเก่าหรือสิ่งของใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ ทางหอภาพยนตร์ยินดีรับบริจาคเพื่อนำมาซ่อมแซมและอนุรักษ์ไว้ แล้วจะนำออกเผยแพร่ต่อไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกคน

พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดวันละ 5 รอบ เวลา 10.00 น. 11.00 น.14.00 น. และ 15.00 น.

เมืองมายา เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 10.00-17.00 น.

โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา ฉายภาพยนตร์ทุกวัน (เว้นวันจันทร์)วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13.00น. และ 14.00 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 13.00 น.

ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี เปิดวันจันทร์-ศุกร์เวลา 09.00-17.00 น.

สอบถาม โทร. 02-482-2013-14 เว็บไซต์ www.fapot.org เฟซบุ๊ก www.facebook.com/ThaiFilmArchivePage

 

 

ลองเล่นเลนส์รีเฟล็กซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:26 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/417339

ลองเล่นเลนส์รีเฟล็กซ์

โดย…เสกสรร โรจนเมธากุล

ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายภาพทะเลบัวแดงที่หนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี วันนั้นผมไปถึงในช่วงเช้า อากาศหนาวหน่อยๆ นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่น พอลงเรือได้พี่คนขับเรือก็มุ่งพาไปยังจุดที่ดอกบัวขึ้นหนาแน่น เรือของนักท่องเที่ยวคณะอื่นๆ หลายลำก็มากันที่บริเวณนี้ ได้มาชมตรงจุดนี้แล้วอิ่มตามากๆ สำหรับนักถ่ายภาพคือสวรรค์เลยครับ เพราะดอกบัวขึ้นหนาแน่น ไม่รอช้าใช้เลนส์ 70-200 มม. เปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ 2.8 กะว่าฉากหลังละลายสวยๆ

ถ่ายไปถ่ายมา เหลือบไปเห็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ หยิบเลนส์อ้วนสั้นอันนึงขึ้นมาถ่าย มันคือ “เลนส์รีเฟล็กซ์” นั่นเองครับ ผมเคยเห็นภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ชนิดนี้มาบ้าง ว่ามันให้ภาพที่มีเอฟเฟกต์แปลกตากว่าเลนส์ทั่วไป คิดแล้วก็อยากลอง เลยขอยืมเลนส์ตัวนี้ของเพื่อนมาลองทันที เป็นเลนส์ Minolta 300 มม. F5.6 ได้ภาพ (บน) อย่างที่เห็นครับ จะเห็นว่าระยะที่ไม่อยู่ในโฟกัสทั้งฉากหน้าและฉากหลังให้ความเบลอแปลกตา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะเรียกว่า โบเกรูปโดนัท โดยลองดูเปรียบเทียบกับภาพ (ขวา) ที่ถ่ายด้วยเลนส์ซูมปกติโดยใช้รูรับแสงใกล้เคียงกัน จะเห็นว่าโบเกต่างกันมาก

ระหว่างนั้นผมลองเลนส์รีเฟล็กซ์ตัวนี้ของเพื่อนอย่างสนุกมือเลยครับ ผมคิดว่ามันสนุกต้องที่ต้องหมุนโฟกัสด้วยมือ ช่วยให้ฝึกมองความคมชัดของภาพด้วยสายตาตัวเองบ้าง แม้ว่าจะยากแต่ความสนุกก็อยู่ตรงนี้ อย่างไรก็ตามเลนส์รีเฟล็กซ์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี เช่น น้ำหนักเบา ราคาไม่แพง นำไปใช้งานถ่ายภาพได้หลากหลาย ทั้งถ่ายวัตถุ บุคคล ทิวทัศน์ สัตว์ป่า ส่วนข้อเสียก็เช่น มีค่ารูรับแสงเดียว ไม่มีออโต้โฟกัส การถ่ายให้คมชัดเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับผม การได้ใช้เลนส์รีเฟล็กซ์ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามผ่านข้อจำกัดเหล่านี้ได้ เป็นเรื่องที่สนุกมากครับ

 

ความสุขบานปลาย มอแกน อีโค วิลเลจ เกาะพระทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/417335

ความสุขบานปลาย มอแกน อีโค วิลเลจ เกาะพระทอง

โดย…นิทรา ราตรี

พบประสบการณ์ใหม่ใน จ.พังงา กับคอนเซ็ปต์ “นอนติดดาว ราคาติดดิน” ที่ มอแกน อีโค วิลเลจ รักษ์ธรรมชาติบนเกาะพระทอง เกาะใหญ่อันดับ 5 ของไทย ที่ไม่มีระบบไฟฟ้า ไม่มีระบบประปา มีแต่ชายหาดทอดยาว กิ่งกัลปังหา ทุ่งหญ้าสะวันนา และความสุขนานาที่ไม่ต้องหาก็พบเจอ

เกาะพระทองตั้งอยู่ในเขต อ.คุระบุรี จ.พังงา เคยเป็นที่อยู่ของชาวมอแกนและชาวเลจำนวนมากก่อนสึนามิจะเข้าถล่มเมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นหลายอย่างก็เปลี่ยนไปทั้งธรรมชาติที่มีต้นสนขึ้นมากมาย เหมืองร้าง ชาวบ้านย้ายถิ่น เกาะเหมือนถูกปิดจากโลกภายนอก กระทั่งเวลาเยียวยาทุกสิ่ง วันนี้เกาะพระทองกลับมามีรอยยิ้มพร้อมต้อนรับผู้มาเยือน

มอแกน  อีโค วิลเลจ เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อมกราคมที่ผ่านมา ประกอบด้วยบ้านพักจำนวน 10 หลัง (11 ห้อง) มีดีไซน์ไม่เหมือนกันทั้งหมด ได้แก่ ตัวบ้านมีขนาดประมาณ 20 ตร.ม. มีระเบียงด้านนอกอีก 10 ตร.ม. ห้องใต้หลังคา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งที่นอนหมอนมุ้ง ห้องน้ำในตัว โต๊ะอ่านหนังสือ และพัดลม โดยทุกหลังจะมีแผงโซลาร์เซลล์ส่วนตัวเพื่อจ่ายไฟฟ้าตลอด 24 ชม.

 

นอกจากนี้ บ้านแต่ละหลังยังบอกเล่าเรื่องราวผ่านชื่อ เช่น บ้านกวาง เพราะบนเกาะเป็นถิ่นที่อยู่ของกวาง (ชาวบ้านเรียกว่ากวางม้า) โดยชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์พวกมันไว้ด้วยการไม่ล่าไม่กิน บ้านดองดึง บ้านลิ้นห่าน บ้านปาหนัน บ้านกาหยี บ้านผักบุ้งทะเลบ้านสะวันนา ทั้งหมดล้วนเป็นชื่อพืชพรรณบนเกาะ รวมถึงบ้านปูเสฉวน บ้านนกเงือก บ้านมอแกน และบ้านเหมืองแร่ ที่มีเรื่องเล่าทั้งแง่ประวัติศาสตร์และธรรมชาติของเกาะพระทอง

“เราพยายามทำให้รีสอร์ทเป็นต้นแบบของการรักษาสิ่งแวดล้อม เน้นการลดใช้พลังงาน และให้ความสำคัญกับชุมชน” กฤษ ศรีฟ้า คุณพ่อของ ปาจรีย์ ศรีฟ้า เจ้าของรีสอร์ทเล่าให้ฟัง “ที่นี่อาจจะไม่สะดวกสบาย เพราะมันยุ่งยากต่อความเคยชิน แต่ถ้าเราทำความเข้าใจ เปิดใจ หันมาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มันจะเป็นการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าทั้งต่อธรรมชาติและชุมชน”

ผู้เข้าพักจะมีส่วนร่วมช่วยเหลือชุมชน โดยทางรีสอร์ทจะแบ่งรายได้ร้อยละ 2 ของทุกการจอง เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กๆทั้งยังมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือโลกใบนี้ด้วยการใช้ชีวิตแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Price : ทุกหลังราคา 2,900 บาท

Place : นั่งเรือของรีสอร์ท จากท่าเรือคุระบุรีประมาณ 1 ชม. ถึงรีสอร์ท โทร. 08-1895-6186 เว็บไซต์ www.mokene covillage.com

Promotion : –

 

ตะกั่วป่า : เมืองเก่า คนเก๋า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/417333

ตะกั่วป่า : เมืองเก่า คนเก๋า

โดย…กาญจน์ อายุ

ได้เวลาเปิดประตูเมือง “ตะกั่วป่า” พาย้อนไปสู่เมืองเก่า “ตะโกลา” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองท่าสำคัญฝั่งทะเลตะวันตก เคยเจริญถึงขีดสุดจากการทำเหมืองแร่ และเป็นแผ่นดินแม่ของชาวบ๊ะบ๋า

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของชาวอินเดียในหนังสือมิลินทปัญหา ระบุว่า เมื่อปี พ.ศ. 500 เมืองตะกั่วป่าเป็นเส้นทางเดินเรือของพ่อค้าชาวอาหรับผ่านแม่น้ำตะกั่วป่า จ.พังงา ข้ามฝั่งไป อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนชาวจีนฮกเกี้ยนเข้ามาปลายรัชกาลที่ 3 เริ่มจากการเป็นกุลีจนได้เป็นนายเหมือง

สมัยนั้นตะกั่วป่าถูกยกเป็นจังหวัด กระทั่งรัชกาลที่ 7 ลดระดับให้เป็นอำเภอ พร้อมๆ กับบทบาทของเมืองท่าที่ลดความสำคัญลง และลดถึงขีดสุดเมื่อการทำเหมืองแร่ดีบุกยุติ เมืองนี้จึงเหมือนถูกปิดกลายเป็นเพียงเมืองผ่านสู่ภูเก็ต ชาวตะกั่วป่าจึงช่วยกันเปิดเมืองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำปีชื่อ งานเปิดเมืองตะโกลา วันทาพระศรีบรมธาตุ ตอน จากเมืองตะโกลาถึงเมืองตะกั่วป่า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ก.พ. 2559 บนถนนอุดมธาราและถนนศรีตะกั่วป่า ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่สามารถเล่าประวัติศาสตร์ได้เห็นภาพชัดเจน

ติ่มซำอาหารเช้า

 

นั่งสองแถว เหวนเมืองตะโกลา

ภายในงานมีกิจกรรม นั่งสองแถวเหวนเมืองตะโกลา ให้บริการวันละ 1 รอบ เสียค่าใช้จ่ายคนละ 50 บาท โดยรถสองแถวหรือที่คนภูเก็ตเรียกว่า รถโพถ้อง จะทำหน้าที่เป็นไทม์แมชชีนพานักท่องเที่ยวท่องอดีตเมืองตะโกลา มีจุดจอดอยู่ที่โรงเรียนเต้าหมิง โรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกใน จ.พังงา มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบชิโน-นีโอคลาสสิก ที่ได้รับอิทธิพลมาจากคนจีนโพ้นทะเลและคนอังกฤษที่เข้ามาจากปีนัง โดยโรงเรียนเต้าหมิงถูกสร้างขึ้นจากชาวจีนด้วยเงิน 2 หมื่นบาท และเงินบริจาคจากพ่อค้าขายแร่ดีบุก เน้นการสอนภาษาจีน มีการเรียนภาษาไทยเพียง 1 ชม. แต่ปัจจุบันไม่มีการเรียนการสอนแล้ว

จุดที่สอง บ้านนายอำเภอคนแรกของตะกั่วป่า สร้างก่อนโรงเรียนเต้าหมิง 5 ปี เป็นทรัพย์สินของตระกูล ณ นคร ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมด้านในอาคาร อยู่ติดกับจุดที่สาม วัดเสนานุชรังสรรค์ มีลักษณะสถาปัตยกรรมเหมือนวัดมหรรณพารามที่กรุงเทพฯ ภายในพระอุโบสถมีของล้ำค่า 2 อย่างคือ ธรรมาสน์หลวงของรัชกาลที่ 5 และตู้เก็บพระไตรปิฎก จุดต่อไป จวนเจ้าเมืองตะกั่วป่าและกำแพงค่าย โบราณสถานที่เหลือไว้เพียงซากปรักหักพัง ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งจวนของพระยาเสนานุชิต หรือ นุช ณ นคร ล้อมรอบด้วยกำแพงค่ายสูง 3.8 ม. ยาว 158 ม. คาดว่าสร้างเมื่อประมาณ 150 ปีก่อนโดยใช้วัสดุกรวดทรายผสมปูน ไม่มีอิฐ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมาเพิ่งมีงานบวงสรวงเจ้าเมืองและใช้เป็นสถานที่จัดแสดงโขนเล่าประวัติความเป็นมาของตะโกลา

จากนั้นแวะร้านเต้าส้อแม่อารีที่สืบทอดตำรับมาเป็นรุ่นที่ 3 อายุกว่า 100 ปี คุณแม่นิลรัตน์ ทายาทรุุ่นหลานเล่าว่า ก๋งเป็นคนจีนโล้สำเภามาขึ้นที่เมืองไทย ทำเต้าส้อหาบเร่ขายตามบ้านโดยเริ่มแรกมีไส้เค็มกับไส้หวานทำจากถั่วเขียวซีก จนทุกวันนี้ก็ยังใช้สูตรเดิมที่เพิ่มเติมคือ เตาอบแทนเตาอั้งโล่ และไส้ฟักกับถั่วดำ แต่ละวันผลิตได้วันละ 500 กล่อง และขายดิบขายดีไม่หนีจากยอดการผลิต

ลูกหลานบ๊ะบ๋าเมืองตะกั่วป่า

 

รถสองแถวจะไปสิ้นสุดเส้นทางที่ถนนวัฒนธรรมหรือถนนศรีตะกั่วป่า ชาวบ้านจะนำอาหารจากตลาดออกมาขาย วัยรุ่นนำของทำมือออกมาจำหน่าย ส่วนนักท่องเที่ยวมีหน้าที่จับจ่ายตามอัธยาศัย ทั้งนี้ถ้าไปเที่ยวหลังวันงานสามารถปั่นจักรยานแทนได้ เพราะทุกจุดอยู่ใกล้กัน ถนนเอื้อต่อนักปั่น และสองข้างระหว่างทางมีมุมเล็กมุมน้อยที่ต้องใช้แต่จักรยานเท่านั้นจึงเข้าถึง

สตรีทอาร์ต สตรีทฟู้ด

ถนนศรีตะกั่วป่ายาวประมาณ 500 ม. ถูกทำให้เป็นถนนสายอาร์ตเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการเมืองเก่าตะกั่วป่ามีไอเดียให้ศิลปินท้องถิ่นนาม เอกชัย แซ่ตัน วาดสตรีทอาร์ตตามกำแพง ตามเสา เพื่อบอกเล่าตัวตนของเมือง เช่น ภาพคนร่อนแร่ ภาพรถสองแถว ภาพสัตว์นำโชคของจีน รวมทั้งสิ้น 13 ภาพ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ สถาปัตยกรรมชิโน-นีโอคลาสสิกและความคลาสสิกของร้านรวง เช่น ร้านฮัวหลอง รับซ่อมนาฬิกาและขายนาฬิกาโบราณ ร้านอัญชลี รับตัดชุดเจ้าสาว ร้านดวงพร ขายผ้าบาติก ในตึกแถวเก่าลักษณะหน้าแคบแต่ลึก หน้าบ้านมีอาเขตสำหรับเดินเชื่อมถึงกัน และมีลายปูนปั้นศิลปะของจีน

ส่งจูบให้สตรีทอาร์ต

 

บ้านที่มีความสำคัญเป็นพิเศษคือ ชมรมชาวบ๊ะบ๋าฝั่งทะเลอันดามัน ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาไว้ว่า คำว่า บ๊ะบ๋า หมายถึง ลูกที่เกิดในแผ่นดินแม่ นั่นคือ แม่เป็นคนไทย พ่อเป็นจีน มีลูกเรียกว่า บ๊ะบ๋า (หรือที่ต่างชาติเรียกว่า พารานากัน) คนกลุ่มนี้จะมีวัฒนธรรมเฉพาะ เช่น การแต่งกาย เสื้อผู้หญิงจะมีลักษณะคอตั้งแบบจีน แขนเสื้อจีบแบบมาเลเซีย ลำตัวสั้นแบบชาวมอญ และนุ่งผ้าถุงแบบอินโดนีเซีย อันมีนัยว่า เรือสำเภาที่ชาวจีนโพ้นทะเลใช้ข้ามมหาสมุทรมาได้แวะจอดที่ฟิลิปปินส์ สุมาตรา ปีนัง สิงคโปร์ และค่อยมาหยุดที่ตะกั่วป่า ทำให้วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ติดมากับผู้คนในเรือ เดิมทีชาวจีนที่อพยพเข้ามาเป็นกุลี ขอทาน และคณะงิ้ว แต่ด้วยนิสัยชอบค้าขายทำให้ชาวจีนสร้างฐานะได้อย่างรวดเร็ว พอมีเงินก็สร้างโรงเรียนสอนภาษา (โรงเรียนเต้าหมิง) สร้างศาลเจ้า สร้างบ้าน และสร้างประเพณีของตัวเองอย่างประเพณีกินเจที่สืบทอดมานาน 173 ปี ทำให้มีความเข้มข้นและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่บัดนี้ถึงอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เม.ย.เวลาประมาณ 15.00 น. ถนนศรีตะกั่วป่าจะปิดเป็นถนนคนเดิน ตั้งแผงขายอาหารซึ่งน่าสนใจเพราะขายอาหารท้องถิ่น แม่ค้าเป็นคนท้องถิ่น แตกต่างจากถนนคนเดินในเมืองท่องเที่ยวที่ขายของเอาใจต่างชาติ

งานเปิดเมืองตะกั่วป่าครั้งนี้ถ้าพูดให้ถูกต้องเติมคำว่า ครั้งที่ 2 เพราะเมื่อปีที่แล้วได้จัดงานเปิดเมืองเช่นกันแต่กระแสเงียบกริบประหนึ่งลืมปลดล็อกกลอนประตู กระนั้นทางเทศบาลตะกั่วป่าและคณะกรรมการเมืองเก่าตะกั่วป่าก็ยังไม่หมดกำลังใจ ต่างช่วยกันสร้างเมือง สร้างกระแส สร้างรายได้ให้คนท้องถิ่น

เวลานี้ประตูเมืองตะกั่วป่าเปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการแล้ว นักท่องเที่ยวแค่เหยียบเบรกแล้วแวะดูให้เห็นกับตา อย่าทำเหมือนที่ผ่านมาเพราะตะกั่วป่าไม่ใช่เมืองที่จะผ่านไป

การแสดงโขนในการเปิดเมืองตะกั่วป่า

 

ร้านฮัวหลอง รับซ่อมนาฬิกา

 

ตลาดเช้าเทศบาลตะกั่วป่า

 

รถโพถ้องบนผนัง

 

โรงเรียนสอนภาษาจีนเต้าหมิง