ชูการ์ฮัท รีสอร์ท บ้านสวนกลางพัทยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มกราคม 2559 เวลา 14:21 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/410616

ชูการ์ฮัท รีสอร์ท บ้านสวนกลางพัทยา

โดย…รอนแรม

ถ้าเปรียบ ชูการ์ฮัท รีสอร์ท เป็นมนุษย์ เขาจะเป็นคนแก่อินดี้ ที่แม้ว่าสังคมรอบข้างจะเปลี่ยนไป ก็ยังมีสไตล์เป็นของตัวเอง เพราะ ชูการ์ฮัท รีสอร์ท ยังรักษาความเป็นไทยท่ามกลางสังคมสมัยใหม่ กลายเป็นรีสอร์ทเดียวในพัทยาที่คงคุณค่าของเรือนไทย และยังมีจังหวะเนิบช้าในทำนองเมืองอันแสนเร่งรีบ

รีสอร์ทเสมือนหมู่บ้านไทยโบราณสมัยอยุธยา ประกอบด้วยบ้านเรือนไทยจำนวน 23 หลัง ถูกออกแบบและก่อสร้างโดยทีมช่างไม้อยุธยา ลักษณะเป็นเรือนไม้ ใต้ถุนสูง เสาหลักของบ้านตั้งเป็นมุมเอียงเข้าหากันขึ้นด้านบนเพื่อป้องกันการสั่นคลอน บนเรือนแยกห้องนอนและห้องนั่งเล่นเชื่อมกันด้วยชานหรือพื้นที่อเนกประสงค์ที่สมาชิกในบ้านจะออกมาพบปะ โดยห้องพัก  1 ห้องเท่ากับ 1 หลัง แบ่งเป็นห้องพักแบบ1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องเลียนแบบบ้านโบราณ ทั้งเตียงนอนบนพื้นไม้ กางมุ้ง ในห้องน้ำมีโอ่งให้ตักอาบและฝักบัว เสื้อคลุมอาบน้ำเป็นเสื้อม่อฮ่อมกับผ้าถุงหรือกางเกงเล และมีน้ำอบไว้พรมตัวหลังอาบน้ำ

 

หมู่เรือนไทยถูกล้อมรอบด้วยสวนและต้นไม้ใหญ่ มีไก่แจ้ไก่ฟ้า และนกยูง เดินเล่นเป็นอิสระภายในพื้นที่ 15 ไร่ ส่วนอื่นๆมีสระว่ายน้ำ 3 สระ ห้องสตรีม ห้องเซาน่า และร้านอาหารของรีสอร์ทที่โด่งดังเรื่องอาหารไทยต้นตำรับ รสชาติจัดจ้านอย่างยำมะเขือยาวกุ้งสด หัวปลีชุบแป้งทอด ห่อหมกทะเล และบัวลอยใบเตยในลูกมะพร้าวอ่อน โดยทุกคืนวันศุกร์-เสาร์ จะมีการแสดงดนตรีไทย และวันอาทิตย์-อังคาร เป็นการแสดงดนตรีแจ๊ซขับกล่อมระหว่างมื้ออาหาร

ชูการ์ฮัท รีสอร์ท คงคอนเซ็ปต์ “ไทยแท้” มานาน32 ปี การวางตัวเช่นนี้ในโลกที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยอาจเรียกได้ว่าเป็นการอนุรักษ์วิธีหนึ่งที่ทำให้วัฒนธรรมไทยคงอยู่และถูกเผยแพร่ผ่านการเข้าพักของนักท่องเที่ยว ถือว่าเป็นอีกมุมของพัทยาที่คนไม่เห็นแต่มีอยู่จริง

 

Price : ห้องพัก 1 ห้องนอน 4,500 บาท ห้องพัก 2 ห้องนอน 9,000 บาท (ราคาเริ่มต้น)

Place : อยู่บนถนนทางขึ้นเขาพระตำหนัก ห่างจากตัวเมืองพัทยา 10 นาที จ.ชลบุรี โทร. 038-251-686 เว็บไซต์ www.sugar-hut.com

Promotion : เมื่อพัก 1-2 คืน ลดราคา 20% และพัก 3 คืน ลดราคา 30%

 

วันเดียว เที่ยว3 ภู อุดรธานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มกราคม 2559 เวลา 14:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/410615

วันเดียว เที่ยว3 ภู อุดรธานี

โดย…จำลอง บุญสอง

เชื่อว่าในจินตภาพของคนโดยทั่วไป เมื่อพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวของ จ.อุดรธานี มักจะนึกถึงบ้านเชียง ทะเลบัวแดงศาลเจ้าปู่-ย่า แม่น้ำโขง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บนพื้นราบ น้อยคนนักที่จะคิดว่าอุดรฯ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเป็น “ภูเขา” เช่นเดียวกับหลายจังหวัดในที่ราบสูงอีสาน

วันนี้จึงขอแนะนำ 3 ภู อุดรฯ ทั้งเก่าคลาสสิกและใหม่แกะกล่อง โดยจะเรียงตามลำดับการถ่ายภาพเป็นหลักให้ง่ายต่อการเดินทางไปเก็บภาพ ตามยุคสมัยที่ให้ความสำคัญกับการโพสต์ขึ้นโซเชียลมีเดีย

มีเถาวัลย์ให้ถ่ายรูปสวยๆ

 

เช้าตรู่ : ดูอรุณรุ่งบนภูหินจอมธาตุ

เริ่มต้นภูแรก ภูหินจอมธาตุ เหตุที่แนะนำเป็นแห่งแรก เพราะบนภูมีหินเทินที่เกิดจากน้ำกัดกร่อนหินทราย มันตั้งอยู่ตรงหน้าผาทางทิศตะวันออกพอดี เวลาถ่ายภาพจึงต้องรีบไปตั้งแต่เช้ามืด เผื่อเวลาเดินขึ้นเขาประมาณ 1 กม. ให้ทันแสงสีส้มม่วงแดงของพระอาทิตย์ตัดกับขอบฟ้าสีครามน้ำเงินของราตรีกาลก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งนับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ช่วงเวลาน่าเที่ยวจะเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวภูเขาทั่วไป คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อากาศกำลังดี มีเมฆบางๆ เหลืออยู่บนท้องฟ้า และดวงอาทิตย์แดงกลมใหญ่เหมือนไข่แดง

ภูหินจอมธาตุเป็นวนอุทยาน ห่างจากตัวเมืองอุดรฯ 38 กม. มีเนื้อที่ 2.5 หมื่นไร่ เชื่อมต่อกับ จ.หนองบัวลำภู บนภูแห่งนี้แม้จะไม่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายนัก แต่เหมาะสำหรับการออกค่ายของเยาวชน ซึ่งทางจังหวัดพยายามผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอุดรธานี

เหมาะกับการถ่ายภาพเล่นแสงและเงา

 

ช่วงสาย : ถ่ายรูปดอกไม้บานบนภูฝอยลม

ภูที่สองเมื่อเวลาเริ่มสาย คือ ภูฝอยลม ลักษณะไม่ต่างจากภูหินจอมธาตุมากนัก แต่ที่เป็นไฮไลต์คือ ทางจังหวัดได้เนรมิตพื้นที่บนภูฝอยลมให้เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามและสัมผัสอากาศหนาวได้ฟรีๆ แต่โดยปกติในแต่ละปีจะเป็นสวนดอกทิวลิปที่ทางจังหวัดปลูกไว้ ด้านบนจึงเต็มไปด้วยวัยรุ่นหนุ่มสาวและครอบครัวขึ้นมาถ่ายภาพสวนดอกไม้ที่พิเศษกว่าปีก่อนๆ อีกทั้งการเดินทาง
ก็ง่ายดายด้วยรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดดอย

ภูฝอยลมตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อยใน อ.หนองแสงและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค มีพื้นที่ประมาณ 192,350 ไร่ คำว่า ฝอยลม ได้ชื่อมาจากไลเคนส์ชนิดหนึ่งที่มักเกาะอยู่ตามต้นไม้ในป่าสูง (ความจริงภูฝอยลมก็สูงไม่มากนัก แค่ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ซึ่งนอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในอีสาน

วัยรุ่นเที่ยวภูฝอยลม

 

เวลาอันเหมาะสมในการถ่ายรูปดอกไม้ให้ได้สีสันสดใสคือ ตั้งแต่ 07.00 น. เป็นต้นไป เพราะแสงช่วงเช้าของฤดูหนาวนั้นจะให้แสงอุ่น โดยเฉพาะช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นไปไม่นานจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพดอกไม้ สีสันของมันจะสดกว่าช่วงกลางวันและยิ่งได้เม็ดน้ำเกาะตามดอกตามใบด้วยแล้ว ยิ่งสวยงามและมีชีวิตชีวา

ตกบ่าย : ย่างกายสู่อดีตที่ภูพระบาท

ภูสุดท้ายใต้แสงตะวันแรง คือ ภูพระบาท แหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของอีสาน ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะกลายเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

สวนดอกไม้เมืองหนาว

 

ครั้งหนึ่งพื้นที่บริเวณภูพระบาทเคยเป็นแหล่งที่อยู่ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยืนยันด้วยหลักฐานภาพเขียนสีอายุ 3,000-4,000 ปี ที่มีให้เห็นมากมาย ร่องรอยของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การแกะสลักหินทรายเป็นพระพุทธรูปตามเชิงหินและหลืบถ้ำเจดีย์แบบล้านช้าง รอยพระพุทธบาทบัวบก รอยพระพุทธบาทหลังเต่า ใบเสมาอายุกว่าพันปีที่สะท้อนวัฒนธรรมยุคทวารวดี และยังมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจอันเกิดจากการกัดกร่อนของหินทราย ทำให้เกิดเป็นหลุมเป็นหลืบกลายเป็นมรดกทางธรรมชาติที่มีอัตลักษณ์เพียงแห่งเดียวในไทย อย่างหินดอกเห็ดที่ถูกทำเป็นห้อง จนเป็นที่มาของคำว่า หอนางอุสา ต้นเหตุของเรื่องเล่าในหมู่ชาวลาวอีสานที่เกิดจากการจินตนาการในภายหลัง

ธรณีวิทยาภูพระบาทอยู่ในหมวดหินภูพาน เป็นหินทรายในมหายุคมีโซโซอิก หรือมหายุคที่สองจากทั้งหมดสามมหายุคทางธรณีกาลของโลก สัณฐานทางธรณีวิทยาเหล่านี้พบได้อีกที่ภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร ผาแต้ม เสาเฉลียง จ.อุบลราชธานี และอีกหลายแห่งใน จ.ชัยภูมิ

 

ทั้งสามภูต่างมีความโดดเด่น สวยงามต่างเวลา และให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถเช็กอินทั้งหมดได้ใน 1 วัน ตั้งแต่รุ่งสางจนบ่ายคล้อย เปิดประสบการณ์ “วันเดียวเที่ยว 3 ภู” แบบเหนือระดับน้ำทะเล นักท่องเที่ยวสอบถามการเดินทางเชื่อมโยงของทั้งหมดนี้ได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โทร. 042-325-406-7

ภาพเขียนสีรูปคนหลายคนในเพิงผาหรือที่เรียกว่าถ้ำ

 

สระน้ำที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์แต่ไม่รู้ว่ายุคไหน

 

เพิงผาสกัดเป็นพระพุทธรูป

 

เสมา 8 แท่งล้อมรอบหินเทินเปรียบเสมือนศาสนสถาน

 

ภาพเขียนสีบางแห่งต้องนอนเงยขึ้นไปถ่าย

 

หินเทินมากมายที่ภูพระบาท

 

ไปปั่นจักรยานที่ ‘สวนวารีภิรมย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มกราคม 2559 เวลา 14:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/410142

ไปปั่นจักรยานที่ ‘สวนวารีภิรมย์’

โดย…ภาดนุ

นาทีนี้การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานยังคงอินเทรนด์ ซึ่งสถานที่ขี่จักรยานปัจจุบันก็มีหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วสวนสาธารณะจะเป็นสถานที่ยอดฮิตติดลมบนที่คนรักการปั่นจักรยานจะเทใจให้เป็นพิเศษ และ “สวนวารีภิรมย์” ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่กำลังได้รับความนิยม

สวนวารีภิรมย์ เป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ ในเขตคลองสามวา มีนบุรี ซึ่งทาง กทม.เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณแก้มลิงบึงมะขามเทศและบึงสะแกงามสามเดือน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. 2557 โดยมุ่งหวังให้เป็นสวนสาธารณะที่คนกรุงเทพฯ สามารถพักผ่อนและออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ทั้งกีฬาทางบกและทางน้ำ พร้อมทั้งให้มีการจัดทำเส้นทางจักรยานระยะทางกว่า 4.2 กม. เพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย และเป็นการสนับสนุนให้ผู้คนหันมาใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์เพื่อลดปัญหามลพิษบนท้องถนน

 

ซึ่งเมื่อเดือน พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทาง กทม. นำโดย สัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้นำประชาชนและสื่อมวลชนไปร่วมทำกิจกรรมปั่นจักรยานภายในสวนวารีภิรมย์ พร้อมทั้งปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่กรุงเทพฯ และในอนาคตก็จะพัฒนาให้เป็นเส้นทางจักรยานวิบากหรือแอดเวนเจอร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ สำหรับจักรยานเสือภูเขา เพื่อให้เกิดความหลากหลายของประเภทกีฬา พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการและความสนใจของนักปั่นจักรยานไปด้วย

สำหรับบึงสะแกงามสามเดือนซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตคลองสามวานี้ ถือเป็นบึงรับน้ำขนาดใหญ่ที่ กทม.ได้ดำเนินการปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนที่ปัจจุบันนี้มีผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้คนมากกว่าวันละ 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานกัน

 

เมื่อมีผู้คนเข้ามาใช้บริการมากขนาดนี้ก็เกิดปัญหาความแออัด โดยเฉพาะพื้นที่จอดรถ กทม.จึงต้องขอใช้งานพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นพื้นที่เอกชนกว่า 3 ไร่ ในการปรับให้เป็นพื้นที่จอดรถขนาด 200 คัน เพื่อบริการประชาชน นอกจากนี้ กทม.ยังจัดทำเส้นทางจักรยานแบบวิบากสำหรับประชาชนที่ชอบปั่นจักรยานในรูปแบบการผจญภัย พร้อมทั้งยังจะพัฒนาบึงสะแกงามสามเดือนให้มีความปลอดภัยในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง กล้องซีซีทีวี และจัดทำสถานที่อาบน้ำสำหรับผู้ที่มาออกกำลังกาย

เป้าหมายของ กทม. ก็คือ การทำให้สวนวารีภิรมย์เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพของประชาชนแบบครบวงจร ซึ่งเมื่อติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างทั่วพื้นที่ และมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมแล้ว จะมีการขยายเวลาให้บริการประชาชนที่ต้องการปั่นจักรยานในช่วงกลางคืนเพิ่มด้วย ซึ่งปัจจุบันเปิดให้ใช้งานทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. เท่านั้น (ทางเข้าสวนวารีภิรมย์อยู่ปากซอยประชาร่วมใจ 47 ถนนประชาร่วมใจ มีนบุรี)

 

ในอนาคต กทม.ยังมีนโยบายจัดสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกจำนวน 10 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สำหรับกิจกรรมนันทนาการและออกกำลังกายของประชาชน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว 1 แห่ง คือ สวนปิยะภิรมย์ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์ เขตบางกะปิ ส่วนสวนสาธารณะอีก 9 แห่ง ยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 นี้

เอ้า! รู้อย่างนี้แล้วนักปั่นทั้งหลายก็อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวกันด้วยล่ะ ว่าในอนาคตจะมีสวนสาธารณะสวยๆ ที่ไหนให้เราไปปั่นจักรยานอีกบ้าง รับรองว่าปั่นแล้วสุขภาพดีแน่นอน…งั้นเสาร์-อาทิตย์นี้เรานัดไปปั่นจักรยานกันดีกว่า!

 

จากต้นทุนถึงตราบาป ที่เกาะเฮ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 มกราคม 2559 เวลา 13:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/410139

จากต้นทุนถึงตราบาป ที่เกาะเฮ

โดย…ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ผมมองภาพแนวปะการังเกาะเฮ ภูเก็ต ที่น้องเนะ นลินี ทองแถม ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจแนวปะการังไทย โพสต์ลงในเฟซบุ๊กของเธอ ภาพดังกล่าวคือความแหลกยับของเศษซากปะการังที่ปราศจากชีวิต เนะยังแนบบันทึกที่เคยเขียนไว้เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ระหว่างที่เธอดำน้ำที่เกาะเฮเป็นครั้งแรก ความทรงจำว่าปะการังสวยเช่นนั้น ปลามากมายเช่นนี้ ทุกอย่างสลายไปกับกาลเวลาเพียงไม่นาน

ภาพที่เนะบรรยายอาจสวยสู้ภาพในความทรงจำของผมไม่ได้ เพราะเกาะเฮคือจุดแรกในอันดามันที่เด็กชายวัยไม่ถึงสิบขวบกระโดดลงน้ำเมื่อกว่า 40 ปีก่อน น่าเสียดายที่ยุคนั้นยังไม่มีกล้องใต้น้ำ แต่ภาพคงอยู่ในใจ หลับตาครั้งใดยังแจ่มชัดและยิ่งชัดขึ้นเมื่อมองเห็นภาพในปัจจุบันน้ำตามันพานจะไหล

 

ในฐานะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ผมเข้าใจยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทย เข้าใจความจำเป็นที่เราต้องก้าวไปข้างหน้า เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นความหวังสุดท้ายของประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในปี 2558 สูงถึง 30 ล้านคน การท่องเที่ยวจึงตั้งเป้าปี 2559 ไว้ที่ 36 ล้านคน และคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยว 43 ล้านคนในปี 2560 ก่อนจะไปถึง 51.8 ล้านคนในปี 2561

ผมไม่ห่วงว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเมืองไทยไม่ถึงเป้า ผมมั่นใจว่าเราทำได้และจะเกินกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่ที่สำคัญเราได้อะไรอย่างที่เราอยากได้ไหม? นักท่องเที่ยวที่เข้ามามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาจำนวนคนเพิ่มอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายต่อคนแทบไม่เพิ่ม อีกทั้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวตกอยู่กับคนไทยเท่าไหร่? ยังเป็นเรื่องที่สงสัยในประเด็นกลุ่มทุนต่างชาติไล่กว้านซื้อกิจการท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในอันดามัน

 

ผมยังไม่พูดเรื่องนั้น ผมขอพูดเรื่อง “ต้นทุน” การท่องเที่ยวบ้านเราใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นแหล่งทำมาหากินหลัก ทะเลเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีคนมามากที่สุด แล้วเราเคยคิดถึงต้นทุนที่เราสูญเสียไปกับการโหมกระหน่ำดึงคนเข้ามาหรือไม่?

เราสูญเสียอะไร? ผมอยากให้คุณมองภาพแนวปะการังที่สูญสลายอีกครั้ง แนวปะการังที่ไม่เหลือปลาสักตัว ไม่มีปะการังสักชีวิต เกาะเฮเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ภูเก็ต มีกิจกรรมท่องเที่ยวมากมายทั้งเหนือน้ำและใต้น้ำ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความพินาศ แต่สำคัญกว่านั้นคือตะกอนที่เกิดจากการพัฒนาอย่างบ้าคลั่ง เปิดป่าเปิดหน้าดินสร้างโรงแรมสร้างถนน ผมเคยมีโอกาสบินสำรวจรอบเกาะภูเก็ตเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เห็นโรงแรมและถนนที่ลามไปทุกหาดทุกแหลม เห็นตะกอนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ใด ทะลักลงทะเลรอบภูเก็ตและไหลต่อเนื่องมาทางเกาะเฮ หากเราทำการค้า นี่เรียกว่าต้นทุนหมดชนิด “สิ้นเนื้อประดาตัว”

จะยากอะไร ฟื้นฟูขึ้นใหม่สิ? ผมนำภาพเปรียบเทียบของเนะมาให้ชม เธอคือนักปลูกปะการังมือหนึ่งของไทย เธอพยายามฟื้นฟูปะการังที่เกาะเฮและที่เกาะไม้ท่อนมาร่วม 20 ปี ปรากฏว่าแหล่งฟื้นฟูปะการังที่ไม้ท่อนประสบความสำเร็จมีปะการังขึ้น แต่ที่เกาะเฮมีแต่ตะกอนทับถมบนท่อนคอนกรีต นี่เป็นหลักฐานยืนยันดีที่สุดว่า ถ้าทะเลตายแล้ว…เธอตายเลย ไม่มีฟื้น ไม่หวนคืน ลงทุนพันล้านหมื่นล้านก็เรียกแนวปะการังเกาะเฮกลับคืนมาไม่ได้ ยกเว้นอย่างเดียว หยุดตะกอนที่ภูเก็ตให้ได้ แล้วเราทำได้ไหมครับ ?

ผมไม่เคยคิดจะต่อต้านการท่องเที่ยว ผมขอเพียงเราคิดถึง “ต้นทุน” บ้างได้ไหม คิดถึงจริงจังให้มันเกิดมรรคผล ไม่ใช่แค่บรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่บอกว่ามีโครงการนี่นั่นเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะคำนี้ผมได้ยินมาตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ สมัยเกาะเฮยังงดงาม และตอนนี้มันตายไหม?

คำว่า “ยั่งยืน” ไม่สามารถชี้วัดด้วย KPI ใดๆ ยกเว้นกระโจนลงน้ำแล้วไปดูใต้ทะเลกัน ถ้าผู้บริหารหรือนักเขียนยุทธศาสตร์ท่านใดอยากเห็น ผมยินดีพาไปดูว่า ไอ้คำว่า “ยั่งยืน” ในแผน โลกแห่งความจริงมัน “ย่อยยับ” ขนาดไหน ท่านอย่าร้องไห้ให้ผมเห็นก็แล้วกัน

 

จึงใคร่ขอร้องอีกครั้ง ประเทศไทยไม่ได้จน เรามีเงินสนับสนุนอีเวนต์นี่นั่นไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยล้านบาท ทุกอย่างโผล่มาในเทศกาลแล้วก็หายไป แต่เงินแค่เศษเสี้ยวเพื่อดูแล “ต้นทุน” ทางธรรมชาติของเรากลับไม่มีหรือติดขัดโน่นนี่ ทั้งที่เรากำลัง “ขาดทุน” ป่าไม้และทะเลอยู่ทุกวันและรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

การขาดทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เจ๊ง ไม่ใช่ล้มละลาย 3 ปีกลับมาได้ ไม่ใช่รอวัฏจักรทางเศรษฐกิจให้หวนคืน แต่เป็นขาดทุนชั่วชีวิต ขาดทุนชั่วลูกชั่วหลาน ผมไม่อยากเรียกมันว่าขาดทุนด้วยซ้ำ เพราะมันเป็น “ตราบาป” ของคนรุ่นเรา

ปิดท้ายง่ายๆ คุณคิดว่าเราควรจะต้องได้เงินกี่บาทถึงคุ้มค่ากับการสร้าง “ตราบาป” ในความทรงจำของลูกหลานเราครับ

 

ปีนหน้าผา ท้าแรงดิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มกราคม 2559 เวลา 11:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/409609

ปีนหน้าผา ท้าแรงดิ่ง

โดย…โยโมทาโร่

หากคุณกำลังคิดว่าการว่ายน้ำ คือการออกกำลังกายที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนไปพร้อมๆ กันเพียงกีฬาเดียวแล้วละก็ แนะนำให้มาลองเล่นปีนหน้าผาของจริงดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าการปีนหน้าผานั้น สามารถเรียกเหงื่อและความตื่นเต้นได้ดีเลยทีเดียว

สิ่งดีๆ ที่ได้จากการปีนหน้าผา

กริช จันผา เทรนเนอร์สอนการปีนหน้าผา บริษัท ทราเวลพลัส อธิบายถึงกิจกรรมปีนหน้าผาว่าเป็นกิจกรรมที่ใช้ทางการสำรวจธรรมชาติมาก่อนที่จะพัฒนารูปแบบมาเป็นกิจกรรมปีนหน้าผาเช่นปัจจุบัน แต่คนส่วนใหญ่ที่ยังไม่เคยสัมผัสกิจกรรมปีนหน้าผา จะมองว่าเป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย เพราะเล่นกับที่สูงและแรงโน้มถ่วงของโลก แต่ทุกวันนี้ก็ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความทันสมัย เพิ่มความปลอดภัยกับผู้เล่นมากขึ้น แม้อุปกรณ์ที่มีราคาถูกที่สุดในท้องตลาดก็ยังใช้ได้ปลอดภัย เพียงแต่คุณสมบัติและความสะดวกในการใช้งานต่างกันมากน้อยเท่านั้น

 

อีกทั้งการปีนหน้าผาก็ถูกกำหนดให้เล่นกันอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป เพื่อช่วยดูแลกันและกัน คนเล่นยิ่งมากยิ่งดี เพราะจะช่วยกันดูและสำรวจพื้นที่บอกจุดระวังกันได้ ปัจจุบันการปีนหน้าผาแบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ คือปีนหน้าผาจำลอง ซึ่งเป็นการจำลองหน้าผาและมีจุดต่างๆ ให้ผู้เล่นเลือกปีนตามความถนัด ข้อดีของการปีนหน้าผาจำลอง คือสามารถตั้งที่ไหนก็ได้ที่มีพื้นที่มากพอ และผู้เล่นสามารถเลือกซ้อมปีนหน้าผาใกล้บ้านได้

แบบที่ 2 คือการปีนหน้าผาจริงในธรรมชาติ การปีนหน้าผาแบบนี้จะมีความท้าทายกว่า ต้องใช้ทักษะสมาธิและการตัดสินใจที่เด็ดขาด ข้อดีของการปีนหน้าผาธรรมชาติคือรางวัลที่จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากกว่านักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เพราะการปีนหน้าผาเป็นหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

 

เริ่มต้นปีนหน้าผากันอย่างไร?

“สำหรับคนที่เริ่มเล่นปีนหน้าผา จะต้องเริ่มต้นจาก บูลเดอร์ริง (Bouldering) คือการปีนโดยไม่ใช้เชือกที่ความสูงไม่มากนัก ประมาณ 3-5 เมตร ฝึกทักษะการปีนไปทางซ้ายและขวา ขึ้นและลงเพื่อฝึกซ้อม ความแข็งแรง ความอดทน และเทคนิคการปีน เป็นการเล่นพื้นฐานที่นักปีนหน้าผาต้องเริ่มต้นจากจุดนี้กันทุกคน

“สปอร์ต คลิมบิง (SPORT CLIMBING) เป็นการปีนหน้าผาที่มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับคนที่ผ่านจากระดับบูลเดอร์ริงมาแล้ว การปีนแบบนี้จะมีจุดป้องกันการตกทำไว้ให้เรียบร้อย แค่เราปีนตามเส้นทางที่ทำไว้ก็พอ สามารถประยุกต์พลิกแพลงได้ตามความถนัด เป็นการปีนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกิจกรรมการท่องเที่ยว

“ระดับต่อมาที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติคือการปีนแบบ ฟรี คลิมบิง (Free Climbing) คือการปีนหน้าผา โดยอุปกรณ์ช่วยป้องกันการตกถึงพื้น ต้องมีทักษะการใช้อุปกรณ์ ความพร้อมของร่างกาย เทคนิคการปีน และประสบการณ์พอสมควร ส่วนมากแล้วจะเป็นการปีนสำรวจธรรมชาติในเขตป่าลึกที่น้อยคนจะเข้าไปถึง

“นอกจากนี้ยังมีการปีนแบบ ฟรี โซโล (Free solo) หรือการปีนแบบฉายเดี่ยว การปีนแบบนี้ต้องมีความมั่นใจเกิน 100 หรือ 200 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการปีนแบบไม่ใช้เชือก คล้ายขึ้นไปถึงยอดเขา แล้วปีนลงมา โดยไม่มีอุปกรณ์กันการตก เป็นการปีนที่ไม่ได้รับการรับรองและไม่แนะนำ

 

“สุดท้าย ในการปีนหน้าผาทุกครั้งควรมีการอบอุ่นร่างกายและตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนเริ่มการปีนหน้าผา สำหรับการปีนหน้าผาของผู้เล่นใหม่ จะต้องมีบีเลเยอร์หรือผู้ช่วยที่ชำนาญการปีนหน้าผาเป็นผู้ช่วยทุกครั้ง คอยดูแลและช่วยเหลือกันระหว่างปีน ผู้เล่นต้องสวมหมวกกันน็อกและเสื้อชูชีพตลอดเวลาที่ปีนหน้าผา สวมใส่รองเท้าสำหรับปีนหน้าผา ระหว่างปีนถ้ารู้สึกเหนื่อยควรหยุดพักก่อนได้ ไม่จำเป็นอย่ามองข้างล่าง มีสมาธิกับจุดที่ยืนและเชือกที่เราจับเท่านั้น ซึ่งประสบการณ์จะช่วยให้เราตัดสินใจและปีนหน้าผาได้ดีขึ้นเอง”

 

ดอกกาแฟ บานที่ชุมพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มกราคม 2559 เวลา 12:31 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/409333

ดอกกาแฟ บานที่ชุมพร

โดย…ปริวัฒน์ จันทร

ดอกกาแฟบานสะพรั่งในไร่กาแฟที่บ้านถ้ำสิงห์ อ.เมือง จ.ชุมพร แหล่งปลูกกาแฟโรบัสต้าชื่อดังของ จ.ชุมพร ที่มีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟมากที่สุดในประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2512 โดย ผวน ศิลปศร ผู้นำกาแฟพันธุ์โรบัสต้ามาปลูกคนแรกที่บ้านถ้ำสิงห์ สืบทอดมาถึง นิคม ศิลปศร ผู้เผยแพร่กาแฟชุมพรให้เป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป และทุกวันนี้ นิคมยังคงปลูกกาแฟในสวนผสมผสานกับทุเรียน มังคุด หมาก พลู ฯลฯ เป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่น่าเรียนรู้ศึกษา

ดอกกาแฟสีขาวหอมเย็นจะบานในช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.ของทุกปี ดอกที่บานแล้วในอีก 1 ปีถัดมาจึงเป็นผลกาแฟสีเขียวและสีแดงให้เก็บเกี่ยว ชาวสวนจะนำเมล็ดกาแฟไปแช่ ล้าง อบในเตาแสงอาทิตย์ แล้วคั่วจนหอมกรุ่น และได้กลายมาเป็นหนึ่งใน Dream Destination ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

คอลัมน์ ลู้ปส์ ส่งกันมาได้ที่เดิมเลยครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจากแอพมือถือเท่ๆ หรือถ่ายภาพสวยๆ แนวๆ อาร์ตๆ ฮิปๆ พอสวยๆ สัก 5-10 รูป ฝากเขียนชื่อตรง Subject นิดนึงว่า Loops ส่งมาอวดกันได้ที่อีเมลอาจารย์เลยนะครับ (bambi5789@gmail.com) ถ้าได้อะไรที่มันฮิปๆ แบบ Bike Diary ยิ่งดีเลยครับ

อย่าลืมส่งรูปมาอวดกันล่ะ… เฝ้ารออยู่นะฮะ

 

 

 

 

 

 

ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์ สปา สแปลชริมทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มกราคม 2559 เวลา 11:25 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/409195

ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์ สปา สแปลชริมทะเล

โดย…นิทรา ราตรี

ถ้าฝันของเด็กๆ คือได้หยุดไปทะเล หรือเล่นสวนน้ำ ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์ สปา ก็คงเป็นรีสอร์ทในฝันของเด็กน้อยที่ผู้ปกครองต้องตามใจ เพราะนอกจากจะห่างจากหาดกะรน 2 นาที ยังมีสระว่ายน้ำพร้อมสไลเดอร์ยักษ์สูง12 เมตร ให้เล่นฟรีๆ

รีสอร์ทตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้ชัดเจนว่าจะเอาใจกลุ่มครอบครัวและกลุ่มประชุมสัมมนา รีสอร์ทมีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับได้ 500 คน และห้องพักจำนวน 524 ห้องแต่สำหรับครอบครัว รีสอร์ทเพิ่งเพิ่มลูกเล่นขนาดยักษ์ทำให้สวนน้ำที่อลังการอยู่แล้วยิ่งน่าตื่นใจ

รีสอร์ทมีสระว่ายน้ำแบบลากูน 3 สระ สระว่ายน้ำเด็ก และสไลเดอร์ระดับต่างๆ ได้แก่ สไลเดอร์ยักษ์สูง 12 เมตร สำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป สไลเดอร์สูง 7.5 เมตร สำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป และสไลเดอร์จิ๋วอีก 4 จุด สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี โดยส่วนของสระว่ายน้ำเด็กมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้รีสอร์ทยังมีสนามเด็กเล่น คิดส์คลับพร้อมกิจกรรมสันทนาการทั้งร้องเพลง เต้นรำ วาดภาพระบายสี ปั้นดินน้ำมัน คอร์สทำม็อกเทลผลไม้ และกิจกรรมจูเนียร์ เชฟ กับคอร์สทำอาหารไทย

 

ส่วนของห้องพักประกอบด้วย ห้องดีลักซ์ ห้องพูลแอ็กเซส และห้องแฟมิลี่ โดยห้องสำหรับครอบครัวมีขนาด 38 ตร.ม. พร้อมเตียงสองชั้นสำหรับเด็ก และมีบริการพี่เลี้ยงเด็กมืออาชีพราคา 250 บาท/ชม. สำหรับผู้ปกครองก็สามารถสนุกในวันพักผ่อนได้กับกีฬากอล์ฟ เทนนิส สควอชวินด์เซิร์ฟ ดำน้ำลึก พาราเซลริ่ง และสกี รวมถึงนวดผ่อนคลายที่กานดา สปา กับโปรแกรมสปาที่ผสมผสานศาสตร์แห่งตะวันตกและตะวันออกไว้ด้วยกัน

รีสอร์ทอยู่ห่างจากหาดกะรน 2 นาที และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ห่างจากหาดกะตะ 1 กม. แหลมพรหมเทพ 8 กม.หาดป่าตอง 9 กม. และวัดฉลอง 13 กม. ทำให้ไม่ว่าจะพาลูกไปเล่นน้ำทะเลหรือเข้าเมืองซื้อของก็สะดวกแก่การเดินทาง

คราวหน้าถ้าลูกร้องอยากไปทะเลก็ลงมาภูเก็ต ช่วงนี้ทะเลฝั่งตะวันตกลมสงบ ท้องฟ้าโปร่ง ทะเลเรียบ สมกับเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวในรอบปี

 

Price : ห้องดีลักซ์ 4,050 บาท ห้องแฟมิลี่ 5,760 บาท ตั้งแต่วันนี้ – เม.ย. 2559

Place : ห่างจากหาดกะรน 2 นาที จ.ภูเก็ต ติดต่อกะตะกรุ๊ปรีสอร์ท โทร. 02-616-3140-4 เว็บไซต์ www.katagroup.com

Promotion : –

 

เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ปั่นไปแวะไปย่านเลียบด่วนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มกราคม 2559 เวลา 11:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/408738

เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ปั่นไปแวะไปย่านเลียบด่วนฯ

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ศูนย์การค้าที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตรกับนักปั่นจักรยาน โดยเฉพาะนักปั่นย่านถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ที่ปั่นไปแวะ ณ จุดพักอันเก๋ไก๋ซึ่งผสมผสานไลฟ์สไตล์และสุขภาพที่ดีเข้าไว้ด้วยกัน นักปั่นท่านใดจะแวะไปเยี่ยมบ้างก็ตามมาได้

ล่าสุด ผู้เขียนได้มีโอกาสไปลองศึกษาเส้นทางการปั่นจักรยานที่ศูนย์การค้าใหม่แกะกล่องแห่งนี้ ได้เห็นถึงความตั้งใจในการสนับสนุนเหล่านักปั่นจักรยาน แม้ว่าปัจจุบันไบค์เลนถนนเลียบด่วนฯ ยังมีมุมมองต่างในเรื่องความปลอดภัยและการใช้งานได้จริง เนื่องจากการเชื่อมต่อกับเส้นทางต่อเนื่องเพื่อไปยังถนนหรือเส้นทางอื่นๆ ยังไม่สะดวกเพียงพอก็ตาม

แต่หากคำนึงถึงประโยชน์สำหรับคนในพื้นที่ สำหรับการปั่นออกกำลังเพื่อลดพลังงานหรือเพื่อการออกกำลังกาย ไบค์เลนเลียบด่วนฯ ก็ตอบโจทย์ได้ตามควร สำหรับเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ตั้งอยู่ริมถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา หรือถนนประดิษฐ์มนูธรรม เป็นไบค์เลนหรือทางจักรยานของกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว ระยะทางรวม 12 กิโลเมตร คือตั้งแต่ถนนพระราม 9-ถนนรามอินทรา

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา เล่าให้ฟังว่า ทางเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ได้ใช้ข้อดีเรื่องสถานที่ตั้งสร้างเลนจักรยาน โดยให้เชื่อมต่อจากเลนด้านนอก เพื่อนักปั่นจะได้สามารถปั่นสู่ไบค์เลนในศูนย์การค้าได้

“เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในไทยที่มีความพร้อมในการรองรับนักปั่นรถจักรยาน ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นจักรยาน ลดปัญหาการจราจรบนถนนประดิษฐ์มนูธรรมที่ปัจจุบันหนาแน่นมาก”

เมื่อก้าวสู่โลกของไบค์เลนในเซ็นทรัลฯ ทางเข้าหลักของจักรยานจะอยู่ตรงบริเวณก่อนถึงประตู 2 และเมื่อเข้าไปสู่ศูนย์การค้า จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนถึงเลนปั่นจักรยานสีส้มสดใสสะดุดตา นับเป็นการสร้างจุดสังเกตนำสายตาที่ดี ทำให้นักปั่นไม่งง จะปั่นไปทางไหนก็ง่ายขึ้น และเมื่อลองปั่นวนดูรอบๆ ก็จะสามารถปั่นได้รอบศูนย์การค้าเพื่อเข้าสู่ที่จอดที่ทางศูนย์ฯ เตรียมไว้ให้

เลนปั่นจักรยานที่นี่อาจไม่รองรับนักแข่งหรือผู้ที่หวังจะมาปั่นแบบเอาจริงเอาจังเท่าไหร่นัก แต่สำหรับนักปั่นที่ต้องการลดการใช้รถยนต์ หรือปั่นเพื่อการออกกำลังกาย ที่นี่สะดวกและปลอดภัย ด้านจุดจอดรถจักรยานมี 2 จุด จุดแรกอยู่บริเวณประตู 2 ติดกับจุดจอด Super Bike และบริเวณประตู 3 ติดกับ Pet Park

“กระแสตอบรับดีมาก ทางศูนย์ฯ จึงจัดสรรพื้นที่จอดเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะหาที่จอดไม่ได้ ปัญหาที่พบในช่วงแรกมักมีรถยนต์ไปจอดขวางทางปั่น จึงแก้ไขด้วยการนำกรวยไปตั้งกั้นทางจักรยานไว้ตลอดแนว ในส่วนท่อระบายน้ำได้นำแผ่นเหล็กไปปิดเรียบเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย”

ดร.ณัฐกิตติ์ เล่าว่า เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ได้รับแรงบันดาลใจเรื่องไบค์เลนสำหรับนักปั่นมาจาก “มีท แพคกิ้ง ดิสทริค” ในนิวยอร์ก “โคเวนต์ การ์เด้น” ในลอนดอน และ “โอโมเตะซันโดะ” ในโตเกียว ผสมผสานกันเป็นศูนย์การค้าที่เป็นมิตรกับนักปั่น รับเทรนด์สุขภาพและการปั่นจักรยานที่เชื่อว่าจะฮิตข้ามปี

ในอนาคตจะเพิ่มที่จอดจักรยานและปรับปรุงที่จอดให้รองรับจักรยานได้หลายรูปแบบมากขึ้น ใครรักการออกกำลังกายแวะมาปั่นจักรยานที่ศูนย์การค้าฯ ได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า หรือจะปั่นมาจอดแล้ววิ่งขึ้นไปวิ่งจ๊อกกิ้งบนสกายรัน (Sky Run) หรือลู่วิ่งดาดฟ้าก็ยังได้ ลู่วิ่งธีมธรรมชาติ สภาพแวดล้อมสีเขียวแสนสดชื่น ปั่นไปอินเทรนด์ไปกับชุมชนเพื่อนนักปั่นที่มักนิยมแวะจอดพักกลางทางที่นี่

นอกจากนี้ พ่อแม่ที่มีลูกวัยกำลังซน เด็กๆ สามารถขี่จักรยานเล่นที่โซนพิเศษของศูนย์ฯ ได้ด้วย โดยเป็นโซนร่มรื่นในอาคารศูนย์การค้าฯ นั่นเอง ระวังจะปั่นจักรยานกันจนเพลินไม่ยอมกลับบ้านก็แล้วกัน

 

สวนสยาม โลกแห่งความสนุกมิรู้ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มกราคม 2559 เวลา 09:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/408127

สวนสยาม โลกแห่งความสนุกมิรู้ลืม

โดย…แมงโก้หวาน

ไปแล้วต้องบอกว่าสุดยอด สุข สนุกไม่รู้ลืมจริงๆ สำหรับสวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ

เมื่อไปแล้วชอบ ไปแล้วสนุก ไปแล้วมีความสุข เราจึงต้องจัด “สวนสยาม” อยู่ในทำเนียบ “ที่ชอบๆ” ของผมและสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ ถ้าได้ไปแล้วรับรองว่าต้องชอบ มีความสุข สดใสแน่นอน

บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ นอกเหนือจากสวนน้ำอันเป็นบริการเริ่มแรกของสวนสยามที่ยังคงความประทับใจและความนิยมได้จนกระทั่งทุกวันนี้แล้ว สวนสยามยังถูกสรรค์สร้างให้กลายเป็นอุทยานอเนกประสงค์ที่ตรงกับความต้องการของผู้คนทุกเพศทุกวัยในครอบครัวด้วยบริการต่างๆ มากมาย

โดยเฉพาะเครื่องเล่นชั้นนำจากผู้ผลิตแนวหน้าระดับโลก สมบูรณ์แบบที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วม 30 ชนิด พร้อมกับดื่มด่ำกับความสงบร่มรื่น อบอวลกลิ่นอายธรรมชาติเขียวชอุ่มท่ามกลางแมกไม้ เกลียวคลื่น สายลม แสงแดด และบรรยากาศทะเล้ ทะเล

รวมแล้วประกอบด้วย 5 โซนหลัก ได้แก่ วอเตอร์พาร์ค สวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียภายใต้เงาต้นไม้ร่มครึ้ม สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะได้เพลิดเพลินสนุกสนานกับทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธารน้ำวนสุดสนุก สไลเดอร์ยักษ์ ซูเปอร์สไปรัลรางน้ำคดเคี้ยว บ่อสปาเพื่อสุขภาพ หรือแม้แต่คุณจะเอนกายบนเตียงผ้าใบใต้ร่มไม้ สไลเดอร์จิ๋วสำหรับคุณหนูๆ สไลเดอร์ยักษ์ 7 สีสายรุ้งความสูงเท่ากับตึก 7 ชั้น

โซนที่ 2 X-Zone 11 เครื่องเล่น อาทิ บูมเมอแรง รถไฟเหาะตีลังกาถอยหลัง ด้วยความเร็ว 80 กม./ชม. หมุนตีลังการวม 6 ครั้ง หากได้ขึ้นไปอยู่บนนั้นรับรองว่าคุณจะต้องกรี๊ดๆๆ (ใครไม่กรี๊ดให้รู้ไป ฮ่าๆๆ) หรือจะเพลิดเพลินบนหลังพญาเหยี่ยวบินถลาโฉบไปมากลางห้วงอากาศบนความสูงกว่า 50 เมตร ยักษ์ตกตึก (Giant Drop) ดิ่งพสุธาจากความสูง 75 เมตร สัมผัสประสบการณ์สุดเสียวในสภาพไร้การควบคุมที่ทำให้คุณแทบลืมหายใจ เป็นต้น

ถัดมาโซน Family World สนุกสุขสันต์กันทั้งครอบครัวด้วยเครื่องเล่นและสถานที่หลากหลาย อาทิ ม้าหมุนสองชั้นสุดคลาสสิกที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้ได้มีความสุขกับโลกแห่งจินตนาการประหนึ่งเจ้าชายเจ้าหญิงบนหลังอาชา และรถฟักทองในนิยายโบราณ ท่องป่าแอฟริกาผจญภัยด้วยการล่องเรือหรือนั่งรถไฟไปบนพื้นที่กว้างใหญ่ 20 ไร่ จำลองชีวิตผู้คนและฝูงสัตว์ต่างๆ กว่า 200 ชีวิต ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในดินแดนแอฟริกาอันลี้ลับที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

อย่าลืมไปท้าสยองกับบิ๊ก ดับเบิ้ล ช็อก (Big Double Shock) รับรองว่าตื่นเต้นสยดสยองด้วยภาพจินตนาการในภพหลังความตายสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทยด้วยเรื่องราวสยองขวัญที่เรียงร้อยจากเรื่องเล่าของทุกชนชาติ จากความสยองลองมาสนุกกับ Log Flume นั่งบนท่อนซุงกลางกระแสน้ำเชี่ยวทะยานขึ้นสู่ยอดเขาผ่านถ้ำเสือสิงโตก่อนทิ้งดิ่งจากความสูง 27 เมตร วิ้วๆๆ สนุก ตื่นเต้น ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ทั้งระบบ

ปิดท้ายด้วย Small World โลกใบเล็กของคุณหนูๆ สำหรับเด็กความสูง 100-130 ซม. เต็มอิ่มด้วย 6 เครื่องเล่น อาทิ ม้าหมุนเล็ก (Mini Carousel) เครื่องบินประจัญบานเล็ก (Mini Astrofighter)
เรือหรรษา (Mini Boat) เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลล้วนตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ไปแล้วต้องชอบ อย่างไรก็ตามทุกเครื่องเล่นควรอยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่นะครับ

นอกจากทั้ง 5 โซนแห่งความสุข สนุก ตื่นเต้น เร้าใจแล้ว ยังมีค่ายลูกเสือสวนสยามเหมาะมากสำหรับที่พรั่งพร้อมด้วยบุคลากร ครูผู้ฝึกสอนระดับปริญญา ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาคปฏิบัติ ทฤษฎี และการจัดกิจกรรม พร้อมฐานปฏิบัติการจริงที่สมบูรณ์มากกว่า 20 ฐาน ล้วนให้ความปลอดภัย สนุกสนาน ตลอดจนสิ่งอำนวยประโยชน์ของเรือนพักอาศัยพร้อมห้องน้ำในตัวที่สามารถรองรับนักเรียนได้กว่า 700 คน ห้องประชุม ลานจัดแคมป์ไฟ โรงอาหารสะอาด สะดวก ภายใต้ธรรมชาติอันแสนร่มรื่นและการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.

ช่วงใกล้ปีใหม่นี้จึงเหมาะกับการไปเที่ยวพร้อมครอบครัวอย่างสุขสำราญใจ แม้ไม่ต้องไปถึงทะเลก็มีความสุขได้อย่างเต็มอิ่ม

 

ทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2559 เวลา 13:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/408067

ทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว

โดย…อ.ตากวาง bambi5789@gmail.com ภาพ Panta

คอลัมน์ ลู้ปส์ ส่งกันมาได้ที่เดิมเลยครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจากแอพมือถือเท่ๆ หรือถ่ายภาพสวยๆ แนวๆ อาร์ตๆ ฮิปๆ พอสวยๆ สัก 5-10 รูป ฝากเขียนชื่อตรง Subject นิดนึงว่า Loops ส่งมาอวดกันได้ที่อีเมลอาจารย์เลยนะครับ (bambi5789@gmail.com) ถ้าได้อะไรที่มันฮิปๆ แบบ Bike Diary ยิ่งดีเลยครับ

อย่าลืมส่งรูปมาอวดกันล่ะ… เฝ้ารออยู่นะฮะ