Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: เรื่องเล่าขนหัวลุก

เรื่องเล่าขนหัวลุก : กลิ่นแป้งเด็ก…หน้าเมรุเผาศพ #SootinClaimon.Com

Posted on July 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/586790

เรื่องเล่าขนหัวลุก : กลิ่นแป้งเด็ก…หน้าเมรุเผาศพ

วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 14.33 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวของคุณปืน จากจังหวัดนครสวรรค์ 

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามแล้ว ที่คุณปืนได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ขนหัวลุกกับแนวหน้าออนไลน์

โดยเรื่องราวครั้งนี้ที่นำมาเล่าสู่กันฟังนั้น เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ในวันเผาศพลูกสาวของเพื่อนสนิทคุณปืน

คุณปืนเล่าว่า คุณนะเป็นเพื่อนสนิทของตนเองตั้งแต่สมัยเด็กๆ คุณนะมีลูกสาว 1 คน อายุ 16 ปี ชื่อว่าน้องอุ๊บอิ๊บ เพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ซึ่งน้องป่วยเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิด และได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยทางญาติได้ตั้งบำเพ็ญกุศลสวด 7 วัน ที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครสวรรค์ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่คุณนะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้มาร่วมงานเผาศพลูกสาวไม่ทัน เพราะคุณนะเป็นเจ้าของรถพ่วง มีอาชีพขับรถพ่วงรับส่งสินค้าไปกลับ กทม.-ยะลา ใช้ระยะเวลาเดินทางไปกลับ 3 วัน แล้วกว่าจะเดินทางถึงบ้านนครสวรรค์ ก็รวม 4 วัน ทำให้วันนั้นคุณนะกลับไปไม่ทันวันเผาศพลูกสาวสุดที่รัก

คุณปืน เล่าว่า วันนั้นคุนนะไปไม่ทันพิธีเผาศพ เพราะด้วยช่วงโควิด ทางวัดเลื่อนเผาศพให้เร็วขึ้นจากเดิมเวลา 16.00 น. เลื่อนเป็นเวลา14.00 น. ตอนนั้นคุณนะและคุณปืนไปถึงวัดประมาณ บ่ายสี่โมงกว่าๆ ก็ได้เจอเจ้าอาวาส ซึ่งทั้งสองคนก็รู้จักกับท่านเจ้าอาวาสเป็นอย่างดี ท่านเจ้าอาวาสก็บอกว่า ให้คุณนะขึ้นไปดูลูกที่หน้าเมรุ สัปเหร่อกำลังเผาศพอยู่ คุณนะก็ขึ้นไปดูและเห็นเปลวเพลิงกำลังไหม้ศพอยู่พอดี เพราะว่าสัปเหร่อจะแง้มประตูไว้ก็เลยมองเห็นผ่านช่อง

ระหว่างนั้น คุณนะก็ไปยืนอยู่ข้างปากประตูเมรุที่เผาศพ ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นเป็นพักใหญ่ๆเพราะคิดถึงลูกสาว คุณปืนก็เลยเดินลงมารอเพื่อนข้างล่างตรงบันไดหน้าเมรุ และไม่นานคุณนะก็เดินลงมายืนข้างคุณปืนแล้วจุดบุหรี่สูบ 

ขณะนั้นเอง คุณปืนก็ได้กลิ่นแป้งเด็กจอห์นสัน ก็เลยหันไปถามเพื่อนว่า ‘มึงยังใช้แป้งจอห์นสันอยู่หรอ’

คุณนะก็ตอบว่า ‘ไม่ได้ใช้นะ วันนี้กูไม่ได้ทาแป้งมา’ พอคุณนะพูดจบก็ทิ้งบุหรี่ทันทีและพูดว่า ‘รู้มั้ยลูกกูใช้แป้งจอห์นสัน’ พร้อมกับร้องไห้เสียใจอย่างหนัก

คุณปืน บอกว่า ตอนนั้นขนลุกไปทั้งตัวเลย เพราะตรงนั้นมีเพียงคุณปืนและคุณนะยืนอยู่ ซึ่งทั้งคู่ใส่แมสสองชั้นและหน้าการเฟสชิว แต่กลับได้กลิ่นแป้งเด็กชัดเจน ทั้งที่จุดนั้นก็มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังได้กลิ่นแป้งชัดเจนไม่จางหายไปไหน

คุณปืน บอกว่า ตอนนั้นตนยืนอยู่เหนือลม แต่กลิ่นก็ยังอยู่ตรงนั้นประมาณ 10 นาที ก็เลยชวนกันกลับและนัดกันว่าก่อนเข้าบ้าน จะไปกินข้าวต้มในตลาดตัวเมืองนครสวรรค์ ก่อนขึ้นรถเก๋ง คุณปืนก็บอกเพื่อนว่า เดี๋ยวจะนั่งหลังนะ คุณนะหันมามองหน้าคุณปืน คุณปืนเลยบอกว่า ‘ให้คุณนะนั่งข้างหน้ากับลูกสาว’

พอเข้ามาในรถปรากฎว่า กลิ่นแป้งเด็กก็ฟุ้งอยู่ในรถด้วย คุณนะก็เลยพูดลอยๆว่า ‘ไปลูกจะไปกินข้าวกับพ่อและลุงใช่มั้ย ขึ้นรถมาลูก’

คุณปืน เล่าอีกว่า ช่วงขับรถไปกินข้าว 10 นาทีที่นั่งอยู่ในรถ ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรเลย เพราะกลิ่นแป้งเด็กก็ยังฟุ้งอยู่ในรถ พอใกล้ๆจะถึงร้านข้าวต้ม คุณนะก็เปิดกระจกเพื่อจะสูบบุหรี่ คุณปืนก็เลยกดเปิดกระจกข้างหลังด้วย เชื่อมั้ยว่า กลิ่นแป้งเด็กยังคละคลุ้งอยู่ในรถ แม้ว่าคุณนะจะนั่งสุบบุหรี่อยู่ก็ตาม กลิ่นแป้งเด็กกลบกลิ่นบุหรี่หมดเลย

คุณปืนพูดว่า เดี๋ยวขอลงหน้าร้านข้าวต้มนะ และมึงกับลูกก็ขับรถไปจอดก่อน แล้วค่อยเดินตามมาที่ร้านนะ เท่านั้นแหละคุณปืนบอกว่า พอก้าวขาลงจากรถก็ไม่ได้กลิ่นแป้งอีกเลย 

คุณปืนนั่งรอคุณนะในร้านข้าวต้ม และเจ้าของร้านข้าวต้มซึ่งรู้จักกันก็เดินเข้ามาถามคุณปืน ว่าคุณนะไม่ได้มาด้วยกันหรอ คุณปืนบอกว่า คุณนะเอารถไปจอด

พอคุณนะมาถึง ก็สั่งอาหารเจ้าของร้านก็ถามว่า มากี่คน

คุณปืนบอกว่ามา 2 คน เจ้าของร้านก็ถามย้ำว่าแน่ใจหรอ

คุณปืนเลยถามเจ้าของร้านว่า พี่เห็นหรอ ถ้าเห็นงั้นเอาข้าวมา 3 ถ้วย กับข้าวอย่างละ 3 อย่าง

จากนั้นเจ้าของร้านก็เดินมาและเอาธูปมาให้ 1 ดอก คุณนะก็จุดธูปแล้วปักไว้ที่ถ้วยข้าวกลางโต๊ะ เจ้าของร้านบอกว่า ทำอย่างนี้ลูกจะได้กินด้วย ซึ่งเจ้าของร้านข้าวต้มนี้ รู้จักกับคุณปืนและคุณนะอยู่แล้ว ก็เลยรู้ว่า ลูกสาวคุณนะเสียชีวิตและเพิ่งเผาวันนี้

จากนั้นคุณปืนกับเพื่อนก็คุยไปกินข้าวไปเรื่อย แต่ก็ขนลุกไม่หยุด ส่วนคุณนะก็กินข้าวไปน้ำตาซึมไป

หลังจากกินข้าวเสร็จเพื่อนคุณปืนก็สั่งเบียร์มากิน นั่งพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันไป

คุณปืนกับเพื่อนนั่งที่ร้านข้าวต้มจนเกือบ 4 ทุ่ม คุณปืน เล่าว่า ตอนนั้นไม่ได้กลิ่นแป้งเด็กแล้ว อยู่ดีๆกลิ่นก็หายไปตั้งแต่จุดธูปตอนกินข้าว

คุณปืนก็เลยบอกคุณนะว่า ตอนนี้ไม่ได้กลิ่นแป้งแล้ว คุณนะก็เลยบอกว่า ‘อ๋อกูพูดในใจว่า ให้ลูกสาวกลับไปบ้านย่าก่อน บอกว่าเดี๋ยวพ่อกินข้าวกินเบียร์เสร็จแล้วพ่อจะตามไป’

จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน

หลังจากคุณนะกลับถึงบ้านแล้ว คุณปืน เล่าว่า คืนนั้นคุณนะก็ยังได้กลิ่นแป้งเด็กอยู่ อาจเป็นเพราะลูกสาวมาลาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหลังจากคืนนั้น คุณนะก็ทำบุญให้ลูกสาวน้องอุ๊บอิ๊บ และก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆแบบนี้อีกเลย

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ช็อกสุดขีด! เจอผี..วิ่งตามรถ #SootinClaimon.Com

Posted on May 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/576628

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ช็อกสุดขีด! เจอผี..วิ่งตามรถ

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ช็อกสุดขีด! เจอผี..วิ่งตามรถ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.59 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวของคุณปืน จากอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ 

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองแล้ว ที่คุณปืนได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ขนหัวลุกกับแนวหน้าออนไลน์

ย้อนกลับไปเกือบ 20 ปีที่แล้ว สมัยคุณปืนปลดประจำการทหารเกณฑ์ใหม่ๆ อายุ20ปีกว่าๆ ช่วงนั้นคุณปืนก็ยังใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ กินเที่ยวเฮฮากับเพื่อนฝูงไปวันๆ 

คืนหนึ่งคุณปืนกับเพื่อนๆรวม 4 คน ก็ชวนกันขับรถเก๋งไปเที่ยวในตัวเมืองนครสวรรค์ ซึ่งบ้านคุณปืนอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 120 กม. หลังจากไปเที่ยวสังสรรค์จนหน่ำใจแล้ว ก็ชวนกันกลับบ้านประมาณตี 2 กว่าๆ 

คุณปืนก็ขับรถผ่านเส้นถนนสายใน ถนนอำเภอเมือง ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นถนนสายหลัก 4 เลนแล้ว ใช้ความเร็วประมาณ 160-170 กม./ชม. ในระหว่างกลับก็คุยเฮฮากับเพื่อนๆมาตลอดทาง

จนมาถึงถนนเส้นหลัก สายท่าตะโก-นครสรรค์ ช่วงเส้นเข้าโค้งพระนอน ระหว่างขับรถไปนั้น สายตาคุณปืนก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชาย อายุ 4-5 ขวบ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลไม่สวมเสื้อ กำลังนั่งเล่นในศาลาริมทาง

จากนั้นเพื่อนของคุณปืนปากไวก็เลยพูดว่า ‘ดึกขนาดนี้แล้ว ยังมีเด็กมานั่งเล่นแถวนี้อีกหรอวะ’

คุณปืนก็เลยตอบว่า ‘น้องเค้าอาจจะรอพ่อแม่ไปขายผักก็ได้ เพราะเส้นนี้มีตลาดสดอยู่ ตอนนี้ตี2แล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มตั้งร้านแล้ว’

ระหว่างนั้นคุณปืนก็ขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงก่อนเข้าโค้งด้วยความเร็วเกือบ 120 กม./ชม. อยู่ๆเพื่อนคุณปืนที่นั่งข้างหลังก็บอกว่า ‘ปืนมึงขับเร็วกว่านี้ได้มั้ย’

คุณปืนก็ตอบเพื่อนว่า ‘นี่ก็เร็วสุดแล้วนะ’ และเพื่อนที่นั่งข้างหลังอีกคนก็บอกย้ำอีกว่า ‘มึงขับเร็วๆหน่อย ช่วยเหยียบคันเร่งเพิ่มอีกได้มั้ย’ 

ด้วยความสงสัยคุณปืนจึงถามว่า พวกมึงเป็นอะไร แต่เพื่อนคุณปืนไม่ตอบอะไร นั่งเงียบกริบ 

ระหว่างนั้นคุณปืนจึงมองกระจกหลังเห็นเพื่อนนั่งนิ่ง เลยเหลือบตามองไปข้างรถทางขวามือ ก็ช็อกสุดขีด เมื่อเห็นเด็กผู้ชายคนที่นั่งเล่นอยู่ในศาลาที่เพิ่งขับผ่านมา กำลังวิ่งตีคู่แข่งกับรถที่ตนขับมา ด้วยความกว่า120 กม./ชม.  

แม้คุณปืนจะตกใจสุดขีดแต่ก็ตั้งสติได้ บอกกับตัวเองในใจว่า ‘ต้องผ่านจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ตอนนั้นคุณปืนบอกว่า คันเร่งมีเท่าไร ตนก็เหยียบจนมิด’

ต่อจากนั้นในระหว่างทางกลับ ภายในรถไม่มีการพูดคุยใดๆทั้งสิ้น ทุกคนต่างนั่งเงียบ จนคุณปืนส่งเพื่อนๆถึงบ้านครบทุกคน ขณะที่เพื่อนๆลงจากรถ ไม่มีคำทักทายบอกลาใดๆ ทุกคนต่างรีบเดินเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ผ่านไป คุณปืนทราบข่าวมาว่า เพื่อนที่นั่งอยู่เบาะหลังรถทั้งสองคนเข้าโรงพยาบาล ด้วยอาการช็อกสุดขีด เพื่อนอีกคนอาการหนักมาก คือช็อกจนหัวใจเกือบหยุดเต้น

‘ผมเหลือบตามองเห็นเด็กวิ่งตีคู่รถ แต่พอผมมองผ่านกระจกหลังและกระจกข้างกลับไม่เห็นอะไร แต่พอชำเลืองมองข้างรถทางขวามือด้วยตาเปล่า ผมกลับเห็นเด็กกำลังวิ่งตามรถอยู่ ทุกคนเห็นกันหมดทั้ง4 คน แต่คนช็อกที่สุด คือเพื่อนสองคนที่นั่งข้างหลัง’ 

หลายอาทิตย์ผ่านไป หลังเพื่อนๆหายดีออกจากโรงพยาบาลแล้ว คุณปืนและเพื่อนๆก็ไม่เข็ด ยังสงสัยในสิ่งที่เจอ อยากรู้ความจริงว่ามันคืออะไร จึงชวนขับรถไปที่ศาลาแห่งนั้นอีก 

เมื่อไปถึงคืนนั้นบริเวณดังกล่าวมีงาน มีการฉายหนังกลางแปลง จัดบูธขายของ ทำให้บรรยากาศไม่น่ากลัวเท่าไร คุณปืนจอดรถและเดินลงไปกับเพื่อนกัน 2 คน ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ที่ช็อกหนักเข้าโรงพยาบาล ไม่ยอมลงไปด้วย ยืนยันว่าจะขอนั่งรอในรถเท่านั้น

เมื่อคุณปืนลงไปแล้วก็เดินไปเจอป้อมตำรวจ จึงไปถามตำรวจตรงป้อมนั้น คุณปืนเล่าเรื่องให้ตำรวจคนนั้นฟัง พอตำรวจได้ยินแล้วก็หัวเราะบอกว่า ‘โอ๊ยไม่ใช่พวกคุณคนเดียวหรอกครับที่เจอ คนอื่นเค้าก็เจอกันประจำ เพราะสมัยก่อนมีแม่ลูกมายืนรอรถ ที่ศาลาริมทางตอนเย็นๆ แล้วเจอรถสิบล้อแหกโค้งพุ่งชนสองแม่ลูกตายคาที่ คนแถวนั้นเจอประจำ แต่จะเจอแต่ผีเด็ก ส่วนผีแม่ของเด็กไม่มีใครเจอ’

คุณปืน เล่าอีกว่า ปัจจุบันถนนเส้นนี้ มีการก่อสร้างขยายถนนตัดเป็น 4 เลนแล้ว และในจุดที่ตั้งศาลาริมทาง ตอนนี้ก็กลายเป็นพื้นผิวถนนไปแล้ว ซึ่งตรงจุดนั้นจะเป็นทางเลี้ยวเข้าหมูบ้าน และทางเลี้ยวเข้าสนามแข่งรถชื่อดังของจังหวัดนครสวรรค์

และในทุกครั้งที่ตนต้องขับรถผ่านถนนเส้นนี้ ก็ยังจำจดเรื่องหลอนในคืนนั้นได้เสมอไม่เคยลืม…

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : เสียงผีเรียกชื่อ! หลอนนี้ที่เวียงจันทร์ #SootinClaimon.Com

Posted on May 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/575125

เรื่องเล่าขนหัวลุก : เสียงผีเรียกชื่อ! หลอนนี้ที่เวียงจันทร์

เรื่องเล่าขนหัวลุก : เสียงผีเรียกชื่อ! หลอนนี้ที่เวียงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 22.31 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวของคุณปืน จากอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์

คุณปืน เล่าว่า ประสบการณ์หลอนนี้เกิดขึ้นเมื่อพ.ศ.2561 สองปีที่ผ่านมา ในระหว่างที่คุณปืนได้ไปทำงานเป็นโฟร์แมน คุมงานก่อสร้างถนน 13 เหนือ ท่าง่อน-เวียงจันทร์ ที่เมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว

เดิมที่ย้อนกลับไปสมัยปี 2513 และปี 2514 เป็นช่วงสงครามที่ประเทศลาว ทั้งทหารอเมริกัน มีการปะทะกันบริเวณนี้ มีทหารตายจากสงครามอย่างมากมาย ซึ่งคุณปืนต้องเซ็นสัญญาทำงานที่นี่เป็นเวลา 2 ปี

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่งหลังจากเลิกงาน คืนนั้นมีคุณปืน เพื่อนคนงาน และแม่บ้าน กำลังนั่งสังสรรค์ในออฟฟิศในแคมป์ก่อสร้าง จนเวลาล่วงเลยถึงเที่ยงคืน เพื่อนที่เป็นแม่บ้านก็บอกว่า ได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกคุณปืน ข้างห้องน้ำ 2 ครั้ง คุณปืนก็งงว่าดึกป่านนี้ใครจะมาเรียก ก็ไม่ได้สนใจอะไร 

ระหว่างนั้นเพื่อนคนงานอีกคน ก็พยายามเงี่ยหูฟังบอกว่า ได้ยินเสียงเรียกคุณปืนเหมือนกัน แต่เป็นเสียงผู้ชาย ด้วยความสงสัยก็เลยเดินชะโงกหน้าไปดูตรงหน้าต่าง ก็เห็นไฟห้องน้ำเปิดอยู่ แต่ไม่มีใครยืนตรงนั้นเลย ก็เลยกลับมานั่งกินต่อ แต่สักพักเพื่อนๆก็บอกว่าได้ยินคนเรียกอีก ตอนนั้นคุณปืนบอกว่าเริ่มใจไม่ดีแล้ว จึงตัดสินใจแยกย้ายกลับไปนอน

วันหนึ่งระหว่างคุณปืนไปตรวจงานถนน ที่ตัดผ่านหน้าบ้านของคนในชุมชน คุณปืนบังเอิญไปเจอกับพ่อเฒ่าท่านหนึ่ง เป็นผู้เฒ่าผู้แก่นุ่งขาวห่มขาว ก็เลยเข้าไปคุยทักทาย พูดคุยกันถูกคอ เลยเล่าเหตุการณ์คืนนั้นให้ฟัง 

เมื่อพ่อเฒ่าได้ฟังก็พูดกับคุณปืนว่า ‘ดีแล้วนะนายช่าง ที่นายช่างไม่ขานรับ รู้มั้ยแถวนี้คนลาวเขาเล่นของกันอยู่นะ เสียงเรียกชื่อนั้น อาจจะเป็นลมเพลมพัด ของดำไสยศาสตร์ที่ปล่อยออกวันพระก็ได้ หรือเป็นเสียงผีเร่ร่อนก็ได้ ทางที่ดีไม่ต้องขานรับดีที่สุด’

หลังจากนั้น คราวนี้คุณปืนได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองบ่อยครั้งขึ้น โดนเฉพาะเวลาพลบค่ำขณะทำงานโอที คุณปืนจึงตัดสินใจไม่นอนที่ออฟฟิตในแคมป์คนงานแล้ว จึงไปเช่าโรงแรมในตัวเมือง ที่ห่างไปอีก10 กม. ทุกเช้าต้องขับรถมาทำงานที่แคมป์ พอเสร็จงานก็ขับรถกลับไปนอนโรงแรม แต่คุณปืนก็หนีเสียงเรียกไม่พ้น เสียงเรียกชื่อปริศนายังตามรังควานคุณปืน แม้แต่ขณะขับรถ

‘น่าแปลกใจมาก เพราะในเวลาทำงานกลางวันก็ทำงานปกติ ไม่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ แต่พอตกค่ำทีไรจะได้ยินตลอด จากความกลัวกลับกลายเป็นความชิน ในระหว่าง2ปีที่ทำงานอยู่ที่ลาว จนวันสุดท้ายที่กลับเมืองไทย’ คุณปืนบอก

สำหรับเรื่องนี้ จุดพีคเกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง เป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่ม หลังเสร็จงานโอที คุณปืนก็ขับรถออกจากแคมป์ก่อสร้าง มุ่งตรงไปที่โรงแรมในตัวเมือง ระหว่างขับรถมาสักพัก ก็ได้ยินเสียงคนเรียก เหมือนเรียกกระซิบในรถ ทำให้คุณปืนสติแตก กลัวก็กลัว โมโหก็โมโห จึงจอดรถกลางสี่แยกไฟแดง ซึ่งแยกไฟแดงในขณะนั้นยังไม่มีรถขับผ่าน เนื่องจากเป็นเส้นทางกำลังก่อสร้างยังไม่เปิดใช้งาน อยู่ระหว่างทดสอบระบบไฟแดง

เมื่อจอดรถแล้ว คุณปืนเปิดประตูลงไปยืนหน้ารถ พร้อมตะโกนสุดเสียง พูดท้าทายแจกกล้วยแจกอ้อย ประมาณว่า ‘พวก_เป็น_อะไรกันนักกันหนา เรียก_จังเลย จะเอายังไงก็ออกมา ขอให้มันจบกันวันนี้ จะเป็นวิญญาณเป็น_อะไรก็ว่ากันเลย ไม่มีสมาธิขับรถแล้ว งานการก็ไม่ต้องทำ มาเรียก_ทุกคืนอยู่นั้นแหละ’

ระหว่างนั้นคุณปืน นึกได้ว่าเคยมีรุ่นพี่คนหนึ่ง บอกว่าให้ถอดรองเท้า แล้วเอานิ้วโป้งเท้าจิกไปที่พื้นดินแล้วก็แช่ง คุณปืนจึงเดินไปไหล่ถนนตรงพื้นดิน ถอดรองเท้าถุงเท้าออก เอานิ้วโป้งเท้าจิ้มดิน พร้อมแช่งว่า ‘ถ้าตาม_มาอย่างนี้อีก _จะแช่งไม่ให้ไปผุดไปเกิด จะขอให้เป็นสัมภเวสีไปทั้งชีวิต จนร่างกายสลายไปกับอากาศ  แต่ถ้าเลิกติดตามเลิกเรียกชื่อเมื่อไหร่ ก็จะแผ่ส่วนบุญกุสลไปให้’

คุณปืนบอกอีกว่า ‘หากคืนนั้นถ้ามีคนเห็นอาจคิดว่าตนบ้า ที่ไปยืนโวยวายคนเดียวกลางดึกที่สามแยกไฟแดง’ คุณปืนพูดไปขำไป และบอกว่าหลังจากวันนั้น เสียงเรียกชื่อปริศนาก็ยังมีเรียกมาเรื่อยๆ แต่ได้ยินเบาๆ มาจากไกลๆ

เมื่อคุณปืนถามบรรดาเพื่อนๆโฟร์แมนคนไทยทั้ง 15 คน ว่าเคยได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตนเองหรือไม่ ทุกคนต่างบอกว่า ไม่มีใครได้ยินเลยสักคน จนทุกคนคิดว่าคุณปืนเพี้ยนไปแล้ว

คุณปืนก็อยู่ทำงานที่นั่นจนหมดสัญญา 2 ปี แต่ก่อนกลับไทยก็ไปไหว้ลาพ่อเฒ่าท่านนั้น และก็เล่าเรื่องคืนนั้นที่ลงรถไปท้าทายผีให้คุณตาฟัง พอเล่าให้ฟังตาแกก็ขำบอกว่า นายช่างไม่กลัวหรอ มีของดีอะไรหรือใส่พระอะไรหรือเปล่า 

คุณปืน ตอบพ่อเฒ่าว่า ผมไม่มีของดีอะไรทั้งนั้น พระก็ไม่ใส่ มีแต่ใจกับร่างกายเท่านั้น หากคืนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็พร้อมทำใจ

เมื่อถามว่า คุณปืนเคยคิดจะทำบุญให้ผีพวกนั้นหรือไม่ คุณปืนบอกว่า พ่อเฒ่าท่านนั้นเคยบอกว่า อย่าไปทำให้เพราะพวกนี้มันมาไม่ดี มันเป็นสายดำไม่ใช่สายขาว 

หลังจากทำงานวันสุดท้ายที่เวียงจันทร์ ก่อนกลับคุณปืนก็ไปลาคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านนั้นและนอนคืนสุดท้าย พอตอนเช้าชาวบ้านก็มายืนส่งคุณปืนและเพื่อนๆโฟร์แมน

ทั้งนี้ในระหว่างที่ขับรถข้ามด่านหนองคาย คุณปืนบอกว่า รู้สึกวูบเสียวซ่านไปทั่วตัว รู้สึกเบาสบายตัวโล่งไปหมด และก็คิดว่าเรื่องที่เกิดที่เวียงจันทร์นั้น ตนโดนทำของใส่หรือไม่?

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : วิญญาณตายโหง.. มาบอกลา ทิ้งรอยเท้าข้างถาดเซ่นไหว้ #SootinClaimon.Com

Posted on May 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/573509

เรื่องเล่าขนหัวลุก : วิญญาณตายโหง..มาบอกลา ทิ้งรอยเท้าข้างถาดเซ่นไหว้

เรื่องเล่าขนหัวลุก : วิญญาณตายโหง..มาบอกลา ทิ้งรอยเท้าข้างถาดเซ่นไหว้

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 20.48 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวของป้าสมพาน จากอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา10กว่าปีแล้ว ในงานศพของตาที ซึ่งเป็นน้าชายของป้าสมพาน แกเสียชีวิตเพราะโดนไฟช็อตตายที่โรงสีข้าว

ป้าสมพาน เล่าว่า หลังได้ข่าวว่าตาทีโดนไฟช็อตตาย ก็รีบเหมารถจากกรุงเทพฯไปขอนแก่นทันที แต่ก็ไปไม่ทันงานเผาศพตาที เพราะตามประเพณีภาคอีสานของหมู่บ้านนี้ ถ้าหากมีการตายเกิดขึ้น ชาวบ้านจะเก็บศพไว้ที่บ้านเพียง 1 วันเท่านั้น และต้องนำไปทำพิธีเผาศพในวันถัดไปเลย แล้วค่อยนิมนต์พระมาสวดย้อนหลังที่บ้านและทำบุญแก่ข้าวหาคนตาย 3 วัน 

เมื่อป้าสมพานมาถึงบ้านที่ขอนแก่น ในคืนนั้นหลังพระทำพิธีสวดเสร็จแล้ว ก็มีการเลี้ยงข้าวแขกที่มาร่วมงาน ญาติๆก็ช่วยกันล้างจานข้างโรงสีที่ตาทีตาย เวลานั้นประมาณทุ่มเศษๆ ระหว่างญาติๆและป้าสมพานกำลังช่วยกันล้างจานอยู่นั้น อยู่ๆไฟที่บ้านก็ดับขึ้นมาแค่หลังเดียว แต่บ้านหลังอื่นๆไฟไม่ดับ

ระหว่างนั้นญาติของป้าสมพาน ชื่อป้าก้าน ก็พูดลอยๆขึ้นว่า ‘ถ้าเป็นตาทีมาหา ก็ขอให้ไฟติดนะ’ พอพูดจบไฟก็ติดสว่างขึ้นมาทันทีอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ป้าพานและบรรดาญาติๆขวัญผวาขนหัวลุกไปตามๆกัน

หลังจากเสร็จงานแล้ว คืนนั้นญาติๆต้องมานอนเป็นเพื่อนยายปลา ซึ่งยายปลาก็เป็นเมียของตาที คืนนั้นหลานๆที่มานอนเป็นเพื่อนยายปลา ก็จะมานอนรวมกันในห้องชั้นล่างทั้งหมด 

ในกลางดึกคืนนั้นเอง หลังจากคนอื่นหลับสนิทหมดแล้ว ก็มีแต่ป้าสมพานที่ยังไม่หลับ นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย และเป็นจังหวะที่สายตามองไปเห็นเงาดำเป็นรูปร่างคล้ายตาที กำลังนั่งมองยายปลากับหลานๆอยู่ปลายเท้า ท่ามกลางแสงไฟสลัว

ป้าสมพานเห็นอย่างนั้นก็ตกใจมาก แต่ก็ยังตั้งสติเหลือบไปมองดูนาฬิกา เป็นช่วงเวลาตี 1 กว่าๆ ด้วยความกลัวจึงพยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็นอนไม่หลับจนถึงเช้า 

พอตื่นเช้ามาป้าพานก็เล่าให้ญาติๆฟัง ทุกคนต่างคิดว่า ตาทีคงมาร่ำลาเมียกับหลานๆ ซึ่งป้าพานได้ถามหลานชายว่า เมื่อคืนได้ไปนั่งอยู่ตรงนั้นหรือไม่ หลานชายก็บอกว่า ‘ผมไม่ได้ไปนั่งตรงนั้น ผมนอนอยู่ตรงนี้ตลอดไม่ได้ลุกไปไหน ถ้าป้าเห็นอะไรก็คงไม่ใช่ผม คงเป็นพ่อผมละมั้ง’ หลานชายป้าสมพานพูด

ทั้งนี้ ลูกสาวตาที ได้เล่าให้ฟังอีกว่า ในทุกคืนที่มีการนิมนต์พระมาสวดศพย้อนหลังที่บ้าน ตนต้องนำชุดถาดอาหารไปเซ่นไหว้ให้พ่อหลังบ้าน หลังจากจุดธูปเชิญให้พ่อมารับของเซ่นไหว้แล้ว ตนก็ได้โรยแป้งเด็กไว้รอบๆถาดอาหารทั่วบริเวณนั้น พอเช้ามืดตนก็รีบตื่นไปดู ก็พบรอยเท้าคนเหยียบย่ำบนพื้นที่โรยแป้งไว้ ตนเชื่อว่าคงเป็นดวงวิญญาณของพ่อที่มากินของเซ่นไหว้

ลูกสาวตาที เล่าว่า ในวันที่พ่อโดนไฟช็อตตาย ตนก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย พ่อโดนไฟช็อตขณะเข้าไปซ่อมปลั๊กไฟที่โรงสีข้าวข้างรั้วบ้าน ตนเห็นจึงรีบหยิบผ้าขาวม้าไปคล้องตัวพ่อและกระชากพ่อออกมา แต่ก็สายไปแล้วตนช่วยพ่อไม่ทัน พ่อเสียชีวิตทันที

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : สวดมนต์วันพระ! หลอน ‘เปรตปู่อาด’ โผล่ข้างหน้าต่าง.. ขอส่วนบุญ #SootinClaimon.Com

Posted on May 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/571730

เรื่องเล่าขนหัวลุก : สวดมนต์วันพระ! หลอน'เปรตปู่อาด' โผล่ข้างหน้าต่าง..ขอส่วนบุญ

เรื่องเล่าขนหัวลุก : สวดมนต์วันพระ! หลอน’เปรตปู่อาด’ โผล่ข้างหน้าต่าง..ขอส่วนบุญ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.11 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกในสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวหลอนๆของคุณตูน จากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยประสบการณ์หลอนๆที่คุณตูนนำมาเล่าสู่กันฟังนั้น เกิดขึ้นมาประมาณ 1 ปีกว่าๆแล้ว คุณตูนบอกว่าเป็นการเจอผีเปรตครั้งแรกในชีวิต ซึ่งผีเปรตที่เจอนั้น ก็เป็นคนรู้จักในหมู่บ้านนั่นเอง 

คุณตูน เล่าว่า เปรตที่เจอนั้น ตอนสมัยยังมีชีวิตอยู่ แกชื่อ’อาด’ คนแถวนั้นเรียกว่า ‘ปู่อาด’ ตอนที่แกตายอายุน่าจะประมาณ 58 ปี แกเป็นคนขี้เหล้าเมายา ชอบขโมยของ อาศัยอยู่กับเมีย วันๆหลังจากกินเหล้าเมา ก็ทะเลาะตบตีเมียเสมอ แกมีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่ด้วยความขี้เมาทำให้เสียงานเสียการ จนคนแถวนั้นเอื่อมระอา ไม่มีใครอยากจ้างปู่อาดให้มาทำงานเลยสักคน

จนวันหนึ่งปู่อาด แกเสียชีวิตด้วยอาการไหลตาย คิดดูว่าขนาดแกตาย ชาวบ้านยังไม่มีใครอยากช่วยขนศพแกไปเผาที่เมรุวัดเลย ก็เพราะแกเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบขโมยของขาวบ้าน ขนาดคุณตูนเคยว่าจ้างให้ปู่อาด มาช่วยสร้างบ้าน ก็ยังไปขโมยของที่บ้านคุณตูนอีก สุดท้ายก็ต้องให้รถของมูลนิธิปายสมามัคคี ช่วยขนศพปู่อาดไปเผาที่เมรุวัด

ภาพห้องพระที่สร้างใหม่ของบ้านคุณตูน

หลังจากปู่อาดตายไปประมาณ 1 ปีกว่าๆแล้ว ในระหว่างนั้นที่บ้านคุณตูนก็มีการก่อสร้างห้องพระ ลักษณะเป็นกุฏิพระที่แยกออกจากตัวบ้าน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ คุณตูนก็นำพระธาตุ พระพุทธรูปต่างๆไปตั้งไว้ในห้องพระ

ต่อมาในคืนหนึ่งเป็นวันพระ คุณตูนคิดว่าเป็นฤกษ์งามยามดี ที่ตนเองจะเริ่มสวดมนต์ในห้องพระใหม่ ซึ่งโดยปกติคุณตูนจะนุ่งขาวห่มขาว สวดมนต์ทุกวันพระเป็นประจำอยู่แล้ว และคืนนั้นก็เช่นกัน 

ในระหว่างที่คุณตูนสวดมนต์ไปเรื่อยๆ เมื่อสวดถึงบทพาหุงฯ ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนลมพัดเสียงดังวิ้วว อยู่ข้างหน้าต่าง คุณตูนจึงหันไปมองและดันเจอผีเปรตตัวสูงผอม ปากแหลมๆ ก้มหน้าชะโงกมองคุณตูนสวดมนต์อยู่ 

ภาพหน้าต่างห้องพระที่เจอเปรตชะโงกหน้ามาดูตอนสวดมนต์

ตอนนั้นคุณตูนจำได้เลยว่าเป็นปู่อาด ที่แกตายไปแล้ว ด้วยความที่เป็นคนไม่กลัวผี คุณตูนก็ใจแข็งพูดกับเปรตปู่อาด ‘ว่าถ้าอยากได้บุญ จะทำไปให้ แต่อย่ามาหลอกหลอนแบบนี้ ถ้าไม่ไปจะแช่งแล้วนะ’ หลังจากคุณตูน พูดจบ เปรตปู่อาดก็ค่อยๆเดินหายไปในความมืด 

คุณตูน เล่าอีกว่า ถึงแม้ตนจะเป็นคนไม่กลัวผี แต่พอเจอผีเปรตปู่อาด มาชะโงกหน้าแบบนี้ ในใจก็นึกผวาเหมือนกัน ทำให้คืนนั้นหลังจากแผ่เมตตาเสร็จ ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะนั่งสมาธิต่อแล้ว

หลังจากเหตุการณ์หลอนคืนนั้น คุณตูนก็ได้ไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง ว่าเจอเปรตปู่อาดมาขอส่วนบุญ ซึ่งเพื่อนบ้านเมื่อได้ฟังก็เชื่อว่าปู่อาด ยังไม่ไปไหนจริงๆ แม้ว่าจะไม่มีใครเคยเจอก็ตาม และยังบอกอีกว่า คิดดูขนาดตอนก่อนตาย ปู่อาดแกยังไปขโมยหอม-กระเทียมชาวบ้านเลย พอตายไปก็ต้องกลายเป็นผีเปรตชดใช้กรรมแบบนี้ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะด้วยความยากจน ที่ต้องบังคับให้ปู่อาดขโมยของ หรือเพราะว่าแกทำตัวเองขี้เหล้าเมายาไปวันๆ จนตายไปต้องใช้กรรมแบบนี้

แล้วคุณละคิดว่าอย่างไร จะสงสาร’ปู่อาด’หรือไม่

ถนนจุดนี้ที่ผีเปรตยืนอยู่ริมรั้ว ข้างห้องพระหลังสีน้ำตาล

ขอบคุณ : ภาพของคุณตูนเจ้าของเรื่อง

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ลองดี..ไล่ตาม ‘ผีกระสือ’ เฮี้ยนจัดมาเข้าฝันให้เห็นหน้า #SootinClaimon.Com

Posted on May 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/570203

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ลองดี..ไล่ตาม'ผีกระสือ'เฮี้ยนจัดมาเข้าฝันให้เห็นหน้า

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ลองดี..ไล่ตาม’ผีกระสือ’เฮี้ยนจัดมาเข้าฝันให้เห็นหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 22.09 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของคุณยะห์ จากจังหวัดนนทบุรี

โดยประสบการณ์หลอนที่คุณยะห์ นำมาเล่าสู่กันฟังนั้น เกิดขึ้นเมื่อ1ปีกว่าๆที่ผ่านมา เป็นเรื่องของน้องชายของตนเอง ที่ได้ไปเจอดวงไฟประหลาด หลอนจัดถึงขนาดตามมาเข้าฝัน

คุณยะห์ เล่าว่า บ้านของตนอยู่ตรงข้ามมัสยิดและไม่ไกลจากคลองประปา ซึ่งคลองประปาแถวนั้น ก็มักจะมีคนแอบมาตกปลาอยู่บ่อยๆ และหนึ่งในนั้นก็คือคุณใหม่ น้องชายของคุณยะห์ด้วย

เรื่องราวเริ่มต้นในช่วงหัวค่ำ วันนั้นน้องชายคุณยะห์ ชวนๆเพื่อนๆแถวบ้านออกไปนั่งรับลมตกปลาริมคลองประปา จนเวลาล่วงเลยไปถึง4ทุ่ม ในระหว่างที่คุณใหม่นั่งตกปลาและคุยกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน สายตาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟลูกใหญ่ มีลักษณะวูบวาบ กลมโต ลอยเกาะอยู่บนยอดต้นมะพร้าว ด้วยความสงสัยจึงชวนเพื่อนๆเดินตามไปดู พร้อมกับส่องไฟฉายไปที่ดวงไฟประหลาดนั้น 

ด้วยความอยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ คุณใหม่ก็ส่องไฟฉายตามดวงไฟปริศนานั้นไปเรื่อยๆ แต่ที่น่าแปลกใจคือดวงไฟดวงนั้น เหมือนกับรู้ว่ามีคนไล่ตาม ก็เคลื่อนไหวลอยออกห่างในทุกๆครั้งที่คุณใหม่ส่องไฟตาม

ระหว่างนั้นด้วยความคึกคะนอง คุณใหม่ก็เอ่ยปากท้าทาย บอกว่า ‘ดวงไฟอะไร ไม่กลัวหรอก ก็มาสิ’ คุณใหม่สาดไฟฉายตามดวงไฟนั้นไปเรื่อยๆจนลอยหายไป เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว ก็เลยชวนเพื่อนๆกลับบ้าน

เมื่อมาถึงบ้านคุณใหม่ก็อาบน้ำเข้านอนตามปกติ และในคืนนั้นเอง คุณใหม่ก็ฝันว่ามีดวงไฟประหลาดลอยมาที่บ้าน พร้อมปรากฎเป็นร่างเป็นหญิงแก่ชรา ยืนอยู่หน้าบ้าน พอตื่นเช้าขึ้นมาก็เล่าให้คนในบ้านฟังถึงความฝันนี้ และมีเรื่องที่น่าแปลกใจด้วยก็คือใบมีดตัดหญ้า ที่คุณพ่อแขวนไว้หน้าบ้านก่อนเข้านอน พอเช้ามาก็หล่นลงมาปักทิ่มดิน เหมือนกับมีใครมาปักไว้ แต่ก็ไม่มีใครคิดอะไรมาก นึกว่าของหล่นธรรมดา

ครอบครัวคุณยะห์ ก็เลยไปเล่าให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งฟัง ซึ่งผู้ใหญ่คนนี้เป็นคนอีสาน แต่มาเข้านับถือศาสนาอิสลามได้ไม่นาน แนะนำว่า ควรให้คุณใหม่ไปพูดขอขมาเขาเสีย เพราะไปลบหลู่ ไล่ตามท้าทายเขา จนเขาตามมาเข้าฝัน

และบอกอีกว่า ดวงไฟปริศนาหรือจะเรียกว่ากระสือนั้น เป็นคนมีวิชา เล่นของเก่งกล้าพอสมควร ถึงขนาดตามมาที่บ้านถูกและยังเข้าฝันได้อีก สำหรับเรื่องคืนนั้นคงเป็นจังหวะที่เขาออกมาหาจับเขียดจับกบกิน และคุณใหม่ไปเจอโดยบังเอิญ มิหนำซ้ำยังไปท้าทายเขาอีก

คุณยะห์ เล่าอีกว่า สำหรับเรื่องผีกระสือนี้ ตนก็เคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่แถวบ้าน เล่าให้ฟังว่า มันมีมานานแล้ว เป็นดวงไฟใหญ่ 2 ดวง ชอบลอยอยู่ตามทุ่งนายามค่ำคืน เหมือนแบ่งแยกอาณาเขตกัน และโดยส่วนตัวคุณยะห์ ก็เคยเห็นดวงไฟประหลาดนี้เหมือนกัน แต่ตอนนั้นนึกว่าเป็นแค่แสงหิ่งห้อยทั่วไป เพราะคิดว่าในยุคสมัยนี้เปลี่ยนไปแล้ว เรื่องผีกระสืออาจเป็นแค่ตำนานไม่มีจริง แต่พอมาฟังเรื่องที่น้องชายเห็นกับตาเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็แอบขนลุกอยู่เหมือนกัน

‘ผีกระสือพวกเขาคงต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้อยากมาทำร้ายเราหรอก คงไม่ได้ไล่กินไส้เหมือนในละคร ที่บ้านของยะห์นั้นก็เลี้ยงเป็ดไว้เยอะ ก็ไม่เคยเห็นผีกระสือมากินเป็ดสักที เห็นก็แต่ตัวเงินตัวทองนี่แหละ ที่ย่องมาคาบเป็ดไปกินทั้งนั้น’  คุณยะห์ กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : หนุ่มรับเหมาตายโหง สิงร่างเพื่อนที่โรงเรียนขอส่วนบุญ #SootinClaimon.Com

Posted on April 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/568537

เรื่องเล่าขนหัวลุก : หนุ่มรับเหมาตายโหง สิงร่างเพื่อนที่โรงเรียนขอส่วนบุญ

เรื่องเล่าขนหัวลุก : หนุ่มรับเหมาตายโหง สิงร่างเพื่อนที่โรงเรียนขอส่วนบุญ

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564, 22.26 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกตอนนี้ เป็นเรื่องราวของคุณน้ำอ้อย จากจังหวัดเชียงใหม่ 

ย้อนกลับไปสมัยตอนเรียนชั้นประถมศึกษาที่ปี 6 คุณน้ำอ้อย เรียนอยู่โรงเรียนเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบ้านของคุณน้ำอ้อย ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก ซึ่งเหตุการณ์หลอนที่คุณน้ำอ้อยประสบพบเจอ ก็เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งนี้ 

เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากมีการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันหนึ่งในช่วงพักกลางวัน คุณน้ำอ้อยและเพื่อนๆก็วิ่งเล่นกันกลางสนามตามปกติ หลังหมดเวลาพักก็ใกล้เวลาเข้าเรียนคาบบ่าย คุณน้ำอ้อยกับเพื่อนๆ ก็พากันกลับเข้าห้องไปนั่งรอคุณครูมาสอน

แต่ในระหว่างนั้น เพื่อนผู้ชายชื่อว่า ‘ประภาส’ อยู่ๆก็มีอาการแปลกๆ เป็นลมล้มฟุบไปบนโต๊ะเรียน เพื่อนๆก็ตกใจรีบเข้ามารุมล้อมช่วยกันเขย่าตัวเรียกประภาส เพราะสงสัยว่าอยู่ๆเป็นอะไร จะแกล้งอำกันหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็วิ่งเล่นกันปกติ จนคุณครูเข้ามาเห็นพอดี เพื่อนๆก็เลยบอกคุณครูว่า อยู่ๆประภาสเป็นอะไรไม่รู้ 

จังหวะนั้นเด็กชายประภาส ก็ลุกขึ้นมา มองทุกคนตาขวาง ลักษณะผิดแปลกไปจากเดิม พอเห็นท่าอาการไม่ค่อยจะดี คุณครูจึงไปตามคุณครูท่านอื่นให้มาช่วยกันดูเด็กนักเรียน จนรู้ว่าเด็กนักเรียนน่าจะโดนผีเข้า ทางผอ.โรงเรียนจึงให้ไปตามคุณแม่ของเด็กชายประภาสและหมอประจำหมู่บ้านมาด้วย คุณน้ำอ้อยบอกว่า หมอประจำหมู่บ้านที่รักษาคนนั้น ก็รั้งตำแหน่งเป็นหมอผีอีกด้วย 

เมื่อคุณแม่ของเด็กชายประภาสมาถึงที่โรงเรียน ก็ร้อนรนรีบเดินไปหาลูก แม่ก็ถามว่า ประภาสลูกเป็นอะไร จำแม่ได้มั้ยลูก ซึ่งประภาสก็ตอบว่ารู้จัก และเรียกแม่ตัวเองตัวว่า ‘เขียว’ เฉยๆ 

หมอประจำหมู่บ้านจึงได้สอบถามว่าเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาแฝงร่างเด็กชายคนนี้ จนได้ความว่า เป็นวิญญาณตายโหงของผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่เคยมาสร้างอาคารเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ แล้วประสบอุบัติเหตุขี่มอเตอร์ไซค์พลิกคว่ำจนเสียชีวิต และที่เข้ามาสิงร่างเด็กน้อยคนนี้ เพราะอยากได้บุญ ตั้งแต่ตายไป ไม่มีใครทำบุญให้เลย อยากได้บุญมากๆ 

จากนั้นหมอประจำหมู่บ้านก็พูดคุยกับวิญญาณตนนั้นสักพัก ก็รับปากบอกว่าจะทำบุญไปให้ ขอให้รีบออกจากร่างของเด็กชายคนนี้ หลังจากหมอทำพิธีพูดคุยสักพัก เพื่อนคุณน้ำอ้อยก็กลับมาเป็นปกติ

ทั้งนี้คุณน้ำอ้อย เล่าว่า รายละเอียดที่หมอผีและคุณแม่ของเพื่อนตน พูดคุยกับดวงวิญญาณนั้น ก็จำได้คร่าวๆเพียงเท่านี้ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดมานานกว่า30ปีแล้ว แต่หลังจากเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนถูกผีเข้าผ่านไป ทางผอ.โรงเรียนก็มีการทำบุญใหญ่ที่โรงเรียน และก็อุทิศบุญกุศลให้กับวิญญาณผู้รับเหมารายนั้นไปด้วย

คุณน้ำอ้อย เล่าทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ก็ยังอยู่ ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนเล็กๆของหมู่บ้านในตำบลแม่นะ ตอนนี้ก็ยังไม่ถูกยุบ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีเด็กๆในหมู่บ้านไปเรียนแล้วก็ตาม เพราะส่วนใหญ่ผู้ปกครองมักจะส่งลูกหลานเข้าไปเรียนที่โรงเรียนในตัวอำเภอ แต่ก็ยังมีเด็กนักเรียนชาวเขาชาวกะเหรี่ยงมาเรียนที่นี่อยู่ด้วย และตอนนี้คุณน้ำอ้อยก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว เพราะแต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามี ลงหลักปักฐานที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ นานๆทีถึงจะกลับมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่หมู่บ้านแห่งนี้

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ออกหาปลาคืนเดือนมืด ผวาผีหลอก..เดินลุยน้ำตาม #SootinClaimon.Com

Posted on April 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/566815

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ออกหาปลาคืนเดือนมืด ผวาผีหลอก..เดินลุยน้ำตาม

เรื่องเล่าขนหัวลุก : ออกหาปลาคืนเดือนมืด ผวาผีหลอก..เดินลุยน้ำตาม

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564, 20.35 น.

เรื่องเล่าขนหัวลุกเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ ลุงเดช วัย 63 ปี จากจังหวัดนนทบุรี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา

ลุงเดช เล่าว่า ตอนหนุ่มๆตนมีอาชีพเสริมหาปลาขาย ส่วนอาชีพหลักก็เป็นชาวนาชาวไร่ ทุกครั้งที่ออกหาปลายามค่ำคืน ก็จะมีคู่หูเพื่อนรุ่นน้อง ชื่อน้าชาย ออกไปหาปลาด้วยเสมอ ในสมัยนั้นแหล่งน้ำตามธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีปลาชุกชุมมากมาย โดยเฉพาะปลาช่อนนา มักจะติดเบ็ดที่ลุงเดชปักไว้ได้ตัวใหญ่ๆเสมอ ซึ่งตอนนั้นขายได้กิโลกรัมละ 20 บาท ลุงเดช บอกว่า ถ้าเทียบราคาปลาช่อนนาในสมัยนี้ กิโลกรัมละเป็นร้อย ราคาช่างต่างกันลิบลับ 

โดยเรื่องหลอนนี้ เกิดขึ้นในค่ำคืนเดือนมืดช่วงฤดูฝน ซึ่งคืนนั้นลุงเดชต้องออกไปหาปลาคนเดียว พอตกค่ำแกก็จะนั่งขัดตะเกียงแก๊สทองเหลือง พร้อมเตรียมอุปกรณ์ คันเบ็ดและสุ่มจับปลา เดินตะเวนไปตามนาของชาวบ้าน ซึ่งทุกครั้งที่ออกไปหาปลา ลุงเดชจะได้ปลากลับบ้านเต็มตะข้องทุกครั้งไป 

คืนนั้นลุงเดช เดินไปตามถนนหลัก สองข้างทางจะเป็นทุ่งนา ในสมัยนั้นยังไม่มีไฟส่องสว่างตามถนน ตลอดเส้นทางก็จะมีเพียงแสงสว่าง จากตะเกียงแก๊สของแกเท่านั้น ลุงเดชเดินไปไกลมาก จนไปถึงอีกหมู่บ้านหนึ่ง จำได้ว่าเดินผ่านศาลใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็เจอท้องนาเพิ่งเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้วมีน้ำขังอยู่ จึงลงลุยน้ำในนานั้นไปเรื่อยๆ

ลุงเดชเดินฉายตะเกียงแก๊ส พลางนึกในใจว่าคืนนี้ช่างเงียบเหงาเหลือเกิน ก็เพราะไอ้ชายไม่ได้มาด้วย ในระหว่างที่ลุงเดชฉายไฟเดินลุยน้ำในนานั้น แสงไฟก็สาดส่องเห็นหมาดำตัวใหญ่ ตาแดง วิ่งเล่นอยู่กลางนาจนหายไปท่ามกลางความมืด

ลุงเดชเดินไปเรื่อยๆและคิดว่า ทำไมหมาดำตัวที่วิ่งลุยน้ำนำหน้าไป น้ำในนาทำไมไม่ขุ่น เพราะปกติเวลาเดินลุยน้ำในนาข้าว เหยียบย่ำโคลนในน้ำ น้ำจะต้องขุ่น 

ตอนนั้นลุงเดชไม่ได้สนใจอะไร แกยังเดินต่อไปเรื่อยๆ ความเงียบทำให้ได้ยินเสียงฝีเท้า เดินย่ำน้ำเบาๆตามหลัง ลุงเดชมองกลับไปนึกว่าหมาดำตัวนั้นจะเดินตามมา แต่ปรากฎว่าว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย ด้วยความสงสัยจึงฉายไฟส่องดูทั่วรอบท้องนา แกก็ไม่เห็นอะไรเลย 

ลุงเดช ทำใจดีสู้เสือเดินต่อไป ก็ยังได้ยินเสียงลุยน้ำเดินตามอยู่เป็นระยะๆ ลุงเดชรู้เลยว่าผิดปกติอย่างแน่นอน จึงตัดสินใจกลับบ้านทันที เพราะรู้แก่ใจว่าโดนผีหลอก ยังไงก็คงไม่ได้ปลาแล้ว 

หลังจากคืนนั้น ลุงเดชแกก็ยังไม่เข็ด บอกว่าก็ยังไปหาปลาที่เดิมนั่นอีก แต่ครั้งนี้ก็ไม่เจออะไรได้ปลาเยอะแยะ หรืออาจเป็นเพราะครั้งนั้น เจ้าที่เจ้าทางศาลตายาย อาจมาทักทายก็เป็นได้ เพราะคืนนั้น ลุงบอกว่าไม่ได้ไหว้กล่าวขอก่อนลงไปหาปลา

ลุงเดช เล่าทิ้งท้ายอีกว่า ทุกครั้งเวลาออกหาปลา แกจะพกขอขลัง เช่น ตะกรุดห้อยเอวเอาไว้ สวมสร้อยพระ และนำมะนาวใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วยเสมอ เมื่อถามว่า ทำไมลุงต้องพกลูกมะนาวไปด้วย ลุงบอกว่า พกไว้แก้เคล็ดป้องกันสัตว์มีพิษหรืองูเงี้ยวเขี้ยวขอกัด ตามความเชื่อนั่นเอง

ส่วนที่นาตรงนั้น ปัจจุบันผ่านมา30กว่าปีแล้ว ลุงเดช บอกว่า ก็ยังอยู่เหมือนเดิม เพิ่มเติมก็คือความเจริญ มีการขยายถนนให้กว้างขึ้น ติดไฟส่องสว่างตลอดเส้นทาง ส่วนศาลตายายนั้น ก็มีชาวบ้านมากราบไหว้บูชา นำตุ๊กตาม้าลายมาถวาย วางเรียงรายอยู่ข้างศาลเยอะแยะ พร้อมกับเสียงร่ำลือว่า มีหลายคนเคยเจอคนแก่ผมขาว เดินหายเข้าไปในศาลแห่งนั้นต่อหน้าต่อตา

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, เรื่องเล่าขนหัวลุก, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,840,048 hits

Join 3,806 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นายกฯลงพื้นที่พระราม 2 บ่ายนี้ ซัดคนดิสเครดิตการเมือง'รำคาญ' แต่แผ่เมตตา ไม่อยากโต้เถียง
เสียงปรบมือสนั่นเวที 'สีหศักดิ์'ตอก 'โรม' หน้าหงาย ลั่นไทยมีศักดิ์ศรี ปมด่า 'อนุทิน' แกว่งปากหาเสี้ยน
พท.โวซิว200สส. ยอมถอยแล้วดัน‘กาสิโน’ ‘มาร์ค’ขายการเมืองสุจริต
สฤณี จี้เลขาฯ ปชน. ต้องรับผิดชอบ ปมผู้สมัคร สส.ตาก โดนจับ ทั้งที่มีหลักฐานตั้งแต่ปี 65
ชีวิตมนุษย์แม่! ปาย สิตางศุ์ เล่าประสบการณ์หลังคลอดลูก 7 วัน
อพท. ร่วมกับ กรมอุทยานฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง! พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนสู่ระดับสากล
ในหลวง พระราชินี ทรงรับผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต เหตุเครนรถไฟถล่ม ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
โดนแล้ว!! 'นายกฯ'สั่ง'คมนาคม'ยกเลิก 2 สัญญา'อิตาเลียนไทย' พร้อมขึ้นบัญชีดำ
ถูกใจชาวเน็ต! ดีเจมะตูม โพสต์เดือดปมเครนถล่มพระราม 2
'รัชต์พงศ์'นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกันตัว เหตุเป็นกลุ่มสั่งการ เกรงหลบหนี

Recent Posts

  • แคนาดา-จีน เปิดศักราชความสัมพันธ์ บรรลุยุทธศาสตร์ใหม่ ดันพลังงาน เกษตร การค้า
  • ศาลเกาหลีใต้ตัดสินอดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” จำคุก 5 ปี ฐานใช้อำนาจมิชอบ ปมประกาศกฎอัยการศึก
  • ไฟฟ้าขัดข้องทำรถไฟสายหลักโตเกียวเป็นอัมพาต ผู้โดยสารนับหมื่นเดือดร้อนช่วงเช้า
  • สาวจีนโพสต์ขอแรงคนช่วยพ่อ “ล้มหมู” แต่ชาวเน็ตแห่มานับพัน ทำรถติดยาว 10 กม.
  • เลือกตั้ง 2569 สรุปขั้นตอนใช้สิทธิลงคะแนน-ประชามติ วันที่ 8 ก.พ. 69

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d