Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สถานทูตสหรัฐเผยคลิปอวยพรปีใหม่ แย้มมีเซอร์ไพรส์สัมพันธ์ไทย200ปี (ชมคลิป)

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311347

สถานทูตสหรัฐเผยคลิปอวยพรปีใหม่ แย้มมีเซอร์ไพรส์สัมพันธ์ไทย200ปี (ชมคลิป)

สถานทูตสหรัฐเผยคลิปอวยพรปีใหม่ แย้มมีเซอร์ไพรส์สัมพันธ์ไทย200ปี (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.13 น.

27 ธ.ค.60 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เปิดตัววิดีโอ เพื่อส่งคำอวยพรขอให้คนไทยมีความสุขสวัสดีในศักราชใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้

โดยในวิดีโอ “แลกเปลี่ยนของขวัญ” ซึ่งมีความยาว 3.58 นาที เอกอัครราชทูตกลิน เดวีส์ อัครราชทูต ที่ปรึกษาปีเตอร์ เฮย์มอนด์ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ชาวไทยและอเมริกันต่างร่วมกันแลกเปลี่ยนของขวัญ และตอบคำถามว่า “คุณอยากจะให้ของขวัญอะไรแก่เพื่อนชาวไทยหรืออเมริกัน เพื่ออธิบายวัฒนธรรมของคุณ”

ซึ่งในตอนท้าย เอกอัครราชทูตกลิน เดวีส์ ได้มอบของขวัญ เป็นลูกแก้วหิมะ รูปจำลอง กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย พร้อมกล่าวว่า ใน ปี 2561 จะมีการเฉลิมฉลอง 200 ปี ความสัมพันธ์ไทย สหรัฐ โดยระบุว่า ในเร็วๆ นี้ ทางสถานทูตสหรัฐฯจะเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษนี้อย่างไร พร้อมยังอวยพรให้ประชาชนคนไทยมีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาคนขยันเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงจิ้งหรีดปลูกผักขายสร้างรายได้

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311314

ชาวนาคนขยันเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงจิ้งหรีดปลูกผักขายสร้างรายได้

ชาวนาคนขยันเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงจิ้งหรีดปลูกผักขายสร้างรายได้

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.05 น.

27 ธ.ค.60 นายสะอาด วันโท อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 14 บ้านโคกสำราญ ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ชาวนาผู้สู้ชีวิต ได้เปิดเผยเรื่องราวว่า ตนมีอาชีพทำนาปลูกข้าว โดยแบ่งเป็นปลูกข้าวเหนียว 3 ไร่ ข้าวจ้าว 5 ไร่ ปีนี้ฝนตกดีมากผลผลิตข้าวได้มาก ส่วนหนึ่งนำไปขายและเก็บไว้กินจำนวนหนึ่ง ซึ่งโรงสีข้าวในตัวเมืองอำนาจเจริญ ให้ราคาสูง เหลือจากหักข้าปุ๋ย ค่าแรงงาน ค่าใช้จ่ายต่างๆ จึงมีกำไรหลายหมื่นบาท ซึ่งเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ จึงทำการปรับพื้นดินทำการปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ผักชี ต้นหอม คะน้า สะระแหน่ ผักกาด ฯลฯ ขายส่งตลาดในตัวอำเภอชานุมานทุกวัน ในแต่ละวันจะมีกำไร 1,000 บาท พร้อมกับทำแปลงนาปรับเป็นแปลงปลูกข้าวโพดส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ไม่ว่าจะใส่นาข้าว หรือ แปลงผักต่างๆ จึงการันตีได้เลยว่า เมื่อผลผลิตทั้งข้าวและพืชผักออกจากที่นี่ ไร้สารเคมี 100% ทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจ และนิยมบริโภคพืชผักปลดสารพิษ เพื่อสุขภาพกันมากขึ้น

โดยเฉพาะการน้อมนำพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำโครงการและชีวิตประจำวัน ส่งผลให้การทำโครงการและชีวิตประจำวัน ราบรื่นและมีความสุขมาก ส่วนแหล่งน้ำไม่มีปัญหา ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่แม่น้ำโขง สูบขึ้นไหลมาตามท่อลงมากักเก็บที่บ่อน้ำในโครงการฯ ซึ่งบ่อน้ำมีปลาเลี้ยงทุกชนิด ยกเว้น ปลาดุก จากนั้น ปล่อยน้ำไปตามท่อพีวีซีให้ทั่วถึงทุกแปลง จึงมีน้ำใช้ตลอดโดยไม่ขาดแคลน

นอกจากนี้ ยังได้กันพื้นที่จำนวนหนึ่ง บริเวณหน้าบ้าน เพื่อเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มาแรง ตลาดรองรับไม่อั้นเพราะมีผู้บริโภคตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำเป็นเมนูจานเด็ดในร้ายอาหาร เช่น คั่วจิ้งหรีด หรือ ป่นจิ้งหรีด ซึ่งบรรดาคอสุรา นิยมบริโภคเป็นกับแกล้มกันมาก

สำหรับ วิธีเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด ไม่ได้ยุ่งยากอะไร โดยเริ่มต้นให้สร้างกรงก่อน ขนาดกว้าง 1.8 เมตร  ยาว 2.4 เมตร เสร็จแล้วปิดด้วยแผ่นยิปชั่มให้รอบและปิดตาข่ายด้านบน รัดหนังยางรถยนต์ให้แน่น ป้องกัน จิ้งจก ตุ๊กแก งู เข้าไปกิน ส่วนปากกล่องด้านในให้ใช้กระดาษกาวสีน้ำตาลติดให้รอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวจิ้งหรีดไต่ออกจากกล่อง เพราะกระดาษกาวลื่น จากนั้นทำเป็นรังให้อยู่อาศัย ด้วยการใช้กราบมะพร้าวและใบมันสำปะหลัง ต่อมานำตัวแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ปล่อยลงกล่อง ทุกเช้าจะต้องใช้เสปร์ฉีดน้ำพรมน้ำให้เม็ดน้ำเกาะที่ใบมันสำปะหลัง เป็นน้ำค้าง เพื่อให้จิ้งหรีดดูดกิน ซึ่งจะต้องหมั่นดูแลตลอดเวลา จนครบ 45 วัน ก็สามารถจับจำหน่ายได้ ซึ่งจะส่งขายตามร้านอาหารและตลาดในตัวอำเภอชานุมานทุกวัน

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอเดียสุดเก๋!กระเช้าของขวัญปีใหม่ ถูกใจใช่เลยพืชผักผลไม้เพื่อสุขภาพ

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311310

ไอเดียสุดเก๋!กระเช้าของขวัญปีใหม่ ถูกใจใช่เลยพืชผักผลไม้เพื่อสุขภาพ

ไอเดียสุดเก๋!กระเช้าของขวัญปีใหม่ ถูกใจใช่เลยพืชผักผลไม้เพื่อสุขภาพ

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.40 น.

27 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านอาทึก หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านผือ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ คุณลุงสงค์ ทองแม้น อายุ 80 ปี และคุณลุงสมจิตร สาแก้ว อายุ 73 ปี ผู้จักสานไม้ไผ่ มานานกว่า 20 ปี  หลังจากที่ว่างจากฤดูทำนาเก็บเกี่ยวเสร็จ ก็จะใช้เวลาว่างจักสานไม้ไผ่ตามที่ลูกค้าต้องการ บางรายก็สั่งเป็นแปลไม้ไผ่ ตะกร้า แต่ในปีนี้กระเช้า ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนราชการ  ธนาคาร ร้านค้า ประชาชน มีมาสั่งเรื่อยๆ จนทำไม่ทัน ล่าสุดสั่งไปจำนวน 200 กว่าชิ้น เพื่อทำกระเช้าของขวัญปีใหม่ เพราะขายในราคาไม่แพง เพียงอันละ 35 – 50 บาทเท่านั้น

ส่วนผักที่ใส่กระเช้าปีใหม่ มาจากกลุ่มปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษบ้านอาทึก ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส่วนราชการได้ส่งเสริมเสริมให้ปลูกผักต่างๆ อาทิเช่น สลัด คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดเขียว พริก กวางตุ้ง มะเขือ หอม กระเทียม ข้าวโพด มะเขือเทศ และกล้วย โดยจะมีการแบ่งแปลงผักเป็นสัดส่วนคนละเท่าๆกัน ตามบ้านเลขที่ ซึ่งจะมีป้ายชื่อเจ้าของแปลงผักติดอยู่  แต่ละแปลงจะมีบ่อซีเมนต์ไว้ให้ตักน้ำรดผักเอง เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายอีกทาง ตอนเย็นหลังจากรดน้ำต้นไม้เสร็จแล้ว ก็จะมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชน มีส่วนร่วมและกินผักที่ดีมีประโยชน์และปลอดสารพิษ

สำหรับตลาด ที่ชาวบ้านจะนำไปจำหน่ายคือตลาดสดเทศบาลจอมพระ บางทีก็มีพ่อค้าแม่ค้าขับรถมารับซื้อผักถึงแปลงผัก และมีชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆมารับซื้อไปขาย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จะขายดีเป็นพิเศษ เพราะลูกหลานเดินทางมาจากกรุงเทพและต่างจังหวัดเยอะ และจะซื้อผักไปประกอบอาหารการกิน บางรายก็ซื้อใส่กระเช้าเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่กัน

ด้าน นายสวาท เจริญยิ่ง ผู้เคยส่งเสริมโครงการนี้ กล่าวว่า เดิมที่กลุ่มจักสานได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี  พ.ศ.2545  เดิมทีนั้นจักสานสุ่มไก่ ต่อมาได้จัดตั้งกลุ่มปลูกผัก พอผักเริ่มเยอะเลยเปลี่ยนมาจักสานกระเช้าผักผลไม้แทน ถ้าหากท่านใดสนใจสั่งจองตะกร้ากระเช้าของขวัญและอยากจะมาเที่ยวชมสวนแปลงผักปลอดสารพิษ สามารถติดต่อได้ที่ 087-9574756 ทุกวันเวลา

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คก่อนสตาร์ท! ‘เส้นทางเลือก’สู่ภาคต่างๆช่วงปีใหม่

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311292

เช็คก่อนสตาร์ท! ‘เส้นทางเลือก’สู่ภาคต่างๆช่วงปีใหม่

เช็คก่อนสตาร์ท! ‘เส้นทางเลือก’สู่ภาคต่างๆช่วงปีใหม่

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.16 น.

กรมทางหลวงแนะนำ “เส้นทางเลือก” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 61 เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางสู่ภาคต่างๆ

27 ธ.ค.60 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่จะถึงนี้ ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.60-2 ม.ค.61 คาดว่าจะมีประชาชนใช้บริการทางหลวงสายหลักเป็นจำนวนมาก เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางเลือกในการเดินทางสู่จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยได้บูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เดินทางอุ่นใจ ปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง” เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้ง เป็นข้อมูลในการศึกษาเส้นทางซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดและลดระยะเวลาในการเดินทาง

สำหรับ “เส้นทางเลือก” เทศกาลปีใหม่ 2561 มีดังนี้

# กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ

+ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.อยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์

+ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณฯ) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณฯ – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์

+ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก

# กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

+ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 205) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148)– อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

+ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

+ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051, 33) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

+ เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

# กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก

+ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์)

+ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท

+ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304)

# กรุงเทพฯ – ภาคใต้

+ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

+ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

+ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด และปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน คำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่าง การเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) ศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมนูง่ายๆแต่อร่อย!ข้าวเหนียวอัญชันหน้าหมูห่อใบตองอิ่มท้องแค่20บาท

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311290

เมนูง่ายๆแต่อร่อย!ข้าวเหนียวอัญชันหน้าหมูห่อใบตองอิ่มท้องแค่20บาท

เมนูง่ายๆแต่อร่อย!ข้าวเหนียวอัญชันหน้าหมูห่อใบตองอิ่มท้องแค่20บาท

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 12.01 น.

27 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า ที่ริมถนนถีนานนท์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของร้านข้าวห่อใบตอง ของนางสาวพิมพ์ทอง คลังบุญครอง อายุ 22 ปี บัณฑิตจบใหม่ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขาศิลปศาสตร์ ซึ่งได้ตัดสินใจนำเมนูอาหารที่ซื้อง่ายขายคล่องแถมอร่อย มาเปิดขายให้กับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบรรดาผู้ปกครอง ที่บอกว่าไม่ค่อยมีเวลาในการจัดเตรียมอาหารให้กับนักเรียน เมนูที่ว่านี้ก็คือข้าวห่อใบตองห่อละ 20 บาท ที่ดูเหมือนจะสุดแสนบรรดา แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ด้วยวิธีการปรุงรสชาติข้าวและด้วยการโรยหน้าในเมนูต่างๆบนข้าวเหนียวสีม่วงร้อนๆ ที่ผสมกลิ่นและสีของดอกอัญชัน ก็ทำให้ข้าวห่อใบตองมีความหอมอร่อยยิ่งขึ้น

นางสาวพิมพ์ทอง คลังบุญครอง แม่ค้าข้าวห่อใบตอง กล่าวว่า สิ่งที่ตัดสินใจให้มาขายข้าวห่อใบตอง ก็เพื่อที่จะหาเงินเรียนต่อปริญญาโท อีกทั้งหลังเรียนจบก็ยังคงหางาน จึงคิดว่าต้องหารายได้ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ประกอบกับตนเป็นคนกาฬสินธุ์ โดยกำเนิดเป็นลูกข้าวเหนียว ทุกวันจะช่วยพ่อแม่แช่ข้าวเหนียวแล้วนำมานึ่งไว้รับประทานอยู่แล้ว ซึ่งสมัยก่อนพ่อแม่ก็จะนำข้าวเหนียวมาห่อใบตองไปโรงเรียนทุกวัน ก็จะเห็นว่าข้าวเหนียวที่ห่อใบตองจะยังคงความนิ่มหอมและเหนียวอยู่ตลอด จึงได้ตัดสินใจนำมาเป็นเมนูเด็ด

“แต่สิ่งที่ต่างๆนั้นเพื่อเรียกลูกค้า ข้าวเหนียวของที่นี่จะเลือกเอาข้าวพื้นถิ่นกาฬสินธุ์ปลอดสารพิษ มาผสมกับข้าวเหนียวเขาวงบางส่วน แล้วนำไปแช่กับน้ำดอกอัญชันที่จะให้สีม่วง จากนั้นก็จะนำมานึ่งเพื่อไว้ขาย โดยจัดจำหน่าย 9 หน้า ประกอบด้วย หน้าหมูหวานงา หน้าหมูเค็ม หน้าหมูแดดเดียว หน้าหมูทอดกระเทียม หน้าหมูยอ หน้ากุนเชียงทอด หน้าหมูทอดน้ำปลา หน้าหมูเส้น และหน้าหมูทอดธรรมดา ในราคาห่อละ 20 บาท”

แม่ค้าข้าวเหนียวห่อใบตอง กล่าวต่อว่า ได้เปิดร้านริมถนนถีนานนท์ มาเกือบ 5 เดือนแล้ว ที่แรกลูกค้าก็ไม่มาก แต่หลังจากที่มีลูกค้าประจำ คือกลุ่มผู้ปกครองมาแวะซื้อก็ทำให้ขายดีมากขึ้น เพราะจะเน้นในเรื่องความสะอาด เปิดขายและตักโรยหน้ากันเห็นๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้อากาศหนาวเย็น ยิ่งทำให้ข้าวเหนียวห่อใบตองขายดีมากขึ้น โดยในแต่ละวันจะขายเฉพาะข้าวก็ประมาณ 40 กิโลกรัม ก็ทำให้มีรายได้พอยังชีพได้ในขณะนี้

ด้าน พ.ต.ท.สรวิชญ์ ภูวเศรษฐนนท์ กล่าวเป็น ตนเป็นลูกค้าประจำและจะแวะซื้อประจำ โดยจะซื้อให้ลูกไปโรงเรียน เพราะข้าวห่อใบตองจะเก็บรักษาไว้ได้ตลอดทั้งวัน และเมื่อนำมารับประทานก็ยังคงเหนียวและนุ่มเหมือนเดิม กับราคาห่อละ 20 บาทถือว่าคุ้มค่า หากเทียบกับอาหารจานด่วนในราคา 30-40 บาท ก็ถือว่าอิ่มเหมือนกัน

สำหรับร้านข้าวเหนียวห่อใบตอง จะจำหน่ายทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.ถึง 09.30 น. หยุดวันเสาร์และอาทิตย์ ถือเป็นเมนูดีๆแบบนี้ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับผู้ขับรถผ่านไปมาในช่วงเช้าๆ ก็สามารถแวะซื้อเพื่อเป็นห่อข้าวติดรถไว้รับประทานในเวลาหิวก็ได้

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กางลิสต์10ประเด็นคอร์รัปชันปี60 ที่คนไทยยังต้องเฝ้าจับตา

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311283

กางลิสต์10ประเด็นคอร์รัปชันปี60 ที่คนไทยยังต้องเฝ้าจับตา

กางลิสต์10ประเด็นคอร์รัปชันปี60 ที่คนไทยยังต้องเฝ้าจับตา

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.23 น.

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) เผย 10 ประเด็นคอร์รัปชัน  ที่คนไทยยังต้องเฝ้าจับตามอง ประจำปี 2560

27 ธ.ค.60 เฟซบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) รายงาน 10 ประเด็นคอร์รัปชันที่คนไทยยังต้องเฝ้าจับตามอง ประจำปี 2560 โดยทั้ง 10 ประเด็นคอร์รัปชันดังกล่าว สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ประเด็นร้อนในสังคม ประเด็นที่เกี่ยวกับความล่าช้า ประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และประเด็นที่รอการแก้ไขระยะยาว

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) ได้จัดอันดับ 10 ประเด็นคอร์รัปชันในสังคมไทย และเปิดพื้นที่ให้พลังสังคมได้ร่วมแชร์ ความคิดเห็นและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในประเด็นต่าง ๆ จากแฟนเพจและผู้สนใจเพื่อนำเสนอรัฐบาล ในการร่วมแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งผู้สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ในช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก และไลน์แอด ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในช่วง 28 ธ.ค.60 -15 ม.ค.61

สำหรับ 10 ประเด็น จับตาคอร์รัปชัน ประกอบด้วย

1.การทุจริตที่เกี่ยวกับคนใกล้ชิดรัฐบาล

การแสดงบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรีตามกฎหมาย ป.ป.ช. (กรณีแหวนและนาฬิกาหรู) การซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วรถยนต์แบบมือถือ การเหมาเที่ยวบินไปประชุมที่ฮาวาย การอนุมัติให้เอกชนใช้ป่าชุมชนไปสร้างโรงงานและอีกหลายเหตุการณ์ที่ตกเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา แต่การชี้แจงจากผู้เกี่ยข้องหลายกรณียังขาดความชัดเจน ตรงไปตรงมาและไม่ทันท่วงที จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์หาความจริงต่อไป

2.ส่วยภูเก็ต

ส่วยและสินบนยังเป็นปัญหารุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ กล่าวกันว่าเราสามารถเจอคอร์รัปชันทุกรูปแบบที่มีในประเทศไทยได้ที่จังหวัดนี้ ดังนั้นหากรัฐบาลทุ่มเทขจัดปัญหาคอร์รัปชันที่ภูเก็ตให้สำเร็จได้ ก็สามารถนำไปมาตรการเหล่านั้นไปปราบคอร์รัปชันในทุกจังหวัดได้เช่นกัน

3.คดีเงินทอนวัด เงียบและไม่คืบหน้า

เป็นพฤติกรรมคอร์รัปชันที่สั่นคลอนความรู้สึกของคนไทย เพราะมีอัตราสินบนแต่ละครั้งมากถึงร้อยละ 85 อีกทั้งมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการสำนักพระพุทธศาสนาจำนวนมาก แต่ขณะนี้ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้าทางคดี ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลพฤติกรรมการทุจริตอย่างชัดเจน ทำให้สังคมเกรงว่าเรื่องจะเงียบหายไปในที่สุด

4.คดีสินบนโรลล์ รอยส์

การทุจริตข้ามชาติที่เกี่ยวโยงกับรัฐวิสาหกิจชั้นนำอย่าง การบินไทย ปตท. และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แน่นอนว่าคดีอย่างนี้ต้องมีนักการเมืองใหญ่ระดับชาติเป็นผู้บงการ แม้ว่าบริษัทโรลส์ รอยส์ผู้จ่ายสินบนจะถูกทางการอังกฤษสอบสวนดำเนินคดีมากว่าสี่ปี และเรื่องเพิ่งมาถูกเปิดเผยในประเทศไทยได้ประมาณปีเศษ ถึงวันนี้เรายังไม่เห็นความคืบหน้าจาก ป.ป.ช. อัยการ และ ป.ป.ง. ว่าคดีไปถึงไหน ทำไมจึงยังไม่ได้รับข้อมูลจากต่างประเทศ สรุปว่าจะเอาคนโกงมาลงโทษได้หรือไม่

5.คดีทุจริตสวนปาล์มน้ำมัน ของ ปตท. ที่ประเทศอินโดนีเซีย

การขาดทุนที่ประมาณว่ามากกว่าสองหมื่นล้านบาท จากการนำเงินไปลงทุนใน โครงการสวนปาล์มที่อินโดนีเซีย ของ ปตท. เชื่อว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นนักการเมืองระดับชาติผู้กุมอำนาจเบื้องหลังรัฐวิสาหกิจแห่งนี้อย่างยาวนานร่วมกับอดีตผู้บริหารระดับสูง ถึงวันนี้นอกจากจะยังไม่มีการระบุตัวคนโกงหรือคดีไปถึงไหน แต่สื่อมวลชนที่พยายามเกาะติดและเปิดโปงเบื้องหลังกำลังโดนคุกคามจากการสืบเสาะหาข้อมูลมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

6.การปฏิรูปตำรวจยังอึมครึม

ตำรวจเป็นหน่วยราชการอันดับต้นๆ ที่ถูกระบุว่ามีการคอร์รัปชันมาก ทำให้ความยุติธรรมในสังคมถูกบิดเบือน ดังนั้นประชาชนจึงคาดหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตำรวจ แต่นอกจากข่าวตามสื่อมวลชนแล้ว สังคมกลับไม่เคยได้รับรู้ “แนวทางการปฏิรูปตำรวจ” หรือความคืบหน้าใดๆอย่างเป็นทางการเลย

7.อภิสิทธิ์ชนกับการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม

ข่าวการหลบหนีหรือไม่ถูกนำตัวขึ้นศาลดำเนินคดีของนักการเมืองและคนโกงที่ร่ำรวยหรือมีอิทธิพล เพราะสามารถติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือบางรายถ้าต้องติดคุกก็สามารถซื้อหาอภิสิทธิ์ได้ เช่น การได้ไปอยู่ในสถานพยาบาล การได้เลื่อนชั้นนักโทษ ลดโทษ พักโทษและได้รับอภัยโทษเร็วขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องจับตาและหาทางแก้ไข เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า คนโกงต้องได้รับการลงโทษ

8.กฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับใหม่

ป.ป.ช. เป็นองค์กรหลักในการต่อต้านคอร์รัปชัน แต่ความมีประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการใช้อำนาจยังเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมตลอดมา โดยในการแก้ไขกฎหมายครั้งล่าสุดนี้ก็ยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับบทบาทอำนาจและวิธีปฏิบัติงานที่ลดความเข้มข้นลงหลายประเด็น รวมทั้งการแก้ไขบทเฉพาะกาลเพื่อต่ออายุการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

9.รัฐธรรมนูญ มาตรา 63

มาตรานี้เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ที่กำหนดให้รัฐต้องให้การสนับสนุนประชาชนในการรวมตัวกันต่อต้านคอร์รัปชันโดยได้รับการปกป้องจากรัฐ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลมอบหมายให้ ป.ป.ท. ไปดำเนินการร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง แต่เมื่อร่างเสร็จแล้วกลับไม่ใช้ หากแต่ให้นำหลักการทำนองเดียวกันไปเขียนเพิ่มเติมไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. จำนวน 4 มาตรา และเขียนเพิ่มเติมในกฎหมาย ป.ป.ท. อีก 8 มาตรา ซึ่งวิธีการนี้นอกจากจะไม่เข้มข้นครอบคลุมเมื่อเทียบกับการมีกฎหมายเฉพาะแล้ว ยังอาจเป็นวิธีการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 278 ได้

10.กฎหมายปราบโกงที่หายไป

อนาคตที่ไม่ชัดเจนของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ 2540 เดิม) และ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งๆ ที่กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาชนะคอร์รัปชันที่ได้รับการเห็นชอบจาก สปช. และ สปท. รวมทั้งอยู่ในแผนของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าเรื่องไปถึงไหน รัฐบาลจะสนับสนุนจริงจังหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมู่บ้านช้างอยุธยาแลเพนียดเฮลั่น พังใบเตยตกลูกเพศเมียส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311282

หมู่บ้านช้างอยุธยาแลเพนียดเฮลั่น พังใบเตยตกลูกเพศเมียส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

หมู่บ้านช้างอยุธยาแลเพนียดเฮลั่น พังใบเตยตกลูกเพศเมียส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.19 น.

27 ธ.ค.60 ที่หมู่บ้านช้างอยุธยาแลเพนียดคล้องช้าง นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางร่มทองทราย  มีพันธุ์ นายเรียงทองบาท มีพันธุ์ และนายนิค ควาญช้าง ช่วยดูแลพังใบเตย อายุ 29 ปี ที่ได้ตกลูกเป็นช้างเพศเมีย สุขภาพแข็งแรงน้ำหนักตัวประมาณ 50 กว่ากิโลกรัม เมื่อเวลา 04.30 น.

นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด เปิดเผยว่า พังใบเตยเป็นแม่พันธุ์ชั้นดีที่แข็งแรง ก่อนหน้านี้ตกลูกมาแล้วเป็นช้างเพศผู้  2 เชือก แล้วเช้านี้ได้ตกลูกออกมาอีก 1 เชือก  สำหรับเชือกนี้เป็นเชือกที่ 3 จากแม่พันธุ์ใบเตย ที่ตกลูกในช่วงส่งท้ายปี 2560 พอดีนับเป็นช้างเชือกที่ 70 ของหมู่บ้านช้างในรอบ 20 ปี ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อ จึงอยากให้ประชาชนผู้รักช้างได้ร่วมสนุกในการตั้งชื่อด้วย

สำหรับช้างจากหมู่บ้านช้างอยุธยาแลเพนียด เป็นช้างแสนรู้ที่มีการฝึกฝนในการแสดงในภารกิจสำคัญๆระดับประเทศมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และเป็นการอนุรักษ์ช้างพันธุ์ไทยสายพันธุ์นักรบแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่มีรูปลักษณ์สมบูรณ์ตามแบบคชลักษณ์ ที่เยาวชนรุ่นหลังน่าจะมีการศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตประวัติความเป็นมาของช้างแสนรู้ต่อไป และในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ หากเดินทางมาไหว้พระ  เที่ยวชมโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถมาชมการแสดงความสามารถของช้างแสนรู้ได้ที่วังช้างอยุธยาแลเพนียดได้ หรือใครที่อยากจะทำบุญใหญ่ด้วยการให้อาหารช้างที่หมู่บ้านช้างก็ได้

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

2พ่อลูกนั่งดูน้ำพุหน้าห้าง แต่ทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล (ชมคลิป)

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311255

2พ่อลูกนั่งดูน้ำพุหน้าห้าง แต่ทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล (ชมคลิป)

2พ่อลูกนั่งดูน้ำพุหน้าห้าง แต่ทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.42 น.

เรื่องราวอบอุ่นนี้ถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก ท๊อป’ ตี๋ ได้บันทึกภาพความน่ารักระหว่างที่ตัวเองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ลานน้ำพุหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองมหาสารคาม เป็นภาพพ่อ-ลูกคู่หนึ่ง นั่งดูน้ำพุ แลดูมีความสุขมาก ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้อดคิดไม่ได้ว่า “คนเราก็มีความสุขได้ ไม่จำเป็นต้องร่ำรวยมีเงินทองมากมาย เห็นสองพ่อลูกคู่นี้ก็อดคิดถึงคนทางบ้านไม่ได้ ได้แต่อวยพร ให้ท่านนั้นมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง อยู่เป็นร่มโพร่มไซกับลูกหลานนานๆ “

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิด41เส้นทางอันตราย! ทางหลวงเตือนปีใหม่ขับขี่ระวัง

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311173

เปิด41เส้นทางอันตราย! ทางหลวงเตือนปีใหม่ขับขี่ระวัง

เปิด41เส้นทางอันตราย! ทางหลวงเตือนปีใหม่ขับขี่ระวัง

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 09.02 น.

กรมทางหลวงเผย 41 สายทางต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ช่วงปีใหม่ 2561 หวังอุบัติเหตุเป็นศูนย์

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกรมทางหลวงในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ภายใต้นโยบาย ภายใต้นโยบาย One Transport ของกระทรวงคมนาคม ว่า ปีนี้จะเน้นการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวงชนบท และกรมการขนส่งทางบก โดยมีเป้าหมายเข้มข้นยกกำลังสอง เพื่อลดอุบัติเหตุแก่ผู้เดินทาง โดยในปีนี้ทางกระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายที่จะให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ใน61 สายทางที่กระทรวงคมนาคมคัดเลือกมา

ทั้งนี้ เป็นของกรมทางหลวง 41 สายทาง และกรมทางหลวงชนบท 20 สายทาง โดยคัดเลือกจาก พื้นที่นำร่องภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม กับ Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT) แห่งประเทศญี่ปุ่น 12 สายทาง , สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จำนวน 13 สายทาง , สายทางทีเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในรอบ 1-3 ปี 19 สายทาง และเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนนิยมท่องเที่ยวปีใหม่ 17 สายทาง

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวอีกว่า กรมทางหลวงได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในพื้นที่ ดำเนินการเป็นมาตรการที่เพิ่มขึ้นพิเศษจากมาตรการปกติ ดังนี้

1.ช่วงก่อน 777 ทำการตรวจสอบความปลอดภัยเชิงลึกและเร่งปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตรวจสอบความครบถ้วนของป้ายเตือน  และติดตั้งป้ายเตือน  ไฟกระพริบ และ/หรือ ไฟฟ้าชั่วคราว(ถ้าจำเป็น) เพิ่มเติมในบริเวณที่เกิดเหตุบ่อยครั้งตรวจสอบระยะมองเห็นบริเวณทางแยกทางเชื่อม และปรับปรุงให้มีระยะเพียงพอในการหยุดรถได้ทันตรวจสอบผิวจราจรและไหล่ทางให้อยู่ในสภาพดี  ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ตรวจสอบอุปกรณ์นำทางต่างๆให้เพียงพอในการขับขี่เวลากลางคืน

2.ช่วง 7 วันก่อนปีใหม่ตรวจสอบความพร้อมของเส้นทางในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยประชุมซักซ้อมการทำงานร่วมกันเป็นทีม One Transport ประกอบด้วย กรมทางหลวง  กรมทางหลวงชนบท  กรมการขนส่งทางบก และตำรวจทางหลวง ตั้งเต็นท์อำนวยการบริเวณพื้นที่ เสริมป้าย Vinyl เตือนและรณรงค์เป็นระยะๆตลอดเส้นทางที่ถนนลื่นเมื่อฝนตก  ให้ติดตั้งป้ายเตือนฝนตกถนนลื่นทุกระยะ 200 เมตร จนสิ้นสุดช่วงที่ถนนลื่น

3.ช่วง 7 วันระหว่างปีใหม่วิ่งตรวจเส้นทางและระยะๆ  และตั้งจุดเฝ้าระวังตลอดเส้นทางประสานตั้งจุดตรวจความเร็วและความเมา  พร้อมป้ายเตือน กรณีฝนตกตั้งป้ายเตือนพร้อมไฟกระพริบให้ลดความเร็ว เป็นระยะๆ เส้นทางที่มีความเสี่ยงหลับใน  ให้ติดตั้งไฟกระพริบเป็นระยะ  ประสานเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก หรือตำรวจในการตั้งจุดตรวจโดยเน้นหลังเที่ยงคืน กรณีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต้องถึงหน้างานโดยเร็ว  และรายงานรายละเอียด พร้อมสาเหตุเชิงลึก

4.ช่วง 7 วันหลังปีใหม่เริ่มลดระดับการเฝ้าระวังเพื่อเข้าสู่สภาวะปกติเก็บข้อมูล  และสรุปข้อมูลเพื่อประเมินผล

สำหรับเส้นทางดังกล่าว ประกอบด้วย เส้นทางหลวงนำร่องตามโครงการ One Transport  41 สายทาง ดังนี้

ลำดับที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 2  ตอนขอนแก่น – หินลาด ระหว่าง กม. 336+786 – 360+828 จังหวัดขอนแก่น

ลำดับที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 4ตอนชะอำ-หัวหิน ระหว่าง กม. 156+399-210+167 จังหวัดเพชรบุรี

ลำดับที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 11 ตอนอุตรดิตถ์-เด่นชัย    ระหว่าง กม.317+000 – 351+740 จังหวัดอุตรดิตถ์

ลำดับที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 22 ตอนน้ำหนาว-เขาค้อ     ระหว่าง กม. 372+000-374+000 จังหวัดเพชรบูรณ์

ลำดับที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 32 ตอนอ่างทอง-สิงห์บุรี  ระหว่าง กม. 66+800 – 88+590 จังหวัดสิงห์บุรี

ลำดับที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 340  ตอนสาลี-สุพรรณบุรี  ระหว่าง กม. 48+841 – 78+341 จังหวัดสุพรรณบุรี

ลำดับที่ 7 ทางหลวงหมายเลข3312ตอนลำลูกกา-คลอง 16    ระหว่างกม. 16+000-19+000 กรุงเทพฯ

ลำดับที่ 8 ทางหลวงหมายเลข 4029  ตอนกะทู้-ป่าตอง(หาดป่าตอง) ระหว่าง กม.  0+000 – 3+236 จังหวัดภูเก็ต

ลำดับที่ 9 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนพาน-เชียงราย(วัดร่องขุ่น)ระหว่าง กม. 890+370 – 924+300 จังหวัดเชียงราย

ลำดับที่ 10 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนแม่จัน-แม่สาย(ตลาดท่าขี้เหล็ก)ระหว่าง กม. 972+000 – 994+749  จังหวัดเชียงราย

ลำดับที่ 11  ทางหลวงหมายเลข 3 ตอนชลบุรี-ศรีราชา(บางแสน/อ่างศิลา) ระหว่าง กม. 94+929 – 103+760 จังหวัดชลบุรี

ลำดับที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนหาดใหญ่-สะเดา(ตลาดสะเดา)ระหว่าง กม. 1258+642-1310+554 จังหวัดสงขลา

ลำดับที่ 13 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนเขาค้อ-เพชรบูรณ์(ภูทับเบิก/เขาค้อ ระหว่าง กม. 321+612-355+989 จังหวัดเพชรบูรณ์

ลำดับที่ 14 ทางหลวงหมายเลข 217  ตอนพิบูลมังสาหาร-ช่องเม๊ก(ตลาดช่องเม๊ก)  ระหว่าง กม. 42+222-86+067 จังหวัดอุบลราชธานี

ลำดับที่15 ทางหลวงหมายเลข 323  ตอนกาญจนาบุรี-น้ำตกไทรโยคใหญ่((น้ำตกเอราวัณ/ไทรโยก)   ระหว่าง กม. 90+200-155+136 จังหวัดกาญจนบุรี

ลำดับที่ 16 ทางหลวงหมายเลข 402  ตอนสุราษฎร์ธานี-ท่าเรือสมุย (เกาะสมุย)ระหว่าง กม. 162+379-209+704 จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลำดับที่ 17 ทางหลวงหมายเลข 1009  ตอนจอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ดอยอินทนนท์)  ระหว่าง กม. 0+000-46+700จังหวัดเชียงใหม่

ลำดับที่ 18  ทางหลวงหมายเลข 4030 ตอนถลาง – หาดราไวย์ (หาดราไวย์)ระหว่าง กม.  0+000 – 22+390 จังหวัดภูเก็ต

ลำดับที่ 19 ทางหลวงหมายเลข 1  ตอนตาก-เถินระหว่าง กม. 533+617 – 583+261  จังหวัดตาก

ลำดับที่ 20 ทางหลวงหมายเลข0603ตอนกุยบุรี-ทับสะแกระหว่าง กม. 276+813 – 335+813 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ลำดับที่ 21 ทางหลวงหมายเลข 11  ตอนลำปาง- ลำพูนระหว่าง กม. 462+614 – 500+307 จังหวัดลำปาง

ลำดับที่ 22 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนแม่สอด-แม่ละเมา ระหว่าง กม.0+000 – 36+405 จังหวัดตาก

ลำดับที่ 23 ทางหลวงหมายเลข 22ตอนสูงเนิน – ท่าแร่ (จังหวัดสกลนคร)ระหว่าง กม. 137+930 – 169+970 จังหวัดสกลนคร

ลำดับที่ 24 ทางหลวงหมายเลข 22 ตอนสกลนคร-นครพนม    ระหว่าง กม. 213+993 – 240+746 จังหวัดนครพนม

ลำดับที่ 25 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสงระหว่าง กม. 249+726 – 295+480 จังหวัดนครศรีธรรมราช

ลำดับที่ 26 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนควนขนุน-พัทลุงระหว่าง กม. 366+686 – 382+616 จังหวัดพัทลุง

ลำดับที่ 27 ทางหลวงหมายเลข 43 ตอนสงขลา – จะนะระหว่าง กม. 7+206 – 42+939 จังหวัดสงขลา

ลำดับที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 101  ตอนแพร่-น่าน ช่วง ร้องกวาง-เวียงสาระหว่าง กม. 274+429 – 308+000 จังหวัดแพร่

ลำดับที่ 29 ทางหลวงหมายเลข 205  ตอนนครราชสีมา-โนนไทยระหว่าง กม.195+197 – 232+685 จังหวัดนครราชสีมา

ลำดับที่ 30 ทางหลวงหมายเลข 325  ตอนสมุทรสงคราม-ดำเนินสะดวกระหว่าง กม. 28+775 – 42+406 จังหวัดสมุทรสงคราม

ลำดับที่ 31 ทางหลวงหมายเลข 2   ตอนสระบุรี – ตาลเดี่ยว ระหว่าง กม. 0+000 – 5+000 จังหวัดสระบุรี

ลำดับที่ 32 ทางหลวงหมายเลข 2  ตอนแก่งคอย – มวกเหล็ก-ปากช่อง ระหว่าง กม. 26+500 – 72+015จังหวัดสระบุรี

ลำดับที่ 33 ทางหลวงหมายเลข4 ตอนปากท่อ-เพชรบุรี ระหว่าง กม. 123+000 – 134+587 จังหวัดเพชรบุรี

ลำดับที่ 34 ทางหลวงหมายเลข 4  ตอนพัทลุง – นาโหนด ระหว่าง กม 1163+790 – 1179+043 จังหวัดพัทลุง

ลำดับที่ 35 ทางหลวงหมายเลข23 ตอนยโสธร-เขื่องใน  ระหว่าง กม. 175+527 – 190+562 จังหวัดยโสธร

ลำดับที่ 36ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนสมุทรสาคร-ปากท่อระหว่าง กม. 30+275 – 82+833 จังหวัดสมุทรสาคร

ลำดับที่ 37 ทางหลวงหมายเลข 41  ตอนท่าชนะ-ท่าฉางระหว่าง กม. 117+526 – 140+126 จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลำดับที่ 38 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนแพร่-ร้องกวางระหว่าง กม. 245+333 – 274+429 จังหวัดแพร่

ลำดับที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 406 ตอนควนเนียง-สิงหนคร (สงขลา)ระหว่าง กม. 0+000 – 54+775 จังหวัดสงขลา

ลำดับที่ 40 ทางหลวงหมายเลข 408 ตอนจะนะ-นาทวี กม. 182+261 – 219+949 จังหวัดสงขลา

ลำดับที่ 41 ทางหลวงหมายเลข3548 ตอนท่ามะกา – ท่าม่วงระหว่าง กม. 0+000 – 20+747 จังหวัดกาญจนบุรี

อย่างไรก็ตามกรมทางหลวง ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางศึกษาเส้นทางก่อนการออกเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง พักผ่อนให้เพียงพอ และหากรู้สึกง่วงขณะขับรถให้จอดแวะพักในจุดบริการของกรมทางหลวง รวมทั้งต้องไม่ขับขี่ขณะมึนเมา และที่สำคัญขอให้เคารพกฎจราจร กฎหมายอย่างเคร่งครัด หรือหากมีปัญหาในการเดินทาง โทรสอบถามได้ที่สายด่วน กรมทางหลวง1586 โทรฟรี 24 ชม.

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดผลสำรวจ‘เงินเดือน’ทั่วโลกปี61 ‘ไทย’ขยับสูงขึ้น

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311247

เปิดผลสำรวจ‘เงินเดือน’ทั่วโลกปี61 ‘ไทย’ขยับสูงขึ้น

เปิดผลสำรวจ‘เงินเดือน’ทั่วโลกปี61 ‘ไทย’ขยับสูงขึ้น

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 07.53 น.

คอร์น เฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป เปิดผลสำรวจอัตราเงินเดือนทั่วโลกปี 2561 พบอัตราค่าจ้างในเอเชียเติบโตสูงสุด “ไทย”ขยับสูงขึ้น

คอร์น เฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป บริษัทระดับชั้นนำของโลกที่ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาองค์กรและบุคลากร เปิดเผยผลสำรวจอัตราเงินเดือนทั่วโลกปี ค.ศ.2018 หรือ พ.ศ.2561 ระบุว่า อัตราค่าจ้างในเอเชียเติบโตสูงสุด แต่ไม่แรงเท่าปีก่อน ขณะที่อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อในแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 1.5% ตามค่าเงินเฟ้อ โดยอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ เพิ่มขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งของปีที่ผ่านมา ส่วนสหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ มีอัตราที่ปรับตัวต่ำลง

สำหรับภูมิภาคเอเชีย คาดการณ์ว่าอัตราเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นราว 5.4% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.1% จากเมื่อปีก่อน โดยคาดว่าการปรับขึ้นของอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ (Real wage) จะอยู่ที่ราว 2.8% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราสูงที่สุดในโลก แต่ยังลดลงจาก 4.3% ของปีก่อน โดยจีนมีการคาดการณ์ว่าอัตราฯจะเพิ่มขึ้นที่ 4.2% ในปี 2018 ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ในปีก่อนว่าจะเพิ่มขึ้น 4%

ทั้งนี้ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียมีอัตราฯมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี อาทิ เวียดนามคาดการณ์ที่ 4.6% ลดลงจาก 7.2% ของปีก่อน สิงคโปร์ที่ 2.3% ลดจาก 4.7% ญี่ปุ่นที่ 1.6% ลดลงจาก 2.1% ของปีก่อน ส่วนประเทศไทย คาดการณ์ว่าอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น 4.5 % ซึ่งยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.6 % ในปีที่แล้ว

+ ภูมิภาคส่วนใหญของโลกมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดต่ำลง

เมื่อพิจารณาการปรับขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ คาดการณ์ว่าลูกจ้างทั่วโลกจะได้รับอัตราฯเฉลี่ยเพียง 1.5% ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ปี 2017 ที่ 2.3% และ 2.5% ของปี 2016

“เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในแต่ละประเทศ เราจึงได้เห็นถึงการลดลงของอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ” บ็อบ เวสเซลเคมเปอร์ หัวหน้าฝ่ายงานระหว่างประเทศ Rewards and Benefits Solutions ของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป กล่าวว่า “อัตราฯของการเพิ่มหรือลดเงินเดือนจะแตกต่างไปตามตำแหน่งงาน อุตสาหกรรม ประเทศ และภูมิภาค แต่ประเด็นสำคัญที่เห็นชัดเจนคือ ในส่วนของพนักงานนั้น จะไม่สามารถรู้ได้ถึงการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนที่แท้จริง เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา”

+ ภูมิภาคออสตราเลเซียมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อต่ำสุด

ค่าจ้างในออสตราเลเซียคาดการณ์ว่าจะเติบโตราว 2.5% ซึ่งคิดเป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจริงเพียง 0.7% โดยในประเทศออสเตรเลียจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างสูงสุดที่ 2.5% โดยที่ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 2.1% และคิดเป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ 0.4% ส่วนในนิวซีแลนด์ คาดว่าเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น 2.5% ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มที่ 1.5% จึงคิดเป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1%

+ ภูมิภาคอเมริกาเหนือให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง

ในสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าค่าจ้างจะมีอัตราฯเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% เท่ากับเมื่อปีก่อน เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินเฟ้อที่ 2% ในปี 2018 ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1% ลดลงจาก 1.9% ของปีก่อน ส่วนในประเทศแคนาดาอัตราการขึ้นค่าจ้างเพิ่มขึ้นราว 2.6% โดยมีค่าเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.7% จึงทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.9%

+ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกให้อัตราฯดีกว่าฝั่งยุโรปตะวันตก

จากผลจากสำรวจของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป ในปี 2018 ลูกจ้างทางฝั่งยุโรปตะวันออกจะมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้น 6% อย่างไรก็ดี เมื่อคำนวณกับค่าเงินเฟ้อ จะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.4% ซึ่งลดลงจาก 2.1% ของเมื่อปีก่อน ส่วนทางฝั่งยุโรปตะวันตก ลูกงานจะมีอัตราการเพิ่มค่าจ้างที่ต่ำลง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นที่ 2.3% โดยเมื่อคำนวณกับการปรับค่าเงินเฟ้อแล้วจะได้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเพียง 0.9%

เนื่องจากความผันผวนหลังการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ทำให้ค่าจ้างในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเพียง 2% เมื่อคำนวณกับค่าเงินเฟ้อที่ 2.5% ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ -0.5% ซึ่งแตกต่างจากในปี 2017 ที่ค่าจ้างที่ปรับตามค่าเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 1.9% ส่วนลูกจ้างในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนี คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 0.7% และ 0.8% ตามลำดับ

+ ภูมิภาคตะวันออกกลางมีอัตราปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

ค่าจ้างในตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 3.8% ลดลงจาก 4.5% ของเมื่อปีก่อน โดยอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเมื่อคำนวณกับค่าเงินเฟ้อ จะเพิ่มขึ้น 0.9% ซึ่งลดลงจาก 2.5% ของปีก่อน ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีค่าเงินเฟ้อที่ 4.6% เมื่อคำนวนณกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพียง 4.1% ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ -0.5%

จอร์แดนและเลบานอนจะมีภาวะตกต่ำรุนแรงที่สุดในภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่าจอร์แดนจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.6% ลดลงจาก 6.3% ของปีก่อน และเลบานอนคาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 1.8% ลดลงจาก 6.1% ของปีที่ผ่านมา

+ ภาวะเงินเฟ้อกระตุ้นอัตราการเพิ่มเงินเดือนในเอเชีย

แม้เอเชียจะมีอัตราการเพิ่มเงินเดือนสูงสุดที่ 8.5% แต่ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.7% เพิ่มจากเมื่อปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.7% ในณะที่อียิปต์มีอัตราการเพิ่มเงินเดือนสูงสุดอยู่ที่ 15% แต่กลับพบว่ามีอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 18.8% ทำให้ลูกจ้างมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ -3.8%

+ ละตินอเมริกามีอัตราการเพิ่มอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อสูงสุดเป็นอันดับสอง

คาดการณ์ว่า ลูกจ้างในละตินอเมริกาจะได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อคำนวณกับภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวมากสุดในภูมิภาค ทำให้มีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ 2.1% สูงกว่า 1.1% ของปีก่อน ส่วนในโคลัมเบีย คาดว่าจะมีอัตราเงินเฟ้อที่ 2.7% ในปี 2018 เมื่อคำนวณกับอัตราการเพิ่มเงินเดือนที่ 5.3% ทำให้โคลัมเบียมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ 2.6% และสำหรับบราซิล คาดว่าจะมีอัตราการเพิ่มเงินเดือนที่ 7.3% เงินเฟ้อ 4% ทำให้มีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ 3.3%

“การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั่วโลกทำให้อัตราการเพิ่มค่าจ้างลดต่ำลง” บ็อบ เวสเซลเคมเปอร์ กล่าว

“สำหรับในเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ ลูกจ้างที่มีทักษะการทำงานสูงจะถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญมากสำหรับบริษัทในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งลูกจ้างที่มีทักษะเหล่านั้นย่อมคาดหวังว่าจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น ในขณะที่การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถในภูมิภาคย่อมส่งผลทำให้เงินเดือนในภูมิภาคนั้นเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน”

ที่ปรึกษาทางด้านการบริหารค่าจ้างค่าตอบแทนของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป แนะนำว่าให้วิเคราะห์ถึงปัจจัยต่างๆ และคำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมในการพิจารณาเรื่องการปรับเงินเดือน

“แม้อัตราเงินเฟ้อจะเป็นดัชนีเปรียบเทียบและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดในเรื่องการจ่ายค่าจ้าง ทั้งนี้บริษัทต้องมีมุมมองที่กว้างขึ้นในการกำหนดและตกลงใช้มาตรการต่าง ๆ ทั้งในเรื่องปัจจัยด้านต้นทุน ด้านกลยุทธ์ธุรกิจ และเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจของแต่ละประเทศ” เบนจามิน ฟรอสต์ Global General Manager จากคอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป กล่าว “โครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆควรได้รับการตรวจสอบและทบทวนอยู่เสมอ เพื่อให้บริษัทมั่นใจได้ว่า การจ่ายผลตอบแทนสามารถแข่งขันได้กับตลาด โดยยังคงมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์และการพัฒนาของธุรกิจ”

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,933 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
พีระพันธุ์ พลัฏฐ์ เบอร์ 6 ฟังเสียงชาววังบูรพา-พาหุรัด หวังรัฐบาล รทสช. แก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจเขตพระนคร
สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สุขุมโพล เขย่าโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทย ผงาดเบอร์ 1 บี้ประชาชน หายใจรดต้นคอ
โอ๊ยเล่าเรื่อง  'พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)(HUMANRESOURCE)'

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d