Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คุณโอเคหรือเปล่า? ถ้าคนที่โดนแบบนี้เป็นแฟน หรือแม่ของเราเอง #ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302947

คุณโอเคหรือเปล่า? ถ้าคนที่โดนแบบนี้เป็นแฟน หรือแม่ของเราเอง #ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง

คุณโอเคหรือเปล่า? ถ้าคนที่โดนแบบนี้เป็นแฟน หรือแม่ของเราเอง #ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.32 น.

น่าสลดใจมากๆ ที่ยังมีคนคิดว่าการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหากับผู้หญิงแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ผิด #ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง

นี่คืออะไรกัน? ถ้าคนที่โดนแบบนี้ เป็นเพื่อน เป็นแฟน หรือเป็นแม่คุณเอง คุณจะโอเคใช่ไหม….ถึงได้กล้าไปทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่น #ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง

ได้ยินมาว่าบางคนก่อนคบกันก็ดูเป็นคนใจเย็น แต่พอคบแล้วกลายเป็นอีกคนนึงที่ชอบใช้ความรุนแรง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าใครจะทำร้ายผู้หญิงแบบนี้บ้าง?  #ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง

ติดตามได้เร็วๆ นี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งเมืองกรุงหวนกลับบ้านเกิด เปิดร้านยำแซ่บ-ปลูกผักพอเพียง

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302943

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งเมืองกรุงหวนกลับบ้านเกิด เปิดร้านยำแซ่บ-ปลูกผักพอเพียง

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งเมืองกรุงหวนกลับบ้านเกิด เปิดร้านยำแซ่บ-ปลูกผักพอเพียง

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.11 น.

13 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบกับนายฉัตรชัย ฉัตรทอง หรือโด่ง อายุ 44 ปี หนุ่มเมืองสุรินทร์ จบปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตข้าราชการ เคยใช้ชีวิตหรูในกรุงเทพฯมานานหลายสิบปี และได้กลับ จ.สุรินทร์ บ้านเกิดเพื่อมาทำไร่ ทำนา อินทรีย์ ตามปรัชญาเศรษฐ์กิจพอเพียง และเปิดร้านอาหารเล็กชื่อว่า  “Easy หลายเด้อ ยำ” ตั้งอยู่ที่บ้านเช่า เป็นตึกสองชั้น เลขที่ 245/1 ถนนเทพสุนทร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดร้านทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น.-22.00 น. พร้อมเมนูยำ สารพัดชนิด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 89 บาท แพงสุด 120 บาท มีรายได้พออยู่พอกิน ยอดขายวันละกว่า 1,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหลือวันละ 300-400 บาท อยู่ได้อย่างสบายๆไม่เป็นหนี้ใคร

โดยตลอดทั้งวันหลังส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะมาเปิดร้าน เป็นพ่อครัวโชว์ฝีมือทำยำร่วมมิตร และแหนมกระดูกหมูทอดสดๆ และอีกหลากหลายเมนู ซึ่งพืชผักสวนครัวทุกชนิดที่นำมาใช้ภายในร้าน ซื้อจากชาวบ้านและปลูกเอง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิก็ปลูกเอง บนที่นา 14 ไร่ ที่ได้รับมรดกมาจากพ่อแม่  ข้าวและผักที่ปลูกจะไม่มีการไม่ใช่สารเคมี เป็นผลผลิตออร์แกนิค ข้าวอินทรีย์ 100% สีมาจากโรงสีชุมชนบ้านตระแบก ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับแปลงนาข้าวอินทรีย์ และผักสวนครัว ที่ปลูกในไร่นามรดกของตัวเอง

นายฉัตรชัย กล่าวว่า หลังจากจบปริญญาตรี ได้รับราชการอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นได้ลาออกจากราชการ กลับมาบ้านเกิดที่ จ.สุรินทร์ มาทำการเกษตรอินทรีย์ ปลูกผัก ปลูกข้าวหอมมะลิ เพื่อใช้สำหรับการ บริโภคภายในครอบครัว ใช้เวลาดูแลครอบครัว พ่อแม่ ที่อายุมากแล้ว ส่วนภรรยาประกอบอาชีพ พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ทุกวันนี้ปลูกข้าวปลูกผักแบบพอเพียงด้วยตนเอง ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงทำให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัย ข้าวที่ได้ก็นำมาบริโภคเองในครอบครัวและนำมาใช้ในร้านแห่งนี้ด้วย

เมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูสบาย แต่จะเน้นที่รสชาติ สุดแซ่บ อาทิ เมนูยำรวมมิตร กุ้งแช่น้ำปลา ไก่นาทอดเกลือ อย่างแหนมซี่โครงหมู ก็สั่งคัดมาอย่างดี เลือกเฉพาะติดเนื้อกระดูกอ่อน อาหารสดจะคัดสรรมาเป็นอย่างดี เข้ากับพืชอินทรีย์ที่ปลูกเอง รายได้เฉลี่ยขายรวมทุนประมาณกว่า 1,000 บาท หลังหักต้นทุนแล้วก็จะเหลือประมาณ 300-400 บาทต่อวัน  แต่ได้ความอบอุ่นของครอบครัว ได้ดูแลงานเกษตรอินทรีย์ที่ชอบ ได้พบปะเพื่อนฝูง และลูกค้า จึงอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ ที่ยังเป็นพนักงานออฟฟิคหรือทำงานอยู่ต่างจังหวัด ที่ยังไม่กล้ากลับบ้านเกิด ไม่ต้องกลัวและอาย ที่จะกลับมาทำงานเป็นเจ้านายตัวเอง แม้รายได้อาจจะน้อยแต่หากรู้จักคำว่าพอเพียง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยอีกแรง! ‘เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล’ขอวิ่งส่วนที่’ตูน’เข้าไม่ถึง

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302861

ช่วยอีกแรง! 'เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล'ขอวิ่งส่วนที่'ตูน'เข้าไม่ถึง

ช่วยอีกแรง! ‘เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล’ขอวิ่งส่วนที่’ตูน’เข้าไม่ถึง

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.37 น.

13 พ.ย. 60 จากกรณี นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ดำเนินงานในโครงการวิ่งโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากใต้สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ตั้งเป้าเงินบริจาค 700 ล้านบาท ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น

โดยวันนี้ “ตูน บอดี้สแลม”  ก้าวเป็นวันที่ 12 แล้ว  ซึ่งยอดเงินบริจาคล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ (13 พฤศจิกายน) อยู่ที่ กว่า 200 ล้านบาท

ล่าสุด เชษฐ์ สไมล์ บัฟฟาโล ขอร่วมวิ่งรับเงินบริจาคสมทบโครงการ #ก้าวคนละก้าว เผยจะวิ่งในส่วนที่ตูน ก้าวมาไม่ถึง ใน จ.ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา พร้อมเริ่มวิ่ง 1-5 ธันวาคม ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

โดยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า  ไม่มีโครงการ ไม่มีอะไร ทำด้วยใจ ซ่อมในส่วนที่เขา ‘ก้าวมาไม่ถึง”ผมเห็นแล้ว ส่องดูมาหลายวันแล้ว มองในสิ่งดีของเขามาหลายวัน แรกๆก็ยังแค่ดูๆ แต่พอเห็นร่างกายของน้องเขาในบางวันช่วงปลายทาง เริ่มมีอ่อนล้า..คำว่านักเลงบุญอย่างผม อดทนดูความเหนื่อย ของเขาไม่ไหวแล้วครับ ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะเป็นส่วนเล็กๆ ที่จะนำเงินไปสมทบโครงการของ ตูน บอดี้แสลม ทุกบาททุกสตางค์..เพื่อสร้างโรงพยาบาล..ผมจะวิ่งสมทบ ในส่วนที่ ตูน ก้าวมาไม่ถึง ใน จ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา และผมจะนำเงินทั้งหมด ให้ทางอำเภอ

เขาดำเนินการไปมอบให้โครงการ ของ ตูน โดยที่ผมจะไม่รับเงินจาก สปอนเซอร์ใดๆทั้งสิ้น และ ผมทำด้วยใจ ในสิ่งความเป็นคน ที่ยังพอมีชื่อเสียงอยู่พอสมควร เอาไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ กับบ้านเมืองของเรา เราลูกพ่อหลวง ร.9 เช่นกันครับ.แต่เรื่องร่างกายผมนั้น ผมไม่เคยตรวจเช็คร่างกาย แต่ผมจะวิ่งไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พักข้างสะพาน ข้างถนนนั่นล่ะครับ อายุผมย่างเข้า 47ปี วิ่งได้ต่อเนื่อง 5กิโล ต่อวันก็พอละ…เริ่ม วันที่ 1ธันวาคม2560 ถึงวันพ่อแห่งชาติ วันที่5ธันวาคม2560 และผมจะวิ่งถวายพ่อหลวง แต่นำเงิน ไปร่วมโครงการ ของ ตูน บอดี้แสลม ทุกบาทเลย..ใครอยากให้วิ่งผ่านจุดไหนบ้าง แจ้งมาเลยครับ..สาธุครับ..สู้ๆ ทำจริงๆ ใครว่าไง ไม่สนใจหรอก..ทำบุญต้องทำในเวลาที่เรายังมีกำลัง..ใครจะร่วมทางกับผม ไปฟิตมาครับ..

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :นร.เมืองคอนร่ำไห้ได้ทุน1หมื่น พี่ตูนซึ้งปาดน้ำตาเผยเคยลำบากมาก่อน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวชัยนาทจับปูนาขายช่วงหน้าน้ำ รายได้งามกก.ละ70บาท

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302849

ชาวชัยนาทจับปูนาขายช่วงหน้าน้ำ รายได้งามกก.ละ70บาท

ชาวชัยนาทจับปูนาขายช่วงหน้าน้ำ รายได้งามกก.ละ70บาท

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.13 น.

13 พ.ย.60 นางสมหมาย คำใจ ชาวนาจาก ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท จะนำของที่หาได้จากทุ่งนาใกล้บ้าน มานั่งขายเรียกลูกค้าอยู่ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท อยู่เป็นประจำ ซึ่งบรรดาสินค้าที่นำมาขายก็มีมากมายหลายอย่างทั้งผักทั้งปลา แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่นางสมหมายบอกว่า ขายดีเป็นพิเศษมีมาเท่าไหร่ก็ขายจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว นั่นก็คือ ‘ปูนา’ ที่นางสมหมายมีมาขายทั้งแบบปูนาเป็นๆ ให้ลูกค้านำไปปรุงอาหารตามเมนูของตัวเอง ซึ่งปูนาเป็น จะขายกิโลกรัมละ 50 บาท และปูนาต้มสุก ที่เปลี่ยนจากสีดำเป็น สีส้ม สวยงาม น่ารับประทาน ซึ่งจะขายเป็นขีด ขีดละ 7 บาท หรือ 70 บาทต่อกิโลกรัม

นางสมหมายบอกว่า ในช่วงหน้าน้ำสิ่งที่มากับน้ำอย่าง “ปูนา” ก็เหมือนเป็นของแถมให้กับชาวนา ที่เดิมนั้นจะเก็บมาเพื่อปรุงอาหารรับประทานกันเองในครอบครัว แต่ในยุคปัจจุบันที่คนเมืองเองนิยมรับประทานอาหารจากท้องทุ่งมากขึ้น ทำให้ตนเองและเพื่อนบ้าน ออกเก็บปูมาขายสร้างรายได้เข้าครอบครัว ซึ่งในแต่ละเดือนรวมเป็นเงินหลายพันบาทซึ่งถือว่าเป็นรายได้เสริมที่ดีมาก สำหรับชีวิตคนชนบทอย่างครอบครัวของเธอ ใครสนใจจะอุดหนุนเมนูท้องทุ่งจากนางสมหมายก็แวะมาได้ ช่วงเช้าๆที่ตลาดสดในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องวัฒนธรม-ชิมอาหารมอญละโว้ที่’ตลาดซาโม่น’

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302806

ท่องวัฒนธรม-ชิมอาหารมอญละโว้ที่'ตลาดซาโม่น'

ท่องวัฒนธรม-ชิมอาหารมอญละโว้ที่’ตลาดซาโม่น’

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.23 น.

“วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง…เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์”

ข้างต้นเป็นคำขวัญของ “ลพบุรี” อีกหนึ่งจังหวัดที่ถือเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม มีหลากหลายชาติพันธุ์ที่มาอาศัยอยู่ ทำให้มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่หลากหลายน่าศึกษา และก่อเกิดเป็น “แหล่งท่องเที่ยว” เชิงวัฒนธรรมที่ “ห้ามพลาด” หนึ่งในนั้น คือ…

“ตลาดซาโม่น”!!!

ตลาดวัฒนธรรมแห่งใหม่ ที่เกิดจากการรวมตัวของชาวไทยเชื้อสาย “มอญ” บางขันหมาก…

พระปัญญาวุฒิ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ที่ชาวบ้านเรียกเป็นภาษามอญว่า “กุ่น” เป็นภาษาที่ใช้เรียกพระของชาวมอญ บอกว่า “ตลาดซาโม่น” แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ตลาดมอญเมืองละโว้” โดยตลาดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ภายในวัดอัมพวัน เป็นตลาดชุมชนที่ชาวบ้านรวมตัวกันเปิดตลาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน มีอาหารหวานคาวตามแบบชาวมอญ ที่ต้องการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านกว่า 30 ชนิด ที่กำลังจะสูญหายไปเอาไว้ และนำมาเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก นำมาขายในราคาที่เราถือว่าถูกมาก

“ที่สำคัญ คือ การที่เรียกว่าตลาดวัฒนธรรม เพราะชาวบ้านที่นำของมาขายจะแต่งตัวตามแบบชาวรามัญ มาขายอาหาร และขนมพื้นเมือง ตัวตลาดไม่ได้ใหญ่นัก เป็นตลาดเล็กๆ แต่ของกินอร่อยมาก” พระปัญญาวุฒิ กล่าว

“อาหาร” ของตลาดแห่งนี้ที่ถือเป็น “เมนูเด็ด” ที่ต้องลิ้มลองเพราะหากินได้ยากมี “แกงชาวมอญ” เช่น แกงมะตาด แกงกระเจี๊ยบ แกงถุงราคา 20 บาท นอกจากนี้ยังมี “ร้านคนขนมจีน” ร้านนี้ลูกค้าชิมแล้วบอกว่าอร่อยใช้ได้ มีน้ำยากับน้ำพริก 2 อย่าง

นอกจากนี้ที่นี่ยังมี “ขนมมอญ” ที่หากินยาก มีที่นี่ที่เดียว ประกอบด้วย ตอยกะนะ ฟานกะโตเจิน ฟารป๊าด ฟานคะปอย ข้าวเหนียวหัวหงอก ปาแนม ข้าวเกรียบอ่อน ขนมม่านเว่อ และขนมอื่นๆอีกหลายชนิดทุกอย่างรับรองว่าอร่อยมาก

ขณะที่ร้านซึ่ง “จัดว่าเด็ด” เพราะมีนักท่องเที่ยวแวะชมและรอซื้อกันจำนวนมาก เป็นร้าน “ขนมแป้งปั้น” ที่จะมีลุงนั่งปั้นทีละตัวเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น รูปเป็ด ดอกไม้ จระเข้ โดยในการเปิดตลาดครั้งหน้าลุงบอกจะเอาโต๊ะมาตั้งเพิ่มให้นักท่องเที่ยวปั้นกันเอง นอกจากนี้ทางตลาดยังได้จัดให้มีการแสดงของเด็กๆในชุมชนให้ได้ชมกันด้วย

สำหรับ “ตลาดซาโม่น” เป็นตลาดเล็กๆริมน้ำ เหมาะกับการแวะมากินอาหาร มาถ่ายภาพ ราคาอาหารที่นี่ถูกมาก เพราะเป็นตลาดของชาวบ้านจัดขึ้นกันเอง เปิดเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น ในวันเสาร์แรกของเดือน ซึ่งในครั้งหน้าจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม2560 เริ่มเปิดตลาดเวลา 15.00น.-20.00น.

หลังจากวันที่ 2 ธันวาคม ทางชุมชนจะมีการประชุมกัน อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นจัดขึ้นทุก 15 วัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาย้อนอดีตของชุมชนวัฒนธรรมชาวมอญกันได้แบบเต็มที่ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความสวยงามของ “ตลาดชาวมอญบางขันหมาก”

ใครมาที่นี้อยากที่จะแต่งตัวแบบ “ชาวมอญ” ให้เข้ากับบรรยากาศตลาด หรือถ่ายภาพเก็บไว้ ทางตลาดก็มีชุดให้เช่าในราคาชุดละ 40 บาทเท่านั้น ก็จะได้สวยเข้ากับตลาดวัฒนธรรมมอญกันแล้ว

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ห้ามทำ‘โพลล์การเมือง’ แก้ชี้นำหรือป่วนซํ้าเลือกตั้ง?

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302735

ห้ามทำ‘โพลล์การเมือง’ แก้ชี้นำหรือป่วนซํ้าเลือกตั้ง?

ห้ามทำ‘โพลล์การเมือง’ แก้ชี้นำหรือป่วนซํ้าเลือกตั้ง?

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“โพลล์” (Poll) เป็นคำคุ้นหูของผู้ติดตามข่าวสาร โพลล์หมายถึงการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การทำโพลล์นั้นต้องเคร่งครัดในระเบียบทางวิชาการ เช่น ขอบเขตของการสำรวจ การคัดเลือกประชากรกลุ่มตัวอย่าง ฯลฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากอคติที่อาจนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนของผลสำรวจนั้นๆ ด้วย

ในประเทศไทยนั้นมีโพลล์หลายเจ้า ตั้งแต่สำนักโพลล์เก่าแก่อยู่มานานหลายสิบปีจนถึงสำนักโพลล์ที่ตั้งขึ้นใหม่
ไม่นาน ซึ่งผลโพลล์ต่างๆ มักถูกนำไปเผยแพร่ต่อทางสื่อมวลชนให้สังคมได้พูดถึงเสมอ รวมถึงประเด็นการเมืองอย่าง “การเลือกตั้ง” ที่มักมีการทำโพลล์กันตั้งแต่เมื่อมีสัญญาณบางอย่างชี้ว่าน่าจะมีการเลือกตั้งในเวลาอันใกล้ ไปจนถึงช่วงเวลาก่อนเข้าคูหากากบาทเพียงไม่กี่วัน

ทว่า “โพลล์การเมือง” กลายเป็น “ดรามา” เมื่อมีรายงานว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอแนวคิด “ห้ามทำโพลล์ช่วงเลือกตั้ง” โดยให้เหตุผลว่าอาจเข้าข่าย “ชี้นำ” ประชาชนต่อการลงคะแนน จน 1 ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตั้งข้อสังเกตกับ กรธ. มาตลอดอย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร ออกมาบอกว่า “ไม่เห็นด้วย” กับแนวคิดดังกล่าวของ กรธ. โดยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “Srisutthiyakorn Somchai” ให้ความเห็นว่า

“การทำโพลล์มีข้อดีในด้านที่ทำให้ผู้สมัครได้ทราบถึงคะแนนเสียงและจุดอ่อนของตน และนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายและกลยุทธ์ในการหาเสียง ในขณะเดียวกัน โพลล์อาจมีส่วนช่วยป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้ ยกตัวอย่างเช่น หากโพลล์ออกมาตรงกันว่า ในพื้นที่นี้ใครชนะอย่างถล่มทลาย แต่หากผลกลับเป็นตรงข้าม อาจเป็นข้อสังเกตได้ว่า อาจจะมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องบางอย่างให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไป”

นอกจากนี้ กกต. สมชัย ยังกล่าวอีกในทำนองว่า “การทำโพลล์เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย” อาทิ ในประเทศตะวันตกนั้นการทำโพลล์ไม่เป็นเรื่องต้องห้าม “สื่อมวลชนหรือสถาบันวิชาการต่างๆ มีการทำโพลล์กันหลายสิบครั้งก่อนการเลือกตั้ง และไม่มีการห้ามการเผยแพร่ผล เพราะเป็นวิจารณญาณของผู้อ่านผลโพลล์เองว่าสมควรเชื่อหรือไม่” โพลล์มีทั้งผิดและถูก หลายครั้งโพลล์ที่ออกมากับผลก็แตกต่างกัน เช่น กรณี “ทรัมป์ – ฮิลลารี” ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทุกโพลล์แทบจะประเคนชัยชนะให้กับฮิลลารีด้วยซ้ำ แต่ผล
ออกมากลับเป็นตรงกันข้าม

ความเห็นข้างต้นของ กกต. สมชัย สอดคล้องกับที่ ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “บ้านสมเด็จโพลล์ล์” มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ให้สัมภาษณ์กับ “แนวหน้าวาไรตี้” ว่าไม่เชื่อแนวคิดเรื่องโพลล์สามารถชี้นำกระแสสังคม เพราะทุกวันนี้ “ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และมีวิจารณญาณทางการเมืองมากขึ้น” มองเห็นและคิดเป็นว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคน หรือพรรคการเมืองแต่ละพรรค มีนโยบายอะไรที่เป็นประโยชน์กับตัวเขาบ้าง

“ประชาชนทุกวันนี้เวลาเขาจะไปเลือกตั้ง เขาไม่ได้ฟังใครแต่ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ถามว่ากระแสของโพลล์ในสื่อมวลชนจะทำให้เขารู้สึกว่าคนนี้จะชนะคนนั้นจะไม่ชนะ แต่ ณ วันนี้เขาเริ่มมองว่าคนคนนี้มีประโยชน์อะไรกับเขา? ถ้าเขาเลือกคนนี้แล้วคนนี้จะสามารถช่วยพัฒนาอะไรให้เขาได้บ้าง? สมกับตำแหน่งนี้หรือเปล่า? เชื่อว่าวันนี้ประชาชนรู้เรื่องประชาธิปไตยและการเลือกตั้งมากขึ้น” ผศ.สิงห์ กล่าว

ปธ.คกก.บ้านสมเด็จโพลล์ล์ ยังกล่าวเสริมว่า “ผลโพลล์เป็นเพียงอารมณ์ของคนในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น” เช่น สมมุติว่าอีก 3 เดือนจะมีการเลือกตั้ง การทำโพลล์ ณ วันแรกที่มีการประกาศวันเลือกตั้ง กับ ณ วันสุดท้ายก่อนถึงวันกากบาทลงคะแนน “ผลที่ได้ใน 2 ช่วงเวลาอาจเป็นคนละเรื่อง” ขึ้นอยู่กับข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับในระหว่างนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนกังวลมากกว่า คือแนวคิดห้ามทำโพลล์ดังกล่าวอาจเข้าข่าย “ขัดรัฐธรรมนูญ” ที่มีบทบัญญัติว่าด้วย“เสรีภาพทางวิชาการ” โดยในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เขียนไว้ในมาตรา 34

“ถ้าเขาออกมาแบบนี้มันจะขัดรัฐธรรมนูญไหม? เพราะมันจะทำให้ระยะเวลาที่ทำไปสู่การเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนออกไปอีกหรือเปล่า? ถ้ามีคนแย้งขึ้นมา” ผศ.สิงห์ แสดงความกังวล

ไม่ต่างจากความเห็นของผู้ที่อยู่กับแวดวงการทำโพลล์มานาน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์ (SUPER POLL) ที่กล่าวว่า คนที่มีแนวคิดจะออกข้อห้ามดังกล่าวไม่เข้าใจการทำโพลล์เพียงพอ โดยหากบอกว่ากลัวการชี้นำ“ความจริงคือข่าวสารทุกอย่างล้วนชี้นำได้ทั้งสิ้น” รวมถึงการให้ความเห็นของชนชั้นนำหรือผู้มีอำนาจมีชื่อเสียงในสังคมด้วย แต่การทำโพลล์นั้นมีหลักวิชาการทางสถิติกลั่นกรองอยู่ โดยตั้งอยู่บนฐานคิดที่ว่าต้องการลดอคติออกไปให้มากที่สุด

ดร.นพดล ยกตัวอย่างการหาเสียงระหว่างการเลือกตั้ง ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละรายก็ดี รวมถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนก็ตาม “การใช้ภาพที่ไม่เหมือนกันก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนได้แล้ว” เช่น ผู้สมัครคนหนึ่งมีผู้คนแห่ห้อมล้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ
หนาแน่น กับผู้สมัครอีกคนหนึ่งที่มีผู้คนเข้ามาทักทายบางตา ดังนั้นในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง “ควรห้ามนำเสนอข่าวการเมืองทั้งหมดเลยหรือไม่?” แล้วถ้าทำแบบนั้น “ทุกฝ่ายจะยอมกันหรือเปล่า?” เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาที่การเมืองมีความตื่นตัวสูง

ขณะที่ผู้คร่ำหวอดในวงการโพลล์อีกราย ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา “สวนดุสิตโพลล์” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ในมุมหนึ่งก็เข้าใจที่ผู้ออกกฎหมายอาจกลัวการชี้นำ เพราะการทำโพลล์เองก็มีหลากหลายจุดประสงค์ ทั้งโพลล์ที่ทำโดย “หลักวิชาการ” มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ และโพลล์ที่ทำแบบ “จัดตั้ง” เพื่อหวังกระแสชี้นำทางการเมือง แต่การห้ามทำเสียทั้งหมดนั้นเป็นวิธีที่ “แรงเกินไป” อีกทั้งคงไม่สามารถหยุดยั้งการทำ “โพลล์ลับ” ของกลุ่มการเมืองขั้วต่างๆ ได้อยู่ดี ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าโพลล์ทางวิชาการเสียอีก

“การทำโพลล์มันห้ามกันไม่ได้ พรรคการเมืองเขาทำกันอยู่แล้ว ก็เหมือนหวยรัฐบาลกับหวยใต้ดิน เข้มงวดกับหวยรัฐบาลแต่คุมหวยใต้ดินไม่ได้มันก็พอกัน ถ้าพรรคการเมืองจะสำรวจความนิยม เขาก็ไม่ได้บอกว่าทำโพลล์ แต่เขาไปถามประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหนอย่างไร มันเลี่ยงได้ เป็นลักษณะของการทำโพลล์ใต้ดิน จริงๆ ถ้าจะห้ามควรห้ามแค่ 7 วันก่อนการเลือกตั้ง แค่นั้นก็พอแล้ว” เจ้าสำนักโพลล์ค่ายสวนดุสิต ให้ความเห็น

ดร.สุขุม ฝากทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วงว่า การห้ามทำโพลล์ช่วงเลือกตั้ง จะทำให้เกิดการ “ใช้งบหาเสียง” หนักกว่าเดิมหรือไม่? เพราะเมื่อไม่มีข้อมูลเป็นรายพื้นที่ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองก็ต้อง “ปูพรม” เพื่อหาคะแนนเสียงให้มากและกว้างขวางที่สุดเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมา คงยากจะหนีพ้น

“การซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ที่อาจรุนแรงขึ้นกว่าเดิม!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“อ.วิษณุ”ทิ้งปริศนาระหว่างขั้นบันได

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302746

“อ.วิษณุ”ทิ้งปริศนาระหว่างขั้นบันได

“อ.วิษณุ”ทิ้งปริศนาระหว่างขั้นบันได

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…ทิ้งระเบิดออกมาอีกแล้ว สำหรับ 6 คำถามของ “นายกฯลุงตู่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ปล่อยออกมา หลังจากที่เคยถามมาแล้ว 4 คำถาม ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ความคืบหน้าว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แต่วันนี้ออกคำถามมาอีก 6 ข้อ ก็เป็นคำถามในทางการเมืองโดยแท้…จนคนการเมืองที่เป็นนักการเมืองอาชีพ ต่างออกมาแสดงความเห็นกันอื้ออึงว่า “นี่โยนหินถามทางหรือเปล่า หรือแบบนี้แบะท่า” ชัดๆ ประมาณว่า “นายกฯลุงตู่” เสพติดการเมืองซะแล้ว… รองนายกฯและรัฐมนตรีหลายคนเลยตกเป็นเป้านักข่าวคอยดักสัมภาษณ์ประเด็นนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้น “เนติบริกร” มือหนึ่งของ“นายกฯลุงตู่”นั่นเอง รองนายกฯ “วิษณุ เครืองาม”..นักข่าวถามเชื่อมโยงจาก 6 คำถามของ นายกฯที่มองกันว่า “นายกฯลุงตู่”แบะท่า ลงเล่นการเมืองในอนาคตแน่นั้น ถ้า“นายกฯลุงตู่”ลงจริง จะทำให้ประเทศไฉไลสดใสในอนาคตหรือไม่… แต่อาจารย์วิษณุรีบปัดตอบคำตอบนี้ว่า “ไม่ทราบๆ” พร้อมขยายว่า “บางครั้งเราพูดได้ในฐานะเป็นการวิจารณ์ แต่เมื่อผมเป็นหนึ่งในครม.และนายกฯเป็นหัวหน้าครม. ผมคงไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมันแยกสถานะไม่ออก ดังนั้น ทางที่ดี อย่าพูดเลยดีกว่า”…พร้อมกับพูดแซวเล่นๆกับนักข่าว โดยชี้ไปที่บันไดขั้นที่ 3 ตึกบัญชาการที่กำลังยืนให้สัมภาษณ์อยู่ว่า “ผมยืนอยู่บนนี้ คงพูดไม่ได้ แต่ถ้าผมยืนอยู่แถวนั้น (บันไดขั้นที่ 1) ผมก็อาจจะพูดได้…”….แหมมมม…ก็พูดเป็นปริศนาให้ได้ชวนคิดกันอีกแล้ว นักข่าวเลยเย้ากลับว่า “ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ลงบันไดมาอยู่ขั้นที่ 1 ก็ได้ค่ะ”… เสียดาย อ.วิษณุไม่หลงกล ไม่งั้นคงได้รู้ความในใจอ.วิษณุ อีกแน่ๆ น่าเสียดายๆ…nn

nn…มีเรื่องดีๆเก็บตกมาฝาก วันก่อน “ดร.รัชดา ธนาดิเรก” อดีต สส.กทม.เขต (บางพลัด บางกอกน้อย) พรรคประชาธิปัตย์ ได้ไปพูดเรื่องบทบาทของ “ผู้หญิงในการป้องกันความรุนแรงอย่างสุดขั้ว” เป็นหนึ่งในหัวข้อในงาน 1st Asean Women Summit ณ กรุงมะนิลา.. ด้วยความที่เวลาสั้น เลยคิดว่า ทำเป็น diagram เชื่อมโยงประเด็นหลักๆ น่าจะดี แต่กว่าจะสกัดได้ 1 แผ่น ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เพราะต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลให้ดีที่สุด แบบมั่นใจว่าสิ่งที่คิดมันครอบคลุมแล้ว…โดยงานนี้ดร.รัชดาโชว์ศักยภาพให้เวทีนี้ได้ทึ่งกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งดร.รัชดาบอกว่าผู้หญิงไม่ใช่แค่เป็นผู้ถูกกระทำ หรือเหยื่ออย่างที่เข้าใจกัน เพราะจริงๆ แล้วผู้หญิงสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด สามารถลุกขึ้นมาเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สร้างความรุนแรงได้…..“และด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมาช่วยกันสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้หญิงมีความรู้ ตระหนักและมีความพร้อมจะได้มาเป็นแนวหน้าของการป้องกันความรุนแรงอย่างสุดขั้ว..” และดร.รัชดายังบอกว่า ภาครัฐเองก็ต้องเป็นหลักด้วย ต้องทำงานควบคู่ไปกับภาคประชาสังคม และชุมชน เรียกว่าต้องเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุย สะท้อนปัญหา และความต้องการจากมุมมองผู้หญิงกันไปเลย..“ให้ผู้หญิงได้มีส่วนกำหนดนโยบาย มีบทบาทในกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ และในงานด้านความมั่นคง..”…ในตอนท้ายดร.รัชดายังย้ำว่า ความจริงเรื่องนี้ประเทศไทยทำแล้ว ทำมานานแล้ว แต่…มันยังไม่พอ เพราะยังไม่ได้ทำจากใจที่เปิดกว้าง ที่พร้อมผลักดันผู้หญิงจริงๆ และแน่นอนว่านี่แหละ คือสิ่งที่ควรปรับปรุงเพื่อให้เกิดความสงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้…
อืม..สุดยอดเลยแนวคิดแบบนี้…รออะไร ปรบมือรัวๆ กันไปเลยจ้า…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมคลิป!นาทีสุดประทับใจเมื่อผู้ให้กับผู้ให้มาเจอกัน

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302793

ชมคลิป!นาทีสุดประทับใจเมื่อผู้ให้กับผู้ให้มาเจอกัน

ชมคลิป!นาทีสุดประทับใจเมื่อผู้ให้กับผู้ให้มาเจอกัน

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 21.26 น.

12 พ.ย.60 สังคมโซเชียลแห่ชื่นชมภาพที่งดงามในช่วงนาทีขณะ นายจิมมี่ ชวาลา เศรษฐีใจบุญแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บริจาคเงิน 16 ล้านบาท เพื่อร่วมสมทบทุนโครงการ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้เดินทางมารอ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” และคณะ ที่หน้าโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนที่ “ผู้ให้” ทั้งสองฝ่ายเข้าสวมกอดกัน พร้อมคำกล่าวขอบคุณซึ่งกันและกัน

โดย นายจิมมี่ ได้ถอดสายสิญจน์จากข้อมือของตัวเองก่อนจะนำไปผูกข้อมือให้ ตูน บอดี้สแลม ด้วย เป็นภาพที่สร้างความประทับใจ และได้รับเสียงชื่นชมจากโลกโซเชียลอยู่ในเวลานี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ซึ้งน้ำใจ!ตูนโผกอดจิมมี่ ร่วมไหว้อนุสาวรีย์พ่อจ่าดำเป็นสิริมงคล

ขอบคุณคลิปจากเฟซบุ๊ก : NineEntertain

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นี่แหละชาวนา4.0! ปลูกเอง-สีเอง-ขายเอง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302775

นี่แหละชาวนา4.0! ปลูกเอง-สีเอง-ขายเอง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน

นี่แหละชาวนา4.0! ปลูกเอง-สีเอง-ขายเอง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.31 น.

ทำเอง..รวยเอง!? เกษตรกรชาวนาบ้านขามพัฒนา ได้มีการรวมกลุ่มกันทำนาแปลงใหญ่ บนเนื้อกว่า 3,000 ไร่ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล ด้วยปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมมะลิ 15 ได้รับการตรวจ GAP และสนับสนุนโรงสีข้าวชุมชน จากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ซึ่งหัวใจสำคัญของการรวมกันเป็นนาแปลงใหญ่ ทำชาวนาแห่งหมู่บ้านขามพัฒนา กว่า 100 ครอบครัว แห่งนี้ จะมีอำนาจต่อรอง ลดต้นทุน กำหนดราคาขายได้เอง โดยเน้นการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปลอดสารเคมี สารพิษ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็นำมาสีข้าวที่โรงสีชุมชนของหมู่บ้าน เมื่อได้ข้าวสารที่ไม่มีการใส่สารกันมอด หรือรมควัน แพ็คบรรจุใส่ถุงขนาด 1 กก.และ 5 กก.ฝากให้ลูกหลานภายในหมู่บ้านที่ไปทำงานต่างถิ่น และที่กรุงเทพฯ นำไปขายเองโดยไม่ผ่านกระบวนการพ่อค้าคนกลาง นอกจากนี้ กำลังให้ชาวนาคนรุ่นใหม่ พัฒนาสู่การขายในโลกออนไลน์ ผ่านเฟสบุ๊กและไลน์

นายไสว ชนะชัย ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขามพัฒนา กล่าวว่า แต่เดิมชาวบ้านขามพัฒนาแห่งนี้มีอาชีพทำนาอยู่แล้ว จึงมีการร่วมกลุ่มและช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาของเรา ทำนาปลูกข้าว มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ดีกว่านำข้าวไปขายให้โรงสี หรือพ่อค้าคนกลาง ทำอย่างไรให้มันดีกว่าที่จะไปขายข้าวให้โรงสีที่ราคามันต่ำอยู่ เริ่มต้นจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเอง เพื่อเป็นการต่อยอด แทนที่ชาวนาจะพากันขายข้าวเปลือกกันแบบธรรมดา เพิ่มความขยันขึ้นมาอีกนิด เพิ่มการดูแล และเอาใจใส่อีกนิดหนึ่ง หันมาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่าย อาจจะเป็นราคาหนึ่งเท่าตัวของราคาข้าวเปลือกปกติ นั้นคือจุดเริ่มต้น

นายไสว กล่าวต่อว่า พอเราเริ่มยืนอยู่ได้โดยการรวมกลุ่มก็ได้มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งเสริมในเรื่องครุภัณฑ์ โดยการสนับสนุน โรงสีข้าวชุมชน เพิ่งได้ในปี 2560 ปีที่แล้วได้ร่วมกลุ่มเพื่อผลิตข้าวเพื่อจำหน่ายเอง ต้องไปอาศัยจ้างโรงสีที่อื่น ในการทำข้าวสารขาย ปีที่แล้ว ขายข้าวสารหอมมะลิ ในราคา กก.ละ 30 บาท ที่หน้าโรงสี หน้ากลุ่ม ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขามพัฒนา ไม่มีต้นทุนค่าขนส่ง สำหรับปีนี้ มีข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวไรท์เบอร์รี่ เป็นข้าวที่ได้รับการตรวจ GAP และรับรองมาตรฐานการผลิตโดย กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอนาคตก็จะมีการยกระดับการผลิตเป็นข้าวอินทรีย์ ออร์แกนิก 100%

ด้าน นายไกรศรี จังอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านขามพัฒนา กล่าวว่า ขอฝากผลิตภัณฑ์ข้าวมะลิของชาวสุรินทร์ ที่อนุรักษ์ไว้ ก็คือ ข้าวหอมมะลิ 105 มีรสชาติกลิ่นหอม ซึ่งเป็นข้าวที่ไม่ได้ใช้สารเคมี ใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักโดยตรง น้ำหมักชีวภาพ ลดปุ๋ยเคมีหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น มีผลมีต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตชาวนา และทำให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิที่ผลิตออกมา ไม่เสื่อมเร็ว คุณภาพความหอม นุ่ม คงทนนาน เป็นข้าวหอมมะลิที่แท้จริง รักษาสภาพให้เป็นข้าวอินทรีย์  ก็อยากจะฝาก หากท่านใดสนใจ สั่งซื้อข้าวจากมือชาวนาจริงๆ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ศูนย์ข้าวนาแปลงใหญ่บ้านขามพัฒนา นายไสว ชนะชัย ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขามพัฒนา หมายเลขโทรศัพท์ 089-4544079 ได้ตลอดเวลา

ขณะที่ นายเรืองยศ ลิ้มนุกูลเจริญ นายอำเภอสังขะ กล่าวว่า อ.สังขะ มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณกว่า 300,000 ไร่ ปีนี้ผลผลิตนี้ คาดว่าจะได้ข้าวหอมมะลิ ประมาณ 200,000 ตัน ราคาหน้าโรงสี 10 กว่าบาท ก็ถือว่าราคาดีพอสมควร แต่พี่น้องชาวนาในพื้นที่ อ.สังขะ เท่าที่ตนเข้าพื้นที่ ปรากฏว่าเขาต้องการปลูกเอง สีเอง ขายเอง ให้กับผู้บริโภคโดยตรง นับว่าชาวบ้านได้คิดตามนโยบายรัฐบาล ก็คือเกษตรกร 4.0 ก็เป็นเรื่องที่ดี สนับการส่งเสริมในเรื่องของข้าว ตอนนี้ก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ตาก และเก็บไว้ในยุ้งฉาง หากมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน ก็สามารถจำนำเข้ากับรัฐบาล โดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และจากการสอบถามพูดคุยกับชาวนาส่วนใหญ่ พบว่าบรรดาลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด และกรุงเทพฯ ต่างรับอาสา ที่จะนำข้าวสารในชุมชนของตนเองไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่มีการผ่านกระบวนการของพ่อค้าคนกลาง ตนคิดว่าปีนี้น่าจะประสบความสำเร็จได้ด้วยดี หลักจากทางรัฐบาลสนับสนุนนาแปลงใหญ่ สู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพ ชาวนาในยุคประเทศไทย 4.0 สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวในระยะยาว ชาวนามีมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ของชำร่วยปลูกด้วยใจ คู่บ่าวสาวเพาะต้นพริกมะเขือมอบแทนคำขอบคุณ

Posted on July 29, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302753

ของชำร่วยปลูกด้วยใจ คู่บ่าวสาวเพาะต้นพริกมะเขือมอบแทนคำขอบคุณ

ของชำร่วยปลูกด้วยใจ คู่บ่าวสาวเพาะต้นพริกมะเขือมอบแทนคำขอบคุณ

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.50 น.

12พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00น. ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ นางปียานุช แก่นจักษ์ ข้าราชการครูโรงเรียนบ้านนาวอง ตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ผู้แม่ของนางสาวพลสุดา แก่นจักษ์ เจ้าสาว ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ สมรสกับนายบุญเกิด ศรีมงคล วิศวกรหนุ่ม เจ้าบ่าว บุตรของนางอุดม ศรีมงคล

ซึ่งทางคุณพ่อคุณแม่ ของนายชินกรณ์ ศรีมงคล เจ้าบ่าว ได้จัดงานมงคลสมรสที่บ้านเจ้าสาว โดยมีญาติพี่น้องของคู่บ่าวสาว และแขกผู้มีเกียรติ์แห่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ในงานมีพิธีแห่ขันหมาก บายศรีสู่ขวัญ ส่งคู่บ่าวสาวเข้าหอ เหมือนกับพิธีแต่งงานทั่วไป แต่ที่แขกร่วมงานสุดปลื้มและต่างแปลกใจ คือของชำร่วยที่คู่บ่าวสาวนำมามอบให้แทนคำขอบคุณ คือต้นกล้าพริก-มะเขือ-หอม-กระเทียม พืชผักส่วนครัวหลากหลายชนิด

นายชินกรณ์ ศรีมงคล วิศวกรหนุ่มเจ้าบ่าวกล่าวว่า ตนและเจ้าสาว มีความตั้งใจมากที่ทำของชำร่วยเป็นพืชผักส่วนครัว ตามพระราชดำรัสพ่อหลวงรัชกาลที่9 ที่ทรงสอนพสกนิกรของพระองค์ในเรื่องความพอเพียง และจะขอเดินตามรอยพ่อตลอดไป

ด้านนางสิริยากร มีสุข และนางประคอง บุญเลิศ หนึ่งในแขกที่ร่วมงาน กล่าวว่า ตนไปร่วมงานมาหลายที่ของชำร่วยก็ธรรมดาทั่วไป แต่งานนี้คู่บ่าวสาวจัดทำของชำร่วย ที่มีความหมายน้อมนำพระราชดำรัส เรื่องของเกษตรพอเพียงมามอบให้ตนมีความภูมิใจและดีใจมาก เพราะสิ่งที่คู่บ่าวสาวมอบให้นั้นเป็นสิ่งที่สื่อความหมายที่สุดจะบรรยาย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,903,232 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
ททท. จัดเสวนา ‘เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์’
ศิริราชประกาศเกียรติคุณแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 แก่แพทย์ผู้เสียสละ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทุ่มเทช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
เอส แอนด์ พี ยกระดับ ‘ข้าวแช่’ เชื่อมวัตถุดิบชุมชนสู่ทางเลือกสุขภาพและความยั่งยืน
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999' (PC-1999) สมุนไพรพื้นบ้าน สู่นวัตกรรมยาสมุนไพรมาตรฐานสากล
‘ปราการ’ ผสานพันธมิตรผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม ดื่มด่ำรสชาติแห่งความเป็นไทย
หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน
รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ‘เอกนิติ’สั่งลุย ปรับคำนวณราคาขายส่ง
ชวนบริจาคโลหิต เติมคลังเลือดเตรียมรับมืออุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์
สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มเมืองหลวงอิหร่าน ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดเจ็บสาหัส

Recent Posts

  • ‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ ระดมกำลังวางแผนปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ บรรเทาฝุ่นพิษภาคเหนือ
  • ‘ดร.เอกภาพ พลซื่อ’ เป็นประธานในพิธีมอบกระบือ ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ
  • ปั้นไก่ชนเงินล้าน! ‘ฟาร์มตอง 111’ พลิกภูมิปัญญา-สู่ธุรกิจสร้างรายได้ยั่งยืน
  • บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ทาสโรมันกับสิงโต
  • คุณแหน : 4 เมษายน 2569

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d