วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ฟุตบอลโลก 2018 เปิดตัว “ลูกฟุตบอล” ที่ใช้ในการแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการ
เป็นลูกฟุตบอลที่ใช้ในฟุตบอลโลก ลำดับที่ 13 ที่ผลิตโดย “อาดิดาส” เข้ามาสัมปทาน นับตั้งแต่ปี 1970
ถือเป็นช่วงเวลาแห่ง “รอยต่อ” จากฟุตบอลโลกยุคโทรฟี่ “จูลล์ส ริเมต์” มาเป็น “ฟีฟ่า เวิลด์คัพ” อีกด้วย
ลูกฟุตบอลใบแรกของ อาดิดาส ในฟุตบอลโลก คือ เทลสตาร์ เมื่อปี 1970 ซึ่งที่จริงแล้วเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปในศึกยูโร 1968 ก่อนจะมาดังคับโลกในเวลาต่อมา
น่าสนใจว่า รายละเอียดต่างๆ ในลูกฟุตบอลถือว่าสำคัญเสมอ ไม่ใช่เพียงแค่เตะมันกันอย่างเดียว
ลูกบอลเทลสตาร์ 1970 เป็นลูกหนังที่คุ้นตา จนเป็นต้นแบบของการออกแบบลูกฟุตบอลระดับโลก ที่เราเรียกกันตามๆ กันมาว่า “บอลเปเล่” เพราะมันเกิดในยุคของ “ไข่มุกดำ” แห่งบราซิล ครองแชมป์โลก เป็นสมัยที่ 3 และต่อมาก็มี “บอลเปเล่” ในบ้านเราให้ฮิตกันเกร่อในยุคต่อๆ มา
ซึ่ง “เทลสตาร์” ถูกตั้งชื่อให้เกียรติกับ “เทลสตาร์ 1” ดาวเทียมที่ถูกส่งขึ้นไป เมื่อ 10 กรกฎาคม 1962 โคจรรอบโลกเป็นวงรี โดยใช้การควบคุมการโคจรจากสถานีภาคพื้นดินที่อยู่บนโลก ดาวเทียมดวงนี้ถือว่าเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ใช้ในการสื่อสารอย่างแท้จริง และใช้ส่งรายการโทรทัศน์รวมลงมาด้วย
นั่นก็เพราะว่า บอลโลก ปี 1970 คือครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์
หรือจะเป็นปี 1986 ลูกบอลอัซเตก้า มาจากคำว่า “แอซเท็ก” กลุ่มอารยชนที่ฉลาด เก่งเรื่องเกษตร และโหราพยากรณ์ สามารถพลิกพื้นแผ่นดินที่ไม่มีใครเหลียวแลกลายเป็นผืนแผ่นดินทองคำ ในช่วงคริสต์ศักราชที่ 12-13 เป็นกลุ่มที่อพยพจากตอนเหนือของอเมริกา มาปักหลักอยู่เซ็นทรัล เม็กซิโก ซึ่งปัจจุบันก็คือเมืองเม็กซิโก ซิตี้
นิยมการบูชายันต์โดยใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยต่อเทพเจ้า ก่อนจะโดนโค่นด้วยมือของ เอร์นาน คอร์เตส นายพลชาวสเปน ในปี 1521
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ ในปี 1990 ที่อิตาลี เป็นเจ้าภาพ ลวดลายที่ใช้ในลูกฟุตบอลอีทรัสโก้ ก็นำมาจากในสมัยต้นยุคประวัติศาสตร์และอารยธรรมโรมัน 600 ปี ก่อน ค.ศ. ที่มีชื่อว่า “อีทรัสกัน”
กล่าวคือ อีทรัสกัน ซึ่งเป็นพวกที่วางรูปวัฒนธรรมของชาวโรมันแต่เริ่มแรก โดยรับอารยธรรมกรีกมาผสมผสานกับอารยธรรมของตนและส่งต่อให้กับโรม การปกครองของโรมในระยะแรกอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่มีพื้นเพเป็นอิทรัสกัน ก่อนที่ขุนนางโรมันจะยึดอำนาจ 509 ปี ก่อน ค.ศ. ขุนนางโรมันประสบความสำเร็จในการล้มกษัตริย์อีทรัสกัน และเปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์มาเป็นสาธารณรัฐปกครองโดยชนชั้นขุนนาง
ตัวอย่างแค่ฟุตบอล 3 เวอร์ชั่นนี้ก็ถึงทรวงในแล้ว
ว่าแล้วนำทุกท่านไปรู้จักกับลูกฟุตบอลทั้งหมด 12 แบบ 12 สมัยในบอลโลกที่ผ่านมา แน่นอนว่า บางท่านได้ดูครบทุกครั้ง บางท่านได้ดูไม่กี่สมัย หรือบางท่านอาจจะไม่เคยได้ดูเลย สำหรับผมที่เริ่มดูบอลโลกหนแรกด้วยลูกกะตาของตัวเองในปี 1986 ขอหยิบยกโมเมนท์ต่างๆ มาให้ได้ติดตาม ซึ่งปี 1970-1982 ขอเรียงร้อยมาจากการได้กลับไปศึกษาจากเทป, วีดีโอ และหนังสือตำราต่างๆ นั่นเอง
l Telstar บอลโลก 1970
“บอลหนัง” แบบแรกของโลก ไม่ได้ใช้ “บอลยาง” อย่างที่ผ่านๆ มา เป็นหนังเย็บติดกัน 32 ชิ้น แบ่งเป็นสีดำ 5 เหลี่ยม 12 ชิ้น และสีขาว 6 เหลี่ยม 20 ชิ้น สาเหตุที่ใช้แต่หนังสีขาว-ดำนั้น เป็นเพราะว่าเป็นปีที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกไปทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยยุคนั้นทีวีส่วนใหญ่เป็น “ทีวีขาวดำ”
ความทรงจำ : ทักษะของ โคลโดอัลโด้ พลิ้วหลบผู้เล่นอิตาลี 4 คนรวด แล้วไหลมาที่ ริเวลลิโน่ ปีกหนวดงาม ส่งมาที่ แจร์ซินโญ่ จ่ายมาให้กับ เปเล่ ซึ่ง “ไข่มุกดำ” ดึงจังหวะรอเหมือนกับมีตาหลัง ก่อนจะไหลแบบธรรมชาติให้กับ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ กัปตันทีมแบ๊กจอมบุก วิ่งเข้าสังหารแบบ “เต็มตีนเตี่ย” ลูกพุ่งไปตุงตาข่าย นี่คือประตูที่ได้รับการโหวตจากแฟนฟุตบอลทั่วโลกว่า สวยที่สุดในฟุตบอลโลก
l The Telstar Durlast บอลโลก 1974
ต่อยอดความสำเร็จจากครั้งก่อน ลูกฟุตบอลเทลสตาร์ กลายเป็นที่จดจำไปทั่วโลก มีการปรับใช้ “ยูรีเทน” มาเคลือบเข้าที่ลูกฟุตบอล เพื่อให้กันซึมได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการปรับสีตราสินค้า และตัวหนังสือทั้งหมด จาก “สีทอง” กลายมาเป็น “สีดำ” เพิ่มความเข้มขลังและคลาสสิก
สุดๆ
ความทรงจำ : โททั่ลฟุตบอลของ เนเธอร์แลนด์ ที่ว่าแน่ ยังต้องแพ้ความแกร่งของเยอรมันตะวันตก โดยเฉพาะการจับบอลแล้วพลิกยิงเร็วของ “ไอ้ลูกระเบิด” แกร์ด มุลเลอร์ เป็นประตูชี้ชัยให้แข้งอินทรีเหล็กครองแชมป์โลก พร้อมกับเป็นทีมแรกที่ได้ชูถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ
l Tango บอลโลก 1978
การปรับโฉมอย่างสุดคลาสสิกมาเป็นลูกฟุตบอลชื่อว่า “แทงโก้” ด้วยการเล่นลายโค้งมนสวยงาม เรื่องของเรื่องก็คือ ตั้งชื่อให้เข้ากับท่าเต้นพื้นเมืองของอาร์เจนตินา ถือเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ของลูกฟุตบอลที่มีแนวลวดลายโค้ง และยึดหลักนี้ไปอีกหลายสมัยเลยทีเดียว
ความทรงจำ : ชัยชนะเหนือ เปรู ประดุจการล็อกสเปก 6-0 นำพาให้ อาร์เจนติน่า ผ่านเข้าไปเล่นนัดชิง ทำให้วงการฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เพราะเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มต่างๆ ต้องเตะให้พร้อมกัน ไม่งั้นอาจมีซูเอี๋ยก็ได้
l Tango Espana บอลโลก 1982
ลวดลายไม่เปลี่ยน แต่ถือเป็นบอลลูกแรกที่ทำจากการผสมผสานของหนัง และวัสดุสังเคราะห์ คุณภาพของหนังที่ใช้ผลิตนั้นถือว่าเยี่ยมมาก ใช้เทคโนโลยีช่วยให้หนังมีการดูดซับน้ำน้อยลงกว่าเดิม ถ้าเทียบกับรุ่นเก่าเวลาเปียกน้ำ ลูกบอลรุ่นนี้จะยังคงน้ำหนักเดิม ที่สำคัญใช้แผ่นเย็บติดกันด้วยมือ 32 ชุดด้วยกัน
ความทรงจำ : แฮททริกของ เปาโล รอสซี่ ที่ทำให้ อิตาลี พลิกล็อกคว่ำ บราซิล ในรอบแบ่งกลุ่ม รอบที่ 2 เด็ดขาดจริงๆ
l The Azteca บอลโลก 1986
มาถึงยุคของ “บอลเย็บ” ขนานแท้ ด้วยการทำจากวัสดุสังเคราะห์มากกว่าหนัง ทำเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แต่สามารถรักษารูปร่างของฟุตบอลให้กลม และกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อรองรับพื้นที่แข็ง และระดับความสูงของสภาพอากาศ พร้อมกับตกแต่งลายให้เข้ากับอารยธรรมของเม็กซิโก
ความทรงจำ : ลูกบอลลูกนี้เราเห็นชินตาจากจังหวะ “แฮนด์ ออฟ ก๊อด” ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ในเกมที่เขาใช้มือพังประตูอังกฤษ ทำให้ อาร์เจนตินา ชนะ 2-1 ในรอบ 8 ทีม ซึ่งเขาบอกว่านี่คือ “หัตถ์พระเจ้า” สร้างความเคืองแค้นและระอุเดือดไม่แพ้สงครามฟอล์คแลนด์เลยทีเดียว
l Etrusco บอลโลก 1990
ทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการใช้ใยสังเคราะห์ และใช้น้ำยางที่สร้างความเหนียวแน่น และทนแต่แรงเสียดสี ป้องกันแรงฉีกขาดได้ดีกว่าเดิม พร้อมทั้งการผสมโพลียูริเทนเข้าไปในการผลิตเพื่อกันน้ำ 100% ลวดลายมาในแนวอิงประวัติศาสตร์ของ อิตาลี ด้วยการมีหัวสิงโต 3 หัวในสไตล์ของอิทรัสกัน
ความทรงจำ : นอกจาก “แฮนด์ ออฟ ก๊อด ภาค 2” ที่ไม่ได้ดังเหมือนภาคแรกของ มาราโดน่า ขอเลือกจังหวะม้วนตัวกลับมายิงของ เดวิด แพล็ท ในนาทีที่ 119 พาอังกฤษเข้ารอบ 8 ทีม บอลแทบพุ่งทะลุออกมาเลย
l Questra บอลโลก 1994
แบบฉบับของคำว่า “บอลปีศาจ” โดย เควสต้า มาจากคำว่า “Quest for the star” เพราะถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีอวกาศจรวดความเร็วสูง นั่นคือมีการเพิ่มชั้นของโพลียูริเทนที่ด้านนอก ทำให้น้ำหนักเบาขึ้น กลายเป็นต้นแบบลูกบอลรุ่นใหม่ เพราะมีอัตราเร่งความเร็วด้วยตัวของมันเอง แม้จะควบคุมง่ายขึ้น นุ่มขึ้น แต่ไม่ค่อยมีใครชอบเท่าไหร่นะ!
ความทรงจำ : บราซิล อาจจะครองแชมป์โลก สมัยที่ 4 และครองถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพหนแรก แต่ไม่มีใครลืมช็อตที่ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ผู้แบกอิตาลีเข้าชิง แต่ซัดข้ามคานยกแชมป์ให้พวกแซมบ้าเป็นแน่แท้

l The Tricolore บอลโลก 1998
เป็นครั้งแรกที่ลูกฟุตบอลไม่ได้มีแค่สีขาวและดำ เพราะ “ตริโกลอร์” หรือ “ไทรคัลเลอร์” มาจากการใช้ 3 สีประจำชาติฝรั่งเศส คือแดง-ขาว-น้ำเงิน แถมยังเป็นครั้งแรกที่มีการถักใยโพลียูริเทนลงไปในชั้นของหนังเทียม รวมถึงซินเท็กซ์โฟม ทำให้การกระเด้งที่ดีและบีบอัดที่ดีกว่ารุ่นที่ผ่านๆ มา
ความทรงจำ : ลูกโขกสองประตูของ ซีเนดีน ซีดาน ทำให้ ฝรั่งเศส ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์โลกสมัยแรก แถมก่อนเกมนัดชิง บราซิล ทะเลาะกันเอง แถมยังมีข่าวว่า โรนัลโด้ เดอ ลิม่า ป่วยจนถึงขั้นต้องปั๊มหัวใจกันเลยทีเดียว!
l The Fevernova บอลโลก 2002
รูปลักษณ์ของฟุตบอลเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และมีสไตล์มากยิ่งขึ้น “ฟีเวอร์โนวา” ยังถูกออกแบบน้ำหนักให้เคลื่อนที่ไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำขึ้น ด้วยขนาดที่ใหญ่และเบา หลังจากผ่านการประคบประหงมนานถึง 3 ปีที่ ศูนย์วิจัยเชือนเฟลด์ ที่เยอรมนี โดยพื้นไม่ใช่สีขาวอีกต่อไป ทำให้ลูกบอลลูกนี้สร้างความฮือฮาและนิยมไปทั่วโลก โดยลูกบอลคุณภาพสูงสุดของรุ่นนี้ขายได้ถึง 6 ล้านใบทั่วโลก
ความทรงจำ : “3 อาร์แห่งบราซิล” โด่งดังแบบสุดๆ ในบอลโลกฉบับเอเชียครั้งแรก แต่ช็อตแห่งความทรงจำคงไม่พ้นจังหวะยิงอันทรงประสิทธิภาพทั้งในรอบตัดเชือกและนัดชิงของ โรนัลโด้ ที่ตัดผมทรง “ไดโกโระ” จนดังไปทั่วทั้งโลก
l The Teamgeist บอลโลก 2006
จิตวิญญาณแห่งความเป็นทีม คือคอนเซ็ปต์ครั้งนี้ “ทีมไกสต์” หรือ “ทีมสปิริต” คือ ก่ารปฏิรูปลูกหนังแนวใหม่ ลดจำนวนชิ้นของวัสดุที่เอามาใช้จากเดิม 5 เหลี่ยม กับ 6 เหลี่ยม รวม 32 ชิ้น เหลือเพียง 14 ชิ้นเท่านั้น จนเป็นลูกฟุตบอลที่มี “ทรงกลม” มากกว่าลูกฟุตบอลแบบเดิมๆ ทำให้ควบคุมการเตะดีขึ้น แต่ยังสร้างความปวดหัวให้นายประตูเหมือนเดิม
ความทรงจำ : ความหมายลูกบอลคือ แฝงด้วยนัยความสามัคคี แต่แฟนบอลจดจำการที่ มาร์โก้ มาเตรัซซี่ กองหลังอิตาลี ไปด่า ซีเนดีน ซีดาน ทำให้ “ซิซู” ทนไม่ไหว เฮดบัตต์เข้าที่กลางอก ปิดตำนานการเป็นนักเตะให้โลกจดจำ มากกว่าชัยชนะด้วยจุดโทษของอิตาลีด้วยซ้ำไป
l The Jabulani บอลโลก 2010
ลูกฟุตบอลที่ แปลว่า ความสุข และการเฉลิมฉลอง ออกแบบโดย สถาบันเทคโนโลยีการกีฬาแห่งมหาวิทยาลัยลัฟโบโร ประเทศอังกฤษ เป็นลูกฟุตบอลที่ “กลมที่สุด” ตั้งแต่โลกนี้เคยมีมา เพราะไร้รอยเย็บ จากส่วนประกอบ โฟม EVA กับ TPU ยึดติดด้วยเทคโนโลยี 3D Termal Donding ปิดท้ายด้วยการอัดแรงดีนความร้อน สุดท้ายนี่คือลูกฟุตบอลที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด เพราะควบคุมทิศทางได้ยาก และเป็นฝันร้ายของผู้รักษาประตูที่ต้องทำหน้าที่ป้องกัน เพราะมันทั้งเบา และทิศทางลูกที่พุ่งส่าย
ความทรงจำ : บอลแห่งความสุข แต่เจ้าภาพตกรอบแรกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และจังหวะเอี้ยวตัวยิงประตูชัยของ อันเดรียส อิเนียสต้า นำพา สเปน ครองแชมป์โลกสมัยแรก จะตรึงตาไปตลอดกาล
l Brazuca บอลโลก 2014
“บราซูก้า” มีความหมายอย่างไม่เป็นทางการหมายถึง ชาวบราซิล หรือการอธิบายถึงวิถีชีวิตสไตล์ชาวบราซิลเลี่ยน นวัตกรรมด้านโครงสร้างที่ให้ความสมมาตรมากยิ่งขึ้น โดยผิวชั้นนอกเป็นชิ้นส่วนเพียง 6 ชิ้น มาประกอบเข้าด้วยกันทําให้การจับบอล สัมผัสบอลมั่นคงมากยิ่งขึ้น พัฒนาด้วยหลักการพลศาสตร์ นวัตกรรมโครงสร้าง และวัสดุ
จากบทเรียน “บอลกลมเกินไป” ทำให้ บราซูก้า ใช้เทคนิคด้านการเซาะตะเข็บและวัสดุของแผ่นยางให้มีความขรุขระมากขึ้น พร้อมกับเน้นสีสันสดใสเพื่อให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของบราซิล นับว่าเป็นลูกบอลที่มีสีสันมากที่สุดตั้งแต่เคยมีมา ซึ่งการปรับจูนในครั้งนี้ทำให้ ลูกบอลลูกนี้ได้รับคำชม และอาจจะบอกได้ว่า ประสบความสำเร็จมากที่สุดในช่วงหลัง
ความทรงจำ : คงไม่มีใครลืมเลือนวันพ่ายแพ้ยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิล ในรอบตัดเชือก ต่อ เยอรมนี 1-7 ซึ่งคนบราซิลที่นั่นถึงกับหล่นคำว่า “football is Over” ออกจากปากกันเลยทีเดียว!
บี แหลมสิงห์