Pot Ministry รวมความอร่อยของอาหาร 4 ภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519799

Pot Ministry รวมความอร่อยของอาหาร 4 ภาค

ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ใครที่ชอบกินเมนูหม้อไฟ และอยากได้รสชาติของน้ำซุปที่แปลกใหม่ หลากหลาย ต้องไม่พลาดมาลองชิมที่ร้าน ‘Pot Ministry’ ที่อยู่บนชั้น 4 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นร้านที่รวมอาหารไทยแท้รสเด็ดจากทั้ง 4 ภาค ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ใต้ มาไว้ในที่เดียวกัน

ตัวร้านเน้นโทนสีขาว-ดำ ออกแนวขรึมๆ เท่ๆ แต่บรรยากาศโปร่ง โล่ง นั่งสบาย ไม่อึดอัด เริ่มต้นมื้อนี้ด้วยเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นกันก่อน ที่ยกขบวนมาทั้ง ชาเย็นลิ้นจี่ (150 บาท) น้ำกระเจี๊ยบน้ำผึ้ง (150 บาท) และแบล็กเบอร์รี่เลมอนโซดา (150 บาท) ได้ทั้งความเปรี้ยว หวาน และซ่า

ตามต่อกับของว่างเรียกน้ำย่อย App เมือง (350 บาท) ที่ได้รวบรวมของขึ้นชื่อของภาคเหนือมาไว้ในจานเดียว ทั้งข้าวเกรียบ หมูยอ แหนมหม้อ ไส้อั่ว แคบหมู เสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริกอ่อง และน้ำพริกหนุ่มที่ร้านตำเอง

มาถึงเมนูพระเอกของร้าน เกาเหลาหม้อไฟในสไตล์ไทย 4 ภาค ที่มีน้ำซุปให้เลือกทั้งแบบภาคเหนือ อีสาน ใต้ กลาง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดเฉพาะตัวของแต่ละภาค มาคราวนี้ได้ลองเกาเหลาหม้อไฟภาคกลาง (950 บาท) ที่เป็นน้ำซุปแบบก๋วยเตี๋ยวเรือ หอมกลิ่นสมุนไพรไทย หวานน้ำซุปกระดูกหมู สั่งมาพร้อมกับเซตหมูคุโรบูตะ ที่มีทั้งสันคอหมูคุโรบูตะ ซี่โครงอ่อนตุ๋น หมูตุ๋น ลูกชิ้นหมู ตับหมู และผักสด เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มรสชาติออกหวานแบบภาคกลาง หรือถ้าไม่สั่งเป็นเซตจะเลือกสั่งเป็นอย่างๆ ไปก็ได้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ตอนนี้ร้านยังมีเมนูพิเศษใหม่ เป็นข้าวอบหน้าต่างๆ แบบฉบับเฉพาะตัวคือ ข้าวอบคั่วพริกเกลือ และข้าวอบคั่วกระเทียม ที่มีให้ลิ้มลองหลากหลายแบบ อาทิ ข้าวอบหมูกรอบคั่วพริกเกลือ (250 บาท) หมูกรอบชิ้นโตโรยหน้ามาด้วยพริกเกลือได้รสสัมผัสกรุบกรอบ ข้าวอบไข่ข้นกุ้ง ปูอัด และไข่กุ้ง (180 บาท) และปิดท้ายด้วย มาม่าหม้อต้มยำทะเล (180 บาท) มาม่าต้มยำรสแซ่บ ใส่กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่ และไข่ต้มยางมะตูม

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-129-4398 &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 200-300 บาท

 

สุขภาพดีได้กับร้าน Jamba Juice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519798

สุขภาพดีได้กับร้าน Jamba Juice

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

สำหรับคนรักสุขภาพ ชวนมาพบกับแบรนด์ดังจากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ‘Jamba Juice’ ที่ได้ขนสูตรแบบต้นตำรับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยที่ห้างสยามพารากอน ภายใต้แนวคิด “Blend In The Good” หรือการผสมผสานในสิ่งที่ดี ตกแต่งร้านด้วยโทนสีเขียวผสมผสานกับสีสดใส เพื่อมอบความสุขและสิ่งดีๆ จากธรรมชาติ

ไม่รอช้าสั่งความสดใหม่ของเมนูสมูทตี้มาลอง Strawberry Dream (110 บาท ขนาด 12 ออนซ์) รสชาตินี้เอาใจคนไทยโดยเฉพาะมีขายเฉพาะที่ไทยเท่านั้น โดยมีส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่ กล้วย ผสมด้วยนมถั่วเหลือง ให้ความกลมกล่อม รสชาติถูกปาก หอมหวานกำลังดี อร่อยและอิ่มท้อง Banana Berry (110 บาท) มีส่วนผสมของกล้วย บลูเบอร์รี่ แอปเปิล และสตรอเบอร์รี่

อีกหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือกลุ่มของเมนู Super Food Smoothie ที่เพิ่มคุณประโยชน์ด้วยการเติม Boosts ในเมนูต่างๆ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ที่ต้องใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟ และต้องการพลังงานมาเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่างๆ ในเวลาที่เร่งรีบ เมนูแนะนำ ได้แก่ Green Gataway (130 บาท) ที่มีส่วนผสมของมะม่วง เสาวรส ผักโขม โยเกิร์ตไร้ไขมัน และเมล็ดเจีย รสชาติหอมหวาน อร่อย ถึงแม้จะเป็นเมนูสีเขียวเหมือนน้ำผัก แต่เด็กๆ ที่ไม่กินผักถ้าได้ลองคงชื่นชอบ หรือจะสั่งเป็น Mango Yogurt Blend (130 บาท) ก็สดชื่น

ยังมีในส่วนของน้ำผลไม้คั้นสดอย่าง Orange Cooler (140 บาท) และ Watermelon Apple (140 บาท) เย็นชื่นใจใครต้องการแคลอรีต่ำ พลังงานสูงต้องสั่งหมวด Energy Bowls มีส่วนของผลไม้ โยเกิร์ต และกราโนล่า เช่น Berry Acai Bowl และ Chunky Strawberry Bowl (180 บาท) เป็นต้น

ทุกเมนูยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งอย่าง เวย์โปรตีน เมล็ดเจีย โปรตีนถั่วเหลืองได้ ในราคา 25 บาท

ร้านอยู่ที่ชั้น G ห้างสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 130 บาท

 

อร่อย เลิศหรู @ คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 09:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/520122

อร่อย เลิศหรู @ คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต

โดย  อชัถยา ชื่นนิรันดร์

ชื่อเสียงของมิสเตอร์จิม ทอมป์สัน เป็นที่เลื่องลือด้านความยอดเยี่ยมในการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกคน เขามักใช้เวลายามเย็นในการต้อนรับและจัดเลี้ยงอาหารแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลก ซึ่งภายในบ้านที่เต็มไปด้วยของสะสมและชิ้นงานศิลปะเลอค่า

ปัจจุบัน ร้านอาหารชั้นเลิศภายใต้แบรนด์ จิม ทอมป์สัน เปิดให้บริการหลายสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งต่างจังหวัด

ล่าสุดบุกตลาดภูเก็ตภายใต้แบรนด์ “คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต” ยังคงเน้นการนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารไทยเป็นพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศของร้านที่ประดับตกแต่งด้วยผืนผ้าไหมจากจิม ทอมป์สัน อย่างสวยงาม

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ประพา รัตนานุกูล ผู้จัดการร้านอาหาร คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต บอกว่า ร้านแห่งนี้เปิดบริการให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอาหารชั้นเลิศในบรรยากาศอันงดงาม

“ภายในพื้นที่สุดพิเศษที่โอบล้อมด้วยผืนผ้าไหม จิม ทอมป์สัน โดดเด่นด้วยเฉดสีเขียวของผืนผ้าลวดลายป่าทรอปิคอลภายในกรอบไม้สักสีน้ำตาลธรรมชาติ วางสลับกระจกที่บรรจงสร้างสรรค์อย่างประณีต และเพิ่มความสว่างด้วยโคมไฟดีไซน์พิเศษให้แสงและเงาช่วยเพิ่มบรรยากาศอันสุนทรีย์”

นอกจากนี้ เพิ่มลูกเล่นในการประดับตกแต่งฝาผนังด้านหลังด้วยตะกร้อหวาย และต้นไม้เขตร้อนนานาพันธุ์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับพื้นหินชนวนสีเทา เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารเลิศรสพร้อมบรรยากาศเปี่ยมรสนิยมให้ลูกค้า

สำหรับเมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ได้แก่ ปลากะพงทอด ยำมะม่วง ข้าวผัดสับปะรด ทอดมันปู แกงคั่วปูใบชะพลู แกงเขียวหวานเนื้อปู ข้าวมันไก่ นักท่องเที่ยวชาวจีนชื่นชอบมาก

ในเมนูเซตข้าวมันไก่ ในเซตนี้จะมีชาไทยและผลไม้รวมด้วย ส่วนอาหารที่ใช้ชื่อจิม ทอมป์สันในเมนู ได้แก่ เบอร์เกอร์บีฟ จิม ทอมป์สัน เอาเนื้อมาหมักเอง เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ ยังมี แซลมอนแซนด์วิช ดัดแปลงเอาใบตองมาห่อ และมีฟิชเบอร์เกอร์ ฯลฯ

เครื่องดื่ม จิม ทอมป์สัน คูลเลอร์ เป็นค็อกเทลผสมเหล้า ยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำใบมะกรูดคูลเลอร์ น้ำดอกอัญชัน สมูทตี้ ที่ขายดีคือแมงโก้แทงโก้ มะม่วงใส่โยเกิร์ตผสมน้ำเชื่อม ซึ่งรสชาติอาหารของทางร้าน เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ในสาขาที่ภูเก็ตมีเมนูอาหารมากกว่า 40 รายการให้เลือกรับประทาน และในช่วงงานเทศกาลเจ มีเมนูอาหารเจเสิร์ฟให้กับลูกค้าด้วย

ประพา บอกอีกว่าจุดเด่นเอกลักษณ์การตกแต่งอาหารจะนำดอกไม้ที่รับประทานได้มาวางตกแต่งอาหาร เช่น กลีบกุหลาบ อัญชัน เป็นต้น ราคาอาหารเฉลี่ย 350-500 บาท สำหรับ 2 จานหลัก รับประทาน 2 ท่าน ไม่รวมเครื่องดื่ม

สำหรับจำนวนที่นั่งมีทั้งหมด 30 ที่นั่ง รับบริการสำรองที่นั่งล่วงหน้า บริการจัดงานเลี้ยง กิจกรรมพิเศษขององค์กร กิจกรรมพิเศษในรูปแบบอื่นๆ เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 11.00-22.00 น. ปิดรับออร์เดอร์ในเวลา 21.30 น. โดยคาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สะดวกต่อการเดินทาง บริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าจังซีลอน ภูเก็ต ที่เปรียบได้กับโอเอซิสสุดผ่อนคลายในป่าตอง ห้องที่ 1104/2 ชั้นจี ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

สำรองที่นั่งได้ทางโทรศัพท์ 076-366-681

 

จากยอดดอย สู่บ้านเรา มื้อเช้ากับวัตถุดิบจากโครงการหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 13:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519943

จากยอดดอย สู่บ้านเรา มื้อเช้ากับวัตถุดิบจากโครงการหลวง

โดย สีวลี ตรีวิศวเวทย์ภาพ Cookool Studio

เดินทั่วร้านโครงการหลวงทุกครั้ง อดไม่ได้ที่จะหยิบสินค้ามาเต็มตะกร้า ทั้งผักสดๆ ที่เข้าสายๆ วันพฤหัสบดีจะเยอะเป็นพิเศษ ข้อมูลนี้แต่ละสาขาอาจต่างกันออกไปใกล้สาขาไหนลองถามดู ชอบที่สุดและขาดไม่ได้ทุกครั้งที่เจอคือ กีวีเหลืองที่ผู้เขียนซื้อเป็นประจำทุกครั้ง ต้องบอกเลยว่ากีวีฟรุตสีเหลืองพันธุ์ Yellow Joy กินแล้ว “จอย” สมกับชื่อเขาเพราะรสหวานกว่ากีวีเหลืองของนอก แต่ราคาสบายกระเป๋ากว่าเยอะ บางรุ่นต้องบอกเลยว่าไม่มีอมเปรี้ยวเลย มีแต่หวานล้วนๆ แช่เย็นๆ แล้วผ่าครึ่งใช้ช้อนชาขนาดเล็กตักคว้านเป็นคำๆ อร่อยและได้ประโยชน์วิตามินซีเต็มๆ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ากีวีนั้นมีวิตามินซีสูง รับประทานแล้วสดชื่น เหมาะสำหรับปลุกให้ร่างกายตื่นตัวยามเช้าเป็นที่สุด

มองไปที่ตู้แช่เย็นเหลือบไปเห็นเนื้อหมูขนาดคล้ายๆ ส่วนสันนอกหรือพอร์กช็อป หั่นหนาสัก 3 ส่วน 4 นิ้วคู่กันในแพ็กสุญญากาศ สอบถามทางร้านดูได้ความว่าเป็นหมูจินหัวรมควัน หมูชนิดนี้มีสายพันธุ์มาจากจีน คล้ายๆ กับหมูดำของสเปน ชาวจีนนิยมเอาส่วนสะโพกมาทำเป็นแฮมด้วยสูตรพิเศษและความหอมของเนื้อหมูพันธุ์นี้ทำให้ได้แฮมที่เอามาทำอาหารจีนหลากหลายอย่าง

ที่เด็ดสุดคือ ใช้ต้มน้ำซุปให้หวานอร่อย หมูพันธุ์นี้เป็นของขวัญที่ทางรัฐบาลจีนทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางฯเจ้าพระบรมราชินีนาถเมื่อปี 2542 ตั้งแต่นั้นมาก็มีการพัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมาจนเลี้ยงสำเร็จได้ในโครงการหลวง และกลายมาเป็นหมูรมควัน แฮมรมควันบรรจุถุงอยู่ในร้านโครงการหลวงทุกวันนี้ เห็นไหมเรียกว่ามาร้านเดียวมีครบทุกหมวดหมู่จริงๆ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

คราวนี้ผู้เขียนลองซื้อหมูรมควันกลับมาด้วย กะว่าจะทำเป็นอาหารเช้าแบบฝรั่งสักหน่อย ซึ่งปกติแล้วอาหารเช้าแบบที่เราคุ้นเคยต้องมีไข่และแฮม มักจะเป็นแฮมที่เรียกว่า Processed Ham คือเอาเศษเนื้อหมูมาอัดเป็นก้อนๆ หั่นบางๆ แบบนี้นิยมในอาหารเช้าอเมริกันที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าเป็นสไตล์อังกฤษหรือ English Breakfast เขามันจะใช้แฮมแบบที่ทำจากเนื้อหมูส่วนนั้นๆ ไม่มีการอัดเป็นก้อนๆ เพราะมีคุณภาพสูงกว่า อร่อยกว่า ได้กลิ่นหอมกว่าเพราะยังมีความเป็นเนื้อหมูอยู่เยอะ เอามาจี่ในกระทะใส่น้ำมันนิดเดียวพอให้หอมๆ เหลืองๆ

ในกระทะเดียวกันนี่แหละใช้ผัดผักโขมก้านขาวมาผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียมนิดหน่อย โยนมะเขือเทศราชินีสีเหลืองที่มักซื้อไว้ใส่สลัดลงไป ปรุงรสง่ายๆ ด้วยเกลือ พริกไทย ความหอมของหมูรมควันช่วยให้ผักโขมก้านขาวผัดกระเทียมอร่อยขึ้นอีกเยอะเลย

จะให้ครบถ้วนอาหารเช้าสไตล์ฝรั่งต้องมีขนมปัง ก็ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะร้านโครงการหลวงยังมีขนมปังจากโครงการหลวงเองให้เลือกซื้อ ขายดีที่สุดน่าจะเป็นขนมปังแผ่นสีเหลืองที่มีส่วนผสมของฟักทอง ถ้าใครไม่เคยเจอในร้านโครงการหลวงก็ไม่แปลกเพราะขายดีมากและขาประจำมักจะมาซื้อติดบ้านไว้จนกลายเป็นสินค้าขายดีของร้านไป ต้องไปรอบเช้าหน่อยถึงจะมีให้เลือกเยอะ ตั้งแต่ขนมปังแผ่น ขนมปังแถวจิ๋วๆ ที่แปะยี่ห้อ “ดี อร่อย” เห็นเขาเรียกว่าขนมปังมินิ มีรสผักโขมปวยเล้ง รสกาแฟ โฮลวีท ขนาดกำลังเหมาะที่เหมามาให้ครบ ทุกรสชาติ ปิ้งให้ร้อนๆ ในกระทะจะกรอบนอกนุ่มใน จะทาเนย หรือจะปาดด้วยผลิตภัณฑ์ ทาขนมปังก็อร่อยทั้งนั้น

 

Osha Cafe โอชะรสไทยในสไตล์โมเดิร์น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519797

Osha Cafe โอชะรสไทยในสไตล์โมเดิร์น


ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ภาคภูมิใจกับอาหารไทยให้เต็มที่ เมื่อรสชาติดีๆ ถูกจัดใส่จานเสิร์ฟแบบโมเดิร์น ที่ร้าน ‘Osha Café’ ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ โกดัง 10 หลังจากโด่งดังเป็นพลุแตกในซานฟรานซิสโก ที่สาขานี้ตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ แล้วเลือกเฟอร์นิเจอร์สีพาสเทลมาแต่งแต้มสีสันดูมีชีวิตชีวา เมนูอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ด้วยปรัชญาการปรุงอาหารแบบ The Best Authentic Thai Taste with Modern Twist ผสานการรังสรรค์โดย เชฟปู-ปูริดา ธีระพงษ์ สุดยอด Corporate และการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด จึงออกมาเป็นเมนูที่มีความหลากหลายทางรสชาติและรสสัมผัส มีความโมเดิร์นแต่ยังคงรสชาติต้นตำรับไทย เนรมิตได้ทั้งสตรีทฟู้ดยอดนิยมตลอดจนอาหารไทย 4 ภาค

เริ่มด้วยเมนูขึ้นชื่อ โอชาปูจ๋า (280 บาท) ฟองเต้าหู้อัดแน่นด้วยเนื้อปูและกุ้ง ทอดกรอบๆ น้ำจิ้มบ๊วยที่เพิ่มความหอมด้วยส้มซ่าซึ่งหากินได้ยาก ต่อด้วยเมนูที่เชฟแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวโอชา (220 บาท) ดัดแปลงจากอาหารไทยโบราณ ใช้เส้นใหญ่เหนียวนุ่มผัดกับพริกแกงและไข่จนหอม ท็อปปลาดอลลี่ โรยปลาฟู กินคู่ถั่วฝักยาวสไลซ์

ชอบซีฟู้ดสั่งหม้อไฟเครื่องแน่น โป๊ะแตกทะเล (650 บาท) กุ้ง หอย ปู ปลา ยกมาป็นแถบ เพิ่มรสเผ็ดร้อนด้วยสมุนไพร ข่าและกะเพรา เบาลงด้วย กุ้งอบวุ้นเส้น (590 บาท) เหนียวๆ นุ่มๆ รสจัดจ้าน

ยังไม่พอต่อที่ ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน (350 บาท) ซี่โครงหมูอบเคลือบน้ำซอส หรือจะเป็นจานสุดประณีต พริกขิงปลาฟูไข่เค็ม (250 บาท) น้ำพริกรสหวานนำ เค็มตาม ไม่เน้นเผ็ด ถูกใจเด็กและต่างชาติ เสิร์ฟมาพร้อมปลาฟู ผักแนมทั้งสดและลวก ยังมี ยำส้มโอไก่ฉีก (220 บาท) สดชื่นแบบรสไทย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ของหวานแนะนำ ทับทิมกรอบในน้ำกะทิอบควันเทียน และ ไอศกรีมมะพร้าวอ่อนทรงเครื่อง (150 บาท) ขาดไม่ได้สำหรับเครื่องดื่ม อาทิ Violet Tea น้ำสมุนไพรสีสวย Ware House No.10 ค็อกเทลประจำของโกดังหมายเลข 10 และยังมี Jazzmine ม็อกเทลดอกมะลิ ให้เลือกตามรสนิยม

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น. โทร. 02-046-9441

ราคาต่อหัวประมาณ 500-1,000 บาท

 

ร้าน 5 แยก อร่อยเบอร์นี้ต้องลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519936

ร้าน 5 แยก อร่อยเบอร์นี้ต้องลอง

โดย ชายโย

ร้านอาหารอร่อยที่เหมาะสำหรับดินเนอร์กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงหลังเลิกงานนั้นหายาก แต่เราเจออยู่ร้านหนึ่งชื่อว่า ร้าน 5 แยก เป็นร้านเปิดใหม่ใกล้กับ 5 แยกวัชรพล หากเดินทางจากถนนรามอินทราผ่านศูนย์การค้าเพลินนารีมอลล์มุ่งหน้าสู่ 5 แยกวัชรพล ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงเนเบอร์เซ็นเตอร์ มีที่จอดรถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 10 คัน

จุดเด่นของร้านนี้คือเมนูอาหารที่ทางร้านคัดสรรให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย จากประสบการณ์ของเจ้าของร้านมากกว่า 10 ปี การันตีว่ารู้ใจลูกค้าสุดๆ ตัวร้านจึงรับได้ทั้งลูกค้าที่มาเป็นครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อนๆ หลังเลิกงาน ซึ่งระหว่างเรานั่งรอเมนูอาหารตั้งแต่เปิดร้านก็เห็นได้ชัดว่าลูกค้าในย่านวัชรพล สายไหม รามอินทรา พาครอบครัวมาดินเนอร์กันเสียเป็นส่วนใหญ่

เริ่มเมนูกันที่ปลาหมึกผัดไข่เค็ม เมนูนี้จัดว่าเด็ด เนื้อปลาหมึกนุ่มๆ ผัดเคล้ากับไข่เค็มให้รสชาติเค็มมันกำลังดีรับประทานกับข้าวผัดปูหอมๆ อร่อยเข้ากันสุดๆ แต่อย่าเพิ่งสุดความฟินที่เมนูแรก เพราะอีกเมนูคือ ไก่ทอดตะไคร้กรอบ ของร้าน 5 แยกก็มอบประสบการณ์การรับประทานตะไคร้กรอบในแบบที่หารับประทานได้ยากเช่นกัน ตะไคร้ซอยเป็นเส้นยาวทอดจนสุกกรอบส่งกลิ่นหอมรับประทานพร้อมไก่ทอดกรอบกรุบกรับเข้ากันอย่างยอดเยี่ยม

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

เดี๋ยวจะกรอบกันเกินไป คะน้าหมูนุ่ม รสชาติของหมูหมักนุ่มๆ ผสมกับเห็ดหอมช่วยชูกลิ่นกับผักคะน้าผัดน้ำมันหอย รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ กลายเป็นเมนูโปรดของเด็กๆ ที่ต้องสั่งกันทุกโต๊ะ มีชวนคุณพ่อคุณแม่มาซ้ำกันอีกรอบ

ปิดท้ายเมนูอร่อยเฉพาะร้าน 5 แยกที่แนะนำให้ลองก็คือปลากะพง 2 ใจ ถ้าเถียงกันไม่ลงตัวว่าอยากจะรับประทานปลากะพงทอดกระเทียม หรือปลากะพงทอดยำสมุนไพร ปลากะพง 2 ใจตอบโจทย์ความอร่อยของทุกคนได้ดีมาก แต่ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ อีกร่วมร้อยเมนู ตั้งแต่ส้มตำ จนไปถึงขาหมูเยอรมัน

ที่สำคัญราคาไม่แรง บรรยากาศดีและมีดนตรียุค 90 เสริมให้บรรยากาศน่านั่งเข้าไปอีก สนใจมาลองความอร่อยด้วยตัวเองติดต่อร้านได้ที่เบอร์โทร. 09-5772-9959 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น. บอกได้เลยว่าร้านนี้ลองแล้วจะติดใจ

 

กินไหนดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519972

กินไหนดี

โดย แบมบี bambi5789@gmail.com

เดอะคิทเช่นเทเบิ้ล โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (โทร. 02-344-4210 อีเมล : bf.wbangkok@whotels.com) ดับเบิ้ลยู ดาส บรันช์ (W Does Brunch) ทุกวันเสาร์แรกและวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน บริการอาหารชั้นเลิศและเครื่องดื่มนานาชนิดจากมิกโซโลจิสต์ พร้อมดนตรีจากดีเจ และการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับอาหาร กับการตกแต่งที่ซ่อนลูกเล่นจากดีไซเนอร์ที่ผลัดเปลี่ยนกันไปทุกๆ 3 เดือน (เดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ พบกับแบรนด์ ปรี บูติก สปอร์ตแวร์) บริการเวลา 12.30-16.30 น.

ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (โทร. 02-680-9999) ตลอดเดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. ฉลองครบรอบ 10 ปีกับโปรโมชั่น 10 ปี กับ 10 ซีฟู้ด และ 10 บาร์บีคิว ให้ได้เลือกอร่อยอย่างไม่อั้นตลอดมื้อค่ำ พบกับ 10 ไฮไลต์อลังการอาหารทะเล อาทิ กั้งทะเล หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ ปูหิมะ กุ้งก้ามแดง ฯลฯ กับอีก 10 เมนูบาร์บีคิว ไม่ว่าจะเป็น เนื้อโพนยางคำ โคเนื้อลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส 3 สายพันธุ์ เนื้อออสเตรเลีย เนื้อหมูคุโรบุตะ เนื้อออสเตรเลียอาซาโด้ และหมูหัน เป็นต้น พร้อมอาหารอร่อยๆ จากทั่วทุกมุมโลก และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง มาใช้แทนข้าวขาวอีกด้วย ราคาท่านละ 1,010 บาทถ้วน

ห้องอาหารฝรั่งเศส โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ (โทร. 053-888-888 อีเมล : enquiry@dharadhevi.com) ชุดเมนูรสเลิศ 5 คอร์ส ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ และผักสดจากโครงการหลวง อย่าง สลัดทูน่า, ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศสใส่ชีสเอ็มเมนทอล, ราวิโอลีกุ้งล็อบสเตอร์ในซอสกะทิผสมตะไคร้ และหมูคิงตัวย่างราดซอสมัสตาร์ด ตบท้ายด้วยของหวานสูตรพิเศษพร้อมจิบชาร้อน หรือกาแฟร้อน ในราคา 1,800 บาท++ ต่อท่าน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ห้องอาหารแซฟฟรอน โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ (โทร. 02-679-1200) ตลอดเดือน ต.ค.นี้ กับเซตเมนู 5 จานสุดพิเศษ ที่ปรุงจากผลิตภัณฑ์โครงการตามพระราชดำริ ออกมาเป็นอาหารไทยตำรับอาหารดั้งเดิม รวมถึงวิวตระการตาของกรุงเทพมหานคร บริการทุกวัน เวลา 18.00-22.30 น.

วอเตอร์ ไลบรารี แบรสเซอรี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (โทร. 09-4703-7777 Facebook : waterlibrarybrasserie) เมนูอาหารต้นตำรับฝรั่งเศสหารับประทานยาก ได้แก่ เมนูสลัดลียงเนส จากเมืองลียง ที่มีมัสตาร์ดเป็นเอกลักษณ์ โปะหน้าด้วยโพชด์ เอ้ก, ตับห่านทอดพร้อมลูกพลัมจากโครงการหลวง บีตรูต และซอสสับปะรด, โก๊ต เดอ เบิฟ สเต๊กเนื้อ พร้อมมันบดต้นตำรับฝรั่งเศสที่ผสมชีส 3 ชนิด ฯลฯ บริการทั้งแบบอะลาคาร์ต และเซตเมนู (3 คอร์ส 990 บาท++, 4 คอร์ส 1,200 บาท++

เดอะ เบเกอรี่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน (โทร. 02-650-8800 ต่อ เดอะ เบเกอรี่ อีเมล : fb.bangkok@lemeridien.com) จิบชายามบ่ายไปกับ “Royal Afternoon Tea” ชุดน้ำชาสุดหรูพร้อมของว่างแสนอร่อย ที่รังสรรค์ด้วยผลิตผลจากโครงการหลวง ประกอบไปด้วย เมนูพิเศษ 3 ชนิด อย่าง แครอตเค้ก, คาราเมลคอร์น ฟินองซิเยร์, เค้กเสาวรสบีตรูตเจลลี่ เสิร์ฟพร้อมชารอนเนอเฟลด์ชั้นดีหนึ่งกา รวมทั้งของว่างทั้งคาวและหวานอีกหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น มินิคัพเค้กเรดเวลเว็ท, เนื้อปูสไตล์มิโมซ่า ฯลฯ ราคา 1,200 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น.

ร้านแมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป ทุกสาขา (โทร. 02-659-9000 อีเมล : mobkk-restaurants@mohg.com) โครงการ Breast Cancer Charity 2017 รายได้สมทบทุนการสร้าง “บ้านพิงพัก” (Pink Park Village) มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ตลอดเดือน ต.ค.นี้ ซื้อเค้กครีมสตรอเบอร์รี่ สอดไส้เจลลี่กระเจี๊ยบ (Creme Fraiche, Strawberry & Hibiscus) มูลค่า 130 บาท++ ทุกๆ ชิ้น หักรายได้ 35 บาท มอบให้กับมูลนิธิฯ

ซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ (โทร. 02-100-6255 อีเมล : diningcgcw@chr.co.th) มิลค์เชกหลากหลายรสชาติ และไอศกรีมเจลาโตอิตาเลียโน ไอศกรีมอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด อาทิ สตรอเบอร์รี่มิลค์เชก, มะม่วงมิลค์เชก, ทีรามิสุ ฯลฯ ในราคา 180 บาท++ต่อแก้ว ไอศกรีมเจลาโต รสโยเกิร์ต, กีวี่, มะม่วง และพีช, รัมเรซิ่น ฯลฯ เสิร์ฟในโคนวาฟเฟิล, ถ้วย หรือขนมปังบริยอช ให้เลือกตามต้องการ ในราคาเริ่มต้น 70 บาท

 

แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกัน ห้องอาหารไทยสวนบัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519965

แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกัน ห้องอาหารไทยสวนบัว

โดย ปอย ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

หากนับนิ้วความยาวนานห้องอาหารไทยสวนบัว วันนี้ยืนหยัดยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ร้านอาหารไทยต้นตำรับ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ห้องอาหารเอกลักษณ์เรือนไม้ทรงไทย ตระหง่านท่ามกลางธรรมชาติสวนสวยในโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ออกแบบโปร่งโล่งสบายตา กรุกระจกใสบานใหญ่ล้อมรอบแทนกำแพงสูง

มีพื้นที่เอาต์ดอร์ให้นั่งกินอาหารแสนสบายท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติงดงาม ชมวิวสวนสวยร่มครึ้มริมสระว่ายน้ำ หลายคนจดจำได้ดีกับภาพร้านหนึ่งในตำนานของกรุงเทพฯ

สวนบัว สั่งสมชื่อเสียงความอร่อยด้วยเมนูที่ทุกคนต้องสั่ง ไก่ห่อใบเตย แกงเผ็ดเป็ดย่าง ข้าวตังหน้าตั้ง คือเมนูยอดฮิต พร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองความอร่อยด้วยความเป็นมิตร พนักงานเสิร์ฟเก่าแก่อยู่คู่กับร้าน “พี่แจ๋ว” เล่าประวัติร้านให้ฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มาแล้วต้องไม่พลาด ยิ่งในกลุ่มฝรั่งนักท่องเที่ยว ในสมัยนั้นเป็นโรงแรม 5 ดาวที่ใกล้สนามบินดอนเมืองที่สุด คนกินอาหารไทย มีทั้งไทย ทั้งฝรั่งคึกคัก

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

มาถึงวันนี้จากเรือนไม้ห้องอาหารไทย สวนบัวโฉมใหม่ รังสรรค์ทุกเมนูจานอร่อยโดยเชฟหนุ่มคนรุ่นใหม่ เชฟปอ สันติภาพ เพชรว่าว เชฟเรียนรู้สูตรอาหารตำรับชาววัง มีโอกาสได้ร่วมงานกับครูอาหารไทย พิมณิภา ณรงค์พันธ์ ต้นตระกูลเคยเป็นข้าราชบริพารถวายงานรับใช้อยู่ในพระราชวังดุสิต

อาหารไทยแต่ละเมนู เชฟปอ สร้างสรรค์ปรุงอาหารรสชาติไทยแท้ดั้งเดิม ผสมผสานให้ลงตัวกับการนำเสนอในรูปแบบทันสมัย ตกแต่งลงบนจานพิถีพิถัน ไม่ทิ้งฝีมือการแกะสลักประณีตบรรจงโชว์เอกลักษณ์ไทย

แนะนำของกินเล่นเรียกน้ำย่อยกันก่อน เชฟปอ บอกต้องจานนี้เลย เมี่ยงกุ้งฟูกลีบบัว เลือกดอกบัวออร์แกนิกเพื่อความสบายใจของคนกินรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ หน้าตาอาหารจานแรกสวยสีชมพูกลีบบัวหวาน มีกุ้งแม่น้ำตัวโตโชว์ก้ามชวนให้ตื่นเต้น ต้องขอเซลฟี่โชว์อาหารทางออนไลน์สไตล์คนสมัยนี้

“ไม่ใช่ว่าแกะสลักงามโบราณทุกๆ จานนะครับ ปรับหน้าตาให้ไอเดียสมัยใหม่ขึ้นด้วย จานที่เรียกว่าเมนูในตำนานก็ยังมีให้สั่งครบครับ แกงเผ็ดเป็ดย่าง สวนบัวเป็นร้านที่สมาชิกครอบครัวเพื่อกลุ่มเพื่อนๆ ล้อมวงกินข้าวอย่างอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนได้เพลิดเพลินกับความอร่อยหลากหลายของรสชาติอาหาร แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกัน นี่คือเอกลักษณ์อาหารไทยของเราเลยนะครับ

นักท่องเที่ยวฝรั่งต้องสั่งแน่ๆ ไก่ห่อใบเตย กินง่ายครับ หรือปลากะพงทอดสมุนไพร กุ้งแม่น้ำซอสมะขาม สองเมนูนี้ก็เป็นเมนูยอดฮิตสั่งกันทุกชาติทุกภาษา”

เมนูดั้งเดิมยังอยู่กันครบไม่ขาดตกบกพร่อง เพิ่มเติมก็คือการเน้นเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทุกๆ สิ่ง เชฟปอ บอกนี่คือความพิถีพิถันของการปรุงอาหารให้เป็นตำรับไทยแท้

“อย่างเช่นกุ้งแม่น้ำซอสมะขาม ผมเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าวจากอัมพวา กลิ่นหอมแท้กว่าถิ่นอื่น ยำชะครามเนื้อปู ก็ไปเลือกวัตถุดิบใบชะครามจาก จ.สมุทรสาคร เลือกของดีที่สุดของท้องถิ่นนั้นครับ ข้าวสวยใช้ข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง เมนูอาหารไทยต้องถึงเครื่องตามแบบฉบับไทยแท้ กะปิคั่วคลองโคน ต้มจิ๋วเนื้อวากิวแบบโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 กุ้งโสร่งกับซอสมะม่วง แกงพะแนงเนื้อโคกำแพงแสน แกงคั่วหอยหวานภูเก็ตใส่ใบชะพลู ก็มีให้สั่งครบทั้ง 4 ภาคเลยครับ”

เชฟปอได้ให้คำปฏิญาณ ขอทำงานสืบสานอาหารไทยตำรับดั้งเดิมไม่ให้สูญหาย และยินดีเผยแพร่ความรู้ในเรื่องอาหารไทยต้นตำรับส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ โดยเปิดคอร์สสอนอาหารไทยที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติมาเรียนกันคึกคัก ถือเป็นการทำงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

“ในเดือน ธ.ค.ปีนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผมนำเสนอพระกระยาหารโปรดของในหลวงรัชกาลที่ 9 อ้างอิงข้อความส่วนหนึ่งมาจากหนังสือใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับลัดดาซุบซิบ อาหารไทยบนโต๊ะเสวยเครื่องกลางวัน เช่น หลนปลากุเลา ผัดพริกขิงปลาฟู กล้วยหักมุกเชื่อม

ผมนำ 3 เมนูนี้มาไว้ให้สั่งกันด้วยครับ ผมทำเมนูพิเศษขึ้นสื่อให้เห็นว่า พระกระยาหารพระเจ้าแผ่นดินในแต่ละมื้อไม่ได้วิเศษเลอเลิศ แต่ก็เป็นอาหารธรรมดาๆ อย่างที่พวกเราก็เคยกินทุกคนนะครับ”

เชฟปอภูมิใจนำเสนออาหารชุดสุดพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ไทยแท้ให้ได้แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกันตามชอบใจ แต่ละเมนูอาหารคัดสรรล้วนมีที่มาความอร่อย เชฟปอ พร้อมเล่าให้ทุกคนฟังถึงที่มาที่ไปอาหารแต่ละจานด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ห้องอาหารสวนบัว จำนวนที่นั่งอิน

ดอร์ 70 ที่นั่ง เอาต์ดอร์ 50 ที่นั่ง ห้องส่วนตัว 2 ห้อง เปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น. มื้อค่ำ 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร. 02-541-1234 ต่อ 4151

 

ร้านยกยอตรัง หรอยจังฮู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518767

ร้านยกยอตรัง หรอยจังฮู้

อารี ส่งเสริม เจ้าของร้านยกยอ เล่าว่า เมื่อ 40 ปีที่แล้ว บริเวณหาดปากเมงต่างไปจากยุคนี้อย่างสิ้นเชิง แต่หลังจากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนหนทางก็ทำให้เกิดความสะดวก จนกลายเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.ตรัง ทั้งเกาะแก่งและชายหาดต่างๆ มีธุรกิจด้านการท่องเที่ยวขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งร้านอาหาร แต่ร้านยกยอก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างดี จากเดิมที่มีเพียง 30 ที่นั่ง ก็ขยับขยายเพิ่มขึ้นจนเป็น 250 ที่นั่งแล้ว จนสามารถรองรับกลุ่มทัวร์ทั้งไทยเทศได้แบบสบายๆ

หาดปากเมง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อ.สิเกา จ.ตรัง มีลักษณะเป็นชายหาดรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวยาวประมาณ 5 กิโลเมตร รวมทั้งยังมีความสวยงาม สงบเงียบ และมีป่าสนตามธรรมชาติ จึงเป็นจุดที่มักจะมีผู้คนเดินทางมาพักผ่อนกัน โดยเฉพาะการมานั่งรับประทานอาหาร ซึ่งหนึ่งในร้านอาหารดังที่อยู่คู่กับชายหาดแห่งนี้มายาวนาน จนถือเป็นแห่งแรกที่ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2523 นั่นก็คือ ร้านยกยอ

จุดเด่นของร้านคือ การบริการอาหารทะเลสดๆ จากท้องทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะมาจากท่าเรือปากเมง ท่าเรือควนตุ้งกู หรือท่าเรืออื่นๆ ในฝั่งทะเลตรัง เพื่อนำมาปรุงอย่างสะอาด ถูกหลักอนามัย และมีรสชาติอร่อย ด้วยราคายุติธรรม ควบคู่กับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่เป็นแบบกันเอง ท่ามกลาง 2 บรรยากาศ คือ จะนั่งรับประทานอาหารริมชายหาดปากเมง หรือจะนั่งทานในร้านก็ได้ตามความสะดวก

เมนูที่ขึ้นชื่อของร้านยกยอมีมากมายหลายชนิด อาทิ ยำยกยอ ปลาทอดขมิ้น หมึกไข่นึ่งมะนาว แกงส้มยอดมะพร้าว อันดามันผัดฉ่า ห่อหมกทะเลนึ่ง ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ หมี่แกงกะทิกรรเชียงปู ทะเลผัดขี้เมา หอยตะเภาผัดพริกเผา ยำไข่แมงดา นอกจากนั้นยังรับจัดเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่ รับทำอาหารกล่อง รับจัดทัวร์ท่องทะเลตรัง นำเที่ยวถ้ำมรกต เกาะเชือก เกาะม้า เกาะกระดาน เกาะมุก เกาะรอก

หนึ่งในหลายเมนูเด็ดที่จะแนะนำให้ลูกค้ารับประทานก็คือ หลนกรรเชียงปูปูม้าสดๆ นำมาต้มนานประมาณ 10 นาที ก่อนแกะเอาเฉพาะเนื้อกรรเชียง จากนั้นเทกะทิใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟกลางๆ รอให้กะทิเดือด แล้วใส่หอมแดงซอยลงไป ต่อจากนั้นใส่พริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนู ก่อนปรุงด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปีบ และเกลือป่น แล้วคนให้เข้ากัน โดยให้มีรสหวานนำจากนั้นใส่เนื้อปูกรรเชียงลงไป พร้อมกับเร่งให้เดือดอีกครั้ง ก่อนใส่ตะไคร้ซอยและเด็ดใบมะกรูดใส่ แล้วดับไฟทันที

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ความอร่อยของหลนกรรเชียงปู นอกจากจะมาจากเนื้อปูม้าสดๆ แห่งอันดามันแล้ว ยังมาจากกะทิที่คั้นใหม่ๆ สดๆ แบบวันต่อวันด้วย และจะไม่ใช้กะทิกล่องโดยเด็ดขาด เมื่อปรุงรสอย่างพิถีพิถัน แล้วยกไปเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ จึงกลายเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะหาทานได้ยาก อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงด้วยนั่นคือ ชุดละ 250 บาท พร้อมผักหนอ หรือผักเคียง อาทิ แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะระ ผักกาดขาว

ร้านยกยอ เปิดให้บริการทุกวัน ริมถนนเลียบหาดปากเมง ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 075-274-014 หรือ 08-6267-3959 &O5532;

 

ลิ้มรสมือเชฟดาวรุ่ง @ ห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518766

ลิ้มรสมือเชฟดาวรุ่ง @ ห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก

ริค บอกว่า เฮงค์ เป็นเชฟที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของคนในประเทศเนเธอร์แลนด์ “นอกเหนือจากที่ผมจะได้มีโอกาสทำงานกับเฮงค์ แต่ยังเป็นโอกาสที่ผมจะได้เรียนรู้จากเขาอีกด้วย

เผยโฉมซูส์เชฟดาวรุ่งคนใหม่ ริค ดินเจน (Rick Dingen) ของห้องอาหารซาเวลเบิร์ก (Savelberg Bangkok) มาสักระยะหนึ่ง แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปลองลิ้มชิมรสมือเชฟหนุ่มผู้ช่วยของเชฟระดับมิชลินสตาร์ เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก เมื่อเร็วๆ นี้เอง

มันเป็นความฝันของผมตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กผมไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การได้ทำงานในครัวอย่างใกล้ชิดกับเชฟที่มีความสามารถที่ผมจะได้เรียนรู้จากเขาได้”

ริค กล่าวด้วยว่า เวลาทำงานเขาตั้งใจทำให้ดีที่สุดเสมอ “ผมเริ่มทำงานครั้งแรกในร้านขายแซนด์วิชในเนเธอร์แลนด์ จากนั้นผมก็ไต่เต้าไปเรื่อยๆ ไปทำงานในห้องอาหารที่ดีกว่า จนในที่สุดผมได้ทำงานในห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว และยังเป็นห้องอาหารที่ได้รับรางวัลห้องอาหารที่ดีที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ และผมกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะไปอยู่จุดนั้นบ้าง”

ที่ซาเวลเบิร์ก ริค ได้รังสรรค์เมนูในสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย เขาตั้งเป้าจะคว้ามิชลินสตาร์ให้ได้ภายใน 5 ปี ซึ่งการได้ทำงานภายใต้การดูแลของเชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก ความฝันนี้ก็ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ลองไปชิมเมนูที่เชฟริค ดินเจน รังสรรค์กันเริ่มจากเมนู Amuse Bouche ประกอบด้วย ชิ้นเล็กชิ้นน้อย 3 อย่าง คือ แตงโมที่ชุ่มไปด้วยซางเกรีย (Watermelon with sangria, citrus marmalade and pata nerga) ต่อด้วยทาโก้ตับห่าน Taco with foie gras, banana and macadamia) ปิดท้ายแบบสวยๆ ด้วย ไข่มุกไส้ปูชิ้นงาม(Pearl with crab and apple gel,celery and ginger foam)

ต่อด้วยจานเรียกน้ำย่อย เสิร์ฟมาในภาชนะรูปไข่สุดหรูเป็น A Faberge Egg with Caviar ที่บรรจุRoyal Oscietra Caviar ไว้ 15 กรัม สดชื่นกันต่อด้วยจาน ล็อบสเตอร์ (Lobster) ที่ผสานส่วนผสมอย่างผักดอง มะกอก ส้มยูซุ และฟัวกราส์

จานต่อมาเป็นหอยนางรม (Oyster)ปรุงรสด้วยโฟมเสาวรส ขณะที่เมนูหอยเชลล์(Scallops) เชฟนำมาจี่กระทะ เสริมรสด้วยน้ำสต๊อกซีฟู้ด ซอสฮอลแลนเดส แต่งหน้าด้วยผักสลัด

จานเด็ดที่มาร้านซาเวลเบิร์กแล้วพลาดไม่ได้เด็ดขาด ก็คือปลาเทอร์โบต์ (Turbot)ที่กริลมาอย่างได้ที่และสวยงามในสไตล์เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด ซอสชีสเอปวส เซเลรี และเห็ดชองเตอเรล

จานหลักของวันนี้ เชฟริค เสิร์ฟเนื้อไก่(Poulet) กับซอสทารากอน เสริมรสด้วยถั่วขาว เจลลี่มะเขือเทศ และพาร์เมซานชีส เสร็จแล้วมาล้างปากก่อนรับประทานของหวาน ด้วยชีสสัญชาติฮอลแลนด์ ที่เสิร์ฟมาพร้อมขนมปังรสถั่ว ครีมบรูเล น้ำผึ้ง และน้ำเชื่อมแอปเปิ้ล

ของหวานแสนสวย เชฟตั้งชื่อว่า Cherry นางเอกของจานคือ เชอร์รี่เชื่อมที่เข้ากับเฮเซลนัทและช็อกโกแลต เสริมรสด้วยมะนาว บัลซามิก และมินต์ ปิดท้ายแบบฟินๆ ด้วย เปอตีต์ ฟูร์ (Petite Four) แสนอร่อย

ห้องอาหารซาเวลเบิร์ก ตั้งอยู่ที่โอเรียนทัลเรสสิเดนซ์ บริการเมนูอะลาคาร์ต ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ รวมทั้งเซตเมนู อย่างเซตเมนูมื้อกลางวัน ราคา 990 บาท++ สำหรับ 2 คอร์สและ 1,600 บาท++ สำหรับ 3 คอร์ส

สำหรับเมนูเซตทั่วไป มีให้เลือกทั้งเซต 4 คอร์ส ราคา 3,000 บาท++ 6 คอร์ส ราคา 3,700 บาท++ และ 8 คอร์ส ราคา 5,000 บาท++ พร้อมซอมเมอลิเยร์คอยให้บริการแพริ่งไวน์เข้ากับมื้ออาหารด้วย

ห้องอาหารซาเวลเบิร์ก เปิดบริการทุกวันมื้อกลางวัน เวลา 12.00-14.00 น. และมื้อค่ำ 18.00-22.00 น. โทร. 02-252-8001 Facebook.com/Savelberg Thailand &O5532;