Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฟ้องด้วยภาพ! แอ่งลึกในสถานีจอดรถ บขส.สมุทรสงคราม

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302352

ฟ้องด้วยภาพ! แอ่งลึกในสถานีจอดรถ บขส.สมุทรสงคราม

ฟ้องด้วยภาพ! แอ่งลึกในสถานีจอดรถ บขส.สมุทรสงคราม

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.54 น.

10 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สมุทรสงคราม ว่า บริเวณสถานีจอดรถ บขส.สมุทรสงคราม ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ และเปิดให้ใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี กลับพบว่าสภาพผิวจราจรที่จอดรถโดยสารทรุดเตัวเป็นแอ่งลึก รถไม่สามารถจอดได้

ขณะที่ผู้สื่อข่าวไล่ตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบ กลับยังสับสนอยู่ บางรายบอกว่าทางขนส่งต้องรับผิดชอบ บางรายบอกว่าวัดป้อมแก้ว ต้องรับผิดชอบ เพราเป็นพื้นที่ของวัดป้อมแก้ว และวัดให้เอกชนเช่า ทำเป็นสถานีจอดรถโดยสารทั้งจังหวัด ที่เป็นรถเมล์ รถตู้ และรถโดยสารประจำทาง เมื่อถามไปทางวัดบอกอีกว่าต้องให้ทางทางสถานีดำเนินการ เพราะอยู่ในระหว่างเช่าอยู่ ยังไม่หมดสัญญาเช่า ทางขนส่งต้องดำเนินการซ่อม ไม่ใช่ทางวัด

งานนี้เล่นเอาชาวบ้านที่มาใช้บริการถึงกับบ่นอุบ เพราะยิ่งเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา หลุมแอ่งก็ยิ่งลึกมากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนสาเหตุที่พังเร็ว ข่าวแว่วมาว่าเพราะเทพื้นไม่มีการลงเข็ม และไม่ถมพื้นที่ให้แน่นหนาก่อน ท้ายสุดเทยางราดผิวถนน และผิวพื้นจราจร แต่ก็ราดไว้บางมากไม่ถึง 4 ซม. ….แล้วอะไรมันจะเหลือ!?!?!

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปอเทือง’บานสะพรั่งเต็มทุ่งสวยงามเหลืองอร่าม ท่ามกลางอุณหภูมิ15องศา

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302333

'ปอเทือง'บานสะพรั่งเต็มทุ่งสวยงามเหลืองอร่าม ท่ามกลางอุณหภูมิ15องศา

‘ปอเทือง’บานสะพรั่งเต็มทุ่งสวยงามเหลืองอร่าม ท่ามกลางอุณหภูมิ15องศา

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.33 น.

10 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในระยะนี้ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20 องศาเซลเซียส ทำให้ดอกปอเทือง ที่ทางชาวบ้านและอ.เชียงของ จ.เชียงราย ปลูกไว้ริมถนนสายเชียงของ-เทิง จ.เชียงราย บนที่ดินสาธารณะบ้านตอง หมู่ 6 ต.ครึ่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กว่า 50 ไร่ ออกดอกและผลิบานสะพรั่งเหลืองอร่ามอย่างสวยงาม ทอดยาวตั้งแต่ถนนไปจนสุดแนวสันเขา จนเป็นนที่สะดุดตาและได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่สัญจรไปมาตามถนนสายดังกล่าว จนทำให้นักท่องเที่ยวอดไม่ได้ที่จะต้องลงไปชมความสวยงามและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ซึ่งปัจจุบันทางหมู่บ้านได้มีการทำนั่งร้านยกสูงไว้รองรับนักท่องเที่ยวเพื่อชมความสวยงามของทุ่งปอเทืองในมุมสูงพร้อมกับจัดเก้าอี้เพื่อให้นั่งถ่ายรูปออกมาอย่างสวยงาม

ทางด้านนายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเชียงของ เปิดเผยว่า ทุ่งปอเทืองดังกล่าวทางกรมพัฒนาที่ดินได้มอบเมล็ดพันธุ์มาให้เพื่อให้ชาวบ้านนำมาปลูกเพื่อพัฒนาดินในพื้นที่  ทางอำเภอเชียงของเห็นว่าสามารถนำมาต่อยอดด้านการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ดอกปอเทืองนั้นมีสีเหลือง สวยงาม ทางอ.เชียงของ จึงร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันนำมาปลูกไว้ 2 จุดคือที่บ้านตองจำนวน 50 ไร่และที่หนองรงค์  ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ อีก 31 ไร่ โดยเริ่มปลูกมาตั้งแต่เดือนกันยายน นอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมาแล้ว และยังรองรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวเพื่อเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้กับพื้นที่ โดยดอกปอเทืองจะบานสะพรั่งเหลืองอร่ามไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะเข้าไปเที่ยวชม ถ่ายรูปกันได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หนังควายเค็ม’สรรพคุณเริ่ด-สร้างรายได้งาม ออเดอร์เพียบช่วงหน้าหนาว

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302331

'หนังควายเค็ม'สรรพคุณเริ่ด-สร้างรายได้งาม ออเดอร์เพียบช่วงหน้าหนาว

‘หนังควายเค็ม’สรรพคุณเริ่ด-สร้างรายได้งาม ออเดอร์เพียบช่วงหน้าหนาว

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.07 น.

10 พ.ย.60 นางสาว อุธาน ชนะเคน ชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านน้อยชลประทาน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า การทำหนังเค็มเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของคนอีสานในการถนอมอาหาร ซึ่งตนเองและครอบครัวได้ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง จนค้นพบสูตรเฉพาะตัว ลองทำขายในหมู่บ้านจนเป็นที่ถูกอกถูกใจของทุกคน และมีการพูดแบบปากต่อปากไปเรื่อย ทำให้ตอนนี้มีตลาดอยู่ทั่วประเทศแล้ว โดยเฉพาะในช่วงอากาศที่หนาวเย็น จะมีออเดอร์สั่งเพิ่มกว่าปกติ อย่างทุกวันนี้ที่มียอดสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะชาวอีสานส่วนใหญ่ชอบนำไปเผารับประทาน ขณะนั่งก่อไฟผิงคลายหนาว อีกหลายคนก็นิยมนำไปประกอบอาหารเป็นเมนูต่างๆ เช่น แกงขี้เหล็กใส่หนังเค็ม แกงอ่อมหนังเค็ม ยำหนังเค็ม  ต้มซุปหนังเค็ม ซึ่งสรรพคุณของหนังเค็มนั้น นอกจากจะช่วยเจริญอาหารแล้ว ยังแก้โรคพรรดึก ถ่ายชำระน้ำเหลือง ชำระเมือกไขมันในลำไส้ และฟอกโลหิตอีกด้วย พรรดึก คือชื่อที่ใช้เรียกโรคทางแผนโบราณชนิดหนึ่งที่เกิดจากการที่มีอาหารคั่งค้างอยู่ภายในท้อง ทำให้เกิด อาการท้องผูกอย่างแรง ผู้ป่วยจะมีอุจจาระที่แข็งมาก และมีลักษณะเป็นเม็ดๆ คล้ายกันกับมูลแพะ)

สำหรับการทำหนังเค็มของตนเองและครอบครัวนั้น เริ่มจากการสั่งหนังควายจากโรงฆ่าสัตว์ มาเก็บเป็นสต็อกก่อน ซึ่งแต่ละครั้งที่มาส่งจะมีแผ่นหนังควายประมาณ 264-300 แผ่นหรือประมาณ 5 ตัน ซึ่งแต่ละวัน ตนเองพร้อมสมาชิกสามารถทำหนังเค็มได้ประมาณ 12 แผ่นต่อวัน ดังนั้นจึงต้องมีการหมักหนังควายไว้ในถังก่อน โดยจะนำหนังควายไปล้างทำความสะอาด ก่อนที่จะนำไปหมักกับน้ำเกลือ ซึ่งนอกจากจะเก็บไว้ได้นานแล้วยังลดกลิ่นเหม็นคาวอีกด้วย จากนั้นนำหนังที่หมักมาล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง ก่อนที่จะนำมาตัดเป็นเส้นตามแนวยาว กว้างประมาณ 1 นิ้ว เมื่อเสร็จแล้วก็นำไปคลุกกับรำ แล้วนำไปอังไฟอ่อนๆ เพื่อให้ได้เนื้อเค็มที่เหลืองสวยงามน่ารับประทาน

ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนขั้นตอนนี้จะนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แต่เนื่องจากต้องใช้เวลานานจึงปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้แทน ขณะที่อังไฟนั้นจะต้องระวังความร้อนให้ดี เพราะหนังแต่ละแผ่นมีความหนาบางไม่เท่ากัน เมื่อได้ที่ก็จะนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตรเพื่อรอการส่งออกขาย สำหรับการขายนั้นราคาจะอยู่ที่ ขายปลีก มัดละ 10 บาท ส่วนราคาขายส่งอยู่ที่ 13 มัด 100 บาท ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งแบบส่งในพื้นที่และส่งไปรษณีย์ โดยผู้ที่สนใจสามารถโทรสั่งจองได้ที่  06-3023-2246

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งอาชีพเชฟร้านดัง ลุยทำเกษตรยุคใหม่รายได้หลักแสน (ประมวลภาพ)

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302322

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งอาชีพเชฟร้านดัง ลุยทำเกษตรยุคใหม่รายได้หลักแสน (ประมวลภาพ)

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งอาชีพเชฟร้านดัง ลุยทำเกษตรยุคใหม่รายได้หลักแสน (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.16 น.

10 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าว จ.สุรินทร์ ได้เดินทางไปพบกับ นายปรีชา จันทร์เสน หรือ น๊อต อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 บ้านแคน ม.7 ต.นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ อดีตเชฟภัตตาคารชื่อดัง จ.ชลบุรี สำนึกรักบ้านเกิด กลับมาดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรามากแล้ว โดยการพลิกผันตัวเองจากงานสบายๆ รายได้ดีมาเป็นเกษตรกร กลางท้องไร่ ท้องนา บ้านนอก มรดกผืนสุดท้าย บนที่นาเพียง 14 ไร่ ด้วยการมาขุดบ่อดินง่ายๆเพียง 4 บ่อ เพื่อเลี้ยงปลาหมอเทศ หรือปลาหมอแปลงเพศ แบบผสมผสาน เป็นอาชีพหลักมีรายได้แน่นอน จับขายกำไร รอบละ 100,000 บาท

นอกจากนี้ ยังทำเกษตรทฤษฎีใหม่ แบบผสมผสาน โดยการ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง มะพร้าว กล้วย และผลไม้อื่นๆ พืชผัก สวนครัว สารพัด ชนิด มาปลูกเต็มพื้นที่นา 14 ไร่ สร้างรายได้ รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ที่สำคัญคือ ความสุขทางจิตใจ ที่ได้อยู่กับพ่อแม่ และครอบครัว

จากเชฟภัตตาคารชื่อดัง จ.ชลบุรี ก้าวตามรอยพ่อ ที่เป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มาทั้งชีวิต ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน เนื่องจาก พ่อแม่มีอายุมาก  และราคาข้าวที่ถูก นายปรีชา จันทร์เสน หรือ น๊อต จึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนาดั่งเดิม มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาหมอเทศในบ่อดิน หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “ปลาหมอแปลงเพศ” วิธีการเลี้ยงจะมีความแตกต่างไปจากการเลี้ยงปลาชนิดอื่นๆ เนื่องจากปลาหมอเทศจะเป็นปลาที่ชอบกระโดด การจัดเตรียมบ่อจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ระดับน้ำในบ่อให้ต่ำกว่าตลิ่งอย่างน้อย 1 เมตร โดยจัดทำท่อน้ำล้นให้รอบบ่อเพื่อป้องกันปลากระโดดออก

สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงจะใช้อาหารปลาดุกเล็ก ให้ปลากินในตอนเย็นๆ เพื่อลดต้นทุนค่าอาหาร ปลาหมอเทศ จัดอยู่ในกลุ่มปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ เลี้ยงง่าย โตไว ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 4 เดือนก็สามารถจับขายได้ขนาด 5-6 ตัว/กิโลกรัม ซึ่งในปัจจุบันปลาหมอเทศยังมีราคาสูง รสชาติดีเทียบเท่าปลาหมอจากธรรมชาติ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดยังมีความต้องการสูง

นายปรีชา จันทร์เสน หรือ น๊อต อายุ 40 ปี กล่าวว่า ตนกับพ่อ กับน้องทีมงานที่หมู่บ้านแคน ได้ร่วมกันเลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ สโลแกน หมู่บ้านพัฒนาตนเอง เพื่อพึ่งพาตนเอง กิจกรรมหลักคือการทำไร่นาสวนผสม มีการปลูกไผ่กิมซุง เลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ ซึ่งเป็นการทำผสมผสานกับกับการปลูกผักสวนครัว เพื่อรับประทานเองในครอบครัว และเพื่อจำหน่ายในหมู่บ้าน เน้น พืชผักอินทรีย์ กิจกรรมหลักหลังฤดูการทำนาคือการเลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ ซึ่งปัจจุบันปลาโตได้ 5 เดือนแล้ว ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าแถบที่เราอยู่และต่างถิ่นเข้ามารับซื้อถึงที่บ่อ

ใช้พื้นที่นาจำนวน 14 ไร่ แบ่ง 3 ส่วน ทำนา 6 ไร่ ปลูกไผ่กิมซุง 2 ไร่ ที่เหลือก็ผสมผสานบ่อเลี้ยงปลา 4 ไร่ ปัจจุบันทำธุรกิจเครือข่าย และทำเกษตรทฤษฏีใหม่ เดิมเป็นเชฟภัตตาคารชื่อดัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง จากบ้านไปอยู่บ่อวิน ศรีราชา มา 3 ปี คิดไปคิดมาปรึกษาพี่น้อง 3 คน สรุปว่า ให้ตนกลับมาบ้านเพื่ออยู่ดูแล พ่อแม่ ซึ่งก็นับวันอายุมากขึ้นแล้ว กลับมาอยู่บ้านได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา มีกิจกรรมเริ่มต้นทางการเกษตร ซึ่งได้ศึกษาตามรอยพ่อ ในหลวง ร.9 การเกษตรที่พอเพียง ลงตัวมีข้าว มีปลา มีไผ่ เป้าหมายหวังสร้าง รายได้รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ในพื้นที่แค่ 14 ไร่ ใช้พื้นที่ที่เรามีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

และวันที่ 15 ม.ค.61 จะครบรอบเต็ม 1 ปีพอดี มีรายได้เฉลี่ยต่อรอบ ปลา 2 บ่อดิน ก่อนหักค่าใช้จ่าย 200,000 บาทต่อรอบ หักค่าใช้จ่ายก็จะได้กำไร 50% หรือ 100,000 บาท อนาคตบนพื้นที่แห่งนี้จะมีการ กุ้งก้ามกราม และเลี้ยงไก่ไข่ 100 ตัว ฝากถึงคนที่สนใจทำการเกษตรทฤษฏีใหม่ ขั้นแรกคือต้องศึกษา อย่างเข้าถึงและเข้าใจ ศึกษาฤดู พร้อมทั้งศึกษา ตลาดชุมชนที่เราอยู่ ว่าต้องการ บริโภคอะไร อย่าพึ่งไปมองกว้าง ควรมองตลาดชุมชนก่อนว่า เขาบริโภคอะไร และขาดอะไร

ยกตัวอย่าง ตนเปิดร้านขายขงชำที่บ้าน ลูกค้ามาซื้อไข่ไก่ ทุกวัน เป้าหมายคือการลงเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ เริ่มต้นที่ 100 แม่ เริ่มปีใหม่

ด้าน นายบัวราย จันทร์เสน อายุ 62 ปี พ่อของ น๊อต กล่าวว่า หากท่านใดสนใจการทำอาชีพเกษตรทฤษฏีใหม่แบบตนเองและครอบครัว สามารถมาเรียนรู้ได้ จากเดิมที่ยากจนมานานกับการ เป็นชาวนาปลูกข้าวเพียงเดียว เปลี่ยนมาเป็นเกษตรผู้เลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น เพียงเลี้ยงในบ่อดินง่ายๆ ทุกวันนี้มีความสุขมากๆ ที่ลูกชายได้กลับบ้านมาอยู่ดูแล พ่อแม่ อายุก็มากแล้ว ฝากถึง ลูกๆหลานๆทุกๆคน ที่ชมอยู่ว่า ขอให้คิดถึงพ่อแม่ของตนเองบ้าง และจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่ลูกทุกคนคิดถึง พ่อแม่ สำหรับตน มีลูก 3 คน มีความสุขที่ได้ ก้าวตามบาท ศาสตร์พระราชา ตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงสอนหลักปรัชญาเศรษฐ์กิจพอเพียง หล่อเลี้ยงตัวตน และขอฝากว่า อย่าขี้เกียจนะพี่น้อง เราเกษตรต้องเป็นคนขยัน ต้องสู้สุดกำลัง เพื่อชีวิต คือว่า ถ้าหากเราจะไม่ได้ขาย พอเลี้ยงครอบครัวของเราได้ก็พอ อย่าให้เราต้องซื้อเขากิน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมดอก’สร้อยสยาม’พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลกที่อ.ชาติตระการ

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302321

ชมดอก'สร้อยสยาม'พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลกที่อ.ชาติตระการ

ชมดอก’สร้อยสยาม’พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลกที่อ.ชาติตระการ

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.12 น.

10 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสร้อยสยามพรรณไม้หนึ่งเดียวในโลก เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นเดียวที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แม่หลวงของปวงชนชาวไทย โดยมีพระราชประสงค์จะอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยปัจจุบันที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลก  มีอุณหภูมิประมาณ 15 องศา ส่งผลให้ดอกสร้อยสยาม กำลังออกดอกสีชมพู เป็นช่อระย้าไปทั่วบริเวณสีสันสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว

สำหรับ ดอกสร้อยสยามพรรณ เป็นพรรณไม้ที่พบว่ามีหนึ่งเดียวในโลก ที่จ.พิษณุโลก มีชื่อเรียกอีกคือ ชงโคสยาม และ เสี้ยวแดง มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์  เป็นไม้เลื้อย เนื้อแข็ง สามารถเลื้อยได้ไกลกว่า 5-8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง หูใบรูปทรงกลมถึงรูปไข่กลับ ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกลึกคล้ายใบต้นชงโคทั่วไป ดอกเป็นดอกช่อ ดอกย่อยสีชมพู ออกดอกช่วงหน้าหนาว นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยแต่งรั้วหรือซุ้ม พบครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2544 ในเขตเทือกเขาของจังหวัดพิษณุโลก

โดยนักท่องเที่ยวนอกจากจะได้ชมดอกสร้อยสยาม ที่สวน สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก แล้วยังสามารถชมดอกไม้พันธุ์หายากหลากหลายชนิดที่ทางสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าปลูกเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเที่ยวสัมผัสกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งในวันที่ 18 พ.ย. ก็จะมีการจัดกิจกรรม “ห่มหมอก กอดหนาว ดูดาวบน” บนสวนพฤกษศาสตร์ฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งวัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวปีนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย้อนรอยก้าวคนละก้าว!ส่องราคาประมูลรองเท้าหลักล้าน’ตูน บอดี้สแลม’

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302301

ย้อนรอยก้าวคนละก้าว!ส่องราคาประมูลรองเท้าหลักล้าน'ตูน บอดี้สแลม'

ย้อนรอยก้าวคนละก้าว!ส่องราคาประมูลรองเท้าหลักล้าน’ตูน บอดี้สแลม’

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 07.00 น.

กลายเป็นปรากฏการณ์ “ตูน ฟีเวอร์” ให้ผู้คนได้พูดถึงกันอย่างแพร่หลาย ไม่มีเบื่อ หลังจากที่“ตูน บอดี้สแลม” หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องวงดนตรีร็อกชื่อดัง นำคณะออกวิ่งเพื่อระดมเงินจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้โรงพยาบาลในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จากสุดเขตแดนใต้ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดแดนสยาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อผ่านไปได้ 9 วัน ปรากฏว่า ยอดเงินบริจาคพุ่งทะลุ 150 ล้านบาทไปแล้ว จากการที่ประชาชนร่วมกันสมทบทุนอย่างล้นหลาม มากบ้างน้อยบ้างตามกำลังศรัทธา

ส่วนในวันที่ 10 พฤศจิกายน “พี่ตูน” จะหยุดวิ่ง 1 วัน เพื่อพักฟื้นร่างกาย และจะนำรองเท้าวิ่งยี่ห้อ ไนกี้(Nike) จำนวน 5 คู่ ที่ใช้วิ่งมาตั้งแต่ อ.เบตง จ.ยะลา ถึง จ.สงขลา มาเปิดประมูล เพื่อนำเงินมาสมทบในโครงการต่อไป คาดว่าจะมียอดการประมูลที่สูงมาก เนื่องจากที่ผ่านมา พี่ตูนเคยเปิดประมูลรองเท้าวิ่งยี่ห้อเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

โดยการประมูลครั้งนั้น อยู่ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ที่ร็อกเกอร์หนุ่มใจบุญ ทำการวิ่งเป็นระยะทางรวม 400 กิโลเมตร ในเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-10 ธันวาคม 2559 เพื่อระดมทุนหาเงินบริจาคไปมอบให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน

สำหรับรองเท้าวิ่งที่เขาใส่ในตอนนั้นคือ  Nike รุ่น Lunarepic Flyknit Shield iD ซึ่งพี่ตูน ตั้งชื่อเองว่า “รุ่งอรุณ” เป็นรุ่นที่พี่ตูนเป็นผู้ออกแบบคู่เดียวในโลก สิ่งที่โดดเด่นคือ เนื้อผ้าเป็นเส้นใยฟลายนิตที่ยืดหยุ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไนกี้  ใช้วัสดุที่เบาสบาย ตัวรองเท้าโดยรวมน้ำหนักเบา กระชับระหว่างเท้ากับรองเท้า เนื่องจากเป็นรองเท้าหุ้มข้อจึงช่วยให้เท้าเนียนแนบสนิทไปกับพื้นรองเท้า และระบายอากาศได้ดี

ส่วนที่มาของชื่อ“รุ่งอรุณ”นั้น พี่ตูนเล่าว่า ตั้งแต่วิ่งมาสังเกตว่าในเมืองไทยชอบจัดงานวิ่งตอนตีสอง ตีสี่หรือตีห้า รู้สึกว่าเราคนไทยถูกปลูกฝังให้วิ่งในเวลานอน และถนนดีๆ ที่ให้วิ่งไม่มี ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมรายการวิ่งต่างๆ ถึงจัดในช่วงกลางคืนที่การจราจรเบาบาง

“ผมชอบไปวิ่งในรายการต่างๆ ที่ต้องตื่นเช้า ผมเลยคิดว่าถ้าเราชินกับการตื่นเช้าไปวิ่งก็ตั้งชื่อรองเท้าคู่นี้ว่า น้องรุ่งอรุณแล้วกัน” ตูนพูดถึงรองเท้า ที่เขาบอกว่ารักมากที่สุดในชีวิต

ทั้งนี้ การประมูลรองเท้า“รุ่งอรุณ” ตั้งราคาเริ่มต้นเอาไว้ที่ 9,999 บาท เปิดให้ประมูลตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม และปิดท้ายในวันที่ 10 ธันวาคม 2559 ปรากฏว่า ยอดประมูลพุ่งสูงเป็นล้านบาทเลยทีเดียว

ฉะนั้น เมื่อย้อนกลับมาพูดถึงการประมูลครั้งใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่กว่าเก่าหลายเท่านัก และผู้คนให้ความสนใจกันทั้งประเทศ ก็ทำให้คาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า ยอดประมูลรองเท้าสุดรักของพี่ตูน แต่ละคู่ไม่น่าจะต่ำกว่าตัวเลข 7 หลัก ซึ่งยิ่งมากก็ยิ่งดี เพราะหมายถึงเม็ดเงินที่จะมาช่วยชาติได้อีกทางหนึ่ง

ทิ้งท้ายกันด้วย ข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับรองเท้าทั้ง 5 คู่ ที่พี่ตูนใส่วิ่งในครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือ ไนกี้ รุ่น ซูม เวเปอร์ ฟลาย 4% (Nike Zoom Vaporfly 4%) ที่เกิดมาเพื่อนักวิ่งระยะไกลมืออาชีพโดยเฉพาะ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Breaking2 ที่ไนกี้สร้างขึ้นเพื่อค้นหาคำตอบว่าจะมีมนุษย์คนใดวิ่งมาราธอนตั้งแต่ต้นจนจบได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงหรือไม่

คุณสมบัติเด่นของรองเท้าวิ่งคู่นี้ อยู่ที่น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ มีความนุ่ม และมีคุณสมบัติสามารถส่งคืนพลังงานที่ผู้สวมใส่ใช้เพื่อก้าวเท้ากลับคืนสู่ร่างกายได้ถึงร้อยละ 85 ช่วยยึดเกาะกับพื้นและช่วยเสริมแรงขณะยกเท้าขึ้นจากพื้น ส่วนหน้าของรองเท้าผลิตจากเส้นใยฟลายเมชและมีสายรัดบริเวณด้านข้างที่มีความยืดหยุ่นสูงเพื่อให้ผู้สวมใส่ทุกคนวิ่งได้อย่างไร้สิ่งรบกวน ราคาขายบ้านเราประมาณ 8,500 บาท

สำหรับชื่อ Nike Zoom Vaporfly 4% ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า 4% คือ มันมีคุณสมบัติต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่วิ่งได้ดีขึ้นถึงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับสถิติที่พวกเขาเคยทำได้

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมาลุยวิ่งยาวกว่า 2 พันกิโลเมตร ในครั้งนี้ พี่ตูนได้รับเชิญจากไนกี้ ให้เดินทางไปเยี่ยมสำนักงานใหญ่ของไนกี้ ที่เมืองเบเวอร์ตัน รัฐโอรีกอน สหรัฐอเมริกา พร้อมพบผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน Breaking2 ของ Nike Sports Research Lab (NSRL) เพื่อมองหาวิธีที่จะช่วยให้วิ่งได้ดีขึ้น ซึ่งทางทีมงานได้วิเคราะห์ร่างกายของพี่ตูนเพื่อทำความเข้าใจในด้านต่างๆ ทั้งความเร็วในการวิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณน้ำและแคลอรี่ที่ต้องการ การพักฟื้น รวมถึงรองเท้าและเสื้อผ้าที่จะมาช่วยตลอดการวิ่งครั้งสำคัญนี้

หลังการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าของไนกี้แนะนำให้พี่ตูนสลับใช้รองเท้าทั้งหมด 5 คู่ ไม่ว่าจะเป็น Nike Zoom Fly หรือ Nike Zoom Vaporfly 4% ตลอดการวิ่ง 55 วัน

ซึ่งก็คือรองเท้า 5 คู่ ที่จะนำมาประมูลหาเงินสมทบเข้าโครงการในครั้งนี้นั่นเอง

ขอบคุณภาพ : http://www.favforward.com

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต่างปลื้มกับลูกๆ อดีต สส.“สมบูรณ์”ปลื้มลูกสาวน่ารัก สุดเก่ง/ อดีต สส.“เอกภาพ”ภูมิใจลูกชาย รับใช้ชาติ เป็นทหารเกณฑ์ผลัด 2

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302225

ต่างปลื้มกับลูกๆ อดีต สส.“สมบูรณ์”ปลื้มลูกสาวน่ารัก สุดเก่ง/ อดีต สส.“เอกภาพ”ภูมิใจลูกชาย รับใช้ชาติ เป็นทหารเกณฑ์ผลัด 2

ต่างปลื้มกับลูกๆ อดีต สส.“สมบูรณ์”ปลื้มลูกสาวน่ารัก สุดเก่ง/ อดีต สส.“เอกภาพ”ภูมิใจลูกชาย รับใช้ชาติ เป็นทหารเกณฑ์ผลัด 2

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

nn…เก็บตก เรื่องราวดีๆของแฟมิลี่แมน อย่าง สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์โพสต์เล่าถึงวันเกิดลูกสาวสุดเลิฟ “น้องปิ๊ง” นภัสนันท์ อุทัยเวียนกุล วัย ครบ 22 ปี เกิด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2538 เป็นวันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นวัน “ลอยกระทง” น้องปิ๊งลืมตาดูโลก ที่โรงพยาบาลตรังรวมแพทย์ เป็นลูกที่โชคดี ได้คลอดโรงพยาบาลเอกชน มีภาพรอยฝ่าเท้าตอนแรกเกิดเป็นที่ระลึก..เป็นคนยิ้มสวย น่ารัก ชอบร้องรำทำเพลง..และเป็นลูกคนเดียวที่เรียนหนังสือหลายโรงเรียนมากที่สุด ทำให้มีครูที่สอนมาหลายคน มีเพื่อนเยอะมาก เริ่มเรียน ที่ศูนย์เด็กเล็กบ้านทุ่งค่าย โรงเรียนบ้านควนอินทนิลงาม ย่านตาขาว พอเข้าเรียนประถมศึกษา ที่โรงเรียนอนุบาลตรัง จบประถม 3 ย้ายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนสีวลี รังสิต และเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบ รังสิต เข้าเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซิลซาเวียร์ กรุงเทพฯ และเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา แล้ว ย้ายมา ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ…ด้วยความน่ารักชอบแสดงออกจึงมักได้รับคัดเลือก ให้เป็นตัวแทนนักเรียนรำอวยพรบ้าง รำแสดง ในงานโรงเรียนบ้าง เป็น“ดรัมเมเยอร์”คนถือป้ายเป็นพิธีกรรายการทีวี.. ในการเรียนระดับปริญญาตรีจึงสนใจเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ตามที่ตนชอบ…แต่สุดท้ายคุณพ่อคนนี้ได้อวยพรว่า“คนนี้ที่ห่วงใย ขวัญใจเพื่อนๆ ในวันเกิดปีนี้ พ่อขอให้ลูกมีความสุขมากๆครับ คนดีของพ่อ”..เพียงแค่นี้เท่านี้ที่หัวอกคนเป็นพ่อที่รักและห่วงใย…nn

nn…ใครที่เป็นคุณพ่อที่มีลูกชาย ก็ย่อมรักและภูมิใจในตัวลูกชาย อย่าง เอกภาพ พลซื่อ อดีต สส.ร้อยเอ็ด มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เอกรัฐ พลซื่อ หรือ “น้องนาว” ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารโดยการจับสลาก เหมือนกับลูกๆของประชาชน ชาวบ้านทั่วไป โดย“น้องนาว”จับสลากได้ ใบแดง ทบ.2 หรือ ทหารเกณฑ์ผลัด 2 ต้องเข้าฝึก ที่ ค่ายมณฑลทหารบกที่ 27 จังหวัดร้อยเอ็ด…เป็นระยะเวลา 2 ปี…ได้เข้ารายงานตัวเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2560…โดย อดีต สส.เอกภาพ ได้พา“น้องนาว”เดินทางเข้ามารายงานตัวด้วยตัวเอง พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย..พอเสร็จสิ้นพามารายงานตัว ในฐานะคุณพ่อถึงกับบอกว่า มีความภาคภูมิใจมากๆ ที่ลูกชายได้เป็นทหาร เข้ามารับใช้ชาติ สมกับเป็นชายชาติทหาร..ปัจจุบันทหารเป็นใหญ่ เราก็จะได้เป็นครอบครัวทหารครับ”…และหลังครบ 1 สัปดาห์ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ได้แวะมาเยี่ยม“น้องนาว”ที่ดูมาดเข้มมากขึ้น…อย่างน้อยๆการเข้ารับใช้ชาติ จะได้เรียนรู้ ระเบียบ วินัยของการเป็นทหาร…เชื่อว่าเป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิดอย่างแน่นอน….nn

nn…ถึงเวทีการเมืองยังไม่เปิดให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ แต่ไม่ได้ห้ามในการทำงานเพื่อช่วยสังคม..“เจิมมาศ จึงเลิศศิริ” อดีต สส.กทม.เขตพระนคร ชวนไปทำบุญช่วยเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน ด้วยการดูดวงกับ“นักพยากรณ์”ระดับเซียน…ทางโรงแรมแกรนด์ ไชน่า ร่วมกับ พยากรณ์เพลส โดย อ.คมชนก พรนภดล พร้อมนักพยากรณ์ชื่อดัง จัดงาน“พยากรณ์การกุศล ปีที่ 14” ณ โรงแรมแกรนด์ ไชน่า ถนนเยาวราช…รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้“มูลนิธิธรรมิกเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์” โดยจะรวมทุกศาสตร์การพยากรณ์ ไทย จีน สากล ราคาท่านละ 299 บาทเท่านั้น ระหว่าง วันที่ 10-11 พฤศจิกายนนี้…ตั้งแต่ เวลา 10 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น ที่ ชั้น 3 รร.แกรนด์ ไชน่า…อยากให้ไปร่วมงานกันเยอะนะครับ….nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เดินหน้าสู่สังคมสูงวัย สารพันปัญหายังรอให้แก้

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302196

เดินหน้าสู่สังคมสูงวัย  สารพันปัญหายังรอให้แก้

เดินหน้าสู่สังคมสูงวัย สารพันปัญหายังรอให้แก้

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบัน “ผู้สูงอายุ” เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทยมากขึ้นทุกขณะ เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้ประชากรมีอายุขัยยืนยาวขึ้น จำนวนผู้สูงอายุจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ รายงาน “An Aging World : 2015” โดยหน่วยงาน United States Census Bureau สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ในปี 2555 ที่โลกมีประชากรรวม 7 พันล้านคน ในจำนวนนี้ร้อยละ 8 หรือ 562 ล้านคน เป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และคาดว่าช่วงปี 2568 – 2593 ประชากรวัยดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ที่ 1,600 ล้านคน

ทำให้หลายประเทศในโลกรวมทั้งประเทศไทย ต้องเตรียมการเพื่อรองรับและให้การดูแลประชากรกลุ่มนี้ดังที่ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ “สูงวัยสร้างเมือง” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า ในปี 2558 ประชากรไทยมีจำนวน 65.1 ล้านคน ในจำนวนนี้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป 11 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรทั้งหมด

“จากข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 2,618 แห่ง มีประชากรจำนวน 8,181,181 คน พบว่า ในปี 2560 มีผู้สูงอายุ 18.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยภาคเหนือมีประชากรสูงวัยมากที่สุด 22 เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง 20 เปอร์เซ็นต์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 เปอร์เซ็นต์ และภาคใต้ 16 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยพบว่า 20 เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง และมีปัญหาสุขภาพด้านอื่นแทรกซ้อนที่ต้องไปหาหมอเป็นประจำ” ดวงพร ระบุ

จากสถานการณ์โครงสร้างประชากรที่ผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น ทำให้แต่ละพื้นที่ต้องหาแนวทางเตรียมพร้อม ด้วยหวังว่าให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีคุณค่า นัยนา ศรีเลิศ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คอรุม จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ประชากรใน ต.คอรูม ทุกๆ 100 คน จะมีผู้สูงอายุ 20 คน และจากผู้สูงอายุ 20 คน จะมี 4 คน ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นผู้สูงอายุที่ติดสุรา ป่วยติดเตียง เป็นต้น จึงเริ่มต้นจากการทำโรงเรียนผู้สูงอายุ หลักสูตร 3 ปี และยังมีการส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุ

เช่นเดียวกับ วณิษฐา ธงไชย ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จ.ยโสธร กล่าวว่า ในชุมชนมีการทำระบบการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รวมกลุ่ม จึงเกิดโรงเรียนผู้สูงอายุ และการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้สูงอายุ เช่น การทำปุ๋ยอินทรีย์ การปลูกผักปลอดสารพิษ ผู้สูงอายุจึงมีความสุข โดยสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ “ความร่วมมือของชุมชน” เพื่อบริหารจัดการโดยคนในชุมชนเอง

ด้าน อัญชนา เตชะอำนวยวิทย์ หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลตำบล (ทต.) บ้านแฮด จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ต.บ้านแฮด เป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งผู้สูงอายุจะอยู่บ้านส่วนลูกหลานออกไปทำงานในเมือง โดยพบผู้สูงอายุในพื้นที่ ร้อยละ 14.7 หลายรายมีปัญหาเรื่องสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีประชากรวัยที่จะก้าวสู่การเป็นผู้สูงอายุในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า ร้อยละ 25.8

อัญชนา ระบุว่า จุดเด่นของ ทต.บ้านแฮด คือ “การพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ” อย่างต่อเนื่อง เข้าถึงได้รวดเร็ว จัดการงบประมาณถูกต้องและชัดเจน และมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยมี “หมอชาวบ้าน” อาสาช่วยดูแลผู้สูงอายุและเป็นผู้นำทางด้านจิตใจให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุ “มีความสุขกายสบายใจ” ในการใช้ชีวิต เพราะจะหวังความช่วยเหลือจากภาครัฐส่วนกลางอย่างเดียวคงไม่ได้

“สิ่งหนึ่งที่เราช่วยได้ก็คือ ช่วยดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวของตนเองก่อน เพื่อไม่ให้เป็นภาระของสังคม ทั้งช่วยดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูเรามาจนโต ไม่ทอดทิ้งท่านให้อยู่ตามลำพัง หรือต้องเป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่ง” อัญชนา กล่าว

อีกด้านหนึ่ง ในเวทีเสวนา “ผู้สูงอายุถูกละเมิด…ใครดูแล!!” ณ รร.สุโกศล ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) เสนอแผนปฏิรูปงานด้านผู้สูงอายุ 6 ประการ คือ 1.ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ทบทวนความจำเป็นในการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ขององค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบคือ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 รวมถึงกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.พิจารณาแนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีบุคลากรที่ทำหน้าที่คุ้มครองหรือพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุตาม เช่น การแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 หรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในประเด็นความสามารถของบุคคล 3.พิจารณาเรื่องการทบทวนหรือปฏิรูปการคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองผู้สูงอายุขององค์การสหประชาชาติ (UN) โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมสมาชิกในครอบครัว ชุมชน ระบบอาสาสมัคร องค์กรภาคประชาสังคม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

4.เสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะบุคลากรด้านสังคมสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ให้มีความรู้ มีทักษะ ในการให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ์ 5.พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลด้านการละเมิดสิทธิ์ผู้สูงอายุให้เป็นระบบหมวดหมู่ เนื่องจากการละเมิดสิทธิ์ผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน ดังนั้นจำเป็นต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ

6.เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน สังคม ให้เกิดระบบคุ้มครองทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ ด้วยการรณรงค์กลไกสังคมตั้งแต่ครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น สังคม ไปจนถึงประเทศโดยรวม โดยผ่านระบบการศึกษา ศาสนา สื่อสารมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรสมาคมวิชาชีพ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความรู้ความเข้าใจ มีพลังจากการมีส่วนร่วมในการสร้างความตระหนัก ยกระดับความเข้าใจ และสร้างปลูกจิตสำนึกต่อสังคมถึงความรุนแรงต่อผู้สูงอายุเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ปัญหา เอาใจใส่ในระดับสังคมโดยรวม

สำหรับความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายผู้สูงอายุในรอบปี ล่าสุด 7 พ.ย. 2560 มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการ “บริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุโดยสมัครใจ” เพื่อให้เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เริ่มตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2560 เป็นต้นไป โดยให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะดี “เสียสละ” ไม่รับเบี้ยยังชีพ ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำไปสมทบให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยแทน ผ่านการยื่นความจำนง ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่

ก็ต้องตามดูกันต่อไปว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด?

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ของดีเมือง’ด่านซ้าย’ 3สาวคิดสูตรลับผสมดิน ปั้น’ตาโขน’ลดโลกร้อน สร้างรายได้ชุมชน

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302299

ของดีเมือง'ด่านซ้าย' 3สาวคิดสูตรลับผสมดิน ปั้น'ตาโขน'ลดโลกร้อน สร้างรายได้ชุมชน

ของดีเมือง’ด่านซ้าย’ 3สาวคิดสูตรลับผสมดิน ปั้น’ตาโขน’ลดโลกร้อน สร้างรายได้ชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.38 น.

ที่โรงเรียนศรีสองรักษ์วิทยา ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยนางสาวชลลดา เชื้อบุญมี เปิดเผยว่า ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนประกอบด้วย นางสาวมณีรัตน์ ไชยนอก และ นางสาวพิชชาวัส เชื้อบุญจันทร์ ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ตาโขนช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ให้มีความสวยงาม คงทน ใช้งานได้ดี มีคุณภาพ และสามารถนำไปต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทของที่ระลึกประจำอำเภอและจังหวัด อาทิ แจกัน กระปุกออมสิน ของตกแต่งบ้าน ซึ่งผลิตจากวัสดุเหลือใช้และเศษวัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยนำมาสร้างสรรค์งานให้มีรูปแบบต่างๆ ด้วยกรรมวิธี เช่น การทำด้วยมือ การเพ้นท์ลาย การปั้น การแกะ พร้อมกับใส่ลวดลายของผีตาโขนอันเป็นประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวด่านซ้าย ที่มีประวัติและความเป็นมาอันยาวนานและมีแห่งเดียวในโลก เพื่อให้เป็นจุดเด่นของชิ้นงานและให้มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และยังเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียนศรีสองรักษ์วิทยาอีกด้วย

“ในอำเภอด่านซ้าย มักพบเจอปัญหาเรื่องขยะ มลภาวะทางอากาศและทางน้ำ เช่น การเผาไหม้พวกฟางข้าว หญ้าที่ตัด เผาใบข้าว ทำให้อากาศเป็นพิษและผักตบชวาเวลาน้ำท่วม ก่อให้เกิดปัญหาผักตบชวาอุดตันท่อ ทำให้น้ำขังเป็นเวลานาน เราเล็งเห็นปัญหาเหล่านี้ในชุมชนอำเภอด่านซ้าย จึงนำมาประดิษฐ์เป็นชิ้นงาน ซึ่งได้นำผีตาโขนที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย นำมาถ่ายทอดลงในชิ้นงาน ได้แก่ แจกันและกระปุกออมสินรูปผีตาโขน เป็นต้น ซึ่งสามารถนำออกขายเป็นของที่ระลึก สร้างรายได้ให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี”

นางสาวชลลดา กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ได้เน้นการนำเอาวัสดุเหลือใช้ และเศษวัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นที่หาได้ง่ายมาผลิตเป็นสินค้า เช่น เศษกระดาษทุกชนิด  ขี้เลื่อย ใบสับประรด ฟางข้าว ผักตบ ใบข้าวโพด หญ้าแฝก เศษหญ้าแห้ง เศษใบไม้แห้ง เป็นต้น และยังได้คิดค้นสูตรผสมดินจากวัสดุที่เหลือในท้องถิ่นเป็นส่วนผสมหลัก โดยมีการคิดค้นจนได้ดินที่มีคุณสมบัติพิเศษมากกว่าดินที่ใช้ปั้นทั่วไป คือ เมื่อผสมดินตามสูตรส่วนผสมที่คิดค้นขึ้นแล้ว ถ้าเป็นดินโดยทั่วไปจะต้องเข้าเตาเผา 2-3 วัน จึงจะแข็งตัวและใช้งานได้ แต่ดินที่คิดค้นขึ้นนั้น ทำงานได้ง่ายและไม่ต้องผ่านการเผา จึงไม่ทำให้เกิดมลพิษในอากาศ สามารถแห้งและแข็งตัวได้ประมาณ 1-2 วัน โดยการตากแดดหรือผึ่งลมให้แห้ง และยังมีความแข็งแรงและทนทานกว่าดินที่เผา แม้ตกก็ไม่แตกหักง่าย เศษวัสดุเหลือใช้และเศษวัสดุจากธรรมชาติที่กล่าวมาในข้างต้นทั้งหมดนี้  สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“ผลิตภัณฑ์ตาโขนลดโลกร้อนดังกล่าวได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญให้กับเด็กนักเรียนและทุกคนในชุมชนอำเภอด่านซ้ายที่จะสามารถคิดค้นต่อยอดในการนำวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกับการสืบสานอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่กันไป” นางสาวชลลดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มสาวทิ้งอาชีพมนุษย์เงินเดือน หันมาขายขนมเบื้องสูตรเด็ดรายได้ดี

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302298

หนุ่มสาวทิ้งอาชีพมนุษย์เงินเดือน หันมาขายขนมเบื้องสูตรเด็ดรายได้ดี

หนุ่มสาวทิ้งอาชีพมนุษย์เงินเดือน หันมาขายขนมเบื้องสูตรเด็ดรายได้ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.27 น.

9 พ.ย.60 ถ้าพูดถึง ขนมเบื้องอาร์มแอร์ แน่นอนว่าต้องเป็นที่รู้จักดีของคนเมืองแกลง จังหวัดระยอง เพราะมีกลิ่นหอม รสชาติหวานมัน ชิ้นพอคำ ตัวแป้งบางกรอบ ส่วนเนื้อครีมจัดจ้านทั้งหวาน เค็มมัน และที่พิเศษสุดคือไส้เค็มและไส้หวาน ที่เป็นสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำเองใหม่ๆสดๆทุกวัน

นางทิพย์มนทา จันทรสูตร์ อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า เมื่อก่อนตนเองทำงานบริษัท ส่วนสามีก็ทำงานโรงงาน รายได้สองคนไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว ยิ่งเมื่อมีลูกสองคนค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น พอดีมีคนให้สูตรทำขนมเบื้องมา จึงได้ทดลองทำขายดูปรากฏว่าขายดีมาก จึงตัดสินใจออกจากงานมาตั้งหน้าตั้งตาขายจริงจัง ทำให้มีรายได้พอเหลือใช้ และยังมีเวลาอยู่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ซึ่งตนขายมานานกว่า 10 ปีจนเป็นที่รู้จัก

นายสายัณห์ จันทรสูตร์ อายุ 36 ปี ผู้เป็นสามี เปิดเผยว่า เคล็ดลับที่ทำให้ขนมเบื้องอาร์มแอร์ขายดิบขายดี อยู่ที่การผสมแป้งใหม่ๆใช้ครั้งต่อครั้ง ตีแป้งเสร็จก็รีบทำทันที ส่วนไส้เค็มและไส้หวาน ก็ทำเอง ใช้มะพร้าวน้ำหอมเนื้ออ่อนพอดีๆกวนเป็นไส้เค็ม ส่วนไส้หวานคือฝอยทองเหมือนทั่วๆไป แต่ว่าจะไม่ใช้ไข่เป็ดเหมือนที่อื่น เราจะใช้ไข่ไก่เพื่อลดความคาว เมื่อทุกอย่างมาผสมเข้าอยู่ด้วยกันเป็นขนมเบื้องชิ้นพอคำ จึงมีรสชาติหวานมันเค็มนิดหน่อยและหอมกรุ่นกลิ่นมะพร้าวอ่อน เมื่อโรยด้วยทอปปิ้งเครื่องแต่งหน้าหลากสีสัน เช่นลูกเกด ช็อคโกแลต ก็ยิ่งชวนกินมากขึ้น

นอกจากจะขายขนมเบื้องแล้ว ยังมีขนมรังผึ้ง ขายคู่กันอีกด้วย ซึ่งในส่วนของขนมรังผึ้งก็ต้องใช้แป้งสูตรเฉพาะ ตีเองผสมใหม่ๆ เพื่อให้ขนมที่สุกแล้วออกมานุ่มนวล ก่อนลงแป้งก็โรยเมล็ดข้าวโพดเพื่อให้เกิดรดชาดเวลาเคี้ยว ขายคู่กับขนมเบื้องไส้เค็มไส้หวาน มีลูกค้าโทรมาสั่งจองทุกวัน ส่วนใหญ่สั่งไปออกร้านในงานต่างๆเช่นงานเลี้ยง งานแสดงสินค้า งานโอท็อป และสั่งชุดเบรก ซึ่งจะทำตามใจลูกค้า เช่นต้องการให้หนึ่งกล่องมีทั้งขนมเบื้องและรังผึ้ง หรือเลือกแต่ขนมเบื้องร้านตนก็จัดให้ ส่วนราคาเริ่มตั้งแต่กล่องละ 10 บาทขึ้นไป ทุกวันนี้มีออเดอร์สั่งมาไม่เคยขาด รายได้พอเลี้ยงลูก ที่กำลังเรียนชั้น ม.3 และ ป.6 ให้อยู่กันอย่างสบายไม่ลำบากเหมือนสมัยก่อน

ทั้งนี้ ขนมเบื้องอาร์มแอร์ ไม่มีหน้าร้านประจำ แต่จะขายในตลาดนัดอำเภอแกลง จังหวัดระยอง เฉพาะวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 น. – 20.00 น. และรับออเดอร์ทางโทรศัพท์ หมายเลข 0834228303 ซึ่งต้องโทรจองล่วงหน้าเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,905,938 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี
ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน
DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย
ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง
นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร
รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI เช็กชื่อเรือทำน้ำมัน 57 ล้านลิตรล่องหน
งัดพรก.กำหนดค่ากลั่น ติดดาบอนุทิน สั่งกบง.หั่นต้นทุนทิพย์
สุขสมรวย รมต.ป้ายแดง เข้าทำเนียบฯ ถือฤกษ์สะดวก พร้อมทำทุกหน้าที่หาก นายกฯ มอบหมาย

Recent Posts

  • เนปาลสั่งฟ้อง 32 ราย “มาเฟียกู้ภัยหิมาลัย” วางยา นนท. หวังเงินประกันกว่า 600 ล้าน
  • “เจิ้ง ลี่เหวิน” ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีนในรอบ 10 ปี ชูภารกิจสร้างสันติภาพ
  • จับตา UNSC เตรียมถกมติคุ้มครองเรือสินค้า “ช่องแคบฮอร์มุซ”
  • ผลสำรวจชี้ อาเซียนเอนเอียง “จีน” มากกว่าสหรัฐฯ แบบเฉียดฉิว หากถูกบังคับเลือกข้าง
  • บังกลาเทศเร่งฉีดวัคซีนฉุกเฉิน หลังหัดระบาด ดับกว่า 100 รายในเดือนเดียว

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d