Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รีบฟังด่วน!’เดิมพัน 2000 กิโล’ ‘น้าแอ๊ด’แต่งเพลงให้กำลังใจหลานชาย’ตูน’ (ชมคลิป)

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302094

รีบฟังด่วน!'เดิมพัน 2000 กิโล' 'น้าแอ๊ด'แต่งเพลงให้กำลังใจหลานชาย'ตูน' (ชมคลิป)

รีบฟังด่วน!’เดิมพัน 2000 กิโล’ ‘น้าแอ๊ด’แต่งเพลงให้กำลังใจหลานชาย’ตูน’ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.47 น.

9 พ.ย. 60 นายยืนยง โอภากุล  หรือ  “แอ๊ด คาราบาว” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง โพสต์คลิปวีดีโอเพลง “เดิมพัน 2000 กิโล” ที่แต่งขึ้น ลงในเฟซบุ๊ก “Add Carabao” เพื่อให้กำลังใจ “ตูน บอดี้แสลม” หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องชื่อดัง หลานชายที่กำลังวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จากสุดเขตแดนใต้ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดแดนสยาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กม. พร้อมข้อความว่า …

“วันนี้ผมได้รับการแนะนำจากเพื่อนในเพจธรรมะจูงควาย ว่าแต่งเพลงให้กำลังใจพี่ตูนหน่อยครับ ผมถึงนึกขึ้นมาได้ ว่าใจเราคิดเเต่เรื่องจะไปช่วยหลานวิ่งสักวันเหมือนครั้งเเรกที่เขาวิ่ง จนลืมคิดไปว่าระหว่างนี้ว่างๆอยู่ นอกจากซ้อมเพลงพี่เป้าแล้วก็ไม่มีอะไร อย่ากะนั้นเลยเป็นคำแนะนำที่เยี่ยมยอดมากครับต้องขอขอบพระคุณมาณ.ที่นี้ด้วย ที่ช่วยกระตุ้นเตือนเรื่องนี้ พอเริ่มคิดที่จะเเต่งก็ลงมือทันทีภายใน1ชั่วโมงก็เสร็จ แล้วก็เริ่มซ้อมไปสักพักใหญ่ๆ ก็มาถ่ายคริปแล้วส่งลงเพจนี่แหละครับ

เนื้อเพลงอธิบายความรู้สึกที่ผมและคนไทยอีกหลายๆคนมีอยู่ขณะนี้ คืออยากเอาใจช่วยให้เขาทำสำเร็จโดยไม่มีอุปสรรค และได้เงินบริจาคเยอะๆ เพราะมันเป็นการลุกขึ้นมา”ทำดี”โดยไม่ต้องมีใครมาบอก และทำด้วยหัวจิตหัวใจที่ใสสอาด เอาความมานะอดทนความเหนื่อยยากของตนมาแลก เพื่อให้คนอื่นในสังคมได่ร่วมกันทำความดีด้วย นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมคิด ขอมอบบทเพลงนี้ให้กับตูนและเพื่อนทีมวิ่ง ทีมงานที่ร่วมกันทำภาระกิจนี้ด้วยความรักและห่วงใย แล้วเจอกันบนถนนเช่นเคยครับ

ปล.ใครอยากจะเอาไปอัดเสียง COVER ต่อจากผม เชิญเลยนะครับจะได้มีหลายๆเวอร์ชั่นหลากหลายเป็นแรงใจให้กับตูน ผมมีเนื้อเพลงและคอร์ดกีต้าร์ลงไว้ก่อนหน้านี้แล้วครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :โยมทำปักษ์ใต้น้ำท่วม…ท่วมไปด้วยน้ำใจ หลวงพ่อขอบคุณ’ตูน บอดี้สแลม’

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเจ๋ง! เรือผีหลอก ภูมิปัญญาโบราณ ยังใช้หาปลาได้คืนละ3พัน

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302090

สุดเจ๋ง! เรือผีหลอก ภูมิปัญญาโบราณ ยังใช้หาปลาได้คืนละ3พัน

สุดเจ๋ง! เรือผีหลอก ภูมิปัญญาโบราณ ยังใช้หาปลาได้คืนละ3พัน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.12 น.

9 พ.ย. 60 ที่อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นายเสนาะ พันธ์น้อย อายุ 59 ปี ชาว ต.บ้านกล้วย อ.บ้านหมี่ ได้สืบทอดวิธีการทำเรือผีหลอก มาจากรุ่นปู่ รุ่นพ่อ เดิมเป็นเรือไม้ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาดัดแปลง และประยุกต์ให้เป็นเรือสเตนเลส ความยาวเรือ ยาว 32 ศอก พร้อมอุปกรณ์สำคัญในการหลอกปลาและสัตว์น้ำ คือ กระดานไม้ ทาด้วยสีขาวประมาณ 60 เซนติเมตร ปล่อยลงข้างลำเรือเพื่อหลอกปลาให้ตกใจแล้วกระโดดขึ้นมาบนเรือ และมีตาข่ายกันปลากระโดดข้ามเรือ คนหาปลาจึงหันแผ่นไม้สีขาวเข้าหาตลิ่ง ก็ได้ปลากลับบ้านเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่หาดูได้ยากแล้ว เพราะในพื้นที่ของอำเภอบ้านหมี่มีอยู่แค่เพียง2ลำเท่านั้นที่ยังทำการออกเรือผีหลอกอยู่

วิธีการหาปลาแบบเรือผีหลอก โดยคุณเสนาะล่องเรือไปตามแนวตลิ่งของลำน้ำ ในคลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ก็ได้ปลาน้อยใหญ่กลับมาเต็มลำเรือ เพราะเมื่อเรือวิ่งผ่านไปตามแนวตลิ่ง ปลาก็จะพากันกระโดดขึ้นลำเรือเอง ก่อนจะไปชนตาข่ายด้านข้างอีกฝังของเรือและตกลงมาในท้องเรือ เขาเผยว่าในคืนหนึ่งจะได้ปลากลับมากว่า 100 กิโลกรัม มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อวันที่ออกหาปลา โดยจะนำไปวางจำหน่ายในช่วงเช้า บริเวณสะพานบ้านกล้วย ริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก เป็นอาชีพเสริมนอกจากการทำนา

ซึ่งนายปรัชญา เปปะตังนายอำเภอบ้านหมี่ ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาวิถีชีวิต พร้อมเก็บข้อมูล ซึ่งเตรียมเสนอให้ลุงเสนะเป็นปราชญ์ด้านการประมงพื้นบ้านที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เรือผีหลอก จากคนรุ่นเก่าสู่ลูกหลานรุ่นใหม่ เพราะเรือผีหลอกถือเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในการหาปลาในยามค่ำคืน โดยเฉพาะคืนเดือนมืด ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เมื่อนำเรือออกไปถึงจุดเริ่มต้น ก็จะเลื่อนไม้แผ่นกระดานสีขาวมาพาดไว้ข้างเรือด้านริมตลิ่ง และเลื่อนไม้กรีดน้ำที่หัวเรือให้ยื่นออกไปเพื่อกรีดน้ำ โดยจะขับเรือให้มีสภาพเอียงเล็กน้อยตามแผ่นกระดานสีขาว เลาะไปตามชายตลิ่ง เมื่อปลาที่อาศัยอยู่ตามตลิ่งตกใจเสียงกรีดน้ำ และสีขาวของแผ่นกระดานก็จะกระโดดขึ้นบนกระดานลงสู่ท้องเรือ ส่วนปลาที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง ซึ่งพยายามจะกระโดดออกจากเรือมันก็จะติดตาข่ายที่กั้นไว้ม่สามารถหนีได้

โดยในคืนนี้ทางนายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมนำทีมลงพิสูญโดยมีจิตอาสาเป็นชาวต่างชาติลงเรือผีหลอกดูการจำปลาในคืนนี้ด้วย และต้องตะลึงกับภูมิปัญญาของชาวบ้านของไทย  โดยบอกว่าประโยชน์ของเรือผีหลอกไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่มีมลพิษและไม่ต้องอาศัยสารเคมี

ขณะที่ลุงเสนะเองก็บอกว่าตนเองยึดอาชีพทำเรือผีหลอกออกหาปลามานานกว่า10ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มใช้เรือพายออกหาปลาจนมาเปลี่ยนเป็นเรือเครื่องที่มีขนาดที่ยาวขึ้ง ทำให้หาปลาได้มากขึ้น ในแต่ละคืนหากเดือนมืดสนิทจะจับปลาได้กว่า100กิโล มีรายได้วันละหลายพันบาท ในแต่ละปีหารายได้จากการจับปลากด้วยเรือผีหลอก เฉี่ยวแล้วปีละ3-5หมื่นบาทเลยที่เดียว แต่หากปีไหนน้ำมากจะสามารถจับปลาได้มากมีรายได้กว่า1แสนบาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตร.ทำเนียบฯน้ำใจงาม เก็บกระเป๋า-เงินสด1หมื่นคืน’แม่ค้า’ตลาดคลองผดุงฯ

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302089

ตร.ทำเนียบฯน้ำใจงาม เก็บกระเป๋า-เงินสด1หมื่นคืน'แม่ค้า'ตลาดคลองผดุงฯ

ตร.ทำเนียบฯน้ำใจงาม เก็บกระเป๋า-เงินสด1หมื่นคืน’แม่ค้า’ตลาดคลองผดุงฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 07.59 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 19.00 น. ส.ต.ท.สุภัทร สุธีร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ประจำอยู่ประตู 5 ฝั่งป้อมน้ำพุ บริเวณตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ได้รับแจ้งว่า มีกระเป๋าต้องสงสัยวางทิ้งไว้บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตลาดคลองผดุงฯ ว่าเป็นของบุคคลใด ซึ่งไม่พบว่า ผู้ประกอบการหรือบุคคลใดแจ้งความประสงค์ว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าดังกล่าว จากนั้น จึงได้เรียนผู้บังคับบัญชา พร้อมนำกระเป๋าไปตรวจสอบ แต่ไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด พบเพียงเงินสดจำนวนกว่า 10,000 บาท และผ้ากันเปื้อน คาดว่า น่าจะเป็นของผู้ประกอบการภายในตลาดคลองผดุงฯ

จากนั้นในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้  เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาล จึงได้สอบถามผู้ประกอบการแต่ละร้าน ว่าผ้ากันเปื้อนที่พบในกระเป๋าใบดังกล่าวเป็นของใคร ต่อมาพบว่า เป็นของแม่ค้าร้านข้าวขาหมู ทราบชื่อภายหลังคือ นางวิไล ประเวศชโยดม แม่ค้าจากจังหวัดสระบุรี จึงได้ประสานให้เดินทางมารับกระเป๋าที่ตลาดคลองผดุงฯ

โดยนายวิไล กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กระเป๋าและเงินคืน และขอบคุณตำรวจที่เก็บกระเป๋าไว้ให้ ด้าน ส.ต.ท.สุภัทร กล่าวเพียงสั้นๆว่า รู้สึกภูมิใจกับการทำความดีในครั้งนี้ ที่ได้ส่งเงินคืนเจ้าของ และได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เห็นแล้วยิ้ม หมาแมวบ้านนี้ไม่มีกัดกัน

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302088

เห็นแล้วยิ้ม หมาแมวบ้านนี้ไม่มีกัดกัน

เห็นแล้วยิ้ม หมาแมวบ้านนี้ไม่มีกัดกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 07.30 น.

เพื่อนซี้สี่ขา สุนัขกับแมว อาศัยอยู่ด้วยกัน กินข้าวชามเดียวกัน หยอกล้อเล่นราวเป็นสายพันธุ์เดียวกัน

9 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 47/21 ม.4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีเรื่องแปลกที่สร้างรอยยิ้มให้กับเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก คือสุนัขพันธุ์ไทย และแมว อาศัยอยู่ร่วมกัน หยอกล้อกันเล่น กินข้าวชามเดียวกัน โดยไม่กัดกัน ซึ่งผิดอุปนิสัยของสัตว์ 2 สายพันธ์นี้ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าว พบ น.ส.ธนภัทร กฤษมณี อายุ 47 ปี เจ้าของบ้านและเจ้าของสุนัขและแมว สังเกตเห็นสุนัขพันธุ์ไทยเพศเมีย จำนวน 2 ตัว อายุประมาณ 10 ปี แมวสายพันธุ์วิเชียรมาศ อายุประมาณ 5-6 เดือน และลูกแมวรวม 4 ตัว เป็นภาพที่น่าประหลาดใจ สุนัขตัวใหญ่กำลังกินอาหารที่เจ้าของเทใส่ในภาชนะกับแมว เจ้าสุนัขนอนกินกระดิกหาง โดยไม่แสดงท่าทีดุร้ายใส่แมวแม้แต่น้อย

สอบถาม น.ส.ธนภัทร เล่าว่า สุนัขตัวดังกล่าว ได้เก็บเอามาเลี้ยงนานแล้วชื่อเจ้าแดง (ตัวใหญ่) กับเจ้าเชื่อม(ตัวเล็ก) ส่วนแมวนั้น เพิ่งนำเข้ามาเลี้ยงได้ 5-6 เดือน ซึ่งตอนแรกที่เก็บแมวมาเลี้ยง ก็เกรงว่าสุนัขจะกัดแมวตาย แต่ก็น่าแปลกใจ เมื่อสุนัขเข้ามาดมและเลียลูกแมวอย่างเอ็นดู เวลาให้อาหารสุนัข แมวก็จะมากินอาหารสุนัขด้วย เมื่อให้อาหารแมว สุนัขก็จะมากินอาหารแมวด้วยเช่นกัน เวลานอนบางครั้งก็จะนอนกอดกัน และหากมีแมวอื่นเข้ามาเจ้าสุนัขก็จะปกป้องไล่แมวอื่นไปด้วย

ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวสร้างความอัศจรรย์ให้กับเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากสุนัขและแมว ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นคู่กัดกันมาตลอด ภาพดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ยากที่จะได้พบเห็น ซึ่งก็สร้างรอยยิ้มให้กับชาวบ้านในละแวกดังกล่าวด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนจน’ในสังคมเมือง บาดแผลของการพัฒนา

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302015

‘คนจน’ในสังคมเมือง บาดแผลของการพัฒนา

‘คนจน’ในสังคมเมือง บาดแผลของการพัฒนา

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“รัฐบาลก็ไม่สนใจ จะไล่พวกเรากลับไปอยู่ที่เดิม บอกว่าเราไม่มีที่ ซึ่งเราก็ล้มเหลวจากบ้านนอกมา เรามาตายเอาดาบหน้าในกรุงเทพฯ”

คำตัดพ้อของ วิมล ถวิลพงษ์ ตัวแทนเครือข่ายชุมชนผู้อยู่อาศัยใต้สะพานทั่วกรุงเทพฯ ด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความ “คับข้อง-คับแค้น” ภายในใจ เล่าย้อนไปในอดีตกว่า 2 ทศวรรษก่อนหรือราวปี 2536 ที่รัฐบาลขณะนั้นมีนโยบายไล่รื้อชุมชนที่อยู่อาศัยใต้สะพานทั่วกรุงเทพฯ (กทม.) ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็น “คนต่างจังหวัด” ที่หนีความกันดารแร้นแค้นจากบ้านเกิด เข้ามา “เสี่ยงโชค” เป็นแรงงานในเมืองกรุง

ประวัติศาสตร์ว่าด้วย “คลื่นมนุษย์อพยพย้ายถิ่น” จากต่างจังหวัดเข้าสู่ กทม. นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมา อาทิ รายงาน “การศึกษาเปรียบเทียบสถิติโรงงานอุตสาหกรรมในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และทั้งประเทศ” จัดทำโดยกองนโยบายและแผนงาน สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานครตอนหนึ่งระบุว่า ในปี 2504 ซึ่งเป็นปีที่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรก รัฐบาลไทยได้ตั้ง “คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน” หรือที่คุ้นหูในชื่อ“BOI” (Board of Investment) ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมและรับเรื่องขออนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรม

จากนั้นในปี 2515 รัฐบาลได้ตั้ง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม โดยในระยะแรก โรงงานอุตสาหกรรมนั้นตั้งขึ้นในพื้นที่ชานเมืองของ กทม. อาทิ ย่านมีนบุรี บางกะปิ รวมถึงจังหวัดปริมณฑลอย่างปทุมธานี สมุทรปราการ และจังหวัดที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนักอย่างพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนั่นเป็นการ “เปลี่ยนโฉมหน้าสังคมไทย”จากสังคมดั้งเดิมแบบ “เกษตรกรรม” ไปสู่สังคมใหม่คือ “อุตสาหกรรม” อย่างไม่อาจหวนกลับ

ทว่าท่ามกลางสารพัดนโยบายโหมประโคมเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกลับถูก “ละเลย” ไม่มีการพัฒนาต่อยอด เอกสารประกอบการศึกษา หัวข้อ “หน่วยที่ 3 : พัฒนาการเศรษฐกิจไทย” ซึ่งเรียบเรียงโดย รศ.ดร.พอพันธ์ อุยยานนท์ อาจารย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) ระบุว่า นับตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1-4 หรือระหว่างปี 2504-2524 ได้ก่อให้เกิด “ความเหลื่อมล้ำ” ทางรายได้ระหว่างภาคเกษตรกับภาคอื่นๆ อย่างมาก โดย“ภาคเกษตรมีรายได้ต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรมถึง 5 เท่า” และต่ำกว่าภาคบริการ 2 เท่า

นั่นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เหตุใดคนต่างจังหวัดตัดสินใจ “ขายนาทิ้งไร่” เพื่อหาทุนตั้งต้นสำหรับมาเสี่ยงตายเอาดาบหน้าในเมืองหลวงเอกสารข้างต้นยังระบุอีกว่า เมื่อสิ้นสุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 7ในปี 2539 “รายได้ต่อหัวของแรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงกว่าแรงงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน)ถึง 12 เท่า” ซึ่งสอดคล้องกับบทความ “คนอีสานครองแชมป์ย้ายถิ่นเข้ากรุงเทพ” เรียบเรียงโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในปี 2533 มีชาวอีสานเข้ามาหางานทำใน กทม.ราวร้อยละ 45.1 และปี 2543 ร้อยละ 37.7 มากกว่าทุกภาคอย่างชัดเจน

แน่นอนว่า “เมื่อมีคนเยอะ…ปัญหาก็แยะ” ดังที่พูดกันบ่อยๆ อาทิ “หาบเร่แผงลอย” ร้านค้าที่ใช้พื้นที่ทางเท้าทำมาหากิน บทความ “การจัดการการค้าหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพมหานคร : ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ” ซึ่งเขียนโดยนักวิชาการที่ศึกษาปัญหาหาบเร่แผงลอยมายาวนาน รศ.ดร.นฤมล นิราทร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระบุว่า หาบเร่แผงลอยในฐานะ “อาชีพอิสระ” ขยายตัวอย่างมากตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา ด้วย “สาเหตุสำคัญ” คือคนจากชนบททิ้งบ้านเกิดเข้ามาเป็นแรงงานในเมืองกรุง กลายมาเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

หรือปัญหา “ชุมชนแออัด” ที่เรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “สลัม” (Slum) บทความ “การสร้างความเป็นธรรมทางสังคม เรื่องที่อยู่อาศัยในกลุ่มคนจนเมือง” เรียบเรียงโดย วิชยา โกมินทร์, บวร ทรัพย์สิงห์ จาก สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ในปี 2521 มีชุมชนแออัดใน กทม. 420 ชุมชน ก่อนเพิ่มเป็น 1,020 ชุมชน ในปี 2527 นอกจากนี้ในปี 2551 ที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำรวจเพื่อค้นหากลุ่ม “คนจนเมือง” แล้วพบว่า มีประชาชนรายได้น้อยและที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงถึง 1,266 ชุมชน หรือ 225,440 ครัวเรือน

ย้อนกลับมาที่ วิมล ในวันที่บอกเล่าความคับข้องใจข้างต้นกับทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” นั้นเธอมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม “เครือข่ายสลัม 4 ภาค” ณ หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีในงาน วันที่อยู่อาศัยสากล (World Habitat Day) โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. 2560 ทั้งนี้นอกจากปัญหาที่อยู่อาศัยแล้ว เธอยังกล่าวด้วยว่า “อาชีพ-การทำมาหากิน” ของคนระดับล่างก็ทำได้ยากขึ้น จากนโยบายจัดระเบียบต่างๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นหาบเร่แผงลอย หรือแม้แต่การเก็บของเก่าขาย

“รัฐบาลพยายามจะเอารถขยะไปเก็บเอง ไม่ให้เราเก็บ แล้วซาเล้งจะไปหากินได้ที่ไหน ตั้งแผงลอยก็ไม่ได้ เก็บของเก่าก็ไม่ได้ อย่างถ้าไปออกบนถนนก็โดนตำรวจจับ บอกกีดขวางการจราจร ไม่ว่าตอนเช้าหรือตอนกลางคืน จะผลักดันให้เราไปเป็นโจรหรือ พอเป็นโจรก็โดนจับ หาว่าติดยาเสพติดโดนอีก” วิมล ระบุ

หากนับจากปี 2541 ซึ่งเป็นปีก่อตั้งเครือข่ายสลัม 4 ภาค อย่างเป็นทางการ เพื่อใช้กลไก “การเมืองภาคประชาชน” ผลักดันเรียกร้องให้ภาครัฐรวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม หันมาใส่ใจปัญหาของคนจนอย่างจริงจัง ที่ก็เป็น “เจ้าของประเทศ” ร่วมสร้างชาติบ้านเมืองไม่ต่างจากชนชั้นกลางหรือคนร่ำรวย ทว่าดูเหมือนปัญหาจะไม่ได้ถูกแก้ไขเท่าที่ควร หรือในทางตรงข้ามอาจจะทวีความรุนแรงขึ้น

ดังแถลงการณ์ที่ นุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค อ่านต่อหน้าผู้แทน UN และคณะสื่อมวลชนหลายสำนักในวันดังกล่าว ระบุว่า ปัจจุบันโครงการพัฒนาต่างๆ ของภาครัฐสร้างผลกระทบอย่างมากกับคนจนเมือง ทั้ง “ทางตรง” อาทิ การจัดระเบียบไล่รื้อชุมชนริมน้ำกว่าหมื่นครัวเรือน การสร้างรถไฟทางคู่-รถไฟความเร็วสูงที่ต้องรื้อย้ายชุมชนตามแนวทางรถไฟ รวมถึงการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่บนที่ดินรัฐวิสาหกิจ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ทำให้ต้อง “ขอคืนพื้นที่” จากชาวบ้านที่เช่าที่อยู่เดิม

และ “ทางอ้อม” กรณีที่ดินเอกชน เมื่อมีโครงการพัฒนาของรัฐมาถึง ชาวบ้านที่เช่าที่อยู่อาศัยในราคาไม่แพง ก็มีแนวโน้มว่าจะถูกเจ้าของที่ดินนั้นๆ “ยกเลิก” ไม่ให้เช่าอีก เพราะต้องการนำที่ดินไปขายหรือนำไปลงทุนพัฒนาอย่างอื่นที่ได้ผลกำไรเป็นกอบเป็นกำกว่า ซึ่งกรณีบ้านเช่าที่ดินไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน ก็มีหลากหลายตัวอย่าง เช่น สิทธิชัย คำประสิทธิ์ ตัวแทนชุมชนท่านเลียบหลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่ขณะนี้กำลังพยายามเจรจาต่อรองขอแบ่งที่ดินออกมาให้ชุมชน 7 ไร่จากเดิมทั้งหมด 30 ไร่ เพื่อไม่ให้ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น

สิทธิชัย กล่าวว่า ชุมชนของตนถูกทางผู้บริหาร สจล.ขอคืนพื้นที่ทั้งหมดเพื่อจะนำไปสร้างเป็น “โรงเรียนนานาชาติ” ทั้งที่ “จุดประสงค์ของเจ้าของที่ดินเดิม” ที่บริจาคที่ดินให้ สจล. คือต้องการให้ “เป็นสาธารณประโยชน์ของทุกคน” ซึ่งหากทาง สจล. นำไปก่อสร้างโรงเรียนทั่วไป ชาวชุมชนก็ยินดี แต่การก่อสร้าง รร.นานาชาติ ที่ค่าเล่าเรียนหลักแสนบาทนั้น คนส่วนใหญ่ย่อมไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะไม่สามารถส่งบุตรหลานเข้าเรียนได้

“เท่าที่ทราบคือมีแนวคิดจะให้เราย้ายไปอยู่ใกล้วัดตรงนี้เราก็คาดว่าน่าจะเป็นวัดอนงคาราม แต่แถวนั้นก็มีชุมชนอยู่แล้ว จะให้เราไปอยู่ได้อย่างไร หรือจะต้องไปไล่ชุมชนตรงนั้นให้เกิดปัญหาใหม่อีกหรือเปล่า” สิทธิชัย ระบุ

ยังไม่นับประเด็น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่รัฐบาลปัจจุบันโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาเพื่อต้องการช่วยคนจน แต่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากโดยเฉพาะการกำหนดให้ต้องไปซื้อสินค้า ณ “ร้านธงฟ้า” ทั้งที่ร้านธงฟ้าไม่ได้มีแพร่หลายกระจายทั่วทุกหัวมุมเมือง ทำให้ “ไม่สะดวก” ในการใช้งาน อีกทั้งยัง “ไม่กระจายรายได้” ไปสู่ “คนหาเช้ากินค่ำ” ด้วยกันอย่างการใช้เงินสดจับจ่ายสินค้าจากตลาดหรือแผงค้าข้างทาง

กว่าครึ่งศตวรรษของการพัฒนา…ชะตากรรมคนจนเมืองยังคงต้องต่อสู้เรียกร้องอย่างไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด?

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“ไชยา พรหมา” ใช้วิกฤติ ปิดเทอมการเมืองยาว ลุยเรียน “ป.โท-ป.เอก” ทั้ง “นิด้า-ราม”

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302033

“ไชยา พรหมา” ใช้วิกฤติ ปิดเทอมการเมืองยาว ลุยเรียน “ป.โท-ป.เอก” ทั้ง “นิด้า-ราม”

“ไชยา พรหมา” ใช้วิกฤติ ปิดเทอมการเมืองยาว ลุยเรียน “ป.โท-ป.เอก” ทั้ง “นิด้า-ราม”

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
n….ช่วงปิดเทอมการเมือง ในยุครัฐบาล “ลุงตู่” ค่อนข้างจะยาว ยังไม่มีกำหนด จะเปิดเทอมเมื่อไหร่ ทำเอาบรรดาอดีต สส.ทั้งหลายต่างหากิจกรรมกันทำ เพื่อรอวันเปิดเทอมใหญ่ที่จะมาถึงนั้น… “ไชยา พรหมา” อดีต สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย อดีตประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้เวลาสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หันเอาดีมาทางด้านการศึกษา ใฝ่หา และตักตวงองค์ความรู้ใหม่ๆ เสริมประสบการณ์เพื่องานการเมืองในวันข้างหน้า…“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น”..และแล้วความสำเร็จก็มาถึง ขอแสดงความยินดีกับ “มหาบัณฑิตจากคณะภาษาและการสื่อสาร หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการพัฒนาอาชีพ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) มีกำหนดจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวันที่ 30 มกราคม 2561 นี้..ซึ่งถือเป็น “ปริญญาโท ใบที่ 2 จากนิด้า” …นอกจากนั้น อดีต สส.ไชยา ยังลุยลง เรียน “หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง” รุ่นที่ 9 ควบคู่ไปพร้อมกัน…ทราบมาว่า อีกไม่นานเกินรอ เจ้าตัวก็จะเป็น “ดอกเตอร์” ด้านการเมือง เหลือเพียงการทำดุษฎีนิพนธ์เท่านั้น เอาเป็นว่าจะมีนักการเมืองระดับคุณภาพคับแก้วเพิ่มขึ้นในสภาสมัยหน้านี้ …เจอเจ้าตัว ถามถึงสาระทุกข์สุกดิบ บอกว่า ช่วงนี้ลุงตู่ปิดเทอมการเมืองยาวและแนวโน้มจะยาวไม่รู้ว่าวันไหนจะเลือกตั้ง ขอใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส เอาเวลาไปนั่งเรียน คลุกอยู่ในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง ระหว่างนิด้า กับ รามคำแหง เป็นเวลาเกือบสี่ปี เปลี่ยนคราบนักการเมืองไปเป็นนักศึกษา ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ นอกจากได้ “เพื่อนใหม่” แล้ว ได้สังคมใหม่แล้ว ยังได้ปริญญาใบใหม่มาประดับบารมีด้วย.. แหมๆ แบบนี้ ต้องขอชื่นชมและขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ล่วงหน้านะครับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คืบ99%! บ้านกาชาดร่วมใจช่วยเหลือผู้ยากไร้บางละมุง

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302064

คืบ99%! บ้านกาชาดร่วมใจช่วยเหลือผู้ยากไร้บางละมุง

คืบ99%! บ้านกาชาดร่วมใจช่วยเหลือผู้ยากไร้บางละมุง

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.57 น.

8 พ.ย.60 นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า ในเขตพื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว และ ต.โป่ง มีประชาชนผู้ยากไร้ไร้ที่อยู่อาศัยที่ประสานงานขอความช่วยเหลือมายัง อ.บางละมุง ทางอำเภอจึงประสานไปยังเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรีในการช่วยเหลือ โดยดำเนินการจัดสรรงบประมาณในการสร้างบ้านใหม่ให้ผู้ยากไร้ตามโครงการบ้านกาชาดร่วมใจช่วยเหลือผู้ยากไร้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าการดำเนินการก่อสร้างไม่ติดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ผลการดำเนินการมีความคืบหน้าไปแล้วถึง 99% ยังเหลือเพียงงานเก็บรายละเอียดการก่อสร้างบางส่วนเท่านั้น ถือได้ว่ามีการดำเนินงานตรงตามวัตถุประสงค์ของทางภาครัฐในเรื่องการเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายนริศ นายอำเภอบางละมุง ให้ข้อมูลว่า โครงการบ้านกาชาดร่วมใจช่วยเหลือผู้ยากไร้ของอำเภอบางละมุงทั้ง 2 หลัง มีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด และในวันที่ 13 พ.ย.60 นี้ จะมีพิธีการส่งมอบบ้านให้ประชาชนผู้ยากไร้อย่างเป็นทางการ โดยจะมี นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีดังกล่าวด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รับลมหนาวชมทุ่งดอกเก๊กฮวยสีขาว บานสะพรั่งปีละครั้งที่สะเมิง

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302028

รับลมหนาวชมทุ่งดอกเก๊กฮวยสีขาว บานสะพรั่งปีละครั้งที่สะเมิง

รับลมหนาวชมทุ่งดอกเก๊กฮวยสีขาว บานสะพรั่งปีละครั้งที่สะเมิง

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 18.09 น.

8 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชมทุ่งดอกเก๊กฮวย​ ที่ไร่วังธาร​ กำลังสวยงามขาวโพลนบานสะพรั่งต้อนรับลมหนาว ตั้งอยู่ที่บ้านอมลอง ต.แม่สาบ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งดอกเก๊กฮวยจะออกดอกบาน ช่วงปลายเดือนตุลาคม และจะบานที่สุดในช่วงพฤศจิกายน ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

โดยทุ่งดอกเก๊กฮวย ที่นี่เป็นทุ่งดอกเก๊กฮวยที่ชาวบ้านได้เพาะปลูกเอาไว้​ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชมแบบฟรีๆ​ แม้หนทางที่ไปจะขรุขระนิดหน่อย ก็ไม่เป็นอุปสรรค สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ภายในสวนมีผลิตภัณฑ์จากดอกเก๊กฮวยจำหน่ายด้วย นักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนซื้อผลิตภัณฑ์ดอกเก๊กฮวย ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากได้ เพราะว่าดอกเก๊กฮวยมีสรรพคุณ แก้ร้อนในมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยดับพิษ​ร้อนแก้กระหายเพิ่มความสดชื่น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก๋ไก๋แกะลายรองเท้าแตะเพิ่มมูลค่า หนุ่มเผยมอบให้’พี่ตูน’วิ่งผ่านนครศรีฯ

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/302018

เก๋ไก๋แกะลายรองเท้าแตะเพิ่มมูลค่า หนุ่มเผยมอบให้'พี่ตูน'วิ่งผ่านนครศรีฯ

เก๋ไก๋แกะลายรองเท้าแตะเพิ่มมูลค่า หนุ่มเผยมอบให้’พี่ตูน’วิ่งผ่านนครศรีฯ

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 17.39 น.

8 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนันทวัฒน์ จิตโภช หรือ แฟรงค์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 9 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมตอนปลาย ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามปกติเป็นคนชอบวาดรูป แต่ไม่มีโอกาสเรียนด้านศิลปะอย่างจริงจัง จึงใช้วิธีการฝึกฝนเรียนรู้ด้วยตัวเองจากงอินเตอร์เน็ต จนเกิดความชำนาญและตั้งใจจะสร้างสรรค์ลวดลายต่างๆลงบนรองเท้าแตะ หรือรองเท้าช้างดาว เป็นการสร้างจุดขายเพิ่มมูลค่าให้รองเท้า

โดยช่วงแรกๆ ได้ลองแกะภาพที่ลงลายเส้นบนรองเท้าแตะ แต่ด้วยความไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับศิลปะ เพราะไม่เคยเรียนด้านศิลปะมาก่อน ทำให้ผลงานแกะลายบนรองเท้าแตะออกมาไม่ค่อยสวยงามเท่าไร แต่ตนก็ไม่เคยย่อท้อหรือยอมแพ้ พยายามที่จะฝึกฝนแกะลายบนรองเท้า จนที่สุดผลงานแกะลายบนรองเท้าแตะอออกมาสวยงามเป็นที่พอใจของลูกค้า สำหรับช่องทางขายรองเท้าเริ่มแรกตนตั้งแผงเร่ขายตามตลาดนัดใกล้บ้าน และลงขายทางโลกโซเชียลในเพจ “แตะศิลป์เกิบแนว“ ส่วนลายที่แกะลงบนรองเท้าส่วนใหญ่จะเป็นลายไทย ลายการ์ตูน หรือเป็นลายตามใจชอบของลูกค้า ที่สามารถสร้างสั่งออเดอร์ตามความต้องการ ส่วนราคาขายรองเท้าแตะแกะลาย เริ่มต้นที่คู่ละ 280 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลายที่ลูกค้าต้องการ และที่ผ่านมามีเหล่าศิลปินเพลงค่ายต่างๆสั่งซื้อรองเท้าแตะแกะลายของตนผ่านเพจ อาทิเช่น เต้ย สุมนต์ชัย อาร์สยาม , เน็ต นฤพล แกรมมี รวมทั้งนักดนตรีในวง

นายนันทวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทราบข่าวว่า ‘พี่ตูน บอดี้แสลม’ ศิลปินเพลงชื่อดังที่ตนชื่นชอบ ที่ออกวิ่งหารายได้สมทบทุนตามโครงการ “ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ“ จะผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช ตนตั้งใจไปร่วมบริจาคเงินส่วนหนึ่งเพื่อสมทบทุนโครงการรวม ทั้งตั้งใจจะมอบรองเท้าแตะแกะลายฝีมือของตนให้กับพี่ตูน เพื่อเป็นกำลังใจหนึ่งให้กับพี่ตูน ในการทำความดีเพื่อชาวไทย อย่างไรก็ตามตนคิดว่าคงมีประชาชนไปร่วมให้การต้อนรับพี่ตูนเป็นจำนวนมาก แต่ตนก็จะพยายามมอบรองท้าแตะแกะลายให้กับพี่ตูน ตามความตั้งใจของตนให้ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดประตูคุกมีนบุรี เรือนจำพิเศษมาตรฐานยูเอ็น

Posted on July 23, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301969

เปิดประตูคุกมีนบุรี เรือนจำพิเศษมาตรฐานยูเอ็น

เปิดประตูคุกมีนบุรี เรือนจำพิเศษมาตรฐานยูเอ็น

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.52 น.

อธิบดีราชทัณฑ์เปิด “คุกมีนบุรี” นำสื่อเยี่ยมชมกิจกรรมพัฒนาผู้ต้องขัง สู่การพัฒนาการปฏิบัติตนได้หลังพ้นโทษ ตามมาตรฐานยูเอ็น

8 พ.ย.60 ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี ถ.สุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี นำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ตลอดจนภารกิจและกิจกรรมต่างๆที่ได้จัดให้กับผู้ต้องขัง

พ.ต.อ.ณรัชต์ เปิดเผยว่า เรือนจำพิเศษมีนบุรี เป็นเรือนจำที่มีกระบวนการในการแยกปฏิบัติต่อผู้ต้องขังแต่ละประเภทอย่างชัดเจน คือ ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี และผู้ต้องขังโทษเด็ดขาด เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังขององค์การสหประชาชาติ(UN) นอกจากนึ้เรือนจำพิเศษมีนบุรี ยังได้นำข้อกำหนดกรุงเทพฯ(Bangkok Rules) มาปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้การควบคุมเป็นไปตามมาตรฐานสากล

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอีกภารกิจหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ ในการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ร่วมเยี่ยมชมการปฏิบัติงาน และการดำเนินงานของเรือนจำพิเศษมีนบุรี ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในทุกๆด้าน ตั้งแต่กระบวนการรับตัวเข้าใหม่ การควบคุมดูแลผู้ต้องขังในการจัดหาเครื่องหลับนอน ดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตจัดเตรียมอาหารที่ถูกหลักอนามัย และมีคุณภาพให้กับผู้ต้องขัง รวมถึงให้การรักษาพยาบาลผู้ต้องขังป่วยให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการพัฒนาพฤตินิสัย ด้านการฝึกวิชาชีพ ที่สามารถให้ผู้ต้องขังได้นำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้กับผู้ต้องขังอย่างครบถ้วน เพื่อให้สังคมภายนอกได้รับทราบโดยทั่วกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,906,724 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.
‘มีเราไม่มีเทา-พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ ในวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้
แม่ก็คือแม่! อุ้ม ลักขณา นุ่งบิกินีอวดหุ่นแซ่บ ทำหนุ่มๆ ใจละลาย
อิหร่านอ้าง โจมตีโรงงานปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบียไฟลุกท่วม
เนทันยาฮูโว ทำลายทางรถไฟ-สะพานอิหร่าน อ้างใช้ขนส่งอาวุธ
ทริปเดียวครบ 'หนุ่ม-แท่ง'พาทัวร์บุญ 2 วัดดังรับสงกรานต์ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่
สภาเภสัชกรรม ยื่นข้อเสนอต่อ รมว.สธ.ปรับปรุงระบบจ้างงาน-ค่าตอบแทนเภสัชกร เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชน
จัดเต็มธงฟ้า! ศธ.เตรียมมาตรการลดค่าชุดนักเรียน หวังช่วยผู้ปกครองสู้ภัยเศรษฐกิจ
เปิดรายละเอียด 10 ข้อเสนอของอิหร่าน เงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ-อิสราเอล 2 สัปดาห์
แสวง ยัน กกต. ให้ความเป็นธรรม คดียุบพรรคประชาชน ไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน

Recent Posts

  • นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย
  • ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ
  • ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก
  • วันวิชิต เผยตัวละครลับ! กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง
  • ศาลอาญายกคำร้อง! ไม่ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน คดีชุมนุม 19 กันยาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d