Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘คลองไทย 9A’ ความหวังชาวใต้-เศรษฐกิจไทย

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311153

‘คลองไทย 9A’  ความหวังชาวใต้-เศรษฐกิจไทย

‘คลองไทย 9A’ ความหวังชาวใต้-เศรษฐกิจไทย

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถือว่าเป็นโครงการที่ถูกพูดถึงกันมาหลายยุคสมัยกับ “คลองไทย” หรือในชื่อเดิมคือ “คอคอดกระ” เชื่อม 2 ฝั่งทะเล “อ่าวไทย-อันดามัน” เข้าด้วยกันเพื่อร่นระยะเวลาเดินทางของเรือขนส่งสินค้า ดังล่าสุดเกิดเป็นโครงการที่เรียกว่า “คลอง 9A” ตัดผ่าน 5 จังหวัดคือ ตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ซึ่งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดจากหลายๆ เส้นทางที่คิดกันไว้

ในงานประชุมวิชาการนานาชาติเรื่องคลองไทย เมื่อเดือน ก.ย. 2560 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่มีอธิการบดีคือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์วันดังกล่าวมีนักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติมาประชุมกันและได้บทสรุปคือ “คลองไทยที่มีความยาว 135 กม. นั้นถ้าขุดและสร้างตามแผนการสำเร็จจะสามารถสร้างงานให้แก่คนไทยทั่วประเทศทุกๆ ภาคได้ถึง 5 ล้านตำแหน่ง” โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างครบโครงการประมาณ 4 ปี หรือ 48 เดือน นับตั้งแต่ปี 2561 ไปจนถึง 2564 หรือถ้าตีค่าผลประโยชน์ให้ชัด

..คลองไทย 9A ที่เป็นคลองใหญ่ 2 คลองหรือคลองแฝด คาดว่าจะดึงเรือเดินสมุทรให้แล่นผ่านคลองไทยได้วันละ 150 ลำในช่วง 5 ปีแรกหลังจากนั้นจะมีเรือผ่านเข้าออกวันละ 300 ลำ ไทยจะมีรายได้จากเรือผ่านวันละ 3 พันล้านบาท เดือนละ 90,000 ล้านบาท ปีละ1 ล้านล้านบาท หลังจากนั้นคาดว่าจะทำรายได้ปีละ 2 ล้านล้านบาท..

สำหรับกระบวนการก่อสร้าง บริเวณคลองไทยนี้จะมีการสร้าง “เกาะเทียม” จากดินของการขุดคลอง 2 เกาะ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งสร้างคลังสินค้าใหญ่ นอกจากนี้ยังต้องสร้างสะพานเชื่อมแผ่นดิน 2 ฝั่ง พร้อมทั้งการสร้างท่าอากาศยาน 1 แห่งที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ 2 จุด ที่ จ.ตรัง กับ จ.สงขลา ส่วนเงินทุนที่จะนำมาใช้ก่อสร้างนั้น ควรตั้งเป็นบริษัทมหาชนนานาชาติด้วยการระดมทุนจากธนาคารนานาชาติ

อาทิ โนริโอะ ยามาโมโต้ (Norio Yamamoto) ประธาน Global Infrastructure Fund Foundation ประเทศญี่ปุ่น ได้แสดงทัศนะว่าการหาทุนมาสร้างคลองไทยนั้นไม่น่ายาก เพราะธนาคารขนาดใหญ่มีความเชื่อมั่นว่า “การสร้างคลองไทยจะสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาแค่ 5-6 ปี” ความได้เปรียบที่คลองไทย 9A จะดึงเรือสินค้ายักษ์เข้ามาไทยนั้นมีความเป็นไปได้มาก เพราะ “ร่นเวลาในการเดินทางไปทางช่องแคบมะละกาได้ถึง 3 วันเต็ม” และจะมีผลให้เรือ “ลดภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้วันละ 4 – 5 ล้านบาท” รวม 3 วันจะลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 12 -13 ล้านบาท

ประเทศไทยมีรายได้ประชาชาติปี 2560 ประมาณ 38 ล้านล้านบาท ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มอาเซียน เป็นรองเพียงอินโดนีเซีย แต่ปัญหาใหญ่ของไทยในเวลานี้คือผลผลิตจาก “ภาคเกษตรกรรม” มีราคาที่ “ตกต่ำ” กันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือก ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ทำให้ฉุดรายรับของเกษตรกรซึ่งมุมหนึ่ง “เป็นกลุ่มแรงงานที่มีจำนวนมากที่สุด” กว่าสิบล้านคนทั่วประเทศ และอีกมุมหนึ่งยัง “เป็นประชากรกลุ่มรากหญ้า” ที่เดิมก็มีรายได้ไม่มั่นคงอยู่แล้วให้ร่วงลงไปอีก จนกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

โดยเฉพาะสำหรับ “ชาวใต้” ทั้ง 14 จังหวัด นอกจากราคาผลผลิตที่เป็นสัญลักษณ์ของภาคใต้อย่างยางพาราและปาล์มน้ำมันจะร่วงดิ่งลงอย่างมากแล้ว ยังต้องเผชิญปัญหา “น้ำท่วม” ที่เกิดซ้ำๆ ซากๆ ติดต่อกันหลายปี ยิ่งทำให้ชีวิตเกษตรกรชาวใต้ยากลำบากขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้นวันนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า คลองไทยหรือคลอง 9A นั้นคือ“ความหวังใหม่” ที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของภาคใต้ให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง ผู้ที่ได้ประโยชน์จะไม่ได้มีเฉพาะชาวใต้เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย

..การลงทุนตามที่นักวิชาการเคยคำนวณไว้ที่ 1.2-1.8 ล้านล้านบาทจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะมั่นใจได้ว่าจะมีเรือสินค้าจำนวนมากมาใช้บริการ เนื่องจากช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดาและช่องแคบลอมบ็อกมีเรือเดินสมุทรเดินทางผ่านจนล้นช่องแคบถึงวันละมากกว่า 400 ลำ หนึ่งเดือนมีเรือสินค้ามากกว่า 12,000 ลำ ตลอดปีมากถึง 144,000 ลำ ปริมาณเรือเดินสมุทรที่ว่านี้มากเกินปริมาณที่ 3 ท่าเรือใหญ่ 3 จุด 2 ประเทศจะรองรับไหว ได้แก่ท่าของสิงคโปร์ ท่าเรือปอร์ตคลัง (Port Klang) และท่าเรือปีนัง (Penang) ของมาเลเซีย..

ตลอดปีที่ผ่านมา มีการขับเคลื่อนเรียกร้องให้รัฐบาลศึกษาโครงการขุดคลองไทย 9A อย่างต่อเนื่อง นำโดย พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา พร้อมด้วย กำนันยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และ ดร.สุเมต สุวรรณพรหม รองประธานมูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้ โดยได้เปิดเวทีหลายจังหวัดในภาคใต้ และภาคตะวันออก รวมถึงล่าสุดก็ไปขอแรงสนับสนุนจากภาคอีสานเพื่อผลักดันโครงการดังกล่าวอีกทางหนึ่ง

นอกจากผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับในฐานะเจ้าของคลองแล้ว หากมองออกไปในระดับนานาชาติ คลองไทยยังจะกลายเป็น “จุดเชื่อมประสาน” กับยุทธศาสตร์“เส้นทางสายไหมทางทะเล” (One Belt One Road) ที่จีนกำลังผลักดัน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า “คลองไทยจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกตะวันออกเติบโตขึ้น” เพราะทั้งจีน รวมไปถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ล้วนเป็นชาติมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้

ในขณะนี้ชาวใต้ในพื้นที่ 14 จังหวัดต่างใจจดใจจ่อกับคลองไทย 9A เป็นอย่างมาก เพราะโครงการนี้จะพลิกฟื้นสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ หมายความว่า “การว่าจ้างงานจะมีมหาศาลแม้ราคายางพาราตกต่ำตามราคาน้ำมันดิบ ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ต่างๆ รวมไปถึงประมงทะเลที่ล้วนรายได้ลดลง” คลองไทย 9A จะสร้างผลผลิตให้ชาวใต้และคนไทยทั้งประเทศโดยรวม

รายได้ประชาชาติ 5 ปีแรกจะได้เพิ่มปีละ 5 แสนล้านบาท 5 ปีต่อไปจะเป็นปีละ 1 ล้านล้านบาท 10 ปีต่อไปจะเป็นปีละ 2 ล้านล้านบาท ส่วนการทำลายสภาวะแวดล้อมในพื้นที่ 2 ฝั่งมหาสมุทรและอาณาบริเวณที่คลองผ่าน 5 จังหวัดนั้น มีการประเมินโดยนักวิชาการว่าจะไม่มากนัก “ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว” ทางเศรษฐกิจทันทีอย่างไม่มีอะไรน่าสงสัย

อนึ่ง..การขุดคลองร่นระยะเวลาเดินเรือในอดีตที่ทำสำเร็จมาแล้วนั้นได้แก่คลองสุเอซ (Suez) ประเทศอียิปต์ คลองปานามา (Panama)ประเทศปานามา และคลองคีล (Kiel) ประเทศเยอรมนี ดังนั้นคลองไทย 9A จึงน่าจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยนำมาพิจารณา โดยเปิดหนทางให้เอกชนนานาชาติเข้ามาลงทุน

รัฐบาลไทยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐไปสร้างคลองแต่อย่างใด!!!

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีต รมต.ติ๋ว-ศันสนีย์” มีความสุข ในสายทางธรรมะ อวยพรปีใหม่ “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ”

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311224

อดีต รมต.ติ๋ว-ศันสนีย์” มีความสุข ในสายทางธรรมะ อวยพรปีใหม่ “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ”

อดีต รมต.ติ๋ว-ศันสนีย์” มีความสุข ในสายทางธรรมะ อวยพรปีใหม่ “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ”

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.
nn…หลังว่างเว้นงานการเมือง “ศันสนีย์ นาคพงศ์” อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้โอกาสมาเป็น อาจารย์พิเศษ มาสอนที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) แม้ว่าในช่วงหลังๆ ไม่ได้มาสอนแล้ว แต่ได้มาเป็น “จิตอาสา” เป็นล่ามให้กับพระนิสิตจากต่างประเทศ เมื่อวันก่อน ได้ไปร่วมทำบุญ ในโอกาสปฏิบัติธรรมประจำปีของนิสิต มจร.ที่วังน้อย โดยมีการปฏิบัติธรรมไปจนถึง 27 ธ.ค.นี้ ท่านที่มีจิตศรัทธา แวะเวียนมาร่วมบุญได้ จะได้กุศลสูง…เพราะมีพระนิสิตจากทั่วประเทศ กว่า 1,759 รูป…อดีต รมต.ติ๋ว บอกว่า หลังจากได้ไปทำบุญกับพระนิสิต ที่กำลังปฏิบัติธรรมประจำปี เกือบ 600 รูป พบว่า อากาศหนาวเย็น ขนาดเท้าเหยียบพื้นอาคารแทบไม่ได้ เพราะพื้นเย็นมากๆ…ถัดมาอีกวัน “อดีตรมต.ติ๋ว” ควง “ละออง ติยะไพรัช” อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย นำถุงเท้าที่ร่วมกันทำบุญ กับคณะศรัทธา จำนวน 600 คู่ นำไปถวาย พร้อมทั้งนำน้ำดื่มที่ร่วมกันทำบุญ อีก 1,800 ขวด ไปถวาย ก็ขออนุโมทนากับทุกท่านมา ณ โอกาสนี้นะคะ เจ้าตัวบอกว่า พอเสร็จสิ้นงาน รู้สึกปีติบุญ และเหลืออีกไม่กี่วัน จะผ่านพ้นปีเก่าปี’60 แล้ว ก็ได้โพสต์บนเฟซบุ๊คส่วนตัว อวยพรปีใหม่ 2561/2018 ล่วงหน้าว่า “เวลา เดินไปข้างหน้า อย่างสม่ำเสมอ ปี 2560 กำลังจะผ่านไป ปี 2561 กำลังจะมา เป็นโอกาสส่งความปรารถนาดีให้กัน ทุกนาทีมีค่า..จึงต้องใช้ชีวิตอย่าง มีสติ…เพื่อความสวัสดีของชีวิต สวัสดีปีใหม่ 2561/2018 นะคะ”…ไม่ว่าอนาคตข้างหน้า จะเจอปัญหาและอุปสรรค ก็ต้องมี “สติ” พร้อมเผชิญอยู่เสมอ…nn

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลดเมาเพิ่มสุข’รับปีใหม่ 160อปท.ร่วมแก้ปัญหาอุบัติเหตุ

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311227

'ลดเมาเพิ่มสุข'รับปีใหม่ 160อปท.ร่วมแก้ปัญหาอุบัติเหตุ

‘ลดเมาเพิ่มสุข’รับปีใหม่ 160อปท.ร่วมแก้ปัญหาอุบัติเหตุ

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.18 น.

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 160 แห่ง ระดมถกหามาตรการ “ลดเมา..ลดเหตุปีใหม่ 2561” ในระดับหมู่บ้าน ตำบล หลังพบสาเหตุหลักเกิดจากเมาแล้วขับ โดยในการประชุมครั้งนี้ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้กล่าวถึงการพัฒนาเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่

โดยดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และชุมชนในระดับพื้นที่มาร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะที่ผ่านมา สสส.ทำเรื่องลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับภาพรวมมาโดยตลอด ดังนั้นจึงเห็นว่าการสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ให้มาทำเรื่องการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “โดยลงลึกไปถึงระดับครอบครัวและชุมชน” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

ซึ่ง สสส. นั้นรณรงค์เรื่องการลดเหล้ามานานกว่า 15 ปี เห็นว่า “การสร้างกติกาชุมชนโดยให้มีการเรียนรู้ร่วมกันจนเป็นที่ยอมรับ น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนได้” การสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ใช้หลักคิด “ให้แต่ละชุมชนออกแบบมาตรการในการลดเหล้า ลดเหตุของตนเอง ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และอัตลักษณ์ของตัวเอง มิใช่ยึดเอานโยบายจากส่วนบนมาทำแบบไม่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม” เพราะไม่อาจนำไปสู่การสร้างกติการ่วมกันที่เป็นจริง

ดวงพร เฮงบุณยพันธ์

นอกจากนี้ยังได้ดึงผู้บริหารท้องถิ่นที่สามารถเป็น “ตัวอย่าง” ในการลดดื่มเหล้า มาเชิญชวนชุมชนเข้าร่วมมาตรการลดแอลกอฮอล์ ทั้งนี้คาดว่าการลดพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชนจะสามารถร่วมลดอุบิติเหตุได้ เนื่องจากสถานการณ์อุบัติเหตุที่ผ่านมาพบว่าสาเหตุหลักมาจากเมาแล้วขับกว่าร้อยละ 25 รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 17

สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่ ได้เสนอมาตรการการลดแอลกอฮอล์ในเทศกาล 7 วันอันตราย โดยจะ “ดึงครอบครัวเข้ามาร่วมและผลักดัน” ให้เกิดครอบครัวต้นแบบ บุคคลต้นแบบในการลดแอลกอฮอล์ และมีการสร้างเป้าหมาย กติการ่วมกันในลดแอลกอฮอล์และอุบัติเหตุในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุลงเป็นศูนย์ และใช้มาตรการดึงคนเข้าวัดเพื่อสวดมนต์ข้ามปี

..การกำหนดเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ ยึดวิธีการที่ออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน ไม่ตัดเสื้อโหลที่เหมือนกันทั่วประเทศ ทำให้รูปแบบมาตรการที่เครือข่ายร่วมกันออกแบบจะเหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ของตัวเองมากที่สุด รูปแบบของมาตรการ การลดเหล้าของเครือข่าย จะมีด่านชุมชน แต่เป็นด่านชุมชนที่มีด่านครอบครัวที่คนในครอบครัวช่วยการดูแลครอบครัวตัวเองและดูแลครอบครัวเพื่อนบ้าน เพราะครอบครัวถือเป็นด่านที่เล็กที่สุด เพื่อสร้างคนต้นแบบในการเป็นแบบอย่างต่อไป..

มาตรการของ ต.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ดึงเอาเครือข่ายชุมชน 17 แห่งในพื้นที่มาร่วมกันจัดทำข้อมูลและลดความเสี่ยง มีเป้าหมายให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ในปีนี้ และตั้งด่านทุกหมู่บ้านให้มีชีวิตและดึงเอาเยาวชนเข้ามาร่วม และผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะ โดยให้อำเภอกำหนดเป็นนโยบาย เพื่อให้มีความปลอดภัยในการท่องเที่ยวมากที่สุด ภายใต้แนวคิดท่องเที่ยว 3 คืน อายุยืน 3 ปี

ส่วนมาตรการของ ต.นาเจริญ จ.อุบลราชธานี มีมาตรการสวดมนต์ข้ามปี 9 วัด  เพื่อการลดอุบัติเหตุและมีด่านครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพราะว่า เป็นหมู่บ้านนักดื่มสูงที่สุด และมีด่านชุมชนที่มีสมุนไพร ที่มีใบฝรั่งแก้เมา รางจืด มาช่วยลดการเมาในชุมชน และมีมาตรการส่งคนรักกลับบ้าน เพื่อสกัดคนเมาไม่ให้ขับขี่ ตามเป้าหมาย วิถีพุทธ คนนาเจริญลดเมาลดเหตุ

ต.เก่ายาดี จ.ชัยภูมิ มีการสวดมนต์ข้ามปี 5 วัด ซึ่งจะเชิญชวนเยาวชน คนในชุมชนเข้าร่วมประมาณ 500 คน โดยจะมีมาตรการจูงใจให้คนเข้าร่วม นอกขากนี้บริเวณขุดโค้งจุดเสี่ยงของถนนประมาณ 11 จุด ทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงจะเพิ่มป้ายสัญลักษณ์เพื่อเตือนในจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังเพิ่มด่านตรวจชุมชนที่มีน้ำสมุนไพรรางจืด และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวประเภท เสาวรส และสับปะรด ภายใต้การรณรงค์ “เธอจะลืมเมาที่เก่ายาดี” กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดเพื่อดำเนินการลดอุบัติร่วมกันทั้งหมด

ต.นาข่า จ.อุดรธานี จัดตั้งศูนย์ป้องกันภัยตำบลเพื่อตรวจสอบและประชุมร่วมกันทุกเดือน ถ้ามีปัญหาอุบัติเหตุจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบหาสาเหตุ มีการวิเคราะห์พื้นที่ว่ามีความเสี่ยงอะไร และนำเข้าที่ประชุมประจำเดือน เพื่อแก้ไขปัญหาทันที นอกจากนี้จะเพิ่มลูกระนาดบน ถนน ติดไฟส่องสว่าง และมีสัญลักษณ์เตือนจุดเสี่ยงถนนที่อันตราย  โดยตั้งเป้าหมายให้อุบัติเหตุลดลง

ต.ท่ามะปราง จ.สระบุรี ขับเคลื่อนทั้งตำบล คือ 5 หมู่บ้าน หลังพบว่าตลอดทั้งปีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตลอดเวลาเนื่องจากเป็นทางผ่านเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้มีนโยบายลดเมา เพิ่มสุข มีด่านครอบครัว คนต้นแบบ ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย โดยให้เยาวชนบันทึกข้อมูลว่ามีการดื่มหรือไม่ ถ้าดื่มก็ไม่ให้ออกจากบ้าน โดยให้ครอบครัวช่วยสอดส่องกันเองและจะผลักดันให้เกิดการสวดมนต์ข้ามปี และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย

ต.ร่องเคาะ จ.ลำปาง ใช้ครอบครัวต้นแบบกระจายเครือข่าย และเข้าสู่ด่านชุมชน หมู่บ้าน ในลักษณะ “ด่านมีชีวิต” ผ่านการเตรียมตัวของ อบต. นำเอาหลักการ ของหมู่บ้านของตัวเองมีด่านมีชีวิต ให้มีการสร้างการมีส่วนร่วม และมีการสร้างข้อตกลง กติกาอย่างชัดเจน และนำเอา “สภาเด็กและเยาวชน” มาร่วมตรวจสอบ โดยผลักดันทั้งหมดให้ประกาศเป็นนโยบาย

ต.บ้านต๊ำ จ.พะเยา สืบเนื่องจากในปีที่ผ่านมาสามารถลดอุบัติเหตุให้เหลือศูนย์ได้ ปีนี้จึงตั้งเป้าหมายว่าจะทำต่อไป โดยมีด่านนั่งพักที่เป็นด่านชุมชน หากเมาให้มานั่งพักก่อน มีบริการ มะขาม กาแฟ ก่อนเดินทางต่อนอกจากนี้จะเพิ่มจุดบริการเช่าหมวกกันน็อก พร้อมทั้งมีการเก็บข้อมูลการเดินทางของคนสัญจรไปมา เพื่อนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความเสี่ยงและแนวทางป้องกันต่อไป

บางตัวอย่างความสำเร็จในปีที่ผ่านมา นายชัยรัตน์ ทองใบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่องเคาะ  อ.วังเหนือ จ.ลำปาง  กล่าวว่า ในพื้นที่มีการดื่มเหล้าจนเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ จึงดึงเอาชุมชนมาร่วมลดตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา เริ่มต้นจาก “เครือข่ายคนลดเหล้า” แรกเริ่มมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 คน มีการติดตามว่าสามารถลดการดื่มได้จริง เน้นใช้กลไดครอบครัวและดำเนินการต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะเทศกาล โดยช่วงแรกจะให้งดเหล้าในเทศกาลเข้าพรรษาก่อน และมีมาตรการให้ลดดื่มในช่วงเวลาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ นายเนตรนรินทร์ คำเรืองบุญ นายก อบต. ซับจำปา จ.ลพบุรี กล่าวว่า มาตรการลดเมา เพิ่มสุข เริ่มจากผู้บริหาร อบต. มาร่วมกันลดเมาก่อน “เป็นข้อตกลงร่วมกัน” และยังเพิ่มมาตรการในเรื่องด่านชุมชนถาวร ด่านชุมชน และด่านครอบครัว ซึ่งแต่ละด่านจะมีการให้บริการน้ำดื่มสมุนไพรเพื่อลดอาการเมา ส่วนด่านครอบครัวจะเน้นการให้สมาชิกลดดื่มในครอบครัวก่อน

เนตรนรินทร์ คำเรืองบุญ

“ผมเป็นครอบครัวต้นแบบเอง คือทำให้ตัวเองเป็นผู้ลดการดื่มเป็นตัวอย่างให้เห็นในชุมชนก่อน ซึ่งก็ได้ผลเพราะซึ่งมีครอบครัวผู้บริหาร อบต. ร่วมลดการดื่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อบต. ซับจำปา จะร่วมกับ อบต. อีก 3 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อร่วมมือกันลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลในพื้นที่ให้มากที่สุด” นายก อบต. ซับจำปา ระบุ

ทั้งนี้การตื่นตัวของ 160 อปท. จะช่วยให้เป็นด่านแรกในการลดอุบัติเหตุ ลดเมา ในระดับประเทศได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในถนนสายรอง

หรือก็คือในพื้นที่ชุมชนนั่นเอง!!!

ศูนย์สนับสนุนวิชาการ

เพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน 

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)

“แนวลดแรงกระแทกหากเกิดอุบัติเหตุ” ณ บ้านเหนือรุ่งอรุณ ม.12 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยลโฉมไข่ไดโนเสาร์โบราณ อายุ 130 ล้านปี เพิ่งค้นพบสดๆ ร้อนๆที่ ‘เจียงซี’

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311222

ยลโฉมไข่ไดโนเสาร์โบราณ อายุ 130 ล้านปี เพิ่งค้นพบสดๆ ร้อนๆที่ 'เจียงซี'

ยลโฉมไข่ไดโนเสาร์โบราณ อายุ 130 ล้านปี เพิ่งค้นพบสดๆ ร้อนๆที่ ‘เจียงซี’

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.52 น.

สำนักข่าวไชน่า ซินหัว รายงานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมว่า มีการค้นพบฟอสซิลของไข่ไดโนเสาร์โบราณอายุประมาณ 130 ล้านปี ที่เขตก่อสร้างแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกของประเทศจีน โดยการค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบซากเปลือกหอยอีกกว่ายี่สิบตัวในอำเภอต้าหวี่อีกด้วย ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างลงความเห็นว่าพวกมันน่าจะถูกฝังไว้ใต้ดินตั้งแต่ยุคครีเทเชียส โดยขณะนี้ฟอสซิลเหล่านี้ได้ถูกขนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์เพื่อทำการวิจัยต่อไปแล้ว

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แตกตื่นทั้งหมู่บ้าน! ลูกวัวประหลาดเกิดมามี2หัว ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311187

แตกตื่นทั้งหมู่บ้าน! ลูกวัวประหลาดเกิดมามี2หัว ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด

แตกตื่นทั้งหมู่บ้าน! ลูกวัวประหลาดเกิดมามี2หัว ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.24 น.

26 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่ หมู่ที่ 9 บ้านหนองบัวน้อย ต.แก อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  ได้มีลูกวัวของชาวบ้าน  ที่คลอดออกมาแล้วมีลักษณะแปลกประหลาด โดยมี 2 หัวแต่ลำตัวปกติ  ซึ่งก็ได้เสียชีวิตแล้วภายหลังจากคลอดออกมาได้ไม่นาน  โดยเมื่อชาวบ้านทราบข่าว  ต่างก็พากันแตกตื่นออกมาดู และบางส่วนที่มีความเชื่อ ก็ได้พากันมาทำพิธีขอหวย  เนื่องจากใกล้จะถึงวันที่หวยออก  โดยชาวบ้านต่างพากันเชื่อว่า  ลูกวัวประหลาดที่ออกมานั้น จะนำโชคมาให้กับชาวบ้านที่นี่

ภายหลังจากที่ได้รับแจ้ง ผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว  โดยเมื่อมาถึง ก็ได้พบกับชาวบ้านจำนวนมาก  กำลังยืนมุงดูลูกวัวประหลาด  ซึ่งเป็นวัวเพศผู้สีดำที่มีลำตัวและขาปกติ  แต่กลับมี 2 หัว  โดยเจ้าของวัวได้นำมาวางไว้บนเสื่อที่ปูไว้ใกล้ๆกับคอกวัวหลังบ้าน หลังจากที่คลอดออกมาได้ไม่นานก็เสียชีวิต  เพื่อให้ชาวบ้านได้มาดูกัน  ซึ่งก็ได้มีชาวบ้านบางส่วนที่มีความเชื่อ ได้มาทำพิธีขอหวยกัน  โดยต่างพากันตีความหมายไปต่างๆ  บ้างก็เชื่อว่าเลขจะออกตามบ้านเลขที่ของเจ้าของวัวคือ 45/2 หรือ 452 และบางคนก็ตีเป็นเลข 45 ตามเลขที่บ้าน และเลข 22 ก็คือเลขที่ลูกวัวมี 2 หัว  จากนั้นชาวบ้านก็ได้แยกย้ายพากันไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2560 นี้ ตามแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาดอำเภอรัตนบุรี  จนทำให้เลขดังกล่าวขายดีจนหมดเกลี้ยง  ซึ่งชาวบ้านต่างพากันเชื่อว่า ลูกวัวประหลาดที่ออกมานี้  จะให้โชคกับชาวบ้านที่นี่  และจะเกิดสิ่งดีๆขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้อีกด้วย

ด้านนางบุ่น สาลีเลิศ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของลูกวัวประหลาดตัวนี้  ก็ได้เปิดเผยว่า  ตนมีแม่พันธุ์วัวที่เลี้ยงไว้อยู่ 1 ตัว ซึ่งได้ตั้งท้องมาจนถึงกำหนดคลอด  โดยเมื่อคืนนี้แม่วัวก็ได้ร้องและมีอาการจะคลอด  ตนจึงได้พยายามช่วย  แต่ก็ไม่สามารถช่วยทำคลอดลูกวัวออกมาได้  จนกระทั่งเช้าวันนี้  ตนจึงได้ไปตามปศุสัตว์อำเภอมาให้ช่วยทำคลอดให้  ซึ่งก็ทำด้วยความลำบาก  จึงพากันคิดว่าน่าจะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น  จนกระทั่งสายๆก็ได้เห็นหัวของลูกวัวโผล่ออกมา จึงได้ช่วยกันดึง แต่ก็ต้องพากันตกใจเมื่อเห็นหัววัวโผล่ออกมาอีกหัว  พอตั้งสติกันได้จึงได้ช่วยกันออกแรงดึงช่วยอีกครั้ง  จนกระทั่งลูกวัวคลอดออกมาได้  โดยพบว่าลูกวัวมี 2 หัว 4 หู 4 ขา และ 1 หาง  ซึ่งลูกวัวเมื่อคลอดออกมาก็ได้สายหัวไปมาอยู่พักใหญ่  จากนั้นก็ได้ฟุบหัวลงเสียชีวิต  ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตนเป็นอย่างมาก  เพราะตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เคยพบเห็นลูกวัวที่คลอดออกมาเป็นแบบนี้มาก่อน  ตนจึงคิดว่าน่าจะเป็นการมาเพื่อให้โชคกับตนและชาวบ้าน โดยเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้  ซึ่งตนก็จะไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเอาไว้เหมือนกัน  เผื่อจะโชคดีกับเขาบ้าง

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึง!พบน้ำผุดขนาดใหญ่โผล่กลางคลองโตน เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311119

ตะลึง!พบน้ำผุดขนาดใหญ่โผล่กลางคลองโตน เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ตะลึง!พบน้ำผุดขนาดใหญ่โผล่กลางคลองโตน เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.05 น.

26 ธ.ค.60 นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้นำกลุ่มจิตอาสาฯอำเภออ่าวลึก จำนวนกว่า 200 คน ร่วมกันทำกิจกรรม ทำความสะอาด กำจัดขยะ เศษกิ่งไม้ บริเวณคลองโตน ม.2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก ระยะทาง2.5 กิโลเมตร เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมบริเวณลำลอง สร้างจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นการทำความดี เทิดพระเกียรติ ในหลวง รัชกาลที่ 10 และปลูกฝังจิตสำนึกให้มีการรักสถาบันพระมหากษัตริย์

นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า จากการทำกิจกรรมภายในคลองโตน กลุ่มจิตอาสา ที่เข้าร่วมกิจกรรม ต่างก็ต้องตะลึงกับตาน้ำผุดขนาดใหญ่ ที่กำลังพวยพุ่งออกมาจากใต้ดินอยู่ตลอดเวลา จำนวน 3 จุด คล้ายกับน้ำพุ เป็นรูปวงกลม กว้างประมาณ 1 เมตร จากการตรวจตรวจสอบอุณภูมิของน้ำที่พุ่งขึ้นมาจากตาน้ำผุด พบว่าเป็นกระแสน้ำอุ่น ซึ่งไม่เคยพบเจอมาก่อนในพื้นที่ หลังจากนี้ก็จะทำการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติต่อไป เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวอยู่ใกล้ตัวอำเภอ ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร

สำหรับห้วยคลองโตน เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของอำเภอ มีน้ำใสสะอาด ไหลมาจากช่องเขาตลอดทั้งปี ประชาชนในพื้นที่ ต.อ่าวลึกใต้ และตำบลแหลมสัก อ.อ่าวลึก ใช้เพื่อการเกษตร และเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาที่สำคัญ นอกจากนี้ ลำคลองดังกล่าวสามารถ นำเรือแคนูมาล่องคลองชมธรรมชาติ เหมาะแก่การท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจเส้นทาง เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ของอำเภออ่าวลึก  โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ  เพื่อเป็นการกระจายรายได้แก่ประชาชนต่อไป

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ว่อนโซเชียล! คลิปหญิงตีมึนเข้าอุโบสถเงินวัดดังเชียงใหม่ ทั้งที่มีป้ายห้ามสตรีเข้า

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311104

ว่อนโซเชียล! คลิปหญิงตีมึนเข้าอุโบสถเงินวัดดังเชียงใหม่ ทั้งที่มีป้ายห้ามสตรีเข้า

ว่อนโซเชียล! คลิปหญิงตีมึนเข้าอุโบสถเงินวัดดังเชียงใหม่ ทั้งที่มีป้ายห้ามสตรีเข้า

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.42 น.

เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pimlapat Aonsee ได้โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า ตระเวนไหว้พระมาหลายวัด จนมาถึงวัดนี้ พระอุโบสถติดป้ายห้ามผู้หญิงเข้าภายในพระอุโบสถอย่างชัดเจน แม้แต่ผู้โพสต์เองซึ่งเป็นสาวประเภทสอง รูปลักษณ์เหมือนผู้หญิงทุกประการยังไม่กล้าเข้า เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็เคารพจารีต ชื่นชม และสักการะอยู่แต่ภายนอก ผิดกับผู้หญิงกลุ่มนี้ที่ทุกคนต้องอึ้ง! ฝ่าฝืนข้อห้ามเข้าไปด้านใน แม้จะมีคำคัดค้านจากผู้พบเห็นเจ้าของคลิปเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวานนี้ ที่วัดศรีสุพรรณ ถนนวัวลาย จ.เชียงใหม่ มีหญิงสูงวัยกลุ่มหนึ่งประมาณ 6 คน เดินทางมายังบริเวณพระอุโบสถพร้อมกับพระสงฆ์หลายรูป โดยหญิง 2 จาก 6 คน ได้ฝ่าฝืนเข้าไปนั่งสวดมนต์ภายในพระอุโบสถ แล้วจู่ๆ ผู้ดูแลพระอุโบสถ ก็มีอาการเหมือนคล้ายถูกผีเข้า ด่าทอ ขับไล่ ผู้หญิงทั้ง 2 คน ให้ออกจากพระอุโบสถจนผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างแตกตื่นตกใจ ก่อนที่หญิงทั้ง 2 คน จะรีบเดินออกมา

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตได้แสดงความเห็นอ้างอิงด้วยว่า ภายใต้ฐานอุโบสถ เขตพัทธสีมา (ภายในกำแพงแก้ว) ฝั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีของมีค่า คาถาอาคมและเครื่องรางของคลังไว้กว่า 500 ปี อาจก่อให้เกิดความเสื่อมแก่สถานที่หรือตัวสุภาพสตรีเองตามจารีตล้านนา จึงห้ามสุภาพสตรีขึ้นอุโบสถหลังนี้

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความเชื่อชาวบ้านขนลุกซู่! ปู่ศรีสุทโธประทับร่างทรงให้พรปีใหม่ชาวกาฬสินธุ์

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311099

ความเชื่อชาวบ้านขนลุกซู่! ปู่ศรีสุทโธประทับร่างทรงให้พรปีใหม่ชาวกาฬสินธุ์

ความเชื่อชาวบ้านขนลุกซู่! ปู่ศรีสุทโธประทับร่างทรงให้พรปีใหม่ชาวกาฬสินธุ์

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.23 น.

26 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายสงวน ดอนสินพูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลุบ (รพ.สต.)  อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ว่ามีชาวบ้านในตำบลหลุบและใกล้เคียง แตกตื่นเข้าร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บวงสรวงปู่พญานาคศรีสุทโธ ที่บ้านเลขที่ 146 บ้านหลุบ หมู่ 7 ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบชาวบ้านจำนวนมาก กำลังร่วมทำบุญตักบาตร ขณะที่บริเวณหน้าบ้าน ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรอฤกษ์บวงสรวงไว้พร้อมสรรพ ประกอบด้วยสำรับเครื่องเซ่นสรวง ข้าวตอกดอกไม้ เชิงเทียน กระถางธูป พานบายศรี ที่เป็นรูปลักษณ์พญานาคอย่างสวยงาม อลังการ

จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว คือนายภานุพงษ์ แสนกั้ง อาชีพรับราชการครู ชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเช้าพระภิกษุสงฆ์ และในโอกาสเดียวกันนี้ ยังจะได้ประกอบพิธีบวงสรวงปู่พญานาคศรีสุทโธ เพื่อแก้บนให้กับลูกชายคือนายอัครเดช แสนกั้ง ที่สอบบรรจุรับราชการครูได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปบวงสรวงและอธิษฐานขอพรกับปู่พญานาคศรีสุทโธ ที่วังนาคินทร์คำชะโนด จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 09.39 น. โดยมีพระราชศีลโสภิต หรือหลวงปู่หนูอินทร์ กิตฺติสาโร ที่ปรึกษาเจ้าคณะ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานจุดเทียนเบิกฤกษ์เปิดฟ้าเปิดบาดาล จากนั้นหมอพราหมณ์ดำเนินการประกอบพิธี ระหว่างนั้นเหตุการณ์คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆนายภานุพงษ์ เจ้าของบ้านที่นั่งสงบนิ่งอยู่กลางงาน ได้ตะโกนขึ้นด้วยสุ้มเสียงดังกึกก้อง สลับกับสำเนียงพูดที่เร็วรัวแปลกๆ ซึ่งได้ยินแล้วไม่ใช่ภาษามนุษย์ ขณะที่ลำตัว แขน ขา ก็มีอาการสั่นกระตุกและเหยียดเกร็งเป็นระยะ ซึ่งเป็นกิริยาที่แปลกประหลาด คล้ายกับถูกผีเจ้าเข้าสิงหรือเป็นอาการของคนโรคประหลาดสักอย่าง ท่ามกลางอาการตกตะลึงของชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์

ก่อนที่ใครคนใดจะเข้ามาดูอาการของนายภานุพงษ์ เพื่อนบ้านที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมาร่วมในพิธี ก็ลุกขึ้นมาประคองนายภานุพงษ์ พร้อมกับกรีดนิ้วร่ายรำด้วยลีลาแปลกๆ เหมือนงูหรือพญานาคเล่นน้ำอย่างที่เคยเห็นในภาพยนตร์ พร้อมกับตะเบ็งเสียงโต้ตอบกับนายภานุพงษ์ ด้วยสำเนียงประหลาดอย่างรู้ภาษากันดี ก่อนที่จะสนทนาและแสดงอาการดีใจที่ได้มาพบเจอกัน ณ สถานที่แห่งนี้

เมื่อนายภานุพงษ์ กับผู้หญิงคนนั้นทักทายกันด้วยภาษาและกิริยาแปลกๆแล้ว ต่างก็หยิบขวดน้ำขึ้นมากรอกปากแล้วพ่นเป็นฝอยๆใส่ชาวบ้านที่มาร่วมงานอย่างสนุกสนาน ในระหว่างนั้นผู้เข้าร่วมพิธีหญิง-ชายนับ 10 คน ก็ได้ลุกขึ้นมาร่ายรำ ในท่วงท่าอาการแปลกๆแตกต่างกัน บางคนนั่งสะอื้นร้องไห้ บางคนฟ้อนไปด้วยร้องไห้ไปด้วย บางคนโยกตัวโอนเอนไปมาเหมือนงูเลื้อย และหลายคนนั่งกอดกันร้องไห้ด้วยอาการตื้นตันใจ

หมอพราหมณ์ผู้นำประกอบพิธีเผยว่า ในเวลาอันเป็นมหาฤกษ์มงคลนี้ ปู่พญานาคศรีสุทโธได้เสด็จมาประทับร่างนายภานุพงษ์ เจ้าของบ้านผู้เป็นเจ้าภาพจัดพิธีบวงสรวง โดยท่านได้เสด็จมาจากวังนาคินทร์คำชะโนด กับย่าศรีปทุมมาที่เสด็จมาประทับร่างผู้หญิงคนนั้น พรั่งพร้อมเหล่าบริวารจากเมืองบาดาลคุ้มวังต่างๆ ซึ่งได้พร้อมเพรียงกันมาร่วมสาธุการ แสดงความปรีดากับลูกหลาน ที่ประสบความสำเร็จบรรจุเป็นข้าราชการครูตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เกิดอาการขนลุกซู่ ที่ได้เห็นอภินิหารของปู่พญานาคศรีสุทโธสำแดงฤทธิ์ต่อหน้าต่อตา

เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากพญานาคและเหล่านาคีบริวาร ที่มาจากคุ้มวังต่างๆ ได้ร่วมร่ายรำบวงสรวงปู่พญานาคศรีสุทโธแล้ว เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ชาวบ้านที่มาร่วมพิธี ต่างต่อแถวกันจุดธูปสักการะอธิษฐาน ต่อหน้ารูปพญานาคที่ประดิษฐ์ขึ้นจากใบตองอย่างสวยงามบนแท่นพิธี พร้อมเข้ากราบกรานขอพรปีใหม่ รับการตรวจโรคภัย โชคชะตาราศี และรับน้ำมนต์ทิพย์กับปู่พญานาคศรีสุทโธในร่างของนายภานุพงษ์ อย่างเนืองแน่น โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักตลอดวัน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ชาวบ้านหลายคนเผยว่าเป็นความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจ เชื่อแล้วมีความสุข หลังเข้าร่วมพิธีแล้วเกิดความสบายใจ โดยเฉพาะในโอกาสที่จะถึงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ ได้ร่วมกันทำบุญและเข้าร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ได้รับพรดีๆ ทำให้ชีวิตมีความหวัง เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเชื่อถือ เพราะความเชื่อเป็นเรื่องนานาจิตตัง อย่างที่นายภานุพงษ์ มีความเชื่อและศรัทธาในบารมีของปู่พญานาคศรีสุทโธอย่างเหนียวแน่นสนิทใจ ซึ่งได้จัดแบ่งพื้นที่ในบริเวณบ้านเป็น “วังปู่ศรีโภคทรัพย์” เพื่อเป็นห้องปฏิบัติธรรมและน้อมรำลึกในบุญญาบารมีปู่พญานาคศรีสุทโธ แห่งวังนาคินทร์คำชะโนดต่อไป

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ต้อม ยุทธเลิศ’เผยการวิ่งของ’ตูน’ ทำให้ชายป่วยโรคซึมเศร้านาน2ปีลุกออกกำลังกาย

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311094

'ต้อม ยุทธเลิศ'เผยการวิ่งของ'ตูน' ทำให้ชายป่วยโรคซึมเศร้านาน2ปีลุกออกกำลังกาย

‘ต้อม ยุทธเลิศ’เผยการวิ่งของ’ตูน’ ทำให้ชายป่วยโรคซึมเศร้านาน2ปีลุกออกกำลังกาย

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.00 น.

26 ธ.ค. 60 สิ้นสุดลงไปเเล้ว กับ โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ  จาก อ.เบตง  จังหวัดยะลา  ถึง อ. แม่สาย  จังหวัดเชียงราย เหนือสุดเเดนสยาม  ระหว่าง  วันที่ 1 พย – 25 ธค 2560 ระยะทาง ระยะทาง 2,191 กม.  ของ นักร้องคนดัง ตูน บอดี้สเเลม หรือนาย อาทิวราห์  คงมาลัย  เพื่อเป้าหมายระดมเงินทุน 700 ล้านบาท บริจาคให้กับ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า ช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาล  เป็นการออกวิ่งวันที่ 55 จาก เเขวงทางหลวงจังหวัดเชียงราย ไปถึงป้ายเหนือสุดเเดนสยาม อ. เเม่สาย จังหวัดเชียงราย    สำหรับยอดบริจาค สรุปยอดเงินบริจาครวมทั้งโครงการทั้งสิ้น 1,148,718,907.72 บาท

ล่าสุด ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง เผยเรื่องราวการวิ่งของ ตูน ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @yuthlert ที่ทำให้ชายที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเกือบ 2 ปีลุกขึ้นมาออกกำลังกายต่อสู้กับโรคต่างๆ

“น้องคนนึงฝากข้อความมา @artiwara เผื่อมีเวลาอ่าน “ไปรอรับพี่ตูนหรือจ๊ะ ฝากกำลังใจกองโตๆให้ทุกคนด้วยจ๊ะ เปิดให้ป๋าดูทุกวัน ดีใจเป็นที่สุด พี่ตูนทำให้ป๋าลุกออกมาออกกำลังกาย ตลอดระยะเวลา เกือบ 2 เดือนโรคซึมเศร้า ได้ดีดตัวออกไปจากป๋าแล้ว หมอถึงกับตกใจเพราะรักษามา 2 ปีกว่าไม่มีวี่แวว ส่วนอีก 5 โรคที่เหลือรักษาแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ต่อไปจ๊ะ” | #ก้าวคนละก้าว”

ขอบคุณภาพ ข้อมูล : @yuthlert

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภูมิปัญญาชาวบ้าน’ลากด่างซ้อนจับปลา’ วิถีชีวิตพอเพียงพึ่งพาธรรมชาติ

Posted on August 31, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/311089

ภูมิปัญญาชาวบ้าน'ลากด่างซ้อนจับปลา' วิถีชีวิตพอเพียงพึ่งพาธรรมชาติ

ภูมิปัญญาชาวบ้าน’ลากด่างซ้อนจับปลา’ วิถีชีวิตพอเพียงพึ่งพาธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.49 น.

26 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฤดูการเก็บเกี่ยวของชาวนาในหมู่บ้านโนนแดง ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ปีนี้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์มาก พื้นที่ทำนาบางส่วนถูกน้ำท่วมขัง ไม่สามารถทำนาได้ หลังจากน้ำลดพื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมปลาหลากหลายชนิด

โดยวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแห่งนี้ อยู่อย่างพอเพียงพึ่งพิงธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วงเย็นก่อนที่จะถึงมื้ออาหาร ชาวบ้านนิยมชวนกันออกไปหาปลา เพื่อนำมาเป็นกับข้าวมื้อเย็นและมื้อต่อๆไป ด้วยเครื่องมือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ด่างซ้อน”  โดยใช้คน 2 คนลากไปตามน้ำ และเมื่อขึ้นมาจากน้ำก็ได้ปลาสดๆ หลากหลายชนิด เช่น ปลาช่อน ปลานิล ปลาซิว กุ้งฝอย สดๆขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

ชาวบ้านสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู ทั้งต้ม หมก ย่างและนำไปถนอมอาหารด้วยวิธีการทำปลาส้ม ปลาร้าและปลาจ่อม เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นาน นี่คือวิถีแห่งความพอเพียงของชาวบ้าน นอกจากจะได้อาหารที่สด สะอาด ที่สามารถหาได้ในชุมชน เป็นการช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือนแล้ว เหลือจากการเป็นอาหารแล้วสามารถนำไปขาย เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน เป็นกิจกรรมที่สร้างสัมพันธภาพที่ของสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,854,130 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
พีระพันธุ์ พลัฏฐ์ เบอร์ 6 ฟังเสียงชาววังบูรพา-พาหุรัด หวังรัฐบาล รทสช. แก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจเขตพระนคร
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
โอ๊ยเล่าเรื่อง  'พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)(HUMANRESOURCE)'
คุณแหน : 31 มกราคม 2569

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d