นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/301651

นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

บงชูร์ เฟรนช์ แฟร์ 2017 ธีม ‘โอ ลั้ล ล้า คริสต์มาส มาร์เก็ต’ มหกรรมแสดงสินค้าฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี

นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

 สุกัญญา เอื้อชูชัย-โทม่า ซานเชส

       นักช็อปของดีฝรั่งเศสเตรียมตัวกันได้แล้ว เมื่อ 2 ผู้บริหาร โทม่า ซานเชส และ สุกัญญา เอื้อชูชัย แห่ง หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย เตรียมจัดงาน บงชูร์ เฟรนช์ แฟร์ 2017 มหกรรมแสดงสินค้าฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีที่จะจัดขึ้น ภายใต้ธีม โอ ลั้ล ล้า คริสต์มาส มาร์เก็ต ระหว่างวันที่ 14-17 ธันวาคมนี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยแถลงข่าวโชว์ไฮไลท์เด็ดไปแล้ว ที่ห้องโลตัส ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันก่อน ท่ามกลางแขกเหรื่อ อาทิ นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง, ภูริตดารากร ณ อยุธยา, อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ, วาสินี กุลวัฒน์ และ นพวรรณ เลิศชีวกานต์ นักกีฬาเทนนิสหญิงทีมชาติไทย ที่พร้อมใจกันมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสก่อนใคร

นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง

       แขกเหรื่องมาพร้อม โทม่า ซานเชส รองประธานหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย ขึ้นเวทีพร้อมเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้ธีม โอ ลั้ล ล้า คริสต์มาส มาร์เก็ต บรรยากาศตลาดกลางแจ้งในช่วงฤดูหนาว โดยมีสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสและยุโรปมากกว่า 90 บูธ และที่พลาดไม่ได้เมนูเฉพาะเทศกาลคริสต์มาส อาทิ ไก่งวงกับซอสสูตรพิเศษ และการปรุงสดๆ กับเมนูที่เป็นสไตล์ฝรั่งเศสขนานแท้

นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ

       ทางด้าน สุกัญญา เอื้อชูชัย ผู้อำนวยการหอการค้าฝรั่งเศส-ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยธีมงานปีนี้เป็นธีมคริสต์มาส ซึ่งชาวฝรั่งเศสถือเป็นเทศกาลแห่งการให้มอบสิ่งดีๆ คืนแก่สังคม ในงานบงชูร์เฟรนช์แฟร์วันจริงปีนี้ หอการค้าฯ จึงจัดโซนเพื่อรับของบริจาคสำหรับเด็ก อาทิ อุปกรณ์เครื่องเขียน, หนังสือเด็ก, กระดาษทิชชู่, สบู่, แชมพู, แป้งเด็ก, ครีมทาผิวสำหรับเด็ก ฯลฯ เพื่อมอบให้กับมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก และนำไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศไทย

นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

ปรเมศวร์ วีรสวัสดิ์กุล ปรุงตาร์ติแฟล็ตอย่างอารมณ์ดี

       สำหรับบรรยากาศภายในงานแถลงข่าวได้จำลองโต๊ะอาหารสุดหรู ในวันฉลองคริสต์มาสของชาวฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยเมนูแสนพิเศษ จากนั้นถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยกับการเวิร์คช็อปด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยยอดนิยมจากฝีมือเชฟหนุ่มไฟแรง “เชฟตึก” ปรเมศวร์ วีรสวัสดิ์กุลจาก ที่มาสาธิตการทำเมนู ปลาโต เดอฟรุยส์เดอแมร์ และตาร์ติแฟล็ต ส่วนเครื่องดื่มยอดฮิตต้องยกให้ เบ็ญจวรรณ ​วิศิษฐสรไกร สาธิตวิธีการปรุงไวน์ร้อน เมนูที่ชาวฝรั่งเศสนิยมดื่มในฤดูหนาว เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย

นักช็อปเตรียมตลุยตลาดฝรั่งเศส

อรจิรา ศรีไพบูลย์ สาธิตการชงชาและการดื่มชา

       สำหรับผูหลงใหลการดื่ม ชา ที่มีกลิ่นหอมของไวน์ อรจิรา ศรีไพบูลย์ สาธิตวิธีชงชาและการดื่มชา 3 ประเภท ได้แก่ วินเทอร์แฟรี่เทล ชาดำซีลอนคุณภาพเยี่ยมจากประเทศศรีลังกา, อัลมอนด์ดรีม ชาที่มีส่วนผสมของผลไม้และดอกไม้นานาชนิดจากประเทศเมืองหนาว และไวด์เบอร์รี่ ชาที่มีส่วนผสมของแอปเปิ้ลไฮบิสคัส กุหลาบ องุ่น กลิ่นผลไม้และดอกไม้สกัดจากธรรมชาติ เมื่อนำส่วนผสมเหล่านี้มาชงรวมกัน จะให้รสชาติที่หอมหวานสดชื่น มีกลิ่นอายของเทศกาลคริสต์มาส ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เหมาะกับทุกช่วงวัยและดื่มได้ทุกเวลา ซึ่งวิธีชงชาที่ให้ได้รสชาติที่ดี ควรเทน้ำร้อนเดือดใส่ในกาแล้ว เททิ้ง เป็นการล้างเพื่อปรับอุณหภูมิกา ก่อนจะชงชาแค่ 3 นาที แล้วค่อยดื่ม

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/301608

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์

งาน “ลองจินส์ 185 th แอนนิเวอร์ซารี่” เฉลิมฉลองครบรอบ 185 ปีแห่งความภาคภูมิใจ ส่งตรงนาฬิกาโบราณกว่า 29 เรือนจากพิพิธภัณฑ์ลองจินส์มาจัดแสดงในประเทศไทย

        ลองจินส์ แบรนด์นาฬิการะดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย 2 ผู้บริหาร ทิพาณัท เลณบุรี และ ปราลี เพชรโรจน์ จัดงาน “ลองจินส์ 185 th แอนนิเวอร์ซารี่” เฉลิมฉลองครบรอบ 185 ปีแห่งความภาคภูมิใจ ส่งตรงนาฬิกาโบราณกว่า 29 เรือนจากพิพิธภัณฑ์ลองจินส์มาจัดแสดงในประเทศไทย เพื่อให้นักสะสม คนรักเรือนเวลา และแฟนคลับของลองจิ้นส์ได้ร่วมสัมผัสกับตำนานอมตะของเรือนเวลา ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 พฤศจิกายน บริเวณลานกิจกรรม อีเดน 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์

ทิพาณัท เลณบุรี-ปราลี เพชรโรจน์

    ภายในนิทรรศการนำเสนอประวัติศาสตร์อันยาวนานเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1832 ที่เมืองแซงติมิเยร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านนาฬิกาโบราณทั้ง 29 เรือนที่เป็นผลงานเก่าแก่หาชมได้ยากยิ่ง ซึ่งหลังจากเดินชมนิทรรศการแล้วเซเลบสาวสวยหนึ่งในผู้หลงใหลในความงามของเรือนเวลาอย่าง “แพรว” พิชามญช์ ชมะนันทน์ เผยว่า นาฬิกาเป็นเหมือนเครื่องประดับที่ใส่ติดตัวตลอดเวลาเวลาเลือกนาฬิกาจะให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์เป็นหลัก อาจเพราะเรียนจบด้านการตกแต่งภายในจึงทำให้ชอบนาฬิกาที่มีดีไซน์เก๋ๆ หน่อย นอกจากนี้ก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องของประวัติแบรนด์ รวมถึงแหล่งการผลิต เพราะนาฬิกาส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างสูง เวลาซื้อก็อยากได้นาฬิกาที่ดีมีคุณภาพและคุ้มค่ากับราคาถ้าพูดถึงแบบนาฬิกาที่ชอบก็จะเป็นนาฬิกาทรงอาร์ตเดโค แบบคลาสสิก สายเหล็กเพราะสามารถใช้งานได้นาน และดูแลทำความสะอาดได้ง่าย

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์

สะคราญกมล อุทัยศรี-ธีรกิตติ์ จารุจินดา

     ขณะที่หนุ่มมาดเซอร์ “วิว” ธีรกิตติ์ จารุจินดา บอกว่า ด้วยความที่เป็นคนลุยๆ และชอบเล่นกีฬา จึงชอบสวมใส่นาฬิกาสายหนัง ทรงกลมใหญ่ แบบสปอร์ตหน่อยๆ เพราะเหมาะกับการเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือจะใส่ชิลๆ ในชีวิตประจำวันก็ได้ นอกจากนี้ พวกฟังค์ชั่นเสริมที่ติดมากับนาฬิกาก็สำคัญอย่างเช่นนาฬิกาข้อมือที่สามารถจับเวลา บอกเวลาได้เป็นวินาที ถ้ามีฟังค์ชั่นพวกนี้มาด้วยก็จะดีมาก

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์

ดร.เชษฐา ส่งทวีผล-ขวัญข้าว เศวตวิมล-วรนัยน์ วาณิชกะ

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์

 ณัฏฐิ์ประภา-ณัฏฐกรณ์ ชุณหะวัณ ชมนิทรรศการลองจิ้นส์

     นอกจากนิทรรศการนาฬิกาโบราณอันเป็นตำนานของลองจินส์แล้ว ภายในงานยังถูกเนรมิตเป็นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองอย่างสวยงามตระการตา พร้อมด้วยแฟชั่นโชว์ที่ถ่ายทอดความงดงามแห่งเรือนเวลา โดยมีเซเลบริตี้มากมายมาร่วมยลโฉมตำนานอมตะของเรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์ จากสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ “แพง” ขวัญข้าว เศวตวิมล, “โก้” วรนัยน์ วาณิชกะ, “ตาต้า” สะคราญกมล อุทัยศรี, “มู่ลี่” อัญชิสา วัชรพล, แพร วัชราภัย, “มิ้งค์”ณัฏฐิ์ประภา-“มิค” ณัฏฐกรณ์ ชุณหะวัณ, “กิ๊ฟท์” ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์, “มายด์” แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, “ฮอน”สันติ วจนพานิช, “บอย” ดร.เชษฐา ส่งทวีผล, “บาส” นิติ สว่างวัฒนไพบูลย์, “บุ๋ม” จารุจิต ใบหยก, “เติ้ง” ธามาริน เจริญพิทักษ์ เป็นต้น

ฉลอง 185 ปี เรือนเวลาแห่งวิจิตรศิลป์


ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/301366

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

ศิลปินดังรังสรรค์ผ้าทอจากดอยตุง เป็นคอลเลกชั่นพิเศษหารายได้พัฒนาศักยภาพของคนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

กรัชเพชร-ศรีวรา อิสสระ กับนางแบบแบรนด์คลอเส็ท

       เดินหน้าต่อยอดและสืบสานพระราชปณิธาน ‘ปลูกป่า ปลูกคน’ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงสานต่อ “โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2017” เป็นปีที่ 2 เพื่อหารายได้พัฒนาศักยภาพของคนในโครงการของมูลนิธิฯ ต่อไป พร้อมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การสยามพารากอน เมื่อบ่ายวันก่อน โดยมีเหล่าคนดังมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ “จ๋า” อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน, “ไหม” ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย, “จุ๋ง” ศรีวรา-“เข็ม”กรัชเพชร อิสสระ, “คุณขวัญ” ม.ล.พลอยนภัส-“นัท” อภิชาติ ลีนุตพงษ์ เป็นต้น

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล-พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา

       ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า จากพระราชปณิธานของสมเด็จย่าที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาในพื้นที่ดอยตุง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ด้วยการพัฒนาทักษะ ความรู้ และสร้างอาชีพที่สุจริต ให้พึ่งพาตนเองได้ จึงเป็นที่มาของโครงการดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส ในปีนี้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงสานต่อเป็นปีที่ 2 โดยเชิญชวนศิลปินและนักออกแบบระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาสร้างสรรค์ผลงานคอลเลกชั่นพิเศษ ร่วมกับช่างฝีมือชนเผ่าจากดอยตุง ออกแบบผลิตภัณฑ์ดอยตุงให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

ม.ล.พลอยนภัส-อภิชาติ ลีนุตพงษ์

       สำหรับปีนี้ได้รับเกียรติจากดีไซเนอร์ชื่อดังและศิลปินชื่อดัง ได้แก่ “ตือ” สมบัษร ถิระสาโรช, “ฟอร์ด” กุลวิทย์ เลาสุขศรี, จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล, โรจน์ ภูภวิศ กฤตพลนารา, “แก้ม” มลลิกา เรืองกฤตยา และ “เล็ก” ณัฎฐ์ มั่งคั่ง รวมถึง กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา มาร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นพิเศษร่วมกับช่างฝีมือชนเผ่าของดอยตุง กว่า 50 ชนิด ซึ่งล้วนแต่มีธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวในพื้นที่เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อจำหน่ายภายในงาน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของคนในโครงการพัฒนาดอยตุง และโครงการขยายผลอื่นๆ ของมูลนิธิฯ ต่อไป

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

       “ตือ” สมบัษร เผยว่า ในปีนี้ได้ออกแบบกระเป๋าย่ามแบบลาหู่ คอลเลกชั่นออริจินอล อิส ฟอร์เอเวอร์ ด้วยแนวคิดว่า ย่ามเป็นของใช้ประจำวันในวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่ยังคงมีการใช้งานอยู่ในวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขา จึงนำมาเปลี่ยนเป็นสีดำ แล้วเพิ่มช่องสำหรับใส่มือถือ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

       ด้าน จิรัฏฐ์ เจ้าของแบรนด์สัญชัย กล่าวว่า คอลเลกชั่นนี้เลือกเอาผ้าลินิน ผสมฝ้ายย้อมครามทำเป็นลายทางออกแบบเป็นแคชวลแวร์ อาทิแจ็กเก็ตที่สามารถสวมใส่ได้ทั้ง 2 ด้าน นอกจากนี้ยังนำมาผ้าทอคล้ายกระสอบมาทำเป็นกระเป๋า หมวก และรองเท้า

ดีไซน์ผ้าทอเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ

       ขณะที่ “โรจน์”  ภูภวิศ เจ้าของแบรนด์อิชชู่ บอกว่า ได้ออกแบบ เสื้อ กระเป๋า และ หมวก พิมพ์ลายครอสติส คอลเลกชั่นแม่ฟ้าหลวง ที่ใช้เทคนิคลายพิมพ์จากลายครอสติส และปักลงบนผ้าทำให้เกิดความร่วมสมัยมากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจจากงานอดิเรกของสมเด็จย่า คือการผ้าปักครอสติส และงานปั้นเซรามิก นำเสนอผ่านลวดลายบนเสื้อผ้า สะท้อนถึงเรื่องราวความสุข ความสมบูรณ์ ความรัก ธรรมชาติ

“มรดกหวั่งหลี” สู่ศักดิ์ศรี “มรดกแผ่นดิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/301257

“มรดกหวั่งหลี” สู่ศักดิ์ศรี “มรดกแผ่นดิน”

ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำพระยา เปิดให้บริการแล้ว

"มรดกหวั่งหลี" สู่ศักดิ์ศรี "มรดกแผ่นดิน"

​          ด้วยหัวใจรักและตระหนักถึงคุณค่าของมรดกที่บรรพบุรุษสร้างไว้ในอดีตจนเจริญมั่นคงในปัจจุบัน อันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมที่ถือเป็นมรดกของชาติด้วย ตระกูล “หวั่งหลี” ในฐานะผู้ถือครอง จึงริเริ่มโครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำพระยา โดย บริษัท ชิโน พอร์ท จำกัด ในฐานะผู้บริหารโครงการฯ ได้จัดงานเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ ผู้หลงใหลในศิลปวัฒนธรรมจีนจากหลากหลายวงการร่วมงานคับคั่ง อาทิ “คุณใหม่” สิริกิติยา เจนเซน, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล, ธีรวัฒน์ – สมพร กนกกุล, นวลพรรณ ล่ำซำ, พรนภา จันศิริ, ฐาปน-ปภัชญา สิริวัฒนภักดี, ทศ จิราธิวัฒน์, อารยา จิตตโรภาส, ปรมา ไรวา, ไกรสิงห์ วอน บูเรน, กรณ์วิภา โชติกเสถียร, สิรินิจ โชคชัยฤทธิกุล, ดิฐวัฒน์ อิสสระ, สรรพฤทธิ์ ปัญจะ, สายวิภา ปัญจะ, ณริช พารานุลักษา, ศิวะศิษฐ์ เลาหพงศ์ชนะ, ประกาศิต-ดร.พรเทพ-นภัสนันท์ พรประภา, นิภาภรณ์ ศิริพงษ์, สิรินิจ โชคชัยฤทธิกุล ฯลฯ พร้อมด้วยครอบครัวตระกูลหวั่งหลี ที่ทำหน้าที่เจ้าบ้านให้การต้อนรับ อาทิ สุกิจ-วุฒิชัย-สุจินต์-ธรรมนูญ-สุชาติ-สุเทพ-รุจิราภรณ์-ชลันต์ หวั่งหลี, พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, ดร.ศรัณฐ์-อนรรฆ หวั่งหลี ฯลฯ ณ โครงการ “ล้ง 1919” ถ.เชียงใหม่ เขตคลองสาน เมื่อวันก่อน

"มรดกหวั่งหลี" สู่ศักดิ์ศรี "มรดกแผ่นดิน"

ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี-พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร-สุจินต์ หวั่งหลี-กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร-รุจิราภรณ์-สุกิจ-สุภีร์-ธรรมนูญ หวั่งหลี

​         โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว พร้อมจัดการแสดงชุดพิเศษที่หาชมได้ยากมากมาย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กล่าวถึงความสำคัญของงานเปิดโครงการฯ ครั้งนี้ว่า “โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำพระยา แห่งนี้กำลังเป็นที่จับตาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัวในหลายแง่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกินดื่มและช็อปปิ้งบนทำเลที่ดีอย่าง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงมีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) เทพอุปถัมภ์ผู้เดินเรือศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนมาตั้งแต่ครั้งอดีตจนปัจจุบัน และที่สำคัญคือคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จากอาคารไม้สถาปัตยกรรมจีนโบราณ และการค้นพบจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างจีนโบราณ อายุ 167 ปี ที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ของคนรุ่นหลังอีกด้วย คาดว่าที่นี่จะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติอีกด้วย ในส่วนของความรู้สึกส่วนตัวของดิฉันแล้ว ต้องขอขอบคุณจากใจที่ทำให้เราได้เห็น “ล้ง 1919” (LHONG 1919) กลับมามีชีวิตอีกครั้ง รู้ว่าเหนื่อย เป็นสิ่งที่ยากลำบาก แต่เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ยังคงจะถูกอนุรักษ์ไว้ให้บรรพชนรุ่นหลังได้เห็นต่อไป ก็ทุ่มเทจนสำเร็จสมบูรณ์ในวันนี้

"มรดกหวั่งหลี" สู่ศักดิ์ศรี "มรดกแผ่นดิน"

พาสินี ลิ่มอติบูลย์-คุณสิริกิติยา เจนเซน-ชุลิตา อารีย์พิพัฒน์กุล-อ.คฑา ชินบัญชร กราบสักการะเจ้าแม่หม่าโจ้ว

          ด้าน รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการ “ล้ง 1919” กล่าวว่า ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ ได้แก่ ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) อายุมากกว่า 167 ปี สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมใจ ของชาวจีนในแผ่นดินไทย, เรือนไม้สถาปัตยกรรมจีนโบราณโดดเด่นด้วยจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างจีน เพื่อการศึกษา, อาคารจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่, เวทีการแสดงและกิจกรรมกลางแจ้ง, ร้านค้าผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม และบริเวณที่นั่งพักผ่อนระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมท่าเรือหวั่งหลีเพื่อการเดินทางทางน้ำ

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300967

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

ชวนหนุ่มสาวเรียนรู้เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

       ประสบความสำเร็จไปอย่างยอดเยี่ยม กับการจัดงาน “เบนซ์ ทีทีซี ไดรฟ์วิ่ง เอ็กพีเรียนซ์ 2017”ที่มุ่งเน้นการอบรมขับขี่ปลอดภัยและทดสอบสมรรถนะรถยนต์เมอร์ซิเดส-เบนซ์ มาให้ลูกค้าได้ทดลองกัน ทำเอาเหล่า เซเลบริตี้สาวสวยผู้หลงใหลในการขับขี่รถยนต์ แบรนด์หรู อาทิ “นิว” มณชยา บุรกสิกร, “อ๋อม” ปณยา สารกิจปรีชา, “ปรางค์” อภินรา ศรีกาญจนา ฯลฯ ต่างตื่นเต้นกับการทดสอบสุดมันส์  โดย อัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ให้การต้อนรับลูกค้าที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ที่สนามแข่งรถ มอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ ร่มเกล้า เมื่อวันก่อน

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

       หลังร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว “นิว” มณชยา เล่าว่า ทดลองขับรถถึง 9 รุ่นด้วยกัน การทดสอบดังกล่าวทำให้มั่นใจกับการเข้าโค้งได้มากขึ้น พร้อมกับการเรียนรู้เรื่องของการเบรก ว่าจะต้องเบรกอย่างไรให้ปลอดภัย ทางผู้เชี่ยวชาญอธิบายได้ละเอียด และคิดว่าจะนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ในการขับขี่รถยนต์ที่เราต้องขับเองทุกวัน เช่นเดียวกับความรู้อื่นๆ โดยเฉพาะการเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ที่ต่อไปนี้จะไม่มองแค่ว่า จะต้องมีความสะดวกสบาย หรือสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และเวลานั่งอยู่ภายในรถ จะต้องมองเห็นภาพภายนอกอย่างชัดเจน ไม่มีมุมอับสายตาด้วย

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์-ปณยา สารกิจปรีชา-มณชยา บุรกสิกร

       ด้าน “อ๋อม” ปณยา เซเลบริตี้สาวที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบคนรุ่นใหม่ เผยว่า ตัวเองทดลองขับรถไปหลายรุ่น เพราะอยากรู้ว่า แต่ละรุ่นมีความแตกต่างด้านโครงสร้างตัวถัง และความแรงอย่างไร ซึ่งพอขับจริงแล้วก็รู้สึกถึงความสนุกและเข้าใจถึงความแตกต่างของแต่ละรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น การเลี้ยวโค้ง การเบรก และการควบคุมรถ ถ้าพูดถึงความสำคัญของผู้หญิงกับการเลือกซื้อรถยนต์ คิดว่าควรเลือกซื้อรถยนต์ที่มีสมรรถนะในการเกาะถนน และมีความแรงพอสมควร เช่นเดียวกับบริการ

ปลอดภัย-มั่นใจทุกการขับขี่

อธิปชนา ธนาจิรวณิช-อภินรา ศรีกาญจนา

       ปิดท้ายกับ เซเลบริตี้สาวสวย “ปรางค์” อภินรา ที่เล่าว่า การทดสอบรถทำให้รู้ตัวว่า พฤติกรรมการขับรถที่ทำมาตลอดนั้นผิดไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวโค้งที่ต้องงอแขนไปพร้อมกันด้วยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ย้ำให้รู้ดีขึ้นด้วยก็คือ การขับรถมีผลต่อสุขภาพของเราเหมือนกัน เพราะถ้าขับในท่าทางไม่ถูกต้อง หรือปรับเบาะที่นั่งไม่เหมาะสม ก็จะทำให้ปวดเมื่อยและปวดท้องด้วย ส่วนการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันนั้น เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่ขับรถไม่เร็ว สิ่งที่จะทำให้ตัดสินใจเลือกรถก็คือจะต้องมั่นใจก่อนว่า แบรนด์รถยนต์นั้นๆ มีความน่าเชื่อถือ ขับขี่ได้ง่าย โดยเฉพาะการเข้าซองในที่จอดรถ

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300744

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

เครื่องประดับต้องช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ดูดี

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

         เอาใจสาวผู้หลงใหลในความสร้างสรรค์ของจิวเวลรี่ที่ตอบโจทย์สไตล์ในแบบตัวเอง แพนดอร่า เครื่องประดับและจิวเวลรี่แบรนด์ดังสัญชาติเดนมาร์ก เผยโฉมคอลเลกชั่นล่าสุด “แพนดอร่า ซิกเนเจอร์” ที่มีให้เลือกตั้งแต่ชาร์ม สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู สร้อยคอ และจี้หลากสไตล์ เพื่อบ่งบอกคาแรกเตอร์ของแต่ละบุคคล ในงานเปิดตัว “CLEO 50 Most Eligible Bachelors 2017 presented by PANDORA” ซึ่งคับคั่งด้วยเหล่าเซเลบริตี้แฟนแพนดอร่าที่พร้อมใจกันมาร่วมอัพเดทคอลเลกชั่นใหม่ และร่วมสนุกกับกิจกรรมถ่ายภาพสวยกันอย่างสนุกสนาน ที่บูธกิจกรรมแพนดอร่า ณ เซ็นทรัล คอร์ท แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

บุญญลักษณ์ ฐิติปุญญา-ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล-ทัศนีย์ สิริเลิศประเสริฐ

          บุญญลักษณ์ ฐิติปุญญา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแบรนด์แพนดอร่า กล่าวว่า ความพิเศษของเครื่องประดับ “แพนดอร่า ซิกเนเจอร์” มาพร้อมกับการวางตัวอักษรคำว่า PANDORA บนเครื่องประดับรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จี้ ชาร์ม สร้อยข้อมือ และแหวน ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่ “แพนดอร่า ทูโทน ซิกเนเจอร์” เพิ่มเติมความหรูหราไปอีกขั้นด้วยเทคนิคการทำเครื่องประดับที่ใช้เงินสเตอร์ลิงผสานกับทอง 14K ประดับประดาด้วยคิวบิกซีโคเนียร์ให้เจิดจรัส ในสีทูโทน ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในทุกโอกาส “แพนดอร่า เซอร์เคิล” ออกแบบจากรูปทรงเรขาคณิต ดึงแรงบันดาลใจจากรูปทรงวงกลม 2 วง มาคล้องเกี่ยวกันเป็นสัญลักษณ์ใหม่ “แพนดอร่า โมเมนท์ส ซิลเวอร์ โอเพ่น แบงเกิล” สร้อยข้อมือดีไซน์เรียบหรูและทันสมัย ที่ส่งให้หญิงสาวเปล่งประกายตามแบบฉบับของสาวแพนดอร่า และ “ฮาร์ท ออฟ แพนดอร่า” ด้วยรายละเอียดการออกแบบอย่างประณีตฉลุลายรูปหัวใจลงบนตัวเรือนแหวน เพิ่มลูกเล่นด้วยการสวมแบบสแตค หรือการแมทช์แหวนหลายวง หลายแบบในหนึ่งนิ้ว

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

แม้นวาด นาครทรรพ-ณัฐสิมา ศิริสุนทร

          โดยเซเลบริตี้ได้ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกเครื่องประดับชิ้นโปรด แม้นวาด นาครทรรพ บอกว่าเน้นเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สะดุดตา มีดีไซน์ที่ผสานความเรียบง่าย และหรูหรา เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกสไตล์ และต้องช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ดูดี ด้าน ชลธิชา เที่ยงธรรม รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2013 เผยว่า เครื่องประดับที่ต้องสวมใส่ทุกวัน คือ กำไล นาฬิกา ต่างหู ซึ่งจะช่วยเสริมลุคให้ดูน่ามอง โดยเธอเน้นการเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับการแต่งกาย โดยเฉพาะเรื่องโทนสีของเสื้อผ้าให้เข้ากับสีของเครื่องประดับ เพื่อคุมโทนให้ไปด้วยกัน เครื่องประดับจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยเสริมให้การแต่งตัวสมบูรณ์แบบมากขึ้น

จิวเวลรี่ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์

สันติ วจนพานิช

ในส่วนของหนุ่ม สันติ วจนพานิช เล่าว่า ชอบเครื่องประดับที่มีคุณค่าทางจิตใจ และมีเอกลักษณ์ที่บ่งบอกคาแรกเตอร์ของผู้สวมใส่ ทั้งยังแสดงถึงความพิถีพิถันของผู้เลือก เพราะชาร์มแต่ละชิ้นมีรายละเอียดที่สวยงาม ประณีต ที่สำคัญชาร์มที่จำหน่ายในแต่ละประเทศจะมีดีไซน์แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักสะสมชื่นชอบด้วย

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300655

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

ชฎาทิพ จูตระกูล, ชฎาทิพ, สยามพารากอน, ภาพวาด, ศิลปะ, นคร สัมพันธารักษ์, นาการา

นาการา กับผลงานศิลปะ ภาพวาดแนวแอ็บสแต็รก ที่ไม่เคยนำไปจัดแสดงที่ใดมาก่อน

     หลังจากในปี 2015 “นาการา” โดย นคร สัมพันธารักษ์  ดีไซเนอร์ไทยคนดัง ได้นำผลงานภาพวาดของตัวเองออกแสดงเป็นครั้งแรกที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในครั้งนั้นนอกจากทุกคนจะได้ยลโฉมคอลเลกชั่นภาพวาดซึ่งเป็นทั้งของรักและของสะสมของเจ้าตัวแล้ว ยังถือเป็นครั้งแรกที่ได้เปิดเผยตัวตน และจิตวิญญาณแห่งความเป็นศิลปินที่รักในงานศิลปะการวาดรูปอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและสัมผัสกับความสามารถอันน่าทึ่งอีกหนึ่งด้าน นอกจากบทบาทที่ทุกคนคุ้นเคยในฐานะดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้าที่สร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นอันเป็นเอกลักษณ์มากว่า 30 ปี

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร-นคร สัมพันธารักษ์-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี-ชฎาทิพ จูตระกูล

      ล่าสุด “นาการา เพนท์ติ้ง เอ็กซิบิชั่น” นิทรรศการแห่งความสุนทรีย์กลับมาอีกครั้ง และยังคงความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับ “แป๋ม” ชฎาทิพ จูตระกูล นายหญิงแห่ง บริษัท สยามพิวรรธน์ จํากัด ผู้บริหารสยามพารากอน จัดแสดงผลงานศิลปะ ภาพวาดแนวแอ็บสแต็รก ที่ไม่เคยนำไปจัดแสดงที่ใดมาก่อน โดยในงานเปิดนิทรรศการเมื่อค่ำวันก่อนบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ได้รับเกียรติจาก “น้อง”  กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธาน

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

วรกร จาติกวณิช-ฝนทิพย์ วัลยะเสวี 

     พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ และคนรักศิลปะ ที่มารวมตัวร่วมชมผลงานคอลเลกชั่นพิเศษนี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ “คุณหญิงต้น” ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว. อภิรดี จันทรวิโรจน์, ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา, “เจ” วรกร จาติกวนิช, ฝนทิพย์ วัลยะเสวี, บุปผา กิ่งชัชวาลย์, กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน, สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา, เมตตา ตันติสัจจธรรม, สรัล โชติสรยุทธ์, โศรยา บุนนาค, ชญาภา จูตระกูล, คณชัย เบญจรงคกุล  เป็นต้น

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน-สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา-เมตตา ตันติสัจจธรรม

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

 ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล-ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา

     ครั้งนี้ นาการา ใช้เวลาร่วม 1 ปี ในการทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานสุดวิจิตรบรรจง ผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์ โดยรายละเอียดมีการนำสี Synthetic Enamel มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับแผ่นเงิน แผ่นทอง เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และจินตนาการผ่าน ฝีแปรงด้วยความพิถีพิถันตั้งใจ เกิดเป็นผลงานศิลปะภาพวาดที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีพลังแห่งสีสันที่สร้างมิติความสะดุดตา (Impact) และการตีความที่หลากหลาย แต่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวความรู้สึกอันไม่จบสิ้นนั้นได้ ตามแต่จินตนาการของผู้ที่มีโอกาสชื่นชมและเข้าถึงผลงานศิลปะเหล่านี้ โดยภาพวาดทั้งหมด นารากาย้ำว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจใดๆ อันเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการถ่ายทอดอารมณ์จิตวิญญาณและจินตนาการผ่านผลงานศิลปะด้วยความรักในการวาดรูปอย่างเต็มเปี่ยม เฉกเช่นเดียวกับความรักในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นอย่างแท้จริง

เผยตัวตนและจิตวิญญาณ

สรัล โชติสรยุทธ์- โศรยา บุนนาค

    โดยผลงานลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่นำมาจัดแสดงจำนวน 37 ภาพ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักงานศิลปะสามารถจับจองได้ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบผ้าพันคอลายพิเศษ 2 แบบ เพียงแบบละ 10 ผืน ราคาผืนละ 5,000 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายมอบให้ศิริราชมูลนิธิช่วยเหลือด้านการรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พฤศจิกายนนี้ ที่ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้นเอ็ม สยามพารากอน

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300654

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ไทย, ฉลองสัมพันธ์, ญี่ปุ่น, เพลง, ดนตรี, ฮาราลด์ ลิงค์

สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานเฉลิมฉลองวาระพิเศษโดยเลือกดนตรีเป็นสื่อประสานฉลองความสัมพันธ์อันยาวนาน

   ไทยและญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีงามและมั่นคงมาอย่างยาวนาน ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศครบ 130 ปี สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานเฉลิมฉลองวาระพิเศษโดยเลือกดนตรีเป็นสื่อประสานฉลองความสัมพันธ์อันยาวนาน เชิญวงรอยัลแบงคอกซิมโฟนีออร์เคสตรา (RBSO – Royal Bangkok Symphony Orchestra) จัดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ “บทเพลงสองแผ่นดิน” ณ ซันตอรี ฮอลล์ หอแสดงดนตรีระดับโลกใจกลางกรุงโตเกียว โดยมี ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการแสดง เมื่อเร็วๆ นี้

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

     ซีฮีโอฝรั่งหัวใจไทย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม ซึ่งให้การสนับสนุนดนตรีคลาสสิกในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า ดนตรีคลาสสิกเป็นศิลปะการดนตรีที่งดงาม ประเทศที่เจริญแล้วทุกประเทศ ล้วนต้องมีวงซิมโฟนีออร์เคสตราเป็นของตัวเอง การที่วง RBSO ได้รับเชิญให้มาแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นในวาระพิเศษครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของนักดนตรีทุกคน เพราะทำให้ชาวต่างชาติที่มาชมการแสดงได้รู้จักวงซิมโฟนีออร์เคสตราของประเทศไทยมากขึ้น

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์

    ค่ำคืนของการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อสานสัมพันธไมตรีอันดีงามระหว่างสองประเทศ ภายใต้การควบคุมวงของ โคจิ คาวาโมโต วาทยกรชาวญี่ปุ่น เริ่มขึ้นด้วยการบรรเลงบทเพลง “Serenity” อันไพเราะ ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเป็นครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ บทเพลงนี้ ทรงใช้ประกอบการแสดงแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 ที่ผ่านมา ต่อด้วยการแสดงดนตรีของสองศิลปินชาวไทยคือ ภูมิ พรหมชาติ นักเปียโนดาวรุ่งชาวไทยที่กำลังก้าวไกลระดับโลก กับการเล่นเปียโนคอนแชร์โตนัมเบอร์ วัน ของโชแปง ตามด้วย กิตตินันท์ ชินสำราญ นักร้องเสียงเบสบาริโทนชาวไทยที่มีผลงานการแสดงทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

บทเพลงสานมิตรไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี

ภูมิ พรหมชาติ-นันทินี แทนเนอร์

     ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ คือ การนำบทเพลงชื่อ “Fantasia on Themes of His Majesty King Bhumibol Adulyadej” ซึ่งเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วยเพลง แสงเดือน, แก้วตาขวัญใจ, แว่ว, ค่ำแล้ว, สายฝน, ลมหนาว, ชะตาชีวิต และไกลกังวล ที่ได้รับการเรียบเรียงโดยศิลปินนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น โนริโอะ มาเอดะ มาบรรเลงอย่างไพเราะอีกครั้ง ปิดท้ายการแสดงคอนเสิร์ตอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ “ยวนยาเหล” ตามด้วย “สุกี้ยากี้” เพลงฮิตที่คุ้นหูชาวไทยและชาวญี่ปุ่นซึ่งสื่อถึงสัมพันธภาพและความผูกพันที่ยาวนานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/300526

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

คนดังนำมายึดปฎิบัติเพื่อการดำเนินชีวิตในทางถูกต้องและมีความสุข

          เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงครองราชย์ให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขตลอด 70 ปี และได้ทรงสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่พสกนิกรไทยที่ได้เรียนรู้จากพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส แนวคิดจากพระราชปรัชญา บทเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรที่ท่านได้ทรงปฏิบัติเป็นต้นแบบมาโดยตลอด ในการนี้ กลุ่มบูติคนิวซิตี้ฯ นำโดย ประวรา เอครพานิช กรรมการผู้จัดการ บมจ. บูติคนิวซิตี้ จัดโครงการ “70 เยียส์ ออฟ เมมโมรีส์” โดยเชิญคณะผู้บริหาร อาทิ ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมด้วย ปณิธาน-ประวรา เอครพานิช นอกจากนี้ยังมีบุคคลจากวิชาชีพต่างๆ กว่า 70 ท่าน อาทิ ปัทมวดี เสนาณรงค์, อรชุมา ดุรงค์เดช, เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาส, ตวงทิพย์ ณ นคร, ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์, อรวไล สวัสดิ์พานิช, วินรัตน์ ศันสนะเกียรติ, พญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์, โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, ภิรวดี ชูประวัติ, อวัสดา ปกมนตรี และ ภูวนาท คุนผลิน มาร่วมน้อมรำลึกถึงคำสอนของพ่อหลวง “70 ปี แห่งความทรงจำ” ที่จะนำมายึดปฎิบัติสืบต่อไปเพื่อการดำเนินชีวิตในทางถูกต้องและมีความสุข

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา

         เริ่มจาก ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา เผยว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาของโลก” เศรษฐกิจพอเพียงคือ ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน การดำเนินชีวิต ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ ปรัชญาเศรษกิจพอเพียงที่พระราชทานให้คนไทยนี้ นับว่าเป็นปรัชญาของโลกที่สามารถใช้ได้ทุกชาติ ทุกศาสนา และใช้ได้ตลอดกาล ไม่ต่างจาก ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ที่ยึดข้อคำสอน “ต้องรู้จักให้ รับ และส่งต่อความดีสู่สังคม“ คือไม่ใช่แค่เอื้อให้ธุรกิจของเราเจริญก้าวหน้าไป แต่จะเอื้อให้สังคมเติบโตไปพร้อมธุรกิจ รู้จักให้ รู้จักรับ รู้จักส่งต่อความดีไปสู่สังคมด้วยกัน ด้าน ประวรา เอครพานิช ประกาศชัด “เราจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก เหมือนที่พระองค์ท่านเป็นต้นแบบที่ดีแก่ชาวไทย“ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงรับผิดชอบต่อประชาชนของพระองค์ แนวทางที่นำมาใช้คือการรับผิดชอบต่อองค์กร และครอบครัว เป็นต้นแบบให้กับลูกในเรื่องของความรับผิดชอบและการแบ่งปันเป็นเรื่องสำคัญ

70 ปีแห่งความทรงจำน้อมนำตามคำสอนพ่อ

โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

          ส่วน โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา  “บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันยิ้มสู้” ขณะที่ เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาส ใช้คำสอนในข้อ “ความซื่อสัตย์“ สำหรับ ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัทออแกไนเซอร์ อย่าง ตวงทิพย์ ณ นคร ประกาศความตั้งใจว่า “เมื่อใดที่เรามีโอกาส เราจะตอบแทนคุณแผ่นดินเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน” สำหรับนักตกแต่งภายใน อรวไล สวัสดิ์พานิช เผยว่า “พระองค์ท่านทรงสอนว่า…ความดีคือพื้นฐานของการดำเนินชีวิต” มาถึงพิธีกรชื่อดัง ภูวนาท คุนผลิน ใช้แนวทางที่ว่าหาก “เจอปัญหาต้องตั้งสติและทำความเข้าใจกับปัญหา จึงจะพบทางแก้” สุดท้าย พญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์ ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเตือนสติตัวเองอยู่เสมอ “ให้เรานับถือความรู้ของผู้อื่นด้วยถึงจะประสบความสำเร็จ”

          ทั้งนี้สามารถติดตามคลิปได้ทางเพจ Guy Laroche  BTNC C&D GSP Lofficiel BTNC Jousse Paris

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299885

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง…ในดวงใจนิรันดร์”

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทยผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ และเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ตระหนักถึงการดำรงตนเป็นคนดี ตามพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานไว้ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จึงสร้างสรรค์โครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์สามเรื่องชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง…ในดวงใจนิรันดร์” โดย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาชื่อดัง พรพิพัฒ ลักษณะสุต, อลงกต เอื้อไพบูลย์ และ ราจิต แสง-ชูโตพร้อมเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, LINE TV รวมทั้งสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ โดยในวันงานเปิดตัวมีคนดัง อาทิ ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ, ภัทศา งามจิตรสุขศรี, รวิสรา สมะลาภา ปรัชญา มีบำรุง, รุจนา อุทัยวรรณ์ และ ชญาน์ทัต วงศ์มณี ตบเท้าเข้านั่งชมด้วยความความชื่นชม ที่ โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันก่อน

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ

ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า โครงการภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ โดยเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เพลง “ค่ำแล้ว”, “Echo” (เอคโค) และ “ในดวงใจนิรันดร์” มาเป็นแรงบันดาลใจและแนวคิดของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง โดยเนื้อหาของภาพยนตร์ชุดนี้ทางบริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้กำกับทั้ง 3 ท่าน ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ตามแนวทางของแต่ละท่านอย่างเต็มที่ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทำเพื่อคนไทยนั้น เราทุกคนได้น้อมนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนพระองค์ท่านยังทรงอยู่กับเรา ทรงอยู่ในใจประชาชนชาวไทยตลอดเวลาพร้อมมุ่งหวังให้ประชาชนที่ได้ชมภาพยนตร์ชุดนี้ ได้รับแนวคิดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตและเป็นคนดีของสังคมไทย ตามแนวคำสอนที่ถ่ายทอดมาจากพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจ ตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์
สำหรับภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบด้วยเรื่อง “ค่ำแล้ว” กำกับโดย พรพิพัฒ ลักษณะสุต ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” ขับร้องโดยสุภัทรา  โกราษฎร์ “แว่วเสียง” กำกับโดยอลงกต เอื้อไพบูลย์ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “Echo”(เอคโค) ขับร้องโดย จารุวรรณ บุญญารักษ์ และ “ในดวงใจนิรันดร์” กำกับโดยราจิต แสง-ชูโต ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” ขับร้องโดย “ป๊อด” ธนชัย อุชชิน

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

อลงกต เอื้อไพบูลย์-พรพิพัฒ ลักษณะสุตอลงกต

พรพิพัฒ ลักษณะสุต เผยแนวคิดที่ต้องการสื่อสารผ่านภาพยนตร์สั้น เรื่อง “ค่ำแล้ว” ว่า “เพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว” เป็นเพลงที่มีลักษณะเพลงกล่อม(lullaby)จึงตีความเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในแต่ละสถานการณ์ ผ่านเรื่องราวของ 4 ครอบครัวที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยในค่ำคืนเดียวกันที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งแม้ว่าแต่ละเรื่องจะมิได้กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยตรง แต่ได้สอดแทรกสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอนไว้ให้คนดูได้ฉุกคิด โดยสัญลักษณ์ของ ‘ค่ำแล้ว’ คือ ดวงจันทร์ เปรียบเสมือนแสงที่ส่องนำใจ ให้คนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เลือกเดินไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อตัวเองครอบครัวและสังคม”
อลงกต เอื้อไพบูลย์ เล่าถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์สั้นเรื่อง “แว่วเสียง” ว่าต้องการให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่นได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านดนตรี จึงเลือกทำภาพยนตร์สั้นที่มีกลิ่นอายของมิวสิควิดิโอ ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (เอคโค) ในเวอร์ชั่นนี้ ก็มีท่วงทำนองที่ทันสมัย เข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย โดยนำเรื่องราวทั้ง 4 เหตุการณ์ที่เห็นในชีวิตประจำวัน อย่างนักเรียนที่ละเลยการเรียน วัยรุ่นยกพวกตีกัน คนขับรถปาดหน้ากัน เจ้าหน้าที่รับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างมาสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของคนที่กำลังจะทำความผิด และได้ยินเสียงแว่วมาจากฟ้า ทำให้คนเหล่านั้นฉุกคิดถึงคำสอนของพ่อในอดีตที่เคยสอนให้เป็นคนดี ทำให้พวกเขากลับใจที่จะไม่กระทำความผิดนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอนพวกเราเสมอว่า ทุกคนมีความดี และจงนำความดีนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

วุฒินันต์-วฤตดา ภิรมย์ภักดี

ราจิต แสง-ชูโต ถ่ายทอดมุมมองของภาพยนตร์ เรื่อง “ในดวงใจนิรันดร์” ว่าตั้งใจที่จะให้ทุกคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้รู้สึกว่า แม้ในวันนี้ที่คนไทยทั้งประเทศจำต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไม่ได้ประทับอยู่กับพวกเราแล้ว แต่ยังทรงสถิตอยู่ในห้วงความคิดคำนึง ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ในทุกสายลม แสงแดด สายฝน ในทุกกิจกรรมและทุกจังหวะชีวิต ที่ร่วมกันก้าวเดินต่อไป โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์”ที่เนื้อร้องมีความหมายและอารมณ์ที่ตีความได้หลากมิติ นำมาร้อยเรียงเป็นภาพเพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและรู้สึกเสมือนหนึ่งว่า ในยามที่เราสูญเสีย เราก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพระเมตตากรุณาที่พระราชทานแก่คนไทยทุกคนตลอดมาและตลอดไป

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ

หลังจากชมภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้แล้วนั้น ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ กล่าวถึงความรู้สึกว่า ประทับใจภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง ที่สื่อให้รู้สึกเหมือนกับพระองค์ท่านทอดพระเนตรมาที่พวกเรา และประทับอยู่ใกล้ ๆ พวกเราคนไทยเสมอ และอิ่มใจกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งป็นหัวใจของการเดินเรื่อง และช่วยทำให้ภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความน่าสนใจมากขึ้น อย่างเรื่องค่ำแล้ว ที่สะท้อนให้เห็นว่าพ่อแม่ทุกคนหวังดีกับลูก และอยากเห็นลูกได้ดี ส่วนเรื่องแว่วเสียงเล่าถึงสิ่งที่พ่อสอนช่วยทำให้เกิดเสียงสะท้อนที่ก้องอยู่ในหูทุกครั้งที่คุณคิดจะทำอะไร อย่างเรื่องการรู้จักผิดชอบชั่วดี ซึ่งป็นสิ่งที่ทุกคนตระหนักอยู่ทุกลมหายใจ และจงเลือกทำให้ถูกต้อง ซึ่งนอกจากเป็นการทำเพื่อตัวเองแล้ว ยังส่งผลถึงประเทศชาติด้วย ส่วนเรื่องในดวงใจนิรันดร์นั้นทำให้นึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์ เมื่อชมภาพยนตร์ชุดนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกคิดถึงพระองค์ท่าน”

3 หนังสั้นทำคนดังน้ำตาริน

ภัทศา งามจิตรสุขศรี-รวิสรา สมะลาภา

แม่ลูกคู่สวย ภัทศา งามจิตรสุขศรี และ รวิสรา สมะลาภา บอกเล่าความซาบซึ้งและสิ่งที่ได้รับจากภาพยนตร์ชุดนี้ ว่า “ความที่เป็นแม่จึงกระทบใจกับเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง ค่ำแล้ว เป็นพิเศษ ซึ่งสื่อถึงความเสียสละของพ่อแม่ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหรือยากดีมีจนอย่างไร ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ความเหนื่อยไม่สามารถทำให้เราละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบของเราไปได้เลย ทำให้นึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ว่าพระองค์ท่านจะทรงงานเหน็ดเหนื่อยสาหัสขนาดไหน แต่พระองค์ท่านก็ไม่เคยละทิ้งประชาชน ชีวิตนี้ตั้งปณิธาณไว้ว่า จะตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้เขาเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด และสอนเขาให้รู้จักเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่แก่สังคม ดังนั้นถ้าพวกเราทุกคน ทุกบ้าน รู้จักที่จะคิดและสอนลูก รวมทั้งช่วยกันทำ เริ่มจากครอบครัวซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ของครอบครัว แต่เมื่อทำรวมกันหลายครอบครัวแล้ว ก็จะเป็นกำไรของสังคมอย่างมหาศาล
ส่วน รวิสรา สมะลาภา นิสิตสาวสวยรั้วจามจุรีบอกว่า  ประทับใจภาพยนตร์เรื่อง แว่วเสียงเพราะชื่นชอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (เอคโค) อยู่แล้ว รวมทั้งเนื้อหาในภาพยนตร์ก็เข้าถึงง่าย และสะท้อนปัญหาสังคมไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคอร์รัปชั่น และนักเรียนยกพวกตีกัน ซึ่งหากทุกคนฉุกคิดถึงคำสอนของพ่อก็จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร สำหรับตัวเองก็น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในชีวิต เช่น ความพอเพียง และการพอใจในสิ่งที่เรามี แต่พอเพียงสำหรับมุมมองของตัวเอง ไม่ใช่แค่เรื่องความประหยัด แต่ต้องสร้างประโยชน์อื่น ๆ ต่อไปด้วย เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม จริงๆ การเป็นคนดีเหมือนเป็นการส่งต่ออย่างหนึ่ง มีคนเคยบอกว่าสภาพแวดล้อมหล่อหลอมคน ถ้าเราอยู่ในสังคมที่เป็นคนดี เริ่มจากเราเป็นคนดี คนรอบข้างเราก็จะเป็นคนดี และถ้าทุกคนเป็นคนดี ก็จะช่วยพัฒนาสังคมให้ดีไปได้อีกขั้นหนึ่ง
ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์สามเรื่อง ชุด “ค่ำแล้ว  แว่วเสียง…ในดวงใจนิรันดร์” ที่สร้างจากแรงบันดาลใจจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Singha Corporation, LINE TV รวมทั้งสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์สั้น “ค่ำแล้ว”  https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147928915339643/ ภาพยนตร์ประกอบเพลง “แว่วเสียง” https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147906152008586/ ภาพยนตร์ประกอบเพลง “ในดวงใจนิรันดร์” https://www.facebook.com/SINGHAofficial/videos/1147914985341036/ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป