ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จไปทอดพระเนตรซุ้มดอกไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299870

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จไปทอดพระเนตรซุ้มดอกไม้

 ทูลกระหม่อมฯ, ปากคลองตลาด, ดอกไม้, พ่อ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่ฉายกับการจัดซุ้มดอกไม้

     ช่วงเช้าวันนี้ (23 ตุลาคม 2560 ) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่ฉายกับการจัดซุ้มดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ปากคลองตลาดผ่านแอพพลิเคชั่น “อินสตาแกรม” หรือ “ไอจี” ส่วนพระองค์ที่ใช้ชื่อว่า “nichax” พร้อมข้อความว่า ไปดูนิทรรศการ #ดอกไม้เพื่อพ่อ อีกที ซุ้มที่ 1 #คนไทย Thais #ปากคลองตลาด #ขอบใจที่ทำให้พ่อ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จไปทอดพระเนตรซุ้มดอกไม้

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299624

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ

การได้เข้าไปเป็นจิตอาสาและมีโอกาสเข้าไปบันทึกเรื่องราวถือเป็นเรื่องพิเศษในชีวิต

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

แม้ว่าคนไทยทุกคนจะไม่อยากให้การดำเนินงานก่อสร้าง “พระเมรุมาศเสร็จ” สิ้นลง เพราะนั่นหมายถึง หมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมถวายเสด็จสู่สวรรคาลัย ขยับใกล้เข้ามาทุกที ทว่าในอีกมุมก็มีคนไทยจำนวนไม่น้อยต่างเฝ้าจับตามองความงดงามของพระเมรุมาศ ในวันนี้ที่งานก่อสร้างพระเมรุมาศ สำเร็จพร้อมแล้ว  เว็บไซต์คมชัดลึก มีโอกาสได้คุยกับเซเลบริตี้จิตอาสางานพระเมรุมาศ แม้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ทุกคนล้วนยินดี เพื่อให้ภารกิจเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก ที่ได้รับเกียรตินี้ครั้งหนึ่งในชีวิต

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

เพ็ญสุภา คชเสนีย์

ไม่มีภารกิจใดยิ่งใหญ่เทียบเท่าพระราชกรณียกิจที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ทรงทำมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองสิริราชย์สมบัติ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ช่วยขับเคลื่อนงานพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นการถวายความจงรักภักดี ด้วยความที่ครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย จอมพลถนอม-ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เคยได้พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จากในหลวงรัชกาลที่ 9 “หน่า” เพ็ญสุภา คชเสนีย์ รวมถึงทุกคนในครอบครัวกิตติขจรจึงถูกปลูกฝังให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ วันก่อนเธอจึงพกพาฝีมือด้านศิลปะวาดรูประบายสีอยู่แล้วสมัครใจเข้ามาเป็นจิตอาสาระบายสีประติมากรรมรูปครุฑประดับพระเมรุมาศ เพื่อเป็นการน้อมส่งเสด็จพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดต่อปวงชนชาวไทยเป็นครั้งสุดท้าย
“หน่า” เพ็ญสุภา เผยถึงที่มาของการเป็นส่วนหนึ่งในงานพระราชพิธีครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ว่า ตั้งแต่ทราบข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ตัวเองและสมาชิกทุกคนในครอบครัวต่างเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาก็ไปเป็นทำกิจกรรมเพื่อเป็นการตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดรุ่นพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ศาลายา ได้ชักชวนไประบายสีครุฑประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ จึงรีบตกปากรับคำทันที นอกเหนือจากความภาคภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองเล็กๆ อยู่เบื้องหลังความงดงามของประติมากรรมรูปครุฑแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เพ็ญสุภาตั้งมั่นด้วยจิตแห่งความภักดีมาโดยตลอดนั้นคือการตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ทรงมีต่อครอบครัวของเธอเรื่อยมา
“ตั้งแต่จำความได้หน่าและครอบครัวได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ร.9 เรื่อยมา ตอนเป็นเด็กจำได้ว่าทุกวันงานครบรอบของคุณตาและคุณยาย ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบแต่งงาน หรืองานวันเกิด พระองค์ก็ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชานุญาตให้คุณตากับคุณยายเข้าเฝ้าฯ เสมอ ตอนที่คุณตาป่วยหนักเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 6 เดือนเต็ม พระองค์ก็ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงออกค่ารักษาพยาบาลให้คุณตาทั้งหมด หรือแม้แต่ชื่อ เพ็ญสุภา ในหลวง ร.9 ก็ทรงเป็นพระราชทานตั้งชื่อให้” เพ็ญสุภา เล่าด้วยความซาบซึ้ง พร้อมกับเผยทิ้งท้ายว่าทุกวันนี้ได้นำหลักคำสอนเรื่องความพอเพียงมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต มีแค่ไหนก็ใช้เท่านั้น ไม่ฟุ้งเฟ้อ สร้างความสุขที่แท้จริงในชีวิตด้วยการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้คนสังคมและประเทศชาติ

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

ศักดิ์ชัย กาย

อีกหนึ่งจิตอาสาความสามารถรอบกาย “ศักดิ์” ศักดิ์ชัย กาย เผยว่า เวลาที่มีวิกฤติทางสังคมก็จะเห็นพลังของคนไทยมาช่วยเหลือกันตลอดเวลา แต่นี่ไม่ใช่วิกฤติ แต่เป็นเรื่องในฐานะของคนไทยมีใครบ้างที่ไม่อยากทำงานถวายพระองค์ท่าน ระดับความสามารถของเราก็ไม่ได้ถึงขั้นที่จะไปทำอะไรยิ่งใหญ่มาก แต่คิดว่าเราในฐานะคนทำหนังสือ อย่างแรกก็อยากจะบันทึกให้คนไทยได้รู้ว่างานพระราชพิธีครั้งนี้เป็นงานสุดยอดฝีมือของช่างสิบหมู่ เป็นการรวบรวมช่างทุกระดับชั้น ทั้งฝีมือช่างหลวง ช่างบ้าน เป็นงานรวบรวมงานประณีตศิลป์ครั้งสำคัญต้องบันทึก และเล่าให้แก่คนไทยได้รับรู้ จึงอยากทำหนังสือเบื้องหลังในพระราชพิธี พอตั้งใจที่จะทำ จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องทำอย่างไรจึงไปสมัคร และทำหนังสือไปที่กรมศิลปากรว่าจะทำหนังสือเบื้องหลังในพระราชพิธี โดยตัวเองขออาสาไปทำในส่วนที่ทำได้ ด้วยความอยากรู้ว่าพระโกศไม้จันทน์ ไม้จันทน์เป็นอย่างไร คุณสมบัติอย่างไร การลงรักปิดทอง การบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระที่นั่งต่างๆ พระราชรถ เขาทำกันอย่างไร ชอบงานช่างจึงขอมีส่วนร่วม เพราะความอยากรู้ อีกทั้งได้เรียนรู้ เพื่อที่จะนำความรู้มาเขียนได้อย่างถูกต้อง

“หากเราจะเล่าเรื่องก็ต้องทำการค้นคว้า จิตอาสาครั้งนี้เราอยากทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่ว่าเป็นงานแบบไหนก็ได้ ซึ่งโชคดีที่ได้มีโอกาสทำในหลายๆ อย่าง ทั้งงานไม้ งานลงรักปิดทอง ราชรถ ปักผ้า งานเสบียง แต่เราก็ต้องประเมินความสามารถของเราเองไม่ให้เกินความสามารถของเราเอง แม้ทำไม่ได้ก็ขอไปดูว่าทำอย่างไร และก็ได้มีโอกาสทำ อย่างงานไม้ งานพระโกศไม้จันทน์ ปกติเราทำงานศิลปะที่หลากหลาย และประดิษฐ์เครื่องดนตรี อย่างซออู้ประดับหอยมุก ก็ได้ช่วยทำงานได้บ้างเมื่อได้เป็นจิตอาสาได้ความรู้หลายอย่าง อาทิ การลงรักปิดทองตอนแรกคิดว่า เราน่าจะทำได้ แต่พอไปทำแล้วไม่ใช่เลย พอเห็นของจริงกลายเป็นเรื่องของโบราณราชประเพณีทำกันอย่างไร งานลงรักปิดทอง งานช่างทอง งานไม้ งานปั้น ได้ไปดูอาจารย์ที่มีฝีมือทำงานปั้น เขียนลาย และเทคนิคต่างๆ หรือการใช้ไม้จันทน์ประกอบเป็นพระโกศ ซึ่งเราไม่สามารถไปเรียนได้จากที่ไหน ซึ่งจิตอาสาแต่ละคนเป็นยอดฝีมือ เราเป็นเพียงจิตอาสาตัวเล็กๆ การได้เข้าไปเป็นจิตอาสาและมีโอกาสเข้าไปบันทึกเรื่องราวถือเป็นเรื่องพิเศษในชีวิต” ศักดิ์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ช่างภาพฝีมือดี ทิ้งท้ายว่า หากไม่ได้เข้ามาในฐานะการทำหนังสือบันทึกเรื่องราว เป็นเพียงประชาชนทั่วไปก็จะทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่เราช่วยได้ เช่น ในพระราชรถอย่างการหาวัสดุหรือแบ่งเบาอะไรได้ก็ช่วย นี่คือคำว่าจิตอาสา มีจิตที่อาสา ไม่ระบุว่าต้องทำอะไร ช่วยเหลืออะไรได้ก็ทำ เป้าหมายของทุกคนคือร่วมกันจัดงานพระราชพิธีครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่และสมเกียรติถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 การเป็นจิตอาสาครั้งนี้ได้ทำหน้าที่คนไทยคนหนึ่ง นอกเหนือจากนี้คือได้ความเป็นสิริมงคลที่อยากถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นด้วย

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

พริดา ลิมปานนท์

ออกตัวเบาๆ ว่ายังไม่ถึงขั้นเป็นจิตอาสา เพราะมีโอกาสได้เข้ามาช่วยงานพระเมรุมาศในส่วนงานศิลปะระบายสีฉากบังเพลิงดอกบังและดอกมณฑาทิพย์ รวมถึงงานระบายสีองค์ครุฑเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นก็เป็นช่วงเวลาที่  “ปิ๋ม” พริดา ลิมปานนท์ รู้สึกภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ โดยก่อนลงมือทำจะตั้งจิตอธิฐานถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9
“เป็นนิสิตเก่าจุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ และเคยมีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นับว่าเป็นเกียรติอันสูงสุดของชีวิต กระทั่งครั้งนี้เมื่อได้ทราบจากสื่อต่างๆ ว่ารับสมัครจิตอาสาเพื่อให้มาร่วมงานศิลปกรรม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้ว่าจะเป็นช่วงหลังๆ แล้ว แต่เพราะอยากถวายความจงรักภักดีและความรักที่มีต่อพระองค์ จึงเข้ามาช่วยระบายสีฉากบังเพลิงด้านใน ส่วนที่เป็นของดอกมณฑาทิพย์ ซึ่งมีสีทองกับสีครีม และกลีบดอกบัว ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญทางพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รวมลงสีครุฑด้วย วินาทีที่จะจรดแปรงทาสีลงบนผลงาน ตัวเองได้ตั้งจิตอธิฐานถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า ขอถวายงานครั้งนี้แด่พระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นพ่อของคนไทยทั้งแผ่นดิน จากนั้นก็พยายามตั้งสมาธิไม่ให้ตัวเองประหม่าและตื่นเต้นขณะที่ลงสี ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เรียนศิลปะมาด้วยตรงแต่ด้วยความตั้งใจพยามทำให้ดีที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วในขั้นตอนการลงสีนั้นจะมีเจ้หน้าที่คอยแนะนำอยู่ตลอด จึงไม่รู้สึกกดดันอะไรเลย” พริดา เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงแห่งความปีติ พร้อมกับขอบพระคุณคณะอาจารย์ช่างสิบหมู่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้

“จิตอาสาแต่ละคนเป็นยอดฝีมือ
เราเป็นเพียงจิตอาสาตัวเล็กๆ
การได้เข้าไปเป็นจิตอาสา
และมีโอกาสเข้าไปบันทึกเรื่องราว
ถือเป็นเรื่องพิเศษในชีวิต…”

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกคือสิ่งที่ดีไซเนอร์สาว “ปลาเข็ม” กรัชเพชร อิสสระ สัมผัสได้ในการร่วมเป็นจิตอาสา เจ้าตัวเล่าว่าถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ตัวเองและคุณแม่ “จุ๋ง” ศรีวรา อิสสระ มีโอกาสไปร่วมเป็นจิตอาสาช่วยตัดและแปะกระดาษทองย่นที่ส่วนต่างๆ ของงานพระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวง เช่น ผนังพระเมรุมาศ ตัวพญานาค เชิงบันได เป็นต้น ไปช่วยเป็นสัปดาห์ตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงตี 3 เพราะรู้สึกว่าอะไรที่สามารถทำได้ก็อยากทำแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามไป ส่วนตัวประทับใจในพระองค์ท่านทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นพ่อของแผ่นดิน การเป็นต้นแบบที่ดี การเป็นนักคิดนักพัฒนา เราเป็นพสกนิกรตัวเล็กๆ คนหนึ่งอยากเดินตามรอยพระองค์ท่านทุกอย่างเลย เริ่มจากการเป็นคนดีของสังคม หรืออย่างพระองค์ท่านทรงใช้หลักพระพุทธศาสนามาปกครองประเทศ เราก็อยากเจริญรอยตามด้วยการรักษาศีลและทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป รวมถึงการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายสมถะ ถ้าทำได้แบบนี้ถือว่าชีวิตมีความสุขแล้ว

เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ เซเลบฯ จิตอาสางานพระเมรุมาศ 

มณีสุดา ศิลาอ่อน

เช่นเดียวกับนักประชาสัมพันธ์สาว “เอ็ม” มณีสุดา ศิลาอ่อน ที่ถ่ายทอดความตั้งใจให้ฟังว่า เย็นวันที่ 28 กันยายน มีผู้ใหญ่ที่รับถือชักชวนให้เข้าไปร่วมงานจิตอาสาพระเมรุมาศ รู้สึกเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีส่วนร่วมถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายจึงไม่รีรอที่จะรับอาสาภารกิจสำคัญนี้ บางคนอาจได้ใกล้ชิดกับพระองค์ท่านในด้านอื่นๆ แต่ตัวเองได้มีโอกาสทำส่วนเล็กๆ จึงรีบชวนลูกๆ ที่เพิ่งเลิกเรียนไปพร้อมกัน เห็นหลายคนเข้ามาทำงานอย่างไม่บ่นว่าเหนื่อย มีแต่รอยยิ้ม บรรยากาศดูขลัง ทำไปอยากร้องให้ไป ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่อยากให้มีวันนี้แต่อีกใจก็อยากเป็นส่วนหนึ่งกับงานครั้งประวัติศาสตร์
“บอกลูกว่าคนที่มีโอกาสมาทำตรงนี้ถือว่าเป็นบุญนะ ให้ตั้งจิตอธิษฐานนึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทำให้พวกเรา เราช่วยกันติดกระดาษสีต่างๆ ลงบนกระดาษทองย่นตามแม่แบบ บางส่วนมีเศษที่ต้องตัดให้เรียบร้อย แล้วเอากระดาษสีมาติดให้ตรงกับลาย ยิ่งละเอียดยิ่งต้องมีสมาธิ จริงๆ แค่ได้ก้าวไปตรงนั้นก็เหมือนไปอีกโลกหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าได้ไปแล้วเป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิต ทราบมาว่าปกติพระเมรุมาศช่วงเปลี่ยนรัชกาลจะไม่ให้เก็บไว้เลย แต่งานนี้ได้ข่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเปิดให้ประชาชนเข้าไปชมเป็นเดืิอนเลย” นักประชาสัมพันธ์สาว กล่าว
ท้ายที่สุดแล้ว มณีสุดา ยอมรับว่า ทุกครั้งที่ไปสนามหลวงเหมือนได้อยู่ใกล้ๆ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.59 ได้ไปร่วมแจกขนมประชาชน มีโอกาสได้ใช้ชีวิตส่วนหนึี่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่สนามหลวงยังไม่มีอะไร จนมีเต็นท์พักรอ จนวันนี้รื้อเต๊นท์แล้ว เห็นพระเมรุมาศ เห็นความเป็นไปของท้องสนามหลวงตลอด เป็นความรู้สึกไปแล้วอยากไปอีกอย่างไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อ แค่รู้สึกอยากใกล้พระองค์ท่านและมีส่วนร่วมให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้สามารถถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังฟังว่ามีประชาชนรักพระองค์ท่านมากมายเพียงใด
เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก คงเป็นคำจำกัดความของการเป็นจิตอาสาของพวกเขาได้ดีที่สุด…. 

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299441

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

ซาบซึ้ง สุดประทับใจ น้อมส่งเสด็จฯ อย่างยิ่งใหญ่ โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โต้โผจัดงานฟรีคอนเสิร์ต “Still On My Mind” The Acoustic night (Tribute to the great king)  Presented by Thai Beverage  พร้อมดึง “เบิร์ด” เอกชัย เจียรกุล  คนไทยคนแรกที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ์อันซาบซึ้ง  “ชะตาชีวิต”  พร้อมฝึกฝนตัวเองจนสามารถไปคว้ารางวัลสูงสุดคือ  “แชมป์กีต้าร์คลาสสิกโลก”  ร่วมกันจัดงานฟรีคอนเสิร์ตบทเพลงพระราชนิพนธ์ ถ่ายทอด 17 บทเพลง เรียบเรียงใหม่พร้อมศิลปิน อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, ดา เอ็นโดรฟิน, หนึ่ง จักรวาร, เก่ง ธชย, เกล โสพิชา, วงสวนพลู พร้อมออร์เคสต้าเต็มวง ฯลฯ รวมกว่าร้อยชีวิต   นอกจากนั้นยังได้รับเกียรติจาก แชมป์กีตาร์คลาสสิคระดับโลกรายการ GFA  อย่าง Gabriel Bianco  และ  Rovshan Mamedkuliev บินตรงมาจากประเทศฝรั่งเศสและรัสเซีย มาแสดงพลังในครั้งนี้ ที่โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ เมื่อวันก่อน

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

กมลนัย ชัยเฉนียน – เอกชัย เจียรกุล-นิติกร กรัยวิเชียร

ภายในงาน กมลนัย ชัยเฉนียน  ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่าเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เผยแพร่และสืบสานอัจฉริยภาพทางดนตรี ให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจเราตลอดไป จึงได้จัดงานนี้ขึ้น เปิดงาน  เป็นการบรรเลงเสียงกีตาร์คลาสสิคโดย เบิร์ด-เอกชัย เป็นหลัก ลักษณะ Acoustic Version ไม่มีเครื่องดนตรีไฟฟ้าประกอบ  และโชว์การเดี่ยวกีตาร์ประชันร่วมกับวง Orchestra กว่า 50 ชีวิต รวมถึง  Featuring กันระหว่างนักร้องคุณภาพระดับประเทศ เป็นการเล่นร่วมกันที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก ซึ่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ในคอนเสิร์ตครั้งได้นักประพันธ์อันดับต้นๆของประเทศไทย อย่าง คุณณรงค์ ปรางเจริญ ในฮอลล์จึงได้สัมผัสถึงบทเพลงที่คุ้นหูอยู่แล้ว ในรูปแบบที่แปลกออกไป

สดุดีบทเพลงแห่งแผ่นดิน ชวนซาบซึ้งไปนิรันดร์

ด้านลำดับการแสดงทั้ง 17 บทเพลง 1. เพลง Love in Spring ลมหนาว 2. เพลง Love รัก 3. เพลง Maha Chulalongkon มหาจุฬาลงกรณ์  4. เพลง  Magic Beams แสงเดือน  5. เพลง Oh I Say (Jazzy Version)  6. เพลง Royal Guard March (in March Styles) มาร์ช ราชวัลลภ  7. เพลง When (Jazzy free Styles) ไกลกังวล 8. เพลง Love at Sundown (Jazzy free Styles) ยามเย็น 9. เพลง Natural Waltz (Waltz virtuoso) 10. เพลงสายฝน  11. เพลง H.M.Blues ชะตาชีวิต 12. เพลง Still On My Mind ดวงใจนิรันดร์ 13. เพลง ความฝันอันสูงสุด 14. เพลง Smiles ยิ้มสู้ 15. เพลง แว่ว วงสวนพลู 16. เพลง Candlelight blues แสงเทียน และ 17. เพลง ตามรอยพระราชา
ยิ่งใหญ่ ประทับใจ ชวนตราตรึง สมกับความตั้งใจที่จะทำให้เป็นค่ำคืนนี้ เป็นค่ำคืนที่บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจปวงชนชาวไทยตลอดไป

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299006

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวง ร. 9 ในรูปแบบจิตรกรรมผสมผสาน

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด นำโดย “แป๋ม” ชฎาทิพ จูตระกูล ร่วมกับ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล จัดแสดงนิทรรศการ “กราบ สักการะ” โดย ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ นำเสนอผลงานพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในรูปแบบจิตรกรรมผสมผสานเทคนิคกระบวนการของงานภาพพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบ สื่อให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับการกราบ สักการะ ซึ่งถือเป็นการแสดงความคารวะอย่างสูงสุดตามคติความเชื่อแบบชาวตะวันตก โดยได้รับเกียติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี พ.ศ.2554 กล่าวเปิดงานพร้อมร่วมชมนิทรรศการ บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน
ศ.ถาวร กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตรง แต่สิ่งที่ทำได้คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนที่รักและเคารพพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีความสุข ซึ่งการนำลผลงานทั้ง 20 ชิ้นนี้มาแสดง คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้คนรักในหลวง ร.9 ทุกคนเห็นแล้วมีความสุข

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์

“ผลงานทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงมีการเลือกเฟ้นรูปทรงของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติมาเป็นสัญลักษณ์แทนความเคารพนบน้อมตลอดจนเข้าใจและเข้าถึงสัจธรรมความเป็นจริงของทุกสรรพสิ่ง ที่ล้วนต้องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ เถาวัลย์ ก้อนหิน ฯลฯ ซึ่งสัญลักษณ์ที่แฝงไว้ในผลงานล้วนมีความหมายเชื่อมโยงถึงในหลวงชัชกาลที่ 9 อาทิ ดวงเทียนและเปลวไฟ เปรียบเสมือนพระองค์ท่านผู้ทรงเป็นดั่งดวงประทีปส่องทางให้แก่ปวงชนชาวไทย ขณะที่รูปทรงภูเขาสีทอง เป็นสัญลักษณ์แห่งพระบารมีอันสูงส่ง และพระราชหฤทัยอันหนักแน่น ส่วนร่องรอยหยดไหลของสีทอง เปรียบได้กับน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ รินล้นให้ความร่มเย็นสู่พสกนิกรชาวไทยมาตลอด 70 ปี” ศิลปินเจ้าของผลงาน กล่าว

น้อมกราบสักการะในหลวง ร.9

ชฎาทิพ จูตระกูล

นิทรรศการนี้ยังได้รับเกียติจาก อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2536 นำกวีนิพนธ์ชุด “ทศพิธราชธรรม” จำนวน 50 บทที่ประพันธ์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากพระจริยวัตรอันสูงส่ง สง่างาม ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื้อหาคำกวีสอดรับกับแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม พรรณาถึงความเป็นมหาราชผู้ทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมอันยิ่งใหญ่ ในรูปแบบกาพย์ยานี 11 ขับขานราชธรรม 10 ประการ ได้แก่ ทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม โน้มนำให้ถ้อยความจากตัวอักษรและเส้นสีจากภาพวาดสอดประสานไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ นิทรรศการ “กราบ สักการะ” จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ บริเวณไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/299009

ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน

 พระองค์โสมฯ ทรงเปิดงาน “STILL ON MY MIND ในดวงใจนิรันดร์”

 ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปยัง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทรงเป็นประธานเปิดงาน “สติลล์ ออน มาย มายด์…ในดวงใจนิรันดร์” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถ่ายทอดผ่าน 9 กิจกรรมตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ โดยมีคณะผู้บริหาร เช่น สุทธิชัย จิราธิวัฒน์, คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ,  ปรีชา เอกคุณากูล, ปกรณ์ พรรธนะแพทย์, มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รัตนา จิราธิวัฒน์ นรพัลลภ, วัลยา จิราธิวัฒน์, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา  เฝ้ารับเสด็จฯ

 ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน

ในการนี้ ทอดพระเนตรการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยชมรมดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งหมด 3 บทเพลง ได้แก่ เพลง สติลล์ ออน มาย มายด์  ขับร้องโดย ธนชัย อุชชิน, กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์, เพลง พ่อแห่งแผ่นดิน เพลง เสียงหนึ่ง ขับร้องโดย ขับร้องโดย กิตตินันท์ ชินสำราญ ร่วมกับ มัชฌิมา มีบํารุง และร่ายบทกวีเพื่อถวายความอาลัย โดย จิระนันท์ พิตรปรีชา จากนั้น ทรงเปิดงาน “ในดวงใจนิรันดร์” จัดแสดงนิทรรศการธนบัตร เหรียญกษาปณ์ แสตมป์ ในสมัยรัชกาลที่ 9 และประติมากรรม 33 ผลงาน, นิทรรศการภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 99 ผลงาน รวมถึง นิทรรศการ ธ สถิตในธรรมนิรันดร์

 ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน

ปรีชา เอกคุณากูล-มัชฌิมา มีบํารุง-มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล-รัตนา จิราธิวัฒน์ นรพัลลภ-จิระนันท์ พิตรปรีชา-ปกรณ์ พรรธนะแพทย์

ปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับเลือกจากรัฐบาล โดย กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยทางศูนย์ฯ ได้จัดเตรียมสถานที่ และเตรียมให้บริการประชาชนทั้งเรื่องอาหาร การแพทย์ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 22.00 น. ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

 ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน

พิชัย จิราธิวัฒน์ (กลาง) และเหล่าศิลปิน

กิจกรรม “STILL ON MY MIND ในดวงใจนิรันดร์” ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดินนี้ ภายในศูนย์ฯ จะบานสะพรั่งด้วยดอกดาวเรืองนับหมื่นดอก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธี ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคม 2560 และวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ขอเชิญประชาชนร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ได้ตั้งแต่เวลา 9.00-22.00 น. ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

พ่อหลวงในดวงใจ…อเวย์ส ออน มาย มายด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/298568

พ่อหลวงในดวงใจ…อเวย์ส ออน มาย มายด์

4 ศูนย์การค้ารวมใจภักดิ์จัดนิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9

พ่อหลวงในดวงใจ...อเวย์ส ออน มาย มายด์

ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ประชาชนคนไทยก็ยังคงรักและอาลัยต่อการสวรรคตของพระองค์ และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้กับ  70 ปี แห่งการครองราชย์ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงปกครอง ดูแลบรรเทาทุกข์ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชนบทห่างไกล หรือแม้แต่พื้นที่อันตราย ทรงช่วยเหลือประชาชนคนไทยไปทั่วราชอาณาจักรและทุกภาคส่วน อีกทั้งพระจริยวัตรที่ยังคงงดงามในทุกๆ ด้านของพระองค์ ก็ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจคนไทยไม่เสื่อมคลาย 4 ศูนย์การค้า ได้แก่ เทอร์มินอล21 อโศก, เทอร์มินอล21 โคราช, แฟชั่นไอส์แลนด์ และ เดอะ พรอมานาด รามอินทรา จึงรวมใจภักดิ์จัดนิทรรศการ “พ่อหลวงในดวงใจ..อเวย์ส ออน มาย มายด์”  การจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงสถิตย์อยู่ในใจของประชาชนคนไทยทั้งชาติ ชื่นชมและตราตรึงใจไปกับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าที่อยู่เหนือกาลเวลา ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนเสด็จสู่สวรรคาลัย

พ่อหลวงในดวงใจ...อเวย์ส ออน มาย มายด์

 ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าทั้ง 4 แห่ง  เผยถึงการจัดงาน นิทรรศการ “พ่อหลวงในดวงใจ..อเวย์ส ออน มาย มายด์” เผยว่าจะบอกเล่าเรื่องราวในทุกช่วงเวลาสำคัญในพระชนม์ชีพ ชุด พ่อหลวงในดวงใจ..ขณะทรงพระเยาว์ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ จากปี ค.ศ. 1934 พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า), สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, ชุด พ่อหลวงในดวงใจ..ในพระราชอิริยาบทส่วนพระองค์ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา ในพระราชอิริยาบถ อันอบอุ่นและประทับใจมากมาย  และสุดท้าย ชุด พ่อหลวงในดวงใจ..พระราชกรณียกิจพระบรมฉายาลักษณ์ในอดีต เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ รวมทั้งหมู่บ้านแถบชนบทในปี 2514, ปี 2516 และปี 2517

พ่อหลวงในดวงใจ...อเวย์ส ออน มาย มายด์

ร่วมชื่นชมพระบารมีและน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์อันทรงคุณค่า ในนิทรรศการ  “พ่อหลวงในดวงใจ อเวย์ส ออน มาย มายด์”  ได้ที่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก, ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และ ศูนย์การค้าเดอะพรอมานาด รามอินทรา ระหว่าง วันที่ 2-29 ตุลาคม และ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 โคราช ระหว่าง วันที่ 4-29 ตุลาคม 2560 นี้ โดยทั้ง 4 ศูนย์การค้า ได้มีไฮไลต์เป็นการประดับดอกดาวเรืองอย่างงดงามถึง 999 ดอก

แสงแห่งรักและภักดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/298451

แสงแห่งรักและภักดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน

13 ต.ค.ชวนชาวไทยร่วมร้องเพลง “แสงแห่งรัก” ที่ ธ.ออมสิน ทั่วประเทศ

แสงแห่งรักและภักดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน

 ร.ท.ภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา

ในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ธนาคารออมสินจัดงานแถลงเปิดตัวโครงการ “แสงแห่งรัก” เชิญชวนชาวไทยร่วมสร้างปรากฏการณ์แห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผ่านบทเพลง “แสงแห่งรัก” และร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัยพร้อมกัน ที่ธนาคารออมสินทั่วประเทศ ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมนี้
บรรยากาศงานแถลงข่าวเนืองแน่นไปด้วยประชาชนมากมายที่มารอฟังบทเพลงพิเศษ “แสงแห่งรัก” ขับร้องโดย “เก่ง” ธชย ประทุมวรรณ และ “สุ” สุนารี ราชสีมา พร้อมเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, “มิค” ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, “นิ้ง” กนกรส กิตติขจร, “อั๋น” ร.ท.ภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา “อาร์ม” กรกันต์ สุทธิโกเศศ ฯลฯ 

แสงแห่งรักและภักดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน

ชาติชาย พยุหนาวีชัย

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน ในฐานะธนาคารที่ถือกำเนิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงตั้งเจตจำนงที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ อีกทั้งเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ผ่านโครงการ “แสงแห่งรัก”
“ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมในโครงการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางบทเพลง “แสงแห่งรัก” ซึ่งสามารถมีส่วนร่วมในเอ็มวี ในรูปแบบของตัวเองเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกหรือแชร์บนสื่อโซเชียลได้, การจุดเทียนแสงแห่งรักผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน http://www.gsb.or.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ GSB Society โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงจุดเทียนออนไลน์ประทานเป็นแสงแรก และกิจกรรมจุดเทียนแสงแห่งรัก ที่ธนาคารออมสินทั่วประเทศ ในวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 16.30-20.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาเสด็จไปทรงเป็นประธาน ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ โดยในเวลา 19.19 น. จะเป็นช่วงเวลาที่เริ่มทยอยจุดเทียน เป็นรูปแสงเทียนแห่งรัก ซึ่งถ่ายทอดสดผ่านทางแฟนเพจ GSB Society ช่วงเวลาประมาณ 18.00–20.00 น. ด้วย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แจงรายละเอียด

แสงแห่งรักและภักดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน

ณัฏฐกรม์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

2 พี่น้อง “มิ้งค์” ณัฏฐิ์ประภา-“มิค” ณัฏฐกรม์ กล่าวว่า ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง “แสงแห่งรัก” ทำเอาน้ำตาไหล รู้สึกคิดถึงพระองค์ท่าน และคิดถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านได้ทำไว้มากมาย ซึ่งหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือโรงเรียนจิตรลดา ที่นี่ทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักมากเพียงใด

แสงแห่งรักและภักดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน

สุนารี ราชสีมา-ธชย ประทุมวรรณ

ขณะเดียวกัน “อั๋น” ร.ท.ภวัตพงศ์ ในฐานะทหารของพระราชา กล่าวว่า เนื่องจากตัวเองเกิดมาในราชสกุล ทุกคนในครอบครัวล้วนปลูกฝังให้รัก เทิดทูนและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และในฐานะที่รับราชการทหารก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทดแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งผมภูมิใจที่ได้เกิดใต้ร่มพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/298188

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

การผสมสานระหว่างศาสตร์พระราชากับประสบการท้องถิ่น

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

          เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนนำร่องของโครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ  มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น รองผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการฯ โดยมีคณะทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ  คิริลล์ มิเคโลวิช บาร์สกี้ ออท.สหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย, แพทริค ซิวิยู วาโมโต ออท.สาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย, แมรี่ โจ เอ. แบร์นาโด -อารากอน ออท.วิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย, คริสเตียน เรเรน บาร์เกตโต ออท.สาธารณรัฐชิลีประจำประเทศไทย, โจอาคิม อามารัล ออท.สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย, พอล โรบิลลิอาร์ต ออท.ออสเตรเลียประจำประเทศไทย, ซะอีดะฮ์ มุนา ตัสนีม ออท.สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย และ กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ ออท.สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย เป็นต้น เข้าร่วมงานที่บริเวณ เอ็มโพเรียม แกลอรี ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เมื่อวันก่อน

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

ยุทธศักดิ์ สุภสร-มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น

         ในงาน ยุทธศักดิ์ สุภสร  กล่าวว่า โครงการตามศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นการผสมผสานระหว่างแผนการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ตามแนวคิด “Local Experience” หรือ “ประสบการณ์ท้องถิ่น” ที่มุ่งให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจจากการเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งได้รับจากวิถีชุมชนต่างๆ กับ “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งเป็นหลักในการทรงงานกับชุมชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ที่ปวงชนชาวไทยได้ซึมซับมาโดยตลอด นำไปสู่การจัดการการท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นโครงการดังกล่าวจึงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทางหนึ่งด้วย

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ ให้ความสนใจนิทรรศการ

         โครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ได้เลือกพื้นที่นำร่องในการเข้าไปดำเนินโครงการ จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนริมน้ำจันทบูร จังหวัดจันทบุรี, ชุมชนบ้านปงห้วยลาน จังหวัดเชียงใหม่, ชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร และชุมชนท่องเที่ยวบ้านหนองส่าน จังหวัดสกลนคร ซึ่ง ททท. คาดว่า โครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” จะสามารถสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งผ่านการจัดการรอบด้าน อาทิ การอนุรักษ์ทรัพยากร การรักษาวิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว การจัดการเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการจัดการด้านสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยการพัฒนาจะเน้นให้ชุมชนร่วมคิด ร่วมทำด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งความสำเร็จในพื้นที่ชุมชนนำร่อง 4 แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

กษัตริย์จิกมีฯ ทรงร่วมพิธีในเทศกาลทุรคาบูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/297916

กษัตริย์จิกมีฯ ทรงร่วมพิธีในเทศกาลทุรคาบูชา

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมพิธีทางศาสนา เนื่องในเทศกาลทัศอิน หรือทุรคาบูชา

       สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมพิธีทางศาสนา เนื่องในเทศกาลทัศอิน หรือทุรคาบูชา ของศาสนาฮินดู และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ประชาชนที่นับถือศาสนาฮินดู เข้าเฝ้าฯ และทรงฉายพระรูปลงปฏิทินหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2560 ณ พระราชวังลิงกานา กรุงทิมพู ราชอาณาจักภูฏาน

สังสรรค์เฮฮาประสาหญิงเก่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/297767

สังสรรค์เฮฮาประสาหญิงเก่ง

รวมพลผู้บริหารหญิงเก่งทรงอิทธิพลชั้นแนวหน้าแห่งแวดวงธุรกิจของเมืองไทย

       นับเป็นการรวมตัวของเหล่าผู้บริหารหญิงเก่งทรงอิทธิพลชั้นแนวหน้าแห่งแวดวงธุรกิจของเมืองไทย ในงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Women’s Power Dinner” ซึ่งศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ โรเฌร์ วิวีเยร์ ในเครือ พีพี กรุ๊ป โดยสองผู้บริหาร “ปิ่น” สุวดี พึ่งบุญพระ และ “โอ” โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ จัดขึ้น เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และแนวคิดการบริหารงานของผู้บริหารหญิงชั้นแนวหน้า ที่บ้านพักส่วนตัว “แอ๊ว” ศุภลักษณ์ อัมพุช ย่านถนนกรุงเทพกรีฑา

สังสรรค์เฮฮาประสาหญิงเก่ง

 โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์-ศุภลักษณ์ อัมพุช-สุวดี พึ่งบุญพระ

       “แอ๊ว” ศุภลักษณ์ ประธานกรรมการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ เผยความรู้สึกว่า ดีใจเป็นอย่างมากที่ได้อยู่ท่ามกลางสาวเก่งและแกร่งแถวหน้าของเมืองไทย วันนี้ด้วยพลัง ความมุ่งมั่น ทุ่มเท ที่ทุกท่านมีให้แก่องค์กร ทำให้วันนี้เมืองไทยมีเศรษฐกิจและสังคมที่ก้าวหน้ามั่นคง มาช่วยกันนำเอาพลังหญิงของท่านมาช่วยทำให้เมืองไทยน่าอยู่สำหรับลูกหลานของสืบต่อไป

สังสรรค์เฮฮาประสาหญิงเก่ง

สิรี อุดมฤทธิรุจ-ทยา ทีปสุวรรณ

       ขณะที่หนึ่งในผู้บริหารหญิงชั้นนำของไทยร่วมดินเนอร์มื้อพิเศษ “อีฟ” ทยา ทีปสุวรรณ ผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์ เผยถึงคำนิยามหญิงเก่งมีได้หลากหลายรูปแบบแต่จะเก่งคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทีมงานที่ดี ที่สำคัญที่สุดเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีใจให้กับสิ่งที่ทำด้วย ถ้าเก่งแล้วไม่ได้มีวิสัยทัศน์กับสิ่งที่ทำ การทำงานก็จะไม่มีความสุข สำคัญที่สุดรักในสิ่งที่ท ำมีความสุขกับการทำงาน ดูแลคนรอบตัวให้ดีที่สุด แบ่งเวลาให้ดี ให้คุ้มค่า ทำทุกอย่างเต็มที่ ชีวิตจะลงตัวและมีความสุข

สังสรรค์เฮฮาประสาหญิงเก่ง

ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิช-อัจฉรา บุรารักษ์-อลิสา พันธุศักดิ์

       ด้าน “นุ่น” ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิช ผู้บริหาร บลู ริเวอร์ ไดมอนด์ บอกว่า ผู้หญิงเก่งเปรียบเสมือนเพชรที่มีประกายในตัวเอง ชีวิตเราก็อยากจะมีความสุขกับครอบครัวของเรามากที่สุด งานเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้งานและครอบครัวเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าในแง่ของกายภาพ แต่ในเรื่องของจิตใจจะต้องผ่านอะไรเยอะ เช่น ท้อง เลี้ยงลูก อันนี้สอนให้ผู้หญิงเป็นผู้นำ เป็นบทเรียนที่สอนให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น

สังสรรค์เฮฮาประสาหญิงเก่ง

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ-อรธิรา ภาคสุวรรณ-จิตรดี พูลวรลักษณ์

       ภายในงานยังมีผู้บริหารหญิงชั้นนำของไทย อาทิ “ลิซ่า” จิตรดี พูลวรลักษณ์, “ตุ๊ก” ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, “เอ๋” ดร.ฐิติกร ธีรพัฒนวงศ์, “มุก” เพลินจันทร์ วิญญรัตน์, “ด๋อย” สิรี อุดมฤทธิรุจ, “จ๋า” อลิสา พันธุศักดิ์, “ขวัญ” สู่ขวัญ บูลกุล, “ปลา” อัจฉรา บุรารักษ์, “แบงก์” กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งความพิเศษภายในงานยังมีการจัดแสดง รองเท้ารุ่น Iconic ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี กับความคลาสสิกที่สุดของแบรนด์อย่าง เบลล์ วิวีเยร์ ที่ครองใจและเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในเหล่าผู้หญิงเก่ง