Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

“ซุปเปอร์มาร์เก็ต บ้านนา” ชาวบ้านขนผลผลิตสดๆถูกๆวางขายกันริ่มทุ่ง (ชมคลิป)

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301506

“ซุปเปอร์มาร์เก็ต บ้านนา” ชาวบ้านขนผลผลิตสดๆถูกๆวางขายกันริ่มทุ่ง (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.19 น.

ที่ จ.สุรินทร์ ‘ซุปเปอร์มาเก็ต แห่งท้องทุ่งนา’  ฟีเวอร์!! อเมสซิ่ง พ่อค้า แม่ค้า ชาวบ้านชุมชนบ้านหนองใหญ่-บ้านสวายพึง ขนผลผลิตปลอดสารพิษ ตามฤดูกาลจากธรรมชาติล้วนๆ กุ้ง หอย ปู ปลา เป็นๆดิ้นได้ และผัก ผลไม้ อาหารสดพื้นบ้านอีกเพียบ  จนทุกคนต้องแวะซื้อเพราะมันถูกมากๆ

ชาวบ้านในหลายหมู่บ้านของ ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กว่า 20 ราย รวมกลุ่มกันนำข้าวของที่ตนเองหาได้จากท้องทุ่งนา ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวมาวางขายกับแบบเรียบง่าย ข้างทางถนนลาดยางระหว่างบ้านหนองใหญ่-บ้านสวายตาพึง ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักระหว่าง อ.ปราสาท กับ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อวางขายพืชผัก ผลไม้และผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งอาหารพื้นบ้านและอาหารสด เช่น กุ้งฝอยเต้นสดๆ ปลาซิว ปลากระดี่ ปลาไหลตัวใหญ่ๆ ปลาช่อน ปลาดุกนา หนูนา กบ ที่หาได้ในท้องทุ่งนาและจากท้องถิ่นให้กับบรรดาพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์สัญจรผ่านไป-มา สามารถสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้านที่ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างสะท้อนวิถีการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงสอนไว้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สินค้าอาหารพื้นบ้านที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านนำมาวางขายมีให้เลือกซื้อกันหลากหลาย ราคาเริ่มต้นเพียง 5 บาท แพงสุดไม่เกิน 150 บาท เช่น ผักบุ้งนา ผักอีออม สลิด ถั่วพูล กำละ 5 บาท กล้วยหวีละ 20 บาท ปลาร้า-ปลาจ่อม ถุงละ 20 บาท ปลาช่อนแดดเดียว ผักป่า ผักพื้นบ้าน ถั่วฝักยาว รวมทั้งมะพร้าว ข้าวต้มมัด ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม เมนูเด็ดที่ถือว่าขายดีที่สุดและได้รับความนิยมจากลูกค้าที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมากในช่วงนี้เห็นจะหนีไม่พ้น ปลาช่อน ก.ก.ละ 80 บาท หนูนา ตัวละ 100-150 บาท กุ้งฝอยสดๆแก้วละ 20 บาท และหอยถุงละ 20 บาท สร้างรายได้งามให้ชาวบ้านวันละ 400-500 บาทต่อราย

นักท่องเที่ยวชาว จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนและครอบครัวเดินทางมาจาก อ.ห้วยเถลง จ.นครราชสีมา มาจอดตลาดสดบ้านทุ่ง ขายกันแบบบ้านๆก็เลยจอดรถแวะเลือกซื้อ ได้หอยมาหลายถุง เห็นมันสดจากท้องทุ่งนา น่าอร่อย ซื้อเอาไปทำอาหารรับประทานเองและเอาไปฝากญาติ ราคาก็แสนจะถูกเพียงถุงละ 20 บาท 3 ถุง 50 บาท

ยายกอ จันทร์เด่น 59 ปี ชาวบ้านต.หนองใหญ่ กล่าวว่า มีรายได้จากการขายของ ประมาณวันละ 200-300 บาท ไข่เป็ด เป็ดเลี้ยงเอง ส่วนหนูนา ตาก็ไปหามาให้ขาย บางอย่างก็รับชาวบ้านมาขายบ้าง

ด้าน นางสุดทอง เพ็งแจ่ม อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ต.หนองใหญ่  กล่าวว่า ตลาดชุมชนข้างทาง กม.ที่ 39 ถนน ปราสาท-ช่องจอม  ระหว่างบ้านหนองใหญ่-บ้านสวายตาพึง ต.หนองใหญ่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  ชาวบ้านจะเริ่มมาขายช่วงได้ปลา ก่อนการเกี่ยวข้าวหอมมะลิ เพราะมีน้ำอุดมสมบูรณ์เต็มไร่นา ทำให้มี กุ้ง หอย ปู ปลา หนูนา กบ เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านก็จะหาด้วยวิธีการดักไซ ยิงกบ ยิงหนูนา และหาเก็บหอย ผักต่างๆตามท้องทุ่งนามาวางขาย พอมีรายได้วันละ 400-500 บาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาพสุดประทับใจ!ทหาร-ตร.300นาย ส่ง’ตูน’สิ้นภารกิจ3จังหวัดชายแดนใต้ (ชมคลิป)

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301488

ภาพสุดประทับใจ!ทหาร-ตร.300นาย ส่ง'ตูน'สิ้นภารกิจ3จังหวัดชายแดนใต้ (ชมคลิป)

ภาพสุดประทับใจ!ทหาร-ตร.300นาย ส่ง’ตูน’สิ้นภารกิจ3จังหวัดชายแดนใต้ (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.47 น.

6 พ.ย. 60 จากกรณีที่  นายอาทิวราห์ คงมาลัย “ตูน บอดี้สแลม” ออกวิ่งระดมเงิน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาล ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “ก้าวคนละก้าว” โดยเริ่มต้นวิ่งจากใต้สุดแดนใต้ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ไปสิ้นสุดที่สุดเขตแดนเหนือ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยระยะทาง 2,191 กิโลเมตร โดยเริ่มวิ่งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นมา

ล่าสุด โลกออนไลน์แชร์ภาพปนะทับใจจากเพจเฟซบุ๊ก “กลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้” ระบุ “เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจกว่า 300 นาย เรียงแถวให้กำลังใจส่งท้ายภารกิจดูแลเส้นทางพี่ตูน ณ เกาะหม้อแกง รอยต่อเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี เข้าสู่พื้นที่จังหวัดสงขลาต่อไป พี่ตูนขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ดูแลตลอดเส้นทางวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ #ก้าวคนละก้าว #พี่ตูน #เบตงแม่สาย #โรงพยาบาล11แห่ง” พร้อมเผยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปฎิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ให้กับนักร้องดังตลอดการวิ่ง “ก้าวคนละก้าว” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเจ้าหน้าที่กว่า 300 นายต่างยืนหน้ากระดานแถวเดี่ยว ห่างกัน 2 ช่วงแขน พร้อมปรบมือแสดงความชื่นชม และกล่าวคำว่า “พี่ตูนสู้ๆ” เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักร้องคนดังจนกว่าจะวิ่งสำเร็จ

เจ้าหน้าที่ทุกนาย ที่มุ่งมั่นปฏิบัติงาน ตลอด 5 วันที่ผ่านมา โดยไม่ได้พักผ่อน เพื่อสนับสนุนคนดี ทำกิจกรรมดีๆ ต่อสังคมไทย รวมถึงชื่นชมกับสิ่งที่คนดี คนนี้ ทำให้คนทั้งประเทศได้ทราบว่า ดินแดนที่ใช้กฎหมายพิเศษผืนนี้ “ไม่ได้เลวร้าย อย่างที่หลายๆท่านคิดกัน” / ขอบคุณ ผบ.ฉก.ทพ.43” อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวโซเชียลมีเดียเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจนักร้องคนดังเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งซาบซึ้งใจกับภาพดังกล่าวที่ได้ชม

ขอบคุณภาพ ข้อมูล : กลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม็อบคนจนบุกร้องUN จี้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301485

ม็อบคนจนบุกร้องUN จี้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต

ม็อบคนจนบุกร้องUN จี้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.43 น.

6 พ.ย. 2560 เวลาประมาณ 09.30 น. ที่หน้าอาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เครือข่ายสลัม 4 ภาค นำโดยนางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จัดกิจกรรมรวมตัวชุมนุมกันเนื่องในวันที่อยู่อาศัยสากล (World Habitat Day) ประจำปี 2560 รวมตัวกันเพื่อยื่นข้อเสนอการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย เนื่องในวันที่อยู่อาศัยสากล ถึงนายอังตอนีอู กูแตรีช เลขาธิการยูเอ็น ผ่านนายโอมาร์ ซิสดิคิว เจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนประจำเอเชียแปซิฟิก ยูเอ็น เพื่อขอให้ยูเอ็นใช้ความพยายามทุกวิถีทางกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลไทยเคารพต่อสิทธิที่อยู่อาศัยของคนยากจนและมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของคนจนเมือง

น.ส.วิมล ถวิลพงษ์ ตัวแทนเครือข่ายชุมชนผู้อยู่อาศัยใต้สะพานทั่วกรุงเทพฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ คนจนรู้สึกกังวลมากกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาทิ เรื่องการรักษาพยาบาล ที่มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีการปรับลดสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตร 30 บาท ตนจึงกลัวว่าต่อไปอาจนำไปสู่การยกเลิกบัตร 30 บาท ทำให้คนจนจะต้องกลับไปขอรับการรักษาด้วยสิทธิผู้ป่วยอนาถาอย่างเดิมอีก จนอาจถูกเลือกปฏิบัติได้ เช่น ถ้าคนรวยกับคนจนมาโรงพยาบาลพร้อมกัน แพทย์อาจจะเลือกรักษาคนรวยก่อน เป็นต้น

น.ส.วิมล กล่าวต่อไปว่า ขณะที่การแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งสืบเนื่องมาจากการลงทะเบียนคนจนนั้น พบว่าการนำบัตรไปใช้จริงทำได้ยาก เช่น การบังคับให้ต้องไปซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า ทั้งที่ร้านดังกล่าวไม่ได้มีจำนวนมากเพียงพอ จึงเกิดความไม่สะดวกขึ้น อีกทั้งยังไม่เป็นการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนทั่วไปอย่างการจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาด

ตัวแทนเครือข่ายชุมชนผู้อยู่อาศัยใต้สะพาน ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นโยบายจัดระเบียบต่างๆ ของ กทม. ได้ส่งผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะการรื้อย้ายชุมชนริมคลอง ที่ กทม. เตรียมมาตรการเยียวยาไว้เฉพาะลำคลองสายหลักไม่กี่แห่ง แต่เวลารื้อจริงกลับรื้อทั่วไปหมดทั้งคลองเล็กคลองซอยต่างๆ เช่นเดียวกับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย หรือแม้แต่การเก็บของเก่าขาย วันนี้ก็แทบทำไม่ได้แล้ว

“รัฐบาลพยายามจะเอารถขยะไปเก็บเอง ไม่ให้เราเก็บ แล้วซาเล้งจะไปหากินได้ที่ไหน พยายามออกกฎทุกอย่าง กทม. พยายามจะเอาหน่วยงานรัฐไปเก็บเอง แล้วคนจนจะไปทำอะไรกิน ตั้งแผงลอยก็ไม่ได้ เก็บของเก่าก็ไม่ได้ อย่างถ้าไปออกบนถนนก็โดนตำรวจจับ บอกกีดขวางการจราจร ไม่ว่าตอนเช้าหรือตอนกลางคืน จะผลักดันให้เราไปเป็นโจรหรือ พอเป็นโจรก็โดนจับ หาว่าติดยาเสพติด โดนอีก” น.ส.วิมล กล่าว

เช่นเดียวกับ นายสิทธิชัย คำประสิทธิ์ ตัวแทนชุมชนท่านเลียบ หลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่กล่าวว่า ชุมชนของตนถูกทางผู้บริหาร สจล. ขอคืนพื้นที่ทั้งหมดเพื่อจะนำไปสร้างเป็นโรงเรียนนานาชาติ ทั้งที่จุดประสงค์ของเจ้าของที่ดินเดิมที่บริจาคที่ดินให้ สจล. คือต้องการให้เป็นสาธารณประโยชน์ของทุกคน ซึ่งหากทาง สจล. นำไปก่อสร้างโรงเรียนทั่วไป ชาวชุมชนก็ยินดี แต่การก่อสร้าง ร.ร.นานาชาติ ที่ค่าเล่าเรียนหลักแสนบาทนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ย่อมไม่ได้ประโยชน์อะไรเพราะไม่สามารถส่งบุตรหลานเข้าเรียนได้

“ที่ผ่านมาเราพยายามขอเจรจากับทางผู้บริหาร สจล. รวมถึงร้องเรียนไปยังภาครัฐหลายหน่วยงาน ซึ่งเราขอแบ่งที่ดินออกมาเพียง 7 ไร่จากทั้งหมดเดิม 30 ไร่ ก็ยังพออยู่กันได้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ เท่าที่ทราบคือมีแนวคิดจะให้เราย้ายไปอยู่ใกล้วัด ตรงนี้เราก็คาดว่าน่าจะเป็นวัดอนงคาราม แต่แถวนั้นก็มีชุมชนอยู่แล้ว จะให้เราไปอยู่ได้อย่างไร หรือจะต้องไปไล่ชุมชนตรงนั้นให้เกิดปัญหาใหม่อีกหรือเปล่า” นายสิทธิชัย ระบุขณะที่ นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค อ่านแถลงการณ์โดยระบุว่า รัฐบาล คสช. ได้ออกนโยบายกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของคนจนอย่างมาก ทั้งคนจนในชนบท อาทิ คำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 นโยบายทวงคืนผืนป่า รวมถึงนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ทำให้คนจนในชนบทที่ใช้ประโยชน์จากป่าเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเดิมต้องถูกผลักดันออกมา เช่น ทุกวันนี้หากไปดูที่ จ.เชียงใหม่ จะเห็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ต้องละทิ้งถิ่นฐานอพยพออกจากป่าจากเขา เข้ามาอยู่ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่มากขึ้น

นางนุชนารถ กล่าวต่อไปว่า ส่วนคนจนในเมืองนั้นต้องเผชิญกับนโยบายการจัดระเบียบต่างๆ อาทิ ชุมชนริมคลองริมแม่น้ำ เช่น คลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร จำนวน 11,000 ครัวเรือน รวมถึงชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระอีก 250 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังออกกฎหมายห้ามมีบ้านเรือนปลูกสร้างริมน้ำอีกในอนาคต ซึ่งกรณีกฎหมายนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะชุมชนริมน้ำในเมืองเท่านั้น แต่อาจส่งผลไปยังหมู่บ้านชาวเลทั่วประเทศด้วย

ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค ยังกล่าวอีกว่า ด้านโครงการพัฒนาของรัฐ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทาง กทม. – หนองคาย  รถไฟทางคู่ เส้นทาง สุราษฎร์ธานี – สงขลา และรถไฟชานเมือง เส้นทาง รพ.ศิริราช – ตลิ่งชัน ที่รัฐบาลพยายามดำเนินการทั้งที่ยังไมได้ข้อยุติด้านผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะมีประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสิ้นราว 7,000 ครัวเรือน หรือโครงการพัฒนาย่านเศรษฐกิจใหม่ทั้งของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และการท่าเรือแห่งประเทศไทย มูลค่ารวมทั้ง 2 โครงการอยู่ที่เกือบ 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกับชุมชนคลองเตย ชุมชนย่านพระราม 3 นอกจากนี้ โครงการพัฒนาของรัฐยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อคนจนทั่วประเทศ เพราะเจ้าของที่ดินเดิมจากที่เคยให้ชาวบ้านเช่าที่ดินในราคาไม่แพง เมื่อมีโครงการพัฒนาย่อมเกิดการเก็งกำไรที่ดิน การนำที่ดินไปลงทุนหรือนำไปขาย ทำให้เจ้าของที่ดินไม่อนุญาตให้ชาวบ้านอยู่อาศัยอีกต่อไป

ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล

1.ต้องสนับสนุนที่ดินของรัฐนำมาแก้ปัญหาให้คนจนเมือง เช่น ที่ดินสาธารณะ ที่ดินของรัฐวิสาหกิจต่างๆ นำมาแบ่งปันให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัยได้ในระยะยาว
2.ต้องสนับสนุนงบประมาณและกระบวนการเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนตามนโยบายบ้านมั่นคง ที่ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

3.ตั้งกลไกแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามหน่วยงานที่กำกับนโยบาย เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีรัฐมนตรีประจำกระทรวงเป็นประธานแก้ไขปัญหา

4.ขอให้ยกเลิกกฎหมายหรือกฎระเบียบต่างๆ ที่กระทบต่อคนจนเมือง โดยเฉพาะคำสั่งคณะปฏิวัติที่ 44/2502 ที่ตัดสิทธิ์การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของประชาชน และคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องด้วย และ 5.ขอให้ผ่อนปรนหรือแก้ไขกฎหมายกฎระเบียบต่างๆ เช่น กฎหมายผังเมืองและควบคุมอาคาร เพื่อให้เอื้อต่อการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ของคนจนเมืองบนที่ดินขนาดเล็กตามนโยบายบ้านมั่นคง

สำหรับวันที่อยู่อาศัยสากล หรือ World Habitat Day นั้น องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ “วันจันทร์แรกในเดือนตุลาคม” ของทุกปี เป็นวันดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของที่อยู่อาศัยกับคนยากจน สำหรับประเทศไทย “เครือข่ายสลัม 4 ภาค” เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ให้สังคมไทยและรัฐบาลไทยรับรู้ปัญหามาตลอดทุกปี ทั้งนี้ ในปี 2560 เนื่องด้วยเดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่คนไทยน้อมถวายอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ทางเครือข่ายฯ จึงได้เลื่อนการจัดกิจกรรมมาเป็นวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.2560

วิมล ถวิลพงษ์

วิมล ถวิลพงษ์
สิทธิชัย คำประสิทธิ์

สิทธิชัย คำประสิทธิ์
นุชนารถ แท่นทอง

นุชนารถ แท่นทอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! ทีมแพทย์ลุยสอบสวนโรค พิสูจน์‘ผีปอบนาบง’

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301478

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! ทีมแพทย์ลุยสอบสวนโรค พิสูจน์‘ผีปอบนาบง’

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! ทีมแพทย์ลุยสอบสวนโรค พิสูจน์‘ผีปอบนาบง’

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.32 น.

สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งทีมสอบสวนโรค พร้อมนักจิตวิทยาลงพื้นที่ลุยสอบ “ผีปอบนาบง” หาสาเหตุการเสียชีวิตของชายฉกรรจ์ที่แท้จริง

จากกรณีชาวบ้านนาบง หมู่ที่ 3 , 8 และ 11 ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ลงขันให้ฤาษีคัมภีร์ คัมภีรปัญโญ จาก อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เข้ามาขับไล่และล้างอาถรรพ์ “ผีปอบนาบง” ที่เชื่อว่าหลุดออกมากัดกินตับไตไส้พุ่งของชายฉกรรจ์ จนทำให้มีคนเสียชีวิต ด้วยอาการผิดปกติ คือ มีเลือดออกทาง ปาก จมูก แขน บางรายหนักออกทางทวารหนัก ถึง 4 รายนั้น

ความคืบหน้า ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.60 นพ.ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้ นพ.ไพรัตน์ สงคราม นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน ฝ่ายสุขภาพจิตและประชาสัมพันธ์ เข้าสอบสวนโรค พร้อมทีมสาธารณสุขพื้นที่ ในวันนี้

เบื้องต้น ทีมแพทย์จะไปยังบ้านผู้ตาย และขอความร่วมมือจากนักจิตวิทยาทำการประเมินภาวะจิตใจของชาวบ้าน โดย นพ.ประวิตร กำชับให้ทีมแพทย์ที่ลงพื้นที่ต้องไม่ลบหลู่ความเชื่อของชาวบ้าน แต่ต้องให้เหตุและผลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเข้าใจ โดยเบื้องต้นมีรายงานว่ากลุ่มผู้เสียชีวิต 4 รายนั้น มี 2 ราย มีประวัติเป็นโรคฉี่หนู แต่เพื่อความชัดเจนก็จะต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง

นอกจากนี้มีรายงานว่า ภายหลังจากที่ชาวบ้านได้ทำพิธีกรรมไล่ผีปอบนาบง ช่วงเช้าวันนี้(6 พ.ย.60) พบว่า ชาวบ้านมีความสุขมากขึ้น เพราะเชื่อว่าผีปอบ และวิญญาณร้าย ถูกปราบและขับไล่ไปจนหมดแล้ว

ด้านนายประสิทธิ์ สิงหมาตย์ ผู้ใหญ่บ้านนาบง หมู่ที่ 3 กล่าวว่า ภายหลังทำพิธีชาวบ้านทุกคนก็มีขวัญกำลังใจมากยิ่งขึ้น เพราะชาวบ้านเชื่อ ตนก็เชื่อ เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เมื่อทีมแพทย์ลงพื้นที่ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่ฝากถึงการลงพื้นที่เกี่ยวกับในเรื่องของคำพูดที่ต้องระมัดระวัง ไม่ควรจะพูดลบหลู่พิธีกรรม แต่ต้องหาเหตุผลและอธิบายกับการรักษาสุขภาพที่ควบคู่กันไปจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

+ ซ้ำรอย’ปอบ’50ปี! ‘บ้านนาบง’ผวา ชายฉกรรจ์-หมา-แมว-ควาย เลือดออกปาก-ตูดตายเป็นเบือ

+ ปิดหมู่บ้านนาบง ล่า800‘วิญญาณร้าย-ผีปอบ’(ประมวลภาพ)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จดหมายถึงพี่ตูน! หนูอยากมีชีวิตต่อเพราะพี่วิ่ง หลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301477

จดหมายถึงพี่ตูน! หนูอยากมีชีวิตต่อเพราะพี่วิ่ง หลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

จดหมายถึงพี่ตูน! หนูอยากมีชีวิตต่อเพราะพี่วิ่ง หลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.31 น.

6 พ.ย. 60 เกิดเรื่องราวๆดีอีกแล้ว กับ “ตูน” อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องนำวงบอดี้สแลม ที่ได้โพสต์ภาพที่มีข้อความอินสตาแกรม @artiwara ระบุว่า ถึงพี่ตูน หนูชื่อ….นะค่ะ หนูป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนหน้านี้ หนูรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ไม่มีคุณค่าอะไรเลย แต่หนูเห็นในเพจก้าวที่พี่ตูนออกมาวิ่ง มาทำประโยชน์ให้คนอื่น มันทำให้หนูอยากมีชีวิตต่อ สร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น ให้ตนเองกลับมามีคุณค่าอีกครั้ง ขอบคุณจริงๆค่ะ

“ปัญหาสุขภาพเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามกว่าจะรู้สึกตัวก็อาจจะสายเกินไปเราจึงใช้การ “ก้าว”เป็นเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์ให้คนไทยทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพที่ไม่ใช่เพียงเพื่อสุขภาพของตัวเราเองแต่อาจหมายรวมถึงสุขภาพของทุกๆคนทุกคนที่เราพอจะช่วยได้ด้วยเงินคนละเล็กละน้อยที่จะทำให้ “ก้าวเล็กๆ” ของพวกเราได้รวมกันกลายเป็น “ก้าวยาวๆ” สักก้าวหนึ่ง…”เพจก้าว

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคให้กับโครงการดังกล่าว สามารถบริจาคผ่านทางช่องทางในการบริจาค ดังนี้

1.บัญชีรับบริจาค : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขารัชโยธิน

ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว) เลขที่บัญชี 111-393-5263 (กระแสรายวัน)

2.SMS : บริจาคครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099 (เฉพาะเครือข่าย AIS,DTAC และ True Move H ไม่หักค่าใช้จ่าย) หมายเหตุ : ทุกยอดเงินบริจาคไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

3. พร้อมเพย์ : โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ไปที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของมูลนิธิฯ 0994000005261 (โอนฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ต๋องผมจุก’สุดยอดเด็กกตัญญู 8ขวบเลี้ยงดูครอบครัว4ชีวิต (ประมวลภาพ)

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301409

'ต๋องผมจุก'สุดยอดเด็กกตัญญู  8ขวบเลี้ยงดูครอบครัว4ชีวิต (ประมวลภาพ)

‘ต๋องผมจุก’สุดยอดเด็กกตัญญู 8ขวบเลี้ยงดูครอบครัว4ชีวิต (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.15 น.

หนูน้อยผมจุก อายุ 8 ขวบ หัวใจแกร่งสุดยอดเด็กกตัญญู ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวรวม 4 ชีวิต ใช้เวลาทั้งก่อนและหลังเลิกเรียนปั่นจักรยานสามล้อไปขายในตลาด ชีวิตสุดเศร้าพ่อแม่แยกทางตั้งแต่แบเบาะ ต้องอยู่กับย่าและทวดที่ชราและป่วย เคยเห็นหน้าแม่ครั้งเดียวในชีวิต ผู้คนต่างชื่นชมในความขยันขนผักมาเท่าไหร่ช่วยกันซื้อหมดและให้เงินเกินกว่าราคาผักด้วยความสงสาร

หนูน้อยผมจุก อายุ 8 ขวบ หัวใจแกร่งสุดยอดเด็กกตัญญู ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวรวม 4 ชีวิต ใช้เวลาทั้งก่อนและหลังเลิกเรียนปั่นจักรยานสามล้อไปขายในตลาด ชีวิตสุดเศร้าพ่อแม่แยกทางตั้งแต่แบเบาะ ต้องอยู่กับย่าและทวดที่ชราและป่วย เคยเห็นหน้าแม่ครั้งเดียวในชีวิต ผู้คนต่างชื่นชมในความขยันขนผักมาเท่าไหร่ช่วยกันซื้อหมดและให้เงินเกินกว่าราคาผักด้วยความสงสาร

ด.ช.จาฏุพัจน์ ชีช้าง อายุ 8 ปี หรือชื่อเล่นที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า”ต๋อง”และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือไว้ผมจุก เป็นหนูน้อยหัวใจแกร่งและสุดยอดเด็กกตัญญูมีความรับผิดชอบเกินวัยและเกินตัวแม้จะตัวเล็กกว่าเด็กทั่วๆไปก็ตาม

เพราะทุกวันนี้ นอกจากจะกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านระโนด(ธัญเจริญ) แล้ว ต๋อง เป็นกลายเป็นเสาหลัก ซึ่งทำหน้าที่ออกไปหาเลี้ยงครอบครัวที่อยู่รวมกัน4ชีวิต ทั้งตัวของ ต๋อง นางวรรณีย์ ชีช้าง อายุ 54 ปีย่า คุณทวดชาย อายุ 94 ปี ซึ่งป่วยติดเตียง และคุณทวดหญิงอายุ 87 ปีที่ต้องนั่งๆ นอนๆ เพราะความชรา ภายในบ้านเลขที่ 28 หมู่ 6 ต.ระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา

และแทบทุกวัน ต๋อง จะเป็นคนปั่นรถจักรยานสามล้อเก่าๆ นำพืชผักสวนครัวที่ย่าปลูกไว้บริเวณบ้านมัดใส่ถุงออกไปขายที่ตลาดเมืองระโนด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านราว 1 กิโลเมตร และขายมานานหลายเดือนได้เงินครั้งละ 100-200 บาทแล้วแต่จำนวนผักที่นำไปขายซึ่งจะขายถุงละ 10 บาทเท่านั้น และขายหมดเกลี้ยงทุกครั้ง เพราะชาวบ้านจะช่วยกันซื้อและบางครั้งก็ให้เงินมากกว่าราคาผักที่ขายด้วยซ้ำเพราะความสงสารในความขยันความกตัญญูและความน่ารักของต๋องที่ตัวค่อนข้างเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกันและขี้อายยิ้มอย่างเดียว

นางวรรณีย์ ย่าของ ต๋อง บอกว่า ต๋องเริ่มออกไปขายผักตั้งแต่เริ่มเรียนชั้น ป.2 แทนคุณทวดชาย ซึ่งมีอายุมากและล้มป่วยปั่นจักรยานไม่ไหว ส่วนตัวเองก็มีปัญหาสุขภาพเช่นกัน จึงให้ ต๋องไปขายแทน บางวันก็ออกไปขายตั้งแต่ตี 5ก่อนไปโรงเรียน บางวันก็หลังเลิกเรียนและวันเสาร์อาทิตย์ก็มี แล้วแต่ว่า วันไหนจะมีผักหรือไม่ ขายเสร็จก็จะซื้อขนมซื้อของมาฝากย่าฝากทวด และในช่วงที่ตนไม่อยู่ ต๋องก็จะเป็นคนดูแลทวดทั้งสองคนแทน

นางวรรณีย์ บอกว่า ชีวิตของหลานชายคนนี้น่าสงสารมากเพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 8 เดือนและอยู่กับตนกับทวดมาตั้งแต่เกิด เคยเห็นหน้าแม่แค่ครั้งเดียวเมื่อปีที่แล้วซึ่งมาเยี่ยมที่บ้านและให้เงินไว้ 1,000 บาท ส่วนพ่อก็หนีไปอยู่ที่อื่นเพราะมีปัญหาด้านคดีความ

ส่วนที่ต้องไว้ผมจุกเพราะตอนเล็กๆ ต๋องไม่สบายบ่อยมากเพราะเกิดมาตัวเล็กกว่าเด็กปกติ ตนจึงบนบานสานกล่าวเอาไว้ว่าหากหายป่วยก็จะไว้ผมจุกจากนั้นมาก็เป็นเด็กผมจุกมาตลอดจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และจะโกนจุกออกตอนที่บวชเรียน

ด้าน ด.ช.จาฏุพัจน์ หรือต๋อง แม้จากการสอบถามจะพูดไม่เก่งเอาแต่ยิ้ม แต่ก็ตอบแบบสรุปความสั้นๆได้ว่า ไม่เหนื่อยที่ต้องปั่นจักรยานสามล้อไปขายผักเพราะต้องการช่วยย่าและทวดและหาเงินไปโรงเรียนโตขึ้นยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรแต่ก็จะตั้งใจเรียน

ในขณะที่เพื่อนบ้าน อย่างนายสมัคร เทพทวี อายุ 63 ปี บอกว่า ชีวิตของต๋องน่าสงสารมาก เพราะแทบไม่ได้วิ่งเล่นเหมือนกับเด็กทั่วๆไป เพราะต้อง ช่วยเหลือครอบครัว แต่ละวันทั้งก่อนและหลังไปโรงเรียนก็ปั่นจักรยานสามล้อไปขายผักเพื่อหาเงินมาจุลเจือครอบครัว หากใครที่พอจะช่วยได้ก็น่าจะยื่นมือมาช่วยเพื่อให้ ต๋องมีอนาคตที่ดีกว่านี้

ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ติดตามต๋องขณะปั่นรถจักรยานสามล้อไปขายผักที่ตลาดเมืองระโนด ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร พบว่าตลอดทางมีชาวบ้านอุดหนุนช่วยซื้อผักตลอด แต่การปั่นรถจักรยานซึ่งบางครั้งมีของหนักเกินกำลังก็ต้องใช้วิธีเข็นบ้าง โดยเฉพาะเมื่อขึ้นสะพาน  และทันทีที่ไปถึงตลาดก็จะมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านเรียกชื่อและบอกต่อๆกันไปว่าต๋องมาแล้วๆ และพากันมาช่วยซื้อผักจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็วและรายได้แทบจะมากกว่าราคาผักที่นำมาขาย เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านจะให้เงินเกิน เช่น ผักถุง10 บาทก็จะให้20 บาทขึ้นไป ด้วยความเอ็นดูและความสงสารต๋อง

และจากการสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านในตลาดระโนดก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดีมาก สู้ชีวิต กตัญญู มีความรับผิดชอบเกินเด็กวัย8 ขวบ และเป็นที่รักของชาวบ้าน แม้จะไม่มีพ่อแม่คอยดูแลแต่ก็ไม่เคยท้อในโชคชะตาไม่เกเร ถึงเวลาไปโรงเรียนก็ไปเรียน ถึงเวลาว่างก็นำผักมาขาย เป็นแบบนี้มาหลายเดือน

หากหน่วยงานใดหรือผู้ใจบุญที่พอจะมีกำลังช่วยเหลือ ต๋องและครอบครัว ติดต่อได้ที่หมายเลข 080-5467266 คุณวรรณีย์ หรือ  063-9142978 คุณศุภชัย ซึ่งเป็นญาติ  หรือบัญชี นางวรรณีย์ ชีช้าง ธนาคารกรุงไทย สาขาระโนดหมาเลขบัญชี 983-0-77469-4

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุงหัวร้อนชักมีดขู่สาว ทั้งที่ตัวเองขับรถสวนเลน (ชมคลิป)

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301391

ลุงหัวร้อนชักมีดขู่สาว ทั้งที่ตัวเองขับรถสวนเลน (ชมคลิป)

ลุงหัวร้อนชักมีดขู่สาว ทั้งที่ตัวเองขับรถสวนเลน (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.39 น.

6 พ.ย. 60 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Amornrat Bantawtuk” ที่เผยคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถยนต์เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะรถของเธอขับอยู่บนถนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะด้านซ้าย-ขวาของถนนมีรถจอดอยู่ทั้ง 2 ข้าง ทำให้รถที่ขับสวนกันต้องหลบให้ทางอีกฝ่ายไปก่อน

โดยเจ้าของคลิปได้หักหลบเนื่องจากรถกระบะสีดำหลบทางให้ แต่ระหว่างนั้นได้มีรถกระบะอีกคันขับสวนเลนเข้ามา และไม่ยอมถอยหลบ ก่อนเปิดประตูลงบอกให้ถอยไป เจ้าของคลิปเลยบอกให้อีกฝ่ายขับเบี่ยงไปอีกทาง แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่ยอม และเดินกลับไปหยิบมีดออกมาขู่

เหตุการณ์นี้ ถ้าไม่มีใครสักคนที่ยอม จะเกิดอะไรขึ้น…???บางทีอากาศเย็น ก็ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์เย็นตามปล.กล้องหน้ารถ เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเราจะได้ย้อนกลับมาดูได้ว่า สรุปแล้วเรื่องราวมันเป็นยังงัยปล. ประเทศไทยเค้าขับรถชิดซ้าย เผื่อพี่จะไม่รู้ 

ขอบคุณ : Amornrat Bantawtuk

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูหินร่องกล้า นั่งจิบกาแฟ-รับลมหนาว

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301385

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูหินร่องกล้า นั่งจิบกาแฟ-รับลมหนาว

นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูหินร่องกล้า นั่งจิบกาแฟ-รับลมหนาว

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.55 น.

6 พ.ย.60 ที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ขณะนี้สภาพอากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ขึ้นไปสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น ชมวิวแบบ 180 องศา บริเวณผาพบรัก ผาคู่รักและ ผารักยืนยง และถ่ายภาพกับทุ่งดอกกระดาษที่กำลังออกดอกเบ่งบาน หลากสีสลับกันไป ท่ามกลาง อุณหภูมิเพียง 11-12 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งวัน

นายศุภกุล จันทร์ลา หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก กล่าวว่าขณะนี้บนโครงการฯ มีความพร้อมเต็ม 100% ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้ โดยในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากหมดฤดูฝน บนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริฯ มีอากาศที่หนาวเย็นลง นักท่องเที่ยวจำนวนมาเริ่มเดินทางขึ้นมาสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น และสายหมอก ตลอดทั้งวัน ท่ามกลาง อุณหภูมิเพียง 11-12 องศาเซลเซียส

นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้มาเที่ยวชมความสวยงามแบบธรรมชาติแล้ว ทางโครงการฯ ยังมีร้านกาแฟสดอาราบิก้า ที่เน้นรสชาติเข้มข้น ถึงรสกาแฟอย่างแท้จริง ทำให้นักท่องเที่ยวคอกาแฟที่ได้ชิมต่างติดใจในรสชาติความเข้มข้น แต่กลมกล่อมของกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ที่มีไว้ให้บริการคอกาแฟทุกท่าน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาทางโครงการฯ ได้ทำการปรับปรุงร้านกาแฟพบรัก@ภูหินร่องกล้า ออกมาไว้บริเวณจุดชมวิว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่งจิบกาแฟสดอาราบิก้า รับลมเย็นๆ พร้อมกับชมวิวในเวลาเดียวกัน ตามสโลแกนที่ว่า จิบกาแฟ รับลม ชมวิว

สำหรับกาแฟพันธุ์อาราบิก้า โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ได้เริ่มนำมาปลูกตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 โดยมีแปลงสาธิตในโครงการฯ บนเนื้อที่ 3 ไร่เศษ โดยในช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ต้นกาแฟจะออกดอกเป็นสีขาวบานสะพรั่งเต็มต้น พร้อมกับส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะร่วงโรยกลายเป็นเมล็ดกาแฟ และจะสุกงอมเป็นเม็ดสีแดงในช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม จากนั้นก็จะเก็บเมล็ดกาแฟที่แก่เต็มที่ ไปสีเพื่อกะเทาะเปลือกออก ให้เหลือแต่กะลาของเมล็ดกาแฟ จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งสนิท และเก็บไว้เป็นเวลา 1-2 ปี เพื่อบ่มเพาะและเพิ่มรสชาติความเข้มข้นของกาแฟ ก่อนที่จะนำไปคั่วและบดเป็นกาแฟพันธุ์อาราบิกาที่สมบูรณ์ และนำมาชงเป็นกาแฟสด โดยมีสูตรที่เน้นรสชาติเข้มข้น ถึงรสกาแฟอย่างแท้จริง ทำให้นักท่องเที่ยวคอกาแฟที่ได้ชิมต่างติดใจในรสชาติความเข้มข้น แต่กลมกล่อมของกาแฟพันธุ์อาราบิก้า แห่งโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จึงได้ตั้งแบรนด์ของโครงการฯ ว่า “กาแฟพบรัก@ภูหินร่องกล้า”

นายศุภกุล กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ที่บริเวณแปลงสตรอเบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน 80 บนพื้นที่แปลงสาธิตกว่า 3 ไร่ ที่ได้ทำการลงกล้าไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 60 ที่ผ่านมา ขณะนี้ต้นสตรอเบอร์รี่ได้เริ่มออกดอกเบ่งบาน บางส่วนได้ติดผลเป็นสตรอเบอร์รี่สีแดงสด ให้นักท่องเที่ยวได้ยลโฉมกันแล้ว และคาดว่าจะออกผลิตให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันเต็ม 100% ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2560 นี้อย่างแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกายวอร์คภูลำดวนสุดฮิต นนท.แห่สัมผัสอากาศหนาว-ทะเลหมอก

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301382

สกายวอร์คภูลำดวนสุดฮิต นนท.แห่สัมผัสอากาศหนาว-ทะเลหมอก

สกายวอร์คภูลำดวนสุดฮิต นนท.แห่สัมผัสอากาศหนาว-ทะเลหมอก

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.30 น.

6 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศเริ่มหนาวเย็นมาเกือบสัปดาห์อย่างต่อเนื่องที่ จ.เลย ช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเดินทางสู่เมืองแห่งทะเลภูเขาสุดหนาวในสยาม และทยอยตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจ.เลยและในเช้าวันนี้ตามต่างอำเภอและชุมชนต่างๆ ก็ปกคลุมด้วยหมอกขาวผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษแต่เนื่องจากสภาพอากาศทั่วไปของ จ.เลย กลางคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะยอดภูต่างๆ

เช้าวันนี้รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้… อ.เมืองเลย 19.4 °C , อ.วังสะพุง 20.6 °C , อ.ด่านซ้าย 20.0 °C , อ.เชียงคาน 20.0 °C ,อ.ท่าลี่ 17.3 °C , อ.ภูกระดึง 16.0 °C ,อ.ภูเรือ 14.0 °C  ,อ.นาแห้ว 16.0 °C ,อ.ปากชม 21.0 °C , อ.นาด้วง 21.5 °C ,อ.ภูหลวง 19.0 °C , อ.ผาขาว 18.6 °C ,อ.เอราวัณ 19.0 °C  , อ.หนองหิน 20.0 °C , ซํอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.0 °C, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 11.0 °C  ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 8.0 °C ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 15.0 °C ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 16.5 °C

ในส่วนสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเลย “ภูลำดวน” เป็นอีกแห่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ที่อ.ปากชม ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวไปสัมผัสหนาวเพื่อชมทะเลหมอกและทิวทัศน์แม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและลาวขณะนี้มีสกายวอล์ค และสะพานไม้ที่สร้างด้วยไม้ที่เชื่อมติดต่อกันยาวประมาณ 200 เมตร ทอดยาว สุดตาทำให้ได้เห็นมุมมองของธรรมชาติในมุมสูงหันไปมองได้รอบตัว 360 องศา อุณหภูมิยอดภูลำดวนวันนี้ 16°C

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ห่วงใยหรือเข้มเกินจำเป็น? พรบ.นิวเคลียร์ฯกับหมอฟัน

Posted on July 21, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/301321

ห่วงใยหรือเข้มเกินจำเป็น? พรบ.นิวเคลียร์ฯกับหมอฟัน

ห่วงใยหรือเข้มเกินจำเป็น? พรบ.นิวเคลียร์ฯกับหมอฟัน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิวเคลียร์ (Nuclear) หรือ ปรมาณู (Atomic) จากที่รู้จักกันในฐานะระเบิดทำลายล้างสูงที่ถูกนำไปหย่อนใส่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในปี 2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รบกันมาหลายปีจึงได้ยุติลง จวบจน ณ วันนี้ที่ผ่านไปกว่า 7 ทศวรรษ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ถูกนำไปใช้อย่างหลากหลายวัตถุประสงค์ อาทิ ผลิตกระแสไฟฟ้า ถนอมอาหาร รวมไปถึง “การแพทย์” ดังที่คุ้นเคยดีอย่างหนึ่งคือ“เครื่อง X – Ray” สำหรับถ่ายภาพอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ทว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์นั้นก็มีผลข้างเคียงคือ กัมมันตรังสี (Radiation) ที่หากเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปก็ทำให้เกิดอันตรายได้ การนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้จึงต้องมีระเบียบปฏิบัติที่เข้มงวดในการควบคุมและป้องกัน ทั้งที่เป็นกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ ดังกฎหมายฉบับล่าสุดของไทย พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อ 1 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงจากกฎหมายเดิมคือ พ.ร.บ.พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ.2504 และ พ.ร.บ.พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2508

ทว่าความพยายามจัดระเบียบดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะ “เกินเหตุ” มากไปหรือไม่? จนกลายเป็นชนวนความขัดแย้ง
ระหว่าง “หมอฟัน” ทันตแพทย์ ในฐานะผู้ต้องใช้เครื่อง X – Ray ในงานทันตกรรม กับ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะ “ผู้คุมกฎ” ตามกฎหมายฉบับนี้ ถึงขนาดที่สมาคมวิชาชีพทันตแพทย์ หรือ ทันตแพทยสภา ภายใต้การนำของนายกสมาคม ทพ.ไพศาล กังวลกิจ จัดทำเอกสารชุด “ผลกระทบจากพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559” เผยแพร่บนเว็บไซต์ทันตแพทยสภา http://www.dentalcouncil.or.th

ชี้แจงความไม่สมเหตุสมผลของกฎหมายในหลายประเด็น ได้แก่ 1.เขียนแบบเหมารวม ไม่แยกประเภทของเทคโนโลยี เช่น นำเครื่อง X – Ray ทางทันตกรรม ไปรวมกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์ประเภทอื่นๆ และควบคุมแบบเดียวกันทั้งหมด 2.มองว่าเครื่อง X – Ray ทางทันตกรรมมีอันตรายสูงเกินจริง ทั้งที่ไม่เคยมีรายงานว่ามีผู้ใช้บริการได้รับอันตรายจากเครื่องดังกล่าวมาก่อน และความเสี่ยงจากโรคมะเร็งสำหรับการใช้เครื่องมือนี้อยู่ที่ 1 ในล้านหรือ 1 ใน 10 ล้านเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปริมาณรังสีต่ำที่สุดแม้แต่ในกลุ่มเครื่องมือทางรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์ด้วยกัน

3.กฎหมายไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล ดังที่ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในระดับนานาชาติ จัดลำดับการควบคุมไว้ 3 ระดับจากต่ำสุดไปสูงสุด คือ 1.แจ้งให้ทราบ (Notification) 2.ขึ้นทะเบียน (Registration) และ 3.ต้องได้รับอนุญาต (Licensing) โดยเครื่อง X – Ray ทางทันตกรรมนั้นIAEA จัดอยู่ในการควบคุมระดับ 2 เท่านั้น ไม่ใช่ระดับ 3 หรือระดับสูงสุดอย่างกฎหมายของไทย

นอกจากนี้ ปส. มีความเชี่ยวชาญเพียงใด? เมื่อเทียบกับหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่เดิม ทั้งนี้ตามกฎหมายเก่านั้น มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูแลเรื่องการผลิตและนำเข้า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดูแลเรื่องการนำไปใช้ในสถานพยาบาล แพทยสภา ดูแลเรื่องมาตรฐานวิชาชีพของทันตแพทย์ที่เป็นผู้ใช้งาน และ กรมควบคุมมลพิษ ดูแลเรื่องกระบวนการกำจัดเครื่อง X – Ray ที่ชำรุดเสื่อมสภาพ

ซึ่งเมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ จะมีผลกระทบกับทันตแพทย์ เพราะต้องเลิกใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย และการเลิกใช้ย่อมส่งผลต่อประชาชน ทำให้ต้นทุนค่ารักษาแพงขึ้นแต่ความสะดวกลดลง จึงเสนอว่า “ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย” ให้เครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรม รวมถึงเครื่องกำเนิดรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรค ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในการควบคุมของ ปส. ตาม พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 แต่ให้ไปอยู่ภายใต้การควบคุมของ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แทน

ขณะที่ฝั่ง ปส. เอง ก็มี “คำชี้แจง” ออกมา 5 ข้อ คือ 1.พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 มีเจตนารมณ์ในการควบคุมการใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสี และเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้รับบริการ และประชาชนทั่วไป รวมถึงสิ่งแวดล้อม 2.พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 และกฎหมายลูก มีเนื้อหาเป็นไปตามมาตรฐานทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

3.เครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรม อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ปส. ตาม พ.ร.บ.พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2508 อย่างต่อเนื่องตลอดเวลากว่า 50 ปีแล้ว โดยมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานสนับสนุนทางเทคนิคให้กับ ปส. ในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องกำเนิดรังสี ซึ่งยังใช้เป็นหลักเกณฑ์การกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 นี้ด้วย

“4.เครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรมมีค่าพลังงาน 60 – 120 keV (หรือค่าความต่างศักย์ของเครื่องกำเนิดรังสี 60 kV – 120 kV) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นกระดูก และเครื่องเอกซเรย์เต้านม (เครื่องแมมโมแกรม) เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. จึงจำเป็นต้องกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ และประชาชนผู้รับบริการ” และ 5.ปส. (สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) มีความร่วมมือกับ สธ. อย่างใกล้ชิดผ่านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตามนโยบายของรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวง

ทพ.ชาญชัย ทนต์ประเสริฐเวช เขียนบทความ “พ.ร.บ.นิวเคลียร์วาดภาพเครื่องเอกซเรย์ฟันน่ากลัวเกินจริง” เมื่อช่วงปลายเดือนต.ค. 2560 อธิบายว่าเหตุใดทันตแพทย์จึงไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ไว้ โดยเฉพาะ การบังคับให้ต้องจ้าง “RSO” (Radiation Safety Officer) มาประจำสถานพยาบาล หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทั้งปรับและจำคุก ทั้งที่เครื่อง X – Ray ทางทันตกรรมมิได้ใช้งานทุกวัน และ RSO ก็ไม่ได้มีทักษะอื่นใดจะมาช่วยงานทันตแพทย์ได้ ทำให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายเสียมากกว่า ซึ่งท้ายที่สุดก็จะต้องผลักภาระไปยังผู้ป่วยที่มารับการรักษาไปโดยปริยาย

“ผมอยากชี้แจงว่าเครื่องเอกซเรย์ฟันเอง ถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุดไม่เคยสร้างประวัติความเจ็บป่วยใดๆ อันตรายใดๆ กับใครเลย หรือจะมีอุบัติเหตุร้ายแรงอะไรเป็น ประจักษ์ ขอย้ำครับว่าเป็นประจักษ์คำนี้บอกความหมายในตัวเอง ดังนั้นในฐานะแพทย์สาขาหนึ่ง ด้านหนึ่งจึงไม่อยากเห็นใครมาสร้างภาพที่น่ากลัวเกินจริงโดยเฉพาะกับคนไข้หรือประชาชนที่ต้องเข้ารับการรักษาเพราะมีแต่จะสร้างความกังวล ความทุกข์เกินความจริงที่คนไข้ประสบปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว” ทพ.ชาญชัย ระบุ

ปัจจุบันข้อร้องเรียนของแพทยสภา รวมถึงหนังสือร้องเรียนของ ทพ.ชาญชัย และคณะ อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งบทสรุปจะเป็นอย่างไร สามารถคลี่คลายยุติความขัดแย้ง และทำให้กฎหมายเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้มากน้อยเพียงใด

คงต้องรอติดตามกันต่อไป!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,909,380 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เริ่มแล้ววันนี้! คิง เพาเวอร์ ฉลองปีใหม่ไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย.
เอกนัฏ ย้ำน้ำมันพอใช้สงกรานต์ บอกข่าวดีตลาดโลกราคาลด มีหลายกลไกใช้พยุงราคา
จี้ศุภจีขอโทษอภิสิทธิ์! แม่ยกปชป.ตามจิกรัวๆ ลั่นเจตนาไม่ดีกับพรรค
สิริมงคลรับปีใหม่ไทย รวมพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ให้ประชาชนสรงน้ำใกล้ชิด
แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่
อิหร่านส่งคณะผู้แทน 71 ชีวิตลุยเจรจาสหรัฐฯ ที่ปากีสถาน จับตาข้อเสนอ 15 ข้อ "ทรัมป์"
กทม. ผนึก กรมศิลปากร เตรียมพื้นที่สร้าง พระเมรุมาศ พระพันปีหลวง ย้ำงานต้องสมพระเกียรติ
วืดประกันสงกรานต์! ศาลยกคำร้องปล่อยตัว ไผ่ จตุภัทร์ - อาย กันต์ฤทัย
ศุภจี แจงทาบ วีระพงษ์ มั่นใจความรู้ความสามารถ ลั่นทำงานไม่แบ่งพรรค
คอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN The Giving Concert 3 Generations • 1 HEART

Recent Posts

  • นายกฯลงพื้นที่ บางซื่อ-หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ 69 แฟนคลับแห่ขอถ่ายรูป
  • ดร.ณัฏฐ์ สวน ไอซ์ รักชนก เสียมารยาท! อภิปรายส่อเสียด ยัน สุชาติ ไม่เกี่ยวข้องคดีค้ามนุษย์
  • ครม.เห็นชอบปรับ สุไหงโก-ลก พ้นพื้นที่ความมั่นคง ย้ำใช้มาตรการให้สอดคล้องสถานการณ์จริง
  • วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์ หลังรณรงค์ลดใช้เม็ดพลาสติก
  • เปิดตัว ปิติ ปิตุเตชะ ทายาทบ้านใหญ่ระยอง สส.ใหม่แทน ไตรศุลี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d